Ending [ทำมือ] MONSTER' N INDEPENDENT ละเลงรัก

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 249,720 Views

  • 12,636 Comments

  • 3,240 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    71

    Overall
    249,720

ตอนที่ 2 : ละเลงรักครั้งที่ 1 [รีอัพ 150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5028
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    7 พ.ย. 60

ละเลงรักครั้งที่ 1

ถ้าฆ่าได้ก็ฆ่าไปเลย

          ความโกรธแค้นชิงชังมันทำให้คนเป็นปีศาจ...และฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น

          น้ำเสียงนิ่งๆ ของฉันดังขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มผู้ชายท่าทางน่ากลัวห้าคนซึ่งกำลังส่งสายตาสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ พวกมันเลียริมฝีปากเหมือนหิวโหยและตื่นเต้นแทบทนไม่ไหวขณะจ้องมองภาพถ่ายผู้หญิงคนหนึ่ง...เธอสะสวย สง่างาม ดูอ่อนแอเปราะบางน่าทะนุถนอมเป็นที่สุด

          แต่เห็นแล้ว...อยากอาเจียนออกมาเป็นลิ่มเลือดให้ตายไปซะตอนนี้!

          น่าทะนุถนอมเหรอ เปราะบางเหรอ สวยเหรอ...ทั้งหมดที่ยัยนั่นมี เดี๋ยวมันก็ถูกขยี้จนไม่มีชิ้นดีอยู่เเล้ว ฉันคนนี้จะทำลายมันให้หมด แม้ว่าคนคนนั้นจะมีความสำคัญต่อผู้ชายที่ฉันรักก็ตาม

          มันไม่สำคัญ ในเมื่อฉันพอใจจะทำ พอใจจะกำจัดให้สิ้นซาก อะไรก็ห้ามฉันไม่อยู่

          บุรินทร์...ช่างเป็นชื่อที่น่าขยะแขยงสิ้นดี!

          “สวยๆ แบบนี้ฆ่าไม่ลงหรอก เก็บไว้เอาเล่นยังดีกว่าอีก...เสียงแหบสั่นของหนึ่งในกลุ่มผู้ชายที่ฉันว่าจ้างให้ไปจัดการกำจัดขวากหนามน่ารำคาญเอ่ยออกมาพร้อมทั้งยกมือลูบไล้รูปใบนั้น นัยน์ตาฉายประกายไปด้วยไฟปรารถนา ฉันที่ยืนกอดอกพิงกับกำแพงอยู่ใกล้ๆ ทำได้แค่มองปฏิกิริยาของเหล่าสัตว์ร้ายทั้งหลายที่ส่งเสียงน่าขนลุกออกมาเหมือนพวกไม่เคยมีผู้หญิงตกถึงท้อง

          ยังไงซะ...วันนี้ คืนนี้ หรืออาจจะสิบนาทีต่อจากนี้ ยัยนั่นจะถูกครหาว่าเป็นผู้หญิงน่าเวทนาที่ได้สามีพร้อมกันทีเดียวห้าคน

          แค่คิดก็สงสาร...จนอยากหัวเราะออกมาให้ก้องโลกไปเลย

          “ก็แล้วแต่พวกนาย จะเก็บไว้ทำอะไรก็ตามใจแต่จะดีมากถ้าหากว่าผู้หญิงคนนั้นหายจากโลกนี้ไป ไม่ต้องเสนอหน้ามาให้อักขระเห็น...

          ฉันไม่สนว่าใครจะมองฉันด้วยสายตาแบบไหน ไม่ยี่หระว่าจะถูกคนปรามาสว่าชั่วช้าสามานย์เลวทรามยังไง...เพราะฉันมีเหตุผลของฉัน

          “โอเค... พวกเราจะจัดการยัยนั่นให้สมค่าเงินที่เธอจ้างเลยนลินฉันกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจแล้วเดินออกมาจากอาคารเก่าร้างบริเวณหลังมหาวิทยาลัยที่ถูกปล่อยทิ้งไว้นานนับปี ด้วยความเงียบสงัดและบรรยากาศน่าวังเวงจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ค่อยมีใครกล้าเข้ามาเหยียบย่ำแถวนี้นัก

          ซึ่งเพราะแบบนี้เอง ฉันเลยใช้มันเป็นสถานที่นัดพบกับพวกนั้น ซึ่งเป็นคนรู้จักของ เตโช พี่ชายของฉัน...

          ...ฉันเลว ฉันร้าย ฉันมันนังอสรพิษใช่ไหม แต่อยากให้รู้ว่าความชั่วช้า...ฉันว่าฉันเทียบเตโชไม่ได้สักนิด

         





          ตอนเที่ยง ณ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร

          ฉันไม่มีเพื่อน...ผู้หญิงทุกคนมักมองฉันด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ หนึ่งเหตุผลที่ทำให้พวกเธอเหล่านั้นเกลียดฉันเหมือนหนอนขยะ คงเพราะฉันทำให้ชีวิตรักของพวกนั้นเเตกหักร้าวฉาน...ประมาณว่าเป็นมือที่สามอะไรทำนองนั้น

          เหอะสำหรับนักศึกษาผู้หญิงในมหาวิทยาลัยก็คงคิดแบบนั้น และฉันไม่พยายามแก้ข่าวใดๆ ทั้งสิ้น ในเมื่อฉันไม่ได้ผิด แฟนพวกเธอต่างหากที่หน้าโง่เดินเข้ามาหาฉันเอง ไม่ต้องป้อนหญ้า...ก็แสดงตัวเป็นควายจนน่าสมเพช

          ฉันอยู่ของฉันเฉยๆ นี่แหละ ไม่เคยทำอะไรให้หมาตัวไหนมันเดือดร้อน ปัญหาต่างๆ นานาพัดเข้าโดยมีจุดเริ่มต้นจากพวกไม่รู้จักพอ และมันมักจบลงด้วยการที่บรรดาผู้หญิงน่ารำคาญเข้ามาหาเรื่องฉัน แล้วมีหน้ามากล่าวหาว่าฉันแย่งของรักของหวงไปอย่างหน้าด้านๆ

          เหมือนอย่างตอนนี้ ตอนที่ฉันกำลังล้างหน้าล้างตาอยู่ในห้องน้ำหญิงของมหาวิทยาลัย ยัยพวกผู้หญิงกลุ่มเดิม หนังหน้าเดิมๆ ก็ปรากฏตัวอยู่เบื้องหลัง พวกนั้นใช้สายตาอาฆาตแค้นจ้องมองผ่านกระจกใสเหมือนอยากฆ่าฉันให้ตาย ยิ่งไปกว่านั้น...หนึ่งในนั้นยังเดินไปล็อกประตูทางเข้าไว้อย่างแน่นหนาอีกด้วย

          ฉันหัวเราะในคออย่างไม่มีความเกรงกลัว ยกมือเสยผมลวกๆ แล้วหันกลับไปเผชิญหน้าตรงๆ

          ณ ตอนนั้นบรรยากาศรอบห้องเริ่มโชยฟุ้งด้วยความขมุกขมัว รังสีฆ่าฟันของยัยพวกนั้นชัดเจนจนสัมผัสได้ แต่ก็นะ...มันก็แค่สถานการณ์เดิมที่ฉันเจอบ่อยจนชาชิน

          “ยังไม่เลิกสันดานแย่งผัวชาวบ้านอีกเหรอนลินหนึ่งในนั้นใช้น้ำเสียงโกรธแค้น ดวงตาแดงก่ำด้วยไฟโทสะ พอได้ยินแบบนั้นฉันก็เลยยิ้มมุมปากกลับไปจนยัยพวกนั้นถลึงมองจนลูกกะตาแทบทลักออกมาจากเบ้าได้อยู่แล้ว

          สันดานแย่งผัวเหรอ...วันนั้นก็โง่ เมื่อวานก่อนก็โง่ วันนี้ยังไม่หายโง่อีกหรือไง

          ถึงฉันจะสารเลวและร้ายกาจยังไง แต่ฉันไม่เคยมั่วและเอากับผู้ชายไม่เลือกหน้านะ ไม่เคยชายตามองใครหน้าไหน แค่คิดฉันยังไม่กล้าเลย แม้รู้ดีว่าหัวใจซื่อสัตย์ดวงนี้จะถูกผู้ชายคนนั้นเหยียบขยี้ซ้ำๆ จนเละไปแล้วก็ตาม แต่ความเจ็บที่ฉันได้รับเป็นสิ่งตอบแทนมันยิ่งทำให้ฉันอยากเข้าหาเขามากขึ้น

          ฉันยอมโดนทำร้ายเป็นพันๆ ครั้ง โดนด่าด้วยคำพูดเจ็บแสบสักล้านครั้ง...ตราบใดที่อักขระเป็นคนทำ ฉันไม่เคยโกรธเลยสักครั้ง

          ความโง่งมที่ฉันมี ฉันมีไว้ให้ผู้ชายคนนั้นเพียงคนเดียว...ใครหน้าไหนก็ไม่มีวันแทนที่เขาได้

          ผู้ชายคนอื่นก็แค่หมาข้างทาง หมาน่ะ...เข้าใจหรือยัง?

          “ไม่มีปัญญาหาเองหรือไงถึงคอยแต่จะลักจะแย่งของคนอื่น อยากมากทำไมไม่ช่วยตัวเองไปล่ะ หรือไม่ก็ไปนอนถ่างขาที่ซ่อง เผื่อจะมีผู้ชายรวยๆ ยอมเอาแกไปทำเมีย!

กึก!!!!

อีกคนสมทบแล้วพุ่งเข้ามากระชากเส้นผมอย่างเดือดดาล เรี่ยวแรงของมันทำให้ฉันแหงนหน้าขึ้นตามแรงโน้มถ่วงอย่างช่วยไม่ได้ แต่ริมฝีปากยังเหยียดตึงและมองหน้าเจ้าของการกระทำอย่างไร้ความเกรงกลัว เรี่ยวแรงเท่ามดปลวกแค่นี้ไม่คณาผิวหนังฉันสักนิด...

อย่างแกมันต้องโดนแบบนี้!

เพียะ!!

ความเจ็บซ่านแทรกซึมเข้ามาที่ผิวแก้มฉันอย่างจัง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในปากทำให้ฉันรับรู้ได้ถึงความขมปร่า และก่อนที่ฉันจะตั้งตัวได้ อีพวกหมาหมู่ทั้งหลายก็กรูกันเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง จัดการล็อกร่างฉันไว้อย่างแน่นหนาเพื่อไม่ให้ฉันขยับตัวหนีได้

คิดว่าตัวเองเป็นดาวมหาลัยแล้วจะมีแต่คนรักแกเหรอ ต่อหน้าผู้ชายทำตัวเหมือนนางฟ้า จริงๆ ก็แค่ผู้หญิงเน่าเฟะดีๆ นี่เอง น่าสมเพช!” ศีรษะฉันแหงนหงายไปด้านหลังจนกระแทกกับผนังห้องน้ำเมื่อถูกหนึ่งในนั้นใช้ปลายนิ้วกระแทกหน้าผากกันอย่างหยามเหยียด ท่าทางพวกมันคงสะใจน่าดูที่ฉันตกอยู่ในที่นั่งลำบากและไม่มีปัญญาทำอะไรได้ในตอนนี้

เเต่อย่างที่พวกมันพูด...ฉันเป็นดาวมหาวิทยาลัย

ฉันเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนเพราะอาศัยอำนาจและเส้นของพ่อซึ่งเคยบริจาคเงินให้สถานศึกษาแห่งนี้ ตรงนั้นมันไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอกเพราะคนอื่นๆ ก็ทำกัน แต่หลังจากที่ฉันได้รับตำแหน่งปัญญาอ่อนนั่นมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป...ฉันกลายเป็นจุดสนใจของพวกผู้ชาย ขณะเดียวกันก็กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกเกลียดชังจากเพื่อนผู้หญิงด้วยกันด้วยเหตุผลข้างต้น

หึ ก็แค่พวกขี้อิจฉาไม่ใช่เหรอ

ไม่เคยสำนึก นี่กะจะเอาผู้ชายทั้งมอ.ทำผัวให้หมดเลยว่างั้น!” คลื่นความเกลียดชังยังคงซัดกระหน่ำเข้ามา ในขณะที่ฉันทำได้แค่แสดงสีหน้านิ่งงันและตวัดปลายลิ้นเช็ดเลือดมุมปากไปด้วย ที่พูดมาเนี่ย...ไม่ใช่ว่ากำลังเอาเรื่องตัวเองมาประจานหรอกนะ

ปากมึงไม่มีเหรออีนี่คิดจะท้าทายพวกกูใช่ไหมสรรพนามเปลี่ยนไปตามความโกรธที่ทวีคูณขึ้น เจ้าของคำพูดซึ่งฉันจำหน้าไม่ค่อยได้เท่าไรย่างสามขุมเข้ามาใกล้เพื่อกระชากศีรษะฉันแรงๆ จนหนังหัวแทบหลุดติดคามือ

บอกเลยนะว่าตอนนี้ฉันอาจยังไม่ตอบโต้ แต่เมื่อไรถึงคราวฉันขึ้นมา...ฉันจะทำให้พวกมันไม่มีโอกาสออกมาโชว์กร่างแบบนี้ตลอดชีวิต

ความเจ็บยิบปรากฏเป็นระยะ แต่ฉันหาแสดงอาการออกมา ทำได้แค่มองผ่านสายตาที่เฉยชาและดูท้าทายกรายๆ นี้จนหนึ่งยัยพวกอวดดีพ่นประโยคหนึ่งออกมา คำพูดที่กลายเป็นจุดอ่อนของฉัน...

อย่างว่าแหละ...น้องมันก็ติดยา เกเร เป็นบ้า ส่วนพี่สาวมันก็ประสาท ขาดผู้ชายไม่ได้ แบบนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว ต่ำกันทั้งตระกูล!

ฉันรู้สึกได้ถึงความเดือดพล่านทางอารมณ์ที่ผุดขึ้นมาในวินาทีนั้น!

ด่าฉันแบบไหนก็ได้ อยากทำตัวต่ำๆ กับฉันมากแค่ไหนก็ได้ แต่ทำไมต้องมาระรานถึงเขา ทำไมต้องลามปามแบบนี้ด้วย!

เหอะ ของขึ้นแล้วล่ะสิ ดูจะรักมากนะไอ้น้องชายสติไม่ดีนั่นน่ะ...

กลับคำพูดเดี๋ยวนี้!” ฉันเงียบมานาน และปล่อยให้ยัยพวกนี้พ่นอะไรน่ารังเกียจออกมานานจนเกินไป ในที่สุดความอดทนของฉันก็ขาดสะบั้น ใช่...ฉันรักเขามาก อักขระน่ะ...ฉันไม่ยอมให้ใครแตะต้องเป็นอันขาด

ความจริงแล้วอักขระไม่ใช่น้องชายฉันหรอก เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องสมัยมัธยม แต่เมื่อสี่ปีก่อนหลังจากที่ถูกพี่บุรินทร์ทิ้ง รวมถึงปัญหาครอบครัวต่างๆ นานามันทำให้เขาคลุ้มคลั่งและกลายเป็นคนควบคุมตัวเองยากกว่าเดิม ความเย่อหยิ่ง หยาบคาย เกเร ก้าวร้าว...ตอนนี้เขามีทุกอย่างเป็นสองเท่า

ความโหดร้ายก็เช่นกัน...

หลายครั้งที่อักขระบ้าคลั่งจนลงมือทำเรื่องไม่คาดคิด...พ่อฉันที่เป็นเพื่อนสนิทลุงอลันพ่อของอักขระเลยรับเขามาอุปการะเลี้ยงดูเหมือนคนในครอบครัว ทำเหมือนเขาเป็นลูกชายอีกคน ส่งเขาเรียนหนังสือ เพราะแบบนั้นเองคนในมหาวิทยาลัยเลยเข้าใจว่าฉันและเขาเป็นญาติกัน

แถมยังพากันพูดถึงเรื่องเสียๆ หายๆ ที่เขาเคยก่อไว้อย่างสนุกปาก รวมถึงข่าวลือที่เขาเป็นบ้านั่นด้วย...

พวกที่ไม่รับรู้ถึงปัญหาของคนอื่น มันก็เอาแต่เห่าหอนไปอย่างนั้น ฉันเกลียดสังคมแบบนี้ที่สุด น่าขยะแขยง อยากกำจัดให้สิ้นซาก ไม่ต้องเหลือประดับสังคมแม้สักตัวเดียว

ทำไมโกรธเหรอ ดีจะได้เข้าใจสักทีว่าที่พวกเราเป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้มันรู้สึกยังไง!

ไม่เลย...เพราะฉันไม่ผิดกับปัญหาที่ยัยพวกนั้นยัดเยียดให้ ทำไมฉันต้องไปเข้าใจความรู้สึกของพวกมันด้วย สิ่งที่พวกมันพ่นออกมาต่างหากที่ผิด...

พลั่ก!!!!

งั้นเรามาแลกเปลี่ยนความเจ็บปวดกันไหม...แฟร์ดีฉันพูดเสียงเย็นเยียบในตอนที่สะบัดตัวเองออกจากการเกาะกุม ยัยพวกที่เคยล็อกตัวฉันไว้ดูเหมือนจะช็อกที่ฉันหลุดออกมาได้อย่างง่ายดาย เพราะในความเป็นจริงเรี่ยวแรงกระจอกงอกหง่อยนั่นทำอะไรฉันไม่ได้อยู่แล้ว สิ่งที่ฉันเคยโดนมา ความรุนแรงที่ฉันรองรับมันจากน้ำมือของอักขระ...มันมากกว่านี้ตั้งเท่าไร พวกนี้ไม่ครึ่งแม้แต่เพียงเศษดินที่ฉันเหยียบอยู่ด้วยซ้ำ

ยิ่งไปกว่านั้นฉันยังกระชากตัวเจ้าของคำพูดสุนัขไม่รับประทานเข้ามาใกล้ด้วยมือข้างขวา ออกแรงบีบต้นแขนด้วยเรี่ยวแรงระดับหนึ่งจนผิวขาวๆ นั่นเกิดรอยช้ำขึ้นมา มันมองหน้าฉันด้วยแววตาตกใจและคงคาดไม่ถึงว่าฉันจะตอบโต้กลับไป

จะ...จะทำอะไร!” มันถามและส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากบรรดาเพื่อนพ้องที่ยังคงตกตะลึง ฉันตวัดสายตากลับไปด้านหลังพร้อมทั้งทวีแรงบีบแขนยัยคนข้างกายจนได้ยินเสียงกระดูกจากข้างใน ฉันเห็นรอยแดงช้ำตามร่องนิ้วที่กดลงไปด้วย มันคงเจ็บน่าดู...

ถ้าฉันประสาทเสีย งั้นมาดูกันไหมว่าฉันสามารถทำอะไรได้บ้าง...

ตุ้บ!!!

พูดจบ ฉันก็เหวี่ยงคนข้างกายอัดกับผนังห้องน้ำอย่างไม่ออมแรง

เจ้าของร่างบางที่ตัวเล็กกว่าฉันนิดหน่อยปลิวว่อนไปตามแรงส่งอย่างง่ายดาย เสียงกระแทกกันระหว่างกระดูกและผนังแข็งๆ บ่งบอกได้อย่างดีว่าความเจ็บที่ยัยนั่นเผชิญอยู่มันสาหัสแค่ไหน ก็แล้วทำไม...แส่ไม่เข้าเรื่องเอง

ฉันตวัดตามองเสมือนภาพตรงหน้าไม่ได้มีผลต่อความรู้สึกฉันสักนิด ยิ่งเห็นว่ามันเบ้หน้าและร้องโอดโอยจะเป็นจะตายฉันก็ยิ่งอยากกระทืบซ้ำให้จมดิน แต่ฉันก็เลือกที่จะหันกลับเผชิญหน้ากับพวกที่เหลือซึ่งบัดนี้...กำลังแสดงสีหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อกี้ยังแหกปากอวดดีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ ทำไมเปลี่ยนโหมดเร็วจังล่ะ...

ไง...อยากลองหน่อยไหมฉันจ้องหน้าพวกมันทั้งหมดด้วยสายตาที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าเป็นแบบไหน อีกทั้งยังค่อยๆ ย่ำเท้าเข้าไปใกล้ทีละนิดจนเสียงรองเท้ากระทบกับพื้นห้องน้ำเป็นจังหวะเนิบนาบ และมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากเข็มนาฬิกาที่กำลังเคลื่อนตัวไปจนถึงจุดสิ้นสุดของเวลา

พวกนั้นก้าวถอยหลังทุกครั้งที่ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ แม้สายตาของพวกมันจะแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความโกรธแค้นชิงชังก็เถอะ ที่ฉันเห็นอยู่ในตอนนี้...ยังไงตรงหน้าก็แค่พวกขี้ขลาดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

ลองทำอะไรพวกฉันสิ คราวนี้เรื่องถึงหูคณะบดีแน่!หนึ่งในหน่วยกล้าตายตะเบ็งออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่พวกมันทั้งหมดประสบกับทางตันโดยมีสิ่งขวางกั้นเป็นผนังห้องน้ำเย็นๆ

ทำไมพอได้ยินคำขู่นั่นแล้วฉันตลกนะ ฉันควรขำออกไปสักทีดีไหม?

คิดว่าฉันกลัวมากมั้ง

กึก!

ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่อาจดูปราศจากอารมณ์ไร้ความรู้สึก แต่เชื่อเถอะว่าหนึ่งผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกฉันกระชากคอเสื้ออยู่ในขณะนี้รับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าการท้าทายฉันมันนำมาซึ่งหายนะของจริง และถ้าให้ฆ่า...ฉันทำได้แน่ๆ

อึก...อ๊ะ แค่กๆ!” ฉันเปลี่ยนมาใช้ฝ่ามือกอบกุมรอบคอและออกแรงกดด้วยเรี่ยวแรงที่ยัยนั่นไม่สามารถแหกปากพล่ามอะไรได้อีก เพราะงั้นในตอนนี้คนเสียเปรียบจึงทำได้แค่ดิ้นพล่านอย่างทุรนทุราย สองตาเริ่มคลอเคล้าด้วยน้ำตาขณะจ้องหน้าฉันอย่างเว้าวอน

...ก็กลัวตายเป็นเหมือนกันนี่

ฉันเอียงคอเล็กน้อยในขณะที่สายตาสะท้อนกับภาพน่าเวทนาของผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังดีดดิ้นไปมาเหมือนจะตายอยู่รอมร่อ เลือดในกายเหมือนถูกรีดมารวมอยู่บนใบหน้าจนแดงเถือกไปหมด สองตาเริ่มเหลือกขึ้น...ลมหายใจขาดห้วงและสั่นสะท้านไปมาท่ามกลางความเงียบงันที่โรยตัวปกคลุมทุกสิ่งอย่าง ไม่เว้นแต่พวกพ้องของยัยนี่ที่ไม่แม้แต่จะยื่นมือเข้ามาสอด ทำได้แค่ยืนมองอย่างหวาดกลัว

คิดว่าฉันเป็นนางเอกหรือไง...นางเอกน้ำเน่าที่ทำอะไรไม่ได้และเอาแต่โดนรังแกน่ะ

ถ้าพวกมันคิดตัวเองเป็นนางร้ายในละคร ฉันจะร้ายกว่านั้นให้ดู!

ฉันคงประสาทเสียอย่างที่พวกแกพูดจริงๆ ดูสิ...ทำอะไรโดยไม่ยั้งคิดแบบนี้ฉันพูดเสียงอ่อนเหมือนคนรู้สึกผิด แต่ริมฝีปากกลับกระตุกยิ้มเย็นพร้อมทั้งทวีแรงมากขึ้นจนลิ้นของยัยนั่นจุกอยู่ที่คอ ทำได้แค่ตะกายมือกับอากาศราวกับต้องการหาที่ยึดค้ำ หยดน้ำตาอุ่นๆ ไหลอาบแก้มและตกกระทบพื้นซ้ำๆ

ขะ...ขอร้อง...ในระหว่างที่ฉันมองความทุกข์ทรมานด้วยสายตาเยือกเย็น...เสียงของใครสักคนทำให้ฉันเลื่อนสายตากลับไป จนพบว่าคนที่พูดมันออกมาคือหนึ่งในเพื่อนของยัยนี่นั่นเอง สองมือยกพนม ใบหน้าขาวๆ ถอดซีราวกับถูกรีดเลือดออกไปจากกายเป็นปริมาณมาก

ณ ตอนนั้นฉันทำได้แค่มอง...มองด้วยสายตาที่ไม่มีใครหยั่งรู้ถึงความคิดภายในใจ

เพื่อนคนเดียว...ถึงกับต้องยกมือไหว้ร้องขอชีวิตแบบนี้เลยเหรอ ต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยหรือไง...นี่เหรอที่เรียกว่ามิตรภาพ นี่เหรอที่เรียกว่าเพื่อนเจ็บ...เราทรมานยิ่งกว่า

พวกมันทั้งหมดน้ำตาไหลพราก ปากสั่นคอสั่น เหมือนกลัวว่าเพื่อนตัวเองจะตายอย่างไรอย่างนั้น

ทำไม...ทำไมกันนะ...

ฉันตั้งคำถามพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นเบาลง  ไม่เคยมีใครยอมทำอะไรเพื่อฉันคนนี้ ไม่เคยมีใครเสียน้ำตาเพื่อฉัน...ไม่มีเลยสักคน

มีแต่ฉันคนนี้ที่สูญเสีย มีแค่ฉันคนเดียวที่ต้องตกอยู่ในสภาพเดียวดายและกลายเป็นบุคคลน่ารังเกียจ 

ฉันคนเดียว...

ตุ้บ!!!!

ในตอนนั้นเอง!

ความคิดของฉันเหมือนได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักและสูญเสียการทรงตัว ความเจ็บช่วงศีรษะทำให้ฉันหน้ามืดจนมองทุกอย่างเป็นภาพซ้อน ของเหลวอุ่นร้อนและกลิ่นเหม็นคาวที่ไหลย้อยลงมาสัมผัสเปลือกตาทำให้ฉันได้คำตอบว่าตอนนี้ศีรษะถูกกระเเทกด้วยของเเข็งจนได้เลือด...และก่อนที่ฉันจะประคองสติสัมปชัญญะรวมถึงขาทั้งสองขึ้นประจันหน้ากับยัยพวกมารยานั้น...

ตุ้บ!

ฉันก็ต้องลงไปนอนกองกับพื้นอีกครั้ง โดยมีฝ่าเท้าของพวกมันแทบทั้งหมดกดอยู่บนใบหน้าฉัน...

พวกมันเหยียบหน้าฉัน เหยียบหน้าเลยเหรอ...

นังโง่ฉันยกมือไหว้แค่นี้ก็ใจอ่อนแล้วเหรอ นางเอกจริงนะ!” ฉันจำได้ว่าเสียงนี้เป็นเสียงของยัยคนที่ยกมือไหว้ฉันเมื่อครู่นี้ ตอนนี้ฉันใช้นัยน์ตาอันพร่าเลือนเพ่งขึ้นไปด้านบนซึ่งถูกรายล้อมด้วยยัยพวกหมาหมู่ พวกมันทั้งหมดกำลังก้มหน้าลงมา...จ้องมองฉันด้วยสายตาของผู้กุมชัย

ไม่เพียงเท่านั้น น้ำหนักที่กดลงบริเวณแก้ม ริมฝีปาก หรือแม้แต่หน้าผากก็รุนแรงขึ้น หนักหน่วงมากยิ่งขึ้นจนความเจ็บยิบแทรกซึมเข้ามาตอกย้ำบาดแผลเดิมที่ฉันเคยได้รับ เมื่อวานก่อนอักขระเพิ่งทำร้ายฉัน...แม้ร่องรอยจะเจือจางลงแล้ว ทว่ามันก็ยังไม่ได้หายดี ยิ่งโดนซ้ำเติมแบบนี้ แน่นอนว่าฉันรู้สึกเจ็บลึกไปถึงข้างใน เจ็บจนร่างชาไปหมด

แต่เชื่อเถอะว่า...ความเจ็บทางกายมันเทียบเท่าอาการเจ็บใจไม่ได้แม้แต่เศษละออง!

ฉันได้ยินเสียงพวกมันหัวเราะอย่างสะอกสะใจ น้ำเสียงเหมือนปีศาจดังระงมไปทั่วเหมือนระฆังจากนรก...มันดังซ้ำไปซ้ำมาพร้อมกับความเจ็บร้าวตรงส่วนที่ถูกเหยียบขยี้ลงมาเหมือนเป็นแค่ก้อนดินสกปรก

 พวกมัน...พวกมัน...

สมแล้วที่แกเรียนสาขาการแสดง บีบน้ำตาเก่งเป็นบ้า ดูสิยัยบ้านั่นใจอ่อนจนหมดเรี่ยวแรงไปแล้วหนึ่งในนั้นจีบปากจีบคอเอ่ยออกมาแล้วส่งเสียงหัวเราะเป็นการสำทับ ความเคียดแค้นที่อัดแน่นอยู่ในใจฉันเริ่มก่อตัวเป็นเปลวไฟ สองมือที่ถูกพวกมันเหยียบไว้ทำได้แค่จิกแน่นกับเข้าหากันเพื่อข่มกลั้นความรู้สึกต่างๆ นานาที่โหมพัดเข้ามาเหมือนพายุ และถ้าหากว่าฉันหลุดจากวังวนอุบาทว์นี้ไปได้...ทุกอย่างคงจะราบเป็นหน้ากลองแน่ 

จำใส่หัวไว้ด้วยนะนลิน...คนอย่างแกอย่างมากก็เป็นได้แค่เศษขยะที่พวกฉันจะเหยียบตอนไหนก็ได้ และแฟนของฉันก็คงเขี่ยแกทิ้งเหมือนถุงยางเน่าๆ ที่ใช้แล้วนั่นแหละ เลิกทระนงตัวเองแล้วไปตายซะ!!

ปึก!...

เพราะฉันตกเป็นรองในนาทีนี้ จึงทำอะไรไม่ได้และถูกพวกนั้นใช้รองเท้าโสโครกกระทืบซ้ำๆ ลงมาบนร่างกายฉันอย่างไม่ออมแรง ไม่มีแม้เพียงเสี้ยววินาทีให้ฉันผงกหัวขึ้นไปต่อกรกับพวกมัน ฉันทำได้แค่นอนอยู่อย่างนี้ รองรับการกระทำต่ำช้าของพวกนั้นท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะสะใจ

สองตาไม่ได้ปิดลงแม้จะรวดร้าวไปทั้งกาย ยังจ้องมองและจดจำสีหน้าของยัยพวกนั้นทั้งหมดแม้สองตาจะพร่าเลือนอย่างนี้ วูบหนึ่งเรี่ยวแรงที่ถูกส่งมามันทำปฏิกิริยากับร่างกายจนฉันต้องสำลักของเหลวกลิ่วคาวจนเปรอะเต็มเสื้อนักศึกษาสีขาว

ซึ่งบัดนี้...มันถูกชโลมด้วยของเหลวสีแดงเข้ม

เลือด...พวกมันทำให้ฉันเลือดออก

จำความเจ็บนี้ไว้ดีๆ นะนังแพศยา เลิกอวดเก่งสักที แล้วก็เลิกอ่อยผู้ชายด้วย...ผู้หญิงไร้ค่าอย่างแกถ้าถูกเอาแล้วก็ไม่ต่างจากตุ๊กตาเน่าๆ ตัวหนึ่งหรอก!” คำพูดของมันฝังลึกเข้ามาในหัวฉันตั้งแต่วินาทีแรก...ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับมาเงียบงัน หลงเหลือเพียงลมหายใจแผ่วเบาของฉันซึ่งคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือดเหม็นคาวชวนอาเจียน

ใช่...พวกมันทั้งหมดออกไปจากห้องน้ำแล้ว ทิ้งไว้แค่ฉันที่นอนอ่อนแรงอยู่มุมหนึ่งด้วยสภาพยับเยิน ผิวกายแทบทุกสัดส่วนเต็มไปด้วยรอยเขียวช้ำ ถ้าพูดกันตามตรง ตอนนี้ฉันน่ะไม่ต่างจากคนที่กำลังตายและกลายเป็นศพสักนิด

เจ็บ...ถึงจะเจ็บไม่เท่ากับสิ่งที่อักขระทำก็เถอะ ยังไงฉันก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าตอนนี้ฉันเจ็บจนอยากบ้า

อยากกลับบ้าน...
         ความคิดมันดังออกมา สะท้อนอยู่ในหัวอย่างผะแผ่วและบางเบาดุจปุยนุ่นที่ไร้ซึ่งน้ำหนัก

แต่ทว่า...แค่จะประคองตัวเองขึ้นจากตรงนี้ยังยากเลย นับประสาอะไรจะพาตัวเองออกไปจากตรงนี้

ฮ่าๆเมื่อขยับตัวไม่ได้อย่างที่ใจต้องการ ฉันจึงหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้ง สองตามองขึ้นไปบนเพดานราวกับต้องการค้นคว้าหาคำตอบจากบางอย่าง แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ฉันได้รับกลับมาไม่มีอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่าและความเจ็บช้ำตามร่างกายซึ่งยังคงโจมอย่างไม่เว้นว่าง

นี่สินะ...วิถีชีวิตของฉัน

วนเวียนอยู่แค่เพียงความเจ็บปวด...เจ็บ และเจ็บมากขึ้นในทุกๆ วันที่ฉันหายใจ

 

 

ตอนเย็น

บาดแผล รอยช้ำ คราบเลือดเกรอะกรัง หรือแม้แต่ความปวดร้าวจากส่วนที่ได้รับการกระทบกระเทือนยังคงไม่เจือจาง ฉันพยายามล้างคราบเลือดอยู่หลายต่อหลายครั้งเพราะไม่อยากให้พ่อเห็นสภาพอันน่าทุเรศนี้ แต่ทำไปก็เหมือนตอกย้ำให้ร่องรอยมันกระจัดกระจายมากกว่าเดิม

อีกอย่าง รอยก็ชัดเจนออกขนาดนี้ ไม่มีวิธีไหนปกปิดหรืออำพรางบาดแผลพวกนี้ได้อยู่เเล้ว สู้ให้เป็นแบบนี้...เดินออกมาจากมหาวิทยาลัยด้วยสภาพยับเยินแบบนี้ผ่านสายตาของใครต่อใครยังดีซะกว่า และแน่นอนว่าฉันกลายเป็นจุดศูนย์กลางของทุกคน ทว่าฉันทำได้แค่เหลือบมองผู้คนเหล่านั้นด้วยสายตานิ่งงัน ริมฝีปากที่ยังคงมีกลิ่นเลือดคละคลุ้งเองก็ทำได้แค่เหยียดตึง

ช่างมัน...ไม่เป็นไรหรอก พวกนั้นก็แค่มอง...มองตามประสาคนสอดรู้สอดเห็น

ครืด ครืด!

ในระหว่างที่ฉันเดินฝ่าฝูงชนจำนวนมากซึ่งกำลังมองมาด้วยความสนอกสนใจนั้นเอง ฉันจำเป็นต้องลากความสนใจมาจ่อที่โทรศัพท์มือถือในมือตัวเอง มันเป็นข้อความที่ถูกส่งมาจากที่ไหนสักแห่ง...เบอร์ที่ปรากฏอยู่เป็นเบอร์ที่ฉันไม่รู้จัก หากทว่าในตอนที่ปลายนิ้วกดเข้าไปดูเท่านั้น...มุมปากที่เคยเรียบตึงก็ยกขึ้นทันที

กรี๊ดออกไปนะ จะทำอะไร!

หลายคนอาจสงสัยว่าเสียงน่าขยะแขยงนี่เป็นของใคร...

คำตอบคือมันดังออกมาจากวิดีโอคลิปที่ถูกส่งเข้าเครื่องฉันนี่เอง ภายในคลิปปรากฏผู้หญิงร่างบางในชุดสีครีมกำลังตะเกียกตะกาย ทุรนทุรายอย่างเอาเป็นเอาตายท่ามกลางผู้ชายจำนวนห้าคนซึ่งกำลังรุมทึ้งเรือนร่างอย่างโหดร้าย เสียงหื่นกระหายแสดงออกถึงความหิวโหยยิ่งทำให้เหยื่อผู้น่าสงสารกรีดร้องลั่น ใบหน้าขาวใสอาบเลอะไปด้วยคราบน้ำตา

หยุดแหกปากเถอะน่าเอ้ายิ้ม...เป็นถึงนางเอกก็หัดยิ้มให้มันสวยๆ สิวะ แต่ถ้าอยากร้องนักก็ไม่ว่ากัน...เพราะเดี๋ยวเธอได้แหกปากครวญครางไม่หยุดไปยันพรุ่งนี้แน่นอน เสียงของหนึ่งในนั้นไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์และเดือดเย็นอย่างหาสิ่งใดมาเปรียบไม่ได้ เสียงหัวเราะดุจมัจจุราชนั่นเองก็เช่นกันที่ส่อให้เห็นถึงความร้ายกาจอย่างไร้ที่สิ้นสุด!

คลิปวิดีโอความยาวราวห้าสิบวินาทีดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะตัดจบในช่วงที่ยัยผู้หญิงคนนั้นถูกกระชากเข้าหาร่างของใครคนหนึ่ง...หลังจากนั้นฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น

รู้เพียงแค่ว่า...ความเจ็บแค้นภายในใจมันลดลงมาอย่างน่าแปลก เสมือนว่าไอ้คลิประยำนั่นเป็นเม็ดยาชั้นดีที่สามารถบรรเทาอาการบอบช้ำทางกายหรือแม้แต่หัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ...

จุดจบของพี่บุรินทร์...

ฉันกระตุกยิ้มบางแล้วเงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ และเหมือนกับว่าสายลมเย็นที่พัดผ่านมาจังหวะนั้นได้นำพาใบมีดคมจำนวนนับไม่ถ้วนสาดกระทบเต็มใบหน้าและลำตัวของฉันจนเกิดบาดแผลเหวอะ!

ลำคอแห้งผาก...แห้งเหมือนจะตายในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าทันทีที่สองตาประสบเข้ากับร่างสูงของใครคนหนึ่ง...และเขาก็เป็นบุคคลที่ฉันคุ้นเคยและรู้จักเป็นอย่างดี

อักขระ...อ๊ะ

พึ่บ!!!!

เสียงของฉันขาดหายไปพร้อมๆ กับโทรศัพท์ที่ถูกแย่งไป เขากระชากมันไปถือและทำท่าจะเปิดดูบางอย่าง...

แย่แล้ว...แบบนี้แย่แน่ๆ

ถ้าอักขระรู้ว่าฉันเป็นคนบงการเรื่องนี้ ถ้ารู้ว่ายัยพี่บุรินทร์หน้าโง่นั่นได้รับอันตรายเพราะฉัน...เขาต้องฆ่าฉันแน่ๆ

ไม่ได้นะ...มะ ไม่ได้...

เพียะ!

ทว่า...ฉันไม่ทันได้แย่งกลับมาอย่างที่ใจต้องการ ฝ่ามือก็ถูกปัดออกอย่างไม่ใยดี ผิวหนังเย็นเยียบของเขายามสัมผัสบริเวณหลังมือมันสร้างความหวาดกลัวแก่ฉันได้อย่างมหาศาล เนื้อตัวสั่นเทาขึ้นมาราวกับถูกความตายตามล่าอยู่ในระยะกระชั้นชิด

“...”

อักขระ เราขอ...ฉันอ้อนวอน ทว่าตอนถูกนัยน์ตาคมกริบตวัดกลับมามอง ฉันจึงรีบกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอเพราะกลัวว่าจะถูกตบสั่งสอนที่บังอาจไปทำให้เขาหงุดหงิด แต่ฉันคงต้องเจอหนักกว่านี้เป็นเเสนล้านเท่าเมื่อเขารับรู้ความจริงจากคลิปนั้น

แค่คิด...ฉันก็ทรมานเหมือนตายทั้งเป็นแล้ว

กรี๊ดออกไปนะ จะทำอะไร!

วินาทีนั้น...ฉันรู้สึกเหมือนว่ามีมือที่มองไม่เห็นกระชากลำคอฉันไปบีบจนเส้นเลือดส่วนนั้นกำลังขาดออกจากกัน...อัตราการเต้นของหัวใจเชื่องช้าลงและแทบไม่ได้ยินเสียงใดๆ เพราะในตอนนี้เสียงกรีดร้องของพี่บุรินทร์...ผู้หญิงที่อักขระรักมาตลอดได้กลบทับทุกความเงียบเชียบจนมันสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณรวมถึงโสตประสาทของฉันคนนี้

เคร้ง!!!!!

หมับ!

โอ๊ย!” ความเจ็บช่วงข้อมือทำให้ฉันอุทานออกมาอย่างไม่เก็บอาการ และฉันรับรู้ได้ถึงพายุโทสะที่กำลังพัดกระหน่ำอยู่ใกล้ๆ ลมหายใจกระชากกระชั้นของอักขระบอกถึงสถานภาพทางอารมณ์ที่ดำดิ่งสู่จุดต่ำสุด...

จุดที่เรียกว่า นรก

---------

เมย์กลับมารีอัพนะ
ที่รีอัพเพราะจะเปิดรีปริ้นท์ปกการ์ตูนวันที่10นี้
ยังมีหลายคนมาทีหลังไม่เคยได้อ่าน เมย์จะอัพให้อ่านพอประมาณเพื่อตัดสินใจซื้อ
หรือคนที่มีเเล้ว เเต่อยากได้เเบบปกการ์ตูนก็ไม่ว่ากัน -..-

ป.ล อักขระ-นลิน คือเซตMONSTER เล่ม2 ต่อจาก MONSTER' N TABOO เล่มแรกของอสูร-บุรินทร์
เเละแน่นอนว่าเล่ม3หลายคนน่าจะรู้จัก MONSTER' N DIRTY เตโช-เอื้องขวัญ
เซตนี้เป็นเเนวดาร์ก ดราม่า โหด  เลือดสาด รุนเเรงมากกกกก
ใครไม่ชอบก็เลือกที่จะไม่บริโภคได้น้าาา 
อ้อ อักขระกับนลินคือพ่อเเม่ของน้องแอล (เอเลน) เพื่อนคุณครามจาก you belong to me เด้อ
โอ๊ยยย เเซ่บ 55555555555
ป่ะๆๆ เม้นต์ด้วยน้าาา เนื้อหาเป็นฉบับดิบ
คนละอันกับไฟล์สมบูรณ์ที่ภาษาลื่นกว่านี้ เพราะงั้นอ่านเพื่ออรรถรสพอเด้อ
ชอบก็เตรียมเงินเลย วันที่10นี้เปิดพรีปกตูนเเน่นอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #12636 FourmodTb (@FourmodTb) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 20:47

    เย้กลับมาแล้ว
    #12636
    0
  2. #12629 nater4154 (@nater4154) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 19:26
    ต่ออออออน้าาาาาาา ทั้งสงสารทั้งกลัวนางเอกกกก 55555
    #12629
    0
  3. #12627 Gun_Suwimol (@Gun_Suwimol) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 12:43
    ชอบนางเอกอ่ะร้ายดี แต่ก็โหดเกินอ่ะ แงงTT
    #12627
    0
  4. วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 21:07
    พึ่งมาติดตาม ได้โปรดรีปริ้นน อักขระ กับ เตโช หน่อยย อ้อนวอนนน 555+
    #12625
    0
  5. #12618 Tik'inluv (@Tikbbg7-1a) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:19
    พระเอกโหดดีค่ะ แต่สงสารนางเอกจังเลย
    #12618
    0
  6. #12616 Iglues_M (@mieexol) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 20:32
    นางเอกร้ายมาก แต่ชอบ
    #12616
    0
  7. #12615 JuHun (@JuHun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 16:06
    รอๆๆๆออออ
    #12615
    0
  8. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 10:17
    รอออออออ
    #12614
    0
  9. #12612 $pirit Finger$ ^ㅆ^ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 00:58
    รอจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาา ชอบๆ นลิน
    #12612
    0
  10. #12611 จองกุกคือนิพพาน (@22739) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 09:25
    โฮกกก มีเล่มแล้วก็ยังตามมาอ่านในเว็บอีก กรี้ดดดด ไม่ไหวแล้วว
    #12611
    0
  11. #12609 SopapornPogpoon (@SopapornPogpoon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 00:58
    เรื่องนี้ แซ่บมว๊ากกก เคยอ่านอันก่อนรี รอนะคะ อยากอ่านอีก
    #12609
    0
  12. #12608 $pirit Finger$ ^ㅆ^ (@PuyzZMeekaeW) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 22:28
    รอจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #12608
    0
  13. #12607 JuHun (@JuHun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 21:17
    รออออออออออออออ
    #12607
    0
  14. #12605 rosemonster46 (@rosemonster46) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 10:01
    อร้ายยย จะเก็บตังทันม้ายยยย
    #12605
    0
  15. #12604 boo_208 (@boo_208) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 09:22
    รอเปย์<3
    #12604
    0
  16. #12603 boo_208 (@boo_208) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 09:22
    รอเปย์~
    #12603
    0
  17. #12602 boo_208 (@boo_208) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 09:22
    รอเปย์~~~~
    #12602
    0
  18. #12601 boo_208 (@boo_208) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 09:22
    รอเปย์~~~~~
    #12601
    0
  19. #12600 boo_208 (@boo_208) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 09:21
    รอเบยยยยย
    #12600
    0
  20. #12599 Title (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 06:34
    รอออออ
    #12599
    0
  21. #12598 Chimchim_9595 (@Chimchim_9595) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 04:57
    โอ้ยยยยจะรอนะคะ ขอบคุณที่รีอัพค่ะฮืออออออ
    #12598
    0
  22. #60 นางฟ้า_ (@chaninat_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:18
    เจิมมม
    #60
    0
  23. #59 Iu Bana (@yumi-iu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:03
    เจิมมมมมมม
    #59
    0
  24. #58 noeyyyyyy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:02
    เจิมมมมมม
    #58
    0
  25. #57 อิอิ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:42
    เจิมมมมมแรง
    #57
    0
  26. #56 Pipie'z (@touchmylove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:58
    เจิมมมมมมมมม
    #56
    0
  27. #55 Pipie'z (@touchmylove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:57
    ชอบเซตนี้มากจริง รออ่านนะคะ
    #55
    0
  28. #54 Pipie'z (@touchmylove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:57
    เจิมมมมมมมม
    #54
    0
  29. #53 Pipie'z (@touchmylove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:57
    เจิมรัวๆค่ะ เมนบวีคนนี้เดินทางมาถึงแล้วววววว #ทีมอักขระ
    #53
    0
  30. #52 mikimiki (@lek-yupharat) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:58
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #52
    0
  31. #51 crazy love (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:48
    เจิมมมมม
    #51
    0
  32. #50 crazy love (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:47
    เจิมมมมม
    #50
    0
  33. #49 crazy love (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:45
    เจิมมมมม
    #49
    0
  34. #48 crazy love (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:44
    เจิมมมม
    #48
    0
  35. #47 &#52376;&#49351; (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:41
    รอออออออ ^^
    #47
    0
  36. #46 yosee2139 (@yosee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:35
    เจิมมมม
    #46
    0
  37. #45 yosee2139 (@yosee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:34
    เจิมมมม
    #45
    0
  38. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:02
    รอออออออออออออออ
    #44
    0
  39. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:02
    รอออออออออออออออ
    #43
    0
  40. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:02
    รอออออออออออออออ
    #42
    0
  41. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:02
    รอออออออออออออออ
    #41
    0
  42. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:02
    รอออออออออออออออ
    #40
    0