ตอนที่ 3 : BLUE FIRES - เพลิงคราม EP02 {120%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    29 พ.ค. 60

เพลิงคราม 02



ค่ำวันศุกร์

ณ สนามแข่ง Blue Fires

คิดถูกหรือเปล่านะที่มา

ฉันอดถามตัวเองไม่ได้เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในสนามแข่งรถชื่อดังซึ่งตอนนี้กำลังครึกครื้นได้ที่ อาจเพราะไม่คุ้นเคยสถานที่ด้วยล่ะมั้ง... ฉันจึงรู้สึกแปลกๆ

ยิ่งถูกผู้ชายท่าทางไม่น่าเข้าใกล้ใช้สายตาหื่นกระหายมองด้วยแล้วก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด

ความจริงแดนจะไปรับฉันที่หอเนื่องจากไม่อยากให้มาคนเดียว แต่ฉันต้องทำอาหารให้ยัยเอยก่อนออกมาน่ะ เลยให้แดนล่วงหน้ามาก่อน ส่วนฉันก็นั่งแท็กซี่ตามมาทีหลัง 

อยากขับมอเตอร์ไซค์มาเหมือนกัน แต่เพราะรู้ว่าที่นี่คนต้องเยอะแน่ๆ ข่าวขโมยรถก็มีให้เห็นทุกวี่ทุกวัน เลยฉันไม่กล้าเสี่ยง รถนั่นน่ะ... พ่ออุตส่าห์ให้ฉันเป็นของขวัญวันเกิด

“วิ๊ดวิ่ว~ สาวเซ็กซี่คนนั้นเป็นใครกันนะ” คิ้วฉันกระตุกขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงแซวจากกลุ่มวัยรุ่นฝั่งซ้ายมือ ก่อนหน้านี้ฉันเห็นแล้วว่าพวกมันมอง สายตากรุ้มกริ่มกันทั้งกลุ่ม “แน่ะ หยิ่งด้วยแฮะ”

“เค้ามาดูแฟนแข่งหรือเปล่ามึง หยุดแซวได้ละ ระวังจะไม่เหลือฟันประดับปากเอานะเว้ย!” หนึ่งในกลุ่มปรามเพื่อน แต่ฉันรู้ว่ามันแค่พูดติดตลกไปงั้น เพราะหลังจากนั้นพวกมันก็หัวเราะกันยกกลุ่มอย่างชอบอกชอบใจ

ฉันกำหมัดแน่น หนวกหูเป็นบ้า

หมับ!

ทันใดนั้นกำปั้นของฉันก็ถูกคว้าไปจับไว้ ฉันกำลังจะง้างมืออีกข้างเพื่อต่อยมัน แต่ฝ่ามือแข็งแกร่งรับเอาไว้อย่างรู้ทัน วินาทีนั้นฉันเงยหน้าขึ้น... ความฉุนเฉียวอัดแน่นอยู่ในอก

“ใจเย็นดิ นี่เพื่อนเอง แดนคนเดิมเพิ่มเติมคือความหล่อไง”

“ทำไมต้องทำตัวเป็นโจร!” เมื่อได้คำตอบว่าเจ้าของฝ่ามือคือแดน ความโกรธเมื่อครู่ก็เจือจางลง แต่ยังคุกรุ่นเล็กน้อยที่เขามาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง แล้วยังมีหน้ามาฉีกยิ้มราวกับไม่รู้สึกผิดอีก

“โจรที่ไหนหล่อแบบนี้” หลงตัวเองหน้าระรื่นด้วยนะ 

“รำคาญ” ฉันบิดมือออกจากฝ่ามือหนา ก่อนเหลือบมองกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนั้นที่สงบปากสงบคำไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “แล้วนี่แข่งกี่โมง” ฉันลากสายตากลับมา เจ้าตัวเลยยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา

“อีกประมาณชั่วโมงหนึ่ง หิวไรมะ แถวๆ นั้นมีคาเฟ่ด้วย” แดนพยักเพยิดหน้าไปด้านหลังซึ่งเป็นจุดที่ฉันเพิ่งเดินผ่าน

“ไม่หิวเท่าไหร่” ฉันตอบพลางกวาดสายตาไปรอบๆ จังหวะนั้น... ฉันบังเอิญเห็นร่างสูงของใครคนหนึ่งยืนสูบบุหรี่อยู่มุมอับเพียงคนเดียว

เขาอยู่ในชุดไปรเวทธรรมดา เสื้อกล้ามเว้าลึก กางเกงยีนขาดเซอร์ เรือนผมยุ่งๆ เหมือนขี้เกียจเซต แต่น่าแปลกที่เขายังดูดี และความดูดีของเขาเรียกสายตาคนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้พอสมควร ยิ่งมองรวมกับรอยสักภาษาจีน 靛色 ตรงหัวไหล่ด้านขวายิ่งทำให้เขาดูแบดทว่าน่าหลงใหลยากละสายตา

คราม... เขาอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันเพิ่งเห็น

สีหน้าเขาดูเบื่อหน่าย หงุดหงิด แล้วให้ตาย... ต่อให้ระยะห่างระหว่างเราไม่ได้ใกล้กันเท่าไหร่นัก แต่ฉันกลับเห็นชัดเจนว่ามุมปากของเขามีบาดแผล ผิวแก้มด้านซ้ายแดงเป็นปื้นๆ ราวกับว่าเพิ่งถูกใครทำร้ายมา 

อีกแล้วเหรอ...

“อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม ขอไปเตรียมตัวก่อน มีอะไรรีบโทรมานะรู้เปล่า” เสียงของแดนปลุกฉันจากภวังค์ ฉันรีบลากสายตากลับมาและพยักหน้าให้เขาเป็นคำตอบ “อย่าลืมเชียร์ด้วย” เขาสำทับอีกรอบ

ฉันพยักหน้าอีกครั้ง...

แดนรู้ว่าฉันคิดยังไงกับคราม เขาเอาครามมาอ้างเพื่อให้ฉันยอมมาที่นี่ ทั้งที่เขารู้ว่าอะไรคือเหตุผลของฉัน แต่แดนก็ไม่วายกำชับให้ฉันเชียร์เขา

ไม่หรอก ฉันเองก็พอรู้ว่าเขาสองคนไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ ถึงจะเรียนคณะเดียวกัน แต่เพราะอยู่กันคนละสาขาด้วย เรื่องบาดหมางเล็กๆ น้อยๆ ตามประสาผู้ชายด้วย พวกเขาสองคนเลยระหองระแหงกันบ่อยครั้ง

ต้องมาแข่งกันแบบนี้ จริงๆ แล้วฉันค่อนข้างอึดอัดนะ

ครามขี้เบื่อ เข้าใจยาก มองเผินๆ เหมือนคนไม่แคร์โลก แต่เขาเป็นพวกกระหายชัยชนะ ถ้าแพ้เขาคงหงุดหงิด

ส่วนแดน หมอนั่นก็ชอบการพนัน ไม่ชอบความพ่ายแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้า

ฉันคิดและถอนหายใจออกมา เมื่อแดนเดินจากไปแล้วจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แต่ครามไม่อยู่แล้ว เขาหายไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้...

สงสัยจะไปเตรียมตัวแข่งเหมือนแดนล่ะมั้ง

 




บทบรรยาย ฟ้าคราม

ซ่า!

ผมวิดน้ำจากก๊อกใส่หน้าตัวเองหลายครั้งด้วยความหงุดหงิด ก่อนเงยหน้าขึ้นมองตัวเองจากเงากระจกในห้องน้ำ เห็นรอยตบข้างแก้มและบาดแผลบริเวณมุมปากแล้วยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่

ยิ่งมอง ภาพเหตุการณ์ชั่วโมงก่อนก็ยิ่งหลั่งไหลเข้ามาจนผมต้องเม้มริมฝีปากแน่น คุกรุ่นแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

 

“ไอ้ลูกไม่รักดี แกจะไปไหนอีก!

“ผมจะออกไปข้างนอก”

“ไปไหน! ไปกินเหล้าเมายากับเพื่อนแกล่ะสิ”

“เปล่าครับ”

“คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าแกทำตัวเสเพลแค่ไหน พอแม่ตายแกก็เหลวใหล ทุกวันนี้คนเขาเอาไปพูดกันใหญ่ว่าฉันมีลูกห่วยๆ งานการไม่ทำ ไปเรียนก็เหมือนจะไปยกพวกตีกับคนอื่นเขา!

“แต่ผม...”

เพียะ!

“เลี้ยงเสียข้าวสุก!

 

“หึ...” ผมแค่นหัวเราะทั้งที่สีหน้ายังเรียบตึง

พ่อชอบคิดว่าผมทำตัวเหลวแหลก แต่เพราะภาพลักษณ์ของผมมันเป็นแบบนั้นมากกว่า... ผมแทบไม่เคยขาดเรียน เข้าสอบทุกรอบ ตอนทำกิจกรรมสมัยปีหนึ่งก็ได้รางวัลมาตั้งมากมาย ต้องถามว่าท่านเคยใส่ใจไหมมากกว่า

เพราะภรรยาใหม่ท่านไม่ชอบผม เธอเลยเป่าหู ทำให้พ่อเกลียดผม ทำให้ผมเป็นอะไรสักอย่างที่ไร้ค่า

ที่เธอเกลียดผม ผมรู้...

ผมเองก็ไม่ได้ชอบเธอนัก แต่ผมไม่เคยพูด เพราะเห็นว่าพ่อรักและหวงแหน รักมากจนเหมือนจะลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งแม่เคยเป็นที่หนึ่งมาก่อน

ตึก...

ผมดึงตัวเองออกจากความคิดเหล่านั้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง ผมไม่ได้หันกลับไปมองแต่ใช้เงาของกระจกเป็นตัวช่วยในการจ้องหน้าผู้มาใหม่ มันยืนพิงกรอบประตูห้องน้ำ ใบหน้ากวนประสาทดี

“ไปกัดกับหมาตัวไหนมาล่ะ” มันชื่อแดน เราไม่ชอบขี้หน้ากันเท่าไหร่ เรียกว่าเป็นศัตรูกันก็คงไม่ผิดอะไร

“เสือก”

ผมกดเสียง เห็นมันแล้วหงุดหงิดพอๆ กับเห็นหน้าเพื่อนมัน

ใครน่ะเหรอ ก็สีเพลิงไง

ไอ้แดนกับสีเพลิงเป็นเพื่อนกัน แต่ผมดูออกว่ามันคิดไม่ซื่อกับเธอ

แล้วการที่ไอ้เวรนั่นอยากให้ผมแข่งรถกับมันในวันนี้ ผมรู้ว่าจริงๆ แล้วมันแค่อยากอวดสีเพลิง อยากให้สีเพลิงเห็นว่ามันอยู่เหนือผม

ผมตอบตกลงไม่ใช่เพราะใคร แต่ไม่มีอะไรทำ

“กูก็แค่ถามเป็นมารยาทไปแบบนั้น ไม่ได้อยากรู้” ไอ้แดนยักไหล่แล้วยิ้มกวนประสาท “รีบๆ ด้วย อย่าปอดแหกหนีกูไปก่อนแล้วกัน” มันกำลังจะเดินออกไป แต่ก็ไม่วายหันมาพ่นอะไรน่ารำคาญจนผมต้องแสยะยิ้มเย็น

ปอดแหกเหรอ

กูก็อยากรู้ว่าใครกันแน่ที่ปอดแหก

จบบทบรรยาย ฟ้าคราม

 




ถึงเวลาแล้ว...

ฉันยืนตรงขอบรั้วที่กั้นไว้ไม่ให้คนดูได้รับอันตราย รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องอย่างตื่นเต้น บางคนเรียกชื่อแดน บางคนเอ่ยชื่อคราม รถที่ใช่แข่งเป็นรถสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ ดูด้วยตาเปล่าก็พอรู้ว่าราคาคงแพงเอาเรื่อง

ฉันกำมือแน่นกับรั้วขณะมองรถทั้งสองคันตรงจุดสตาร์ท ครามอยู่ในรถสีดำสนิท ส่วนแดนใช้รถสีขาว พวกเขาแบ่งแยกชัดเจนแม้กระทั่งสีของยานพาหนะ บ้าชะมัด... ทำไมหัวใจเต้นแรงขนาดนี้นะ

มันแรงมากจนรู้สึกเจ็บที่อกเลย

“อ๊ะ...” แต่แล้วฉันก็หลุดเสียงร้องออกมาเบาๆ เพราะอยู่ดีๆ ครามก็ลดกระจกรถลงก่อนหันมาทางนี้

ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างเงียบเชียบ นัยน์ตาคมกล้าของเขาไม่ละไปจากฉัน เขาเอาแต่มอง ถึงจะเป็นแววตาที่ราบเรียบราวกับไม่รู้สึกอะไร แต่ก็ทำให้ฉันหายใจผิดจังหวะไปหลายครั้ง

เนิ่นนานที่เราสบตากัน ในที่สุดครามก็เลื่อนสายตากลับไปมองด้านหน้าเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณ มีผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อยเดินไปอยู่กึ่งกลางระหว่างรถทั้งสองคัน เสียงโห่ร้องค่อยๆ เบาลงกระทั่งผู้หญิงคนดังกล่าวยกธงขึ้นเหนือศีรษะ และเมื่อเธอสะบัดธงลง... ทั่วทั้งสนามก็กระหึ่มดังด้วยเสียงของผู้คนนับร้อยอีกครั้ง

ฉันกัดริมฝีปากเมื่อรถทั้งสองคันเคลื่อนตัวไปด้านหน้าด้วยความรวดเร็ว เสียงล้อรถที่เบียดลงกับพื้นสร้างความหวาดเสียวจนต้องขยุ้มปลายนิ้วเท้ากับร้องเท้าผ้าใบคู่โปรด สองตาฉันเอาแต่มองพวกเขา มองทุกการเคลื่อนไหวท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นระทึกแข่งกับเสียงคนรอบข้าง

พวกเขาสูสีกันมาก สลับแซงกันไปมาประมาณช่วงหนึ่งกระทั่งครามเริ่มทิ้งระยะห่าง

ทว่าสักพักแดนก็ค่อยๆ ตามทันจนกลับมาเสมอกันอีกครั้ง เอาจริงๆ ฉันว่าถ้าพวกเขาสองคนเสมอกันมันคงจะดีกว่า เพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่ชอบความพ่ายแพ้ อย่างน้อยๆ ก็ไม่มีใครได้หรือใครเสียอะไรไง

“ปกติแดนไม่จริงจังกับการแข่งขนาดนี้นี่หว่า” ระหว่างนั้นคนข้างๆ ฉันก็หันไปพูดกับเพื่อน

“เออ ครามก็เหมือนกัน พอรู้ว่ามันสองคนไม่ถูกกัน แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้พวกมันจริงจังนะ เหมือนแข่งกันแย่งผู้หญิง” อีกคนก็พูด

แย่งผู้หญิงเหรอ ตลกน่า

“แหม กูอิจฉาผู้หญิงได้ป่ะ”

“ไอ้เวร มึงเป็นตุ๊ดเหรอ!

“บ้า! เค้าผู้ชายทั้งแท่งน้า” คนพูดหันไปทำมือทำไม้สะดีดสะดิ้งจนฉันต้องลากสายตากลับมา

และไม่นานหลังจากนั้น...

“โอ๊ย! เสมอจริงด้วย แม่ง”

พวกเขาเข้าเส้นชัยพร้อมกัน

ฉันถอนหายใจออกมาทันทีเมื่อรู้ผล เป็นแบบนี้น่ะดีแล้ว ฉันไม่อยากให้ครามหงุดหงิด และไม่อยากเห็นแดนอารมณ์เสียด้วย

เมื่อผลเป็นไปตามที่ต้องการ ฉันก็พยายามเบียดคนออกมา แต่...

ครูด...

“บ้าเอ๊ย” ฉันอุทานเมื่อถูกเบียดจนต้องถลากลับมายืนที่เดิม ซ้ำร้ายแขนยังถูกพวงกุญแจทรงประหลาดบนกระเป๋าคนข้างๆ เกี่ยวเอาจนได้แผลอีก!

“อ๊ะ ขอโทษครับ เฮ้ยๆ หลบทางหน่อย” เหมือนเขาเพิ่งเห็น เลยบอกให้เพื่อนช่วยหลบทางให้ ฉันเก็บความฉุนเล็กๆ ไว้คนเดียวกระทั่งออกมาด้านนอกได้สำเร็จ

เอาจริงๆ นะ ฉันน่ะตั้งใจจะกลับหอซะเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าเห็นครามเดินผ่านมาซะก่อน...

สีหน้าเขาดูหงุดหงิดมาก

วินาทีนั้นฉันจ้องมองบาดแผลตรงริมฝีปากรวมถึงรอยแดงบริเวณแก้มของเขา

หมับ!

และไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันเดินเข้าไปคว้าข้อมือหนาเอาไว้จนร่างสูงชะงักเท้า เขาหันกลับมาด้วยสีหน้าฉุนเฉียว เมื่อเห็นว่าเป็นฉันเขาก็รีบสลัดมือฉันออกอย่างรำคาญ

“อย่ามายุ่ง” 

ครามทำท่าจะเดินหนี แต่ฉันเดินไปดักหน้าเขาไว้

“หน้าไปโดนไรมา” เสียงฉันราบเรียบมากๆ ตอนเอ่ยถาม แต่ลึกๆ ลงไปมันแฝงไปด้วยความเป็นห่วง ฉันรู้ว่าใครทำร้ายเขา แต่ครามไม่ชอบให้ใครมาสงสาร “พ่ออีกแล้วใช่ไหม”

“ไม่ใช่ธุระของเธอ!” เขาตะคอกและมองฉันตาเขียวปั๊ด ฉันสะดุ้งแต่ไม่ได้ถอยห่าง เมื่อเห็นว่าคนเริ่มมองมาที่เรา ฉันเลยกระชากข้อมือเขาอีกครั้ง หามุมที่คนไม่ค่อยเดินผ่านเพื่อคุยเรื่องนี้

ครามขบฟันกรอด สลัดมือฉันออกอีกครั้ง

“มันบวม ทำไมไม่ทำแผลดีๆ” ฉันพยายามใจเย็น บางครั้งเขาก็มีมุมที่เหมือนเด็ก

สองตาฉันมองเลือดที่แห้งกรังบนริมฝีปากติดคล้ำ มันบวมเล็กน้อย แก้มของเขาแดงเถือกและปรากฏรอยมือขนาดใหญ่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก เดือนหนึ่งฉันเห็นเขาได้แผลกลับมาไม่ต่ำกว่าสามครั้ง แต่เขามักทำราวกับไม่รู้สึกรู้สา

“อย่ามาสงสารฉัน” เขากดเสียงต่ำ “จะไปไหนก็ไป น่ารำคาญ”

“ฉันไม่ได้สงสาร อย่างี่เง่า” ครามมักคิดว่าคนที่ห่วงใยเขา แท้ที่จริงแล้วสมเพชเวทนา เขาคิดไปเองเสมอ “ที่นี่มีรถพยาบาลนี่ ไปทำแผล” ฉันดุเขาหน่อยๆ ทำท่าจะเดินไปยังจุดที่มีรถพยาบาลเคลื่อนที่ แต่ครามคว้าต้นแขนฉันไว้และดึงเข้าหาตัว!

“โอ๊ย...” ฉันหลุดเสียงร้อง เพิ่งรู้ว่าจุดที่เขาบีบเป็นบริเวณเดียวกันกับที่ได้แผล พวงกุญแจบ้าๆ นั่นทำฉันเลือดซิบเลยนะ... ให้ตายเหอะ!

ครามหลุบตาลงต่ำ เขาปล่อยมือจากบริเวณนั้นทันทีและฉันเห็นเลือดตัวเองเลอะปลายนิ้วเขาด้วย

“ก่อนจะห่วงคนอื่น เอาตัวเองให้มันรอด”

พึ่บ!!!

หน้าฉันชาเล็กน้อย เกือบจะโต้กลับแล้ว... ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าเขาล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าสีดำออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนเขวี้ยงใส่หน้าฉันเหมือนไปโกรธใครมาสิบชาติ

หมับ

ฉันรับไว้ ก้มมองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเพียงไม่นานก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

ครามได้แผลบ่อย เขาขี้ร้อนด้วย เพราะแบบนั้นเลยต้องพกผ้าเช็ดหน้าไปไหนมาไหนตลอด ที่สำคัญ... เขาไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร แต่กลับให้สิ่งนี้กับฉัน

“คือ...” เสียงฉันแหบแห้งไป ภายในว้าวุ่นมากกว่าทุกครั้ง อยากจะยิ้มสักนิดแต่ร่างกายเหมือนจดจำแค่ว่าต้องเฉยชาเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา

“ให้ ไม่ต้องเอามาคืน”

“...”

“ของที่เธอสัมผัสแล้ว ฉันไม่ต้องการ”

พยายามมากี่ปี สุดท้ายแล้วฉันก็ได้แค่ความเกลียดชังจากเขา

“ฉันไม่ได้ขอมันจากนายนะ” ในตอนนั้นฉันตัดสินใจเขวี้ยงผ้าเช็ดหน้าลงพื้นทั้งๆ ที่ยังจ้องหน้าคราม อยากใช้เท้าเหยียบให้สาสมกับความโกรธ แต่ใจกลับไม่แข็งพอ “ก็ถ้ามันเป็นของฉันแล้ว... ฉันคงมีสิทธิ์ทิ้งมัน”

“แล้วแต่...” ครามตอบเสียงเย็นชา จากนั้นก็หันหลังเดินจากไปอย่างไม่ใส่ใจ

เขาเกลียดฉัน แต่บางครั้งก็มักทำให้ฉันสับสน

ฉันชอบเขา แต่หลายต่อหลายครั้งก็มักทำเหมือนเกลียดเขาเข้าไส้

เราเป็นแบบนี้... และคงเป็นต่อไป

 



เวลาต่อมา

ฉันส่งข้อความไปบอกแดนว่ากลับแล้ว แต่ความจริงยังยืนรอแท็กซี่อยู่เลย

คนเยอะมาก บางคนมีรถส่วนตัว บางคนก็รอแท็กซี่เหมือนฉัน แต่แท็กซี่หลายคันไม่รับเพราะมีมาตฐานเลวร้ายในการเลือกลูกค้า

บางคันเลือกลูกค้าที่ไปไกลๆ เพราะได้เงินเยอะกว่า

บางคันเลือกลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ

และบางคันก็เลือกลูกค้าที่เป็นผู้หญิงเท่านั้น

ซึ่งอย่างหลัง... บัดซบที่สุด

ก่อนหน้านี้ฉันเจอแท็กซี่คันหนึ่ง มันมองฉันตาเป็นมัน ฉันเลยไม่ขึ้นและรอคันอื่น

เอาไงดี โทรหาแดนดีไหม

รู้สึกว่าตอนนี้ค่อนข้างดึกแล้ว สภาพแวดล้อมรอบข้างก็ค่อนข้างน่ากลัวพอสมควร สัมผัสได้เลยว่ามีคนมองฉันอยู่

บางที... ทางเลือกสุดท้ายคงไม่พ้นโทรไปหาแดนล่ะมั้ง

“คนสวย เห็นยืนอยู่นานแล้ว ไม่มีคนไปส่งเหรอคะ” พูดไม่ทันขาดคำ...

ฉันตวัดตามองเจ้าของเสียงน่าขนลุก มันมาคนเดียว ถือขวดเหล้าไว้ในมือ คงเมาหน่อยๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยโชยจนฉันต้องเบ้หน้าและเขยิบห่าง

“อย่ามายุ่งกับฉัน” ฉันส่งสายตาขับไล่กรายๆ แต่มันหาสนใจไม่ ซ้ำยังยิ้มตาหวานเชื่อมและก้าวเท้าเข้ามาเรื่อยๆ อย่างคุกคาม

“ให้พี่ไปส่งดีกว่า รถพี่จอดอยู่ตรงโน้น โอ๊ย”

ตุบ!

“อยู่ต่อหน้าฉันแล้วเก่งนัก กับคนอื่นทำเป็นอ่อนปวกเปียก”

ฉันชะงักเมื่อมีวัตถุอะไรสักอย่างลอยลิ่วมากระแทกศีรษะไอ้ขี้เมาจนเซไปอีกทาง วินาทีถัดมาเสียงเข้มก็ดังขึ้นจากทิศทางที่วัตถุดังกล่าวลอยมา ฉันหันกลับไป... เห็นครามจอดบิ๊กไบค์อยู่ไม่ไกล

เขาไม่ใส่หมวกกันน็อกและกำลังจ้องหน้าฉัน

นี่ก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว เขายังไม่กลับอีกเหรอ

“ใครขอร้องให้ช่วย” ฉันปากดีไปอย่างนั้น

พึ่บ!

“ใส่ซะ” ครามไม่ตอบแต่เลือกที่จะโยนหมวกกันน็อกมาให้ฉันพร้อมคำสั่ง ฉันขมวดคิ้วมุ่นกับการกระทำของเขา เห็นไหมล่ะ... เขาชอบทำให้ฉันสับสน

“ฉันจะกลับเอง” ฉันลดทิฐิไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่หัวใจเต้นแรง

นิสัยฉันมันก็อย่างนี้ ไม่มีใครชอบหรอก

หมับ!

ครามลงมาจากรถ เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาดึงฉันไปที่รถมอเตอร์ไซค์คันโตอย่างอุกอาจ

“อวดดีไม่เข้าเรื่อง!” เสียงเขาดุดัน แววตาเต็มไปด้วยความตำหนิ “สวมหมวก” ก่อนออกคำสั่งให้ฉันสวมหมวกกันน็อกที่ใหญ่กว่าศีรษะพอสมควร

“...” ฉันยืนเงียบอยู่ไม่นานก็ทำตามที่เขาบอก จากนั้นก็ขึ้นคร่อมรถคันใหญ่ กระทั่งมันเคลื่อนตัวและโลดแล่นอยู่บนท้องถนน...

ไม่มีบทสนทนา ฉันพยายามไม่แตะต้องตัวเขา แต่ครามขับรถเร็วมาก สุดท้ายเลยต้องขยุ้มมือกับเสื้อของเขาอย่างช่วยไม่ได้

ก็เป็นซะแบบนี้ แล้วจะให้ฉันตัดใจได้ยังไง

 




หลายวันต่อมา

วันนี้ฉันไม่มีเรียน แต่ต้องมามหาวิทยาลัยเพราะอาจารย์นัดสอบชดเชย

ถ้ายังจำกันได้... ฉันมีควิซวันที่ครามลากไปหลังตึก ฉันเข้าห้องเรียนสายอาจารย์เลยไม่ให้สอบและเรียกมาสอบวันนี้แทน แต่คะแนนจะเหลือครึ่งหนึ่งเท่านั้น ซึ่งฉันก็เข้าใจ

ฉันใช้เวลาสอบไม่นานนัก หลังจากเสร็จสิ้นก็ออกมานั่งเล่นหลังคณะเพราะไม่อยากขับรถตากแดดช่วงกลางวันแบบนี้ รอให้ค่ำว่านี้สักนิดดีกว่า

เพียะ

ทว่าในระหว่างที่ฉันกำลังนั่งไถมือถือแก้เซ็งนั้นเอง ก็มีผู้หญิงสองคนพุ่งเข้ามาหา...แถมหนึ่งในนั้นยังกล้าดีปัดมือถือฉันทิ้งจนมันหลุดออกจากมือด้วยความรุนแรง

ความเดือดดาลปะทุขึ้นทันที แต่ฉันเม้มริมฝีปากอย่างใจเย็น ก้มเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าอย่างไม่รีบร้อน ก่อนเงยหน้าขึ้นมองยัยพวกไร้มารยาทที่ยืนค้ำหัวอย่างเอาเรื่อง

อืม... เพื่อนร่วมคณะด้วยนี่ แต่เรียนคนละเซกชัน

“มีไร” ฉันถามเสียงเรียบหากแต่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ยัยสองคนนั้นเบะปากใส่ ส่งสายตาเหยียดแคลนจนต้องขบฟันอดกลั้น

ฉันเป็นพวกไม่ยอมคนแต่ก็ไม่ใช่พวกชอบใช้กำลัง

แม้ใจจริงอยากสั่งสอนสักหน่อย แต่ไม่เอาดีกว่า... ฉันไม่อยากถูกเหมารวมว่าเป็นพวกดีแต่ใช้กำลังตัดสินปัญหา

“หึ ลอยหน้าลอยตาเชียวนะ ไร้ยางอายจริงๆ” ยัยผมยาวซึ่งเป็นคนปัดมือถือฉันเอ่ยขึ้น ยัยนั่นแสดงออกอย่างชัดเจนว่าหมั่นไส้ฉันมาก อีกหน่อยคงตบฉันแล้วมั้ง

แหม กลัวไปหมดแล้ว... เหอะ

“...” 

ปัดโทรศัพท์มือถือฉันตกไม่พอ ยังพูดจาสุนัขไม่รับประทานอีก

“มันดูไม่สะทกสะท้านเลยว่ะ คันมือแล้วเนี่ย เอาไงดี!” ยัยคนผมประบ่าเสริมทัพ ทำท่าจะถลาเข้ามาจัดการ แต่ฉันลุกขึ้นซะก่อน ยัยนั่นเลยชะงักและยืนที่เดิม

ฉันสูงกว่าสองคนนั้นเยอะทีเดียว จากตอนแรกที่ฉันนั่งและเงยหน้าขึ้นมอง ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าสองคนนั้นต้องแหงนหน้ามองแทน

“มีปัญหาอะไร?” เสียงของฉันแข็งกร้าวขึ้น หากทว่าเย็นเยียบ

“สาบานสิว่าไม่รู้! วันศุกร์ฉันเห็นแกที่สนามแข่งรถ” ยัยผมยาวกระชากเสียงใส่อย่างมีน้ำโห ฉันชะงักเพียงเล็กน้อยและยิ้มมุมปากกลับไป พอรู้ว่ายัยนี่กำลังจะสื่อถึงอะไร “ก่อนเริ่มแข่งอยู่กับแดน พอแข่งจบก็ไปจับมือถือแขนกับคราม คิดว่าตัวเองเป็นใคร สวยมากเหรอ!” 


-------------

靛色 = สีคราม
        อัพอีกแล้วจ้าา เจ๊บอกมันไปเลยว่าสวยมากกกก กร๊ากก คลุกคลีกับผู้หล่อก็ต้องทำใจ ชะนีที่อยากได้ก็เยอะ 5555+ 

.

.

.

.

.

.

.

.


ขอคอมเม้นต์ด้วยน้าาาา อย่าลืมเปย์ด้วย ออกตอนไหนเดี๋ยวบอกก๊าบบ

ติดเเท็ก #เพลิงคราม สำหรับคนเล่นทวิตเตอร์



Image result for vernon seventeen gif 2017

แดน : โจรที่ไหนหล่ออย่างนี้ ไม่มี๊






เซต FIRES 
เอเลน (แอล) VS ลูกพลัม 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

12,800 ความคิดเห็น

  1. #12761 150221 (@150221) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 12:20
    แบบนี้ก็ได้เหรอแค่อิจฉาที่เค้าดีกว่าก็จะตบซะงั้น
    #12761
    0
  2. #12746 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 00:19
    ก็สวยอ่ะมีไร
    #12746
    0
  3. #12152 gummyworm (@gummyworm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 10:15
    ครามแบดเว่อ ชอบบ
    #12152
    0
  4. #11084 มิรามารินทร์ (@Miramarin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 14:50
    อิแดนน่ารักอ่ะ
    #11084
    0
  5. #10770 เจ้าลูกเจี๊ยบ (@suchawadee_56) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 01:07
    บ้าแก ไม่สวยเขาจะมาชอบหรอ 5555555
    #10770
    0
  6. #10766 ⓒЯAẕY DO_G (@sayerena_68) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 00:37
    แดน มึ-หล่อมาก
    #10766
    0
  7. #10423 PaJth (@Payare2559) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 11:27
    ยิ้มหวานๆแล้วตอบกลับไป เออกูสวยมากกกกกกกกกกก
    #10423
    0
  8. #10333 Netnapa Pluemjit (@pa_nuch) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 01:33
    สวยจร้าาา
    #10333
    0
  9. #10139 chatkanok-fon (@chatkanok-fon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 14:36
    โอ้ยยยย บอกไปฉันสวย ห้าาา
    #10139
    0
  10. #10133 anglebeebee (@anglebeebee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 12:41
    เพลิง : ก็สวยอยู่ พอตัว
    #10133
    0
  11. #9135 dreamptk (@dreamptk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 13:10
    เราว้าแม่ใหม่ครามคือแม่เพลิงแน่ๆ
    #9135
    0
  12. #8969 Iglues_M (@mieexol) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 02:16
    เคยเป็นแฟนกันมาก่อนไหมอะ เดามั่วมาก
    #8969
    0
  13. #2689 Chalitaqwer (@cha-g) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 03:25
    รู้จักกันดีขนาดนี้ มีอะไรแน่ๆเลย
    #2689
    0
  14. #1154 emmew2000 (@emmew2000) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 18:36
    กลับมาอ่านใหม่อิก อ่านตอนเก่าๆรอ ^?^ รู้สึกว่ามันมีเนื้อเรื่องเพิ่มรึปล่าวอ่ะ ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึป่าวเนี่ย>_< รอเน้ออ?????
    #1154
    0
  15. #1144 Bluethillip (@pavina) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 16:03
    เหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน แอบสนใจรอยสักคราม ทำไมเป็น สีครามละ นี่มโนไปไกลละ สีเพลีง+ฟ้าคราม =สีคราม ><
    #1144
    0
  16. #619 bigbiggirlinthebigbigworld (@pornsineetcb) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 19:12
    อ้าววววสส
    #619
    0
  17. #567 Annynyan (@Annynyan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 11:07
    สวยสิจร้า..ไม่สวยจะควบ2เหรอ
    #567
    1
    • #567-1 0898481599 (@0898481599) (จากตอนที่ 3)
      29 พฤษภาคม 2560 / 18:42
      เนี่ยยยยยยย
      #567-1
  18. #566 Owl-shy (@Owl-shy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 09:49
    สวยสิยะ ไม่สวยทำไม่ได้นะ55555555
    #566
    0
  19. #564 pinnkuu (@pinnkuu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 02:22
    ก็สวยอยู่นะ555 ฉันป่าวนะเขามาเองงงง
    #564
    0
  20. #563 CresCenTia (@smile1999) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 02:05
    แล้วพวกเธอจะมายุ่งเรื่องชาวบ้านเขาทำไมจ๊ะ
    #563
    0
  21. #562 yukoo (@yukoo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 00:35
    ก็สวยอ่ะ5555
    #562
    0
  22. #561 Kasiraq (@kkokko-team) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 00:21
    ชะนีขี้อิจฉาโผล่มาแล้วววว
    #561
    0
  23. #560 sea_rain (@sea_rain) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 22:44
    ก็คนมันสวยยยย55555
    #560
    0
  24. #559 อัยย์จันทร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 21:47
    ก็ผู้ชายเขามาหาเองงงง5555 เดี๋ยวก็โดนเจ๊สั่งสอนหรอกก
    #559
    0
  25. #558 Mikaririn (@Mikaririn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 21:27
    อิจฉาเหรอจ้ะ ชะนี5555
    #558
    0