ตอนที่ 4 : BLUE FIRES - เพลิงคราม EP03 {130%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31519
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    5 มิ.ย. 60

Image result for gif poison tumblr
เพลิงคราม 03

“มันดูไม่สะทกสะท้านเลยว่ะ คันมือแล้วเนี่ย เอาไงดี!” ยัยคนผมประบ่าเสริมทัพ ทำท่าจะถลาข้ามาจัดการ แต่ฉันลุกขึ้นซะก่อน ยัยนั่นเลยชะงักและยืนที่เดิม

ฉันสูงกว่าสองคนนั้นเยอะทีเดียว จากตอนแรกที่ฉันนั่งและเงยหน้าขึ้นมอง ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าสองคนนั้นต้องแหงนหน้ามองแทน

“มีปัญหาอะไร?” เสียงของฉันแข็งกร้าวขึ้น หากทว่าเย็นเยียบ

“สาบานสิว่าไม่รู้! วันศุกร์ฉันเห็นแกที่สนามแข่งรถ” ยัยผมยาวกระชากเสียงใส่อย่างมีน้ำโห ฉันชะงักเพียงเล็กน้อยและยิ้มมุมปากกลับไป พอรู้ว่ายัยนี่กำลังจะสื่อถึงอะไร “ก่อนเริ่มแข่งอยู่กับแดน พอแข่งจบก็ไปจับมือถือแขนกับคราม คิดว่าตัวเองเป็นใคร สวยมากเหรอ!”

“มาหาเรื่องเพราะอิจฉาฉันเหรอ” ฉันถามกลับ ผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นสาวกของแดน ไม่ก็คราม หรือบางทีอาจจะชอบทั้งสองคนเลยก็ได้ ไม่งั้นคงไม่เต้นเร่าจะเป็นจะตายขนาดนี้หรอก

หมับ! กึก

สิ้นคำถามฉันไม่กี่วินาที ยัยคนผมยาวก็คว้าคอเสื้อฉันอย่างรุนแรง และความรุนแรงนั้นเองส่งผลให้กระดุมเสื้อเม็ดแรกขาดทันที! 

ยิ่งกว่านั้น แขนอีกข้างยังถูกบีบเอาไว้อย่างแนบแน่น มันโดนแผลที่ฉันได้รับเมื่อวันศุกร์ด้วย แต่ไม่เจ็บเท่าไหร่

“อย่าเก่งให้มันมาก บางทีแกคงไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นศัตรูของคนทั้งมหาลัย” ฉันหลุบตามองฝ่ามือที่ทวีความรุนแรงขึ้น นึกขำเล็กน้อยที่สมัยนี้ยังมีผู้หญิงตบตีแย่งชิงผู้ชายเหมือนในละคร

ยอมรับว่าฉันอาจจะคล้ายยัยพวกนี้หน่อยๆ...

โอเคว่าฉันอาจจะอิจฉายัยเอยที่ครามสนอกสนใจนักหนา ฉันอาจเอาของที่เขาให้ยัยเอยทิ้งถังขยะ ฉันไม่ใช่คนดีนักหรอก แต่ก็ไม่เคยใช้กำลังแย่งผู้ชาย มันดูไร้ค่า

และถ้าพูดกันตามตรง ต่อให้ฉันชอบครามมากแค่ไหน ถ้าเขาไม่ใยดีฉัน สุดท้ายแล้วฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

“อ๋อเหรอ” ฉันทวนถามอย่างไม่เกรงกลัว แหงล่ะ ทั้งครามและแดนฮอตอย่างกับไฟ ผู้หญิงตั้งตนเป็นแฟนคลับกันเป็นโขยง

เรื่องที่ฉันชอบครามแทบจะไม่มีคนรู้ เช่นเดียวกับเรื่องที่แดนเป็นเพื่อนฉัน

เวลาฉันพูดคุยหรือสุงสิงกับแดน คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเรากำลังคบหาดูใจกันมากกว่า คงเพราะแดนชอบถึงเนื้อถึงตัวด้วย เขาเป็นลูกครึ่งอังกฤษ การสกินชิพเป็นเรื่องปกติมากๆ แม้บางครั้งฉันจะไม่ชินก็เถอะ

“แก...”

พลั่ก!!

“โอ๊ะ โทษที... มองไม่เห็น”

เสี้ยววินาทีที่ยัยนั่นง้างมือขึ้นกลางอากาศ ร่างทั้งร่างก็เซถลาไปตามแรงชนของใครสักคน คอเสื้อฉันถูกปล่อยให้เป็นอิสระทันที แต่ฉันแทบไม่ได้สนใจมันเพราะมีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น

เจ้าของประโยคคือผู้หญิงผิวขาวอมชมพู หุ่นดีมาก น่าจะสูงพอๆ กับฉันแต่มีความเป็นนางพญาและร้ายกาจไม่น้อย ดูจากการประจันหน้ากับยัยพวกนั้นอย่างไม่เกรงกลัว

...ลูกพลัม

“ยัยพลัม! สาบานสิว่ามองไม่เห็น นี่มันจงใจชัดๆ!” ยัยผมยาวแผดเสียงไม่พอใจ อืม ลูกพลัมและยัยพวกนั้นเรียนเซกชันเดียวกันนี่น่ะ

“ยอมรับก็ได้ว่าจงใจ พอดีไม่ชอบพวกหมาหมู่” 

'ลูกพลัมคนจริง' ฉันเคยได้ยินฉายานี้จากใครสักคน เธอเป็นผู้หญิงน่ากลัว ไม่ค่อยมีใครกล้าหือ ส่วนหนึ่งคงเพราะเธอเป็นแฟนของแอลด้วยมั้ง

“นี่เธอมาเพื่อช่วยยัยนั่นเหรอ?” อีกฝ่ายถาม

“อือๆ ทำไมอ่ะ หรืออยากมีปัญหา มาเคลียร์กันได้”

ลูกพลัมย่างสามขุมเข้าใกล้ยัยพวกนั้นด้วยสีหน้าและแววตาที่ทำเอาคนได้รับเหงื่อท่วม

“ฝากไว้ก่อนเถอะ!” เป็นอย่างที่คาดคิด ยัยพวกนั้นกระทืบเท้าจากไปอย่างห้ามไม่ได้ คงไม่อยากมีปัญหากับลูกพลัม เพราะถ้าเรื่องถึงหูแอลขึ้นมาคงจบไม่สวยแน่ๆ

แฟนลูกพลัมเป็นคนเลือดร้อน นักเลงพอตัว ที่สำคัญ... เขาเป็นเพื่อนสนิทคราม

“ทำไมไม่สู้อ่ะ” เมื่อตรงนี้กลับมาเงียบสงบแล้ว ลูกพลัมก็หันมาถามฉัน เธอสำรวจฉันตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าด้วยสายตาเป็นปกติ “อืม แต่ก็ดีแล้วที่ไม่ตอบโต้อะไรมาก มีเรื่องในมอคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่เนอะ”

“นั่นสิ” ลึกๆ แล้วฉันคิดแบบนั้นจึงตอบไป ลูกพลัมเดินเข้ามาใกล้และก้มเก็บกระดุมเสื้อที่ยัยบ้านั่นทำขาด

จริงสิ กระดุมเสื้อฉันขาดไปเม็ดหนึ่ง เข็มกลัดเกี่ยวกระดุมก็ไม่รู้ว่ากระเด็นไปอยู่ตรงไหน ตอนนี้ฉันเลยต้องยกมือขยุ้มเสื้อเอาไว้ ทางเดียวคือต้องหาอะไรเย็บไว้ชั่วคราว

หมับ!

ฉันเงยหน้าขึ้นเมื่อลูกพลัมคว้าข้อมืออีกข้างของฉัน จ้ำเท้าตรงไปที่ไหนสักที่ เดี๋ยวสิ...

“แอลมีเข็มกลัด เดี๋ยวฉันพาไป” ลูกพลัมให้เหตุผลเมื่อเห็นฉันชะงักด้วยความตกใจระคนสงสัย

แอลเหรอ... หมายความว่าฉันต้องเจอครามอีกแล้วใช่ไหม

“ไม่เป็นไร นิดเดียว” ฉันรีบปฏิเสธทันทีพลางยื้อตัวเองเอาไว้ มือข้างเดิมยังขยุ้มคอเสื้อเช่นเคย ลูกพลัมหันหน้ากลับมา เธอหลุบตามองคอเสื้อนิดหน่อยก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมา

“นิดเดียวตรงไหน จะเห็นนมอยู่แล้ว”

น้ำเสียงของเธอเหมือนกำลังตำหนิฉันกรายๆ แต่ฉันกลับไม่รู้สึกหงุดหงิด

ความจริงลูกพลัมอายุน้อยกว่าฉันหนึ่งปี แต่เธอเข้าเรียนก่อนอายุน่ะ ตอนปีหนึ่งเราเรียนเซกชันเดียวกัน ได้คุยกันบ้างตามประสา

พอขึ้นปีสองยันปีสาม เพราะอยู่คนละเซกชันจึงไม่ได้คุยกันเหมือนเมื่อก่อน

ทว่าเวลาเจอหน้าเธอก็ทักทายตลอด จริงๆ แล้วลูกพลัมก็เป็นคนน่ารัก

“...” ฉันเงียบและปล่อยให้ลูกพลัมลากไปตามแรง

เอาเถอะ...

 




“เพื่อนน้องเอยไม่ใช่เหรอ”

เสียงทักทายแรกเป็นของแอล... ผู้ชายมาดนักเลงผมสีแดงแฟนของลูกพลัม เขานั่งเอาขาพาดโต๊ะ ปากคาบอมยิ้ม ดูไม่แคร์สื่อ แต่แววตากลับมีเสน่ห์น่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก ลืมบอกไป ลูกพลัมพาฉันมาชมรมเครื่องยนต์ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครเลยนอกจากแอลและ... คราม

แอลเป็นหัวหน้าชมรม เขาใช้อำนาจตรงนั้นคุมพื้นที่ จะมานั่ง มานอนเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีใครกล้าหือ

ส่วนหนึ่งเพราะเขาเป็นพรีเซนเตอร์ประจำคณะ  ต่อให้ภาพลักษณ์ดูแหกคอกแต่ก็เป็นลูกรักอาจารย์หลายท่าน จริงๆ เขาก็ดูอัธยาศัยดีเมื่อเทียบกับเพื่อนของเขาซึ่งตอนนี้สวมหูฟังนอนหลับอยู่บนโซฟาเก่าๆ ตัวหนึ่ง

“สีเพลิงไง เคยเล่าให้ฟัง” ลูกพลัมบอกแอลและจูงมือฉันเข้าไปในด้านใน ระหว่างนั้นแอลก็มองฉันไม่เลิก คล้ายกับกำลังพิจารณาอะไรสักอย่าง

“พอดูใกล้ๆ แล้วสวยดี” 

“พูดแบบนั้นต่อหน้าฉันสงสัยอยากตาย” ลูกพลัมทำเสียงไม่สบอารมณ์ทันทีที่แอลเอ่ยชมฉัน

“ชมเฉยๆ ใครจะไปสวยสู้เธอได้” แอลหันไปทำตาแพรวพราวใส่แฟนตัวเอง มันวาววับราวกับอยากกลืนกินทั้งตัวยังไงยังงั้น เห็นแล้วสยิวแทน...

“อย่ามาทำสายตาแบบนั้นนะ” ลูกพลัมไม่ได้มีท่าทีขวยเขินหรือคล้อยตาม เธอจูงฉันมานั่งบนโซฟาตัวเดียวกับที่ครามนอนอยู่ แรงยุบจากการนั่งทำให้ครามขยับตัว เขาค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน ฉันพยายามไม่มองหน้าเขา แต่ก็อดไม่ได้...

“...” ครามเห็นฉันเป็นสิ่งแรกเมื่อเขาลืมตาขึ้น ใบหน้ามีความสงสัยแบบเจือจาง

“แอล เข็มกลัดอยู่ไหน” ลูกพลัมพูดขึ้น ฉันเห็นเธอเดินไปคุ้ยกระเป๋าVansสีดำบนโต๊ะไม่ไกล น่าจะเป็นกระเป๋าของแอลนั่นแหละ

ฉันสูดลมหายใจเข้าปอด ไม่คุ้นชินกับบรรยากาศที่นี่ไม่พอ ยังรู้สึกแปลกทุกครั้งเมื่อเห็นหน้าครามอีก ฉันไม่ได้มองหน้าเขาแล้ว แต่มันรู้สึกได้ว่ากำลังถูกสายตาคู่หนึ่งจดจ้องอยู่

“อยู่ในใจฉัน...” คำตอบของแอลทำให้ลูกพลัมหันขวับกลับไปมองอย่างเอาเรื่อง แอลชะงักเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์อยู่ดี

ทำไมเขาสองคนต้องมาหวานกันต่อหน้าฉันด้วยนะ

แล้วก็นะ... สายตาคู่นั้นที่ฉันพยายามไม่มอง ฉันยังรู้สึกได้เลยว่ามันไม่เคลื่อนไปไหน บ้าชะมัด

 บรรยากาศแปลกๆ แฮะ ไม่ชอบเลย...

“ตลกเหรอ” ลูกพลัมเหมือนอกจะแตกตาย “เข็มกลัดอยู่ไหน!”

“เอาไปทำอะไรวะ” แอลเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ฉันว่าสักพักลูกพลัมต้องตบหมอนั่นหงายแน่ๆ เธอเป็นพวกความอดทนต่ำ ใจร้อนพอๆ กันเลย

“ลูกพลัมจะเอามาติดเสื้อให้ฉัน” ฉันตอบให้ขณะขยุ้มมือกับคอเสื้อ จังหวะนั้นแอลเลื่อนสายตามาทางนี้ เขาหลุบตามองจุดที่มือฉันขยุ้มเอาไว้ก่อนจะพยักหน้ารับรู้

“เข็มกลัดติดกระดุมหายนี่เอง เฮ้ย ไอ้คราม เอาใจเพื่อนน้องเอยหน่อยดิ”

ฉันกัดริมฝีปากตัวเองทันทีที่แอลเอ่ยชื่อผู้ชายข้างๆ เขายังนอนอยู่ท่าเดิม แทบจะไม่ขยับตัวเลยด้วยซ้ำ

“เกี่ยวไร?” เสียงทุ้มต่ำของครามดังขึ้นอย่างเฉยชา เขาดูไม่แยแสจริงๆ ผิดไปจากวันนั้นเลย วันที่เขาขับรถมาช่วยฉันจากไอ้ขี้เมา พาฉันไปส่งที่หอ

“เข้าทางเพื่อนไงมึง” แอลอธิบาย แน่นอนว่ามันทำให้ฉันเสียดวูบที่อกจริงๆ

“แอล! หุบปาก” ลูกพลัมขึ้นเสียง จริงสินะ... นอกจากยัยเอย ลูกพลัมก็รู้ว่าฉันคิดยังไงกับคราม “สีเพลิง รออยู่นี้แป๊บหนึ่งได้เปล่า เดี๋ยวฉันไปขอเพื่อนให้”

“เดี๋ยวสิ...” ฉันกำลังจะห้ามเพราะเกรงใจ แต่ลูกพลัมเดินออกไปแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังลากแอลออกไปด้วยเหมือนจงใจปล่อยให้ฉันอยู่ในนี้กับครามเพียงลำพัง นี่มันตลกร้ายอะไรกัน!

หลังจากนั้นในนี้ก็กลับมาเงียบสงัดประหนึ่งว่าไม่มีใครอาศัยอยู่ ฉันไม่พูด ครามไม่พูด เราต่างก็ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน สุดท้ายมันก็กลายเป็นคนอึดอัดในแบบที่ฉันเกลียด

ทว่า

สวบ...

การขยับเขยื้อนของร่างสูงทำให้ฉันสะดุ้ง ตอนแรกคิดว่าครามจะเดินออกไปเพราะไม่อยากอยู่ใกล้ฉัน ทว่าไม่ใช่แบบนั้น

เขาคว้าต้นแขนฉันไว้ เลิกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยเหมือนอยากดูอะไร

“เลือด”

เสียงทุ้มติดห้วนทำให้ฉันยอมหันกลับไป เขากำลังมองบาดแผลที่ฉันได้รับในวันศุกร์ มันยังไม่หายดีและถูกยัยผมยาวนั่นบีบจนแผลปริแตกอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เห็นแล้วว่าเลือดออก แต่ไม่อยากใส่ใจเท่าไหร่

“ทำไม” ฉันถามเขา พยายามควบคุมไม่ให้เนื้อตัวสั่น แต่เพราะปลายนิ้วร้อนผ่าวของเขาสัมผัสเหนือบาดแผลอยู่ในขณะนี้ ทุกอย่างเลยดูยากเย็นไปหมด... ยากแม้กระทั่งควบคุมลมหายใจของตัวเองไม่สั่นพร่าตามร่างกาย

ครามช้อนตาขึ้นมา มันมีความเย็นชาทว่าดุดันตามแบบฉบับเขา สักพักหนึ่งนัยน์ตาคมกล้าก็หลุบต่ำอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้เขามองจุดที่ฝ่ามือฉันขยุ้มไว้

หัวใจฉันเต้นตึกตัก...

“อวดดี สุดท้ายก็โดนดี” เสียงของเขาเหมือนเป็นเสียงคำราม แต่ไม่ได้แข็งกร้าวนัก

อวดดีเหรอ...ก็จริงอย่างที่เขาพูด

แต่คนที่หาเรื่องฉันก่อนคือพวกนั้น ฉันแทบไม่ได้ตอบโต้ด้วยซ้ำ

ยอมรับนะว่าตอนนี้คุกรุ่นพอสมควร แต่ก็ทำได้แค่สกัดกลั้นมันเอาไว้

“จะอวดดีมันก็เรื่องของฉัน” ฉันขยุ้มมือกับเสื้อมากขึ้น รู้สึกได้เลยว่าสายตาของเขาอันตราย “ปล่อยแขนฉันได้ยัง”

“ชอบฉันไม่ใช่?”

“...” ลมหายใจฉันขาดห้วงไปเลย ไม่รู้ว่าครามกำลังคิดอะไร แต่ทันทีที่เขาตั้งคำถาม... ฉันรู้สึกเหมือนว่าลำคอมันตีบตันแทบจะกลายเป็นใบ้ เขาบีบต้นแขนฉันแน่นขึ้น แม้ไม่ได้รุนแรงจนรู้สึกเจ็บ ทว่าก็มากพอจะทำให้ฉันขยับเข้าไปใกล้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รู้ตัวอีกที... ฉันก็แทบจะนั่งบนต้นขาหนั่นแน่นแล้ว “จะ... จะทำอะไร”

เสียงกระท่อนกระแท่นขนาดนี้...ฉันก็เพิ่งจะรู้ตัว

“คลั่งฉันมากไม่ใช่เหรอ” ครามไม่สนท่าทางลนลานของฉันแม้แต่นิด เขาเอียงคอเล็กน้อย แววตาคมกริบคู่นั้นเหมือนจะค่อยๆ แหวกอกฉันเพื่อดูที่มาของเสียงตึกตัก “ดีใจที่ฉันทำดีด้วยก็บอกมา อย่ากลบเกลื่อน”

ปึก!

ฉันใช้กำปั้นทุบเขาทันที

ไม่ชอบที่เขาอ่านมันออก...

ไม่ชอบที่เขาเอามันมาล้อประหนึ่งว่าเป็นเรื่องสนุกสนาน...

ฉันไม่ชอบที่เขาทำแบบนี้ทั้งๆ ที่แสดงออกชัดเจนว่าชอบยัยเอย

ก็อยากจะดีใจอยู่หรอกที่เขามองเห็นฉัน แต่ถ้าทำเพื่ออยากเข้าหายัยนั่น หรือเหตุผลบ้าบอคอแตกอะไรก็แล้วแต่ ฉันว่าขอแอบดูอยู่ห่างๆ ยังจะดีกว่า!

“จะดีใจหรือรู้สึกแบบไหนมันก็เรื่องของฉัน อ๊ะ” ฉันพยายามผลักเขาออก แต่คราวนี้ครามเปลี่ยนมารั้งเอวฉันไว้ด้วยท่อนแขนหนา แรงรั้งของเขาส่งผลให้ฉันถลาเข้าไปใกล้และนั่งคร่อมทับตักเขาในที่สุด “คราม!”

ปกติฉันคงตอบกลับแบบร้ายๆ และเยือกเย็น แต่ครั้งนี้เขาโอบกอดฉัน รั้งให้เบียดชิดกับแผงอกหนากระทั่งหมดช่องว่างระหว่างกัน... และนั่นทำให้ฉันต้องแผดเสียงใส่อย่างหมดความอดทน

ไม่เข้าใจเลย เขาทำแบบนี้ทำไม

เคยบอกว่าไม่ชอบขี้หน้ากัน แววตาของเขามันบอกว่าเกลียดฉัน แล้วทำไมชอบทำให้ฉันสับสนอยู่เรื่อย

ตึก...

และในตอนนั้นเอง

“อือ...”

หูฉันได้ยินเสียงเหมือนมีใครเดินมา ต้นตอของเสียงดังมาจากด้านหลัง ฉันทำท่าจะหันกลับไปมอง แต่ครามกลับตรึงท้ายทอยฉันและเป็นฝ่ายกดริมฝีปากลงมาซะก่อน!

ฉันรีบจิกเล็บกับโซฟาเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงเสียดสีจากริมฝีปากที่หนักหน่วงตั้งแต่แรกเริ่ม

ฉันเกร็งริมฝีปากเอาไว้เพราะไม่ชิน หัวสมองพร่าเบลอ ตั้งคำถามเป็นสิบยี่สิบคำถามระหว่างถูกเขาจู่โจม แต่ฉันก็ไม่สามารถหาคำตอบได้อยู่ดี เพราะตอนนี้ครามทำให้ฉันหมดแรงเพียงเพราะถูกเขาจูบ มันเป็นจูบที่เหมือนจะธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาเลยสักนิด

สัตย์จริง แม้กระทั่งตอนนี้ ฉันก็ยังรับรู้ได้ถึงสายตาของใครคนหนึ่ง เหมือนมีคนยืนมองเราสองคนจากทางเข้า เสียงฝีเท้าเมื่อครู่นี้น่ะ... ใช่คนเดียวกันไหม

เสี้ยววินาทีหนึ่งที่ฉันพยายามปรือตาขึ้น ฉันเห็นครามลืมตาอยู่ เขามองเลยหัวไหล่ฉันไปด้านหลังคล้ายกำลังจดจ้องใครบางคนที่ฉันไม่สามารถหันกลับไปมองได้

ใคร...

ปึก

ต่อให้เรี่ยวแรงเหลือน้อย แต่ฉันก็พยายามผลักเขาออก หากทว่าครามโต้ตอบกลับมาด้วยการเอียงองศาใบหน้าเพื่อเริ่มแรงบดจูบจนริมฝีปากแสบร้อน ปลายลิ้นหยาบเกลี่ยบนริมฝีปากล่าง... เขาทำท่าจะกรีดปลายลิ้นตามรอยแยก ทว่ากลับชะงักและเป็นฝ่ายผละออกไปซะเอง

ฉันนั่งมึนงงเพียงชั่วครู่ก็รีบดันตัวเองออกมาอย่างโกรธเคือง 

เหมือนถูกเขาเอาคืนยังไงก็ไม่รู้

วันนั้นฉันจูบเขาเพราะเขาเกลียดฉัน แต่วันนี้เขาจูบฉันเพราะฉันชอบเขา ไม่แน่ใจว่าเขากำลังเยาะเย้ยใครหรือเปล่า หรือเพียงแค่หาเรื่องกลั่นแกล้ง

เมื่อครู่นี้ฉันหันกลับไปด้านหลังด้วย แต่กลับไม่พบใครเลย เสียงฝีเท้านั่นน่ะ หูฝาดเหรอ... 

“...” ตัั้งคำถามอยู่ไม่นานฉันก็ลุกขึ้นยืนเพื่อจ้องหน้าเขา ครามมีสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน เขาเลิกคิ้วอย่างไม่สะทกสะท้าน แถมยังใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากตัวเองสองสามทีราวกับรังเกียจ...

ไม่มีสิ่งไหนที่ฉันเคยขอร้องจากเขา แต่เขาก็หยิบยื่นมาให้ ก่อนขว้างทิ้งอย่างโหดร้าย

มันเคยดี เขาเคยดีและแคร์ฉัน

แต่เพราะ เหตุการณ์ในตอนนั้น เขาถึงเปลี่ยนไป

คงมีแค่ฉันเท่านั้นแหละที่เหมือนเดิม

 




“ปากเพลิงแดงมากเลย ไปโดนอะไรมาเหรอ”

ตอนแรกฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสภาพริมฝีปากตัวเองเป็นยังไงหลังจากโดนครามตะโบมจูบเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน กระทั่งกลับมาถึงหอและถูกยัยเอยถามนั่นล่ะ ฉันจึงรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ เป็นอย่างที่ยัยนั่นพูด... ริมฝีปากฉันแดงเถือกและบวมมาก

ฉันรู้สึกระบม ต่อให้เขาไม่ได้กัดริมฝีปากฉันเหมือนครั้งนั้น แต่ความรู้สึกมันไม่ได้ต่างกันเลย

“...” ฉันถอนหายใจแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ ปรากฏว่ายัยเอยยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้า ความกังวลถูกฉาบอยู่บนใบหน้าหวานๆ ของยัยนั่น ฉันเลยยกมือขยี้เรือนผมนุ่มเบาๆ

“เพลิงไม่ตอบเอย” ยัยเอยเซ้าซี้และเริ่มงอแงที่ฉันไม่ตอบคำถามเธอ เอาจริงๆ ไหม ตอนนี้ฉันรู้สึกหงุดหงิด เวลาโดนคะยั้นคะคอมากๆ จะรำคาญจนอยากด่า แต่ฉันก็ต้องระงับอารมณ์เอาไว้ ไม่อยากพาลเพื่อน มันถามเพราะเป็นห่วง ฉันทำความเข้าใจและส่งยิ้มจางๆ

“ไม่มีไรน่า” 

สิ่งที่ฉันตอบได้มีแค่นั้นจริงๆ





คืนเดียวกัน เวลา 00:09 นาฬิกา

LUKPLUM: เพลิงๆ มะรืนวันเกิดฉันนะ

ME: อ๋อ สุขสันต์วันเกิดนะ

ME: ส่งสติ๊กเกอร์

 

ตอบไลน์ลูกพลัมเสร็จก็ถอนหายใจ...

อย่างที่เคยบอกไปว่าต่อให้เราไม่ได้สนิทสนมอะไรกันนักแต่เธอก็ทักมาคุยด้วยบ่อยๆ หนึ่งในเหตุผลคงเพราะลูกพลัมไม่มีเพื่อนด้วยล่ะมั้ง

ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ต่างก็หมั่นไส้ที่เธอเป็นแฟนแอล บางคนก็เข้าหาเพราะอยากเข้าใกล้แฟนเธอ บ้างก็หาเรื่องใกล้ชิดคราม ไม่มีคนจริงใจสักคน ลูกพลัมเลยไม่คบใคร เธอก็ดูไม่เหงานะ แต่ผู้หญิงน่ะ... อยู่ตัวคนเดียวมันต้องรู้สึกบ้างแหละ

ฉันเองก็เป็นพวกไม่ค่อยสุงสิงกับใครเหมือนกัน แต่ก็อย่างที่บอกว่าตอนปีหนึ่งเราเรียนเซกชันเดียวกัน ลูกพลัมจึงพอรู้นิสัยใจคอฉันในระดับหนึ่ง เรามีหลายอย่างคล้ายกัน...

แต่สำหรับฉัน... ลูกพลัมมีเสน่ห์และน่ารักกว่าเป็นไหนๆ

ตอนนี้ดึกมากแล้ว แต่เพราะมีเรื่องวุ่นวายใจก่อกวนอยู่ตลอดเวลาจึงนอนไม่หลับ สุดท้ายเลยออกมาสูดอากาศตรงริมระเบียงห้อง 

ก่อนหน้านี้ลูกพลัมน่าจะเห็นว่าฉันออนโปรแกรมไลน์อยู่ เธอจึงทักมา และก็อย่างเห็น...

 

LUKPLUM: ที่บอกเนี่ยเพราะอยากให้มาฉลองกัน มาหน่อยๆ

LUKPLUM: ปาร์ตี้วันเกิดฉันมีแค่แอล ครามเอง เพลิงจะชวนเพื่อนมาด้วยก็ได้นะ จะได้ครึกครื้น

 

ฉันเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นว่าปาร์ตี้วันเกิดลูกพลัมมีครามด้วย มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันไม่อยากสนิทกับเธอเท่าไหร่ เพราะที่ไหนมีเธอมักจะมีแอล แน่นอนว่าที่นั่นต้องมีคราม

ไม่อยากเจอเลย กลัวว่าถ้าเห็นหน้าจะทำให้นึกถึงจูบของเขา

ฉันยกมือลูบริมฝีปากตัวเองโดยอัตโนมัติ มันยังบวมไม่หายเลย ตอนได้รับ...ฉันไม่คิดว่ามันรุนแรง แต่เขากลับฝากร่องรอยไว้ดูต่างหน้าขนาดนี้ ตลกชะมัด...

 

ME: อยากไปนะ แต่ว่า...

LUKPLUM: ชวนทุกปีไม่เคยมาเลย น่าน้อยใจ

 

ฉันยังพิมพ์ไม่เสร็จ ลูกพลัมก็ตอบกลับมา คงเพราะฉันใช้เวลาคิดนานไปหน่อย

จริงอย่างที่เธอว่า ลูกพลัมชวนฉันไปงานวันเกิดทุกปี แต่ฉันก็ปฏิเสธทุกครั้ง ตอนปีหนึ่งฉันมีธุระจริงๆ พอปีสองช่วงนั้นฉันป่วย ปีนี้... เธอคบกับแอลที่เป็นเพื่อนคราม ถ้าไปคงต้องเจอเขาแน่ๆ

ปฏิเสธอีกสักครั้งจะเป็นอะไรไหมนะ คงดูใจร้ายเกินไปแน่ๆ 

แต่ความจริง... ฉันก็ใจดำไม่ใช่เหรอ 

ภาพลักษณ์ของฉันมันดูไม่แคร์ใครอยู่แล้ว

นั่นสิ แล้วแคร์ทำไม...




วันถัดมา

สรุปเรื่องเมื่อคืน ฉันอ่านไลน์ลูกพลัมแต่ไม่ตอบ เธอคงรู้แล้วว่าฉันไม่อยากไป และนี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้เธอเลิกคุยกับฉันถาวร

เมื่อวานที่ลูกพลัมพาฉันเข้าไปในชมรมเครื่องยนต์ ฉันรู้ว่าเธอจงใจให้ฉันอยู่กับครามสองคนเพื่อสานสัมพันธ์ คงจะดีกว่าถ้าเราไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก

ไม่ได้อยากทำหรอก แต่มันก็ช่วยไม่ได้

หมับ!

ฉันหลุดจากความคิดเมื่อถูกท่อนแขนแข็งแกร่งคล้องรอบคอด้วยความรวดเร็ว มันพุ่งมาจากด้านหลังจนฉันสะดุ้งด้วยความตกใจ เกือบหลุดเสียงด่าแล้วถ้าไม่หันกลับไปมองก่อนว่าเป็นใคร

แดน!

จริงสินะ นอกจากเขาก็ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้กับฉันอีกแล้ว

“ทำไมชอบโผล่มาแบบนี้นะ” ฉันดุเขาเสียงขุ่นเคือง แต่เจ้าตัวกลับยักไหล่สองครั้งอย่างไม่ใส่ใจ แถมยังไม่ยอมปล่อยท่อนแขนออกจากคอฉันอีกด้วย ตอนนี้ฉันอยู่ในโรงอาหาร... เราสองคนตกเป็นเป้าสายตาทันทีเมื่อเขาถึงเนื้อถึงตัวฉันอย่างสนิทสนม

“ถ้าโผล่มาแบบปกติก็ไม่ใช่ฉันดิ ไง... วันนี้กินไรดี” แดนกวาดสายตาไปรอบๆ “ทำไมคนเยอะจังวะ”

ใช่ วันนี้คนเยอะมากจริงๆ ฉันเดินวนไปวนมาอยู่แถวนี้สองสามรอบก็ไม่รู้ว่าจะต่อแถวซื้อข้าวร้านไหนดีเพราะคนเยอะทุกร้านเลย

“ปล่อย คนมอง” แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้สิ่งที่ฉันควรให้ความสนใจจะไม่ใช่เรื่องอาหารแต่เป็นคนข้างๆ เพราะจนป่านนี้เขาก็ยังคล้องคอฉันไม่ปล่อย รังสีฆ่าฟันจากรอบข้างกำลังทำให้ฉันอึดอัด

“สนไร คนก็ได้แค่มองแหละน่า...”

ไม่รู้ทำไม คำบอกกล่าวของแดนมันให้ความรู้สึกแปลกพิกล ราวกับว่าซ่อนเร้นบางอย่างที่ฉันไม่เข้าใจเอาไว้

รู้สึกไปเองหรือเปล่านะ

 



บทบรรยาย ฟ้าคราม

ผมนั่งอยู่มุมหนึ่งของโรงอาหาร เป็นจุดที่ไม่ค่อยมีใครมาวุ่นวาย แต่ก็เป็นจุดที่ผมสามารถกวาดสายตามองทัศนีภาพโดยรอบได้ รวมถึง...

“มองขนาดนั้นทำไมไม่เข้าไปต่อยมันซะเลยวะ...” เสียงไอ้แอลดังขึ้น มันนั่งอยู่ข้างๆ ผม เคี้ยวข้าวตุ่ยๆ เต็มปาก

ผมมองอะไรอยู่น่ะเหรอ?

ไอ้แดนไง ผมเห็นมันโอบคอสีเพลิงอย่างสนิทสนม สายตาหลายสิบคู่กำลังให้ความสนใจพวกนั้นพร้อมเสียงซุบซิบนินทา ดูก็รู้ว่าไอ้เวรนั่นจงใจสร้างกระแส คงอยากป่าวประกาศจนตัวสั่นว่ายัยนั่นเป็นของมัน

จะอ้วก


......

อัพจ้า เรื่องนี้ดำเนินเรื่องเรื่อยๆ มากเลยยยย 55555+
ขอเม้นต์หน่อยน้าา อยากอ่านฟีดแบกๆๆ

ใครอยากอ่านเรื่องของแอลและลูกพลัม คลิ๊กเลยจ้า
เมย์อัพต่อจากคุณครามสีเพลิงนะ ไปแอดเเฟนรอกันน
คลิ๊ก


 
ติดเเท็ก #เพลิงคราม สำหรับคนเล่นทวิตเตอร์






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

12,799 ความคิดเห็น

  1. #12783 myloveisV (@mymine0701) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:06
    หึงก็ว่าหึงหน่อย ทำเปนจะอ้วกนะจ้ะ55555
    #12783
    0
  2. #12762 150221 (@150221) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 12:56
    ครามโกรธไรเพลิงคะไรท์
    #12762
    0
  3. #12747 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 00:31
    หวงหรอๆๆๆๆ
    #12747
    0
  4. #12214 Oomlet (@hime339) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 17:32
    อาหารเป็นพิษกระทันหันเลยดิ
    #12214
    0
  5. #12169 -kitten (@-kitkat) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 12:30
    จะองจะอ้วกแพ้ท้องหรอคราม5555555
    #12169
    0
  6. #12155 gummyworm (@gummyworm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 10:25
    จะอ้วกหรือแอบหวงเนี่ย
    #12155
    0
  7. #12153 gummyworm (@gummyworm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 10:15
    ครามแบดเว่อ ชอบบ
    #12153
    0
  8. #11256 Janny_seeza (@Janny_seeza) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 15:13
    มีเรื่องก่อนหน้าเพลิงครามไหมคะ แบบว่าเพลิงครามเป็นเรื่องต่อเรื่องอื่นอะไร เหมือนว่าเมื่อก่อนความสัมพันระหว่างสีเพลิงกับฟ้าครามต้องมีอะไรแน่ๆ มันตะขิดตะขวงใจยังไงไม่รู้ 555
    #11256
    0
  9. #11085 มิรามารินทร์ (@Miramarin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 14:58
    จะอ้วก! หรือ จะหึง เอาดีๆ555
    #11085
    0
  10. #10771 เจ้าลูกเจี๊ยบ (@suchawadee_56) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 01:28
    ครามแบบแค่ไม่ชอบหน้าแดนอย่างเดียวหรอ ไม่ใช่หึงสีเพลิงนะ
    #10771
    0
  11. #10768 ⓒЯAẕY DO_G (@sayerena_68) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 00:55
    ถ้าครามคบกับเพลิงคงดูเป็นแก็งที่โคตรแม่งน่ากลัว 555555555 แต่ละคน เพลิงคราวพลัมแอล
    #10768
    0
  12. #10141 chatkanok-fon (@chatkanok-fon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 15:00
    โอ้ย เฮียเปนไร ท้องเหรอ เฮียไม่รู้สึกไรจริงดิ ฮี่ๆ
    #10141
    0
  13. #10134 anglebeebee (@anglebeebee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 12:55
    แฟนเก่าแน่นอน
    #10134
    0
  14. #9206 Dew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 03:13
    ชอบความเรื่อยๆ
    #9206
    0
  15. #8970 Iglues_M (@mieexol) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 02:33
    หึงก็บอก
    #8970
    0
  16. #7407 TangMo Patchareewan (@watermalon240438) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 00:50
    น่าร๊ากกกกกก อัพเย่อะ ๆ นะ ไม่งั้นดักตี 555555
    #7407
    0
  17. #7337 viskybottles. (@viskybottles) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 12:52
    ตามหานิยายแนวนี้มานานแล้ว อย่าทิ้งกันน้าแอดดดดดดดด
    #7337
    0
  18. #7217 SiripanPoosiri (@SiripanPoosiri) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 07:09
    ตอนครามจูบเพลิง แดนเห็นแน่เลย แล้วครามยิ่งทำใส่ เดาๆ
    #7217
    0
  19. #5702 Nattaya0411 (@Nattaya0411) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 09:21
    เพลิงหึงรึป่าวเนี่ยทำเป็นชอบเอยเพื่อจะอยู่ใกล้เพลิงปะเนี่ย
    #5702
    0
  20. #1924 tttto (@beauty-girl) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 01:34
    แน่ใจไม่ใช่เนี่ยว่าชอบเอย 55555555
    #1924
    0
  21. #1187 pinnkuu (@pinnkuu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 09:35
    มันต้องมีอะไรแน่ๆ หึหึ
    #1187
    0
  22. #1147 Bluethillip (@pavina) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 16:39
    เหมือนมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่าง รู้สึกผูกพัน แต่ทำไมตอนนี้ครามดูเกลียดเพลีง แต่เพลีงก็ยังรักความ ครามใช้จุดอ่อนของเพลียมาล้อเล่นได้ไง ไม่รักก็ไม่เองเยียบย่ำสิ นิสัยไม่ดี
    #1147
    0
  23. #957 katuannn (@katuannn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 22:18
    โคตรอยากได้เล่ม
    #957
    0
  24. #956 อัยย์จันทร์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 22:01
    หึงชัดๆ 555555
    #956
    0
  25. #955 CresCenTia (@smile1999) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 21:45
    ยังไงกันคะ แหน่ๆๆๆ
    #955
    0