kmitl_jp53
ดู Blog ทั้งหมด

初恋 (HATSU-KOI) FIRST LOVE รักแรกบันทึกทั้งชีวิต

เขียนโดย kmitl_jp53

  
ชื่อหนัง ::::: 初恋 (FIRST LOVE) 
ชื่อภาษาไทย ::::: รักแรก บันทึกทั้งชีวิต
ค่ายหนัง ::::: J-Bics Film
เขียนบทและกำกับโดย :::::  ยูคินาริ ฮานาว่า (Tokyo Skin)
สร้างจากนวนิยายของ ::::: มิซูซึ นากาฮาร่า
ผลงานการถ่ายทำของ ::::: จูนิชิ ฟูจิซาว่า (Quille, Battle Royale II)
ออกแบบการผลิตโดย ::::: อิวาโอะ ซาอิโตะ (Josee, the Tiger and the Fish, The Grudge)
ดนตรีดั้งเดิมโดย ::::: คอล์ย
เพลงประกอบภาพยนตร์ ::::: “Requiem in Blue” ผลงานของ ชิโตเซ่ ฮาจิเมะ, กาก้า ฟิล์มส์ โปรดักชั่น

นักแสดง :::::

       

                                      

 อาโออิ มิยาซากิ

เป็น มิซุซึ (นักแสดงนำหญิง)

 

 เคอิซุเกะ โคอิเดะ

เป็น คิชิ  (นักแสดงนำชาย)

        

มาซารุ มิยาซากิ

เป็น เรียว

เรนะ โคมิเนะ

เป็น ยูกะ

 

>> เรื่องย่อ >>

            มิซูสึ นาคาฮาร่า นักเขียน ได้สารภาพความเกี่ยวพันของเธอที่มีต่อ คดีปล้นเงิน 300 ล้านเยน ในวันที่ยุ่งเหยิงช่วงศตวรรษ 1960 มิซูสึ นักเรียนไฮสคูลที่ว้าเหว่และมาจากครอบครัวแตกแยก ได้เข้าไปพัวพันกับเรียวและแก๊งค์ของเขาที่นิยมการทำลายล้าง พวกเขาใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ผ่านไปด้วยการไปสิงอยู่ตามคาเฟ่บาร์ และหมกมุ่นกับเซ็กส์ ยาเสพติด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะที่ความยุ่งเหยิงของสังคมแทรกซึมเข้าไป ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มสั่นคลอน มิซูสึเข้าไปพัวพันกับแผนการร้ายที่มีคิชิเป็นต้นคิด
          เขาวางแผนที่จะปล้นรถขนเงินธนาคารที่บรรทุกเงิน 300 ล้านเยนทั้งคู่ซักซ้อมปฏิบัติการกันหลายครั้งหลายหนขณะที่หัวใจของพวกเขา เข้าใกล้กันอย่างเงียบๆ เหตุบังเอิญในวันฝนตก ทำให้แผนการร้ายสามารถสำเร็จลุล่วงลงได้ เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับญี่ปุ่น แต่มันกลับทำให้มิซูสึต้องเผชิญกับความรู้สึกสูญเสียและความโศกเศร้าที่เธอ คาดไม่ถึง

 

 

 

 เนื้อหาภาพยนตร์เกิดขึ้นในช่วงญี่ปุ่นในศตวรรษที่1960
          เนื่องจากความไม่พอใจรัฐบาลที่ว่าไม่เล่นการเมืองตามกติกา ไม่มีน้ำใจนักกีฬา และคนที่ต่อต้านการต่ออายุสันติสัญญาความรวมมือและความมั่นคงระหว่างสหรัฐอเมริกากับญี่ปุ่น จึงทำให้เกิดคลื่นการเดินขบวนประท้วงสนธิสัญญาและรัฐบาลจากบุคคลแทบทุกอาชีพอย่างยืดยาวและต่อเนื่องเกือบทุกวัน ระหว่างเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน ค.ศ.1960 โดยเฉพาะในวันที่ 4 มิถุนายน มีคนงานกว่า 5.5 ล้านคน สไตร๊ค์ทั้งประเทศ จึงเกิดการประท้วงระหว่างประชาชน นักเรียน นักศึกษา และตำรวจจลาจลพยายามปราบการประท้วงครั้งใหญ่นั้นจึงมีการปะทะกันกับตำรวจเกิดขึ้น
          สนธิสัญญาความมั่นคงระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นมีนโยบายการรักษาความมั่นคงภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกา เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย และรักษาความมั่นคงของญี่ปุ่น แต่โดยข้อจำกัดด้านการใช้กำลังทางทหาร และสถานการณ์ด้านความมั่นคงเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งต่างๆ กับประเทศรอบบ้าน ในประเด็นข้อพิพาทเรื่องสิทธิการถือครองดินแดนต่างๆ โดยเฉพาะบทบาทของกองกำลังทางอากาศในการวางกำลัง และการเตรียมพร้อมสำหรับการป้องกันภัยทางอากาศเพื่อให้มีความทันสมัย และมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ซึ่งก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการการปรับปรุง และเพิ่มศักยภาพในการป้องกันประเทศ    และเป็นการเพิ่มบทบาทในการเข้าร่วมในปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ และการรักษาความมั่นคงระหว่างประเทศของกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น


เกร็ดภาพยนตร์ : คดี 300 ล้านเยน สร้างจากเรื่องจริง


          เช้าวันที่ 10 ธันวาคม ปี 1968 ขณะที่ฝนกำลังโปรยปรายชาน กรุงโตเกียว ตำรวจขี่มอเตอร์ไซต์ได้เข้าขวางรถขนเงินที่บรรทุกเงินโบนัสของพนักงานโตชิบา จำนวน 300 ล้านเยน (เท่ากับ 2 ล้านดอลล่าร์ในปัจจุบัน) ตำรวจนายนั้นสั่งให้คนขับรถและคนอื่นๆ ทุกคนออกจากรถ ขณะที่เขาเข้าตรวจค้นโดยอ้างว่ามีการขู่วางระเบิด
          ขณะที่คนอื่นยินยอมทำตามเนื่องจากเข้าใจว่ากลุ่มควันที่เกิดขึ้นเป็นระเบิด จริง ตำรวจก็ขับรถและหลบหนีไป แม้ว่าจะมีพยานเห็นเหตุการณ์กว่า 100 คน และใช้ตำรวจ 170,000 นายในการสอบสวนผู้ต้องสงสัย 110,000 คน รวมทั้งต้องสูญงบประมาณในการสอบสวนไปกว่าพันล้านเยนก็ตาม แต่กลับไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้และไม่มีผู้ใดพบเงินที่ถูกเชิดไป
          คดีดังกล่าวหมดอายุความในปี 1975 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ซับซ้อน แต่กลับกลายเป็นคดีที่คลุมเครือที่สุดในศตวรรษที่ 20 ของญี่ปุ่น ขณะที่หนังสือ ภาพยนตร์ ละครทีวีสร้างผลงานที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
ภาพประกอบของผู้ต้องสงสัยที่ใส่หมวกตำรวจ สีขาวกลายเป็นภาพที่ผู้คนจำ

                                        
                            
                         
                          
                          










 

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น