[END] Love friend กลุ้มใจนักดันแอบรักเพื่อนสนิท [Yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 75,796 Views

  • 624 Comments

  • 3,352 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    75,796

ตอนที่ 6 : แอบรักครั้งที่ 5 ปากแข็ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    29 ส.ค. 59

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/48456/1170889119-member.jpg





Part 5# Chonnatee ปากแข็ง

ตอนนี้ผมกำลังมองใบหน้าของไอ้วินที่นอนหนุนแขนของผมอยู่ตรงโซฟา ผมนอนนิ่งๆ ไม่ไหวติงอยู่แบบนี้ได้ประมาณ ชั่วโมงแล้วเพราะอยากให้มันนอนได้เต็มที่ ถ้าผมขยับหรือว่าลุกจากโซฟาผมว่ามันต้องรู้สึกตัวตื่นอย่างแน่นอน

การที่ทำอย่างนี้ ผมไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อแต่อย่างใด กลับเป็นเรื่องที่บันเทิงและดีต่อใจด้วยซ้ำ จะมีโอกาสไหนบ้างล่ะที่ผมจะได้อยู่แนบชิดและมองหน้าไอ้วินในระยะใกล้ๆ แบบนี้ ความจริงให้ผมอยู่อย่างนี้ทั้งวันเลยก็ยังได้

“อืม...” หลังจากที่ผมมองใบหน้าไอ้วินต่อสักพักมันก็เริ่มขยับตัวและส่งเสียงครางเบาๆ ดูท่าคงจะใกล้ตื่นแล้วล่ะ

ไอ้วินยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาขยี้ตาทั้งสองข้างใบมา ก่อนที่จะเลื่อนมือลงมาปิดปากหาวด้วยความง่วงงุน จากนั้นก็วางมือลงข้างตัวแต่ก็เริ่มขยับสะเปะสะปะจนมาโอบที่รอบเอวของผม ในขณะที่ศีรษะก็ขยับไปมาเพื่อหาตำแหน่งที่นอนได้สบายโดยที่ยังไม่ยอมลืมตาขึ้นมาเลยสักนิด

ผมมองการกระทำราวกับเด็กตัวเล็กๆ ของไอ้วินแบบนี้แล้ว ก็อดที่จะยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้ไอ้วินที่กำลังจะหลับลงอีกครั้งถึงกับสะดุ้ง แล้วก็รีบเงยหน้าขึ้นมามองผมทันที

“เฮ้ย!..........แว้กกกกก!” ไอ้วินอุทานด้วยความตกใจที่เห็นผมนอนอยู่ข้างๆ ร่างกายจึงขยับถอยไปด้านหลังโดยอัตโนมัติจนเกือบจะตกโซฟา แต่ว่าผมก็รีบวาดแขนไปโอบรอบเอวของมันเอาไว้ แล้วก็ออกแรงดึงมันขึ้นมาจนตัวแนบกับแผ่นอกของผม

“ขะ...ขอบใจนะ” ไอ้วินพูดด้วยเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าขึ้นเลือดฝาดเล็กน้อยเพราะคงจะอายที่ทำตัวโก๊ะๆ

“ไม่เป็นไร แล้วนี่มึงจำไม่ได้หรอว่าเมื่อวานเรานอนกันที่โซฟา” ผมพูดพร้อมกับคลายอ้อมกอดให้ไอ้วินขยับออกไป ทั้งๆ ที่ในใจอยากกอดมันเอาไว้แบบนี้ตลอดทั้งวัน

“อืม...จำไม่ได้อะ นึกออกล่าสุดก็ตอนที่กู มึง แล้วก็ไอ้คลื่นกำลังร้องเพลงอยู่ในห้องคาราโอเกะอะ” พอได้ยินแบบนี้ผมโล่งใจ เพราะแอบกลัวว่าไอ้วินจะจำเรื่องที่ผมจูบมันเมื่อคืนได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคงมองหน้ามันไม่ติดแน่ๆ

“ก็นะ มึงเมาซะขนาดนั้น จะจำไม่ได้ก็ไม่แปลกหรอก”

“ง่า...กูทำให้มึงลำบากอีกแล้วใช่มั้ย? ว่าแต่ทำไมกูกับมึงถึงได้มานอนกันที่โซฟาได้ล่ะ?”

“เอ่อ...กูพามึงมานั่งพักที่นี่ก่อน แต่ว่ามึงง่วงเลยดันกูลงไปนอนแล้วก็กอดกูไม่ปล่อย กูก็เลยต้องเลยตามเลย” ที่พูดไปเมื่อกี้ผมไม่ได้โกหกนะ แต่แค่พูดไม่หมดเฉยๆ ว่าเหตุการณ์ก่อนและหลังจากนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

“อา...เมาไม่รู้เรื่องอีกแล้วกู ขอโทษนะไอ้ทีที่ต้องลำบากมึงอยู่เรื่อย” ไอ้วินทำหน้าสำนึกผิด สำหรับผมเรื่องที่ต้องดูแลมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย ผมเต็มใจและยินดีที่จะทำ ดีกว่าให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาทำหน้าที่นี้แทน

“ไม่เป็นไรน่าเรื่องเล็กน้อย แล้วนี่มึงหิวรึยัง?”

“พอมึงถามกูก็ชักหิวขึ้นมาแล้วเนี่ย” ไอ้วินลูบท้องไปมา ผมเลยยิ้มแล้วก็เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปขยี้ที่ศีรษะของมันไปมา

 “ถ้างั้นก็ไปล้างหน้าแปรงฟันซะ เดี๋ยวกูจะไปดูในตู้เย็นก่อนว่าเหลืออะไรพอทำกินได้มั้ย” เพราะผมไม่คิดว่าวันนี้จะได้อยู่ต่อเลยไม่ได้สั่งของสดเข้ามาใส่ในตู้เย็น ของที่เหลืออยู่น่าจะมีแต่ไข่แล้วก็ไส้กรอกเท่านั้นล่ะมั้ง

“โอเค แต้งกิ้ว” พูดจบไอ้วินก็ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ ส่วนผมก็เดินเข้าไปในครัวแล้วก็หยิบของในตู้เย็นที่สามารถทำกินได้ทั้งหมดออกมา

ไข่ไก่ 3 ฟอง เบค่อน 2 ชิ้น ไส้กรอก 2 อัน ขนมปัง 3 แผ่น อืม...ถ้ามีเท่านี้ก็น่าจะทำได้แค่ออมเล็ทกับเอาของที่เหลือมาเป็นเครื่องเคียงล่ะนะ

ผมลงมือทำอาหารทันทีโดยมีไอ้วินที่ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วมายืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ผมชอบช่วงเวลานี้มากเลย มันเหมือนว่าผมกับมันเป็นคู่สามีภรรยากันยังไงยังงั้น แต่ว่ามันก็คงเป็นแค่จินตนาการของผมอย่างเดียวเท่านั้นแหละ

“เสร็จเรียบร้อย” ผมพูดหลังจากที่คีบเบค่อนที่เกรียมนิดหน่อยลงไปบนจานอย่างละชิ้น จากนั้นก็ถอดผ้ากันเปื้อนแล้วก็หันไปพูดกับไอ้วินว่า...

“มึงเอาจานไปวางไว้ที่โต๊ะให้หน่อยนะ กูขอไปล้างหน้าแปรงฟันแป๊บนึง”

“โอเค” ไอ้วินยิ้มรับก่อนจะจัดจานเล็กน้อยแล้วก็ยกไปรอที่โต๊ะอาหาร ส่วนผมก็เดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน จากนั้นก็ออกมานั่งกินข้าวที่โต๊ะพร้อมกับไอ้วิน

เราสองคนกินไปคุยกันไปอย่างมีความสุข สิ่งของและบรรยากาศที่อยู่รอบๆ ก็แทบจะเป็นสีชมพู แต่แล้ว...ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อโทรศัพท์ของไอ้วินดังขึ้น

“ว่าไงคลื่น” ชื่อนั้นทำเอาผมที่กำลังจะใช้ส้อมจิ้มเบค่อนหยุดชะงักลงทันที ไอ้คลื่นมันโทรมาหาไอ้วินทำไม?

“อ๋อ พี่โอเคแล้วหายเมาเรียบร้อย...ไปสิ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จก็คงเก็บของไปเลยมั้ง...โอเคๆ งั้นพี่ถามไอ้ทีแป๊บ...ไอ้ทีวันนี้มึงจะกลับบ้านกี่โมงหรอ?” ประโยคท้ายไอ้วินหันหน้ามาถามผม

หึคงจะอยากเจอไอ้คลื่นเร็วๆ สินะ แต่ฝันไปเถอะว่าผมจะรีบปล่อยให้ไปเจอกันเร็วๆ!

“คงเย็นๆ ไม่ก็ค่ำๆ ล่ะมั้ง ตอนนี้กูเหนื่อยยังไม่อยากขี่รถไกลๆ” ผมตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ คำตอบนั้นทำเอาไอ้วินมีสีหน้าเศร้าและผิดหวังลงทันที

“ไอ้ทีบอกว่าคงกลับเย็นๆ ไม่ก็ค่ำๆ น่ะ...หืม? คลื่นจะมารับพี่ที่นี่งั้นหรอ?”

“กูไม่ให้ไป!” ทันทีที่ได้ยินไอ้วินพูดว่าไอ้คลื่นจะมารับมันที่นี่ ปากผมก็รีบโพล่งออกไปด้วยความไม่พอใจก่อนที่สมองจะได้สั่งการด้วยซ้ำ ผมได้แต่อึ้งและตกใจกับคำพูดของตัวเอง ซึ่งไอ้วินก็เช่นกัน

“อะ...เอ่อ...ไอ้ที...”

“กูอิ่มแล้ว ฝากเก็บจานด้วยละกัน” ผมพูดตัดบทก่อนที่ไอ้วินจะได้พูดอะไรออกมา จากนั้นก็รีบลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปสงบสติอารมณ์ที่ระเบียงทันที

“เฮ้อออออ” ผมถอนหายใจออกมาอย่างแรงแล้วใช้สองมือขยี้ที่ศีรษะตัวเองไปมา

ให้ตายเถอะ! ผมดันหึงเลือดขึ้นหน้าจนเผลอขึ้นเสียงใส่ไอ้วินไปจนได้ มันไม่ได้ทำอะไรผิดเลยด้วยซ้ำ มันจะไปไหน กับใคร หรือทำอะไร ผมไม่มีสิทธิ์หึงหวงแล้วก็ห้ามมันเลยสักนิด

ผมกับมันไม่ได้เป็นอะไรกัน

แค่เพื่อนเท่านั้น...เท่านั้นจริงๆ...

ซึ่งระหว่างที่ผมกำลังจมอยู่ในความคิดและรู้สึกผิดนั่นเอง ผมก็ได้ยินเสียงเลื่อนประตูระเบียง ตามด้วยเสียงฝีเท้าของไอ้วินที่เดินเข้ามา ก่อนที่มันจะสอดมือเข้ามากอดเอวผมจากทางด้านหลัง ที่หันหน้าออกไปมองบรรยากาศด้านนอกระเบียง

“ไอ้ที มึงเป็นอะไรไปน่ะ กูทำอะไรผิดงั้นหรอ?” ไอ้วินถามเสียงอ่อย

“เปล่าหรอก มึงไม่ได้ทำอะไรผิด คนที่ผิดคือกูเองต่างหาก” พูดถึงตรงนี้ผมก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจหันหน้ากลับไปเผชิญกับไอ้วินแล้วพูดขึ้นว่า...

“กูขอโทษ”

“ทำไมมึงต้องขอโทษกูด้วยล่ะ?” ไอ้วินเอียงศรีษะทำหน้างง

“ก็...เรื่องที่กูขึ้นเสียงใส่มึงเมื่อกี้ไง”

“แล้วทำไมมึงต้องขึ้นเสียงใส่กูด้วยล่ะ หรือว่ามึงไม่ชอบที่กูไปสนิทกับไอ้คลื่น?” คำถามที่แทงใจดำแบบนั้นทำเอาผมถึงกับใจหล่นวูบแล้วก็ชะงักไปเลยทันที...ไอ้วินถามได้ตรงชะมัด

“เปล่าหรอก กูแค่ไม่อยากให้มันขี่รถไปๆ มาๆ เพราะยังไงวันนี้ก็กูต้องกลับบ้านอยู่แล้ว” ผมเลี่ยงที่จะพูดออกไปตามความรู้สึกของตัวเอง เพราะไอ้วินก็เป็นแค่เพื่อน ส่วนไอ้คลื่นก็เป็นน้องชาย ถ้าสองคนนี้รู้สึกชอบพอกันจนอยากจะเป็นแฟนกันจริงๆ ผมก็คงต้องร่วมยินดีทั้งที่ในใจเจ็บปวดเจียนตายล่ะมั้ง

“งั้นหรอ” ไอ้วินพูดแค่นั้นแล้วก็ชักมือที่กอดเอวของผมอยู่กลับไป ไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่าว่าน้ำเสียงของมันดูแข็งๆ เหมือนไม่พอใจยังไงชอบกล

“มึงมีอะไรรึเปล่า?” ผมลองถามดูเผื่อว่าไอ้วินจะมีเรื่องกลุ้มใจ แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้ผมช็อคจนแทบจะหยุดหายใจไปซะเอง

“ก็ไม่มีอะไร แต่ในเมื่อมึงไม่มีปัญหาเรื่องที่กูสนิทกับไอ้คลื่น งั้นกูก็ขอประกาศตรงนี้เลยแล้วกันว่า...กูกับมันกำลังคบกันอยู่!

!!!

Chawin

       โธ่เว่ยทำไมไอ้ทีมันถึงได้ใจแข็งขนาดนี้วะเนี่ย!

ผมขยำเสื้อผ้าที่กำลังจะแพคลงใส่กระเป๋าอย่างอารมณ์เสีย ก่อนที่จะปามันลงพื้นอย่างไม่ใยดี มีอย่างที่ไหนคนที่ตัวเองชอบบอกว่ากำลังคบกับคนอื่นอยู่ แต่มันกลับตอบผมมาแค่ว่า...

อืม...ยินดีด้วยนะ

แค่นี้แค่นี้งั้นหรอ!? ผมที่คิดเอาไว้ว่าหลังจากที่พูดไปแบบนั้นไอ้ทีจะสารภาพความในใจแล้วก็รั้งผมเอาไว้ก็ถึงกับเงิบเลยสิ!

และนอกจากมันจะไม่สารภาพรักกับผมแล้ว มันยังมีการพูดว่ายินดีให้ด้วยอีก นี่แหละที่ทำให้ผมชักเริ่มสงสัยแล้วว่า ไอ้ทีมันรักผมอย่างที่ผมคิดรึเปล่า? ผมได้มโนไปเองมั้ย? ผมต้องพิสูจน์เรื่องนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด!

ซึ่งระหว่างที่ผมกำลังคิดหาวิธีอยู่นั่นเอง เสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น ตอนแรกผมก็คิดว่าเป็นไอ้คลื่นที่โทรมาถามความคืบหน้า แต่เปล่าเลย เพราะคนที่โทรมาคือพี่คิน...พี่ชายของผมเอง

“ว่าไงครับ” พี่คินหรือวาคิน เป็นพี่ชายคนเดียวของผมที่อายุห่างกัน 5 ปี เมื่อก่อนเราสนิทกันมาก แต่ว่าก็ต้องห่างกันไปเพราะว่าแม่จับพี่คินส่งไปเรียนเมืองนอกทันทีที่จบ ม.ปลาย

ทำไมน่ะหรอ?

ก็เพราะพฤติกรรมเจ้าชู้ ไม่เอาอ่าว แล้วก็สำมะเลเทเมาจนเกือบจะเรียนไม่จบน่ะสิแม่เห็นว่าอยู่ที่เมืองไทยคงไม่มีใครเอาพี่คินอยู่แล้ว เลยจับส่งไปอยู่กับป้าสุดเฮี้ยบที่อเมริกาโดยไม่ให้เงินใช้สักบาทซึ่งอยู่ที่นู่นแม่จะจ่ายแต่ค่าเทอมให้ ส่วนค่าใช่จ่ายอื่นๆ พี่คินต้องทำงานหาเงินเอง

ตอนแรกผมก็คิดว่าวิธีนี้มันโหดไปรึเปล่า แต่พอได้ยินป้ารายงานว่านิสัยพี่คินค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น (แต่เรื่องผู้หญิงนี่แก้ไม่หายจริงๆ) ผมก็รู้สึกทึ่งและดีใจ จนเมื่อ เดือนที่แล้วพี่คินก็สามารถคว้าปริญญาโททางด้านบริหารมาได้ แม่เลยอนุญาตให้กลับมาอยู่ที่เมืองไทยได้สักที

ปัจจุบันพี่คินเป็นเจ้าของคลับแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท ตอนแรกไม่มีใครเห็นด้วยเลยเพราะมันเป็นธุรกิจสีเทา แต่ในเมื่อพี่คินยืนกรานว่าชอบและตอนอยู่ที่อเมริกาก็ทำงานนี้อยู่แล้ว เลยไม่มีใครสามารถห้ามอะไรได้ แต่เอาจริงๆ ผมว่าอาชีพนี้ก็เหมาะกับพี่คินดีเหมือนกันนะ

[“เห็นเราเงียบหายไปเป็นอาทิตย์พี่ก็เลยโทรหาน่ะสิ คอนเสิร์ตจบแล้วใช่มั้ย จะกลับมาอยู่กับพี่ที่คอนโดรึเปล่า หรือว่าจะไปอยู่กับแม่ที่เชียงใหม่หืม?”แม่ผมย้ายไปอยู่กับยายที่เชียงใหม่ได้ประมาณเดือนกว่าแล้ว เพราะผมกับพี่คินบอกให้ลาออกจากงานแล้วไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่นู่น แค่แม่กับยายสองคนพวกผมเลี้ยงได้สบายอยู่แล้ว

“คงไม่ล่ะครับ ถ้ากลับไปอยู่คอนโดพี่คินก็อดพาสาวมานอนพอดี ส่วนแม่ผมก็พึ่งเจอเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง ผมว่าจะไปอยู่กับไอ้ทีที่บ้านน่ะครับ”

[“เรากับทีนี่สนิทกันดีเนอะ เรียนด้วยกันตั้งแต่เด็กไม่พอ โตขึ้นยังมาทำงานด้วยกันอีก ชีวิตนี้จะมีแยกกันมั้ยเนี่ย”]

“คงไม่หรอกพี่คิน ผมกับมันคงได้อยู่ด้วยกันไปจนแก่เลยล่ะ” แต่ก็ต้องมาลุ้นกันอีกทีว่าความสัมพันธ์ของผมกับมันจะยังคงเป็นเพื่อนแบบนี้ หรือว่าจะเปลี่ยนไปเป็นคนรักล่ะนะ

[“เราพูดเหมือนกับจะไม่แต่งงานมีครอบครัวงั้นแหละ อายุก็ตั้ง 22 แล้วนะ มีคนที่ชอบรึยังหืม?”]

“คนที่ชอบหรอ? ก็ต้องมีอยู่แล้วแหละครับ ส่วนเรื่องแต่งงานมีครอบครัวผมยังไม่คิดถึงเรื่องนั้นหรอก (จริงๆ คือทำไม่ได้ต่างหาก) ว่าแต่พี่คินเถอะอายุก็ตั้ง 27 แล้วนี่ คนที่ควรคิดเรื่องนี้น่าจะต้องเป็นพี่คินมากกว่าผมนะ”

[“ก็เพราะพี่ไม่คิดไงเลยอยากให้เราคิดแทน พี่คิดว่าชีวิตนี้พี่คงจะหยุดอยู่ที่ใครไม่ได้หรอก”]

“ก็ไม่แน่นะพี่คิน บางทีพี่อาจจะเจอคนคนนั้นเร็วๆ นี้ก็ได้”

[“ถ้าเป็นงั้นจริงก็ดีสิ ว่าแต่จะไม่มาอยู่กับพี่จริงๆ หรอ? ตั้งแต่ที่พี่กลับมาเรายังไม่เคยอยู่ด้วยกันเลยนะ พี่อยากให้เรากลับมาสนิทกันเหมือนเดิม”พอได้ยินแบบนี้ผมก็อดที่จะรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากกลับไปสนิทกับพี่คินเหมือนเดิมนะ แต่ว่าตอนนี้ผมมีสิ่งที่ต้องทำก็คือเรื่องของไอ้ที ผมไล่ต้อนมันมาถึงขนาดนี้ผมจะถอยหลังกลับไม่ได้!

“ผมก็ไม่ได้ห่างพี่คินไปไหนสักหน่อย เอาไว้อีก 4 – 5 วันเดี๋ยวผมจะไปนอนกับพี่แล้วกันนะครับ โอเคเนอะ?”

[“โอเค เราสัญญากับพี่แล้วนะ”]

“คร้าบ สัญญาเลย”

[“น่ารักมาก งั้นแค่นี้แหละพี่ไปทำงานแล้วนะ บาย”]

“บายครับ” พูดจบผมก็กดวางสาย พลางนึกย้อนไปถึงความทรงจำเก่าๆ ระหว่างผมกับพี่คิน...

ถึงแม้เมื่อก่อนคนจะชอบมองว่าพี่ผมคนนี้เป็นคนเกเรและไม่เอาไหน แต่สำหรับผมพี่คินเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดในโลกเลยล่ะ

ผมอมยิ้มก่อนจะเริ่มต้นเก็บเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นลงในกระเป๋าเป้ เสร็จแล้วก็สะพายมันออกมาหาไอ้ทีที่ไม่ต้องเก็บสัมภาระอะไร เพราะทุกอย่างมีครบอยู่แล้วที่บ้านของมัน

“เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย? งั้นไปกันเถอะ” ไอ้ทีพูดจบก็เดินนำผมออกไปจากห้อง แล้วลงลิฟท์ไปยังลานจอดรถที่อยู่ชั้นล่าง มันสวมแจ็คเก็ต หมวกกันน็อคแบบเต็มใบ แล้วก็สวมถุงมือหนัง จากนั้นก็หันกลับมาเช็คความเรียบร้อยของผมที่พึ่งสวมหมวกไปเมื่อกี้

                ไอ้ทีมันดูแลและห่วงใยผมตลอดแบบนี้ แล้วจะไม่ให้ผมแอบรักมันได้ยังไงกันล่ะ

“โอเคขึ้นรถได้เลย” ไอ้ทีก้าวขาขึ้นคร่อมรถก่อน ส่วนผมก็ตามขึ้นไปทีหลัง ผมกอดเอวของมันแน่นเมื่อมันสตาร์ทรถแล้วเริ่มขับออกไป ผมซบใบหน้าลงที่หลังของมันแล้วก็อยู่แบบนั้นไปเรื่อยๆ ตลอด 1 ชั่วโมงของการเดินทาง

เมื่อถึงบ้านไอ้ที ไอ้คลื่นก็รีบวิ่งเข้ามาหาผมตามที่ได้เตี๊ยมกันไว้ตั้งแต่ก่อนมา มันทั้งกอดทั้งหอมผมเป็นพัลวัน ทำงานคุ้มค่าจ้างจริงๆ ไอ้น้องคนนี้ จ้างหลักพันเล่นซะหลักแสน!

“ให้มันน้อยๆ หน่อยไอ้คลื่น นี่มันหน้าบ้านนะ ไม่กลัวใครเห็นเข้ารึไง” ไอ้ทีพูดด้วยใบหน้านิ่งๆ แต่น้ำเสียงนี่แข็งยิ่งกว่าหินซะอีก

“ก็ผมคิดถึงพี่วินนี่นา อีกอย่างแถวนี้ก็ไม่ค่อยมีคนอยู่บ้านช่วงกลางวันด้วย” ไอ้คลื่นตอบอย่างลอยหน้าลอยตา แล้ววาดแขนกอดคอผมเอาไว้ราวกับจะเย้ยไอ้ที

“ถึงอย่างนั้นก็ยังไว้ใจไม่ได้ ไอ้วินเป็นคนมีชื่อเสียงไม่ใช่คนธรรมดาแกก็รู้” น้ำเสียงของไอ้ทีเข้มขึ้น สายตามันมองแขนของไอ้คลื่นที่กอดคอผมอยู่อย่างไม่วางตา

“แล้วพี่ทีจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนทำไม พี่วินเป็นแฟนผมยังไม่เห็นว่าอะไรเลยสักคำ ทำอย่างกับตัวเองเป็นแฟนพี่วินไปได้” พอได้ยินแบบนี้ไอ้ทีก็ชะงักไปเลยทันที มันทำหน้าอึ้งราวกับว่าโดนไอ้คลื่นพูดแทงใจดำ สายตาของมันเริ่มมองไอ้คลื่นอย่างแข็งกร้าว ผมที่เห็นว่าสถานการณ์ชักจะตึงเครียดเลยรีบพูดขัดจังหวะขึ้นมาซะก่อน

“เฮ้ย ใจเย็นน่าไอ้คลื่น ที่ไอ้ทีพูดมันก็ถูกแล้ว พวกปาปารัซซี่มันมีอยู่ทุกที่ ถ้าเกิดมีรูปพี่กับแกหลุดออกไปมีหวังได้ซวยกันหมดแน่ แค่นี้หลายๆ คนยังเรียกวงพวกพี่ว่าวงเกย์วงตุ๊ดเลยนะ”

เรื่องที่ผมพูดไม่ใช่เรื่องโกหกแต่อย่างใด ถึงแม้ว่า TRIANGLE จะประสบความสำเร็จขนาดไหน แต่ก็ยังมีพวกแอนตี้เอาเรื่องที่มาริและคุณรามินทร์คบกันมาดิสเครดิตอยู่ดี แล้วก็เหมารวมว่าพวกผมเป็นตุ๊ดเป็นเกย์กันหมดทั้งวง

“ทีนี้รู้แล้วใช่มั้ยไอ้คลื่น? ที่พี่พูดก็เพราะหวังดีกับแกและไอ้วินหรอก” ไอ้ทีพูดจบก็หันหลังกลับแล้วเดินตรงเข้าไปในบ้านทันที เมื่อมันลับสายตาไปแล้วไอ้คลื่นที่ยืนตัวเกร็งอยู่เลยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เอามือที่กอดคอของผมออกไป แล้วพูดขึ้นมาว่า...

“พี่ทีหึงพี่วินชัวร์ ไม่งั้นคงไม่มองผมเหมือนกับจะฆ่าแบบนั้นหรอก ฮึ่ย...น่ากลัวเป็นบ้า” ไอ้คลื่นพูดด้วยท่าทางหวาดๆ แต่เมื่อกี้ยอมรับเลยว่าไอ้ทีน่ากลัวจริงๆ

“เอาน่า เสร็จงานเดี๋ยวพี่มีค่าขนมเพิ่มให้ แต่ไอ้ทีนี่ก็เหลือเกินจริงๆ หึงขนาดนี้แล้วก็ยังปากแข็งอยู่ได้” นี่ผมก็เตรียมใจโดนมันกระชากตัวมาจูบแล้วนะเนี่ย

“แหม...ว่าแต่พี่ทีดูตัวเองก่อนมั้ยพี่วิน ทำไมไม่ยอมสารภาพรักออกไปเองให้มันสิ้นเรื่องเลยเล่า ใจก็ตรงกันแล้วนี่”

“ถ้ามันง่ายแบบนั้นพี่ก็ทำไปแล้วสิ แต่นี่พี่ยังไม่รู้ความรู้สึกของไอ้ทีด้วยซ้ำว่ามันคิดยังไงกับพี่กันแน่ ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็แค่มโนเอาเองไม่ใช่รึไง?”

อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าไอ้ทีมันหน้านิ่งแค่ไหน ในใจมันคิดอะไรอยู่ไม่มีใครรู้หรอกนอกจากมันจะพูดออกมา ถ้าเกิดผมทะเล่อทะล่าไปสารภาพรักกับมันแล้วโดนปฏิเสธผมกับมันก็มองหน้ากันไม่ติดพอดีน่ะสิ ถ้าจะเอาให้ชัวร์ก็ต้องให้มันนั่นแหละที่มาสารภาพรักกับผม

“แล้วที่พี่ทีหึงขนาดนี้พี่วินยังไม่คิดว่ามันชัดเจนอีกงั้นหรอ?”

“ยัง จนกว่ามันจะพูดออกมาจากปากว่าชอบพี่” เท่านั้นแหละไอ้คลื่นก็กลอกตามองบน แล้วถอนหายใจออกมาอย่างแรงทันที

“เฮ้อออออ ปากแข็งกันทั้งคู่ เจริญจริงๆ! แต่ก็เอาเถอะนั่นมันเรื่องของพวกพี่ ที่ผมช่วยได้ก็มีแค่นี้ล่ะนะ ป่ะ เข้าไปในบ้านกันเถอะ” ไอ้คลื่นพูดจบก็จูงมือผมเข้าไปในบ้าน ผมจึงพยายามไล่เรื่องที่มันเครียดๆ ออกไปจากสมอง แล้วก็ปั้นหน้ายิ้มตามไอ้คลื่นเข้าไปข้างในเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

2BC

 

สวัสดีจ้ารีดเดอร์ที่น่าร้ากของเค้าทุกคน Love friend ตอนที่ 5 จบลงไปเรียบร้อยแล้วน้า ครึ่งหลังนี้ทีหึงจนแทบจะฆ่าคลื่นได้แล้วมั้ง คนนิ่งๆ พอได้โกรธนี่ก็น่ากลัวจริงๆเนอะ 
นอกจากนี้ครึ่งหลังยังมีบรรยายถึงตัวละคร วาคิน’ ที่เป็นพี่ชายของวินด้วยนะ เราบรรยายเท้าความมาขนาดนี้ตัวละครนี้จะมีบทบาทสำคัญอะไรรึเปล่าน้า? หื่น หรือจะแค่บรรยายใส่มาเฉยๆ ก็ต้องรอกันต่อไปเนอะ 
ส่วนตอนหน้าเรื่องราวก็จะเริ่มเข้มข้นขึ้นแล้วค่า มาลุ้นกันว่าคลื่นกับวินจะรวมหัวกันง้างปากทีได้มั้ย? หรือว่าในที่สุดแล้ววินจะต้องสารภาพรักออกมาก่อนเอง? ยังไงก็มาเอาใจช่วยทีกับวินกันด้วยนะคะ  แล้วเจอกันตอนหน้าวันอังคารค่า บายบายยยยย บายๆ
ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ขอขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะคะที่เขามาอ่าน Love friend  รวมทั้งคนเม้น คนถูกใจ แล้วก็คนที่เข้ามาเม้ามอยกับเราที่แฟนเพจด้วย รักทุกคนเลยน้า  กอดแน่นๆ เลยค่า 
(21 มิ.ย. 59)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #610 nurinee_tz (@nurinee_tz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 23:40
    อยากให้ทีสารภาพรักวินอ่ะ
    #610
    0
  2. #597 tbuykeid37 (@tbuykeid37) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 11:48
    สนุกกก
    #597
    0
  3. #564 season1317 (@season1317) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 20:53
    ทีปากแข็งจริงๆ น่าตี5555
    #564
    0
  4. #151 YT CH (@onevay) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 10:51
    อย่าบอกนะว่า...คินกับคลื่น อ้ากกก เชียร์คู่นี้ๆๆๆๆ เดี๋ยวๆ
    #151
    1
  5. #114 PopzA (@popzalimited) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 22:50

    ปากแข็งสมชื่อตอนอยากเอาวาสลีนมาทาให้นุ่มจัง

    #114
    1
  6. #113 Sarang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 11:48
    ตะหงิดๆกลัวคลื่นจะคิดอะไรกับวิน ขอให้คิดไปเองแค่นี้ก็วุ่นวายแล้ว
    #113
    1
  7. #112 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 02:14
    พี่คินเป็นพี่แท้ๆรึเปล่า เดามั่วๆ55
    วินร้ายมาก คลื่นก็สมบทบาท แต่วินกับทีใจตรงกันอันนี้ดีใจมาก55  แต่ทีนิสัยแบบนี้น่าจะไม่ใช่คนบอกก่อน
    #112
    1
  8. #111 polypoly99 (@polypoly99) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 01:31
    หุุหุ ทีเมื่อไรจะกล้าสารภาพกับวินซะที ลุ้นนะ
    #111
    1
  9. #110 Timeless_dada (@Timeless_dada) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 22:06
    ปาดแข็งกันไม่มีลดละจริงๆคู่นี้ ทีนี้ก็อดทนเก่งแท้หึงซะขนาดนั้นนน ยังจะมาปากแข็งอยู่อี๊กก แหม่ะ -_-
    #110
    1
  10. #109 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 19:04
    ขอมโนว่าไรท์จะสร้างเนื้อคู่ให้พี่วาคิน(?) #เดี๋ยวๆต้องพูดถึงตัวหลักก่อน

    ชลนทีหน้านิ่งของเค้า หึงก็ไม่บอกกันเลย (เก็บอาการไว้ทบต้นทบดอกใช่มั้ย) โว้ว..น่ากลัวนะนี่55
    ส่วนวินก็อ่อยก็ยั่วให้หึงเข้าไป พระเอกของเราก็ไม่รู้เรื่องเล้ยย! ...เอาเถอะๆเดี๋ยวมาเกาะขอบจอรอลุ้นตอนต่อไปค่าา
    #109
    1
    • #109-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 6)
      24 มิถุนายน 2559 / 21:15
      ใช่ๆตอนนี้ต้องลุ้นทีกับวินก่อน 55555 แต่ว่าใครน้อจะเป็นเนื้อคู่ของคิน? หรือจะไม่มี อิอิ
      #109-1
  11. #107 PopzA (@popzalimited) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 20:20
    จับวินขังไว้แล้วก็ข่มขืนเลยที5555
    #107
    1
  12. #106 Timeless_dada (@Timeless_dada) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 17:03
    ยังไงล่ะหว่าาา เอาแล้วๆๆไงล่ะที หึหึ.... รออ่านตอนต่อไปจิไม่ไหวแว้ววว ทีจะทำไงต่อล่ะทีนี้
    #106
    1
  13. #105 mangalover (@lucius5122) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 11:11
    บางครั้งก็สงสัยนะ...ว่าถ้าชอบกันก็บอกกันไปเลยตอนนี้รีดมโนจนตายแล้ว!//ที่แท้ก็เพื่อตัวเอง...= =
    #105
    1
    • #105-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 6)
      22 มิถุนายน 2559 / 11:45
      55555 เอาน่าต้องมีสักวันแหละที่จะบอก แต่วันไหนนี่ไม่รู้นะ อิอิ
      #105-1
  14. #104 Haikyuu!! (@prashya34) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 22:44
    หวาน น่ารัก มุ้งมิ้ง แต่หน่วงตอนท้ายเป็นกำลังใจให้ที
    #104
    1
  15. #103 _JING_ (@_JING_) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 21:16
    ซวยแล้วไง
    #103
    1
  16. #102 Yaoi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 20:57
    เอาแล้ว จะเป็นไงต่อ
    #102
    1
  17. #101 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 20:51
    เอาแล้วๆ ยังไงต่อล่ะทีนี้ รุกต่อมั้ยค่ะชลนทีสุดหล่อ ??

    #แต่ที่แน่ๆเค้านี่ละรออ่านต่อ555
    #101
    1