[OS KOOKMIN] SOMEWHERE ONLY WE KNOW PROJECT 2018

ตอนที่ 37 : PLACE 35 | ห้องพักครู {18.06.18}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    24 ก.ค. 61


PLACE 35 | ห้องพักครู

–– be my teacher

by : alicka { @twowcoltd }


พัคจีมินเกลียดวิชาชีวะ แต่ให้ตายเถอะ

ทำไมถึงไปตกหลุมรักอาจารย์ประจำวิชาคนนั้นได้เล่า!

 

 

 

 

 

พัคจีมินมีความลับที่ยังไม่เคยบอกใครอยู่เรื่องหนึ่ง

 

“สุดยอด Top สายชั้นอีกแล้วหรอจีมิน” คำชมดังกล่าวดังขึ้นด้านหลังพร้อมกับที่ร่างบอบบางถูกกอดคอโดยเพื่อนสนิท ใบหน้ายิ้มแย้มเปี่ยมไปด้วยความสดใสและร่าเริงเป็นสิ่งที่เจ้าของชื่อจีมินรู้สึกอิจฉาจองโฮซอกที่สุด

 

“อืม”

 

เพราะจีมินมีเพียงแค่ใบหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ แม้กระทั่งตอนดีใจมากถึงมากที่สุดยังไงล่ะ!

 

“เฮ้อ แต่จีมินคงไม่รู้สึกอะไรใช่ไหมล่ะ ได้ที่หนึ่งแท้ๆ ถ้าเป็นเราคงนิ่งขนาดนี้ไม่ไหว” โฮซอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ เคยชินแล้วกับการที่เพื่อนตัวเล็กเป็นมนุษย์จำพวกไร้ความรู้สึก คบกันมาตั้งแต่ม.ต้นจนถึงม.ปลายปีสุดท้าย แต่โฮซอกยังไม่เคยเห็นจีมินหัวเราะ ร้องไห้ ตื่นเต้น หรือแสดงสีหน้าอื่นเลยสักครั้ง ที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็มีแต่ความเรียบนิ่งแบบนี้นี่แหละ

 

“มีแค่วิชาชีวะที่ได้ 50 คะแนน” เสียงแหบหวานพึมพำเบาๆเรียกให้โฮซอกเลิกคิ้วก่อนจะพยักหน้า

 

“นายอ่อนวิชานี้มาตั้งแต่แรกแล้วนี่นา ที่ไม่พอใจก็เพราะเรื่องนี้เองหรอเนี่ย เอาน่า วิชาอื่นก็ได้ร้อยเต็มเชียวนะ” โฮซอกตบบ่าเป็นเชิงปลอบ จีมินเหลือบมองการกระทำนั้นอย่างซาบซึ้งใจ แต่แน่นอนว่าในสายตาคนอื่นจีมินคงกำลังรู้สึกเฉยๆ

 

ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเขากำลังตื่นเต้นดีใจมากถึงมากที่สุดต่างหากล่ะ!

 

ใบหน้าน่ารักหันกลับมาจ้องแผ่นกระดาษบนบอร์ดที่ประกาศว่าเขาได้ที่ 1 ของชั้นม.6อีกครั้ง อย่างที่เพื่อนสนิทพูด อันที่จริง จีมินควรจะต้องแสดงความดีใจมากกว่านี้ แต่ให้ตายเถอะ ขนาดแค่ยิ้มมุมปากเขายังทำไม่ได้เลย

 

บางครั้งจีมินก็เกลียดตัวเองเหมือนกัน

 

กว่าจะได้อันดับหนึ่งของสายชั้นเขาต้องนั่งหลังขดหลังแข็งเพื่อทำการบ้านส่งให้ครบตรงเวลา ไหนจะต้องตื่นมาทบทวนบทเรียนช่วงตีสี่ของทุกวันอีก การได้ที่หนึ่งคือรางวัลของความพยายามเชียวนะใครจะไม่ดีใจกัน แต่ปัญหาคือพัคจีมินมีปัญญาดีใจได้แค่กำมือเบาๆข้างลำตัวเท่านั้นเพราะมีปัญหาเรื่องการแสดงสีหน้าให้ตรงกับความรู้สึกมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

 

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะรู้สึกแบบไหนอยู่ ก็ไม่มีใครรู้หรอก

 

“ดีใจอยู่ไม่ใช่หรือไง”

 

ยกเว้นเขาคนนี้

 

“ว้าย อาจารย์จองกุกล่ะ”

 

“อาจารย์จองกุกขา”

 

“อาจารย์จองกุกกก”

 

และอีกหลายอาจารย์จองกุก

 

พื้นที่ข้างจีมินปรากฏร่างสูงโปร่งที่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำซ่อนหุ่นน่าสัมผัสเอาไว้ เจ้าของใบหน้าเพอร์เฟคที่หลายคนกำลังกรี๊ดกร๊าดคืออาจารย์จอน จองกุก ผู้สอนชีววิทยา วิชาที่จีมินอ่อนที่สุด ถึงขนาดที่ว่าเป็นจุดด่างพร้อยของผลการเรียน

 

สำหรับจีมินน่ะ ต่อให้เป็นอันดับหนึ่งของสายชั้นแต่วิชาเดียวที่คะแนนต่ำเตี้ยเรี่ยดินเลยก็คือชีวะวิชาเดียวเท่านั้น

 

อืม ทั้งที่จริงตอนเรียนก็ไม่ได้เกลียดอะไรหรอกนะ ออกจะมีความสุขด้วยซ้ำ

 

“ไง ที่หนึ่งอีกแล้วหรอจีมิน เก่งนี่” คำชมจากเสียงแหบทุ้มเรียกให้จีมินชายตามอง เจ้าของใบหน้าเพอร์เฟคกำลังยกยิ้มมุมปากแสนดูดีจนเกือบละสายตาไม่ได้ แต่สุดท้ายก็เลือกหันสายตากลับมาบนบอร์ดเหมือนเดิมอยู่ดี โอเค คนอื่นอาจจะคิดว่าจีมินกำลังเสียมารยาทกับอาจารย์ แต่ใครจะรู้ว่าที่ต้องรีบหันกลับน่ะเพราะเขากำลังใจเต้นแรงแบบสุดๆ ข้างแก้มร้อนผะผ่าว รู้สึกกระวนกระวายอยากตะโกนออกมาให้รู้แล้วรู้รอดแต่สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแค่

 

>> -_-

 

“อะไรกันปฏิกิริยาแบบนั้น ดีใจมากก็แสดงออกมาหน่อยสิ” เสียงแหบทุ้มกล่าวกลั้วหัวเราะ จีมินอยากจะเป็นบ้าตายกับการที่อาจารย์จองกุกยื่นมือมาจับศีรษะเขาแล้วโยกไปโยกมาแบบนี้ ไหนจะน้ำเสียงอ่อนโยนนั่นอีก คิดแล้วอยากสารภาพรักกับอาจารย์จองกุกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

 

แต่!

 

“นี่เป็นธุระของอาจารย์หรอครับ” ให้ตายเถอะ แกมันแย่ที่สุดเลยพัคจีมิน  ทำไมถึงพูดอะไรบ้าๆแบบนั้นออกไปนะ แอบเห็นด้วยว่าอาจารย์จองกุกชะงักไปเลย โอ๊ย อาจารย์ต้องคิดว่าจีมินเป็นนักเรียนจอมโอหังและแย่ที่สุดในโรงเรียนแน่ๆ อยากตบปากตัวเองสักร้อยที

 

“รู้ไหมว่าทำไมครูถึงต้องเดินมาหานายถึงที่นี่” คำถามดังกล่าวทำให้จีมินอยากตอบกลับเชิงหยอกล้อว่าเพราะอาจารย์คิดถึงผมมากใช่ไหมถึงเดินมาหา

 

แต่เขาน่ะ

 

“ไม่รู้ ไม่ได้อยากรู้” ทำไมถึงนึกออกมาได้แต่คำพูดพวกนี้ก็ไม่รู้ TT

 

 “แต่ครูอยากบอกนะ” ดูเหมือนอาจารย์จองกุกจะไม่ยินดียินร้ายอะไร ใบหน้าเพอร์เฟคกลับยกยิ้มร้ายกาจพร้อมกับยื่นใบหน้าเพอร์เฟคเข้ามาริมใบหูของจีมิน

 

“เย็นนี้หลังเลิกเรียนช่วยมาพบที่ห้องพักครูด้วยแล้วกัน” ว่าจบ อาจารย์ก็ยืดตัวเต็มความสูงก่อนจะยกแขนโอบศีรษะเล็กเอาไว้ ความใกล้ชิดที่ยิ่งกว่าเมื่อครู่เรียกให้ร่ายกายร้อนผะผ่าวอีกครั้งแต่ต่อให้เป็นอย่างนั้น จีมินก็อยากให้อาจารย์จองกุกกอดไว้นานๆ

 

ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เพราะ

 

“กลิ่นบุหรี่มันติดนะครับอาจารย์” คนตัวเล็กยกแขนแข็งแรงออกพร้อมกับเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง เจ้าของใบหน้าเพอร์เฟคชะงักไปเล็กน้อยแต่เมื่อสังเกตเห็นริ้วรอยแดงข้างแก้มเนียนจองกุกก็แค่นยิ้ม

 

“น่ารักจังนะ” ว่าจบก็เดินออกไป ทิ้งให้จีมินใจเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งกับคำเอ่ยชมที่ออกจากปากอาจารย์ชีวะสุดเพอร์เฟคคนนั้น

 

ที่นี้รู้กันแล้วใช่ไหมว่าความลับที่ว่านั่นคืออะไร?

 

ใช่แล้ว มนุษย์หน้านิ่งอย่างพัคจีมินกำลังตกหลุมรักอาจารย์จองกุกผู้สอนวิชาชีวะที่เขาแสนเกลียดยังไงล่ะ!

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 “กลับกันเถอะจีมิน” โฮซอกเอ่ยชวนหลังสิ้นเสียงสัญญาณบอกเวลาเลิกเรียน ถ้าเป็นปกติจีมินก็จะพยักหน้าและเก็บกระเป๋าเดินกลับบ้านพร้อมเพื่อนสนิท แต่วันนี้แตกต่างจากเดิมเพราะจีมินมีนัดสุดพิเศษ(คิดไปเอง)กับอาจารย์จองกุก 

 

“ไม่ได้ เราต้องไปพบครูจองกุก” จีมินพยายามแสดงออกอย่างสุดความสามารถว่ากำลังดีใจสุดๆที่อาจารย์จองกุกเรียกพบเป็นการส่วนตัวแต่จนแล้วจนรอดก็ทำได้แค่สีหน้า >>  -_-

 

ท้อแท้ชะมัด

 

“จริงด้วย คงไม่ใช่เรื่องที่จีมินได้คะแนนชีวะน้อยหรอกนะ” โฮซอกคาดเดา กังวลว่าเพื่อนจะถูกอาจารย์ประจำวิชาดุ ถึงปกติอาจารย์จองกุกจะไม่ใช่คนซีเรียสอะไรมากก็เถอะแต่ท๊อปสายชั้นอย่างจีมินได้คะแนนวิชาชีวะน้อยที่สุดอาจารย์ก็อาจเสียความรู้สึกบ้าง

 

“ไม่รู้สิ” เสียงแหบหวานพึมพำ จากที่เคยกระตือรือร้นตอนนี้กลับห่อเหี่ยว (แต่ไม่ว่าจะหน้าดีใจหรือห่อเหี่ยวก็ไม่มีใครรับรู้อยู่ดี) ในใจแอบคาดหวังอยากให้อาจารย์จองกุกรู้สึกพิเศษกับตัวเองบ้างถึงได้เรียกไปหา แต่ก็คงเป็นแค่ฝันลมๆแล้งๆ ไอ้ประโยคที่โฮซอกพูดมายังมีเค้าโครงเรื่องจริงมากกว่าสิ่งที่จีมินจินตนาการอยู่ด้วยซ้ำ

 

เฮ้อ ทำไมเขาจะต้องชอบอาจารย์จองกุกมากขนาดนี้ด้วยนะ

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

โฮซอกกลับบ้านไปแล้วส่วนจีมินก็มุ่งหน้าไปยังห้องพักครูฝั่งวิชาวิทยาศาสตร์ที่ภายในมีห้องยิบย่อยอีกหลายห้องเรียงราย จีมินสูดลมหายใจเข้าระงับความตื่นเต้นในใจก่อนจะเดินตรงไปทางห้องริมซ้ายสุดที่มีชื่ออาจารย์จอน จองกุก ผู้สอนชีววิทยาติดอยู่

 

แค่เรียนเสริมทำไมจะต้องตื่นเต้นขนาดนี้เนี่ย!

 

แต่เมื่อผลักประตูเข้าไปจีมินก็พบว่าอาจารย์ไม่อยู่ห้องมีเพียงแบบจำลองต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นโหลสิ่งมีชีวิตหรือโครงกระดูก แต่ที่น่าขนลุกที่สุดคงเป็นไอ้หัวกะโหลกสีขาวสวมหูกระต่ายบนโต๊ะทำงานเป็นเหมือนอุปกรณ์ใส่เครื่องเขียน

 

แม้ว่าจะขนลุกกับสิ่งที่เห็นแต่คนตัวเล็กก็ตัดสินใจเดินไปนั่งรออาจารย์บนเก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะ พยายามเลี่ยงไม่มองเจ้าหัวกะโหลกบนโต๊ะเพราะรู้สึกแขยงยังไงชอบกล

 

ถึงจะชอบมากก็เถอะ แต่จีมินคิดว่าไอ้กล่องใส่ปากการูปหัวกะโหลกนั่นแสดงถึงรสนิยมที่ย่ำแย่มาก ไม่เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียวว่าหัวกะโหลกกับหูกระต่ายมันเข้ากันตรงไหน

 

แกร๊ก

 

เสียงเปิดประตูเรียกให้จีมินสะดุ้งเล็กน้อย (ย้ำว่าเล็กน้อย) ใบหน้าเรียบเฉยหันไปยังต้นเสียงก็พบว่าอาจารย์จองกุกกลับมาแล้ว

 

“อ้าวมาแล้วหรอ โทษทีครูเพิ่งประชุมเสร็จ” เสียงแหบทุ้มบอกเหตุผลที่มาช้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มก่อนจะเดินมานั่งบนโต๊ะทำงานตรงข้ามนักเรียนตัวเล็ก

 

“คงรู้ใช่ไหมว่าครูเรียกเธอมาทำไม แย่จังเลยนะที่อัจฉริยะอย่างพัคจีมินทำคะแนนวิชาชีวะได้น้อยมาก” และจีมินก็ผิดหวังเมื่อสิ่งที่โฮซอกคาดเดาเป็นความจริง เฮ้อ นี่คือถูกเรียกมาต่อว่าสินะ ให้ทำยังไงได้ล่ะ ก็คนมันไม่ถนัดนี่นา

 

“ชีวะเป็นวิชาที่ผมไม่ถนัดมาตั้งแต่มัธยมต้นแล้วครับ เรื่องทำคะแนนให้ได้เต็มก็ล้มเลิกไปแล้วด้วย ที่จริงแค่คาบเส้นไม่ถึงกับตกก็โอเคแล้วนี่นา งั้นขอตัวก่อนนะครับ” นี่คงเป็นประโยคยาวเหยียดแสนงี่เง่าตั้งแต่ที่จีมินเคยพูดมา ทั้งโดนคนที่ชอบต่อว่า ไหนจะเรื่องคะแนนอีก เขารู้สึกอับอายจนไม่สามารถสู้หน้าอาจารย์จองกุกได้อีกแล้ว คิดได้ดังนั้นคนตัวเล็กจึงรีบลุกขึ้นเพื่อเดินออกจากห้องพักครู

 

“เดี๋ยว” แต่ไม่ทันได้ไปไหน จีมินก็โดนรั้งแขนเอาไว้ก่อน อาจารย์จองกุกไม่ได้มีสีหน้าโมโหหรือหงุดหงิดแต่กลับยกยิ้มร้ายกาจ ดวงตากลมคมคายเป็นประกายแพรวพราวคล้ายกำลังถูกใจอะไรบางอย่าง

 

และนั่นแหละที่ทำให้ทั้งร่างกายของจีมินร้อนผะผ่าวจนแทบหลอมละลาย

 

“เสียใจด้วยนะพัคจีมิน ต่อให้ไม่ชอบยังไง แต่ต่อไปนี้เธอต้องมาเรียนพิเศษกับครูหลังเลิกเรียนจนกว่าสอบย่อยครั้งหน้าจะได้คะแนน 70 ขึ้นไป”

 

หา

 

ดวงตาเรียวที่เคยเรียบเฉยเบิกกว้างเล็กน้อย ข้างแก้มเนียนถูกแต่งแต้มด้วยริ้วรอยแดงพร้อมกับหัวใจที่กำลังเต้นถี่รัว นี่มันเป็นข่าวดีที่สุดในชีวิตจีมินแล้วเพราะเขาจะได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมกับอาจารย์จองกุกสองต่อสองในบรรยากาศการติวหนังสือที่แสนโรแมนติก(คิดไปเอง) ไม่แน่นะ คราวนี้พวกเราอาจจะตกลงปลงใจคบกันเลยก็ได้(ไปกันใหญ่แล้ว!)

 

“ก็ไม่ได้มีแค่หน้าเดียวนี่นา” เสียงแหบทุ้มเอ่ยพร้อมกับปล่อยมือที่จับข้อแขนเล็กออกเปลี่ยนมาเกลี่ยแก้มเนียนที่เต็มไปด้วยสีระเรื่อแทน

 

พัคจีมินเนี่ย น่าสนใจชะมัดเลย

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

ระยะนี้จีมินมักจะรอคอยช่วงเวลาหลังเลิกเรียนอย่างใจจดใจจ่อ

 

เพราะต้องไปเรียนเสริมวิชาชีวะช่วงเย็นกับอาจารย์จองกุกสุดที่รัก ถ้าเป็นคนอื่นคงจะเหนื่อยหน่ายที่ต้องไปเรียนเสริมพิเศษทุกวันแต่จีมินกลับรักเวลาเหล่านั้นที่สุด ยามได้จ้องมองอาจารย์แบบใกล้ๆช่างแตกต่างจากตอนแอบมองอยู่ไกลๆ หัวใจเต้นถี่รัวทุกครั้งยามได้สบสายตา ยิ่งเวลาเสียงแหบทุ้มเอ่ยสอนบทเรียนอย่างจริงจังจีมินก็ยิ่งหายใจติดขัด รู้สึกเหมือนมีบัตเตอร์ฟรีจากเรื่องโปเกม่อนบินอยู่เต็มท้อง

 

สิ่งเดียวที่จีมินไม่ยินดีจะพบเจอในห้องพักครูเห็นจะมีก็แต่

 

“ไม่ชอบเจ้านี่เลยสักนิด” เสียงแหบหวานพึมพำพลางชี้ไปยังหัวกะโหลกหูกระต่ายบ้านั่น ดวงตากลวงโบ๋ของมันกำลังรบกวนสมาธิการเรียนของเขาอย่างแรง เคยบอกไปหรือยังว่าจีมินกลัวสิ่งที่ยังพิสูจน์ไม่ได้อย่างผีมากถึงมากที่สุด

 

“สวยดีออก” อาจารย์หนุ่มเอ่ยกลั้วหัวเราะก่อนจะยกยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าไร้อารมณ์ตามเคยของลูกศิษย์ตัวเล็ก ทั้งที่ไม่ชอบแท้ๆแต่จีมินกลับไม่ได้แสดงสีหน้ารังเกียจอย่างปากว่า

 

“ทำไมถึงชอบของแบบนี้ได้กันนะ” หลังจากได้ยินคำชมดังกล่าว จีมินก็อดบ่นไม่ได้ บอกแล้วว่าอาจารย์จองกุกเนี่ยรสนิยมย่ำแย่สุดๆ เห็นทีถ้าเมื่อไหร่ที่พวกเราได้แต่งงานกัน(?) จีมินคงจะต้องปรับทัศนคติให้สักหน่อย

 

 “ครูรักมันเลยล่ะ เจ้านี้ทำให้ครูได้คะแนนชีวะเต็มมาตลอดเลยนะ” ดวงตากลมคมคายมองไปยังหัวกะโหลกนั่นอย่างภูมิใจ สีหน้าแบบนั้นยิ่งทำให้อาจารย์ดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก

 

ให้ตายเถอะ อาจารย์จองกุกจะขยันทำให้จีมินหวั่นไหวบ่อยเกินไปแล้วนะ!

 

“เพ้อเจ้อ” แน่นอนว่าถึงในใจจะบ้าคลั่งแค่ไหนแต่คนตัวเล็กกลับเลือกแสดงนิสัยด้านลบออกมาซึ่งถ้าเป็นคนอื่นคงรู้สึกแย่กับใบหน้าเรียบนิ่งและคำพูดไร้การรักษาน้ำไปแล้วแต่อาจารย์กลับยกยิ้มอ่อนโยนทั้งยังส่งฝ่ามือใหญ่มาลูบกลุ่มผมสีมิดไนท์ของจีมินอย่างเอ็นดู

 

นี่แหง่ะ อาจารย์จองกุกมีใจให้พัคจีมินคนนี้แน่นอนล้านเปอร์เซ็น T/////T

 

“เริ่มเรียนกันเถอะ เธอคงรู้จักชีพจรใช่ไหม” ไม่รอให้จีมินใจเต้นแรงนาน อาจารย์จองกุกที่ตอนนี้มีแว่นสายตาประดับอยู่ก็ก้มหน้าลงมาถามซะเกือบชิด(แค่ติวหนังสือจำเป็นต้องอ่อยกันขนาดนี้ไหมล่ะ!) จีมินพยายามเบี่ยงหลบแล้วเพราะใบหน้าเพอร์เฟคนั่นรบกวนสมาธิมากเกินไป แต่ไม่ได้ผล ยิ่งหลบอาจารย์จองกุกก็ยิ่งโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ทั้งยังพยายามจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเขาอีก

 

มันจะสาหัสเกินไปแล้วนะ นี่ก็เป็นการแกล้งใช่ไหมเนี่ย!

 

“ครับ” เสียงแหบหวานพึมพำ โชคดีที่ปกติจีมินเป็นคนพูดเสียงเบาอยู่แล้วอาจารย์จองกุกถึงจับไม่ได้ว่าตอนนี้เขากำลังสั่นไหวแค่ไหน

 

“แล้วความหมายของมันคืออะไร” อาจารย์จองกุกถามต่อพร้อมกับยืดตัวขึ้นนั่งกอดอกและยกยิ้มมุมปากอย่างที่ชอบทำ

 

แย่ล่ะ

 

จีมินจำไม่ได้ เขานึกออกแค่ว่าถ้าจับข้อมือแล้วรู้สึกว่ามีสัมผัสอะไรตุบๆขึ้นมานั่นก็คือการจับชีพจร แต่ในเชิงทฤษฎี เด็กอัจฉริยะทุกอย่าง(ยกเว้นเรื่องชีวะ)อย่างเขาไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าไอ้ชีพจรที่ว่ามันหมายความว่ายังไงกันแน่ 

 

“คือ...” จีมินพยายามนึกถึงบทเรียนที่กลับไปอ่านทบทวนทุกวันแต่เรื่องของชีพจรก็ไม่วิ่งเข้ามาในสมองแม้แต่นิดเดียว และเพราะมัวอ้ำอึ้ง อาจารย์จองกุกจึงยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้อีกครั้ง  มือเรียวส่งมาจับคางลูกศิษย์ตัวเล็กก่อนจะเชิดขึ้น จีมินรู้สึกตื่นตระหนกเจือร้อนผ่าว ความใกล้ชิดขนาดนี้ช่างเป็นอันตรายต่อหัวใจแบบสุดๆ

 

“นี่เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนเสริมหรอครับอาจารย์” และใช่ มันเป็นเหมือนทุกครั้ง แม้ว่าจะเขินจนแทบละลายแต่เสียงแหบหวานกลับเอ่ยเรียบนิ่ง

 

อาจารย์จองกุกไม่ได้สนใจคำถามนั้น กลับมองลึกเข้ามาในดวงตาราวกับต้องการค้นหาอะไรบางอย่าง

 

“ชีพจรเธอเต้นดังมากเลยนะแมวน้อย” เสียงแหบทุ้มเอ่ยกระซิบ คราวนี้จีมินรู้สึกร้อนข้างแก้มทั้งยังมือไม้สั่นไปหมด ไม่รู้ว่าตอนนี้แสดงสีหน้าแบบไหนออกไปแต่ต่อให้เป็นคนไร้อารมณ์ก็เถอะ จีมินเชื่อว่าอาจารย์จะต้องจับได้แน่นอนว่าเขากำลังเขิน

 

“โอเค ไม่แกล้งแล้ว เดี๋ยวครูจะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ความดันเธอผิดปกติไปซะก่อน” คนตัวสูงเลื่อนใบหน้าออกไปแล้วแต่จีมินยังใจสั่นไม่หาย

 

แท้จริงแล้วอาจารย์จองกุกเป็นคนขี้แกล้งขนาดนี้เชียวเหรอ

 

“บอกไว้ก่อนนะจีมิน ถึงสีหน้าของเธอจะไม่แสดงออกมา แต่ครูรู้เสมอว่าเธอกำลังรู้สึกยังไง”เสียงแหบทุ้มเอ่ยประโยคชวนใจเต้นออกมาอีกครั้งและหลังจากนั้นจีมินก็แทบไม่มีสมาธิเรียนเสริมเลย

 

ทำไมอาจารย์จองกุกต้องทำให้เขาตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยนะ

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

มีเรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้นกับพัคจีมิน

 

หลังจากเรียนเสริมกับอาจารย์จองกุกทุกเย็น(และแน่นอนพร้อมการกลั่นแกล้งที่ทำให้ความดันผิดปกติทุกวัน ย้ำว่าทุกวัน!) ในที่สุดวันเทสต์ย่อยวิชาชีวะก็มาถึง ปกติแล้วไม่ว่าจะเทสต์วิชาใดจีมินจะรู้สึกเฉยๆเสมอแต่เมื่อไหร่ที่เป็นชีวะเขาจะตื่นเต้นและกังวลมาก

 

เอาล่ะ จะพยายามเต็มที่แล้วกัน

 

ทันทีที่เปิดข้อสอบหน้าแรกขึ้นมา จีมินก็ต้องแปลกใจเพราะแต่ก่อนแค่อ่านโจทย์ยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องแต่วันนี้จีมินกลับทำได้ทุกข้อราวกับมีปาฏิหาริย์

 

การเรียนเสริมพิเศษกับอาจารย์จองกุกได้ผลจริงๆด้วย

 

จีมินจำได้ว่าทันทีที่ทำข้อสอบเสร็จ เขาก็รีบเงยหน้าขึ้นไปหาอาจารย์ พยายามส่งสายตาหรือเผยรอยยิ้มออกไปเพื่อจะบอกว่าวันนี้สามารถทำได้แล้วแต่สุดท้ายก็ล้มเหลว จีมินยิ้มไม่ออก เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยชิน ทว่า ขณะที่กำลังห่อเหี่ยวกับนิสัยแปลกประหลาดของตัวเองอาจารย์จองกุกก็ยกยิ้มส่งมาพร้อมกับพูดแบบไม่มีเสียงอ่านปากได้ว่าสู้ๆนะจีมิน เพียงแค่นี้ก็สามารถทำให้รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งใจ

 

“สอบชีวะวันนี้เป็นไงมั่งจีมิน โอเคขึ้นไหม”โฮซอกถามขณะที่พวกเรากำลังเดินกลับบ้าน วันนี้จีมินไม่ต้องไปเรียนเสริมตอนเย็นและไม่ต้องไปเรียนอีกจนกว่าคะแนนเทสต์ย่อยจะออก ซึ่งถ้าคะแนนผ่านเกณฑ์ก็ไม่จำเป็นต้องเรียนเสริมอีกแล้วแต่ถ้าไม่ผ่านก็ต้องเรียนต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะดีขึ้น

รู้สึกโหวงชะมัด นี่เป็นครั้งแรกมั้งที่เขานึกอยากสอบตกวิชาชีวะอีก

 

“จีมิน!

 

“หะ ห้ะ”

 

“ถามว่าสอบชีวะวันนี้เป็นไงมั่ง เหม่ออะไรอยู่เนี่ย”โฮซอกเอ่ยบ่นพร้อมกับขมวดคิ้ว เรียกให้จีมินอยากยิ้มให้กับท่าทางของเพื่อนสนิทที่ดูน่ารักดีแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยิ้มออกมาได้อย่างใจคิดเหมือนเคย เฮ้อ ขอโทษนะจองโฮซอก 

 

“ก็ดี” คนตัวเล็กตอบกลับแค่นั้น(คือพยายามหาประโยคที่ดีกว่านี้แล้วนะ) แต่นั่นก็แปลกสำหรับโฮซอกแล้ว เพราะปกติหลังสอบวิชาชีวะจีมินมักจะพูดคำว่าแย่มากเสมอ

           

“โอ้โห ไปเรียนเสริมกับอาจารย์จองกุกได้เดือนเดียวเอง จีมินของเราเข้าใจวิชาชีวะขึ้นมาแล้วหรอเนี่ย ดีจัง เราว่าจีมินน่าจะลองหาของขวัญไปขอบคุณอาจารย์จองกุกสักหน่อยนะ” ประโยคดังกล่าวเรียกให้จีมินชะงัก นั่นสินะ โฮซอกเนี่ยอัจฉริยะชะมัด ทำไมเรื่องแค่นี้จีมินถึงคิดไม่ได้นะ!

 

สงสัยคงต้องหาของตอบแทนที่อาจารย์จองกุกมอบความรักให้เขา(คิดไปเอง)มาตลอดหนึ่งเดือนสักหน่อย

 

ในที่สุด วันรุ่งขึ้นจีมินก็มีห่อของขวัญสุดประณีตที่ตระเตรียมมาอย่างดีเพื่อจะมอบให้อาจารย์จองกุกสุดที่รัก

 

ทั้งที่มันควรเป็นเรื่องปกติอย่างเอาของไปให้แล้วพูดว่าขอบคุณที่เสียเวลามาสอนเสริมให้ทุกเย็นจนลูกศิษย์คนนี้สามารถทำข้อสอบผ่านเกณฑ์ แต่พอเอาเข้าจริงๆ จีมินกลับรู้สึกว่ามันยากแสนยากเพราะเขาหวั่นไหวกับอาจารย์จองกุกมากเกินไป จากที่คิดว่าจะให้ของขวัญดังกล่าวตั้งแต่เช้า กลับกลายเป็นว่าจีมินมายืนอยู่หน้าประตูห้องพักครูตอนหลังเลิกเรียนจนได้ กายบางหยุดชะงักอยู่ตรงนั้นร่วมสิบนาทีก็ยังไม่กล้าเข้าไปจนกระทั่งคนด้านเป็นฝ่ายเปิดประตูออกมาก่อน

 

ยะ แย่ละ ยังไม่ได้เตรียมใจเลยนะ

 

แล้วทำไมเขาต้องทำตัวอย่างกับจะมาสารภาพรักแบบนี้ด้วย!

 

“อะ อ้าวแมวน้อย  วันนี้ไม่มีเรียนเสริมนี่นา มีธุระอะไรรึเปล่า”เสียงแหบทุ้มเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เจ้าของใบหน้าเพอร์เฟคเลิกคิ้วมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆออกมาเหมือนเคย แต่พอรับรู้จากสายตาสั่นระริกว่าลูกศิษย์กำลังกังวล

 

“คะ คือ”

 

ท่องเอาไว้พัคจีมินว่านี่ไม่ใช่การสารภาพรัก แค่ให้ของขอบคุณไง แค่ของขอบคุณ!

 

“หืม ว่าไง”อาจารย์หนุ่มถามย้ำพร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาใกล้ๆ เป็นอีกครั้งที่จีมินถูกทำให้เขินสุดท้ายจึงกลั้นหายใจยื่นห่อของขวัญออกมาสุดแขน

 

 “เอาของมาให้” อาจารย์หนุ่มรับห่อนั้นไปด้วยสีหน้างุนงง มองของขวัญในมือสลับกับใบหน้าจิ้มลิ้ม และทันทีที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีช็อกโกแลตจองกุกก็ต้องฝืนยิ้มออกมาเพื่อกลบเกลื่อนสถานการณ์กระอักกระอ่วน

 

บอกแล้วใช่ไหมว่าพัคจีมินไม่มีทางปิดบังความรู้สึกเวลาอยู่ต่อหน้าเขาได้

 

 “นี่มันอะไรกัน พัคจีมินเนี่ยนะให้ของขวัญครู แอบชอบครูหรือไง”เสียงแหบทุ้มเอ่ยกระเซ้า พยายามหยอกล้อให้จีมินเอ่ยประโยคเสียดสีอะไรออกมาเหมือนเคย แต่ผิดคาด จีมินกลับนิ่งไปไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยริ้วรอยแดงจนถึงใบหู ท่าทางผิดปกติพวกนั้นทำไมคนที่มีประสบการณ์มากกว่าอย่างจองกุกจะดูไม่ออก

 

ให้ตายเถอะ มันไม่ควรเป็นแบบนี้

 

“อย่าบอกนะว่าชอบจริงๆ”อาจารย์หนุ่มถามด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ใบหน้าเพอร์เฟคเรียบนิ่งไม่แสดงความหยอกเย้าเหมือนทุกทีทำให้จีมินใจหายวาบ

 

แย่ล่ะ อาจารย์จองกุกกำลังจะรู้ความลับของเขาแล้ว

 

“คะ คือ”จีมินนึกอยากพูดประโยคแสนร้ายกาจออกมากลบเกลื่อนแต่นึกไม่ออกด้วยกำลังเสียการทรงตัว ยิ่งถูกคาดคั้นก็ยิ่งกดดันตื่นเต้นจนไม่สามารถปิดบังความรู้สึกใดๆได้อีกต่อไป

 

ความลับที่ถูกเก็บไว้มานานจึงถูกเปิดเผยในที่สุด

 

“พัคจีมิน ถ้าของขวัญนี่ให้เพื่อสารภาพรักครูคงรับไว้ไม่ได้นะครับ ผิดหวังนะเนี่ย ไม่คิดว่านักเรียนดีเด่น ที่ดูไร้อารมณ์แบบเธอจะหวั่นไหวกับใครง่าย...

 

พลั่ก

           

ยังไม่ทันที่อาจารย์จองกุกจะพูดประโยคแสนร้ายกาจพวกนั้นจบ มือเล็กก็ผลักกายสูงโปร่งอย่างแรงจนเกือบล้ม จองกุกตวัดใบหน้าหันกลับมาตั้งใจจะเอ่ยดุลูกศิษย์แต่ภาพที่เห็นก็ทำให้เขานิ่งงันแทน

 

ข้างแก้มขาวใสของพัคจีมินกำลังเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา

 

สีหน้าแสนเศร้าขอคนที่ไม่เคยแสดงความรู้สึกใดๆออกมาเลยทำให้จองกุกสะเทือนใจไม่น้อยแต่ก่อนจะได้เอ่ยคำใด คนตัวเล็กก็วิ่งหนีออกจากห้องพักครูไปก่อนแล้ว ทิ้งให้จองกุกอยู่กับห่อของขวัญสุดประณีตที่บ่งบอกว่าเจ้าของตั้งใจห่อให้เป็นอย่างดี ดวงตากลมปรายมองมันก่อนจะก้มลงเก็บขึ้นมาแกะดู และเมื่อเห็นว่าภายในเป็นอะไรจองกุกก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับขยี้ผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด

 

พวงกุญแจตุ๊กตาหัวกะโหลกที่มีหูกระต่ายประดับตกแต่งเข้าไปเพิ่ม บ่งบอกว่าคนทำตั้งใจเย็บให้เป็นอย่างดี

 

“ทำไมถึงชอบของแบบนี้ได้กันนะ”

 

“ครูรักมันเลยล่ะ เจ้านี้ทำให้ครูได้คะแนนชีวะเต็มมาตลอดเลยนะ”

 

“เพ้อเจ้อ”

 

เด็กบ้าเอ๊ย

 

แล้วแบบนี้ ที่พยายามห้ามความรู้สึกตัวเองมาตลอดก็ไร้ความหมายน่ะสิ

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

เพราะอดทนต่อความว้าวุ่นใจไม่ไหว ในเช้าวันเสาร์จอนจองกุกก็มาโผล่หน้าบ้านลูกศิษย์ตัวเล็กที่สามารถทำให้ชายหนุ่มวัย26ปีกระวนกระวายตลอดทั้งคืน

 

มือเรียวส่งไปกดกริ่งหน้าบ้าน ระหว่างรอก็ใจเต้นถี่อย่างลุ้นระทึก ไม่รู้ว่าถ้าคนตัวเล็กเห็นเขาจะรีบวิ่งหนีไปหรือจะขับไล่ไสส่งหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆจองกุกก็ไม่มีแผนสำรองซะด้วย

 

แต่ระหว่างที่กำลังกังวลอยู่นั้น คนที่มาเปิดประตูให้กลับเป็นหญิงวัยกลางคนรูปร่างเล็ก ใบหน้าเธอสวยหวานคล้ายคนที่จองกุกคิดถึงมาตลอด เดาได้ไม่ยากว่าคงเป็นคุณแม่ของจีมินแน่นอน คิดได้ดังนั้นจองกุกจึงรีบโค้งให้เมื่อเธอเดินมาถึง

 

“สวัสดีครับ”

 

“สวัสดีค่ะ มาหาใครเหรอคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงใจดีเพราะไม่คุ้นว่าชายหนุ่มใบหน้าหล่อเพอร์เฟคตรงหน้าเป็นใคร คำถามของเธอทำให้จองกุกพยายามครุ่นคิดว่าควรต้องตอบยังไงเพื่อให้หญิงวัยกลางคนยอมเปิดประตูให้เขาสามารถเข้าไปหาคนตัวเล็กได้

 

เอาวะ ไม่มีทางเลือกแล้ว

 

 “คือ ผมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของจีมินน่ะครับ มีธุระจะคุยด้วยนิดหน่อย” จองกุกนึกขอโทษเธอในใจที่ต้องโกหก มันเป็นตัวอย่างที่ไม่ได้ค่อยดีนักสำหรับคนเป็นครูแต่ถ้าไม่พูดไปแบบนั้นเขาคงไม่มีทางได้มายืนอยู่หน้าประตูห้องลูกศิษย์ตัวเล็กในตอนนี้อย่างแน่นอนเพราะทันทีที่คุณแม่รู้ว่าเขาเป็นอาจารย์ก็เดินมาส่งถึงหน้าประตูห้องเสร็จสรรพ

 

ขอโทษอีกครั้งนะครับคุณแม่

 

ดวงตาสีเมทัลจ้องมองบานประตูอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งที่จีมินเป็นเพียงแค่เด็กม.ปลายเท่านั้นแต่ไม่รู้ทำไมถึงสามารถทำให้เขาเสียการทรงตัวได้ขนาดนี้ จองกุกสูดลมหายใจระงับความตื่นเต้น ในที่สุดก็ตัดสินใจเคาะประตูสองสามครั้ง รอไม่นานคนด้านในก็มาเปิดให้

 

แกร๊ก

 

“งะ ไง” เสียงแหบทุ้มเอ่ยทักตะกุกตะกัก สาบานได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่จองกุกรู้สึกไร้ความมั่นใจเรื่องความรัก

 

“อาจารย์” พัคจีมินในสภาพชุดนอนแถมตาบวมเป่งดูก็รู้ว่าผ่านการร้องไห้มาตลอดทั้งคืนแสดงสีหน้าตกใจออกมาเล็กน้อย(ย้ำว่าเล็กน้อย) เมื่อตั้งสติได้คนตัวเล็กก็ทำท่าจะปิดประตูใส่แต่จองกุกไวกว่าแทรกตัวเข้ามาในห้องได้ทันแถมยังกดล็อคประตูอีกต่างหาก

 

เอาล่ะ เมื่ออยู่ในห้องนี้เขาจะทิ้งความเป็นครูแล้วนะ

 

“มาได้ไงคนตัวเล็กเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่จองกุกจับสังเกตได้ว่าไม่พอใจ

 

“ก็มาหาคนขี้แงไง” คำตอบจากเสียงแหบทุ้มเรียกให้จีมินแสดงสีหน้าหงุดหงิด จองกุกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่รู้สึกชอบใจ ก็นะ อย่างน้อยๆเวลาอยู่ด้วยกันสองคนจีมินก็มีสีหน้าแบบอื่นนอกจากเฉยเมย (ถึงแม้จะเป็นในรูปแบบของความหงิกงอก็เถอะ)

 

“กลับไปเลยไป” เสียงแหบหวานเอ่ยไล่ พยายามดันกายใหญ่โตให้ออกจากห้องไปแต่นั่นกลับเปิดโอกาสให้อาจารย์หนุ่มรวบคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอดได้สะดวกขึ้นมากกว่า

 

“ไม่กลับ”

 

“เป็นอาจารย์ไม่ควรเข้ามากอดนักเรียน ในห้องนอนของนักเรียนแบบนี้นะครับ” จีมินประชด ในแววตาแฝงความเจ็บปวดไว้มากมายจนจองกุกรู้สึกผิด ยิ่งจีมินย้ำคำว่านักเรียนก็ยิ่งปวดหนึบไปทั้งใจ

 

“ฉันขอโทษ” คำขอโทษและสรรพนามแทนตัวของอาจารย์หนุ่มทำให้ภายในห้องเกิดสภาวะเดดแอร์ขึ้นชั่วขณะ พวกเราสบประสานสายตา ต่างฝ่ายต่างพยายามส่งผ่านความรู้สึกให้กัน และในที่สุดจีมินก็เผยความอ่อนแอออกมาก่อนเมื่อรับรู้ถึงสายตาที่เปลี่ยนไปของคนตรงหน้า

 

“ผมเกลียดอาจารย์” แววตาอบอุ่นคู่นั้นทำให้จีมินหายใจไม่ออก เขาอยากเป็นบ้าตายกับความใจดี ความอ่อนโยนและความร้ายกาจของอาจารย์

 

อยากเกลียดทั้งที่ทำไม่ได้

 

“แต่ผมก็ชอบอาจารย์มากเหมือนกัน”

 

จบประโยคดังกล่าว จองกุกก็ปิดริมฝีปากอวบอิ่มด้วยจูบของเขา

 

ริมฝีปากร้อนทาบจูบเนิบนาบแสนอ่อนโยนมอบให้ลูกศิษย์ตัวเล็ก ฝ่ามือใหญ่ประคองใบหน้าหวานให้แนบชิดมากขึ้น จูบนี้ทำให้จองกุกเรียนรู้ว่าจีมินนั้นหอมหวานกว่าที่จินตนาการเพียงใด อาศัยประสบการณ์ที่มีมากกว่ากระซิบบอกคำรักผ่านรสสัมผัส แน่นอนว่าจีมินสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เพิ่งเข้าใจว่าการได้แนบชิดกับคนที่แอบชอบมาตลอดนั้นรู้สึกดีจนแทบล้นทะลักขนาดไหน

 

รู้สึกวูบวาบไปทั้งอกเมื่อรับรู้ว่าพวกเราใจตรงกัน

 

“ฉันจะรอจนกว่าเธอจะเรียนจบนะ”เสียงแหบทุ้มเอ่ยกระซิบริมใบหู จมูกโด่งคลอเคลียข้างแก้มเนียนอย่างที่นึกอยากทำมาโดยตลอด

 

“เมื่อถึงตอนนั้นกรุณาคบกับฉันอย่างเป็นทางการด้วย”สิ้นสุดประโยคดังกล่าวกายเล็กก็โอบกอดคนตัวสูงแน่น ใบหน้าที่มักจะเรียบเฉยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและมันช่างสดใสชวนใจเต้นจนจองกุกนึกหวง

 

อย่าหวังว่าใครจะได้เห็น เพราะรอยยิ้มสดใสแบบนี้มีเพียงจอนจองกุกเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ

 

“ยินดีครับอาจารย์”

 

หลังจากนี้ จีมินคงจะเฝ้ารอให้ถึงวันจบการศึกษาอย่างใจจดใจจ่อเลยล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สกรีม  P35  พร้อมติด  #kmsomewhere

ที่สำคัญ!  อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นการติชม และเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนกันนะคะ :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #856 wgammyy (@gam_ss_sone) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:12
    ไรท์คะ ไม่รู้ไรท์จะเห็นเม้นท์เรามั้ย แต่อยากบอกว่า เราอยากอ่านต่อมากเลย ให้ตายเถอะ!!!! มันน่ารักมาเลย ฮือออออออออออออ อยากอ่านต่อออออออ
    #856
    0
  2. #805 musesxchim (@iamhim_bts) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 11:17
    กรี๊ดด เขินมากเลย นี่เขินอ.จองกุกตามไปด้วยเลย ;-; รีบๆ เรียนจบนะคะลูกก <3
    #805
    0
  3. #760 Snoop (@snoopyyahey) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 18:55
    น่าร้ากกกก โอ้ย ใจเรา
    #760
    0
  4. #683 kmGoodDay (@kmGoodDay) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 18:01
    เราเคยอ่านการ์ตูนพล็อตนี้เลย ที่นางเอกชื่อคุรุมิ(ใช่ป่าว) 55555555 จีมินเจ้าแมวน้อย
    #683
    0
  5. #650 YooAooo (@yooaooo) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 10:48
    พล็อตเอามาจากหนังญี่ปุ่นใช่มั้ยคะ แงง เราชอบมากเลย พอเอามาแต่งเป็นกุกมินยิ่งน่ารักกกกกกก
    #650
    0
  6. #619 SebastiaNoon (@pp_sebastianoon) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 02:00
    โอ้ยให้ตาย ลุ้นนะคะเนี้ย ฮือออ~
    #619
    0
  7. #559 jaeureka98 (@jaeureka98) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 22:31
    อาจารย์คะ จีมินจบม.ปลายแล้ว อย่าลืมขอแต่งงานนะคะ งือออ เด็กน่ายั้ก
    #559
    0
  8. #494 ccherbill (@ccherbill) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 15:11
    อาจารย์จองกุกกกกกกกกกก ทำไมขี้แกล้งแบบนี้คะ!!!!!
    ตอนแรกใจหายเลยคืดว่าจองกุกจะคิดกับจีมินแค่ลูกศิษย์จริงๆ ฮืออ อดทนรอวันเรียนจบนะลูกกกกกกกกกกกกกก
    ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆ นะคะเ
    #494
    0
  9. #491 ไอแดด (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 13:07

    น่ารักกกกกกกก

    #491
    0
  10. #482 jaeminnoona (@leedongdang) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 00:53
    จีมินไม่เบาเลยนะ 555555 นี่กลัวเรื่องพลิกมากแบบอาจารย์มีครอบครัวอยู่แล้วงี้ 55555
    #482
    0
  11. #476 kittaporn2550 (@kittaporn2550) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 23:00
    เขินนนน
    #476
    0
  12. #475 Z0227Z (@witch0227) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 22:58
    อ่านปุ้บรู้เลยใครแต่ง5555555 และคิดว่าใช่แน่นอน
    #475
    0
  13. #474 blugarxx (@sehunyehet92) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 22:50
    นี่ว่าไรท์คนนั้นแน่เลย จำภาษาได้ ._. พล็อตน่ารักกก น้องจีมินดูน่าแกล้งมาก เพราะน้องเป็นคนหน้านิ่ง ถ้าได้เห็นน้องยิ้มหรือเขินเพราะตัวเราคงจะมีความสุขมากๆ เนอะอาจารย์จองกุก555555 แกล้งน้องตลอดเลย
    #474
    0
  14. #473 cdpchiic (@cdpchiic) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 22:19
    แบบนี้ก็ต้องรีบเรียนจบแล้วป่ะพัคจีมิน55555555
    #473
    0