[OS KOOKMIN] SOMEWHERE ONLY WE KNOW PROJECT 2018

ตอนที่ 40 : PLACE 38 | สนามเด็กเล่น {19.06.18}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    24 ก.ค. 61


PLACE 38 | สนามเด็กเล่น

–– Daddy n The Lollipop

by : Syringa { @Syringa_saisai }


โลกหมุนให้เขาและเธอมาเจอกันอีกครั้ง

และเขาจะไม่ยอมให้ลูกชายตัวแสบเข้ามาขวางได้อีก!






เด็กน้อยอายุ 6 ขวบใช้มือซ้ายจับสายชิงช้าส่วนมืออีกข้างก็จับก้านอมยิ้มที่เลยออกมานอกริมฝีปาก พลางใช้เท้าถีบพื้นทรายเบาๆ เพื่อให้ชิงช้าไกว

 

เวลานี้เป็นเวลาเลิกเรียน แต่จนแล้วจนเล่าก็ไร้วี่แววของผู้เป็นพ่อและแม่ เพื่อนร่วมห้องที่วิ่งเล่นอยู่อีกฝั่งก็ทยอยกลับกันไปจนเกือบหมด ส่วนที่เหลือก็เล่นวิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน

 

อยากไปเล่นด้วยจัง..

 

เธอนึกในใจแต่ไม่มีความกล้าจะเอ่ยปากขอ

 

กึ่ง!!

 

เด็กหญิงตกใจจนสะดุ้งเมื่อสายชิงช้าก็ถูกดึงจากด้านหลัง

 

"ตกใจหมดเลย"

 

"เห็นเธอเล่นอยู่คนเดียวก็อยากมาเล่นด้วยน่ะ"

 

ยังไม่ทันได้รับคำยินยอมชิงช้าก็ไกวขึ้นสูงจนเท้าของคนที่นั่งอยู่ลอยขึ้นจากพื้นด้วยความสูงที่มากขึ้นเกินความปลอดภัย

 

"มันสูงไปแล้วนะ"

 

"ไม่หรอก เธอก็จับไว้แน่นๆ นะ"

 

"พอแล้ว หยุดผลักเราเดี๋ยวนี้!"

 

เด็กน้อยกลัวจนน้ำตาปริ่มขอบตาเมื่อเพื่อนร่วมห้องก็ยังไม่หยุดแกล้งเขาแต่กลับผลักแรงขึ้นเรื่อยๆ และแล้วคนถูกแกล้งก็ลอยออกจากชิงช้าแล้วตกลงมาก้นกระแทกพื้นทรายด้านล่าง ส่วนตัวต้นเหตุที่รู้ตัวเร็วก็รีบมาดึงเอาเพื่อนตัวเล็กให้หลบพ้นชิงช้าที่เหวี่ยงลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก

 

เขาช่วยปัดทรายออกจากแขนขาและเสื้อผ้าของเพื่อนร่วมห้องที่ยังคงร้องไห้โฮ ยิ่งเห็นแผลถลอกที่หัวเข่าก็ยิ่งรู้สึกผิด

 

“ฮึก”

 

"ไปทำแผลเถอะ เดี๋ยวเราพาไป"

 

"..นายทำอมยิ้มเราเปื้อน"

 

คนถูกผลักชะงักไปเมื่อคนตัวเล็กร้องไห้กับอมยิ้มที่ถูกเคลือบด้วยเม็ดทราย และถึงจะพยายามปัดมันออกยังไงก็ไร้ผล

 

"ไหนว่าจะไม่แกล้งเราแล้วไง ฮึก"

 

"เราไม่ได้ตั้งใจ.."

 

"นายมันแย่ที่สุดเลย"

 

"เดี๋ยวเราเอาไปล้างให้ กินได้เหมือนเดิม นะๆ"

 

เด็กน้อยพยายามผลักคนที่ทู่ซี้จะมาเอาอมยิ้มของเขาไปล้างก่อนจะลุกขึ้นแล้วปาอมยิ้มใส่เพื่อนตัวร้าย

 

"หยุดแกล้งเราได้แล้ว!"

 

"ไม่หยุดหรอก" เขายืนขึ้นและมองหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาของเพื่อนตัวเล็ก

 

"เราเกลียดนาย!"

 

เด็กหญิงผลักอีกคนอย่างแรงก่อนจะวิ่งกลับไปที่ห้องเรียน เด็กชายมองตามหลังไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีเอาเสียเลย

 

ทุกอย่างที่เขาทำ

 

มันทำให้คนตัวเล็กเกลียดเขาซะแล้ว

 

อมยิ้มเปื้อนทรายถูกหยิบขึ้นมา

 

ถ้าล้างไปคืน จะถูกเกลียดน้อยลงมั้ยนะ

 

เด็กชายคิดขณะที่เดินไปเปิดก๊อกน้ำเพื่อล้างเศษทราย

 

"ทำอะไรลูกชาย!"

 

เด็กชายหันไปหาพ่อของตัวเองที่จับไหล่ทั้งสองข้างของเขา

 

"ล้างอมยิ้ม"

 

"หืม? ล้างทำไม"

 

"ผมทำมันเปื้อน"

 

คนเป็นพ่ออ้าปากค้าง

 

"ล้างแล้ว.. จะเอามาอมต่อเหรอ"

 

"ไม่ได้อมเอง ของเพื่อน"

 

"เพื่อนผู้หญิง?"

 

"ครับ"

 

"อืม เขาคงประทับใจในตัวลูกมาก" คนเป็นพ่อตบหน้าผากตัวเองดังแปะ "แต่พ่อว่าซื้อใหม่ดีกว่า เขาอาจจะยกโทษให้ก็ได้นะ"

 

"พ่อคิดว่างั้นเหรอ"

 

"ใช่สิ"

 

"งั้นเดี๋ยวกลับบ้านไปแคะกระปุกออมสินก่อนดีกว่า ตอนนี้ผมมีเงินติดตัวไม่พอ"

 

"ฮึ ไอ้เสือเอ๊ย"

 

"งะ" 

 

อมยิ้มส่วนที่ถูกละลายด้วยน้ำร่วงหลุดแปะลงพื้นเหลือไว้เพียงก้านพลาสติกสีชมพูที่ยังคามือของเด็กน้อยอยู่

 

"กลับบ้านกันเถอะ"

 

ก้านอมยิ้มถูกเก็บเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เด็กชายเดินตามหลังผู้เป็นพ่อไปเอากระเป๋าเรียนพลางคิดว่าเธอต้องดีใจและยกโทษให้เขาแน่ถ้าได้อมยิ้มอันใหม่

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

"ดีมาก"

 

"อย่างนั้นแหละจองกุก”

 

"ดี"

 

เสียงชมของตากล้องและเสียงกดชัตเตอร์ยังคงดังสลับกันอยู่อย่างนั้นนับครึ่งชั่วโมงท่ามกลางสายตาเคลิ้มฝันของเหล่าช่างแต่งหน้าทำผม 

 

กลางห้องคือจอนจองกุกที่ท่อนบนใส่เพียงเสื้อยีนส์สีเข้ม ชายเสื้อถูกมือของเจ้าตัวดึงเลิกขึ้นให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้อง แต่แค่นั้นก็เรียกเสียงโหยหวนจากลิงค่างบ่างชะนีในห้องสตูจนตากล้องวัยใกล้เกษียณร้องห้ามขึ้นมาจนคนเหล่านั้นต้องหุบปากเก็บน้ำลายกันแทบไม่ทัน

 

จากผลงานทั้งหลายที่ผ่านมาก็พิสูจน์ได้ว่านายแบบสุดฮอตของทศวรรษนี้ คือเขานี่แหละ

 

จอนจองกุก

 

ถึงแม้จะมีลูกติดมาก็เถอะ..

 

"จองกุก โทรศัพท์แกสั่นมาครึ่งชั่วโมงแล้ว"

 

เมื่อจบการถ่ายแบบเดี่ยวของจอนจองกุก นางแบบที่มีคิวถ่ายเป็นคนถัดไปบุ้ยปากไปยังเทคโนโลยีเครื่องบาง

 

"ไม่รอดแน่ คิๆ"

 

"ไปทำงานเลยไป!"

 

นางแบบสาวหัวเราะลั่นก่อนจะเดินไปเตรียมตัวถ่ายแบบทิ้งให้นายแบบหนุ่มยืนเหงื่อแตกอยู่กับโทรศัพท์ในมือตัวเอง

 

"ชิบหาย 30 กว่ามิสคอล.."

 

เมื่อเห็นตัวเลขบอกเวลาและชื่อของคนโทรเข้า ขายาวๆ ก็รีบก้าวเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า บอกลาทุกคนก่อนจะจ้ำอ้าวไปที่รถยนต์สุดหรู

 

ตื๊ดดด~

 

"x!"

 

เขาแทบทำโทรศัพท์หล่นจากมือเมื่อมันสั่นขึ้นมาอีกครั้ง และคนที่โทรเข้ามาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

 

(ไอ้เวร! ทำเหี้ยไรอยู่ไม่รับโทรศัพท์วะ)

 

จอนจองกุกแทบดึงออกจากหูไม่ทัน

 

"ก็ทำงานไง ไม่ได้เปิดเสียงเรียกเข้า"

 

(อย่าบอกนะว่าป่านนี้มึงยังไม่ไปรับจองฮัน)

 

"ถึงโรงเรียนแล้ว"

 

โกหกไปก่อนเพื่อรักษาชีวิตและสภาพหู

 

(ตอแหล นี่มึงทำงานจนลืมไปรับลูกใช่มั้ย!)

 

"โว้ย ก็รีบที่สุดแล้ว กูเหยียบคันเร่งจนมิดแล้วเนี่ย"

 

(นี่ถ้ามึงยังเป็นแบบนี้อีกกูจะเอาลูกมาเลี้ยงเอง จำไว้เลย)

 

"เบื่อจะคุยกับมึง วางสายไปเลยไป"

 

(กูก็เบื่อมึงเหมือนกันนั่นแหละ คิดว่ากูอยากจะเสวนากับมึงนักหรือไง แล้วไปรับลูกก็อย่าไปหม้อใครให้ลูกขายหน้าอีก ได้ยินมั้ย!?)

 

"รำคาญโว้ยยย"

 

จอนจองกุกตัดสายทิ้งอย่างไม่ไยดี เขาล่ะอยากฆ่าตัวตายวันละหลายๆ รอบเมื่อต้องมีปากเสียงกับเพื่อนสนิทที่พ่วงด้วยตำแหน่งแม่ของลูก

 

ทุกอย่างมันผิดพลาดตอนที่เขาอายุได้แค่ 18 ปี

 

มินยุนกิเพื่อนรักคนเดียวของเขาเฮิร์ตเพราะเพิ่งเลิกกับแฟน ส่วนจอนจองกุกก็เมาเป็นหมา ความขาดสติในวันนั้นทำให้เกิดความผิดพลาดทางเทคนิค...

 

พวกเขาแทบอยากฆ่าตัวตาย ณ ตอนที่รู้ว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของพวกเขากำลังเจริญเติบโตขึ้น แต่ด้วยความสงสารเด็กน้อยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ พวกเขาจำต้องรับผิดชอบ แต่ด้วยความมีฐานะอยู่พอสมควรของตระกูลจอนและตระกูลมิน มันไม่ยากเลยที่จะเลี้ยงเด็กอีกคน ยิ่งเป็นเด็กผู้ชายด้วยแล้วก็สมใจผู้ใหญ่ของสองตระกูล แต่ปัญหามันก็คือความสัมพันธ์ของมินยุนกิกับจอนจองกุกนี่แหละ 

 

อันที่จริงพวกเขาเคยพยายามแล้ว ทนอยู่ด้วยกันได้ถึงหกเดือน แต่ทั้งคู่ก็ต้องเข้าโรงบาลปรึกษาจิตแพทย์ เพราะสุขภาพจิตที่ย่ำแย่เข้าขั้นโคม่า

 

มินยุนกิจึงตัดสินใจไปเรียนต่อและทำงานอยู่ที่ต่างประเทศหลังจากทำข้อตกลงว่าพวกเขาจะได้จอนจองฮันไปเลี้ยงได้ครั้งละ 2-3 ปี สลับกัน โดยที่พวกเขาสามารถติดต่อกับลูกได้ตลอดเมื่อต้องการ

 

และนี่ก็คือที่มาของซิลเกิ้ลแด๊ดอย่างจอนจองกุกที่ตอนนี้อายุเพียงแค่ 25 ปี แต่ดันมีลูกชายที่อายุปาเข้าไป 6 ขวบแล้วและมันทันใช้เกินไป..

 

"มาว่าเราหม้อผู้หญิง ทีตัวเองหนีไปมีผัวใหม่นี่ยังไม่ว่าสักคำ"

 

จอนจองกุกบ่นอุบอิบมาตลอดทางการวิ่งกระหืดกระหอบมาจนถึงตึกเด็กอนุบาล แต่เขาก็พบแต่เพียงความว่างเปล่า ไม่มีครูประจำชั้นสุดสวย ไม่มีเด็กอนุบาล 

 

เมื่อตั้งสติได้ก็นึกขึ้นมาได้ว่าจอนจองฮันชอบไปเล่นที่สนามเด็กเล่นหลังตึกนี้เพื่อรอให้เขามารับ เขาเดินไปในเส้นทางที่คุ้นเคย ใจหนึ่งรู้สึกผิดที่มารับลูกช้า ใจหนึ่งก็โกรธและไม่เข้าใจว่าทำไมคุณครูถึงปล่อยให้ลูกเขาอยู่คนเดียว

 

ถ้าจอนจองฮันเป็นอะไรไป เขาก็คงต้องกลายเป็นพ่อที่แย่กว่าที่เป็นอยู่

 

"ฮะๆ อย่าแกล้งสิ"

 

กึก

 

จอนจองกุกรู้สึกเหมือนร่างกายชาวาบไปทั้งตัว แข้งขาแข็งนิ่งอยู่กับพื้น สมองอ๊องไปชั่วคราว

 

เส้นผมสีบลอนด์ความยาวไม่มากสยายไปด้านหลังตามแรงลม ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มอย่างมีความสุข ดวงตาปิดแน่นเป็นสระอิเพราะกลัวความสูงของชิงช้าที่ไกวขึ้น

 

เธอคนนั้นบนชิงช้าตัวนั้น..

 

"..."

 

"พ่อ!!"

 

เด็กชายที่กำลังไกวชิงช้าอยู่หันมาร้องเสียงดังลั่นก่อนจะวิ่งมาทางคนเป็นพ่อ

 

จอนจองก้มลงไปอุ้มคนเป็นลูกที่สูงเพียงต้นขาของขึ้นมานั่งบนแขนซ้ายของตนโดยที่สายตายังคงจับจ้องไปยังผู้หญิงที่ลุกออกมาจากชิงช้าที่หยุดนิ่ง โดยที่เธอก็มองเขาอยู่เช่นกัน

 

"จอนจองกุก" 

 

"..."

 

"ใช่มั้ย?"

 

เธอยิ้มเป็นมิตร แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หัวใจของจอนจองกุกเต้นแรงและเร็วขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน.. อย่างน้อยถ้ามันเคยเกิดขึ้น ตอนนั้นมันก็ผ่านมานานมากแล้ว

 

"จำเราได้มั้ย?"

 

"เงียบแบบนี้คือจำเราไม่ได้ล่ะสิ เราชื่อ.."

 

"ปาร์คจีมิน"

 

"..."

 

"เรา.. ไม่เคยลืมเธอ"

 

"เราก็ไม่เคยลืมนาย"

 

ทั้งสองคนยิ้มให้กัน

 

วันวานที่ไม่ได้สวยหรูนักมันย้อนกลับมา แต่ไม่ว่าจะยังไงการได้กลับมาเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เตอหน้ากันเป็นสิบๆ ปี ความรู้สึกดีๆ ก็สามารถเกิดขึ้นมาได้เสมอ จนกระทั่ง..

 

"แล้วพ่อลืมแม่หรือยัง"

 

"จองฮัน!"

 

จอนจองกุกหันไปแยกเขี้ยวใส่ลูกชายตัวเองที่หัวเราะเอิ๊กอ๊ากอยู่ ปาร์คจีมินเห็นแบบนั้นก็อดยิ้มเอ็นดูสองพ่อลูกไม่ได้

 

"เอ้อจีมิน ไปหาอะไรทานมื้อเย็นด้วยกันมั้ย เรามีเรื่องอยากคุยกับเธอเยอะแยะไปหมดเลย"

 

"เอ่อ.."

 

"แต่ผมง่วงแล้วอ่ะ อยากกลับบ้าน"

 

จอนจองกุกกัดฟันกรอดส่วนจอนจองฮันส่งยิ้มสดใสกลับไปให้คนเป็นพ่อ

 

ทำไมเขาจะไม่รู้ มินยุนกิน่ะตัวเสี้ยมให้ลูกมาขวางทางความรักเขาอยู่เสมอๆ น้อยครั้งที่จอนจองกุกจะเจอใครสักคน ใครสักคนที่เขาจะสามารถรู้สึกรักได้ แต่แล้วเธอเหล่านั้นก็ต้องจากไปเพราะเด็กน้อยคนนี้แหละ เด็กน้อยที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของจอนจองกุก และเขาก็ไม่สามารถทำร้ายจิตใจลูกได้

 

แต่ครั้งนี้จอนจองกุกจะไม่ยอมอีกแล้ว! เขาจะไม่ยอมเสียปาร์คจีมินไปอีก

 

เขาต้องหาตรงกลางระหว่างเรื่องนี้ให้ได้..

 

"จองกุก เราไว้วันหลังดีกว่านะ"

 

ปาร์คจีมินพูดขัดกระแสไฟที่วิ่งเป็นทางเชื่อมออกมาจากดวงตาของพ่อและลูก

 

"เรามีธุระพอดี"

 

"เสียดายจัง"

 

จอนจองฮันกลอกตาเมื่อเห็นว่าคนเป็นพ่อทำคอตก

 

"แล้วเมื่อไหร่เราจะได้เจอกันอีก ._."

 

"นี่ นามบัตรเรา"

 

ไม่ได้เว่อร์ แต่จอนจองกุกไม่รู้เลยว่าจะหุบยิ้มได้ยังไง เขายื่นมือสั่นๆ รับมาในขณะที่หัวใจพองโตจนแทบแตกระเบิดออกมา

 

"เราไปก่อนนะ บ๊ายบายจองฮัน"

 

"บ๊ายบายครับน้าจีมิน"

 

"เออจีมิน เรายังไม่ได้ถามเลยว่าเธอมาทำอะไรที่นี่"

 

ปาร์คจีมินที่ยังเดินห่างออกไปไม่ไกลเท่าไหร่หันกลับมาตอบคำถามของเพื่อนเก่าด้วยรอยยิ้ม

 

"เราจะให้ลูกมาเรียนที่โรงเรียนนี้"

 

คำว่าลูกกระแทกหัวจอนจองกุกจนแทบทรงตัวไม่อยู่

 

"ก็เลยมาทำเรื่องไว้ก่อนน่ะ"

 

"..."

 

"ไว้เจอกันนะจองกุกอ่า"

 

เธอเดินจากไปพร้อมรอยยิ้มที่สดใส ทิ้งไว้เพียงเขาที่หัวใจเหี่ยวเฉาและฟีบลงเหมือนลูกโป่งมีรอยรั่ว ลูกชายเห็นดังนั้นจึงจับศีรษะของคนเป็นพ่อมาพิงหัวทุยของตัวเองก่อนลูบไหล่พ่อตัวเองเบาๆ

 

"พ่อครับ" 

 

"หืม"

 

จอนจองกุกตอบกลับอย่างคนวิญญาณหลุดออกจากร่าง

 

"น้าจีมินมีลูกแล้ว"

 

“...”

 

"หมายความว่าน้าจีมินก็ต้องมีแฟนแล้วใช่มั้ยครับ"

 

"พ่อจะร้องไห้แล้วจองฮัน พอเถอะ"

 

"ผมแค่จะบอกว่า.."

 

"..."

 

"พ่อแห้วอีกแล้วอ่ะ"

 

"ไอ้ลูกคนนี้!!"

 

ไม่ยอมโดนทำโทษ จอนจองฮันที่ระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่นโรงเรียนก็กระโดดออกจากแขนพ่อตัวเองก่อนจะวิ่งหนีไปด้วยขาสั้นๆ ของตัวเอง

 

"ชีวิตมึงนี่นะจอนจองกุก"

 

เขาร้องไห้ในใจ

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

เด็กน้อยนั่งอยู่บนชิงช้า ปลายเท้าเตะทรายเบาๆ เพื่อให้มันแกว่ง ดวงตากลมโตก้มมองอมยิ้มในมือ

 

"จองกุก ไปเล่นวิ่งไล่จับกัน!"

 

เพื่อนๆ เรียกเขาจากฝั่งตรงข้ามของสนามเด็กเล่น แต่คนถูกเรียกกลับปฏิเสธด้วยการส่ายหน้าเบาๆ แล้วก้มหน้าอีกครั้ง และด้วยแรงโน้มถ่วงทำให้น้ำตาที่เอ่อล้นขอบตากลิ้งตกลงบนอมยิ้มที่ยังถูกหุ้มด้วยพลาสติกใส

 

"จองกุกอ่า"

 

เสียงคุ้ยเคยดังขึ้นแต่เขาก็ไม่กล้าเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ด้านหน้า

 

"ลูกพ่อร้องไห้ทำไม"

 

ยิ่งคนเป็นพ่อพูด น้ำตาของเด็กชายก็ยิ่งไหลทะลักออกมาโดยไร้เสียงสะอื้น คนเป็นพ่อสงสารลูกจับใจจึงนั่งยองลงกับพื้นแล้วลูบมือน้อยของลูกเบาๆ

 

"จีมินไม่มาเรียน"

 

"โถ่ ไว้ให้พรุ่งนี้ก็ได้ไอ้เสือ"

 

"จีมินจะไม่กลับมาเรียนแล้ว.. ฮึก"

 

"..."

 

"พ่อขับรถพาผมไปหาจีมินหน่อย"

 

"ที่ไหนล่ะ"

 

"อเมริกา"

 

คนเป็นพ่อเกือบหลุดขำแต่ก็อดกลั้นไว้ได้ทัน เขายีเส้นผมสีดำขลับด้วยความเอ็นดู

 

"อเมริกามันอยู่ไกลมากเลยนะ พ่อขับให้ไม่ไหวหรอก"

 

"นั่งรถไฟไปก็ได้"

 

เด็กน้อยยังคงรบเร้าจะนั่งรถไฟไปอเมริกาในขณะที่ใบหน้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา

 

"ผมต้องเอาอมยิ้มไปให้จีมิน ฮึก พ่อต้องพาผมไปสิ"

 

"จองกุกอ่า ฟังพ่อนะ พ่อรู้มันเป็นเรื่องที่ลูกไม่ได้ตั้งใจ ลูกไม่ได้ตั้งใจทำให้หนูจีมินเธอเสียใจ ร้องไห้ และลูกก็อยากจะรับผิดชอบ อยากจะแก้ตัว"

 

"อื้อ"

 

"ซึ่งพ่อภูมิใจมากๆ ที่ลูกของพ่อรู้สึกผิดเป็นและอยากจะรับผิดชอบ"

 

"..."

 

"เมื่อลูกโตขึ้น สักวันลูกอาจจะได้เจอกับเธออีกครั้ง พอถึงตอนนั้นก็บอกเธอไปซะว่าลูกรู้สึกยังไง"

 

"ผมจะได้เจอจีมินจริงๆ เหรอ"

 

"สักวันหนึ่ง"

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

วันนี้จองกุกรู้สึกเหมือนครึ่งหนึ่งในใจเขามันตายไป

 

หมดแล้วซึ่งความหวัง เธอในตอนนั้น ตอนนี้มีเจ้าของหัวใจแล้ว ซึ่งคนๆ นั้นไม่ใช่จอนจองกุก

 

จังหวะชีวิตของปาร์คจีมินกับจอนจองกุกมันต่างกันเกินไปและเขาก็คงต้องทำใจ

 

ก็แค่เป็นแบบนี้ต่อไป ซิงเกิ้ลแด๊ดที่หล่อเด็ดเผ็ดมันที่สุดในทศวรรษ ...และเหงาที่สุดในโลก

 

ร่างกายนายแบบหนุ่มพาดอยู่บนโซฟาด้วยความเหนื่อยกายและเหนื่อยใจ นิ้วชี้และนิ้วกลางคีบนามบัตร เขาจ้องมองชื่อและเบอร์ของปาร์คจีมินด้วยความแห้งเหี่ยวไร้เรี่ยวแรงมาเกือบ 10 นาที จนลูกชายที่ยืนกอดอกหรี่ตามองดูอยู่นานก็รู้สึกห่อเหี่ยวไปด้วย

 

"พ่อ"

 

"ครับ"

 

"ผมหิว"

 

"หิวเหมือนกัน"

 

จอนจองฮันกลอกตาด้วยความเบื่อหน่ายส่วนจอนจองกุกก็ลดนามบัตรลงแล้วจ้องมองเพดานด้วยสายตาเลื่อนลอย

 

"ทำไมพ่อเป็นแบบนี้เนี่ย"

 

"..."

 

"คนก่อนพ่อยังไม่เป็นขนาดนี้เลย อย่างน้อยก็แกล้งตื่นสายให้ผมไปโรงเรียนสาย แล้วนี่อะไร"

 

"อกหัก"

 

จอนจองฮันนิ่งไป 

 

"เหมือนขาหักน่ะเหรอ"

 

"..."

 

"ไปโรงบาลมั้ย"

 

"ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย"

 

".. แล้วมันเป็นแบบไหน"

 

"เฮ้อ เด็กอย่างลูกไม่เข้าใจหรอก"

 

จอนจองกุกถอนหายใจออกแรงๆ ก่อนจะเด้งตัวยืนขึ้นเต็มความสูง 

 

"ไปทำอะไรกินกันเถอะ"

 

จอนจองฮันรับหน้าที่ในการล้างผัก โดยที่คนเป็นพ่อเอากะละมังใส่น้ำมาวางไว้บนโต๊ะตัวเตี้ยที่อยู่ติดกับประตูครัวและห่างไกลจากระยะที่น้ำมันจะกระเด็นออกจากกระทะ เพิ่อความสะดวกและปลอดภัยในกิจกรรมการนั่งล้างผักของเด็กน้อย ส่วนคนเป็นพ่อก็ยืนทอดปลาในกระทะ

 

เด็กน้อยล้างผักในกะละมังไปเหลือบมองแผ่นหลังของคนเป็นพ่อไปท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ ผิดปกติจากทุกๆ วัน

 

สาเหตุต้องมาจากอาการอกหักของพ่อเขาอย่างแน่นอน

 

"พ่อ"

 

"ครับ"

 

"อกหักเป็นยังไงอ่ะ"

 

"ลูกไม่เข้าใจหรอก"

 

"ไม่อธิบายแล้วจะเข้าใจมั้ยล่ะ"

 

"งั้นฟังผ่านๆ ก็แล้วกันนะ ไม่ต้องพยายามเข้าใจมากก็ได้"

 

เด็กน้อยผงกหัวให้แผ่นหลังของคนเป็นพ่อ

 

"อกหักเป็นความเจ็บปวดในจิตใจ ไม่มีแผล ไม่มีเลือด แต่มันเจ็บข้างในร่างกาย ตรงหัวใจ"

 

"..."

 

"แต่เดี๋ยวมันก็หายไปเอง คนเราไม่ได้เสียใจร้องไห้ไปตลอดชีวิตฉันใด ก็ไม่ได้อกหักไปตลอดชีวิตฉันนั้น พ่อหวังว่านะ"

 

"โห คมกว่ามีด"

 

"ฮะๆ เข้าใจขึ้นมานิดๆ แล้วใช่มั้ยล่ะ"

 

"ไม่เข้าใจตั้งแต่เจ็บแต่ไม่มีแผลแล้ว ไม่มีแผลแล้วจะเจ็บได้ยังไงล่ะ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย"

 

จอนจองฮันยักไหล่ก่อนจะล้างผักในกะละมังต่อส่วนจอนจองกุกก็ปิดเตาแก๊ส

 

"ปลาสุกแล้ว ผักสะอาดหรือยังครับลูก"

 

"คร้าบ"

 

 

 

"นอนหลับฝันดีนะลูกพ่อ"

 

จอนจองกุกห่มผ้าห่มให้ลูกชายก่อนจะหอมพวงแก้มของลูกรักไปฟอดหนึ่ง

 

"พ่อรักจองฮันนะ"

 

"ผมก็รักพ่อ"                             

 

แต่ก่อนที่ประตูห้องนอนของจอนจองฮันจะปิดลงคนในห้องก็ส่งเสียงเรียกคนเป็นพ่อ

 

"พรุ่งนี้พ่อจะหายอกหักมั้ย"

 

จอนจองกุกไม่รู้จะทำสีหน้ายังไงหรือพูดอะไร เขาบอกฝันดีลูกอีกครั้งแล้วค่อยๆ ปิดประตู ขายาวก้าวลงบันไดมาชั้นล่าง สายตาเหลือบมองไปที่ตู้เย็นอยู่หลายหนจนตัดสินใจเดินไปหยิบเบียร์กระป๋องที่ซ่อนอยู่ในนั้นออกมาเปิดแล้วกลับมานั่งที่โซฟาตัวยาวตัวเดิม

 

ยังไม่ทันได้กระดกอึกแรก โทรศัพท์บนโต๊ะก็สั่นขัดขึ้นมา

 

'Min Yoongi'

 

"เฮ้อ"

 

(ทักทายด้วยการถอนหายใจเหรอ ประทับใจจัง)

 

"มีไรก็ว่ามา"

 

(เป็นไงบ้าง)

 

"ก็ดี เพิ่งส่งเข้านอนไปเมื่อกี้"

 

(ไม่ได้หมายถึงจองฮัน หมายถึงมึงอ่ะ)

 

"มึงเมายาคุมเหรอ"

 

(ยาคุม...มึงดิ อุตส่าห์ถามดีๆ)

 

"โทรมาถามสารทุกข์สุขดิบนี่ดูไม่ใช่มึงไง ก็เลยสงสัย"

 

(จะบอกให้ว่ากูใช้ยาฝังคุมกำเนิดมาปีกว่าแล้ว เคนะ ทีนี้ตอบมาได้ยัง)

 

"ก็เรื่อยๆ"

 

(แต่น้ำเสียงมึงดูเนือยๆ ผิดปกตินะ)

 

"คือกูเหนื่อย ทำงานมาเหนื่อยแล้วก็ขี้เกียจจะคุยกับมึงแล้ว"

 

(เรื่องผู้หญิง?)

 

"ไม่ใช่อย่างที่มึงคิดหรอก"

 

(กูว่ากูรู้จักมึงดีนะ สิ่งที่ทำให้มึงพาลได้ขนาดนี้มันมีไม่กี่อย่างหรอก)

 

"บอกว่ามะ.."

 

(คงไปจีบใครแล้วสุดท้ายเขาก็รับไม่ได้ที่มึงมีจองฮัน)

 

"หยุดพูดได้แล้วมินยุนกิ"

 

(แค่จะบอกว่าถ้ามึงไม่โอเคที่จะเลี้ยงจองฮันก็เอาลูกมาให้กูเลี้ยง ไม่ต้องรั้งลูกไว้แล้วทำให้มึงทุกข์ ลูกก็ทุกข์)

 

"กูไม่เคยทุกข์ที่ต้องเลี้ยงลูก แล้วนี่ก็ยังไม่ครบ 3 ปี ยังไงกูก็จะให้ลูกอยู่กับกูที่นี่ เพราะถ้าไม่มีจองฮัน.. กูก็ไม่เหลือใครแล้วนะยุนกิ"

 

(จองกุก)

 

"กูเหลือแค่จองฮันคนเดียว"

 

จอนจองกุกปาดน้ำตาออกจากใบหน้าตัวเอง

 

"กูเคยมีความหวังนะว่าจะได้เจอเขาอีกครั้ง แล้วกูก็จะบอกเขาว่ากูรู้สึกยังไง"

 

(ปาร์คจีมิน?)

 

"อืม ปาร์คจีมิน กูได้เจอแล้ว"

 

(แล้ว?)

 

"เขาบอกว่าเขามีลูก"

 

(มึงก็มี)

 

"แต่เขาก็คงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขพ่อแม่ลูก"

 

(แล้วไงวะ)

 

"แล้วไงวะ?"

 

(ที่มึงต้องการมาตลอดคือการบอกให้เขารู้ไม่ใช่เหรอว่ามึงรักเขา มึงคิดถึงเขา มึงรู้สึกผิดที่เคยทำเขาเสียใจ เคยแม้กระทั่งจะให้พ่อขับรถพามึงไปอเมริกาอะอิเวร นี่กูยังขำไม่หาย)

 

"เออ ตอนนั้นกูก็เด็กมั้ย"

 

(แต่ตอนนี่มึงโตเป็นควายแล้วเพื่อน จะทำอะไรก็รีบทำ)

 

"จะทำได้ยัง ถ้าเกิดกูเข้าไปเป็นปัญหาในครอบครัวเขาล่ะ"

 

(มึงก็แค่เพื่อนเก่าเพื่อนแก่น่ะ จะไปมีอิทธิพลอะไร ปาร์คจีมินจำชื่อจำหน้ามึงได้ก็อัศจรรย์ขนาดไหนแล้ว)

 

"ก็จริง"

 

(ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย)

 

"ไม่ แต่ก็ดีที่ได้ระบายมันออกไปบ้าง"

 

(อย่าพาลลูกล่ะ เข้าใจมั้ย)

 

"ไม่เคยทำเหอะ"

 

(ดี แค่นี้ละกัน ผัวจะหึง)

 

"เออ บอกมันด้วย.. ว่ากูไม่เมาเอามึงอีกครั้งแน่นอน"

 

ประโยคสุดท้ายจองกุกพูดให้เบาที่สุดเพราะกลัวลูกน้อยจะได้ยิน

 

(เออ กูก็ไม่เอามึงเหมือนกัน!)

 

อย่างน้อยมินยุนกิก็ทำให้เขาไม่ต้องพึ่งเบียร์ จอนจองกุกเทของเหลวออกจากกระป๋องใส่ในอ่างล้างจานก่อนจะใช้กระดาษแถวนั้นห่อกระป๋องทิ้งลงในขยะ ทั้งหมดนี้ก็เพราะไม่อยากให้จอนจองฮันต้องมารับรู้พฤติกรรมแบบนี้ของเขา

 

ประห้องนอนของลูกถูกเปิดออกอีกครั้งหลังจากที่เขาใช้เวลาอาบน้ำทาสกินแคร์ไปเกือบชั่วโมง จอนจองกุกปีนขึ้นเตียงจอนจองฮันด้วยความระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างน้อยคืนนี้เขาก็จะได้นอนกอดลูกล่ะนะ

 

"พ่อ"

 

"คะ ครับ? ทำไมยังไม่นอนอีกเนี่ย"

 

จอนจองฮันมองดวงตาของคนเป็นพ่อผ่านความมืด

 

"พ่ออกหักเพราะเรื่องน้าจีมินใช่มั้ย"

 

"จองฮันมัน.."

 

"ผมรู้ว่าพ่อเสียใจ ผมรู้นะ"

 

"...

 

"พ่อแอบซื้อเบียร์มาซ่อนไว้ในตู้เย็น พ่อทอดปลาไหม้ไปด้านหนึ่ง พ่อกินผักใบที่มีหนอนเข้าไปโดยไม่ทันได้ดู.."

 

"บอกพ่อสิว่าไอ้อันสุดท้ายนี่อำ"

 

สองพ่อลูกหัวเราะออกมาพร้อมกันถึงแม้ว่าจอนจองกุกจะยังพะอืดพะอมกับสิ่งที่ลูกชายพูดออกมาอยู่ก็ตาม

 

"แต่มันคือเรื่องจริงใช่มั้ยที่พ่อเสียใจเรื่องน้าจีมิน"

 

"นอนเถอะจองฮันอ่า ไม่ต้องไปสนใจหรอก"

 

"ต้องสิ พ่อเป็นพ่อผมนะ"

 

จอนจองกุกดึงเอาลูกชายมากอดแน่นในอ้อมแขน เขาไม่ชอบร้องไห้ให้ลูกเห็น เขาอยากจะแสดงออกให้จอนจองฮันมั่นใจได้ว่าเขาก็สามารถเป็นพ่อที่ดี เข้มแข็ง และเลี้ยงดูลูกได้

 

"จริงๆ แล้ว ผมอยากอยู่กันพ่อแล้วก็อยากอยู่กับแม่"

 

"..."

 

"แต่ผมรู้ว่าพ่อกับแม่อยู่ด้วยกันไม่ได้"

 

"พ่อขอโทษนะ.."

 

จอนจองกุกเขาซุกใบหน้าลงบนกลุ่มผมสีดำขลับของลูกน้อย

 

"ไม่เป็นไรเลย ถ้าพ่อมีความสุขผมก็มีความสุข ถ้าแม่มีความสุขผมก็มีความสุข เพราะงั้นผมอยู่กับใครก็ได้"

 

เขาได้แต่คิดว่าเขาต้องเป็นคนที่โชคดีขนาดไหนถึงมีลูกอย่างจอนจองฮัน

 

"พ่อเข้าใจแล้ว"

 

"เข้าใจว่า"

 

"ถ้าลูกไม่อยากให้พ่อมีผู้หญิงคนอื่นนอกจากแม่"

 

"..."

 

"ถ้าลูกอยากให้เราอยู่กันสองพ่อลูกแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ.. พ่อก็จะทำตามที่จองฮันต้องการ"                 

 

จอนจองฮันถอยตัวออกมาจากอ้อมกอดของคนเป็นพ่อ มือป้อมน้อยๆ ตบเข้าที่หน้าผากตัวเองดังแปะ

 

"พ่อไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆ นะเนี่ย"

 

เด็กอายุ 6 ขวบ หันหน้าเข้าหาคนเป็นพ่ออีกครั้งแล้วจ้องด้วยสายตาที่จริงจัง

 

"ผมอยากให้พ่อจีบน้าจีมิน"

 

"...จีบไม่ได้แล้วล่ะ"

 

"ทำไมอ่ะ"

 

"ก็เขามีลูกแล้วไง"

 

"พ่อ.. ฟังนะ ผมจะสารภาพอะไรให้ฟัง"

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

"นี่แหนะ!!"

 

เด็กชายวัย 6 ขวบจำนวน 4-5 คนหัวเราะดังลั่นสนามเด็กเล่นเมื่อเห็นท่าทีตลกของเด็กหญิงที่กรี๊ดด้วยความตกใจและหันมาตะครุบกระโปรงด้านหลังของตัวเองในทันทีที่รู้ตัวว่ามันถูกเลิกขึ้นด้วยฝีมือของเพื่อนร่วมห้องที่ไม่หยุดแกล้งเธอง่ายๆ พอเธอปิดกระโปรงด้านหลังก็โดนเปิดจากด้านหน้าอีก

 

"ใส่สีชมพูอีกแล้วเหรอ ฮ่าๆๆๆ"

 

"ฮึก หยุดนะ!"

 

เธอพูดเสียงดังแต่ก็หยุดเด็กชายที่ยังคงแกล้งเปิดกระโปรงเธออยู่อย่างนั้นไม่ได้ เธอมองหาคนช่วยแต่ก็ไม่มีคุณครูหรือผู้ใหญ่อยู่แถวนี้เลยสักคน ไม่มีใครช่วยเธอเลยสักคน พอไม่มีหนทางที่จะสู้ น้ำตาก็เอ่อล้นขอบตาของเด็กหญิงอีกครั้ง เป็นครั้งที่นับไม่ถ้วนแล้วตั้งแต่เธอย้ายมาเรียนที่โรงเรียนนี้ เธอกลายเป็นของเล่นที่เพื่อนจะมาเล่นด้วยยังไงก็ได้

 

"เฮ้ ทำอะไรกันน่ะ"

 

"จองกุกมาดูดิ จีมินใส่สีชมพูอีกแล้ว"

 

เด็กชายหัวเราะกันครื้นในขณะที่เด็กหญิงทรุดตัวลงกับพื้นทรายแล้วปิดหน้าร้องไห้ด้วยความกลัวและความอาย

 

"เมื่อวานก็สีชมพูนะ"

 

"สงสัยมีแต่กางเกงลิงสีชมพูแน่เลย"

 

"ฮ่าๆๆๆ"

 

จอนจองกุกเดินผ่านเข้ามาในวงที่มีปาร์คจีมินนั่งร้องไห้อยู่ก่อนจะก้มลงถาม

 

"เพิ่งรู้ว่าเธอชอบสีชมพู"

 

เด็กชายคนอื่นหัวเราะเสียงดัง และนั่นก็ทำให้เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมามองจอนจองกุกทั้งน้ำตาแต่เขาก็หลบสายตาที่ส่งความโกรธเกลียดนั้นมายังเพื่อนที่ล้อมวงอยู่

 

"แทฮยอง นายเป็นคนเปิดกระโปรงจีมินเหรอ"

 

"ใช่สิ"

 

จอนจองกุกพยักหน้าขึ้นลงก่อนจะหันไปถามเพื่อนคนอื่นซึ่งนับถือคิมแทฮยองเป็นหัวหน้าแก๊งประจำห้องอนุบาล 3/4

 

"พวกนายว่าแทฮยองจะใส่กางเกงในสีอะไร"

 

"พูดอะ.. เฮ้ยยย!!!"

 

กางเกงขาสั้นของเด็กชายผิวแทนร่วงลงมากองอยู่ที่ปลายเท้าด้วยน้ำมือของจอนจองกุก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน เด็กชายที่อยู่โดยรอบตาโตและยกมือน้อยๆ ขึ้นมาปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน 

 

"โอ้.. ไม่คิดว่านายจะลืมใส่กางเกงในมาโรงเรียน"

 

"อ๊ากกกกกกกก!!!!!"

 

คิมแทฮยองรีบดึงกางเกงตัวเองขึ้นก่อนจะวิ่งร้องไห้หนีกลับไปที่ห้องเรียนอย่างคนเสียสติ โดยที่เพื่อนคนอื่นยังคงมองหน้ากันเลิ่กลัก

 

"แล้วพวกนายล่ะ ใส่กางเกงในมาหรือเปล่า~"

 

"ไม่อยู่แล้วววววว!"

 

ทันทีที่จอนจองกุกก้าวเท้าเข้าไปหา เด็กชายที่ยืนรวมกันอยู่ก็วิ่งหนีไปคนละทิศละทาง เหลือไว้เพียงเด็กหญิงที่ยังหัวเราะคิกคักบนพื้นทราย เด็กชายจอนจองกุกที่หันกลับไปยื่นมือให้พร้อมรอยยิ้ม แต่เมื่อปาร์คจีมินเห็นดังนั้นจึงหุบยิ้มและลุกขึ้นมาปัดทรายออกจากกระโปรงโดยไม่รับการช่วยเหลือของคนตรงหน้า

 

"นายต้องถูกทำโทษแน่ๆ"

 

"???"

 

"แทฮยองต้องไปฟ้องคุณครูแน่ว่าถูกนายดึงกางเกง"

 

"แล้วไง"

 

"คุณครูก็ต้องบอกเรื่องนี้กับพ่อนาย แล้วนายก็ต้องโดนพ่อตี"

 

"เราว่าพ่อจะขำมากกว่า"

 

ปาร์คจีมินมองจอนจองกุกด้วยความไม่เข้าใจแต่เมื่อถูกจ้องกลับ เธอก็ละสายตาก่อนจะเดินหนีไปทางอื่น

 

"เดี๋ยวสิ"

 

จอนจองกุกวิ่งไปดักด้านหน้า

 

"เราอุตส่าห์ช่วยนะ ไม่ขอบคุณก็น่าจะยิ้มให้กันบ้างสิ"

 

"ทำไมต้องยิ้มให้นายด้วย นายแกล้งเราบ่อยกว่าแทฮยองอีก"

 

"แต่เราก็ไม่เคยเปิดกระโปรงเธอนี่"

 

"แต่นายเอาอมยิ้มเราไปซ่อน"

 

"เราเห็นเธอกินเยอะเกินไปแล้ว เรากลัวว่าฟันของเธอจะผุน่ะสิ"

 

"นายดึงผมเราตอนนอนด้วย"

 

"ไม่ได้ตั้งใจดึงสักหน่อย แค่อยากจับเล่นเฉยๆ"

 

"เล่นทำไม ผมเราไม่ใช่ของเล่นนะ"

 

"ก็มันช่วยให้นอนหลับ"

 

"ไม่เห็นเกี่ยวเลย แล้วนายก็หลบไปได้แล้ว เราจะเข้าห้อง"

 

"เราก็แค่อยากเล่นกับเธอ"

 

คนที่กำลังจะเดินหนีก็ชะงักขาตัวเองส่วนจอนจองกุกก็หลบตามามองที่พื้นเมื่อรู้ตัวว่ากำลังสารภาพหลายๆ อย่างในใจออกไป ซึ่งมันทำให้เขาเกิดความรู้สึกคาดหวังขึ้น เขาคาดหวังว่าจะได้รับปฏิกิริยาที่ดีขึ้น หรือแค่สักครั้งที่จะได้รอยยิ้มจากปาร์คจีมิน

 

"เธอจะยอมเล่นกับเรามั้ย"

 

เด็กหญิงรู้สึกสับสน ตั้งแต่เธอย้ายมาเรียนโรงเรียนนี้นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนบอกว่าอยากเล่นด้วย แต่คนๆ นั้นกลับกลายเป็นคนที่แกล้งเธอมาโดยตลอด

 

"เธอไม่ยอมคุยกับใครเลย เราก็ไม่รู้จะพูดยังไงให้เธอสนใจเรา"

 

“...”

 

"ขอโทษที่มันทำให้เธอรู้สึกแย่ แต่สัญญานะว่าต่อจากนี้จะไม่ทำแบบนั้นอีก"

 

“...”

 

“นะครับ”

 

"สัญญาก่อน"

 

"ครับ สัญญา"

 

จอนจองกุกยื่นนิ้วก้อยออกไปข้างหน้า ปาร์คจีมินลังเลอยู่สักพัก แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มจริงใจของเด็กชาย เธอเลยยอมเกี่ยวก้อยด้วย ท่าทีน่ารักของเด็กหญิงนี้ยิ่งทำให้จอนจองกุกฉีกยิ้มกว้างขึ้นไปอีกและนั่นก็เป็นครั้งแรกที่ปาร์คจีมินยิ้มให้เขา

 

น่ารัก

 

ปาร์คจีมินน่ารักที่สุดในโลกของจอนจองกุก

 

"นิ้วเธอน่ารักจัง"

 

"...นายล้อเราว่านิ้วสั้นเหรอ"

 

"ไม่.."

 

ยังไม่ทันได้แก้ตัว เด็กหญิงก็สะบัดตูดใส่แล้ววิ่งหนีเข้าห้องเรียนไป ส่วนจอนจองกุกก็ได้แต่ยืนงงและไม่เข้าใจว่าทำไมเมื่อกี้เขาไม่ชมว่าเธอน่ารักแทนที่จะชมนิ้วของเธอน่ารัก คิดได้ตอนนี้ก็สายไป เด็กชายได้แต่ยืนคอตก

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

สนามเด็กเล่นแห่งนี้เปลี่ยนไป..

 

แน่สิ มันผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว แต่ถึงแม้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปและใหม่ขึ้น แต่ก็ยังคงหลงเหลือบรรยากาศที่ทำให้เธอนึกถึงอดีต บริเวณที่เคยเป็นสไลเดอร์ เครื่องเล่นที่เธอเกลียดที่สุด ตอนนี้มันกลายเป็นบ้านตุ๊กตา และเครื่องเล่นหลายชิ้นก็ถูกรื้อถอนเพื่อนำของเล่นอันใหม่มาแทน ส่วนเธอนั้นก็เปลี่ยนไป จากที่เป็นนักเรียน ตอนนี้เธอกลายมาเป็นครูสอนเด็กอนุบาลที่โรงเรียนนี้ ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง..

 

ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ยังเหมือนเดิมก็คือความรู้สึกของเธอที่มีต่อสนามเด็กเล่นแห่งนี้ และอีกสิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมนั้นคือชิงช้า ถึงจะถูกเปลี่ยนเป็นอันใหม่ มันก็ยังคงตั้งอยู่ในตำแหน่งเดิม

 

ชิงช้าตัวตรงกลางนั่นคือที่ประจำของเธอ

 

แต่ตอนนี้ดันมีเด็กชายคนหนึ่งนั่งเล่นอยู่.. 

 

"น้องจองฮัน โทรตามคุณพ่อดีมั้ยคะ?"

 

คุณครูสาวที่ก่อนหน้านี้ยกข้อมือซ้ายขึ้นมาดูเวลาก็หยุดไกวชิงช้าให้นักเรียนตัวน้อย

 

"พ่อทำงานอยู่ครับ"

 

เธอเห็นใบหน้าที่รู้สึกผิดของเด็กชายแต่ก็เข้าใจถึงความลำบากใจของคุณครูสาวที่คงมีธุระต้องไปทำจริงๆ

 

"คุณครูคะ"

 

"อ้าว คุณปาร์ค"

 

เท้าหยุดชะงักหยุดนิ่งเมื่อเด็กชายหันหน้ามามองเธอด้วยตาใสแป๋วทันทีที่เธอส่งเสียงทักคุณครูที่อยู่ไกลออกไปหลายเมตร

 

เส้นผมสีดำสนิท ดวงตากลมโต ริมฝีปากหยักบาง และทุกพื้นที่บนใบหน้าของเด็กชายตัวน้อย

 

เหมือนเขาคนนั้นไม่มีผิด 

 

"นึกว่าคุณกลับไปแล้ว"

 

"..."

 

"คุณปาร์คคะ.. คุณปาร์ค!?"

 

"คะ.. คะ?"

 

ปาร์คจีมินถูกดึงความสนใจโดยคุณครูที่เดินมาอยู่ตรงหน้าเธอตั้งแต่เมื่อไหร่เธอก็ไม่ทราบได้ 

 

"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"

 

"อ๋อ ฉันแค่แปลกใจที่คุณครูยังไม่กลับบ้านน่ะค่ะ นี่มันก็เลยเวลาเลิกเรียนมานานแล้ว"

 

"ก็คุณพ่อของน้องจองฮันสิคะ ยังไม่มารับลูกเลย"

 

"ฉันอาสาอยู่เป็นเพื่อนน้องจองฮันให้ก็ได้นะคะ"

 

"จริงเหรอคะ?" คุณครูออกอาการมีความหวัง "คือจริงๆ แล้วฉันมีนัดทานข้าวกับสามีน่ะค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะคุณปาร์ค

 

"ไม่เป็นไรค่ะ"

 

เธอยิ้มเป็นมิตรให้

 

"ถ้าอย่างนั้นฉันจะแนะนำคุณให้น้องจองฮันรู้จักก่อนก็แล้วกันนะคะ"

 

เธอเดินตามหลังครูสาวเข้าไปหาเด็กชายตัวน้อยที่ยังคงนั่งอยู่บนชิงช้า และหัวใจเธอก็เต้นแรงขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กชายจองฮันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

 

"จองฮัน คือคุณครูมีธุระ คุณปาร์คจีมินก็เลยอาสาอยู่เป็นเพื่อนจองฮันน่ะ"

 

ปาร์คจีมินนั่งยองลงกับพื้นจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับเด็กน้อย ในอกข้างซ้ายมีป้ายชื่อเล็กๆ เขียนว่า

 

'จอน จองฮัน'

 

"สวัสดีน้องจองฮัน"

 

"สวัสดีครับคุณน้า"

 

"เรียกว่าน้าจีมินก็ได้นะ"

 

ปาร์คจีมินกับจอนจองฮันคุยเล่นกันมาได้ 20 นาทีกว่าๆ พวกเขาเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ จอนจองฮันเป็นเด็กมีเสน่ห์และมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเด็กวัยเดียวกัน ส่วนปาร์คจีมินถึงแม้จะเป็นผู้หญิงและอายุมากกว่า แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เด็กชายรู้สึกอึดอัด จอนจองฮันสบายใจที่ได้คุย เขารู้สึกสบายใจ แล้วก็สบายตา

 

"น้าจีมินน่ารักมากเลย"

 

"อย่าชมกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้สิ"

 

พวกเขาหัวเราะให้กัน

 

"นี่จองฮัน โกรธคุณพ่อมั้ยที่เขามารับช้า"

 

"พ่อทำงานทำงานหาเงินคนเดียว ผมเข้าใจ ไม่โกรธหรอก"

 

"เป็นเด็กดีจังเลยนะ" 

 

จอนจองฮันเขินจนแก้มแดงเมื่อปาร์คจีมินยื่นมือมาบีบแก้มเขาเบาๆ

 

"แล้วน้าจีมิน.. เป็นแฟนพ่อหรือเปล่า?"

 

"หา!? ทำไมถามแบบนั้นล่ะ"

 

"ก็หลายคนที่สวยๆ แบบน้าจีมิน ถ้ามาคุยมาเล่นกับผมล่ะก็ต้องเป็นแฟนพ่ออย่างแน่นอน แต่พอผ่านไปได้ไม่นานพวกเธอก็จะรำคาญผม แล้วก็สนใจพ่อแค่คนเดียว"

 

จอนจองฮันกำกำปั้นทุบที่ฝ่ามืออีกข้างของตัวเอง

 

"แย่งพ่อไปจากผม นิสัยไม่ดีที่สุดเลย"

 

ปาร์คจีมินรู้สึกเห็นใจเด็กน้อยที่ต้องเจอกับผู้หญิงหลากหลายประเภทที่พยายามที่จะทำดีกับเขาเพื่อเข้าหาคนเป็นพ่อ และพอเข้าถึงได้ก็ปฏิบัติตัวตรงข้ามกับจอนจองฮัน.. แน่ล่ะ จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่จะทำใจชอบลูกติดของผู้ชายที่ต้องการได้

 

"น้าจีมินไม่เป็นแบบนั้นใช่มั้ยครับ?"

 

"น้าไม่ทำแบบนั้นหรอก ที่สำคัญน้าไม่ได้เป็นแฟนกับพ่อของจองฮันนะ ..เราเป็นเพื่อนกัน"

 

"แต่ผมว่านะ พ่อต้องชอบน้าจีมินแน่เลย"

 

"ฮะๆ ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ"

 

"ก็น้าจีมินน่ารัก ผมยังชอบเลยนะ"

 

พูดเองก็เขินเอง ปาร์คจีมินปิดปากขำเด็กน้อยที่ทำท่าบิดตัวไปมา ดูน่ารักน่าชังที่สุด

 

"ถ้าน้าจีมินไม่เชื่อ เรามาพิสูจน์กันมั้ย?"

 

"พิสูจน์ยังไงเหรอ"

 

"น้าจีมินต้องแกล้งบอกพ่อนะว่ามีลูกแล้วก็มีแฟนแล้ว ได้ยินแบบนั้นพ่อต้องช็อกแน่นอน คิๆ"

 

"ร้ายเหมือนกันนะเนี่ยเรา" 

 

ปาร์คจีมินยีเส้นผมของเด็กน้อยเล่นด้วยความเอ็นดู

 

"นะๆ สัญญานะว่าน้าจีมินจะพูด"

 

"จ้าๆ สัญญา"

 

"แต่ถ้าน้าจีมินชอบพ่อก็เฉลยทีหลังก็ได้นะ~"

 

ปาร์คจีมินยิ้ม

 

"จ้า"

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

ร่างสูงในชุดนักเรียนม.ปลายเดินผ่านประตูโรงเรียนอนุบาลเข้ามา ถนนหนทางในนี้ยังเหมือนเดิม เปลี่ยนไปก็สภาพแวดล้อมแลตึกอาคารเรียนที่ดีขึ้นจนเขาอดคิดไม่ได้ว่าทำไมโรงเรียนถึงเพิ่งมาพัฒนาขึ้นไปมากตอนเขาออกจากโรงเรียนไปแล้ว

 

เสียงเด็กอนุบาลที่เล่นวิ่งไล่จับกันดังเจื้อยแจ้วไม่หยุด แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขารำคาญแต่อย่างใดเพราะหูทั้งสองข้างถูกอุดด้วยอินเอียร์ราคาแพงที่ตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดี แถมยังเปิดเพลง fake love ของ วง BTS ดังจนแทบทะลุออกมา

 

ด้านหน้าเขาคือห้องอนุบาล 3/4

 

"สวัสดีครับคุณครู"

 

"สวัสดีจ้า แหม มารับตรงเวลาจังนะ"

 

"เดินสามก้าวจากโรงเรียนผมก็ถึงแล้วนี่ครับ"

 

"จ้าๆ ประชดประชันเก่งไม่เปลี่ยน"

 

คุณครูที่เรียกว่าไม่ได้สาวมากแล้วได้แต่ถอนหายใจ

 

"แล้ว.."

 

"เล่นอยู่ที่สนามเด็กเล่นนู่น"

 

"อ๋อครับ งั้นผมไปก่อนนะ"

 

"เดี๋ยวสิ เอากระเป๋าไปด้วยๆ"

 

ร่างสูง 178 เซนติเมตรถอนหายใจเป็นรอบที่ 3825284 ตลอดระยะทางมาที่สนามเด็กเล่นที่คุ้นเคย ไหล่ข้างหนึ่งที่สะพายกระเป๋านักเรียนตัวเองก็หนักพอแล้ว ยังต้องมาหนักใจกับการต้องถือกระเป๋าเด็กอนุบาลสีชมพูแปร๊ดนี่อีก

 

ไม่คูลเอาซะเลย

 

"กรั่กๆๆๆ วันนี้ใส่สีชมพูเหรอ"

 

"พวกนิสัยไม่ดี หยุดนะ"

 

"ไหนยังดูไม่ชัดเลยว่าใส่ลายอะไร ฮ่าๆๆๆ"

 

กระเป๋าสองใบวางลงบนพื้น เขาดัดนิ้วทั้งสิบของตัวเองในขณะที่เอียงคอไปมาจนเกิดเสียงกร๊อบ ชายเสื้อนักเรียนถูกถกออกมาเพื่อให้เคลื่อนตัวได้สะดวกก่อนจะเดินไปหานักเรียนชายสองสามคนที่ยืนหันหลังให้เขา

 

"โถ่ แค่นี้ก็ร้องไห้"

 

"ขี้แยชะมัด ฮ่าๆ"

 

"พวกนายต้องโดนดีแน่"

 

"ทำไม เธอจะทำอะ.. เห้ย!!!"

 

พูดยังไม่จบประโยคกางเกงของเด็กชายหัวเกรียนก็หลุดลงมากองที่ข้อเท้าของเจ้าตัว

 

"ไหน มีใครอยากโชว์หนอนอีกมะ"

 

"อ๊ากกกกกกกก!!!"

 

“พวกนายจะโดนแบบนี้ถ้าแกล้งเธออีก”

 

เด็กชายคนอื่นต่างวิ่งหนีกันไปคนละทิศละทาง เว้นแต่เด็กชายหัวเกรียนผิวเข้มที่รีบดึงกางเกงขึ้นมาก่อนจะชี้หน้าร่างสูง

 

"แก! ฉันจะให้พ่อมาจัดการแก!"

 

"ไอ้เกรียนนี่!"

 

แต่พออีกคนทำท่าจะเข้ามาประทุษร้ายอีกรอบ เด็กชายก็แหกปากร้องแล้วรีบวิ่งหนีไปทางอื่นทันทีโดยที่ร่างสูงก็ตะโกนตามหลังไปหลังจากนึกอะไรขึ้นมาได้

 

"เฮ้!! พ่อนายชื่อคิมแทฮยองหรือเปล่าอ่ะ!?"

 

"ฮึก"

 

"ส่วนเธอก็หยุดร้องไห้ได้เล่า"

 

น้ำตาบนใบหน้าของหญิงสาวถูกเช็ดออกอย่างอ่อนโยนก่อนที่เธอจะถูกอีกคนรั้งเข้าไปกอดปลอบ

 

"ฮื่ออออ"

 

"นี่ๆ ถ้าให้อมยิ้มต้องหยุดร้องนะ"

 

"ฮึก อื้อ"

 

เมื่อได้อมยิ้มจากกระเป๋ากางเกงของอีกคน น้ำตาก็หยุดไหลอย่างกับสั่งได้ ร่างสูงหัวเราะหึในลำคอก่อนจะจูงมืออีกข้างของเด็กหญิงมาที่ที่วางกระเป๋า เขาให้เด็กหญิงสะพายกระเป๋าของตัวเองเพราะทำใจถือมันไม่ได้อีกต่อไป

 

"พี่จ๋า หนูอยากขี่คอพี่"

 

"ไม่เอาอ่ะ ดูไม่คูล"

 

"เบะ.."

 

แต่เมื่อเด็กหญิงทำท่าจะสั่งน้ำตาออกมาอีกรอบเขาก็จำยอมต้องสละต้นคอให้เด็กหญิงได้นั่ง

 

"ทำไมพ่อกับแม่ไม่มารับหนูอ่ะ"

 

นั่นน่ะสิ

 

เขาคิดในใจ นี่มันไม่ใช่ซีนของเขาที่ต้องมาดึงกางเกงของเด็กเปรตที่แกล้งเปิดกระโปรงน้องสาวของเขาเลยจริงๆ นะ

 

"พ่อกับน้าจีมินไปเที่ยว"

 

"งั้นพี่ต้องเล่นตุ๊กตากับหนูนะ"

 

"ไม่อ่ะ พี่มีนัดกับเพื่อนเล่นเกมตอนเย็น"

 

"..พี่เห็นเพื่อนสำคัญกว่าหนูเหรอ ฮึก พี่เปลี่ยนไป ฮื่ออ"

 

"โอย ก็ได้ครับคุณจอนจีอา ก็ได้ กระผมจะอยู่เป็นทาสรับใช้และทำทุกอย่างที่คุณหนูต้องการทุกชาติไปครับ"

 

"เย่~ พี่ชายน่ารักที่สุด

 

ถึงจะเหนื่อยยังไง จองจองฮันก็ต้องขอบคุณจอนจีอาที่อย่างน้อยสี่ห้าปีมานี้ก็ทำให้เขาหายเหงาได้มาก เขารู้สึกว่าครอบครัวที่เคยมี มันกลายเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ขึ้นมาก เขามีความสุขกับการได้เห็นพ่อของเขามีความสุขกับปาร์คจีมิน เขามีความสุขกับการได้ยินเสียงของแม่เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเธอให้เขาฟังหลังจากยอมรับการตัดสินใจของจอนจองฮันที่จะอยู่ดูความประพฤติของจอนจองกุกไปในระยะยาว

 

"พี่จ๋า มีคนโทรมา"

 

"รู้แล้วน่า"

 

พอเห็นชื่อคนโทรเข้าจอนจองฮันก็ยิ้มดีใจก่อนจะกดรับสาย

 

(จองฮันจ๋าาาา ไปรับน้องให้น้าหรือยัง)

 

"ครับบบบ นั่งอยู่บนคอผมเนี่ย"

 

(ขอบคุณมากเลยนะ นี่น้าซื้อกุ้งของโปรดของจองฮันมาให้ด้วย ...ให้กินแต่เปลือกกุ้งนะโว้ย)

 

ปากที่ฉีกยิ้มอยู่ก็หุบลงทันทีที่ได้ยินเสียงพ่อตัวเองลอดเข้ามาในสาย

 

ออกไป๊!

 

อยากตะโกนบอกแต่ก็กลัวจะเสียภาพลักษณ์กับปาร์คจีมิน

 

"ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลจีอาเป็นอย่างดี"

 

(ดีมาก เด็กดีของน้า)

 

ให้ตายเถอะ โตมาจนอายุ 18 ปี เขาก็ยังเขินปาร์คจีมินไม่หายเลย

 

(...เมียพ่อนะเว้ย!)

 

กรอด..!

 

รู้แล้วว้อย!

 

(จองกุก! พูดอะไรก็ไม่รู้ ขับรถไปเลย จองฮันอ่า น้าจะถึงประมาณ 2-3 ทุ่มนะ ไว้ถ้าจองฮันกับจีอาถึงบ้านแล้วโทรหาน้าอีกทีนะ)

 

"ครับ เดินทางปลอดภัยนะครับน้าจีมิน"

 

"งึ พี่ชาย แม่โทรมาเหรอ ให้หนูคุยๆ”

 

(จีมินจ๋า รักนะๆๆๆ จุ๊บๆๆๆ...จอนจองกุก!! หยุดนะ!)

 

กร๊อบ..

 

ไม่ใช่เสียงโทรศัพท์แตกแต่เป็นเสียงนิ้วเขาที่แหละ

 

และคิดไปคิดมา เขาไม่น่าช่วยคนเป็นพ่อจีบน้าจีมินเลยจริงๆ

 

เรื่องนี้จะจบดีได้โดยที่เขาไม่ต้องทะเลาะตบตีทางคำพูดกับคนเป็นพ่อ

 

คือเขาก็ต้องหาแฟนที่สวยและน่ารักกว่าน้าจีมินให้ได้!

 

“พี่จ๋า หนูหิว”

 

จอนจองฮันร้องไห้ในใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สกรีม  P38  พร้อมติด  #kmsomewhere

ที่สำคัญ!  อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นการติชม และเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนกันนะคะ :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #870 Annie6245 (@Annie6245) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 00:32
    เรื่องนี้จองฮันเปนพระเอกอ่ะ55555
    #870
    0
  2. #817 Newmong (@Newmong) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 00:30
    ตลกมากเลยอะ5555555 และก็โครตน่ารักเลย
    #817
    0
  3. #794 musesxchim (@iamhim_bts) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 11:24
    น่ารักมากเลยค่ะ จองฮันน่านักและกวนตั้งแต่เด็กยันโตเลยย55555555
    #794
    0
  4. #764 Snoop (@snoopyyahey) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 20:58
    ชอบจองฮันจังเลยย น่ารัก555555
    #764
    0
  5. #656 YooAooo (@yooaooo) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 12:54
    โอ้ยยจองฮันคนคูล น่ารักกกกกกกกกกตีกับพ่อเก่งมากตั้งแต่เด็กจนโต สีสันของเรื่องจริงๆ55555555555555555555555 ตอนแรกนึกว่าจองกุกจะนกซะแล้ว แต่น้องจองฮันเป็นคนวางแผนนี่เอง แสบนัก แต่ก็แอบสะใจเบาๆ(?) น้องจีอาก็เหมือนจีมินตอนเด็กเลย แต่คงจะดื้อกว่าเพราะมีพี่ชายตามใจแน่ๆ >,< เนื้อเรื่องน่ารักมากจริงๆค่ะฮือออออ สนุกมากกกกกกก
    #656
    0
  6. #637 ไอแดด (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 16:39

    จองฮัน เจ้าเด็กแก่แดด 555555

    #637
    0
  7. #625 Uraiwan96 (@Uraiwan96) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 06:56
    น่ารัก ชอบเรื่องนี้ จองกุกกับจองฮันเถียงกันได้น่ารักมากเลย จองฮันแสบไม่เบา มีวางแผนด้วย จีมินน่ารักจัง นึกว่าจองกุดจะนกซะและ ส่วนจีอาพยานรักของกุกกับมิน
    #625
    0
  8. #624 ccherbill (@ccherbill) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 03:39
    จองฮันวัย 18 ปีคูลกว่าพ่อตอนวัย 25 อีก!!!!
    สนุกมากกกกกกกกกเลยค่ะ ชอบพ่อแม่ลูกคู่นี้มาก ตีกันเก่งมาก5555555555555 แต่ก็อบอุ่นดีละน้าาาา ตอนแรกคิดว่าจองกุกจะนกแล้วจริงๆ ที่ไหนได้จองฮันตัวแสบบบบบ
    น่ารักมากๆๆ เลยค่ะ อ่านแล้วอมยิ้มตลอดเวลา และตลกจองฮันตอนคุยกับพ่อทุกตอน55555555
    ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆ นะคะะ
    #624
    0
  9. #593 jeon__jimin (@jeon__jimin) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 21:46
    เรื่องนี้ดีมากฮือออออ อบอุ่นลุ้นๆไปด้วย
    #593
    0
  10. #579 jeon__jimin (@jeon__jimin) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 06:24
    ชอบพ่อลูกคู่นี้555555555 กวนกันตลอดน่ารักกกกกกกกกก อ่านไปขำไป
    #579
    0
  11. #575 jkjm (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 01:33

    จองฮันวัย 18 ปีนี่โคตรเท่ เท่าผ่านตัวอักษรออกมาเลยยยย

    #575
    0
  12. #566 jaeureka98 (@jaeureka98) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 23:34
    เรื่องนี้แบบน่ารักสุด ขำที่สุดด้วย ตลกจองฮัน ทำไมน่ารักแบบนี้ เอ็นดูเว่อร์ แบบแคร์พ่อสุด เล่นมุกเก่งสุด เป็นคนคูลๆ 555
    #566
    0
  13. #527 JANIS_JK (@JANIS_JK) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 16:50
    ทาสน้อง คนมันคูลอ่ะนะ 55555555
    #527
    0
  14. #524 sinenp (@alrighteiei) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 13:49
    น่ารักกกก
    #524
    0
  15. #511 5y SHINEE (@5yshinee) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 00:51
    แงงงง น่ารักมากๆเลยค่ะ ตลกความน้องจองฮัน ทำไมแกล้งพ่ออย่างงั้นล่ะลูกก 555555555 แต่ก็ดีใจกับจองกุก ในที่สุดก็ได้สมหวังกับจีมินวักที หลังจากในอดีตจะให่พ่อพาขับรถไปอมเริกา 5555555

    // ชอบฉากจองฮันวัย 18 ปี คุยโทรศัพท์กับน้าจีมินสุดค่ะ &#8216;ออกไป๊&#8217; ตลกอันนี้ นั่นพ่อไงจองฮัน นั่นพ่อไงลูกกกก 5555555555
    #511
    0
  16. #508 jaeminnoona (@leedongdang) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 00:34
    น่ารักมากๆๆๆ คิดภาพตามตอนน้องจีมินโดนเลิกกระโปรงแล้วขำอ่ะ 555555555
    #508
    0
  17. #507 ผักจีมิน (@hyorin_111) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 00:09
    สมหวังซะทีนะจองกุก กว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง ยังจะโดนลูกแกล้งอีก ///555วงวาร
    #507
    0