[END] Love friend กลุ้มใจนักดันแอบรักเพื่อนสนิท [Yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 75,804 Views

  • 624 Comments

  • 3,353 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    108

    Overall
    75,804

ตอนที่ 22 : แอบรักครั้งที่ 19 ซีนสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2482
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 ก.ย. 59

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/48456/1389382526-member.jpg



Part 19#Chawin ซีนสุดท้าย

หลังจากที่ผมถ่ายแบบคู่กับไอ้ทีในคอนเซ็ปต์ Sexy Devil & Angel แล้ว 2 วันหลังจากนั้นคุณรามินทร์ก็สั่งปล่อยภาพในเซต 3 – 4 รูปออกมา เพื่อเรียกกระแสและน้ำย่อยให้บรรดาแฟนคลับของพวกผมเตรียมตัวเปย์

แต่พอปล่อยออกไปคนที่พร้อมเปย์กลับไม่ได้มีแต่แฟนคลับของพวกผมนี่สิ เพราะภาพชุดนี้มีกระแสแรงมากจนถูกพูดถึงอย่างถล่มทลาย ประชาชนทั่วไปต่างก็ให้ความสนใจกันอย่างถ้วนหน้าทั้งนั้น

นอกจากคอนเซ็ปต์ ชุด พร็อพ ฉากหลัง และองค์ประกอบอื่นๆ ที่ถูกชื่นชมอย่างล้นหลาม ก็ยังมีสีหน้าและท่าทางของผมกับไอ้ทีที่ถูกชื่นชมไม่ต่างกันด้วย อย่างของผมจะดูเป็นเทวดาผู้อ่อนแอและถูกรังแกจากซาตาน ส่วนไอ้ทีก็จะเป็นปีศาจผู้ชั่วร้ายที่รังแกได้แม้กระทั่งเทวดาผู้บริสุทธิ์

หึก็แน่ล่ะสิ ไอ้ที่ผมตาปรือ จื่อปาก ท่าทางอ่อนแออ้อนแอ้นแบบนั้น มันก็เป็นเพราะว่าผมพึ่งจะมีเซ็กส์กับไอ้ทีต่างหากเล่า! ส่วนไอ้บ้านั่นแทนที่จะมีท่าทางไร้เรี่ยวแรงเหมือนผม แต่มันกลับยิ่งดูแข็งแรงสมชาย แถมยังแผ่ออร่าเซ็กซี่และคาริสม่าแบบดิบๆ เข้ากับคอนเซ็ปต์อีกด้วย เล่นเอาบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ แถมยังพวกเก้งกวางบ่างชะนีพากันหวีดไอ้ทีกันครึ่งค่อนประเทศ

อยากรู้จริงๆ ว่านี่เป็นการลงโทษผมที่ดันบังเอิญกระแสดี หรือว่านี่จะเป็นการลงโทษผมที่คุณรามินทร์ได้คิดคำนวณผลลัพท์เอาไว้เรียบร้อยแล้วกันแน่

ตอนนี้ผมกำลังขับรถไปสตูดิโอที่ผมใช้ถ่ายแบบไปเมื่อ วันก่อน ซึ่งในวันนี้ผมไม่ได้จะไปถ่ายแบบหรอกเพราะว่าขั้นตอนนั้นเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่วันนี้จะเป็นคิวที่ผมรวมทั้งไอ้ทีกับมาริต้องเริ่มไปซ้อมถ่ายทำโฆษณาน้ำอัดลม ซึ่งจะมีบทต่อสู้ของทางฝั่งเทวดาและซาตานที่พวกเราต้องไปเรียนรู้

แน่นอนว่าสุดท้ายฝั่งซาตานอย่างไอ้ทีก็จะต้องแพ้ไป เมื่อโดนกริชศักดิ์สิทธิ์ปักเข้าที่หัวใจโดยเทวดาอย่างผมเข้า ความชั่วร้ายที่กัดกินร่างกายและหัวใจอยู่จึงได้สลายหายไป ก่อนที่จะกลับมาเป็นเทวดาเหมือนกับพวกผมอีกครั้ง

พอนึกถึงตรงนี้ผมก็ชักอยากจะถึงกองไวๆ ซะแล้ว ไม่ใช่ว่าผมอยากรีบซ้อมให้มันเสร็จๆ ไปหรอกนะ แต่ว่าผมอยากจะรีบเอากริชศักดิ์สิทธิ์ที่ว่าไปปักหัวใจไอ้ทีต่างหาก เผื่อว่าความโง่ งี่เง่า ซื่อบื่อ แล้วก็ปากไม่ตรงกับใจจะได้หายออกไปสักที!

หลังจากที่ผมมีอะไรกับไอ้ทีวันนั้น ผมก็นึกว่าความสัมพันธ์ของเรา คนจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะไอ้ทีมันแสดงออกอย่างชัดเจนว่ามันหวงและหึงผมถึงขนาดไหน แต่ถึงอย่างนั้นพอผมไปถามว่ามันคิดยังไงกับผม มันกลับตอบมาว่า...

ก็เป็นเพื่อนไง มึงเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของกูเลยนะ

หนอย...เพื่อนสนิทบ้าบออะไรมีเพื่อนสนิทที่ไหนบ้างที่พากันมีเซ็กส์ด้วยกันแบบนี้! แถมอาการโมโหจนเลือดขึ้นหน้าแบบนั้นมันเรียกว่าหึงชัดๆ ไม่ใช่รึไงแค่ยอมรับออกมาว่าชอบผมมันจะตายหรอห้ะไอ้บ้าที!

ด้วยเหตุนี้ความสัมพันธ์ของผมกับไอ้ทีก็เลยยังไม่ไปไหน แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงเหมือนกับ วันแรกที่เราสองคนต่างแรงใส่กัน ในตอนนี้มันให้อารมณ์เหมือนกับผมกำลังงอนไอ้ที โดยที่มันก็พยายามง้อผมอยู่ แต่ก็เป็นการง้อที่ดูซื่อบื่อแล้วก็กั๊กๆ ยังไงไม่รู้ ผมอยากรู้จริงๆ ว่าตอนนี้มันกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

ผมคิดอย่างหัวเสียแล้วถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ ก่อนจะรีบเหยียบคันเร่งเพื่อให้ไปถึงที่หมายได้เร็วขึ้น พอไปถึงผมก็เห็นว่าไอ้ทีกับมาริได้มาถึงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งไอ้ทีกำลังยืนคุยอยู่กับสตาฟ ส่วนมาริกำลังถ่ายรูปกับฉากหลังที่คงจะเอาไว้อัพในอินสตราแกรมล่ะมั้ง

“ให้พี่ถ่ายให้มั้ยมาริ?” ผมเดินเข้าไปหา มาริจึงรีบยิ้มกว้างออกมาแล้วก็ยื่นโทรศัพท์ให้ผมทันที

“ขอบคุณครับพี่วิน ผมขอแบบโมเอะๆ เลยนะ”

“ถ้าจะเอาอย่างนั้นก็คงต้องใส่ปีกเพิ่มแล้วล่ะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้ก็แล้วกัน” ผมพูดจบก็หันหลังกลับว่าจะเดินไปหยิบปีกสีขาวมาให้มาริ แต่ก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ไว้ผมหน้าม้าจนปิดหน้าปิดตา ยื่นปีกสีขาวมาให้ผมพร้อมกับแสยะยิ้ม

“เมื่อกี้เหมือนเจนได้ยินวินบอกว่าอยากได้ปีก เจนเลยไปหยิบมาให้” เจนพูดด้วยเสียงแหบต่ำจนผมรู้สึกขนลุก ก่อนที่จะยื่นมือที่กำลังสั่นน้อยๆ ออกไปรับปีกจากมือของเจน

เจน เป็นหนึ่งในสตาฟของกองนี้แล้วก็เป็นแฟนคลับที่คลั่งไคล้ผมเอามากๆ จนผมนึกกลัว เพราะนอกจากทรงผมที่ไว้อย่างปิดหน้าปิดตาแล้ว เจนยังชอบใส่เสื้อผ้าสีหม่นๆ พูดจาด้วยเสียงยานคางและแหบต่ำ แถมยังชอบป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ ตัวผม เรียกได้ว่าผมอยากได้อะไรเจนก็จะรีบหามาให้ทันทีโดยที่ผมไม่ต้องร้องขอ

นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นคนผมคงนึกว่าเจนเป็นผีหรือเจ้ากรรมนายเวรของผมแล้วนะเนี่ย!

“ขะ...ขอบใจนะเจน” ผมฝืนยิ้มอย่างเกร็งๆ แต่เพียงแค่นั้นมันก็เพียงพอแล้ว เพราะเจนได้แสยะยิ้มตอบกลับมา ก่อนจะเดินอย่างเอียงอายด้วยใบหน้าอันแดงซ่านกลับไปทำงานต่อ ซึ่งไม่ได้ไปไหนไกลหรอก วนเวียนอยู่ใกล้ๆ ตัวผมนั่นแหละ

“พี่วิน ผมรู้สึกว่าพี่เจนน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้” มาริกระซิบข้างหูผมแล้วมองไปที่เจนด้วยท่าทางหวาดหวั่น

“คิดมากน่ามาริ ไม่มีอะไรหรอก มองดีๆ แล้วเจนก็เป็นคนที่น่ารักคนนึงเลยนะ แต่แค่ชอบเอาผมมาปิดหน้าปิดตาเท่านั้นเอง” ไม่รู้ว่าที่ผมพูดเนี่ยเป็นเพราะต้องการพูดแก้ตัวให้เจน หรือว่าพูดเพื่อกล่อมประสาทตัวเองไม่ให้คิดมากกันแน่ แต่ผมว่าบางทีมันอาจจะเป็นอย่างหลังมากกว่านะ

“ถ้าเป็นงั้นก็ดีสิครับ แต่ผมว่าพี่วินระวังตัวเอาไว้บ้างก็ดีเหมือนกันนะ ผมกลัวพี่เจนจะคลั่งพี่มากจนเผลอทำอะไรมิดีมิร้ายพี่เอาก็ได้” ยิ่งมาริพูดแบบนี้ผมก็ยิ่งเครียดหนักเข้าไปใหญ่เลยน่ะสิ

“ไม่มีอะไรหรอกน่ามาริ พูดจาเป็นละครไปได้ มาถ่ายรูปกันต่อดีกว่าเนอะ” พูดจบผมก็ลากมาริเข้าไปใกล้ๆ ฉาก แล้วก็สวมปีกสีขาวเข้าไปให้ที่ด้านหลัง เท่านั้นแหละความโมเอะของมาริก็เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า ทำเอาผมเพ้อจนเผลอลืมเรื่องอะไรที่มันกวนใจออกไปทันที

หลังจากนั้นสักพักก็มีสตาฟมาเรียกผม มาริ แล้วก็ไอ้ทีไปรวมกัน เพื่อบรีฟงานโฆษณาที่จะต้องถ่ายทำพรุ่งนี้ เมื่อพวกเราเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของตัวเองดีแล้ว แต่ละคนเลยแยกย้ายกันไปซ้อมคิวบู๊กับสตั๊น ซึ่งก็ซ้อมกันนานครึ่งค่อนวันเลยล่ะกว่าจะเข้าที่

“วินไปพักกินข้าวได้เลยนะ แล้วช่วงบ่ายเดี๋ยวไปซ้อมพร้อมกับทีแล้วก็มาริเลย”

“โอเคครับ” พูดจบผมก็เดินตรงไปยังห้องแต่งตัวเพราะกะว่าจะนั่งพักเหนื่อยสักหน่อย คิวบู๊เมื่อกี้มันมีแต่ท่ายากๆ จนผมรู้สึกปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัวแล้ว

“เป็นไงบ้าง เหนื่อยมั้ยไอ้วิน?” เสียงของไอ้ทีที่ดังขึ้นอยู่ด้านหลังทำให้ผมสะดุ้ง ก่อนที่จะรีบเก็กหน้าบึ้งแล้วหันไปมองแรงใส่มัน

“ถามได้ ก็ต้องเหนื่อยอยู่แล้วสิ” ช่วงนี้ไม่มีหรอกที่ผมจะพูดจาดีๆ กับไอ้ที ผมจะเป็นแบบนี้จนกว่ามันจะเลิกปากแข็งแล้วบอกรักผมเลยคอยดูสิ

“งั้นให้กูนวดให้มั้ย? กูนวดเก่งนะ” ไอ้ทีส่งยิ้มมาให้ผม นี่มันไม่รู้รึไงว่าผมกำลังงอนแล้วก็ต้องการให้มันง้ออยู่ หรือว่านี่เป็นวิธีการง้อแบบซื่อบื่อๆ ของมัน?

“ไม่จำเป็น ไปนวดให้คนอื่นเลยไป อย่างยัยลิซ่านั่นไง ที่แทบจะเสนอตัวให้มีงบีบมึงนวดใจจะขาดแล้วน่ะ” พูดถึงตรงนี้ผมก็เบ้ปากขึ้นมาทันที แต่ไอ้ทีกลับทำหน้างงออกมาซะงั้น

“ลิซ่าเกี่ยวอะไรด้วย? กูว่ามึงไม่ต้องพูดถึงเรื่องของคนอื่นหรอก มาพูดเรื่องของเรากันดีกว่า เมื่อไหร่มึงจะย้ายกลับมาอยู่กับกูที่ห้องสักที” ผมใจเต้นตึกตักแล้วก็ลอบยิ้มออกมาทันทีกับคำว่า เรื่องของเรา’ แต่ก็พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติเพราะไม่อยากให้ไอ้ทีรู้

ผมไม่มีวันบอกชอบหรือแสดงออกไปก่อนเด็ดขาด จนกว่าไอ้ทีจะยอมบอกผมก่อน!

“ก็จนกว่ากูจะเบื่อกับการไปเที่ยวแล้วก็มั่วกับผู้ชายล่ะนะ” ผมจงใจพูดประชดให้ไอ้ทีหึง แต่มันกลับยิ้มออกมาซะงั้น

“ไม่จริงหรอก มึงนอนอยู่ที่คอนโดกับพี่คินใช่มั้ยล่ะ?”

“มะ...ไม่ใช่สักหน่อยใครบอกว่ากูไปนอนกับพี่คินห้ะ!” เรื่องนี้ผมไม่ได้โกหกนะ เพราะผมนอนอยู่คนเดียวพี่คินไม่ได้นอนกับผมสักหน่อย...เอ้อลืมไป มีวันนึงที่พี่คินอยู่ค้างคืนกับผมที่คอนโดนี่นา แต่ว่ากลับฟุบหน้านั่งหลับอยู่ข้างๆ ขอบเตียง เล่นเอาผมตื่นขึ้นมาก็ถึงกับงงไปเลย

“โอเคๆ ไม่นอนก็ไม่นอน แล้วเมื่อไหร่มึงจะเบื่อล่ะหืม?” ไอ้ทีถามยิ้มๆ

“เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ ถามทำไม? อยากให้กูกลับไปอยู่ด้วยงั้นหรอ? อยู่คนเดียวแล้วเหงาใช่มั้ยล่ะ? ถ้างั้นก็ลองอ้อนวอนกูดูสิเผื่อกูจะพิจารณากลับไปอยู่ด้วย” ผมกอดอกแล้วเชิดหน้าใส่ไอ้ที แต่เอาจริงๆ ผมก็แค่ทำหยิ่งไปงั้นแหละ ตอนนี้แค่ไอ้ทีเอ่ยปากผมก็พร้อมจะถลาเข้าห้องไปนอนกับมันแล้ว

แต่...

“ที่พูดมาน่ะเป็นความรู้สึกของมึงใช่มั้ยวิน? ที่ทั้งเหงาทั้งอยากกลับมาอยู่กับกู” ไอ้ทีพูดด้วยใบหน้านิ่งๆ แล้วยิ้มบางๆ เท่านั้นแหละผมก็เหวอจนแทบไม่ไม่เป็นเลยทีเดียว

“อะ...อะ...ไอ้บ้าใครมันจะอยากกลับไปอยู่กับมึง!” ผมโวยวายดังลั่นไม่ได้ต้องการคำตอบอะไร แต่ไอ้ทีกลับตอบผมมาด้วยหน้าตาซื่อๆ ว่า...

“ก็มึงไง ไม่ใช่หรอ?”

“ไม่ใช่เว่ยไปตายซะไปไอ้บ้า!” ผมแยกเขี้ยวใส่ไอ้ทีแล้วก็รีบเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว ที่อยู่ตรงหน้าด้วยอาการเขินจัด หลังจากถูกจับความรู้สึกเอาไว้ได้ แถมผมยังล็อกกลอนเอาไว้ด้วยเพื่อไม่ให้มันเข้ามาในนี้ โดยไม่เห็นสายตาของใครคนหนึ่งที่กำลังจ้องมองมาพร้อมกับแสยะยิ้มกว้าง

หลังจากนั้นผมก็นั่งอยู่ข้างในห้องแต่งตัวอีกประมาณ 10 นาทีไอ้ทีถึงจะเคาะประตูเรียกผม เอาจริงๆ ผมก็กำลังรอให้มันมาง้ออยู่นั่นแหละ แต่ก็ไม่รู้ทำไมมันถึงได้ง้อช้านักก็ไม่รู้ แต่จะให้ผมเปิดประตูออกไปดูมันก็ไม่ได้อีกเพราะเสียฟอร์มแย่

“มีอะไร?” ผมเปิดประตูแล้วทำเป็นถามเสียงแข็งๆ อย่างไม่สบอารมณ์ แต่ก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเพราะคนที่อยู่ด้านหน้าไม่ได้มีแต่ไอ้ทีคนเดียว ยังมีมาริยืนอยู่ข้างๆ ด้วย

“พี่วินทำหน้าดุจัง นี่ยังไม่เลิกงอนพี่นทีอีกหรอครับ” มาริถามเสียงใส

“พี่ไม่ได้งอน แต่ว่าพี่โกรธต่างหาก” เอาจริงๆ ผมก็แค่งอนไอ้ทีนั่นแหละ เพราะความโกรธของผมมันได้หายเป็นปลิดทิ้งไปแล้ว ตั้งแต่ที่มันสติแตกเพราะว่าหึงผม

“หรอครับ? แต่ผมว่าพี่วินอะงอนชัดๆ ผมก็เป็นแบบนี้เหมือนกันเวลางอนนายมิน”

“จะ...จะ...จะบ้าหรอมารินั่นมาริกับคุณรามินทร์เป็นแฟนกันนะแต่ว่าพี่กับไอ้ทีไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย!

“แล้วผมบอกว่าเป็นรึไงเล่า? แต่ก็เอาเถอะครับ ผมหิวข้าวแล้ว ขอเข้าห้องหน่อยน้า” มาริพูดจบก็แทรกตัวเข้ามาในห้อง โดยมีไอ้ทีที่ถือถาดกับข้าวเดินตามเข้ามาติดๆ

“ส่วนของมึงกูก็ถือมาให้แล้วนะ มากินด้วยกันสิ” ไอ้ผมก็อยากจะหยิ่งปฏิเสธอยู่หรอกเพราะไอ้ทีมันไม่ได้พูดง้ออะไรผมเลย ดีแต่ยิ้มอยู่ได้แค่อย่างเดียวนั่นแหละ แต่ว่ากลิ่นอาหารหอมๆ กับท้องของผมที่ร้องโครกคราก มันก็ทำให้ผมปฏิเสธไม่ลง

“ถ้ามึงจะขอร้องขนาดนั้น กูจะยอมกินให้ก็ได้” พอผมพูดอย่างนี้ไอ้ทีก็ยิ้มแล้วหัวเราะออกมาเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาแล้วเดินนำผมไปที่โต๊ะ ก่อนที่เรา คนจะเริ่มลงมือทานอาหารเที่ยงกันจนอิ่มแปล้

หลังจากนั้นตอนบ่ายโมงพวกเรา คนก็กลับเข้าไปในสตูดิโอ สตั๊นเลยให้มาริที่ยังคงทำได้ไม่คล่องไปฝึกต่อ ส่วนผมกับไอ้ทีที่ฝึกกันจนคล่องแล้ว สตั๊นเลยให้เราลองจับคู่ต่อสู้กันดู

ในตอนแรกเราสองคนก็เริ่มขยับท่าทางอย่างช้าๆ ก่อน โดยมีสตั๊นคอยประกบแล้วก็ช่วยจัดท่าทางอย่างใกล้ชิด จนเมื่อหลังๆ ผมกับไอ้ทีเริ่มชินแล้วก็คล่องขึ้นสตั๊นเลยคอยมองอยู่ห่างๆ จากนั้นจึงได้ลองให้เราสองคนใส่ชุดพร้อมกับถืออาวุธต่อสู้กันดู เพื่อวันถ่ายทำจริงในวันพรุ่งนี้จะได้เคยชิน

“พอใส่ชุดแล้วมันจะขยับยากนิดนึงนะ โดยเฉพาะวินชุดมันจะรุ่มร่ามมากเลย ยิ่งถ้าได้ใส่ปีกนี่ยิ่งแล้วใหญ่” สตั๊นพูดจบก็ยื่นอาวุธประจำตัวมาให้ผมกับไอ้ที ซึ่งของเทวดาก็จะเป็นกริชศักดิ์สิทธิ์อย่างที่เคยบอกไป ส่วนของซาตานจะเป็นเคียวสีดำที่มีหนามแหลมๆ งอกออกมา ให้ความรู้สึกน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้

“เอาล่ะจำที่ซ้อมกันเมื่อกี้ได้ใช่มั้ย? ถ้างั้นเดี๋ยวเรามาซ้อมใหญ่กันเลย แต่ว่าระวังๆ นิดนึงนะอย่าออกแรงฟันกันมาก”

“หืม? ทำไมหรอครับ? อาวุธมันเป็นของจริงงั้นหรอ?” ผมถามด้วยความตกใจ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเกิดพลาดขึ้นมา ไม่ผมก็ไอ้ทีคงได้ตายกันอยู่ที่นี่แน่ๆ

“เปล่าหรอก มันเป็นพลาสติกนั่นแหละแต่ว่าเปราะง่ายมาก โดยเฉพาะเคียวของทีที่มีหนามงอกออกมา ชิ้นนี้นี่สั่งทำมาแพงมากเลยนะ ถ้าพังนี่ซวยกันหมดแน่ๆ” เวนกรรม ที่แท้ก็กลัวของพัง ไอ้ผมก็เสียววาบเลยนึกว่าอาวุธจะเป็นของจริงซะอีก

จากนั้นผมกับไอ้ทีก็เริ่มต่อสู้กันตามบทบาทและท่วงท่าที่ได้ซ้อมไว้ ก่อนที่มาริที่จำท่าได้แล้วจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วถืออาวุธเข้ามาร่วมสู้ด้วย ซึ่งการต่อสู้จะมีทั้งแบบตัวต่อตัวและแบบ รุม เพราะงั้นงานหนักจึงเป็นของไอ้ทีที่โดนรุมจากทั้งผมและมาริ พึ่งรู้ก็วันนี้แหละว่าเทวดาก็หมาหมู่เป็นเหมือนกัน

พวกเราใช้เวลาซ้อมกันนานมากกว่าจะเข้าคู่กันได้ดี จนสามารถรุกรับฟาดฟันกันได้อย่างคล่องแคล่ว แต่กว่าจะผ่านไปถึงขนาดนั้นเวลามันก็ได้ล่วงเลยไปจนถึงค่ำแล้ว ผมที่ปวดเมื่อยแขนจนไม่อยากขับรถ เลยโทรบอกให้พี่คินมาหาแล้วพากลับคอนโดซะเลย

[“อะไรกัน นี่พี่ชักสงสัยแล้วนะว่าเราขับรถไม่ไหวจริงๆ หรือว่าแค่ขี้เกียจกันแน่”แน่ะ รู้ทันผมอีกพี่ชายผมเนี่ย

“ผมเปล่าขี้เกียจน้า แต่ผมขับรถไม่ไหวจริงๆ”

[“อะๆๆ เชื่อก็ได้ แล้วจะให้พี่ไปหาตอนนี้เลยรึเปล่า?”]

“เย่พี่คินน่ารักที่สุดเลย มาตอนนี้เลยครับ”

[“โอเค ไม่เกิน ชั่วโมงเจอกัน”พี่คินพูดจบก็วางสายไป ส่วนผมก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่โดยไม่รู้เลยว่ามีใครกำลังยืนมองอยู่ด้านหลังตั้งนานแล้ว

“กะแล้วเชียวว่ามึงต้องนอนอยู่ที่คอนโดกับพี่คินจริงๆด้วย” เสียงทุ้มๆ ที่พูดขึ้นอยู่ที่ด้านหลังทำให้ผมถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ

“เฮ้ย!!” ไอ้ทีเล่นมาไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้ผมก็นึกว่าเป็นผีน่ะสิปัดโธ่!

“มึงขึ้นรถตู้กลับไปแล้วไม่ใช่รึไง แล้วไหงถึงมาอยู่ที่นี่ได้ห้ะ” ผมถามไอ้ทีเพราะอยากเปลี่ยนเรื่องคุยก่อนที่ผมจะโป๊ะแตกไปมากกว่านี้

“อืม แต่ว่ากูลืมกระเป๋าไว้น่ะเลยบอกให้คนขับรถพากลับมาเอา”

“ถ้างั้นก็รีบไปเอาซะสิ มัวยืนทำอะไรอยู่ได้ เดี๋ยวคนอื่นๆ ที่อยู่ในรถก็รอนานกันพอดี”

“ก็กำลังจะไปแล้วล่ะ แต่ว่าได้ยินมึงคุยโทรศัพท์ซะก่อน เอางี้มั้ยถ้าขับรถไม่ไหวเดี๋ยวกูขับไปส่งให้ แล้วถ้าเหงาจะให้กูนอนเป็นเพื่อนด้วยก็ได้นะ” ไอ้ทียิ้มกว้าง ข้อเสนอของมันทำเอาผมอยากพยักหน้ารีบตอบตกลงใจจะขาด แต่ว่าก็ไม่อยากเสียฟอร์มยอมอ่อนข้อให้มันก่อนเลยกลั้นใจปฏิเสธมันไป

“ขอบใจ แต่ไม่จำเป็น”

“โอเคไม่เป็นไร ถ้างั้นกูกลับแล้วนะ บาย” ไอ้ทียิ้มเจื่อนๆ แล้วโบกมือให้ผม ก่อนจะเดินไปขึ้นรถตู้ที่จอดอยู่หน้าสตูดิโอเพื่อกลับบริษัท ส่วนผมก็ต้องนั่งอยู่อย่างเหงาๆ เพื่อรอพี่คินมาหา ซึ่งเวลาก็ผ่านไปนานกว่า ชั่วโมงนู่นแหละกว่าพี่คินจะมาถึง

พี่คินพาผมไปกินข้าวก่อนค่อยขับรถพากลับไปที่คอนโด ผมเลยถือโอกาสใช้ข้ออ้างว่ามันดึกแล้ว และพรุ่งนี้เช้ากลัวจะไม่มีแรงขับรถเลยให้พี่คินนอนอยู่เป็นซะเพื่อน ซึ่งพี่คินก็ใจดียอมตอบตกลงโดยไม่มีบ่นอะไรเลยสักคำ

เช้าวันถัดมาพี่คินก็ขับรถมาส่งผมที่สตูดิโอ แล้วก็ว่าจะให้ลูกน้องมารับที่นี่ แต่ก็บังเอิญเจอกับคุณคิมหันต์ที่เป็นเจ้าของนิตยสารพอดีเลยอยู่คุยกันยาว เห็นว่าสักพักคุณรามินทร์ก็จะเข้ามาสมทบด้วยเหมือนกัน เล่นเอาผมงงเลยว่าคน คน บุคลิกแบบนี้ไปรู้จักแล้วก็เป็นเพื่อนกันได้ยังไง

“ดื่มน้ำมั้ยวิน?” เสียงยานคางและแหบต่ำที่ดังขึ้นอยู่ด้านหลังทำให้ผมถึงกับสะดุ้งเฮือกทันที ไม่ว่าจะกี่วันผมก็ไม่เคยชินกับเสียงของเจนสักทีสิน่า

“มะ...ไม่เป็นไรหรอก ผมเกรงใจ” ผมยิ้มแห้งๆ

“แต่เจนเอามาให้แล้ว” เจนพูดจบก็ยื่นขวดน้ำมาให้ ผมที่กลัวเจนเสียน้ำใจเลยรับน้ำมาแล้วก็เปิดฝายกขึ้นดื่ม

“ขอบใจนะเจน แต่ว่าคราวหลังไม่ต้องลำบากหรอก เจนทำงานของตัวเองอย่างเดียวก็พอแล้วนะ”

“วินเป็นห่วงเจนหรอ ขอบคุณนะ เจนดีใจจัง” เจนยิ้มเขินๆ ส่วนผมก็เพียงแค่ยิ้มแหยๆ ส่งไปเพราะไม่อยากหักหน้าว่าจริงๆ แล้วผมกลัวเจนต่างหาก

“เออใช่ พี่เขาให้เจนมาตามวินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวด้วยน่ะ”

“อ้าวหรอ โอเค ขอบใจมากนะ” พูดจบผมก็รีบเดินไปยังห้องแต่งตัวทันทีโดยมีเจนเดินตามมาติดๆ เพื่อช่วยผมกับสตาฟคนอื่นๆ เปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่ปีก สวมวงแหวนบนศีรษะ แล้วก็จัดพร็อพอะไรต่างๆ จนผมแทบจะกลายเป็นเทวดาโดยสมบูรณ์

ก่อนจะถ่ายทำจริงผู้กำกับให้ผม ไอ้ที แล้วก็มาริซ้อมกันอีกครั้งในช่วงครึ่งเช้า เพราะกว่าจะแต่งหน้าและทำผมเสร็จเวลามันก็ล่วงเลยไปจนถึง 11 โมงแล้ว ผู้กำกับเลยจะเริ่มถ่ายจริงในช่วงบ่าย ซึ่งตลอดการซ้อมทุกอย่างก็ราบรื่นไปได้ด้วยดี

พอช่วงบ่ายหลังจากที่ทานข้าวเสร็จแล้ว พวกผมก็เริ่มถ่ายทำกันจริงๆ ซึ่งในการถ่ายทำมันจะไม่เรียงไปตามบทและเนื้อเรื่อง เพราะมันจะเสียเวลาต้องเปลี่ยนฉากและเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับไปกลับมา เลยจะถ่ายซีนที่มีฉากเดียวกันและเสื้อผ้าชุดเดียวกันก่อนเพื่อประหยัดเวลา ส่วนจะถ่ายซีนไหนก่อนนั้นก็ต้องแล้วแต่ความถนัดของผู้กำกับเลย

เปิดมาซีนแรกพวกผมก็ได้ถ่ายฉากจบเลย ซึ่งเป็นฉากที่ไอ้ทีกลับมาเป็นเทวดาเหมือนพวกผมแล้ว และกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าพร้อมกับทำท่าดื่มน้ำอัดลมที่เป็นตัวสินค้า ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและมีความสุข ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นหนัง โฆษณา หรือว่าละคร ผู้กำกับจะถ่ายทำฉากจบเป็นซีนแรกๆ เพราะถ้าเกิดมีปัญหาช่วงกลางๆ ก็สามารถถ่ายทำหรือตัดต่ออะไรมาแทนได้ แต่ถ้าไม่มีฉากจบนี่คือจบกันเลย

หลังจากนั้นพวกผมก็ถ่ายทำซีนอื่นต่อไปเรื่อยๆ แถมยังต้องถ่ายซีนเดิมซ้ำๆ เพราะผู้กำกับต้องการมุมภาพหลายมุมๆ อีกต่างหาก ซึ่งกว่าจะถึงฉากไคล์แม็กซ์ที่ผู้กำกับเก็บไว้ถ่ายเป็นซีนสุดท้าย เวลาก็ล่วงเลยมานานจนเกือบจะค่ำแล้ว

“ซีนสุดท้ายแล้วนะทีวิน ตั้งใจเต็มที่จะได้เลิกกองกลับบ้านกัน” ผู้กำกับพูดยิ้มๆ

“ได้เลยคร้าบ ผมจะตั้งใจแทงไอ้ทีเต็มที่เลยล่ะ กะว่าถ้าวันนี้มันไม่ตายผมจะไม่เลิกแทงเลยคอยดู” ผมหันไปยักคิ้วใส่ไอ้ทีอย่างหมั่นไส้ เพราะฉากนี้คือฉากที่ซาตานอย่างไอ้ทีเพลี่ยงพล้ำ จนถูกผมที่เป็นเทวดาแทงกริชศักดิ์สิทธิ์เข้าไปที่หัวใจ

“ถ้างั้นก่อนจะตาย ขอให้กูนอนได้ตายที่ตักมึงก็แล้วกันนะ” คำพูดของไอ้ทีทำให้ผมถึงกับหน้าร้อนวาบขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ ไอ้บ้านี่มันไปหัดพูดจาแบบนี้มาจากไหน หรือมันไม่ได้คิดว่าเป็นมุกจีบมุกเต๊าะอะไร แค่พูดไปอย่างที่ใจคิดเฉยๆ

“ไอ้บ้า พูดอะไรเพ้อเจ้อ ไปเตรียมเข้าฉากกันได้แล้ว” ผมพูดจบก็ว่าจะหยิบกริชที่เอาวางไว้ตรงเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆ แต่ว่ามันก็หายไปไหนแล้วไม่รู้

“มีใครเห็นกริชผมบ้างมั้ยครับ?” ผมถามสตาฟที่อยู่ใกล้ๆ แต่ก็ไม่มีใครเห็นเลยสักคน เอ...หรือว่าผมจะหลงเอามันไปวางไว้ที่อื่น?

ซึ่งขณะที่ผมกำลังนึกอยู่นั่นเอง...

“วินกำลังหานี่อยู่ใช่มั้ย?” เป็นเจนนั่นเองที่กำลังวิ่งหอบเอากริชมาให้ผม

“อ๋อใช่แล้ว ทำไมมันไปอยู่กับเจนได้ล่ะ?”

“วินใช้จนมันมัวหมดแล้ว เจนเลยเอาไปขัดเงาให้” ตอนนี้กริชที่อยู่ในมือของผมใสกิ๊งแล้วก็เงาแว้บเป็นประกายเลยล่ะ มันเงามากจนผมเกือบหลงคิดว่ามันเป็นของจริงซะอีก

“โหย ลำบากเจนแย่เลย ขอบคุณมากๆ เลยนะ” เจนนี่เป็นคนดีจริงๆ แถมยังขยันทำงานด้วย ถึงจะขยันเฉพาะงานที่เกี่ยวกับผมก็เถอะ แต่มันก็ทำให้ผมซึ้งใจจริงที่มีคนทำอะไรเพื่อผมตลอดเวลาขนาดนี้ ผมขอถอนคำพูดที่เคยคิดว่าเจนเป็นคนน่ากลัวก็แล้วกัน

“ไม่เป็นไร เพื่อวินเจนทำได้ทุกอย่าง” เจนแสยะยิ้มก่อนที่จะหันหลังกลับเพื่อไปทำงานต่อ ส่วนผมก็เดินเข้าไปในฉากกับไอ้ที ที่ตอนนี้กำลังซ้อมกวัดแกว่งเคียวไปมาอยู่

“เอ้าพร้อมนะทีวิน...3...2...1...Action!” สิ้นเสียงผู้กำกับผมกับไอ้ทีที่ตอนนี้อยู่ห่างกันเกือบๆ 10 เมตร ก็วิ่งเข้าไปใช้อาวุธฟาดฟันกันตามบทบาทและท่วงท่าที่ได้ซ้อมเอาไว้

ผมกระโดดสูงขึ้นเพื่อหลบเคียวของไอ้ทีที่ฟันมาตรงขา ก่อนที่ผมจะเงื้อกริชขึ้นมาเตรียมแทงไปที่กลางหน้าผากของมันคืน แต่ว่ามันก็สามารถกลิ้งหลบได้ทัน ผมจึงใช้โอกาสนั้นที่มันกำลังลุกขึ้น รีบวิ่งเข้าไปประชิดตัวเพื่อที่จะเสียบกริชปักลงไปในช่องท้อง

ฉึ่ก!

“อึ่ก!” ไอ้ทีตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่เลือดสีแดงสดที่ทำจากน้ำแดงจะไหลซึมออกมาช้าๆ

“อะ...ไอ้วิน...” ไอ้ทีพูดด้วยเสียงสั่นเครือ ก่อนจะปล่อยเคียวลงจากมือแล้วทรุดตัวลง จนผมต้องรีบเข้าไปประคองมันเอาไว้ พลางคิดในใจว่ามันลืมบทรึไง เพราะหลังจากที่ผมเอากริชปักไปที่ท้องของมัน ผมต้องกระชากออกมาแล้วก็ปักซ้ำเข้าที่หัวใจอีกรอบ ถุงน้ำแดงที่อยู่ตรงนั้นจะได้แตกแล้วก็ไหลซึมออกมา

แต่เอ๊ะ...ตอนนี้ผมแทงเข้าไปที่ท้องของไอ้ทีไม่ใช่รึไง? แล้วทำไมถุงน้ำแดงมันถึงได้แตกออกมาได้ล่ะ?

พอคิดถึงตรงนี้ริมฝีปากและมือของผมมันก็สั่นขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื้อกี้ถ้าผมไม่คิดไปเองผมรู้สึกเหมือนว่าได้ยินเสียงฉึ่ก ราวกับว่ากริชได้เสียบเข้าไปที่ท้องของไอ้ทียังไงยังงั้น

“มะ...ไม่จริงน่า...” ผมพูดด้วยอาการมือไม้สั่นยิ่งกว่าเดิม แล้วรวบรวมแรงที่เหลืออยู่อันน้อยนิดดันไอ้ทีให้เงยหน้าขึ้น

ตอนนี้ไอ้ทีหน้าซีดจนแทบจะเหมือนศพ ส่วนสีหน้าก็ดูเจ็บปวดเจียนตายจนแทบไร้เรี่ยวแรงที่จะทำอะไร แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังอุตส่าห์รวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อที่จะพูดออกมาว่า...

“กะ...กริช...มันเป็น...ของ...จริง...” ไอ้ทีพูดได้เท่านี้ร่างกายของมันก็โถมลงมาที่ผม ก่อนที่เราสองคนจะทรุดฮวบลงไปที่พื้นด้วยกันทันที!

2BC

 

เฮ้ยไม่จริงใช่ม้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ไม่ยอมๆ เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะอุทานออกมาและทำหน้าตาแบบนี้หลังจากที่อ่านจบ วินแทงทีเข้าไปเต็มๆแบบนี้ดราม่าที่ผ่านมามันเบาไปเลยเนอะ โอ้ ม้าย แล้วมาลุ้นกันตอนหน้าดีกว่าค่ะว่าทีเป็นอะไรมั้ย โดนแทงซะขนาดนั้นจะตายรึเปล่า แล้วกริชมันเป็นของจริงได้ยังไง ซึ่ง...เราก็คิดว่าทุกคนก็น่าจะเดาออกชะมะ แหะๆ  แต่ถึงยังไงก็มาเอาใจช่วยวินกับทีให้ผ่านพ้นเรื่องวิกฤติในครั้งนี้กันให้ได้นะคะ มาเจอกันอีกครั้งในวันพฤหัสไม่ก็วันศุกร์น้า ขอบคุณทุกคนมากๆนะคะที่ติดตามนิยายเรื่องนี้มาโดยตลอดจนถึงตอนนี้ซึ่งก็ใกล้จะจบแล้ว  รวมถึงคนที่เม้น ไลค์ เข้ามาเม้ามอยกับเราที่แฟนเพจ แล้วก็สั่งจองหนังสือเข้ามาด้วยนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ  แล้วเจอกันน้า รักทุกคนที่สุดเลยค่ะ บ๊ายบายยยยยยยยยยยย บายๆ
(5 กย. 59)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. #617 <N-O> (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 15:41
    เจนกะเอาตายเลยใช่มั้ย
    #617
    0
  2. #592 June-Tongon (@June-Tongon) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 15:35
    ยัยคุณเจนแกจะสลับคริซ(ใช่รึเปล่าไม่รู้)ทำเพื่อ นี่แกอยากได้คุณพี่วินจนตัวสั่นขนาดนั้นเลยเหรอห๊ะ!?!?
    #592
    0
  3. #580 season1317 (@season1317) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 20:41
    เห้ยยยยยยัยเจนแก ตายยยยซะ!!!
    #580
    0
  4. #507 Haikyuu!! (@prashya34) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 01:33
    เห้ยเจนเล่นแรงไป
    #507
    0
  5. #466 Namfon_kak (@Namfon_kak) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 22:15
    ไรท์บรรยายเจนน่ากลัวอ่ะ
    #466
    1
  6. #465 Takina K. (@K43Proter) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 07:57
    ทีห้ามเป็นไรนะ(?)
    #465
    1
  7. #464 ratch678 (@ratch678) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 03:38
    แอร้กกกกก แซ้ดดดด
    #464
    1
  8. #463 Tonyaoi (@ampaga652) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 20:17
    พระเอกโดนแทงหรอ น่าสนุกจัง เราชอบเจนน่ะ น่ารักดี
    #463
    1
  9. #462 Chomview-cute (@Chomview-cute) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 19:44
    อีเจนอิสารเลว ตอแหลเนอะบอกว่าไปขัดให้เงา - - (ขอโทดที่ใช้คำไม่สุภาพมันเป็นฟิลลิ่ง T^T)
    #462
    1
  10. #461 SG-Dragon (@SG-Dragon) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 17:39
    อร้ากกกกก อีเจนนนนนนน ไปตายซะะะะ!!!!!!!
    #461
    1
  11. #460 Sakunrat Saipan (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 07:55
    พระเอกตายอีกเรื่องนึง...ไม่ใช่ละ ยัยเจน!!!! ชั้นจะฆ่าแก!!!
    #460
    1
  12. #459 Mootoon2 (@Mootoon2) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 01:15
    จับเจน ตบ ให้ตายคามือ แถมกระโดด กระทืบ ซ้ำ หืมมมมมม :(
    #459
    1
  13. #458 Mangalover (@lucius5122) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 23:13
    เฮ้ย! เจนทำอย่างงี้ได้ยังไง พี่วินทำไมไม่เช็คก่อน! พี่คลื่นทำไมไม่มาอยู่ข้างกายน้--//เดี๋ยวนะ..
    #458
    1
  14. #457 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 22:41
    ฮะ..เฮ้ย!! ไม่จริงงงง เจน! เธอทำอะไร? มีแผนกันเปล่าเนี่ย
    ไม่นะชลนทีของเค้า ไม่! ม่ายยยยยยย
    #457
    1
  15. #456 Parn Themoon (@02055632300) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 22:27
    ต้องเป็นอี่เจนแน่ๆ ทีอย่าเป็นอะไรนะ
    #456
    1
  16. #455 Yaoi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 22:11
    นี่มันนิยายสยองขวัญหรอไรท์ ทีจะเป็นอะไรไหม
    #455
    1
  17. #454 palmy3050 (@palmy3050) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 22:05
    ก้ว่ามันแปลกๆ อีเจนนน นี้แกกล้าทำสามีชัเนหรราาาา??
    #454
    1
  18. วันที่ 5 กันยายน 2559 / 21:39
    จะ เจน เธอใช่มั๊ย เธอมันคนไม่ดี #และเรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงแค่ความฝัน555
    #453
    1
  19. #452 นายสายรุ้ง (@kimmy_nng) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 20:58
    เจน!!!! แกทำอะไรสามีวินห๊า!!!??? ไรต์บรรยายเจนได้เหมือนฆาตกรโรคจิตฆ่าหั่นศพมากค่ะ55555
    #452
    1
  20. #451 pumandpe044 (@pumandpe044) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 20:06
    เฮือกหรือว่าวินจะถูกเจนพรากความบริสุทธิ์ม่ายย...โอะ!!ทีพรากไปแล้วนี่น่า//หลบทรีนแปป
    #451
    1
  21. #449 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 00:20
    เจน ??? กลัวนางอ่ะ ไรท์บรรยายซะแบบ... ????????
    #449
    1
  22. #448 palmy3050 (@palmy3050) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 22:48
    ล็อคกลอนด้ววยยย ไม่น่าม่ายยย สังหารตัวเองชัดๆ5555
    #448
    1
  23. #447 Sakunrat Saipan (@sakunrat_1997) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 21:57
    เอ่ออออ...เจนยังไม่ตายใช่มั้ยค่ะ? หลอนไปไหน #เมื่อไหร่ทีจะเลิกปากแข็ง_เอาชะแลงงัดด่วนๆเลย
    #447
    1
    • #447-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 22)
      2 กันยายน 2559 / 22:18
      555555 เจนยังไม่ตายน้า ส่วนทีคงต้องหาอะไรมางัดจริงๆนั่นแหละ อิอิ
      #447-1
  24. #446 nuang1 (@lookchup_najaa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 19:12
    หวังว่าเจนแค่สาววาย ไม่ใช่คนโรคจิตแล้วทำร้ายวินนะ
    #446
    1
  25. #445 Yaoi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 19:00
    หวังว่าเจนคงไม่ใช่ผี
    #445
    1