(monsta x) ลิ้นชักมอนสตา ☂ เอ็มกี

ตอนที่ 11 : ( changkyun ♡ kihyun ) : when the rain falls

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    12 ก.พ. 59

when the rain falls

pairing / i.m x kihyun , rating / pg , genre / fluff , au
word count / 6,923 , author / namminzizi


cocktail - เธอ (piano cover by - ตองพี)
* แนะนำ : เปิดเพลงนี้ไปด้วยจะอินมาก *

ปล. ฟิคแปลงนะ ไม่ชอบกดปิดได้เลยค่ะ
ลง  30 ก.ย. 58


 
 
 

เสียงสาบเสื้อดังแผ่วเสียดสีกับสายลมที่โชยเข้ามาทางหน้าต่าง ชีวิตธรรมดาของเด็กหนุ่มธรรมดาๆก็ยังคงธรรมดาเหมือนเช่นทุกวัน น้ำหอมกลิ่นเดิมที่ใช้มาเป็นปีและไม่เคยเปลี่ยนถูกแต้มบริเวณข้อมือทั้งสองข้างอย่างที่เคยทำประจำทุกเช้าก่อนออกไปข้างนอก

 

เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มา 1 อาทิตย์แล้วหลังจากตัดสินใจทิ้งชีวิตสะดวกสบายในเมืองหลวงมาสูดอากาศบริสุทธิ์ยังจังหวัดนี้ ถึงแม้ที่โซลยังคงต้องการตำแหน่งช่างภาพฝีมือดีอย่างเขาอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ขอปฏิเสธและออกมาทำตามใจตัวเอง อย่างที่ใครๆก็รู้ว่าช่างภาพอิสระอย่าง อิมชางกยุน นั้นรักความสงบมากแค่ไหน ถึงแม้จะมีบางครั้งที่เด็กหนุ่มนึกเบื่อในความเรียบง่ายของต่างจังหวัดที่เขาอยู่ ทั้งบรรยากาศ กลิ่น และความเงียบสงบของที่แห่งนี้.. ภายใต้ใบหน้าเฉยชานั่นไม่มีใครรู้เลยว่าเขากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่

 

เสื้อยืดธรรมดาๆ

 

กางเกงยีนส์ธรรมดาๆ

 

และผู้ชายธรรมดาๆไม่มีอะไรพิเศษ

 

มันช่างน่าเบื่อ

 

ไร้ซึ่งสีสันในชีวิต ถึงแม้อาชีพของเขาจะต้องใช้สีสันก็เถอะ เพราะการต้องออกจากบ้านไปตั้งแต่ตีห้าครึ่งด้วยความที่ต้องการจะเก็บภาพทิวทัศน์อันงดงามของธรรมชาติ กล้องดิจิตอลขนาดพกพาและมีราคามากพอที่จะทำให้เขารู้สึกหวงแหนและดูแลมันเป็นพิเศษ สำหรับช่างภาพแล้วกล้องนี่แหละสำคัญที่สุด

 

ช่างภาพวัย 22 ปี ใช้มือเสยผมด้านหน้าที่ยาวเลยคิ้วปัดไปทางด้านหลัง ทว่ามันกลับเอียงไปด้านข้างแทนเสียมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นมันก็กลับทำให้ผู้ชายคนนี้ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ดวงตาคู่สวยของเขาเสมองออกไปนอกบานหน้าต่างที่เปิดแง้มรับลมหนาวก่อนรอยยิ้มจางๆจะผุดขึ้นมา

 

อย่างน้อยฤดูฝนมันก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป การที่ตื่นขึ้นมาแล้วรับรู้ถึงไอเย็นของหยาดน้ำค้างที่เกาะตามบานกระจกมันก็ทำให้เขารู้ได้ว่าภาพที่จะออกไปถ่ายในวันนี้มันต้องออกมาสวยงามอย่างแน่นอน อย่างน้อยนะ

 

สองเท้าก้าวไปเรื่อยๆตามทางที่ไร้ซึ่งผู้คน ด้วยการที่ไม่ใช่เมืองหลวงและยังคงเช้าตรู่เลยไม่น่าจะมีใครออกมาเดินเช่นเขา และนั่นมันก็ทำให้อิมชางกยุนรู้สึกดีไม่น้อย อย่างที่รู้กันว่าผู้ชายคนนี้รักในความสงบและยิ่งเป็นความสงบในตอนเช้าๆบรรยากาศดีๆเช่นนี้มันคงทำให้เขามีความสุขมากทีเดียวเชียวล่ะ

 

เสียงชัตเตอร์ของกล้องสีดำขลับดังแทรกสายลมที่โชยพัดผ่านไปมา เขาว่ากันว่าหลังฝนตกฟ้าจะสว่างและแลดูสวยกว่าปกติ สายรุ้งที่วาดอวดเส้นสีอยู่บนแผ่นฟ้าด้านบนนั่น ไม่แปลกถ้าหากเด็กหนุ่มจะยกกล้องขึ้นเก็บภาพมันไว้สักสองสามรูปตามความพึงพอใจ ตามด้วยแสงรำไรของดวงตะวันที่ค่อยๆโผล่พ้นของฟ้าเรียกรอยยิ้มให้แต้มบนใบหน้าคมคายได้ไม่ยาก ทว่ารอยยิ้มนั้นเป็นต้องหุบลงเมื่อได้พินิจภาพที่ตนถ่ายไว้

 

ดวงตาคมเข้มหลุบมองจอสี่เหลี่ยมเล็กที่มีภาพวิวทิวทัศน์งดงามยามเช้า ทว่าสิ่งที่ทำให้รอยยิ้มของเขาหายไปนั้นเป็นเพราะ

 

ผู้ชายตัวเล็กคนหนึ่ง ที่ถูกถ่ายติดอยู่บริเวณมุมกล้อง

 

มันเด่นพอที่จะเรียกความสนใจจากภาพให้มองไปยังผู้ชายผิวขาวคนนี้มากกว่าธรรมชาติแสนสวยที่เขาตั้งใจถ่าย

 

คิ้วหนาเคลื่อนเข้าหากันก่อนจะขมวดเป็นปม นิ้วหัวแม่มือเลื่อนไปจ่ออยู่บนปุ่มลบภาพเพราะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไรกับภาพที่ได้ถ่ายเอาไว้ แน่นอนว่าช่างภาพอย่างเขาที่ต้องการเก็บบรรยากาศและแสงสวยงามยามเช้าจนต้องเร่งตื่นขึ้นมาทั้งๆที่ฟ้ายังไม่สว่าง แต่สุดท้ายกลับถ่ายติดสิ่งชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์ หรือ ผู้ชายตัวเล็กๆผิวขาว แทนอย่างนั้นหรอ ..มันช่างน่าขัดใจเสียจริง

 

น่าขัดใจแต่ถึงอย่างนั้นปลายนิ้วที่จ่ออยู่บนปุ่ม Delete กลับเลื่อนไปกดปุ่มขยายภาพแทน

 

ขยายภาพผู้ชายตัวเล็กๆที่ว่า.. ผู้ชายที่มีรอยยิ้มหวานสวยดูน่าทะนุถนอม และมันก็น่าทะนุถนอมมากเสียจนคิ้วหนาที่ขมวดเป็นปมอยู่ในตอนแรกต้องคลายออกจากกันกลับสู่ปกติ ผิวขาวละเอียดลออที่พอสะท้อนกับแดดอ่อนยามเช้ามันก็ยิ่งขับให้คนในภาพดูน่ามอง ใบหน้าละอ่อนเจือจางแดงระเรือด้วยความหนาวจากไอเย็นหลังฝนตก ดวงตากลมโตหลุบมองดอกไม้สีสดในมือทำให้เห็นถึงขนตาเรียวแพดำขลับตัดกับผิวอมชมพูของใบหน้า จนช่างภาพฝีมือดีเผลออมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว และก็ไม่รู้ตัวว่าได้ยกกล้องขึ้นมาเก็บภาพงดงามตรงหน้าไว้อีกหลายรูป

 

ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมธรรมชาติยามเช้าถึงได้ตราตรึงใจช่างภาพอย่างอิมชางกยุนได้มากขนาดนี้

 

 

When the rain falls

 

 

 

ห้องขนาดเล็กถูกครอบคลุมด้วยสีแดงไปทั่วห้อง รูปหลายใบแขวนเรียงรายอยู่บนราวเล็กๆที่ทำจากเส้นเอ็นเส้นดีและแข็งแรงพอที่จะไม่ขาดลงง่ายๆ เจ้าของห้องเช่นช่างภาพสันโดษกำลังยืนอยู่กับที่นานแล้ว ไม่สิเป็นชั่วโมงแล้วล่ะที่เขาเลือกที่จะสิงสถิตอยู่ในห้องสีแดงๆนี่แล้วสละเวลาอาหารกลางวันเพื่อมายืนล้างรูปที่เพิ่งถ่ายมาเมื่อเช้า และแน่นอนว่าหนึ่งหรือสองหรือสามในนั้นก็ต้องมีรูปที่ถ่ายติดผู้ชายผิวขาวคนหนึ่งเอาไว้ด้วย

 

น่าแปลกดีนะที่อิมชางกยุน คนรักสันโดษและรักความสงบดูอารมณ์ดีตลอดทั้งวัน เพื่อนร่วมงานหลายคนที่ปรารถนาจะเห็นผู้ชายคนนี้ยิ้มบ่อยๆก็ไม่ได้สนใจนักเพราะใครๆก็รู้ว่าเจ้าตัวเป็นคนยิ้มยากและพูดน้อยจนดูหยิ่ง หากทว่าถ้าทุกคนได้มาเห็นรอยยิ้มของเขาในตอนนี้ละก็คงต้องเปลี่ยนความคิดกันเลยทีเดียว

 

รูปในมือที่ถืออยู่มันตลกอะไรนักหนานะ

 

เป็นอีกครั้งที่เด็กหนุ่มยิ้มยากแขวนรูปขนาดเล็กไว้ตามราวก่อนจะเก็บส่วนที่แห้งสนิทลงมา เขาทำแบบนี้อยู่เป็นประจำหลังกลับมาจากถ่ายภาพยามเช้าเสร็จ ก็ปาไปเกือบเที่ยงวันแล้วหากแต่บรรยากาศของที่แห่งนี้มันก็ยังคงความหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม อาจเป็นเพราะอยู่ในช่วงฤดูฝนที่ตกช้ำอยู่ทุกคืน เป็นผลให้เขาจำเป็นต้องสวมเสื้อกันหนาวตัวโคร่งทับเจ้าเสื้อยืดธรรมดาๆอยู่ตลอด

 

เช่นเดียวกับเจ้าของรอยยิ้มหวานในรูปภาพที่มักจะสวมเสื้อกันหนาวสีขาวบริสุทธิ์อยู่ทุกครา

 

ครืนครืน

 

เสียงร้องของฟ้าฝนดังเรียกสติให้ช่างภาพหนุ่มหลุดออกจากภวังค์ เขาเดินออกมาจากห้องล้างรูปพร้อมกับภาพหลายใบในมือที่แห้งสนิทแล้ว แน่นอนว่าอัลบั้มรูปเล็กๆที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ภายในบ้านเป็นสิ่งที่เขาเดินไปหามันในตอนนี้ก่อนจะสอดรูปทิวทัศน์ยามเช้าแสนงดงามลงไป

 

โซฟาตัวนุ่มยวบลงเมื่อมีแรงกดทับ อัลบั้มรูปหลายอัลบั้มที่วางตั้งอยู่ตรงหน้าทำให้เขาเลือกที่จะหยิบมันออกมาดูหนึ่งอัน ภาพพวกนี้คืองานของเขา จริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้ถ่ายภาพตามใจชอบทั้งหมดหรอกนะ บางภาพเขาก็ต้องถ่ายตามที่ได้สั่งมาจากผู้จัดการ แล้วแต่งาน แล้วแต่คอนเซ็ป ถึงแม้ส่วนมากมักจะเต็มไปด้วยภาพถ่ายตามใจชอบของเขาเสียมากกว่า …บางภาพที่รักมากเขาก็ไม่ขายให้ใครหรอกนะ

 

แต่แล้วพอนั่งพลิกรูปไปพลิกรูปมาคิ้วหนาก็ต้องเลิกเข้าหากัน เป็นอีกครั้งที่เครื่องหมายสงสัยฉายชัดบนใบหน้าของช่างภาพอิม มันน่าแปลกเสียจริงๆ น่าแปลกๆน่าแปลกที่ภาพแต่ละภาพถูกถ่ายในตำแหน่งเดียวกันเกือบทั้งหมด ถึงแม้จะต่างวัน แต่เวลาและสถานที่นั้นกลับเป็นที่เดิมไม่เคยเปลี่ยน ในทุกๆวันจะต้องมีภาพของสถานที่นี้

 

และผู้ชายรอยยิ้มหวานคนหนึ่ง

 

เกือบทุกภาพที่อยู่ในอัลบั้มที่เขาถ่ายเอาไว้เป็นคอลเลคชั่นตั้งแต่ย้ายมาอยู่จังหวัดนี้ตลอด 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยรูปของร่างเล็กเจ้าของรอยยิ้มสวยในท่าทางต่างอิริยาบถ ยิ่งได้มองก็ยิ่งทำให้คิ้วของช่างภาพหนุ่มนั้นขมวดเข้าหากัน อิมชางกยุนไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ถูกถ่ายติดในภาพของเขาเกือบทุกภาพกัน

 

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

 

.

.

 

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ร่างโปร่งนอนหลับสบายเพราะอากาศเย็นทั้งคืน ดูได้จากหมอกขาวที่ลอยละล่องอยู่ด้านนอกบวกกับกลิ่นไอชื้นเย็นและกลิ่นดินจากธรรมชาติมันก็ยิ่งทำให้อิมชางกยุนไม่อยากตื่นขึ้นมาเลยแม้แต่นิด ความจริงแล้วเมื่อวานฝนได้ตกลงมาตั้งแต่เที่ยงวันก่อนจะตกอยู่อย่างนั้นจนช่วงเย็นถึงได้หยุดลง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงอากาศเย็นสบายเช่นนี้ไปตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า

 

กล้องดิจิตอลคู่ใจถูกหยิบขึ้นมาสะพายอีกครั้งหลังจากที่เด็กหนุ่มทำกิจวัตรประจำตัวเสร็จ ถึงแม้ในใจจะร้องบอกว่าให้นอนขี้เกียจต่ออีกสักหน่อยก็เถอะแต่เขาก็ไม่ทำตามมัน ไม่รู้เป็นเพราะอะไรหรอกนะ แต่มันกลายเป็นชีวิตประจำวันไปแล้วที่เขาจะต้องตื่นขึ้นมาตอนตีห้าครึ่งแล้วสะพายกระเป๋ากล้องถ่ายรูปออกจากบ้านไป

 

ก็เวลานี้ล่ะมั้งที่ รูป ของเขาจะออกมาสวยที่สุด

 

ทว่ามันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

 

กล้องในมือถูกลดลงมาอยู่ระดับอกเมื่อวิวทิวทัศน์ยามเช้าได้ต่างไปจากทุกวัน แสงตะวัน ขอบฟ้า ต้นไม้ พื้นดินไม่สิ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม หากแต่ช่างภาพฝีมือดีคนนี้กลับคิดว่ามันมีอะไรแปลกไป ความไม่ถูกใจในภาพบรรยากาศวันนี้เกิดขึ้นแทบฉับพลันโดยหาสาเหตุไม่ได้ ทั้งลองซูมเข้าซูมออกหาตำแหน่งดีๆ หรือขยับเท้าย้ายที่บ้างก็ยังคงรู้สึกไม่ถูกใจเลยสักครา ...เหมือนกับขาดอะไรไปอย่าง

 

อะไรบางอย่างที่ชอบทำให้เขาขมวดคิ้วได้ทุกครั้งที่ได้เห็น

 

อะไรบางอย่างที่

 

แปะ.. แปะ.. แปะ

 

หยาดน้ำเม็ดเล็กที่ตกกระทบจอภาพของกล้องถ่ายรูปทำให้เด็กหนุ่มต้องรีบเก็บสิ่งที่หวงที่สุดในชีวิตลงในกระเป๋าก่อนจะก้าวเร็วไปหาที่หลบฝนก่อนจะกลายเป็นวิ่งเมื่อเม็ดฝนเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ และในที่สุดก็กระหน่ำลงมา

 

อา.. แย่ชะมัด

 

มันคงแย่ๆมากที่เขาไม่สามารถวิ่งกลับไปยังบ้านพักของตนได้ด้วยทางเดินที่กลายเป็นสีขาวล้วน มองไม่เห็นทางข้างหน้าเลยแม้แต่นิด ดวงตาคมเข้มหรี่ลงเพื่อปรับให้ชินต่อสภาพอากาศในตอนนี้และพยายามมองหาหนทางที่จะกลับไปยังบ้านของตนเองแต่มันก็ช่างริบหรี่เสียเหลือเกิน สมองพลันนึกถึงภาพที่ได้ถ่ายไปไม่กี่รูปในวันนี้แล้วก็ลอบถอนหายใจ

 

ถึงแม้รูปจะไม่สวยเท่าของเมื่อวานแต่ถึงอย่างนั้นกล้องคู่ใจของเขาก็คงใช้การไม่ได้แล้วล่ะ

 

ช่างภาพอิมค่อยๆทรุดตัวลงนั่งใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ที่พอกำบังแรงฝนได้ แผ่นหลังแนบพิงกับลำต้นของมันก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก็คงต้องรอให้ฝนซาก่อนถึงจะได้กลับบ้าน วันนี้คงไม่ใช่วันของเขาจริงๆนั่นล่ะ

 

 

When the rain falls

 

 

กลิ่นดินชื้นจากธรรมชาติโชยมาแตะปลายจมูกเรียกสติคนที่เผลอหลับไปนานนับชั่วโมงให้ตื่นขึ้นมาก่อนจะเห็นว่าสายฝนนั้นหยุดลงแล้ว หรืออาจจะหยุดไปนานแล้วก็เป็นได้ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆว่าเขาจะเผลอหลับลงไปได้ทั้งๆที่ฝนตกขนาดนั้นแถมละอองฝน

 

แค่ก.. แค่ก

 

คงไม่ต้องสงสัยหรอกว่าช่างภาพอย่างอิมชางกยุนจะปกติดีหรือไม่ นอนหลับตากฝนอยู่เป็นชั่วโมงแบบนั้นไม่เป็นหวัดปวดหัวตัวร้อนก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว

 

 

เป็นอะไรหรือเปล่า คุณตากล้อง?

 

 

เสียงหวานใสของใครบางคนดังขึ้นเหนือศีรษะทำให้อิมชางกยุนต้องเงยขึ้นมองก่อนจะส่ายศีรษะไปมาเมื่อไม่สามารถรับรู้ได้ว่าภาพผู้ชายตัวเล็กที่เห็นตรงหน้านี้เป็นใครกัน ท่าทางอาการไข้จับคราวนี้คงจะจับประสาทการมองเห็นของเขาไปขังไว้เสียแล้วล่ะ ถึงได้เบลอเห็นผู้ชายยิ้มสวยในรูปออกมายืนก้มโค้งตรงหน้าเขาแล้วใช้ดวงตากลมโตนั่นกระพริบปริบๆเหมือนลูกกระต่ายน้อยเป็นท่าทางประกอบคำถามเมื่อครู่

 

ว่าแต่ลูกกระต่ายตัวนี้โน้มหน้าลงมาใกล้มากเกินไปหรือเปล่านะ

 

ทำไมมานอนตรงนี้ล่ะ ไม่เจ็บหลังหรอคุณตากล้อง?ดวงตากลมใสฉายแววเป็นห่วงต่อคุณช่างภาพตามประสาคนใจดีก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าข้างๆกัน เพราะชอบออกมาสูดอากาศข้างนอกหลังฝนตกอยู่แล้วจึงออกมา แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอกับคนแปลกหน้าแบบนี้ คนแปลกหน้าที่ทำตัวแปลกมากๆด้วย มานอนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรกันนะ?

 

อ๋า..! คุณตากล้องต้องไม่สบายแน่ๆเลย!”

 

ช่างภาพอิมที่ยังคงตกอยู่ในภวังค์เป็นอันสะดุ้งเมื่ออยู่ๆอีกคนก็เอื้อมมือมาแตะหน้าผากของเขาแล้วทำท่าทางตกใจใหญ่ และตอนนี้ดวงตากลมสวยที่คลอเคล้าด้วยหยาดน้ำสีใสนั่นดึงดูดเขาไม่น้อยเลยเชียว

 

ก็รู้แหละว่าตนเองเริ่มมีไข้ แต่ก็ไม่คิดว่าผู้ชายตรงหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจะแสดงท่าทางเป็นห่วงเขาได้มากขนาดนี้ ทำไมถึงได้

 

 

น่ารัก

 

 

คุณตากล้อง.. คุณตากล้องไม่สบายหนักเลย ลุกขึ้นไหวหรือเปล่า?

 

อิมชางกยุนพยักหน้าให้เป็นคำตอบ แต่เอาตรงๆเลยคือมันยังปวดหัวไม่หาย

 

ท่าทางพิษไข้คราวนี้จะเล่นงานเขาหนักจริงๆ

 

ทว่ามันคงจะหนักไป หนักมากเสียด้วย ถึงได้ยืนปุ๊บแล้วเอนล้มพับไปในทันที และแน่นอนว่ากระต่ายน้อยแสนใจดีที่อาสาพยุงเขาให้ลุกขึ้นก็พลอยล้มลงไปด้วยเช่นกัน หากแต่เขาก็ยังไวพอที่จะพลิกตัวเป็นฝ่ายรองรับอีกคนเอาไว้และอุ้มเจ้าตัวให้อยู่บนร่างเขาแทน

 

ตุ้บ !

 

อ่ะ!” เสียงอุทานดังขึ้นทันทีเมื่อรับรู้ถึงแรงกระแทกหากแต่ไม่ใช่คุณช่างภาพหรอกนะที่ร้อง แต่เป็นเสียงใสๆของกระต่ายน้อยเจ้าของถิ่นต่างหากที่หลับหูหลับตาด้วยความตกใจ ท่าทางน่ารักน่าชังนั่นทำเอาคุณตากล้องเผลอยิ้มออกมา ดวงตาคมเข้มไล่มองใบหน้านวลละอ่อนที่วางอยู่ระยะประชิดก่อนจะนึกเปรียบกับรูปหลายใบที่เคยถ่ายเอาไว้ว่ารูปพวกนั้นสวยเทียบกับรูปตรงหน้าเขาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

 

ลืมตาได้แล้วนะครับ

 

นั่นคงเป็นประโยคแรกเลยล่ะมั้งที่เขาพูดกับใครสักคนในตลอด 1 อาทิตย์ที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ อา.. ยกเว้นชาวสวนชาวไร่แสนใจดีที่ชอบมาแบ่งผลไม้ให้เขาทานอยู่ร่ำไป พอดีบ้านพักของเขาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับสวนผลไม้ สงสัยคนที่นี่จะใจดีกันหมดเลยล่ะมั้ง

 

กระต่ายน้อยบนตัวเขาค่อยๆลืมตาตามที่บอก

 

แต่นั่นล่ะ พอลืมตาขึ้นมาปุ๊บก็เบิกตาโพลงปั๊บด้วยความตกอกตกใจ

 

อ่ะ! กีฮยอนขอโทษ.. ก..กีฮยอนขอโทษเจ็บตรงไหนมั้ยคุณตากล้อง?สองมือเล็กดันตัวเองออกจากแผงอกอีกฝ่ายทั้งๆที่ใบหน้ายังคงแดงก่ำเป็นลูกมะเขือเทศ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเพราะเพิ่งเคยเจอกับคนเมืองหลวงและที่สำคัญอย่าให้ใครรู้ล่ะว่าคนอย่าง ยูกีฮยอน ยังไม่เคยได้สัมผัสใกล้ชิดกับใครมากขนาดนี้มาก่อน เลยตกใจไม่น้อย

 

แต่นั่นล่ะ ใครจะรู้อีกว่าเด็กหนุ่มสันโดษอย่างอิมชางกยุนกำลังนึกเอ็นดูในความน่ารักของกระต่ายน้อยกีฮยอนอยู่

 

ไม่น้อยเลยล่ะ

 

ไม่ปวดครับ

 

จริงหรอ? คุณตากล้องห้ามขี้ตู่นะ

 

ชางกยุนยิ้มรับ สองมือโอบเอวนุ่มนิ่มไว้ไม่ให้อีกคนลุกขึ้นเลยได้ใบหน้าเหลอหลาของลูกกระต่ายกีฮยอนกลับมา ดวงตาคู่คมเอาแต่จดจ้องใบหน้าละอ่อนของร่างเล็กในระยะใกล้ไม่วางตา ข้อนิ้วถูกยกขึ้นมาไล้ไปตามพวงแก้มอิ่ม

 

ไม่ขี้ตู่ครับ

 

อื้อ คุณตากล้องห้ามขี้ตู่กีฮยอนนะ กีฮยอนไม่ชอบคนขี้ตู่บอกปากยื่นปากยาว ลูกปัดแก้วมองตาคนตรงหน้าตาใสแจ๋ว เกือบลืมไปแล้วว่าคุณตากล้องแปลกหน้าคนนี้กำลังไม่สบายอยู่

 

งั้นคุณตากล้องไปบ้านกีฮยอนนะ บ้านกีฮยอนมียา คุณตากล้องจะได้หายไม่สบายอิมชางกยุนมองตามริมฝีปากอิ่มที่ขยับขึ้นลง มันช่างน่าหมั่นเขี้ยวในสายตาของเขาเสียจริง ดูๆแล้วลูกกระต่ายตรงหน้าเขาก็น่าจะอายุประมาณ 23 – 24 ปี แต่ทำไมถึงได้ทำตัวน่ารักมากมายก่ายกองแบบนี้นะ อย่างกับเด็กสามขวบ

 

นี่ลูกกระต่ายน้อยกำลังเอ่ยชวนคนแปลกหน้าอย่างเขาไปบ้านหรือยังไง?

 

คนต่างจังหวัดน่ารักแบบนี้กันทุกคนหรือเปล่า

 

หรือกับแค่ลูกกระต่ายตัวน้อยตรงหน้าเพียงคนเดียว

 

 

When the rain falls

 

 

คุณตากล้องหิวเปล่า.. กีฮยอนจะทำขนมให้กินนะ

 

คุณตากล้องง่วงมั้ย? หือ..ข้างนอกฝนตกลงมาอีกแล้ว

 

คุณตากล้องชื่ออิมชางกยุน.. อิมชางกยุนแปลว่าอะไรหรอ? บอกกีฮยอนได้มั้ย

 

แล้วคุณตากล้องอายุเท่าไรหรอ? กีฮยอน 24 ปี นะ

 

อ๋าคุณตากล้องอายุน้อยกว่ากีฮยอนอีก

 

คุณตากล้อง แล้ว…”

 

และอีกมากมายหลายคำถามที่อิมชางกยุนตอบกลับไม่หวาดไม่ไหว เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้สีน้ำตาลที่โยกได้ ภายในบ้านหลังเล็กนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นไอจากธรรมชาติ อาจเป็นเพราะรอบนอกถูกห้อมล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่หากแต่ดูไม่รกหูรกตา กลับดูสบายและดูสวยงามเมื่อมีเหล่ามวลพฤกษาขึ้นแต้มอยู่ประปรายชวนให้หลงใหล

 

ชวนหลงใหลเหมือนเจ้าของบ้านตัวน้อยที่วิ่งวนอยู่รอบโต๊ะตัวกลม.. เพื่อทำขนมให้เขาทาน

 

กีฮยอนแต้มยิ้มสวยบนใบหน้าเสียจนคนลอบมองอดไม่ได้ที่จะคว้ากล้องตัวเก่งมาแอบบันทึกภาพเหล่านั้นไว้ หากแต่เขาก็ลืมไปเสียสนิทว่ากล้องตัวเก่งถูกหยาดฝนเล่นงานจนมันแฮงค์ไปเสียแล้ว

 

คุณตากล้องมาชิมสิกระต่ายน้อยเงยหน้ากวักมือเรียกอีกฝ่ายอยู่หลายทีจนคุณตากล้องรีบเก็บกล้องแทบไม่ทัน เรียวขาก้าวอาดๆมายืนใกล้คนตัวเล็กกว่า ทว่าดวงตาคู่คมกลับเหลือบไปเห็นแก้มใสที่เปรอะเลอะแป้งต็อกเล็กน้อย

 

ชางกยุนใช้มือข้างหนึ่งทาบพวงแก้มอิ่มให้หันมาทางเขา ส่วนอีกข้างก็ค่อยๆละเมียดละไมใช้ปลายนิ้วโป้งเช็ดออกให้ เลอะแล้วนะครับ

 

อือ.. คุณตากล้องใจดีจัง

 

รอยยิ้มตรงหน้าช่างสวยงามเสียจนเขาอดนึกไม่ได้ว่าถ้าเขาเห็นเพียงแค่ในรูปไม่ได้เห็นของจริงแบบนี้จะรู้สึกเสียดายมากเท่าไร เค้าหน้าคมสันโน้มลงไปเรื่อยๆก่อนจะออกแรงเป่าโหนกแก้มอีกคนเบาๆให้เศษแป้งออกไปให้หมด ก่อนจะทำทีเบนความสนใจมายังขนมหน้าตาน่าทานตรงหน้า เป็นอันว่าเมื่อครู่เขาไม่ได้เผลอสูดกลิ่นหอมอ่อนๆจากอีกคนมาก็แล้วกัน

 

ขนมกุลต็อกหรอ?

 

อื้อเจ้าตัวพยักหน้ารับ เดี๋ยวกีฮยอนป้อนให้นะ คุณตากล้องอ้าปากสิมือเล็กค่อยๆตัดเจ้าขนมลูกกลมเป็นครึ่งซีกแล้วยื่นช้อนมาทางปากของคุณตากล้องแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกัน คุณตากล้องถึงกับผงะไปเล็กน้อยเมื่อเจอท่าทีเป็นมิตรอย่างรวดเร็วของอีกคน

 

ผมกินเองได้นะเอ่ยห้ามแต่คนฟังก็ไม่ได้หน้าบึ้งหรือทำทีขัดใจต่อคำพูดของเขาเลยแม้แต่นิด กลับเอาแต่ยิ้มหวานและส่ายหน้าไปมา

 

มีคนบอกกีฮยอนมา ว่าให้ดูแลคนที่ใจดีกับกีฮยอน เมื่อกี้คุณตากล้องใจดีกับกีฮยอน กีฮยอนจะดูแลคุณตากล้องเองสานเจตนาของตนต่อโดยการยื่นปลายช้อนเข้าไปใกล้ปากอีกฝ่ายมากขึ้น ดวงตากลมใสหยีลงจนเรียวเล็กเมื่อเห็นคุณตากล้องคนใจดีรับเจ้าขนมสีสันสดใสเข้าปากไปแล้วเคี้ยวตุ่ยๆ

 

อร่อยมั้ยคุณตากล้อง?

 

คุณตากล้องไม่ตอบแต่กลับดันคนตัวเล็กกว่าให้ไปชิดติดขอบโต๊ะท่ามกลางเสียงร้องค้านของกีฮยอนที่ดังแข่งกับเสียงฝนตก ชางกยุนเข้าไปยืนแทรกอยู่ระหว่างขากระต่ายน้อย ช้อนเล็กถูกเขาดึงมาถือไว้แทนแล้วตักขนมแสนอร่อยส่งให้อีกคนได้ทานมันบ้าง

 

กีฮยอนลองกินดูนะครับ

 

แต่กีฮยอนทำให้คุณตากล้องกินนะ กีฮยอนจะไม่แย่ง

 

แต่มันอร่อยมากๆเลยนะ ไม่เอาหรอ?

 

ไม่เอา กีฮยอนไม่แย่งคุณตากล้องหรอกว่าเสียงใส ในตอนนี้ชางกยุนเองก็เริ่มคิดแล้วว่ากีฮยอนอาศัยอยู่กับใครกัน ในเมื่อภายในบ้านหลังนี้ดูไม่มีใครเลยนอกเสียจากเจ้าตัวเพียงคนเดียว ผู้ชายซื่อๆอย่างกีฮยอนอยู่บ้านหลังเล็กๆนี้คนเดียวอย่างนั้นหรอ?

 

สุดท้ายก็ขอเลิกคิดเกี่ยวกับประวัติของอีกคนแล้วขอมาเชยชิมขนมจากลูกกระต่ายฝีมือดีเสียก่อน คุณตากล้องเปลี่ยนใจส่งปลายช้อนเข้าปากตนเองไปในเมื่อกีฮยอนดูจะไม่ยอมกินมันเพราะไม่อยากแย่งเขา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็แอบเห็นคอขาวผ่องลอบกลืนก้อนเหนียวๆลงไป

 

เข้ามาแย่งผมสิ

 

“……”

 

ลูกกระต่ายน้อยเอียงคอฟังน้ำเสียงอู้อี้นั่นแล้วก็ก้มหน้างุด ส่ายหน้าจนกลุ่มผมปลิวสะบัด ปากพร่ำเอ่ยซ้ำไปซ้ำมาว่าจะไม่มีทางแย่งขนมของคุณตากล้อง เพราะกีฮยอนทำให้คุณตากล้องกิน กีฮยอนห้ามกิน คุณตากล้องใจดีเพราะฉะนั้นคุณตากล้องต้องได้กินขนมให้หมดทุกชิ้น ได้กินหมดทุกสี แล้วกีฮยอ

 

อื้อ..”

 

เพราะลูกกระต่ายตัวน้อยดื้อเหลือเกินเขาเลยต้องปราบ

 

คุณช่างกล้องรั้งเอวและท้ายทอยกระต่ายน้อยเข้ามาหาตัวก่อนจะย้ำจูบพลางส่งขนมรสหวานให้อีกคนได้ชิมมัน เปลือกตาสีไข่ไก่คล้อยปิดลงเพราะความอ่อนโยนจากคนตรงหน้าที่พาให้สติสัมปชัญญะหนีหายไปหมด มืดเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นมาวางทาบอยู่บนแผงอกเด็กหนุ่มก่อนจะร้องอื้ออึงในลำคอเพราะเริ่มหายใจติดขัด ชางกยุนเลยตัดสินใจผละออก

 

อร่อยมั้ยครับ?

 

อือ..” อ้อมแอ้มตอบในลำคอ นัยน์ตาใสซื่อบริสุทธิ์จ้องมองคุณตากล้องที่กอดรั้งตัวเขาเอาไว้อยู่ ..แต่คุณตากล้อง.. ทำไมตรงนี้ของกีฮยอนถึงเต้นตุบๆเลย กีฮยอนใส่อะไรผิดแปลกลงในขนมหรือเปล่า?สีหน้าเริ่มฉายแววกังวล เพราะปกติตอนทำทานเองก็ไม่เคยเกิดความผิดปกติแบบนี้นี่น่า แล้วทำไมตอนนี้หัวใจของกีฮยอนถึงได้สั่นรัวแบบนี้ล่ะ คุณขนมทำอะไรกับกีฮยอน

 

ครั้งนี้คุณตากล้องถึงกับยิ้มกว้างและขบขันกับความใสซื่อไร้จริตของอีกคน คนอย่างกีฮยอนถ้าเกิดไปอยู่ในเมืองหลวงคงโดนหลอกไปง่ายๆอย่างแน่นอน กีฮยอนไม่เหมาะกับสถานที่แสงสีแบบนั้นหรอก

 

ไม่ต้องห่วงนะครับ คุณขนมไม่ทำอะไรกีฮยอนหรอกนะ

 

แล้วแบบนี้กีฮยอนจะแย่งคุณตากล้องกินหรือเปล่า?เพราะกีฮยอนสัญญากับตนเองแล้วว่าห้ามแย่งคุณตากล้องกิน

 

เปล่าครับ ไม่ได้แย่ง

 

“…..”

 

แต่ผมน่ะ.. อยากให้กีฮยอนแย่งนะ

 

อือ..”

 

สายฝนที่พร่ำหนักอยู่ด้านนอกไม่ได้ช่วยกลบเสียงหัวใจดวงน้อยที่เต้นระรัวได้เลย เรียวแขนเล็กน่าทะนุถนอมถูกจับให้ไปวางคล้องคอเด็กหนุ่มเอาไว้ ริมฝีปากหยักกวาดชิมขนมรสหวานที่ติดอยู่บริเวณมุมปากเล็กและกลีบปากแดงอิ่ม เรียวลิ้นหนาค่อยๆกดแทรกเข้าไปอย่างเชื่องช้าและเนิบนาบ

 

ได้ยินเสียง อื้อ ดังลึกอยู่ในลำคอเด็กน้อย ชางกยุนจับเอนศีรษะกลมมนให้เอียงข้างและสัมผัสปลายลิ้นเงอะงะนั่นด้วยความชอบใจ กีฮยอนดูกลัวแต่ก็ไม่กล้าถอยหนี จานใบสวยถูกมือหนาเลื่อนออกไปห่างๆหลังจากทานขนมเหล่านั้นจนหมดทุกชิ้น แผ่นหลังขาวบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเจอกับความเย็นของโต๊ะไม้ที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าถูกดันให้เอนนอนราบแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร

 

ริมฝีปากแดงระเรือเริ่มเจ่อขึ้นเพราะแรงดูดดึง เส้นผมสีดำขลับประปรอยอยู่ทั้งหน้าผากและข้างแก้มตัดกับผิวนวลขาวและเนียนนุ่ม ปลายจมูกโด่งเชิดรั้น แก้มพองลมทั้งสองข้างปรับเป็นสีแดงจัดที่เกิดจากอาการเขินอายและสภาพอากาศด้านนอก

 

ชางกยุนต้องห้ามใจเป็นอย่างมากไม่ให้ทำอะไรคนตรงหน้ามากกว่าการบดจูบและหอมฟัดพวงแก้มทั้งสองข้าง ภาพตรงหน้ามันทำให้เขาห้ามใจไม่ไหวเสียจริงๆ อาชีพนักถ่ายภาพที่ฝั่งอยู่ในเส้นเลือดตอนนี้ไม่ได้ช่วยให้เขานึกคิดเลยว่าตนเองมาที่แห่งนี้เพื่อทำงานและเก็บภาพธรรมชาติอันสวยงามไม่ใช่มาเชยชิมความสวยงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา

 

รอให้ฝนหยุดตกก่อนก็แล้วกัน ตอนนั้นกล้องของเขาก็คงพร้อมที่จะเก็บภาพธรรมชาติจริงๆจังๆแล้วล่ะ

 

 

When the rain falls

 

 

ที่นี่มันบ้านของเขา?

 

เปลือกตาหนักอึ้งลืมขึ้นก่อนจะมองไปรอบกาย เห็นทุกสิ่งทุกอย่างดูคุ้นตาไม่ต้องใช้ความจำมากเขาก็รู้ว่าตนเองอยู่ที่ใดในตอนนี้ ห้องนอนของเขายังคงถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ ผ้าม่านสีอ่อนโชยปลิวไปตามแรงลมที่พัดเข้ามาจากด้านนอกบ่งบอกให้รู้ว่าพายุฝนโหมกระหน่ำได้จากไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงอากาศเย็นสบายและความชื้นตามชั้นบรรยากาศ

 

เด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่งด้วยความงุนงง เขาไม่ได้เมาเพราะอย่างนั้นเขาถึงจำได้ว่าเขาได้พบเจอกับเรื่องอะไรมาบ้าง เพียงแต่ความทรงจำของเขากลับหยุดลงแค่ตอนที่เขาเชยชิมความหวานจากกลีบปากแดงเรื่อนั่น มีเพียงเท่านั้นที่เขาจำได้ แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างมันก็เหมือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

ไม่มีกระต่ายน้อยอีกแล้ว

 

ดวงตาคู่คมมองออกไปนอกบานหน้าต่างเห็นแสงแดดอ่อนสาดลงมาเป็นเส้นยาว เศษฝุ่นเล็กๆน้อยๆลอยฟุ้งในอากาศ ความหนาวเหน็บยังคงลอยวนอยู่รอบตัว นาฬิกาเรือนแขวนบอกเวลาเจ็ดโมงเช้ากว่าๆทำให้รู้ว่าเขาได้ผ่านเมื่อวานมาแล้วหลายชั่วโมง.. หลายชั่วโมงที่เขาอยู่ในบ้านหลังนั้น ทว่าเขาก็กลับมานอนอยู่ที่ห้องของตนเองอย่างไม่รู้สึกตัว

 

ช่างภาพเสียงทุ้มเดินลงไปชั้นล่างด้วยความงุนงง กล้องของเขาวางอยู่บนโซฟาหากแต่เขากลับไม่สนใจ ไม่คิดจะซ่อมมันทั้งๆที่รู้ว่ามันยังคงใช้การไม่ได้ ชางกยุนเลือกที่จะเดินออกไปข้างนอก ไม่ใช้เพราะออกไปถ่ายรูปเหมือนทุกครั้ง หากแต่เป็นออกไปตามหาผู้ชายผิวขาววัย 24 ปีที่เขาฝากรสจูบไว้ให้อยู่เนิ่นนาน

 

อ้าว พ่อหนุ่ม

 

ครับเขาตอบรับพลางยืดตัวขึ้นหลังจากผูกเชือกรองเท้าทั้งสองข้างเสร็จ

 

เอาผลไม้ไปกินสิ เมื่อวานฝนตกหนักเหลือเกินป้ากับลุงต้องช่วยกันเก็บก่อนมันจะเน่าน่ะหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมส่งผลไม้หลายชนิดมาให้ซึ่งชางกยุนก็รับไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจ พ่อหนุ่มเอาไปทานให้อร่อยนะ เดี๋ยวป้าจะเอาไปแบ่งคนแถวนี้ด้วย หมู่บ้านเราคนน้อย มีอะไรก็แบ่งๆกันเนอะ

 

อ่าขอบคุณครับชางกยุนยิ้มรับก่อนจะกล่าวคำขอบคุณไป หากแต่อะไรบางอย่างที่เขาเพิ่งนึกออกก็ทำให้เขาต้องรั้งคุณป้าชาวสวนแสนใจดีไว้

 

เอ่อ.. ป้าครับ!”

 

หือ?เธอหันกลับมาพร้อมสีหน้าแปลกใจแต่ก็ยังอมยิ้มให้อย่างใจดี

 

คือพอจะรู้จักคนตัวเล็กๆ ผิวขาว ตาโต หน้าตาน่ารักๆเหมือนกระต่าย…” เสี้ยววินาทีนั้นอิมชางกยุนรู้สึกว่าตนเองกำลังใจเต้นแปลกๆเมื่อคิดภาพตามคำพูดเหล่านั้น

 

คงเป็นเพราะคำว่า น่ารักๆ – นั่นล่ะ

 

อ่า... แล้วก็อายุประมาณ 24 ปี พูดจาเพราะๆ เคยเห็นบ้างไหมครับ?ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรออกไปไม่ให้อีกฝ่ายหลุดขำ แต่หญิงวัยกลางคนตรงหน้านี่สิกลับแอบหัวเราะหน่อยๆเมื่อได้ยินแบบนั้น

 

น่ารักแบบไหนกันล่ะพ่อหนุ่ม ไปตกหลุมรักใครที่ไหนมาหืม?เธอเอ่ยกลั้วหัวเราะ ที่นี่มีแต่คนแก่กับเด็กวัยสี่ห้าขวบเองนะพ่อหนุ่มเอ้ยเธอว่าอย่างนั้นก่อนจะเดินจากไปพร้อมแบกเจ้าตะกร้าใบใหญ่ไว้บนหลัง ทิ้งให้ชางกยุนมองตามด้วยความสงสัย ถ้าเกิดเขาเร็วกว่านี้อีกนิดคงวิ่งไปเอารูปที่เขาเคยถ่ายติดกระต่ายน้อยผิวขาวมาให้คุณป้าดูแน่ๆ

 

กีฮยอน

 

ผมจะได้เจอกีฮยอนอีกเมื่อไรกัน

 

 

.

.

 

 

 

--- 26 มีนาคม 2015 ---

( 3 เดือนผ่านไป, ฤดูใบไม้พลิ )

 

ตากล้องคนเก่งยังคงเก็บภาพความสวยงามไปเรื่อยเปื่อย ดูท่าบรรยากาศในช่วงนี้จะทำให้เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะเหล่าดอกไม้ที่บานพรั่งสวยงามกันทุกพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ยืนต้น หรือไม้เลื้อย ทุกสิ่งอย่างนั้นทำให้เขาพอใจกับภาพที่ออกมามากเหลือเกิน

 

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็กลับคิดถึงใครคนหนึ่งมากเช่นกัน...

 

 

 

 

--- 4 กรกฏาคม 2015 ---

( 3 เดือนผ่านไป, ฤดูร้อน )

 

ขอบคุณครับอิมชางกยุนโค้งลงเป็นการขอบคุณสำหรับน้ำใจของลุงๆป้าๆชาวสวนที่ยังคงแบ่งผลไม้มาให้เขาทานอย่างต่อเนื่อง นับเป็นร้อยๆครั้งแล้วก็ว่าได้ที่เขาต้องโค้งศีรษะให้กับคนมีน้ำใจเหล่านี้ ไม่ใช่แค่เรื่องผลไม้ แต่ยังรวมถึงเรื่องสารทุกสุขดิบต่างๆที่ทุกคนต่างคอยถามไถ่และช่วยเหลืออยู่เสมอ นี่เป็นสิ่งที่เขาคิดว่ามันงดงามเสียยิ่งกว่าภาพถ่ายและไม่สามารถหาได้จากที่ไหน

 

เป็นอีกครั้งที่เขาไม่นึกอยากกลับโซล

 

แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาคิดถึงลูกกระต่ายตัวหนึ่งจนรู้สึกปวดหนึบหน้าอกไปหมด

 

 

 

 

--- 10 ตุลาคม 2015 ---

( 3 เดือนผ่านไป, ฤดูใบไม้ร่วง )

 

ฤดูนี้เป็นช่วงที่อากาศแจ่มใสและเย็นสบายที่สุด ต้นไม้จะผลัดใบเป็นสีแดง เหลือง และส้ม ดูแปลกตาไปอีกแบบจากฤดูอื่นที่ผ่านมา คุณช่างกล้องเริ่มมีไรหนวดเขียวๆขึ้นบริเวณใต้จมูกและคาง เขาเลยต้องมายืนจัดการเจ้าสิ่งเหล่านั้นออกด้วยที่โกนหนวดที่พกติดมาด้วยจนมันสะอาดเกลี้ยงเกลา

 

ชางกยุนออกไปสวมรองเท้าผ้าใบหน้าบ้านพลางโน้มตัวลงไปผูกเชือกรองเท้าอย่างที่เคยทำทุกวัน ทว่ามีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆอายุน่าจะประมาณ 8 ขวบวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาเสียก่อน

 

คุณป้าเจ้าของสวนบอกให้เอามาแบ่งทุกคนในหมู่บ้านค่ะ

 

อ่าใช่.. ผู้หญิงรูปร่างท้วมแสนใจดีที่มีรอยยิ้มเป็นมิตรนั่นน่ะ เป็นคุณป้าเจ้าของสวนผลไม้ของที่แห่งนี้ล่ะ

 

ขอบคุณนะครับไม่ว่าเปล่ายกมือขึ้นลูบศีรษะเด็กผู้หญิงผมม้าหน้าตาจิ้มลิ้มไปด้วยก่อนเจ้าตัวจะยิ้มยิงฟันแล้วเดินจากไป

 

ชางกยุนก้มมอง ขนมกุลต็อก ในถ้วยใบเล็ก อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มเพราะขนมตรงหน้ามันทำให้เขานึกถึงใครบางคนเข้า

 

 

อร่อยมั้ย? คุณตากล้อง

 

กีฮยอนทำให้คุณตากล้องกินนะ กีฮยอนจะไม่แย่ง

 

 

ผมคิดถึงกีฮยอนอีกแล้วนะ

 

 

 

 

--- 2 มกราคม 2016 ---

( 3 เดือนผ่านไป, ฤดูฝน )

 

 

ครืนครืน

 

1 ปีผ่านไปแล้ว หน้าฝนหวนกลับมาอีกครา

 

และก็เป็น 1 ปี ที่ใครคนหนึ่งยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาตลอดมา

 

อิมชางกยุนเดินไปปิดหน้าต่างที่ถูกลมกรรโชกแรงเสียจนมันแทบหลุดปลิวออกไปกับแรงพัดเหล่านั้น หัวไหล่ยกขึ้นคอยค้ำไม่ให้โทรศัพท์ที่แนบอยู่กับหูตกลง ส่วนมือทั้งสองข้างก็สาละวนอยู่กับการปิดหน้าต่างและผ้าม่าน

 

ผมไม่กลับ

 

( 1 ปีแล้วนะชางกยุน ขอร้องล่ะ ช่วยฉันหน่อยเถอะ ไม่มีช่างภาพคนไหนถ่ายรูปดีเท่านายอีกแล้ว )

 

ถ้าเป็นคำชมจากคนอื่นชางกยุนคงยิ้มออก แต่กลับหัวหน้าที่เคยตำหนิรูปธรรมชาติของเขาเสียๆหายๆต่อหน้าผู้คนมากมายมันกลับทำให้เขาต้องหัวเราะ หึออกมาอย่างเย้ยหยันแทน

 

กลับไปถ่ายภาพนางแบบในชุดเว้าๆน่ะหรอครับ? ผมไม่กลับครั้งที่แล้วเขาก็ขยาดเต็มทนที่โดนสั่งให้ไปทำหน้าที่ถ่ายภาพเหล่านางแบบสาวในชุดว่ายน้ำ เกาะอก สายเดี่ยว หรือชุดวาบหวิวต่างๆนานาที่แทบจะเปลือยกายอยู่รอมร่อ เขาเองก็ได้แต่คิดอยู่ในใจว่าต้องโชว์มากขนาดนี้เพื่อเงินแค่ไม่กี่แสนวอน มันคุ้มกับร่างกายที่ต้องตกไปอยู่ในเป้าสายตาของผู้ชายหลายคนแล้วอย่างนั้นหรอ?

 

เขาไม่ใช่คนดี เพียงแต่เขาเป็นช่างกล้องที่ต้องการขายความสวยของภาพ

 

ไม่ใช่ความสวยงามของนางแบบในภาพ

 

( ฉันขอร้องล่ะ นายเองก็รู้ว่าที่โซลจะให้ถ่ายธรรมชาติอะไรในเมื่อมันมีแต่ตึก )

 

ผมถึงมาที่นี่ไง

 

( เห้อ.. นายนี่มัน… )

 

ผมวางสายได้แล้วใช่ไหม?

 

( อา ให้ตายสิโอเค ฉันยอมแล้ว แต่ถ้านายคิดจะกลับมาเมื่อไรก็โทรบอกฉันด้วยแล้วกัน ยังมีอีกหลายงานที่ฉันอยากให้นายอวดฝีมืออีกเยอะ )

 

“……”

 

( แล้วก็รูปถ่ายธรรมชาติที่นายคอยส่งมาให้ที่บริษัทน่ะ ขายดีที่สุดเลยนะ.. แค่นี้แหละที่ฉันอยากจะบอก )

 

แล้วการสนทนาก็จบลงเพียงเท่านั้น พร้อมกับสายฝนหนักด้านนอกที่เริ่มเพลาลงเรื่อยๆ อีกไม่นานมันคงหยุดและก็จะเป็นอีกครั้งที่เขาต้องเดินย่ำดินเปียกนุ่มเหล่านั้นเพื่อไปเก็บภาพสวยงามหลังฝนตก

 

.

.

 

 

กลิ่นดินจากธรรมชาติโชยมาแตะปลายจมูก หยาดน้ำฝนที่ตกค้างอยู่บนใบไม้และต้นไม้สีเขียวขจีหยดลงบนบ่ากว้างของเด็กหนุ่มก่อนเขาจะยกกล้องขึ้นเก็บภาพรุ้งกินน้ำที่ตวัดสายโค้งเป็นสีทั้งเจ็ดอย่างสวยงาม สายลมอ่อนๆพัดผ่านแขนและร่างกายทำให้เขาไม่รู้สึกอบมากนัก กลับเย็นสบายด้วยซ้ำไป

 

แชะ

 

ภาพที่สองของวันถูกถ่ายและบันทึกลงเมมโมรี่การ์ดอย่างเรียบร้อย ถ้าเขาจำไม่ผิดที่ที่เขายืนอยู่ตรงนี้เป็นที่ที่เขาถ่ายติดผู้ชายผิวขาวคนหนึ่งได้ ผู้ชายคนนั้นยืนอยู่บริเวณพุ่มไม้ดอก มือเล็กทั้งสองข้างจับโน่นจับนี่ไปมา บ้างมีผีเสื้อบินมาเกาะเจ้าตัวก็เล่นกับมัน ในตอนนั้นเขาจำได้ว่าตัวเองกดรัวกล้องเหมือนช่างภาพดาราเลยทีเดียว

 

แต่ตอนนี้จอสี่เหลี่ยมในมือของเขากำลังทำให้เขาใจหาย

 

ไม่มีใครคนนั้นถ่ายติดอยู่ตรงมุมกล้องอีกแล้ว

 

ไม่ว่าเขาจะลองกดถ่ายมั่วสักกี่รูปก็ตาม

 

ชางกยุนเดินไปนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่สามารถบังแสงแดดอ่อนในยามเช้าได้ เปลือกตาหลับลงด้วยความเหนื่อยอ่อน ไม่ใช่เหนื่อยเพราะต้องออกมาแต่เช้าตรู่เพื่อเก็บภาพ แต่เป็นเพราะเหนื่อยในการตามหาใครคนหนึ่งต่างหาก ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเขาคอยถามและเอารูปกีฮยอนที่เคยถ่ายติดไว้ให้หลายคนในหมู่บ้านดู ทุกคนต่างบอกว่าพอคุ้นหน้าแต่ไม่ค่อยเจอเด็กคนนี้มากนัก บ้านของกีฮยอนอาจอยู่ไกลจากหมู่บ้านแห่งนี้ เพราะอย่างนั้นเขาเลยออกตามหาไปเสียทุกที่แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แวว

 

ครั้งนั้นเขาก็จำทางไม่ได้ด้วยเพราะไม่สบายอยู่ เลยเอาแต่หลับตาคอยให้อีกคนพาไปส่งถึงบ้าน

 

ถ้ารู้แบบนี้เขาคงอัดวิดีโอถ่ายไปตามทางให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย

 

อ่า.. ลืมไป ตอนนั้นกล้องมันพังนี่นะ

 

เขายกแขนขึ้นมาก่ายหน้าผาก แผ่นหลังเอนพิงอยู่กับลำต้นกว้างของต้นไม้สูง ไอเย็นที่แผ่อยู่รอบตัวทำให้เขาคล้อยหลับลงไปได้อย่างง่าย เขามักจะไว้ใจที่แห่งนี้เสมอเลยกล้าที่จะนอน กิน หรือทำอะไรก็แล้วแต่ที่ไหนก็ได้ เพราะเขารู้ว่าที่แห่งนี้ไม่มีอันตราย เขาหลงรักที่แห่งนี้ไปโดยปริยาย หลงรักธรรมชาติที่แสนสวยงาม หลงรักบรรยากาศที่ทำให้เขารู้สึกสดชื่นและสบายในทุกๆฤดู หลงรักความมีน้ำใจของผู้คนที่นี่ และก็หลงรักกระต่ายตัวหนึ่งที่ชื่อยูกีฮยอนถึงแม้จะเจอกันเพียงแค่ครั้งเดียวก็ตาม...

 

 

หากแต่ครั้งที่สองมันก็กลับมาอย่างไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัวเช่นกัน

 

 

 

 

ทำไมมานอนตรงนี้อีกแล้วล่ะ คุณตากล้อง?

 

 

 

 

ถ้าคุณเรียกสิ่งนี้ว่าปาฏิหาริย์ ผมจะเรียกมันว่าโชคชะตา

 

โชคชะตาที่พาผู้ชายคนนี้มาหาผมทุกครั้งหลังฝนตก

 

ผมอาจนึกเสียดายถ้าเกิด 1 ปีจะมีฤดูฝนเพียงครั้งเดียว แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่เคยเสียใจ เพราะในฤดูนี้สายฝนจะพาคนๆหนึ่งมาหาผมด้วย กระต่ายน้อยที่เป็นของขวัญชิ้นเดียวในชีวิตที่ผมคิดว่าเจ้าตัวเป็นของขวัญที่วิเศษที่สุด

 

ผมอาจไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่อยากเข้าใจมันแล้ว

 

ต่อให้ฤดูฝนผ่านพ้นไปผมก็จะกอดเขาไว้ให้แน่น ไม่ว่าจะล่วงเลยไปกี่ฤดูหรือกี่ปีก็ตาม

 

 

 

ถ้าครั้งนี้กีฮยอนหายไปอีก ผมจะไม่แบ่งขนมให้กีฮยอนแล้วนะ

 

กีฮยอนไม่หายไปไหนแล้ว กีฮยอนสัญญา

 

สัญญาตลอดไป

 

ตลอดไป กีฮยอนสัญญา

 

 

 

The end

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

459 ความคิดเห็น

  1. #386 RIN HILARITY (@sunantha13875) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 16:40
    พี่กีพี่เป็นผีเหรอคะ? ความรู้สึกเเบบมันอบอุ่นเเล้วก็เคว้งนิดๆ รู้สึกเคว้งเเทนกยุนนะที่ตื่นมาเเล้วหาพี่กีไม่เจอ เเล้วเเบบเเต่กยุนก็รออ่ะนะ รอบอุ่นที่กยุนรอพี่กี เเบบพอให้เป็นตากล้องคือเป็นอาชีพที่เเบบยังไงดีอ่ะ อธิบายไม่ถูก เเต่คือมันดีอ่ะ โอ๊ยยยย
    #386
    0
  2. #318 ChilL Out !! (@a-top) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 22:21
    กีฮยอนเป็นตัวอะไรอ่ะ ภูตพรายประจำฤดูฝนงี้อ่อ
    หรือเป็นคนหมู่บ้านห่างไกล

    น่ารักมากเลย :)
    #318
    0
  3. #290 blackbearsis. (@ploybubu) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 18:50
    ละมุนมากเลย ;_;  เสียงเปียโนก็เข้ากับฟิคมากๆเลยค่ะ
    ชอบตอนที่ชางกยุนรอคอยกีฮยอนเป็นปีๆ ใช้ตัวอักษรอธิบายความรู้สึกออกมาได้ดีมากเลย
    พอตอนสุดท้าย "ทำไมมานอนตรงนี้อีกแล้วล่ะ คุณตากล้อง" ใจหายเลย กระต่ายกลับมาแล้ว <3
    #290
    0
  4. #179 Princezaclub (@princezazaclub) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 22:34
    ชอบบบบ? อยากให้มีต่อ? เพราะยังสงสัยในตัวกีฮยอนนน? น่ารัก? ภาษาก็ดี? ><
    #179
    0
  5. #126 เอ็มกีเลิฟเวอร์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 18:37
    ละมุนมากกกกกกกกกก ตอนคุณตากล้องจูบกีฮยอนแล้วฉันบับ โห้ววววววววว ไม่ไหวล้าวววววว เขินไปปปปป
    #126
    0
  6. #110 Lily (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 / 17:45
    โอยยยย เป็นฟิคที่ละมุนมากค่ะ ภาษางามมาก กีฮยอนคือน่าทะนุถนอมมากถึงมากที่สุด

    อ่านแล้วอินแบบ เฮ้ออออ หัวใจฉันๆๆๆ T///////T
    #110
    0
  7. #93 R_AP81 (@SoneBabyPink) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 20:46
    ตอนแรกที่อ่านนี่ตกใจนะ แอบคิดว่ากีฮยอนนี่ใช่คนหรือเปล่า.. แต่น่ารักมากๆเลยค่ะ กระต่ายน้อยกับคุณช่างภาพ
    #93
    0
  8. #86 Maysquidz (@piemintza) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 23:48
    คุณตากล้องก็รุกแรงละเกิน ส่วนกระต่ายน้อยก็ใสๆ55555 แอบหน่วงๆ ฮื้ออออ ฟิคเข้ากับเพลงมาก ที่เจอกันแค่หน้าฝนนี่ยังไง แต่ก็ละมุนดี ชอบค่ะ><~?
    #86
    0
  9. #85 SoulPx (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 15:57
    อยากจะยกให้เป็นฟิคดีเด่นแห่งปี #อยากให้มีจริงๆอะ555 และก็เท่าที่อ่าน#เอ็มกี มาอันนี้มันโอเค#เอาไปสิบดาว55 มันดูดีมันสนุกมันเป็นฟิคที่ครบเครื่องมีหลายความรู้สึกและลงตัวอย่างอร่อย#ผิด55555555
    #85
    0
  10. #80 perlitez29 (@beastlyu) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 09:45
    งืออ น่ารัก ชอบเงลาน้องกีแทนชื่อตัวเองอ่ะ ????????????
    #80
    0
  11. #79 alittlethink (@alittlethink) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 06:13
    ฮือออ คือมันน่ารักมากเลย โอ้ยยย น่ารักอะน่ารักละมุน โอ้ย แต่คุณตากล้องนี่รุกแรงนะ กระต่ายน้อยกะไม่รู้เรื่องเลยย ว่าแต่กระต่ายน้อยนี่หายไปไหนมา 55555555 ปล่อยตากล้องเฮิรตท์มาปีกว่าเลย
    #79
    0
  12. #78 aompnt_ (@aomsone) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 00:36
    งื้ออออ เอ็มกีของเค้าาาาา
    ฟินมากกอ่าาาาา
    ว่าแต่พี่กีเป็นคนใช่มั้ย
    ทำไมหายไปแบบกยุนไม่รู้ตัว
    แถมมาเจอกยุนเฉพาะหน้าฝน
    #78
    0
  13. #77 Sunrise Harmony (@sunriseharmony) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 22:32
    คำถามแรกหลังอ่านจบ..กีฮยอนนี่คนหรือผี?

    อยู่ๆโผล่มา พาไปกินขนม?ที่บ้าน แล้วคุณตากล้องมาโผล่บ้านตัวเองได้ไง แล้วหายไปไหนมาตั้งหนึ่งปีแน่ะ



    ชอบเพลงนะ เข้ากับเรื่องมาก แล้วอ่านตอนฝนตกอีก เข้ามากถึงมากที่สุด

    ตอนกีฮยอนหายไป เพลงก็บิ๊วไปอีก ภาษาสวย มีเนื้อหาสัมพัธ์กับชีวิตตัวเองเลยอินไปอีก555



    โดยรวมแล้ว ชอบมาก ชอบเรื่องโทนนี้ ไม่หวือหวา ไม่หวานจัด ละมุนๆกำลังดี
    #77
    0