Ending [สนพ.SENSE BOOK] YOU BELONG TO ME รักนี้แผดเผาหัวใจ

ตอนที่ 2 : BLUE FIRES - เพลิงคราม EP01 {100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29618
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    21 พ.ค. 60

Image result for gif apple tumblr
เพลิงคราม 01


หลายวันผ่านไป

บทบรรยาย ฟ้าคราม

“ไอ้คราม แดกเหล้ากัน”

“กูขี้เกียจ” ผมตอบสั้นๆ ขณะเดินออกมาจากตึกคณะ ตอนนี้เลิกเรียนแล้ว และผมมีเรื่องต้องทำเลยปฏิเสธไอ้ แอลไปอย่างนั้น อ้อ... จริงๆ แล้วมันชื่อ เอเลน แต่ชอบให้เพื่อนเรียกสั้นๆ ว่าแอล

ไอ้แอลเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของผม เพิ่งมารู้จักกันตอนขึ้นปีหนึ่ง นิสัยใจคอพอไปด้วยกันได้ แต่อย่างหนึ่งที่เราไม่เหมือนกันคือ มันเป็นคนใจร้อน ส่วนผม... เย็นหน่อยๆ ล่ะมั้ง

อันที่จริงผมก็ไม่ใช่คนใจเย็นอะไร แต่ผมไม่โวยวายหรือมีนิสัยโผงผางเหมือนไอ้แอลมัน ก็แค่นั้นเอง

“ขี้เกียจหรือจะไปส่องน้องเอย” ไอ้แอลเอ่ยอย่างรู้ดีพร้อมกระแทกไหล่ผมอย่างหยอกล้อ ผมเหลือบมองมัน... เกลียดคนรู้ทันชะมัด

“จะทำอะไรก็เรื่องของกู” ผมพูดและเปลี่ยนจุดโฟกัสทันทีเมื่อเดินมาถึงลานจอดรถ ซึ่งตรงจุดที่บิ๊กไบค์ของผมและของไอ้แอลจอดอยู่เต็มไปด้วยนักศึกษาผู้หญิง พวกเธอหันมาทางนี้เหมือนรออยู่ก่อนแล้ว นั่นทำให้ผมถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย รู้สึกรำคาญจนอยากด่า... แต่ก็ทำไม่ได้

“พลัมจมูกดีอย่างกับหมา กูจะอยู่ใกล้ผู้หญิงพวกนั้นไม่ได้เด็ดขาด” ไอ้แอลเอ่ยถึงแฟนมัน ชื่อลูกพลัมอะไรสักอย่าง อาทิตย์ก่อนผมไม่รู้ว่ามันไปทำอะไรมาถึงมีน้ำหอมผู้หญิงติดตัว สุดท้ายจึงโดนตบไปสองฉาดพอเป็นพิธี ตอนนี้ยังมีร่องรอยให้ดูต่างหน้า

มันโหด เลือดร้อน แต่กลัวเมีย...

“พี่ครามกับพี่แอลมาแล้วๆ” หนึ่งในกลุ่มนักศึกษาผู้หญิงเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น ผมหลุบตามองการแต่งกายของพวกเธอ... กระโปรงสั้น เสื้อรัดติ้ว มาเรียนหรือมาอ่อยใคร

“มีอะไร” ผมไม่ได้ก้าวเข้าไปหา แต่เลือกที่จะถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ปกติก็ไม่ค่อยมีมนุษย์สัมพันกับใครอยู่แล้ว “ถามว่ามีอะไร”

น่าโมโห เสียเวลา...

“คือว่าพรุ่งนี้ก็วาเลนไทน์แล้ว...” หนึ่งในนั้นเอ่ยเสียงกระท่อนกระแท่น กรอบหน้าพร่างพราวไปด้วยเหงื่อ ผมดูออกว่าพวกเธอหวาดกลัวเรา “พะ พวกเราเอาช็อกโกแลตและดอกไม้มาให้ค่ะ”

ผมสำรวจช่อดอกไม้กับกล่องช็อกโกแลตในมือพวกเธอ ไม่นานก็ลากสายตากลับมาดังเดิม

“ไม่เอา” ผมตัดบทสั้นกระชับ ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อผมก้าวเท้าเข้าไป ผู้หญิงพวกนั้นต่างถอยห่างอย่างระวังตัว หน้าซีดหน้าเซียว ตัวสั่นระริก แต่ก็... ไม่ได้ไปไหนไกล

“ถอยด้วยครับ” ไอ้แอลบอกเสียงห้วนไม่ต่างกันหลังจากขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คันโต แต่กลุ่มผู้หญิงที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยยังยืนออตรงทางออก ลานจอดรถมันแคบ ถ้ารู้ว่าไม่มีที่ยืนก็ควรจะไปไกลๆ มาอัดแน่นกันทำไมเยอะแยะ

ปรี๊น!

ด้วยความรำคาญ ผมจึงบีบแตรไล่ ทำเอานักศึกษานุ่งสั้นทั้งหลายรีบเปิดทางให้อย่างร้อนรน วูบหนึ่งที่ผมขับผ่าน ผมสังเกตสีหน้าพวกเธอ มันเต็มไปด้วยความเสียดาย สับสน และหวาดกลัว

ผมกับไอ้แอล เราสองคนค่อนข้างมีชื่อเสียงเพราะถูกทาบทามให้เป็นพรีเซนเตอร์โปรโมทคณะอยู่บ่อยครั้ง ไอ้แอลมันก็รับงานบ้างไม่รับบ้างเนื่องจากได้ค่าตอบแทน พ่อมันโหด ขอเงินมากจะโดนด่าก็เลยอยากหาเงินใช้เอง ส่วนผม... ไม่ชอบก็เลยปฏิเสธไป

เลวร้ายกว่านั้น ผมยังได้ตำแหน่งเดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์มาอย่างงงๆ... คือที่นี่ไม่เหมือนมหาวิทยาลัยอื่นซึ่งคัดเลือกจากเด็กปีหนึ่ง ถ้าจำไม่ได้ผิดน่าจะให้ลงคะแนนและสามารถเลือกคนที่ชอบโดยไม่จำกัดว่าจะเรียนปีไหน ผมไม่ค่อยสุงสิงกับใคร น่าแปลกที่ได้ตำแหน่งนั้นมา

แม่งก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร น่ารำคาญด้วยซ้ำ 

“ไอ้คราม นั่นเพื่อนน้องเอยหรือเปล่า” หลังขับออกมาจากมหาวิทยาลัยได้สักพักหนึ่ง ไอ้แอลที่ขับนำหน้าก็จอดริมฟุตบาธ ผมจอดตามเมื่อมันชี้นิ้วไปฝั่งตรงข้าม “ใช่ไหม กูมองไม่ถนัดว่ะ”

“...” ผมเงียบไปเมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังถูกกลุ่มผู้ชายท่าทางเอาเรื่องคุกคาม พวกมันล้อมตัวยัยนั่นไว้ ไม่มีใครช่วย เพราะดูเหมือนว่าพวกผู้ชายกลุ่มนั้นจะนักเลงพอสมควร

และใช่ ผมรู้จักเธอ

สีเพลิง... เพื่อนเอย

แล้วไงต่อ?

“ทำหน้าแบบนั้นคือ?” ไอ้แอลหันมาหาผม มันขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าผมเฉยชากับภาพตรงหน้าราวกับไม่รู้สึกอะไร “นั่นเพื่อนน้องเอยเลยนะ ไม่ช่วยหน่อยเหรอ”

“ไม่ใช่เรื่องของกู” ผมไหวไหล่ เมื่อเริ่มรู้สึกว่าไม่อยากมองสิ่งรอบข้าง ผมจึงเอาหมวกกันน็อกขึ้นมาครอบศีรษะเอาไว้ คือผมก็ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง แล้วแต่อารมณ์ “ถ้าจะช่วย ก็แล้วแต่มึง บาย” ผมเอ่ยอย่างเย็นชา ไม่รอให้ไอ้แอลตอบโต้ก็ขับจากมาทันที

ผู้หญิงคนนั้นอวดดี บางทีก็คงต้องปล่อยให้โดนบ้าง... จะได้สำนึก

จบบทบรรยาย ฟ้าคราม

 




ฉันเลิกเรียนแล้ว และเพิ่งขับรถไปส่งยัยเอยที่หอ

ดูเหมือนว่ายัยนั่นจะป่วยหน่อยๆ น่ะ ฉันเลยออกมาซื้อยาให้ แต่เผอิญว่าร้านยาแถวหอปิดปรับปรุงชั่วคราวเลยต้องขับรถมาถึงสาขาใหญ่ใกล้มออย่างช่วยไม่ได้

อีกไม่นานก็ต้องสอบมิดเทอม ฉันไม่อยากให้ยัยนั่นป่วยหนักจนไม่มีแรงอ่านหนังสือ

อืม ก็เป็นห่วงแหละ

พึ่บ

“อ๊ะๆ นี่มันสีเพลิงเพื่อนน้องเอยหรือเปล่า” เมื่อได้ยาครบตามที่ต้องการ ฉันก็เตรียมกลับ ทว่าต้องชะงักงันเมื่อมีกลุ่มผู้ชายท่าทางเอาเรื่องพุ่งมาดักด้านหน้าเหมือนรอคอยจังหวะนี้อยู่ก่อนแล้ว เมื่อฉันทำท่าจะวิ่งไปอีกทาง พวกมันก็กระจายตัวล้อมร่างฉันไว้อย่างรู้งาน แถมยังเอียงคอ แสยะยิ้มอย่างน่าโดนต่อยอีกต่างหาก

“พวกแกต้องการอะไร” ฉันกำหมัดแน่น ความกลัวแผ่ซ่านอยู่ภายใน รู้ว่าสู้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แสดงด้านอ่อนแอให้พวกมันเห็น

“พอดีลูกพี่ของพวกเราอยากได้เบอร์น้องเอย ขอหน่อยสิ ได้เบอร์ห้องเป็นของแถมเลยยิ่งดี” หนึ่งในนั้นตอบคำถาม และนั่นทำให้ฉันโกรธ พอรู้ว่ายัยเอยเสน่ห์แรง น่ารักจนใครก็ชอบก็หลง แต่คนพวกนี้ท่าทางเลวร้ายเกินจะรับไหว ลูกพี่อะไรนั่นก็คงไม่ต่างกัน

“ฝันไปสิว่าฉันจะให้!” ถึงจะอิจฉาที่ยัยนั่นมีความสำคัญต่อคราม แต่มันก็เป็นเพื่อนฉัน “หลีกไป”

ฉันกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างหาทางออก มีคนจำนวนหนึ่งเห็นว่าฉันกำลังโดนคุกคาม แต่พวกเขาก็คงหวาดกลัวจนไม่กล้ายื่นมือเข้ามาสอด

ฉันเข้าใจ

“เล่นตัวนัก ระวังแขนจะหักโดยไม่รู้ตัวนะจ๊ะ” เสียงคำรามน่าขยะแขยงจากหนึ่งในนั้นทำให้ฉันขบฟันกรอด “ให้มาเถอะน่า แค่เบอร์เอง หวงไรนัก”

“ฉันไม่ให้!” ฉันยืนกรานเสียงแข็ง ทำเอาพวกมันหน้าตึงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ซ้ำร้าย การคุกคามยังรุนแรงและอันตรายขึ้นเมื่อหนึ่งในนั้นเข้ามารวบแขนฉันจากทางด้านหลัง ส่งผลให้ถุงยาหล่นลงพื้น ฉันก้มมองมันและนึกถึงยัยเอย “ปล่อย!”

ฉันกระทุ้งศอกใส่หน้าท้องมัน ส่งผลให้มันเผลอปล่อยมือเพราะความเจ็บ

ได้โอกาส ฉันจึงวิ่งสวนทางพวกมัน แต่แล้วก็...

ปัก!

ชนเข้ากับแผงอกแข็งแกร่งของใครคนหนึ่งซะก่อน! ฉันเงยหน้าขึ้น เป็นผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกัน เขาสวมหมวกกันน็อกสีดำ ปิดกระจกทึบจนมองไม่เห็นดวงตา

“ถอย” วลีสั้นๆ แต่เย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจทำให้ฉันเม้มฝีปาก แม้มันจะอู้อี้ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ แต่เพราะเราอยู่ใกล้กันพอสมควร ฉันจึงรู้ว่าภายใต้หมวกกันน็อกนั้นซุกซ่อนสีหน้าแบบไหนไว้

เช่นเดียวกัน ฉันรู้ว่าเขาคือใคร

สิ้นคำพูดดังกล่าว เขาก็ก้าวเท้าไปเผชิญหน้ากับกลุ่มวัยรุ่นด้วยท่าทีสุขุม ไร้ความเกรงกลัว

“มึงเป็นใคร อย่ามาสาระแน” หนึ่งในหน่วยกล้าตายเดินดุ่มเข้ามาผลักอกเขา แต่ร่างสูงไม่สะเทือน แถมยังคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อจนปลายเท้าคนเสียเปรียบแทบลอยเหนือพื้น

ฉันยืนอยู่ไม่ไกล ไม่ตกใจ และรู้ดีว่าผู้ชายคนนั้นน่ากลัวมากเมื่อถึงเวลาจัดการกับคนที่ท้าทายเขา

แค่แปลกใจนิดหน่อยน่ะว่าทำไมเขาถึงโผล่มา แถมยัง... เหมือนจะช่วยฉันด้วย

ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเลย 

“แล้วมึงเป็นใคร” เสียงทุ้มเล็ดลอดผ่านหมวกกันน็อก “...ตอบกูมา”

“มึงไม่เกี่ยว! ปล่อยกู” หนึ่งในพวกหมาหมู่ดิ้นขลุกขลัก และนั่นทำให้ผู้มาใหม่พยักหน้าเอื่อยๆ ก่อนเหวี่ยงมันไปอีกทางจนแผ่นหลังกระแทกต้นไม้ใหญ่ด้วยความรุนแรง

พวกที่เหลือเบิกตาโพลง ท่าทางสับสนและหวาดหวั่น ตอนแรกก็ทำท่าจะพุ่งเข้าใส่ แต่คงประเมินสถานการณ์ไว้ในใจว่าสู้ต่อไปก็คงไม่ชนะ พวกมันจึงล่าทัพถอยกลับไปเอง

ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็หันกลับมา แน่นอนว่าฉันยังคงไม่ละสายตาไปจากเขา ชั่ววินาทีหนึ่งเหมือนเขาจะมองฉันผ่านกระจกหมวกกันน็อก แต่ไม่นานก็เดินผ่านร่างฉันไป ไม่หันกลับมามอง ไร้บทสนทนา

ฉันมองแผ่นหลังกว้าง มองตอนที่เขาขึ้นคร่อมบิ๊กไบค์และขับจากไปจนลับสายตา

เมื่อทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินกลับไปยังจุดเกิดเหตุ ก้มเก็บถุงยา จากนั้นก็ขับรถมอเตอร์ไซค์กลับหอ ระหว่างนั้นฉันเอาแต่ครุ่นคิด อยากรู้ว่าอะไรทำให้เขาเข้ามาช่วยฉัน

ถ้าเกลียดกัน เขาจะมาช่วยทำไม

นายเกลียดฉันไม่ใช่เหรอ... คราม

 



สองวันถัดมา

DAN: ยังไม่ถึงคาบเรียนใช่ไหม มาหาหน่อยดิ ชั้น6

ME: ทำไมไม่มาหาเองล่ะ

DAN: เดี๋ยวสาวกรี๊ด...

 

ฉันเบะปากใส่หน้าจอมือถือหลังจากอ่านข้อความที่ แดนส่งเข้ามาในแชทไลน์ช่วงเก้าโมงเช้า จริงอย่างที่เขาว่า... ฉันมีเรียนสิบโมง กว่าจะถึงเวลาก็อีกสักพัก

เพราะแบบนี้เลยนัดฉันไปเจอที่คณะสินะ แล้วดูเหตุผลของเขาสิ ตลกสิ้นดีเลย

บ่นในใจได้เพียงไม่นานฉันก็ลุกขึ้นจากม้านั่งหินอ่อนหน้าคณะ ไม่มีอะไรทำพอดี วันนี้ยัยเอยก็ลาป่วยด้วย คุยกับแดนก็น่าจะพอฆ่าเวลาระหว่างรอเรียนได้

แดนเป็นเพื่อนต่างคณะของฉันน่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ปฐมนิเทศน์ตอนปีหนึ่ง ตอนนั้นเขาหลงทางเลยมาถามฉัน ฉันเองก็ยังไม่คุ้นชินกับมหาวิทยาลัยเลยพากันงงๆ ร่วมชั่วโมง... จากนั้นเราก็คุยกันบ่อยขึ้น แต่ไม่ได้สนิทสนมกลมเกลียวอะไรขนาดนั้นหรอกเพราะส่วนใหญ่ฉันมักจะขลุกอยู่ที่คณะตัวเอง มักเจอเขานอกรั้วมหาวิทยาลัยมากกว่า

แต่วันนี้คงมีเรื่องอยากคุยจริงๆ ล่ะมั้งเลยส่งแชทมาหาแต่เช้า

ใช้เวลาไม่นานฉันก็พาตัวเองมาถึงตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะที่มีประชากรเป็นผู้ชายแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด เมื่อฉันปรากฏตัวเลยตกเป็นเป้าสายตาอย่างช่วยไม่ได้ บ้างก็ผิวปากแซว บ้างก็ร้องเพลงจีบ แต่ฉันชำเลืองตามองอย่างไม่ใส่ใจ

เป็นเรื่องปกติ... เด็กคณะนี้ครึกครื้นเสมอเวลามีผู้หญิงเข้ามาในพื้นที่ตัวเอง

ยังดีที่แถวๆ นี้ยังผู้หญิงบ้าง... แต่ฉันเห็นไม่ถึงสิบคน ส่วนใหญ่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานกัน

ตอนแรกกะจะขึ้นลิฟต์ตั้งแต่ชั้นหนึ่ง แต่รำคาญเสียงโห่แซวน่ะ เลยขึ้นบันไดไปชั้นสอง ตัดสินใจรอลิฟต์ตรงนี้ ประมาณครึ่งนาทีประตูลิฟต์ก็เปิดกว้าง

ติ๊ง!

...เชื่อเถอะว่าฉันตัวแข็งทื่อไปเลยเมื่อพบว่าภายในลิฟต์มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ก่อนแล้ว และเราก็บังเอิญสบตากัน

ผู้ชายแต่งตัวไม่เรียบร้อยท่าทางแบดบอยคนนั้น คราม...

ให้ตาย!

ฉันเม้มริมฝีปากแน่นโดยอัตโนมัติ เห็นหน้าเขาแล้วทำให้นึกถึงเหตุการณ์สองวันก่อนที่เขาช่วยฉันไว้จากกลุ่มนักเลง ต่อให้เจ้าตัวเอาหมวกกันน็อกครอบศีรษะไว้ แต่ฉันจำได้ดีว่านั่นคือคราม ไม่มีใครเหมือนเขา

และเขา... ไม่เหมือนใคร

“...”

“...”

เราเงียบให้กัน ฉันชั่งใจนิดหน่อยว่าจะเข้าไปดีไหม แต่ถ้ารอลิฟต์อีกสองตัวก็คงอีกพักใหญ่ๆ สุดท้ายเลยจำใจก้าวเข้าไปด้านใน ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิด ฉันรู้สึกเหมือนเป็นเหน็บและชาไปทั้งตัว ไม่ได้กลัวนะ แต่ครั้งก่อนเขาทำปากฉันเป็นแผล... ทำเหมือนเกลียดฉันนักหนา แต่สองวันก่อนกลับเข้ามาช่วยฉัน

ฉันสับสน

ติ๊ง!

ฉันหลุดจากภวังค์เมื่อประตูลิฟต์เปิดกว้างอีกครั้ง คราวนี้มีกลุ่มนักศึกษาจำนวนหนึ่งทยอยกันเข้ามาจนฉันต้องถอยไปด้านหลัง ดูเหมือนว่าบางคนจะรีบไปเรียนด้วยมั้งเลยพยายามเบียดกันเข้ามาจนพื้นที่ในนี้แออัดแทบไม่มีอากาศหายใจ

ยิ่งกว่านั้น...

พึ่บ...

การเขยิบตัวหนีเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้พวกเขายืน ส่งผลให้ฉันสัมผัสกับแผงอกกรุ่นร้อนจากด้านหลัง... ฉันเปลี่ยนมากัดริมฝีปากเมื่อนักศึกษาจำนวนมากยังเบียดกันเข้ามาอีก คราวนี้สะโพกของฉันเสียดสีกับต้นขาของผู้ชายเบื้องหลัง

ซิปกางเกงของเขาครูดกับกระโปรงทรงเอของฉันด้วย...

บ้าชะมัด

ฉันสบถในใจเมื่อรู้สึกว่าตัวเองแทบไม่มีที่ยืน พยายามเกร็งตัว เกร็งขา เกร็งทุกอย่าง แต่ทำยังไงผลมันก็เหมือนเดิม

แผ่นหลังฉันแนบชิดกับแผงอกกรุ่นร้อนแข็งแกร่ง สะโพกยังคงบดแถวๆ ต้นขาหนั่นแน่น เขาพยายามจะขยับตัวหนี ฉันก็พยายามจะถอยห่างออกมา แต่ผลกับกลายเป็นว่าเราเบียดชิดกันมากกว่าเดิม 

ช่องว่างระหว่างเราเหลือศูนย์ มันเหลือศูนย์จริงๆ

ลมหายใจร้อนผ่าวกำลังเป่ารดบริเวณไขกระดูกสันหลัง  มันเป็นจังหวะปกติ แต่หัวใจของฉันเหมือนจะหลุดออกมากองด้านนอก

ไม่ได้การแล้ว สถานการณ์แบบนี้มันคืออะไรกัน...

ฉันจิกนิ้วลงกลางฝ่ามือเพื่อระงับความรู้สึก สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ไม่อยากให้ตัวเองสติแตกในสภาพนี้

“...” หลังจากนั้นครามไม่ได้ขยับตัวเลย เขานิ่งมาก แต่ลมหายใจยังคงเป่ารดลงมาอย่างต่อเนื่อง ฉันรู้สึกว่ามันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และเรื่อยๆ 

ฉันได้ยินเสียงครามขบกราม...เหมือนอดทนกับบางสิ่ง

“มึงอย่าเบียดมากดิ๊ พี่ผู้หญิงจะตายแล้วนั่น” สักพักหนึ่งนักศึกษาผู้ชายใส่แว่นก็โพล่งขึ้น เขาคงสังเกตเห็นว่าฉันกำลังทำหน้าทรมานอยู่มุมลิฟต์เลยบอกเพื่อนด้านหน้า

“แหม กูก็เห็นแฟนเขาโอบเอวอยู่นั่น ตายอะไรกั๊นนน” อะไรนะ

คำพูดของนักศึกษาอีกคนส่งผลให้ฉันหลุบตาลงต่ำ ก่อนหน้านี้ฉันก็รู้สึกอยู่หน่อยๆ ว่าเหมือนมีคนโอบกอด แต่เมื่อก้มมองกลับไม่เห็นอะไร เด็กคนนั้นตาฝาดหรือเปล่า ล้อเล่นในสถานการณ์แบบนี้ไม่โอเคจริงๆ

“อ่ะ พอกูพูดปุ๊บ พี่ผู้ชายก็ปล่อยกอดเลยน้า” เด็กคนนั้นแซว “จะว่าไป... คุ้นๆ แฮะ” สักพักหนึ่งเด็กคนเดิมก็ทำหน้าอยากรู้อยากเห็น จะไม่ให้คุ้นได้ยังไงในเมื่อครามเป็นเดือนคณะ เขาโด่งดังและเป็นที่รู้จัก แต่สงสัยเขาคงเอียงหน้าหลบล่ะมั้ง แถมคนในนี้ก็เยอะเลยมองไม่ถนัดเท่าที่ควร

“อย่าไร้มารยาทดิมึง รู้จักเขาเหรอไอ้ห่านี่” เด็กแว่นปรามเพื่อน และไม่นานหลังจากนั้นประตูลิฟต์ก็เปิด คนทยอยออกไปจนเหลือเพียงสี่คนภายในนี้... ฉันรีบถอยห่าง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง ปรากฏว่าครามยืนทำหน้านิ่งและไม่สบตาฉันเหมือนก่อนหน้านี้

ฉันจ้องหน้าเขาพักหนึ่ง พอดีกับที่ลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นที่ต้องการ ฉันจึงรีบก้าวเท้าออกมา และไม่รู้อะไรดลใจให้หันหลังกลับไปมองอีกครั้ง

เสี้ยววินาทีก่อนประตูลิฟต์จะปิด ฉันเห็นเขาเลื่อนสายตามาทางนี้

เราสบตากันเพียงแป๊บเดียว เพราะหลังจากนั้นประตูลิฟต์ก็ปิดสนิท...

“อะไรกัน...”

ฉันพึมพำกับตัวเอง ยกแขนขึ้นมาดูก็พบว่าขนยังลุกไม่หาย ลำคอแห้งผากไปหมด กรอบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ เหมือนจะบ้าเลย...

จมกับความรู้สึกประหลาดไม่นาน ฉันก็รีบปลุกตัวเองจากเหตุการณ์เมื่อครู่ พอได้สติก็รีบจ้ำท้าวเดินไปยังลานกว้างที่มีม้านั่งและร้านขายขนมขนาดเล็ก ตึกคณะวิศวะฯ มีทั้งหมดสิบสองชั้น เพราะแบบนั้นชั้นหกเลยกลายเป็นศูนย์กลางของเด็กคณะนี้ มีเก้าอี้ให้นั่งมากมาย มีร้านขนม มีอาหารขายด้วย เวลาใครรีบๆ ก็ไม่ต้องไปไกลถึงโรงอาหารใหญ่ซึ่งกว่าจะเดินทางถึงก็หมดเวลาพักพอดี

“ฮัลโหล~” ฉันเห็นแดนนั่งบนโต๊ะ ย้ำนะว่านั่งบนโต๊ะ เก้าอี้ดีๆ มีไม่นั่ง หมอนั่นโบกมือให้ฉันและส่งยิ้มหวานแต่กวนประสาทชวนต่อยหงาย

“เรียกมามีไร” ฉันถามเสียงห้วนหน่อยๆ แต่ไม่ได้หงุดหงิดอะไรหรอก แค่เห็นหน้าหมอนั่นแล้วหมั่นไส้เฉยๆ

“ทำเสียงดีๆ หน่อย ทำหน้าให้มันน่ารักด้วย”

ฉันยกแขนกอดอกขณะมองหน้าแดน เขายิ้มตาหยี ทำท่าจะยื่นมือมาหยิกแก้มฉัน แต่ฉันปัดมันออก เขาเป็นพวกชอบถึงเนื้อถึงตัวน่ะ เเต่ไม่มีอะไรหรอก... มั้ง

“ทำเหมือนฉันเป็นเด็กไปได้”

หลายครั้งแล้วที่แดนชอบหยิกแก้ม ขยี้ผม พูดจาเหมือนฉันเป็นเด็กสิบขวบ

“เย็นชาเกินไปแล้ว” แดนเอ่ยติดตลก แต่เขารู้ว่าฉันเป็นคนยังไงเลยยักไหล่สองทีอย่างไม่ใส่ใจ “เออ ที่เรียกมาอ่ะ พอดีจะบอกว่าศุกร์นี้ฉันมีแข่งรถ เลยอยากชวนเธอไป” สักพักเขาก็เข้าเรื่องจนฉันต้องขมวดคิ้วมุ่น

พอรู้ว่าแดนชอบแข่งรถ แต่เขาเคยบอกว่าไม่อยากให้ฉันไปแถวนั้นเพราะมันอันตราย แล้ววันนี้คิดยังไงถึงชวน

“นึกครึ้มอะไรขึ้นมาล่ะ” ฉันถามเพราะสงสัย แดนเลยส่งยิ้มมีเสน่ห์กลับมา รอยยิ้มที่ใครเห็นต้องละลายกลายเป็นน้ำ 

“ไปเหอะน่า แมตช์นี้สำคัญมากนะ”

“ยังไง” ฉันทิ้งตัวลงนั่ง แดนเลยลงมานั่งข้างๆ

“ไอ้ครามก็แข่ง...”

“...” ว่าไงนะ

ฉันนิ่งไป ฝ่ามือกลับมาเย็นเฉียบจนรู้สึกได้ เป็นแบบนี้ตลอดเลย... มันมักจะมีเรื่องให้ฉันได้เจอเขาอยู่บ่อยๆ บางครั้งฉันอาจตั้งใจ แต่ส่วนใหญ่มันเหมือนบังเอิญ

ตลกดีเหมือนกันนะ พอได้ยินเชื่อเขาทีไร หัวใจเหมือนจะถลำลึกลงไปยังไงก็ไม่รู้

น่าสมเพชจริงๆ เลยยัยเพลิง

“ให้เวลาตัดสินใจนะ แต่อยากให้เธอไป” คำพูดของแดนราวกับมีอะไรเคลือบแฝง “อ่ะนี่ ฉันกินไม่หมด”

แดนยัดช็อกโกแลตรูปทรงสี่เหลี่ยมใส่มือฉันหลังเอ่ยจบ

กินไม่หมดเหรอ หมายความว่าเป็นของเหลือใช่ไหม ไอ้บ้านี่... น่าตบหัวทิ่ม

“...” พอฉันมองตาขวาง แดนเลยหัวเราะคักคักกลับมา

“ล้อเล่นเว้ย กินๆ ไปเหอะ ถือว่าเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ไง” จริงสิ สองวันก่อนเป็นวันวาเลนไทน์ ปีนี้มันตรงกับวันเสาร์... ยังจำได้อยู่เลยว่าเช้าวันนั้นมีคนส่งตุ๊กตาหมีตัวใหญ่มาให้ยัยเอย 

ไม่ขอพูดแล้วกันว่าใครส่งมา เพราะน่าจะรู้ๆ กันอยู่ เหอะ

“ขอบใจ” ฉันตอบเสียงเรียบ แต่ต้องชะงักเมื่อแดนพูดขึ้นอีก

“ไม่เป็นไรน่า ฉันรู้ว่าขี้เหร่อย่างเธอไม่มีผู้ชายคนไหนให้ดอกไม้หรือช็อกโกแลตแน่ๆ กร๊าก”

อยู่ดีๆ ก็อยากถีบคน!

......

แดนกวนตีนมาก คนนี้แหละคู่แข่งคุณคราม 5555+

ขอคอมเมนต์ให้เมย์ด้วยน้าา อยากอ่านฟีดเเบคค
ติดเเท็ก #เพลิงคราม สำหรับคนเล่นทวิตเตอร์














ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

12,800 ความคิดเห็น

  1. #12760 150221 (@150221) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 08:29
    แดนแอบชอบสีเพลิงแน่เลย
    #12760
    0
  2. #12745 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 00:06
    ครามมันตั้งใจจจ แหมทำมาเป็นชอบเพื่อนเพลิง
    #12745
    0
  3. #12151 gummyworm (@gummyworm) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 10:06
    ครามเนียนนน
    #12151
    0
  4. #11082 มิรามารินทร์ (@Miramarin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 14:42
    อยากเห็นคู่แดน..
    #11082
    0
  5. #10767 เจ้าลูกเจี๊ยบ (@suchawadee_56) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 00:50
    เอนเอียงไปทางแดนเลย...
    #10767
    0
  6. #10332 Netnapa Pluemjit (@pa_nuch) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 01:20
    แดนน่ารักอ่ะ
    #10332
    0
  7. #10138 chatkanok-fon (@chatkanok-fon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 14:14
    แดนนายจะอารมณ์ดี เฟรนลี่กับทุกคนรึป่าว
    #10138
    0
  8. #9205 ดิวอี้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 02:42
    จะเอาคุณแดนนน
    #9205
    0
  9. #9133 dreamptk (@dreamptk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 12:54
    ทำไมอ่านแล้วสงสารเพบิงมากๆอ่ะอะไรๆก็เอยกันหมดนางเอกดิฉันไม่สวยตรงไหนคะ
    #9133
    0
  10. #8968 Iglues_M (@mieexol) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 02:00
    พี่ครามขบกรามทำไมหลอคระะะ น้องนกงงไปหมดล้าววว
    #8968
    0
  11. #7634 กุหลาปสีเทา.. (@CG-Kuma) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 21:15
    เพลิงของอิแม่(?)ออกจะสวยยย แดนลูกพูดอะไรรรร
    #7634
    0
  12. #7196 SiripanPoosiri (@SiripanPoosiri) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 05:31
    เชียร์แดนด้วยคน ครามเก๊กดีนัก แถมชอบเอยที่เป็นเพื่อนเพลิงอีก เพลิงเจ็บน่าดู อยากให้ครามเจ็บบ้าง
    #7196
    0
  13. #4993 ApichayaKangkhun (@ApichayaKangkhun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 09:49
    เชียร์แดนได้มะ
    #4993
    0
  14. #4911 nitapala (@nitapala) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 20:55
    ไรท์ เปลี่ยนพระเอกเหอะ เอาแดนแทนนะ 55555
    #4911
    0
  15. #3545 missbb (@missbb) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 20:43
    แดนหล่อออ่ะ
    #3545
    0
  16. #2688 Chalitaqwer (@cha-g) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 03:13
    สนุกจังเลยค่ะ อ่านแค่นิดหน่อยก็รู้แล้วว่าสนุก กรี้ดดด ดีใจเจอนิยายอย่างนี่ ชอบคุณแดนจังเลย5555555 ยังไงก็ให้คุณเพลิงหวั่นไหวเร็วๆนะคะ คุณแดนก็สู้ๆ แต่เราขอทีมนุ้งเพลิงค่ะ
    #2688
    0
  17. #2333 ทีมน้องแดน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 09:32
    ชอบแดน จัง กวน ดี. หยิกและหยอก. พอให้ปรี๊ดนิดหน่อย แต่แปลกใจ ชวนไปดูการแข่งรถ ฝากบอกไปทางไลน์ก็ได้นี่ อยากให้ช๊อค วันวาเลนไทน์ ก็น่าจะถือไปให้นะ แปลกดี
    #2333
    0
  18. #2315 ppanyee riin'z (@yeeninja1930) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 19:32
    แดนแดนจอมป่วง 555555555 สีเพลิงต้องอดทนแค่ไหนคิดดู
    #2315
    0
  19. #1141 Bluethillip (@pavina) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 13:17
    นึกว่าจะแน่ ทำเป็นไม่สนใจ สุดท้ายก็กลับมาช่วย ครามชอบทำให้เพลิงหวั่นไหว จะฟินก็ฟินไม่สุด แบบหน่วงๆ
    #1141
    0
  20. #544 bigbiggirlinthebigbigworld (@pornsineetcb) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 14:38
    รออออออออค่ะ
    #544
    0
  21. #356 Yuki_Ayumu (@jamkoko22) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 14:16
    อิมเมจแดนหล่อมากค่ะ ฮือ
    #356
    0
  22. #354 Owl-shy (@Owl-shy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 11:46
    สลับวันกัน พี่แดนวันคี่ พี่ครามวันคู่ ร่างเริงหรรษามั๊ยละมุง55555555555
    #354
    0
  23. #345 yukoo (@yukoo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 10:02
    สนุกกกห
    #345
    0
  24. #314 faH_47 (@faH_47) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 23:25
    แดน แด่น แด๊นนนน
    #314
    0
  25. #313 rabbitboo (@rabbitboo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 23:01
    อะไรคือแอบโอบเอววว วิ้วววว
    #313
    0