[END] Love friend กลุ้มใจนักดันแอบรักเพื่อนสนิท [Yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 75,867 Views

  • 624 Comments

  • 3,348 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    171

    Overall
    75,867

ตอนที่ 7 : แอบรักครั้งที่ 6 อกหัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    6 ก.ค. 59

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/48456/1389382526-member.jpg

 


 

Part 6# Chawin อกหัก

“สวัสดีค่ะพี่วิน” น้องธาร น้องสาวคนเล็กของบ้าน ที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนแขนโดยมีไอ้ทีกอดเอาไว้แนบอกพูดขึ้น แล้วยกมือไหว้ผมที่พึ่งเดินเข้ามา

“สวัสดีค่ะสาวน้อย ไม่เจอกันตั้งนานคิดถึงพี่วินมั้ยคะ?” ผมเดินเข้าไปใกล้น้องธารแล้วยื่นใบหน้าไปหอมแก้มอันแสนนุ่มนิ่มฟอดใหญ่ แต่ใจจริงผมอยากหอมแก้มคนพี่ที่กำลังอุ้มคนน้องอยู่มากกว่า

“คิดถึงค่ะ ทั้งพี่วินทั้งพี่ทีเลย” สาวน้อยยิ้มจนตาหยีแล้วตอบเสียงใส

“แล้วน้องธารคิดถึงใครมากกว่ากันคะ?” พูดจบผมก็วางคางลงที่ไหล่ของไอ้ทีเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับน้องธารมากขึ้น

เปล่าหรอก นั่นก็แค่ข้ออ้าง จริงๆ แล้วผมอยากหาเรื่องอยู่ใกล้ชิดกับไอ้ทีต่างหากล่ะ

“อืม...น้องธารไม่รู้ค่ะ น้องธารคิดถึงพี่วินกับพี่ทีเท่ากันเลย” น้องธารพูดจบก็กางสองแขนออกมาโอบรอบลำคอของผมกับไอ้ที การที่ทำแบบนี้ทำให้แก้มของเราสองคนแนบชิดกันอย่างช่วยไม่ได้

ผมอมยิ้มอย่างเขินๆ ส่วนไอ้ทีก็ยังคงทำหน้านิ่งๆ อยู่เช่นเดิม เพราะงั้นผมเลยดูไม่ออกว่าตอนนี้มันกำลังคิดอะไรอยู่ ไม่รู้ว่ายังโกรธเรื่องที่ไอ้คลื่นพูดเมื่อกี้อยู่รึเปล่า

“หนูคิดถึงพี่ได้ แต่ว่าคิดถึงพี่วินไม่ได้นะครับ เพราะแฟนพี่เขาหวง” โอเค ชัดเลยว่าไอ้ทียังโกรธเรื่องที่ไอ้คลื่นพูดเมื่อกี้อยู่ แต่ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่ามันจะพูดประชดประชันขึ้นมาแบบนี้ นี่เขาเรียกว่าหึงแล้วพาลรึเปล่านะ?

“แฟนคืออะไรคะ? แล้วทำไมหนูถึงคิดถึงพี่วินไม่ได้?” น้องธารเอียงคอถามด้วยความสงสัย ผมเลยใช้ศีรษะโขกไอ้ทีไปเบาๆ แล้วทำหน้าดุใส่ ก่อนที่จะหันไปยิ้มหวานให้กับสาวน้อยตรงหน้า

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พี่ทีก็พูดไปเรื่อย น้องธารอย่าไปสนใจเลยนะ” ผมใช้มือลูบที่ศีรษะเล็กๆ เบาๆ น้องธารเลยพยักหน้าลงทั้งๆ ที่ยังคงทำหน้างงอยู่ ไอ้ทีเลยรีบชวนคุยเพื่อเปลี่ยนเรื่อง

“แล้วนี่หนูอยู่กับพี่คลื่น 2 คนหรอครับ? พ่อกับแม่ไปไหนล่ะหืม?”

“คุณพ่อไปโรงเรียน ส่วนคุณแม่ไปตลาดค่ะ” น้องธารตอบเสียงใส ก่อนที่ไอ้ทีจะชวนคุยเรื่องนู่นนั่นนี่ไปเรื่อยๆ โดยมีผมที่ยังคงวางคางลงบนไหล่ของไอ้ที ยืนฟังบทสนทนาของสองพี่น้องด้วยความเพลิดเพลิน

ครอบครัวของไอ้ทีมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน เริ่มจากพ่อที่เป็นคุณครู แม่เป็นแม่บ้าน มีลูกทั้งหมด 3 คนโดยมีมันเป็นลูกคนโต ไอ้คลื่นเป็นคนกลาง และน้องธารเป็นน้องคนเล็ก

ส่วนครอบครัวของผมมีสมาชิกทั้งหมด 3 คน คือแม่ที่ตอนนี้พึ่งโดนผมกับพี่คินหว่านล้อมให้ลาออกจากงาน พี่คินเป็นเจ้าของคลับ แล้วก็ผมที่เป็นนักร้อง ส่วนพ่อเห็นแม่บอกว่าประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่ผมอยู่ในท้อง ผมเลยไม่เคยเห็นหน้าพ่อเลยนอกจากรูปถ่ายเก่าๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่ใบ

การที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวทำให้แม่ผมต้องทำงานหนักเลยไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยเท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้ผมถึงได้ชอบมาขลุกอยู่ที่บ้านไอ้ที เพราะมันมีครอบครัวที่อบอุ่นจนผมนึกอิจฉา ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงได้เป็นผู้ชายอบอุ่น แสนดี แล้วก็ชอบเทคแคร์คนอื่นได้ถึงขนาดนี้  

ผมรักไอ้ทีจริงๆ แล้วก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้มันมาเป็นของผมให้ได้ ไม่ว่าจะต้องทำอะไรก็ตาม!

เมื่อคิดได้ดังนั้นผมจึงผละออกจากไอ้ทีแล้วเดินไปหาไอ้คลื่นที่นั่งดูทีวีอยู่ตรงโซฟา ผมสังเกตเห็นว่าไอ้ทีแอบหันมามองผมอยู่แวบหนึ่ง แต่ก็รีบหันกลับไปคุยกับน้องธารเหมือนเดิมเมื่อผมหันกลับไปมอง

ให้ตาย...ผมว่าผมต้องรีบทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ ก่อนที่ความสัมพันธ์ของผมกับมันจะแย่ลงไปกว่านี้!

ด้วยเหตุนี้ผมเลยรีบลากไอ้คลื่นออกไปคุยกันที่บริเวณสวนหลังบ้าน ผมมองซ้ายมองขวาเพื่อเช็คว่ามีคนอยู่หรือแอบตามมารึเปล่า เมื่อไม่เห็นใครผมจึงได้พูดกับไอ้คลื่นขึ้นมาว่า...

 “แกช่วยพี่คิดหน่อย ต้องทำยังไงพี่ถึงจะได้ไอ้ทีมาเป็นแฟนสักที ขืนรอต่อไปแบบนี้พี่ว่าพี่ได้อกแตกตายก่อนแน่ๆ” ตอนแรกผมก็ไม่คิดจะเร่งรัดเรื่องของไอ้ทีขนาดนี้หรอก เพราะแค่มันอยู่กับผม ดูแลผม และห่วงใยผมเหมือนทุกวันแค่นั้นผมก็พอใจแล้ว

แต่ตั้งแต่ที่ยัยลิซ่าโผล่มา ผมก็คิดว่าผมคงจะชิลแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เพราะนอกจากยัยนั่นก็อาจจะมีคนอื่นที่เล็งไอ้ทีอยู่ เพราะไอ้ทีใช่ว่าเป็นคนขี้เหร่เสียเมื่อไหร่ มันหล่อซะขนาดนี้ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา ป่านนี้สาวๆ คงเข้าหามันกันเพียบแน่นอน

แถมช่วงนี้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับมันยังไม่ค่อยดีอีกด้วย จริงอยู่ว่ามันดูแลเทคแคร์ผมเหมือนเดิม แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าเหมือนกับมีม่านบางๆ มาคั่นกลางระหว่างผมกับมัน เพราะงั้นผมเลยคิดว่าผมต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อที่จะได้ทำลายม่านนั้นทิ้งไป!

“เฮ้อออออ ก็นึกว่าเรื่องอะไร ผมก็บอกพี่แล้วไงว่าให้บอกชอบพี่ทีไปเลย”

“ไม่เอาพี่ก็เคยบอกไปแล้วไงว่าพี่จะไม่ยอมพูดก่อนเด็ดขาด!” ผมพึ่งจะบอกไปเองแท้ๆ ความจำสั้นรึไงไอ้เด็กคนนี้

“อ่าๆๆ ไม่พูดก็ไม่พูด งั้นเดี๋ยวผมช่วยคิดหาวิธีแป๊บ” พูดจบไอ้คลื่นก็ทำหน้าครุ่นคิดแล้วเดินไปเดินมาอยู่รอบๆ สวน ส่วนผมก็ได้แต่จ้องไปที่มันอย่างเงียบๆ ไม่กล้าส่งเสียงอะไรเพราะกลัวจะไปทำลายสมาธิของมัน

ผมรออยู่อย่างนั้นประมาณ 10 นาที ในที่สุดไอ้คลื่นก็ยิ้มแล้วดีดนิ้วดังเป๊าะ ก่อนจะพูดออกมาว่า...

“ผมคิดออกแล้ว!” เท่านั้นแหละผมก็ตาเบิกกว้างแล้วรีบวิ่งไปกอดคอไอ้คลื่นทันที

“จริงหรอน้องรักแกไม่ได้โกหกพี่ใช่มั้ย?” ผมโดดไปโดดมาด้วยความดีใจ ทั้งๆ ที่ยังคงกอดคอไอ้คลื่นอยู่

“จริงดิพี่วิน ผมจะโกหกพี่ทำไมเล่า แต่ว่าก่อนอื่นปล่อยแขนออกจากคอผมก่อน ผมหายใจไม่ออกแล้วเนี่ย” พอไอ้คลื่นพูดแบบนี้ผมเลยรีบปล่อยแขนออกจากคอมันทันที

“โทษทีๆ พี่ดีใจมากไปหน่อย ว่าแต่แกคิดอะไรออกรีบเล่ามาเลย” ผมถามด้วยความตื่นเต้น

“ผมขอบอกก่อนนะว่า แผนนี้พี่ต้องเสี่ยงนิดเปลืองตัวหน่อย พี่โอเครึเปล่า?”

“ตอนนี้พี่โอเคหมดแหละ จะให้พี่ทำอะไรก็ว่ามาเลย” ผมทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องสารภาพความรู้สึกนั่นแหละที่ผมไม่กล้า!

“โอเค ถ้างั้นพี่ฟังผมนะ พี่ต้องทำเป็นว่าอกหักเพราะโดนผมบอกเลิกหรือนอกใจอะไรก็ได้ จากนั้นก็ชวนพี่ทีไปกินเหล้าเพื่อปลอบใจจะได้ลืมจากผม แล้วพอดื่มไปสัก 3 – 4 แก้วพี่ก็ทำเป็นเมา แล้วก็ชวนพี่ทีขึ้นเตียงไปเลย” พอได้ฟังแผนการของไอ้คลื่นเท่านั้นแหละ ผมก็ผมตกใจจนอ้าปากค้างทันที

“แกจะบ้าหรอพี่จะกล้าทำแบบนั้นได้ยังไง!” ผมโวยวายหน้าแดงหูแดง แต่พอนึกๆ ย้อนดูก็ใช่ว่าผมจะไม่เคยทำอะไรแบบนั้นนี่นา ถึงแม้จะไม่เคยชวนตรงๆ แต่ผมก็อ่อยไอ้ทีสุดฤทธิ์ไม่ต่างจากชวนมีอะไรด้วยเลยนี่นา

“ก็ผมบอกแล้วไงว่า แผนนี้มันต้องเสี่ยงนิดเปลืองตัวหน่อย”

“ทำขนาดนี้ไม่เรียกว่าหน่อยแล้วมั้งไอ้คลื่น” ผมกลอกตามองบน

“เออน่า พี่เป็นผู้ชายจะมีอะไรเสียหายกันเล่า ที่สำคัญถ้าแผนนี้สำเร็จพี่จะได้พี่ทีเป็นแฟนเลยนะ ผมว่ามันคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม”

“แต่ว่า...”

“ไม่ต้องแต่แล้วพี่ วัดใจกันไปเลย พี่ไม่เหนื่อยหรอที่ต้องคิดแผนการนู่นนี่ทุกวี่ทุกวัน? ผมว่าใช้วีธีนี้จัดหนักไปเลยดีกว่า ถ้าพี่ทีชอบพี่ก็ต้องยอมมีอะไรด้วยแน่ๆ แต่ถ้าพี่ทีปฏิเสธก็แสดงว่าพี่ทีเห็นพี่เป็นแค่เพื่อน พี่ก็ไม่ต้องตื๊ออะไรต่อ แล้วก็แกล้งทำเป็นเมาจนจำอะไรไม่ได้แค่นี้ก็จบ”

สิ่งที่ไอ้คลื่นพูดมามันเหมือนจะง่ายนะ แต่ว่ามันต้องใช้ความกล้าสูงมากกกกกก ที่ผ่านมาผมเคยใช้วิธีแกล้งเมาแล้วอ่อยไอ้ทีมาแล้ว แต่ว่าก็ยังไม่เคยทำถึงขนาดชวนมีอะไรกันแบบนี้ เห็นทีผมว่าคราวนี้ผมคงต้องลองดูสักตั้งแล้วล่ะ!

“ตกลงไอ้คลื่น พี่จะทำตามวิธีที่แกบอก”

ผมตัดสินใจแล้ว วิธีนี้ไม่มีอะไรต้องเสียนอกจากร่างกายเพียงอย่างเดียว แถมถ้าเกิดไอ้ทีปฏิเสธ ผมก็ไม่เสียตัวแล้วก็แค่แกล้งทำเป็นจำอะไรไม่ได้เพราะว่าดื่มจนเมา ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับมันก็จะยังคงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ผมว่าวิธีนี้ผลลัพธ์มันออกมาคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มจริงๆ นั่นแหละ!

เพราะงั้นผมคงต้องอาศัยความใจกล้าหน้าด้านลองดูสักตั้ง และนี่จะเป็นแผนการสุดท้ายที่ผมจะทำ ถ้ามันไม่สำเร็จผมก็จะไม่พยายามใช้แผนอะไรบีบบังคับให้ไอ้ทีอีกแล้ว...

ผมจะยอมแพ้และตัดใจจากมัน!

Chonnatee

ตอนนี้ผมกำลังจะเป็นบ้า!

ตลอด วันที่ผ่านมานี้ไอ้วินมัวแต่ขลุกอยู่กับไอ้คลื่นตลอดเวลาไม่ยอมห่างจากกันเลยสักนิด ไม่ว่าจะกิน จะนอน หรือจะทำอะไร คนนั้นก็ตัวติดกันตลอดจนผมรู้สึกหึง หงุดหงิด ไม่พอใจ แล้วใกล้กำลังจะเป็นบ้าเต็มที!

ภายใต้ใบหน้านิ่งๆ ที่ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แต่ในใจมันกำลังอิจฉาจนแทบร้อนเป็นไฟ คนที่ต้องอยู่ตรงนั้นมันควรจะเป็นผมไม่ใช่รึไง? ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาผมเป็นคนที่อยู่ตรงนั้นมาโดยตลอด แต่ก็ต้องมาถูกแย่งไปโดยที่ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย...

เพราะไอ้คลื่นมันเป็นน้องชายของผมนี่นะ

“พี่ทีเดี๋ยวผมจะออกไปกินเลี้ยงวันเกิดเพื่อนที่บ้านนะ แล้วก็ว่าจะนอนค้างเลยเพราะขี้เกียจขี่รถกลับตอนดึกๆ” ไอ้คลื่นเดินมาหาผมที่กำลังยืนรถน้ำต้นไม้ที่สวนหลังบ้าน การที่ได้มองต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวๆ แบบนี้ มันก็ทำให้จิตใจของผมสงบขึ้นเยอะ

“อืม แล้วนี่บอกพ่อกับแม่รึยัง?”

“บอกแล้ว แม่ไม่ได้ว่าอะไร แต่ผมว่าจะฝากพี่วินกับพี่หน่อย ผมกลัวพี่วินจะเหงา” คำพูดของไอ้คลื่นทำเอาผมเผลอบีบสายยางแรงขึ้นด้วยความอิจฉาและไม่พอใจ ถ้ากลัวขนาดนั้นทำไมไม่พาไปด้วยเลยล่ะ!

“ไอ้วินมันเพื่อนพี่ พี่ก็ต้องดูแลอยู่แล้ว แกไม่ต้องห่วงหรอก”

“โอเค งั้นผมไปแล้วนะ” ไอ้คลื่นโบกมือลา จากนั้นก็เดินไปที่โรงรถแล้วก็ขี่บิ๊กไบค์ที่ผมยกให้ออกไปจากบ้านทันที

ส่วนผมก็ยืนรถน้ำต้นไม้ต่อไปอีกราวๆ 10 นาที เสร็จแล้วก็หยิบกรรไกรแต่งกิ่งมาตัดต้นไม้แต่ละต้นให้มันเข้ารูปสวยงาม ผมใจจดใจจ่ออยู่กับมันอย่างเดียวไม่สนใจสิ่งรอบข้าง จนกระทั่งฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีนั่นแหละผมถึงได้วางมือแล้วก็ว่าจะมาทำต่อในวันพรุ่งนี้

ผมหันหลังกลับว่าจะเดินเข้าบ้าน แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นไอ้วินกำลังนั่งฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะที่อยู่ด้านหลังแล้วหันหน้ามาทางผม สายตาของมันเหม่อลอย สีหน้าดูเศร้าๆ ยังไงก็ไม่รู้

“มึงมานั่งทำอะไรตรงนี้?” ผมเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าไอ้วิน มันเลยเงยหน้าขึ้นมามองผมแล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ขอกอดหน่อยดิ”

“หา?” ผมอุทานออกมาด้วยความงุนงง ไอ้วินมันเป็นอะไรของมันเนี่ย?

“ก็บอกว่าขอกอดหน่อยไง” ไอ้วินหน้าบูดนิดหน่อยแล้วยืดตัวขึ้น จากนั้นก็ดึงผมให้เข้าไปใกล้แล้วกางแขนทั้งสองข้างออกมากอดที่เอว มันกอดผมไว้แน่นพลางเอียงหน้าซบลงที่กล้ามท้อง ผมใจเต้นแรงขึ้นมานิดหน่อยที่โดนมันอ้อนแบบนี้ ความเครียดที่สะสมมาหลายวันหายไปทันทีที่โดนมันกอด

“เป็นอะไรไปหืม? ไหนบอกกูซิ” ผมยิ้มแล้วลูบที่ศีรษะของไอ้วินเบาๆ ด้วยความรักใคร่ แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักไปเมื่อมันตอบผมมาว่า...

“กูเหงา”

“เหงา?”

“อืม...ก็คลื่นไม่อยู่” คำตอบของไอ้วินทำเอาหัวใจของผมหล่นวูบลงไปอยู่ที่พื้น ที่แท้ผมมันก็เป็นได้แค่ตัวแทนของไอ้คลื่นสินะ...

“ถ้างั้นจะไปหาไอ้คลื่นที่บ้านเพื่อนมั้ยล่ะ เดี๋ยวกูไปส่ง” ผมพูดเสียงแข็งขึ้นนิดหน่อย อันที่จริงผมก็ไม่ได้อยากจะทำตัวเป็นคนดีแบบนี้หรอกนะ แต่ว่าผมทนเห็นไอ้วินทำหน้าเศร้าไม่ได้จริงๆ

“กูขอแล้วแต่ว่าคลื่นไม่ให้ไป” ก็นะ งานวันเกิดเพื่อนมันจะพาไอ้วินที่เป็นคนนอกไปก็ยังไงๆ อยู่ มันเป็นนักร้องดังขนาดนี้คนในงานคนเกร็งกันน่าดู

“แต่พรุ่งนี้มันก็กลับแล้วนี่ ตอนนี้ก็เริ่มมืดแล้วด้วย ไปกินข้าวแล้วก็ไปนอนดีกว่า ตื่นเช้าขึ้นมาเดี๋ยวมึงก็ได้เจอไอ้คลื่นเอง...นะ” พอผมพูดแบบนี้ไอ้วินจึงเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็พยักหน้าลง ผมเลยจับไหล่ของมันให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะจูงมือพามันเข้าไปในบ้าน

“มาพอดีเลย หนุ่ม แม่กำลังจะไปตามมากินข้าวอยู่พอดี” แม่ผมที่ยังใส่ผ้ากันเปื้อนอยู่พูดขึ้น แล้วกวักมือเรียกผมกับไอ้วินให้เดินไปที่โต๊ะอาหาร

“มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับคุณน้า” ไอ้วินถามแม่ผม

“ไม่มีแล้วจ้ะ นั่งลงเลยลูก” พอแม่พูดแบบนี้ไอ้วินกับผมเลยนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ กัน ก่อนที่แม่จะตะโกนเรียกพ่อกับยัยธาร เมื่อมากันครบแล้วพวกเราทั้ง คนก็เริ่มต้นลงมือกินกันข้าวทันที

หลังจากกินเสร็จผมกับไอ้วินก็อาสาเก็บโต๊ะและล้างถ้วยจาน จากนั้นก็ไปนั่งรวมกับพ่อ แม่ และยัยธารที่นั่งดูละครตรงโซฟา ไอ้วินมองทีวีบ้างโทรศัพท์บ้างสลับกันด้วยท่าทางเหงาๆ และเบื่อหน่าย แต่แล้วจู่ๆ มันก็ลุกพรวดยืนขึ้นท่ามกลางความตกใจของทุกคน

“ผมขอออกไปคุยโทรศัพท์แป๊บนะครับ” ไอ้วินพูดด้วยอาการเคร่งเครียดราวกับไม่พอใจอะไรสักอย่าง แล้วก็เดินออกไปที่หน้าบ้านทันที ผมที่เป็นห่วงมันเลยอดที่จะลุกขึ้นตามไปไม่ได้

“ผมไปดูไอ้วินก่อนนะครับ”

“จ้ะลูก” แม่ผมตอบ สีหน้าดูเป็นห่วงไอ้วินไม่ต่างจากผม เพราะในสายตาแม่ไอ้วินก็เหมือนเป็นลูกในไส้คนนึงเหมือนกัน

ผมเดินตามออกมาที่หน้าบ้าน ก่อนจะเห็นไอ้วินยืนหันหลังคุยโทรศัพท์อยู่ในมุมมืดใต้ต้นไม้ ผมเลยเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วก็ได้ยินเสียงของมันพูดขึ้นมาว่า...

“ไม่ต้องมาโกหกเลยเพื่อนบ้าเพื่อนบออะไรถึงได้หอมแก้มกันจูบปากกันแกเห็นพี่มีเขาอยู่บนหัวรึไงห้ะ!” ไอ้วินพูดอย่างอารมณ์เสีย มันทะเลาะกับไอ้คลื่นงั้นหรอ?

“ไม่ต้องมาแถหน้าด้านๆ เลยพี่ไม่อยากฟังถ้าแกบอกว่าชอบผู้หญิงคนนั้นก็เลิกกับพี่แล้วไปคบกันเลยไป๊เด็กหลายใจอย่างแกพี่เกลียดที่สุด!” ไอ้วินพูดจบก็ยกโทรศัพท์ออกจากหูแล้วทำท่าจะปาใส่กำแพง แต่ว่าผมก็รีบเดินไปจับที่มือของมันเอาไว้ก่อน

“ใจเย็นๆ สิไอ้วิน ไม่พอใจอะไรทำไมต้องไปลงที่ข้าวของด้วย” เท่านั้นแหละไอ้วินก็หันหน้ากลับมา เมื่อเห็นว่าเป็นผมมันก็รีบโผเข้ากอดพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นทันที

“ฮืออออออ ไอ้คลื่นมันนอกใจกูอะไอ้ที มันบอกว่ายังชอบผู้หญิงอยู่ แล้วอย่างนั้นมันจะมาจีบกูขอคบกับกูเป็นแฟนทำไม” ไอ้วินตัวสั่นสะท้าน น้ำเสียงของมันโศกเศร้าราวกับจะขาดใจ ผมจึงกำหมัดแน่นพลางนึกก่นด่าไอ้คลื่นในใจ ไม่คิดเลยจริงๆ ว่ามันจะกล้าทำไอ้วินเสียใจได้ถึงขนาดนี้

“กูขอโทษแทนไอ้คลื่นด้วยนะ ไม่เอาไม่ร้องนะไอ้วิน” ผมใช้มือข้างหนึ่งกอดตอบส่วนอีกข้างก็ลูบศรีษะเพื่อปลอบโยน เห็นมันเจ็บแบบนี้ผมเองก็เจ็บไม่ต่างจากมันเหมือนกัน

“ฮืออออออ กูเจ็บอะไอ้ที กูเสียใจ กูอยากกินเหล้า กูอยากลืมมัน...”

“แต่เหล้ามันไม่ได้ช่วยให้มึงลืมได้หรอกนะ” หลายๆ คนคิดว่าการดื่มเหล้าจะทำให้ลืมเรื่องเครียด ความเศร้า หรือว่าเสียใจได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วการทำอย่างนี้มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย เวลาเมาเรามักจะจำอะไรไม่ได้ก็จริง แต่พอหายแล้วความทรงจำทั้งหมดมันก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ตอนกูเมากูก็ลืมทุกอย่างนั่นแหละ” จะว่าไปก็จริงของไอ้วิน ตอนมันเมามันทำอะไรกับผมบ้างมันยังจำไม่เคยได้เลย

“เฮ้อออออ แล้วมึงอยากไปดื่มที่ไหนล่ะ แถวนี้มันไม่มีร้านเหล้าที่ปลอดภัยหรอกนะ” ปกติพวกผมจะไปดื่มกันที่คลับหรือว่าร้านเหล้าที่พวกเซเลปดาราด้วยกันชอบไป เพราะที่นั่นจะต้องมีการสมัครเมมเบอร์และตรวจคัดคนอย่างเข้มงวดก่อนเข้า โดยกฏเหล็กที่สำคัญเลยก็คือห้ามถ่ายรูป อัดคลิป หรือว่าเอาเรื่องราวข้างในไปเผยแพร่โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการเสื่อมเสียชื่อเสียงของคนที่อยู่ข้างใน

“ไปร้านของพี่คินก็ได้ น่าจะอยู่ใกล้สุดจากที่นี่แล้ว” ถึงจะบอกว่าใกล้แต่ที่คลับของพี่คินก็อยู่ห่างจากบ้านผมไป 10 กว่ากิโลเมตรอยู่ดี

“โอเคงั้นมึงไปรอที่รถนะ เดี๋ยวกูเข้าไปเอากุญแจแล้วก็บอกพ่อกับแม่แป๊บ”

“อืม ขอบใจนะไอ้ที” ไอ้วินเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ด้วยใบหน้าเศร้าๆ แล้วใช้หลังมือปาดน้ำตาที่ไหลออกมาจนเปียกไปทั่วทั้งแก้ม ภาพที่เห็นทำเอาผมนึกสงสารมันจับใจ จึงได้ลูบศีรษะของมันสองสามครั้งก่อนจะหันหลังกลับเดินเข้าไปในบ้าน

“พ่อครับ แม่ครับ เดี๋ยวผมกับไอ้วินจะออกไปทำธุระข้างนอก อาจจะกลับดึกนิดหน่อยนะครับ” ผมพูดโกหกเพราะไม่อยากให้พ่อกับแม่ไม่สบายใจ เรื่องบางเรื่องถ้าหากเลี่ยงที่จะพูดความจริงได้มันก็ดีกว่า

“จ้า ขี่รถระวังๆ นะลูก”

“ครับผม” พูดจบผมก็วิ่งขึ้นไปหยิบกุญแจรถ กระเป๋าตัง แล้วก็โทรศัพท์มือถือที่อยู่บนห้อง ก่อนจะรีบลงมาแล้วก็ออกไปยังโรงรถที่มีไอ้วินรออยู่ พอไปถึงผมก็เห็นว่ามันกำลังยืนคุยโทรศัพท์ ตอนแรกผมก็นึกว่าเป็นไอ้คลื่น แต่ปรากฏว่าไม่ใช่

“...ครับพี่คิน ขอบคุณมากๆ เลย แล้วเจอกันครับ” ไอ้วินวางสายพอดีที่ผมเดินมาถึงรถ

“กูบอกพี่คินจองโต๊ะให้แล้ว”

“อ้อ โอเค งั้นไปกันเถอะ” พูดจบผมก็สวมหมวกกันน็อคให้ไอ้วินก่อนจะสวมให้ตัวเอง จากนั้นก็ก้าวขึ้นรถแล้วพาไอ้วินไปยังคลับของพี่คินที่อยู่ในย่านสุขุมวิททันที

คลับนี้ชื่อว่า ‘Luxueux’ เป็นภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่าหรูหรา ซึ่งทั้งด้านนอกและด้านในก็ถูกตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ฝรั่งเศสสมชื่อร้าน ที่นี่มีการคัดคนเข้าและรักษาความลับของผู้ที่มาใช้บริการอย่างเข้มงวด บรรดาเซเลปดาราจึงนิยมมาใช้บริการที่นี่เป็นอันดับต้นๆ เลยล่ะ

“สวัสดีครับคุณชาวิน คุณชลนที คุณวาคินได้จัดเตรียมโต๊ะเอาไว้ให้พวกคุณแล้ว เดี๋ยวผมจะพาไปนะครับ” พนักงานต้อนรับคนหนึ่งที่สวมสูทสีขาวทั้งตัวพูดขึ้น แล้วเดินนำพาผมกับไอ้วินไปยังโต๊ะที่อยู่มุมหนึ่งของร้าน โต๊ะนี้มีโซฟาตัวใหญ่รายล้อม และมีฉากกั้นจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นห้องส่วนตัว พี่คินหาโต๊ะได้ถูกใจจริงๆ

เราสองคนนั่งลงบนโซฟาก่อนที่ไอ้วินจะสั่งเหล้ามาชุดใหญ่ พนักงานจึงพยักหน้ารับแล้วบอกว่าอีกอีกสักพักจะนำมาส่ง ส่วนพี่คินกำลังรับรองลูกค้า VIP อยู่ แต่อีกสักพักจะรีบปลีกตัวมาพบ

เมื่อเหล้ามาถึงไอ้วินที่นั่งร้องไห้อยู่เงียบๆ ก็จัดการยกซดรวดเดียวหมดแก้วอย่างไม่พูดพล่ามทำเพลง จากนั้นก็ชงใหม่แล้วดื่มรวดเดียวลงไปอีกครั้งเป็นแก้วที่ 2

“ไอ้วิน ค่อยๆ ดื่มก็ได้ เหล้ามันไม่หายไปไหนแล้วก็ไม่มีคนแย่งมึงหรอก” ผมยกมือออกไปปรามเมื่อไอ้วินจัดการชงเหล้าอีกแก้ว แล้วทำท่าจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวอีกเป็นรอบที่ 3

“มึงไม่เป็นกูมึงไม่รู้หรอกว่าอาการของคนอกหักมันเป็นยังไง” รู้สิ ทำไมกูจะไม่รู้ ที่กูกำลังเผชิญอยู่นี่มันยิ่งกว่ามึงซะอีก มึงยังดีที่อย่างน้อยก็ยังได้คบกัน แต่กูนี่นิสิอกหักตั้งแต่ยังไม่ได้สารภาพรักเลยด้วยซ้ำ

ว่าแล้วผมก็ชักอยากดื่มเหล้าเหมือนกับไอ้วินแล้วสิ

“เออ ถ้างั้นเดี๋ยวกูดื่มเป็นเพื่อนมึงเอง” พูดจบผมก็ยกแก้วเหล้าที่ไอ้วินพึ่งชงเมื่อกี้เทเข้าปากรวดเดียวจนหมด ไอ้วินที่กำลังโศกเศร้าอยู่เลยมองผมด้วยสายตางุนงงทันที แต่ว่ายังไม่ทันที่มันจะได้ถามอะไร ก็มีเสียงๆ หนึ่งดังขึ้นซะมาก่อน...พี่คิน

“อารมณ์ไหนหืมถึงได้พากันมาที่ร้านพี่ได้?” เราสองคนรีบยกมือไหว้ทักทาย พี่คินเลยพยักหน้ารับแล้วก็เดินมานั่งที่โซฟาตรงข้ามกับพวกผม

“อารมณ์อกหักน่ะพี่คิน” ไอ้วินพูดด้วยท่าทางเศร้าๆ

“หา? อย่างเรานี่ยังมีผู้หญิงคนไหนกล้าทิ้งอีกหรอ?” พี่คินพูดอย่างแปลกใจ แต่ไอ้วินกลับหันหน้าหนีแล้วไม่ตอบอะไรเลยสักนิด พี่คินเลยหันมาส่งสายตาถามผมแทน

“เอ่อ...คือ...คนที่หักอกไอ้วินคือไอ้คลื่นน่ะครับ” ผมตอบอย่างตะกุกตะกักด้วยเสียงอ้อมแอ้ม ใครมันจะไปอยากบอกล่ะว่าน้องชายตัวเองเป็นคนหักอกน้องชายพี่

“คลื่น?” สงสัยพี่คินคงจำไม่ได้ล่ะมั้งว่าผมมีน้อง เพราะพี่คินไม่ได้อยู่ที่เมืองไทยนานมาก ตอนที่อยู่ไอ้คลื่นก็แค่ไม่กี่ขวบ แล้วก็ไม่เคยเจอหรือว่าคุยกันตรงๆ ด้วย

“ครับ น้องชายของผมเอง”

“น้องชาย!” พี่คินอุทานด้วยความตกใจ ก็นะ คนเป็นพี่ที่ไหนพอรู้ว่าน้องชายของตัวเองคบกับผู้ชายด้วยกันแล้วจะไม่ตกใจบ้างล่ะ

“พี่คินรังเกียจผมมั้ย?” ไอ้วินหันกลับมามองพี่คินด้วยสายตาเว้าวอน พี่คินเลยยิ้มออกมาบางๆ แล้วก็ลุกเดินมานั่งข้างๆ ไอ้วิน

“พี่จะไปรังเกียจเราได้ยังไงกันล่ะ ยังไงเราก็เป็นน้องชายที่น่ารักของพี่อยู่ดี” พอได้ยินแบบนี้ไอ้วินก็ยิ้มกว้างแล้วจึงโผเข้ากอดพี่คินแน่นทันที พี่คินจึงกอดตอบพร้อมกับใช้มือลูบที่ศีรษะของไอ้วินไปมาด้วยความอ่อนโยน ทั้งสองคนกอดกันอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนที่จะผละออกจากกันช้าๆ

“พี่ฝากดูแลวินด้วยนะที เดี๋ยวพี่ต้องไปรับรองลูกค้าต่อแล้ว ส่วนมื้อนี้พี่เลี้ยงเอง”

“ขอบคุณครับพี่คิน” ผมยกมือไหว้ พี่คินจึงยิ้มรับก่อนจะหันไปตบที่ไหล่ของไอ้วินเพื่อให้กำลังใจ จากนั้นจึงลุกขึ้นแล้วก็เดินออกไปรับรองลูกค้าอย่างที่ว่า

“มาชนแก้วกัน มึงพูดแล้วนะว่าจะดื่มเป็นเพื่อนกู” ไอ้วินทวงสัญญาพร้อมกับชงเหล้ามา แก้ว แล้วก็ยื่นมาให้ผมแก้วนึง

“โอเค...ชน!” ผมยกแก้วชนกับไอ้วินแล้วก็ยกขึ้นจิบ แต่ว่าไอ้วินไม่ยอมบอกให้ผมดื่มจนหมด ผมเลยต้องยอมทำตามอย่างช่วยไม่ได้

“อีกแก้วนะ” ไอ้วินพูดด้วยใบหน้าแดงระเรื่อแล้วเริ่มต้นชงเหล้าอีกครั้ง ผมว่ามันเริ่มจะเมาแล้วมั้งเนี่ย

“พอก่อนดีกว่ามั้ย? กูว่ามึงเริ่มเมาแล้วนะ อีกอย่างกูกลัวขี่รถกลับไม่ไหวด้วย” ถ้าดื่มแค่นี้ผมคงไม่เป็นไร แต่ถ้ามากกว่านี้ผมอาจขี่รถไม่ไหว ยิ่งถ้าหากเจอด่านด้วยจะยิ่งซวยหนักเลยทีนี้

“ถ้าขับไม่ไหวก็จอดรถไว้ที่นี่แล้วเรียกแท็กซี่กลับกันก็ได้ มาดื่มด้วยกันเถอะน่า...นะ” ไอ้วินยื่นแก้วเหล้าที่ชงเรียบร้อยแล้วมาให้ แต่ว่าผมก็รับมาแล้วเอาวางไว้ที่โต๊ะเหมือนเดิม ไอ้วินเลยทำหน้าหงิกงอทันที

“กูพอแล้ว มึงจะดื่มก็ดื่มเลย กูจะอยู่เป็นเพื่อนมึงจนกว่าจะดื่มจนพอใจเลยเอ้า” ถึงผมจะพูดขนาดนี้ แต่ไอ้วินกลับจิ๊ปากด้วยความไม่พอใจแล้วก็ทำหน้าบูดใส่อยู่ดี

 “มึงมันเป็นคนไม่รักษาคำพูด”

“ใช่ที่ไหนกันเล่า ก่อนหน้านี้กูก็ดื่มเป็นเพื่อนมึงแล้วไง”

“แค่ แก้วเนี่ยนะ? เฮอะ!” แล้วไอ้วินก็สะบัดหน้าหนีไปอีกทางทันที สงสัยครั้งนี้จะเป็นอาการเมาแล้วขี้งอนแน่ๆ

“โธ่...อย่างอนกันสิ ถ้างั้นกูยอมดื่มอีกแก้วก็ได้ เพราะงั้นดีกันนะ” ผมยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้าไอ้วิน มันเลยอมยิ้มเล็กน้อย แล้วก็ยอมยกนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับผมในที่สุด

“ดีกันก็ได้ แล้วถ้ามึงไม่อยากดื่มก็ไม่เป็นไร แต่ว่ามึงต้องช่วยอะไรกูสักอย่างนะ” ไอ้วินหันหน้ามาหา คำพูดของมันทำเอาผมต้องขมวดคิ้วด้วยความงุนงงทันที

“อะไรล่ะ?” พอผมถามแบบนี้ไอ้วินเลยขยับเข้ามาใกล้ผม จนขาของเราสองคนแนบชิดกัน

“ช่วยทำให้กูลืมไอ้คลื่นที ถ้าเป็นมึงกูเชื่อว่าต้องทำได้แน่นอน...มีอะไรกับกูเถอะนะ” เท่านั้นแหละผมก็ตกใจจนเบิกตาออกกว้าง

“หา? มีอะไรกัน? มึงหมายถึง...” ผมพูดได้เพียงเท่านี้เพราะไม่กล้าพูดในสิ่งที่คิดออกไป ไม่รู้ว่าไอ้วินมันได้คิดเหมือนกันกับผมรึเปล่า?

“ก็เซ็กส์ไง มีเซ็กส์กับกูเถอะ กูขอร้องนะไอ้ที” ไอ้วินยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วช้อนตามองผมอย่างเว้าวอน ใบหน้าที่ผมแสนรักใคร่ แถมยังแดงก่ำและตาปรืออย่างยั่วยวนแบบนี้ ทำเอาผมถึงกับมือไม้สั่นและพูดตะกุกตะกักทันที

“ตะ...แต่ว่า...”

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น มึงไม่ต้องพูดอะไรแล้ว กูไม่อยากฟัง” ไอ้วินพูดจบก็ยืดตัวขึ้น วาดสองแขนมาโอบรอบลำคอของผม แล้วก็ก้มหน้าลงมาจูบที่ริมฝีปากของผมทันที!

2BC


สวัสดีจ้าทุกคน Love friend ตอนที่ ก็จบไปเรียบร้อยแล้วน้า ตอนนี้ยาวพอตัวเลย แต่จบได้ค้างนิดหน่อย ( ย้ากส์นิดหน่อยบ้านแกหราาาาา!) เอาน่า ใจเย็นๆน้า เดี๋ยวเค้าจะชดเชยด้วย NC ตอนหน้าดีมั้ยน้อ?  เพราะงั้นมาลุ้นกันต่อไปเนอะว่าทีกับวินจะได้กันรึเปล่า? ทีจะอดทนทำใจแข็งไม่ทำอะไรวินได้มั้ย? ฝ่ายพระหรือฝ่ายมารจะชนะกัน? ทุกอย่างจะโยงไปที่บทนำรึเปล่ามาลุ้นไปพร้อมกันวันอังคารนะคะ แล้วเจอกันค่ะ บ๊ายบายยยยย บายๆ
ปล. เราต้องขอขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะคะที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้  ส่วนคนที่เม้น ไลค์ และเข้ามาเม้ามอยกับเราที่แฟนเพจเราก็ขอขอบคุณมากๆเช่นกันค่ะ รักทุกคนมากๆเลยน้า  ทุกคนคือกำลังใจสำคัญของเราจริงๆ ขอกอดแรงๆเลยค่า 
(1 ก.ค. 59)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #624 Kamobee (@BeeSangprow) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 09:03
    รุกแรงมากกกกก
    #624
    0
  2. #614 <N-O> (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 18:26
    วินน่าจะเป็นนักแสดงมากกว่านักร้องนะ ตีบทแตกกระจุย
    #614
    0
  3. #611 nurinee_tz (@nurinee_tz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 23:44
    รุกแรกเวอร์
    #611
    0
  4. #606 241244 (@241244) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 09:35
    เดี่ยวๆๆวินรุกมากกกก
    #606
    0
  5. #565 season1317 (@season1317) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 21:12
    วินนนนนนนรุกมากกกก
    #565
    0
  6. #494 Haikyuu!! (@prashya34) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 22:19

    ตู้หู วินนนนนน

    #494
    0
  7. #127 Holla K (@hollakujira) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 01:03
    เพิ่งมาอ่าน..รวดเดียวจบ ชอบมากกกกก โง้ยยยยย ปากแข็งทั้งคู่อ่ะ5555 วินนี่โคตรรรรแสบเลยย ถ้าเราเป็นทีแล้วรู้ความจริงนะจะจับตีก้นให้ลายเลยยย>\\\<
    #127
    1
    • #127-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 7)
      4 กรกฎาคม 2559 / 02:31
      อั้ยยย ดีใจที่เตงชอบนะคะ มารยาวินนี่ต้อมยอมจริงๆ อิอิ
      #127-1
  8. #126 phatphs (@phatphs) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 23:54
    โคตรค้างงง อ้ากกกกกกกกก
    #126
    1
  9. #125 PopzA (@popzalimited) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 12:23
    จบแบบนี้มันก็ค้างสิ ปักหลักรอncต่อไป
    #125
    1
  10. #124 SJom (@jjoam) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 00:30
    รอออออออออิ
    #124
    1
  11. #123 _Mmaild.CH (@quizsyjang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 23:14
    ต่อๆๆๆ
    #123
    1
  12. #122 nambigel (@abteeraporn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 21:12
    วินออกตัวแรงมาก ขอให้วินได้ตามคำขอ 5555 ทีอย่าเล่นตัว
    #122
    1
  13. #121 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 21:03
    โอ้ยยยย วินร้าย!! เล่นเนียนมาก ชลนทีหน้านิ่งเค้าใจสั่นเลย -///-

    #รอต่อค่าาา ค้างมากกก!
    #121
    1
    • #121-1 *|=สามีแจจุง=|* (@kochinaka) (จากตอนที่ 7)
      1 กรกฎาคม 2559 / 22:27
      555555 เนียนอย่างนี้สมกับตำแหน่งออสการ์มั้ย
      #121-1
  14. #120 Timeless_dada (@Timeless_dada) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 12:45
    คลื่นทำดีมากกกก งานนี้จัดหนักจัดเต็มไปเลยจ๊ะวินจร้าาาา อะคริๆๆ จะใจแข็งอยู่ได้ก้ให้มันรู้ไปสิ
    #120
    1
  15. #119 Yaoi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 12:17
    จะเข้าสู่ตอนแรกแล้ว
    #119
    1
  16. #118 PopzA (@popzalimited) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 23:50
    ทำดีมากคลื่น ปักหลักรอnc
    #118
    1
  17. #117 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 20:55
    #ทีม'วิน'ค่ะ งานนี้ ชลนทีหน้านิ่งจะได้ยอมรับซักที รากงอกแล้ว ~~ ใจตรงกันแท้ๆถ้ายั่วขนาดนี้แล้วยังไม่สารภาพอีก จะให้วินไปเกาะติดคลื่นแทนละ5555
    #117
    1
  18. #116 นายสายรุ้ง (@kimmy_nng) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 19:51
    ต้องได้ต้องโดนนะวิน!!! สู้ๆ5555555
    #116
    1
  19. #115 MarkBam05 (@markbam05_fah15) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 19:36
    งานนี้ได้แน่นอน อุ๊ยย 555555
    #115
    1