ตอนที่ 8 : #เงินบัวนิล Secret :: ความลับข้อที่ 08 [อัปครบ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51695
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5499 ครั้ง
    27 พ.ค. 61


ความลับข้อที่ 'เเปด'


“...” 

ฉันเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นสเตตัสง่ายๆ แต่สื่อความหมายอย่างตรงตัวจากเฟซของผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันค่อนข้างจะมั่นใจว่าเป็นใคร

พี่ทราย...เธออยู่กับพี่เงินสินะ

เหตุผลที่พี่เงินหายไปไม่ยอมกลับมา แท้ที่จริงแล้วแค่กำลังมีความสุขกับแฟนอยู่นี่เอง

แค่บอกฉันสักนิดมันยากหรือไง ไม่เข้าใจเลย

ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจะไม่สนใจและดูการ์ตูนต่อ แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันกดเข้าไปในเฟซบุ๊กของพี่ทราย มันมีความรู้สึกว่าอยากจะส่อง...

ซึ่งทันทีที่เข้าไปในหน้าเฟซของเธอ ฉันก็เห็นว่าสเตตัสส่วนใหญ่ของเธอมักจะแท็กพี่เงินไว้ด้วย แต่ไม่มีอันไหนเลยที่พี่เงินจะกดไลค์หรือคอมเมนต์ตอบกลับ

พี่เงินเฉยชากับพี่ทรายเหมือนไม่ใช่แฟนกัน ในขณะที่พี่ทราย...ถ้ามองจากตรงนี้แล้วล่ะก็ รู้สึกได้เลยว่าเธอรักพี่เงินมากแค่ไหน

ครืด

ระหว่างที่นั่งสไลด์จอโทรศัพท์อยู่นั้น เมสเซนเจอร์จากพี่สิบก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง และฉันถึงกับยิ้มออกเมื่อเห็นว่าสิ่งที่พี่สิบส่งมาให้ดูคืออะไร

Syb :: เหมือนเราเลย

พี่สิบส่งรูปลูกหมาพันธุ์ชิวาว่าสีน้ำตาลอ่อนมาให้ดู และใช่ ที่บอกว่าเหมือนฉันก็คงเป็นรูปน้องหมาตัวน้อยที่เขาส่งมานั่นแหละ

Me :: นี่ชมหรือด่านิลคะเนี่ย

Syb :: หมาน่ารัก

พี่สิบตอบกลับมาอีกครั้ง และเชื่อเถอะว่าฉันตีความไปเองแล้วว่านั่นคือคำชม

ช่วงนี้พี่สิบขยันทำให้ใจสั่นจังเลยนะ

เขินแล้ว...

 

คืนนั้น

คืนนี้เป็นอีกคืนที่ฉันหิวจนต้องลงมาหาอะไรกินที่ห้องครัว แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าชั้นล่างของบ้านที่ฉันมักจะเปิดไฟไว้ไม่ให้มันน่ากลัวจนเกินไป ตอนนี้กลับมืดสลัว...ราวกับว่ามีใครสักคนกดปิดสวิชต์ไฟ

ในขณะที่ความสงสัยโจมตี ฉันก็กวาดสายตาไปรอบๆ ตามสัญชาตญาณ...ตอนนั้นถึงได้เห็นว่าประตูกระจกตรงระเบียงที่ติดกับห้องรับแขกถูกเปิดเอาไว้จนแสงไฟด้านนอกแซมเข้ามาเพียงเล็กน้อย

ฉันเห็นกลุ่มควันบางเบาลอยเข้ามาผ่านช่องว่างของประตู ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่านั่นคือควันบุหรี่ ส่วนหนึ่งคงเพราะฉันได้กลิ่นด้วย

อาจจะเป็นพ่อ

ฉันคาดเดาไว้แค่นั้นแล้วตั้งใจจะเดินเข้าไปหา แต่ทันทีที่เห็นเห็นการแต่งตัว ท่ายืน ส่วนสูง และแผ่นหลังกว้างๆ ของเขา...ความคิดที่ว่าเป็นพ่อก็หายไป

พี่เงิน...

เขากลับมาแล้ว

หัวใจฉันเต้นแรงมาก มากจนตัวเองยังตั้งคำถามว่าอาการแบบนี้เป็นเพราะความตื่นเต้น ดีใจ หรือจริงๆ แล้วฉันแค่กำลังโกรธที่เขาหายไปหลายวันโดยไม่บอกไม่กล่าว

สวบ...

หลังจากมองแผ่นหลังกว้างที่ยังคงจำได้ดีว่าอบอุ่นแค่ไหนพักหนึ่ง ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่าจะกลับเข้าห้องเงียบๆ โดยไม่ให้เขาได้ยินหรือรู้ตัว

จริงๆ มันก็ดีใจแหละที่เขากลับมา แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองควรโกรธกับสิ่งที่เขาทำมากกว่า แต่เพราะระวังจนเกินไป ทำให้ฉันประหม่าจนชนกับขอบโซฟาจนได้

แน่นอนว่าเสียงที่เกิดขึ้นทำให้พี่เงินซึ่งหันหลังให้ในตอนเเรกต้องหันกลับมา ตอนนั้นเอง...ที่เราสบตากันท่ามกลางแสงไฟสลัวๆ จากด้านนอก

ฉันเหมือนจะหยุดหายใจในครั้งที่เห็นว่าดวงตาคู่นั้นสงบนิ่งมากกว่าที่เคยเป็น แถมใบหน้าหล่อๆ ที่เคยขาวใสยังเต็มไปด้วยรอยแผลคล้ายว่าถูกทำร้ายมา...

บาดแผลพวกนั้นทำให้พี่เงินดูเป็นผู้ชายเลวๆ แบดๆ ในแบบที่ฉันเคยเห็นในทีวี แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความเป็นห่วงที่ผุดขึ้นมาอย่างฉับพลัน

แต่ฉันยังยืนอยู่ที่เดิม มองหน้าเขาอย่างมีคำถาม

“...” พี่เงินบี้บุหรี่กับระเบียงจนเปลวไฟสีแดงมอดดับไปต่อหน้าต่อตาฉัน ควันสีขุ่นเล็ดลอดผ่านริมฝีปากหยักลึกนิดหน่อย...ฉันรอฟังว่าเขาจะพูดหรืออธิบายอะไรไหม แต่เปล่าเลย เขาเงียบ

เอาแต่เงียบ

“...” ฉันเลยเงียบตามไปด้วย จนท้ายที่สุดก็หมุนตัวแล้วเดินเข้าครัวไปเปิดไฟ ดื่มนมสักแก้วแล้วเข้านอนดีกว่า อย่างน้อยก็มีอะไรท้อง

หมับ...

แต่เคลื่อนไหวเพียงนิดเดียว หัวไหล่ก็ถูกคว้าเอาไว้ด้วยฝ่ามือหนา เรี่ยวแรงที่ต่างกันทำให้ฉันต้องหันกลับไปอย่างช่วยไม่ได้ และฉันต้องเบิกตาโพลงเมื่อพี่เงินใช้พละกำลังมหาศาลในการยกฉันขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์ครัว  เพียงเสี้ยววินาทีฝ่ามือทั้งสองก็ค้ำไว้กับเคาน์เตอร์โดยมีฉันนั่งอยู่กึ่งกลาง

ทั้งๆ ที่ฉันนั่งอยู่บนเคาน์เตอร์ ในขณะพี่เงินยืนอยู่ แต่ใบหน้าหล่อเหลากลับอยู่สูงกว่าฉัน ทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อจ้องมองเขา

และด้วยความที่ระยะห่างมีแค่นิดเดียว ทำให้ฉันเห็นบาดแผลบนใบหน้าเขาชัดๆ

อยากจะถามนะว่าไปทำอะไรมา เป็นห่วงจนจะบ้าตายอยู่แล้ว แต่เขาคงไม่เข้าใจหรอก...ในเมื่อหายไปไม่เป็นห่วงความรู้สึกกันเลย

โทรไปก็ไม่รับ ข้อความกี่สิบข้อความก็ไม่เคยอ่าน

แล้วอยู่ๆ ก็กลับมา...

“ปล่อยนิลนะ” ตอนแรกว่าจะเงียบต่อไปนานๆ แต่เพราะพี่เงินเอาแต่ขังฉันไว้ไม่ยอมปล่อย ทำให้ฉันต้องใช้เสียงเป็นตัวช่วย “ไปเลยนะ นิลอยากอยู่คนเดียว ไม่ต้องมายุ่ง”

“ไม่ไปแล้วครับ” พี่เงินคว้ามือของฉันข้างที่กำลังจะผลักเขาไว้ ออกแรงบีบเบาๆ เหมือนอยากให้ฉันมั่นใจว่าเขาจะทำตามที่ปากพูดแน่ “อย่าไล่พี่”

“นิลอยู่คนเดียวมาได้ตั้งหลายวัน รู้แล้วว่าถ้าไม่มีพี่เงิน นิลก็อยู่ได้ ไม่ตายด้วยค่ะ”

“...”

“พี่สิบมารับนิล แถมยังขับรถมาส่งนิลที่บ้าน นิลมีพี่สิบแล้ว!”  

“มีพี่คนเดียวไม่ได้เหรอครับ” ฉันเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของพี่เงินในวูบหนึ่ง ชัดเจนเลยว่าเขากำลังไม่พอใจ หรือบางที...อาจจะโกรธมากเลยก็ได้ สังเกตจากแรงบีบมือฉันที่แนบแน่นขึ้นกว่าเดิม

“นิลมีพี่เงินคนเดียว แต่พี่ทิ้งนิลเองไม่ใช่เหรอ ตอนนี้นิลไม่รักพี่เงินแล้วค่ะ” ฉันทำท่าจะดึงมือกลับมา แต่พี่เงินไม่ยอม ซ้ำร้ายกว่านั้นยังใช้ฝ่ามืออีกข้างล็อกเอวฉันไว้ “พี่เงินน่ะ จะไปไหนก็ไปเลย นิลไม่อยากมีพี่เลี้ยงแล้ว”

ฉันว่าอย่างเอาแต่ใจ ทว่าในความเอาแต่ใจก็แฝงไปด้วยความโกรธ ความหงุดหงิด รวมถึงความน้อยเนื้อต่ำใจที่เขาหายไปโดยไม่บอกกันสักคำด้วย

“...” พี่เงินมองหน้าฉัน

“นิลว่านิลไม่จำเป็นต้องมีพี่เลี้ยงก็ได้ค่ะ พี่เงินเองก็จะได้มีเวลาอยู่กับแฟนให้มากขึ้นด้วย” พอพูดถึงเรื่องนี้ ไม่รู้ทำไม...ฉันถึงเสียใจและโกรธเขาหนักกว่าที่เคยเป็น

มันเหมือนว่าพี่เงินให้ความสำคัญกับเธอ จนลืมไปว่ายังมีฉันที่รออยู่

ฉันแอบอิจฉาพี่ทรายนิดๆ ในตอนแรก

แต่พอลองคิดดีๆ ฉันว่าตัวเองอิจฉาจนถึงขั้นตาร้อนเลยล่ะมั้ง

นิสัยไม่ดีเลยบัวนิล

“แต่พี่ยังอยากเป็น” พี่เงินไม่ได้พูดถึงพี่ทราย เขาเอาแต่จ้องหน้าฉัน พูดถึงแต่สิ่งที่ฉันเป็นคนเปิดประเด็น “เพราะงั้นพี่ถึงกลับมา”

“นึกอยากจะไปก็ไป นึกอยากจะมาก็มา นิลควรรู้สึกยังไงเหรอคะ” ฉันถามอย่างต้องการคำตอบ รู้อยู่แล้วว่าพี่เงินมีความลับต่อกันและคงไม่บอกง่ายๆ แต่ฉันก็ยังถาม...อย่างน้อยๆ ถ้าฉันมีความสำคัญต่อเขาบ้าง แค่บอกกันสักเรื่องคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร “อีกอย่าง พี่เงินไม่ต้องมาหงุดหงิดที่นิลสนิทกับพี่สิบเลยนะ เพราะตอนที่พี่เงินหายไป พี่สิบเติมเต็มส่วนที่นิลต้องการได้อย่างดี”

“...”

“แล้วตอนนี้นิลก็เริ่มรู้สึกชอบพี่สิบขึ้นมาแล้วด้วย”

อันที่จริงฉันก็ไม่มั่นใจหรอกว่าอาการหวั่นไหวเวลาคุยกับพี่สิบมันใช่ความชอบหรือเปล่า แต่เพราะอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ฉันจึงคิดว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นไปได้ค่อนข้างสูง

สวบ

ฉันชะงักและแทบจะลืมหายใจเมื่อพี่เงินขยับเข้ามาใกล้จนเข้ามาอยู่ระหว่างเรียวขาทั้งสองข้างของฉัน ทำให้ไอร้อนจากเรือนกายส่วนหน้าแผ่มาถึงตัวฉันอย่างช่วยไม่ได้

ตอนนั้น...พี่เงินกระซิบข้างหูกัน

“พี่อยู่นี่ทั้งคน อย่าไปชอบใคร”

 

บทบรรยาย :: เงิน

พอเธอพูดถึงเด็กผู้ชายคนนั้น...ยอมรับตามตรงว่าผมโกรธ

โกรธมาก

ถ้าไม่ติดว่าบัวนิลอายุ 14 ปี ผมว่าตัวเองคงจับเธอ 'ทำอะไรสักอย่าง' ไปตั้งแต่ฟังจบแล้ว

“พี่เงินจะมาห้ามนิลไม่ได้” บัวนิลส่งเสียงฟึดฟัดกลับมาเหมือนขัดใจที่ผมส่งสัญญาณกรายๆ ว่าไม่อนุญาตให้ชอบใครตราบใดที่ตัวผมยังอยู่ตรงนี้

ไม่ใช่ในฐานะผู้ปกครอง พี่ชาย หรือใคร แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เฝ้ามองเธอมาตั้งแต่ยังเป็นแค่เด็กตัวน้อยๆ

ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าก่อนหน้านี้ผมจงใจทิ้งเธอ จงใจเดินออกมาเพื่อรักษาระยะห่าง และผมยังมีอีกหลายเหตุผลที่จำเป็นต้องหายไปโดยไม่บอกไม่กล่าวอะไร

เกือบสองอาทิตย์ผ่านไปผมกลับมาที่นี่เพราะตระหนักได้ว่าการหนีความรู้สึกตัวเองไม่ใช่สิ่งที่ผมควรทำ ตอนแรกผมคิดว่าการที่บัวนิลและผมตัดขาดจากกันได้...มันเป็นเรื่องดีต่อเราทั้งสองฝ่าย

สำหรับบัวนิลผมไม่รู้ว่าเธอกำลังโกหกผมหรือเปล่าเรื่องที่ไม่รักผมแล้ว แต่ตัวผม...มันไม่ใช่

ผมเห็นหน้าแม่ไม่กี่ปี ใช้ชีวิตอยู่กับญาติและลูกพี่ลูกน้องไม่นานก็ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น พอกลับมาที่ไทย...ถ้าไม่นับรวมเฮียเตและญาติอีกสองสามคน บัวนิลเป็นอีกคนที่ผมใช้ชีวิตด้วยนานพอกัน

ซึ่งผมรู้สึกเหมือนว่าเราอยู่ด้วยกันมาแทบจะทั้งชีวิต

ตอนที่ผมเห็นเธอร้องไห้จากการถูกลวนลามในครั้งนั้น มันทำให้ผมรู้สึกผิดที่ดูแลเธอได้ไม่ดีพอ อีกหนึ่งเหตุผลของการหายไป...ผมแค่อยากทำโทษตัวเองด้วย

และเหตุผลอีกข้อ ผมอยากสั่งสอนไอ้พายุ...ด้วยการใช้ประโยชน์จากทราย ซึ่งเป็นคนที่มันรัก

บาดแผลพวกนี้มาจากมัน มาจากไอ้กีย์...ซึ่งตอนนี้เราแตกหักกันและแยกออกเป็นสองฝ่าย

ผมยังมีไอ้เบส ไอ้โย และไอ้กัปตัน ส่วนไอ้กีย์เข้าข้างไอ้พายุ

...ไม่เป็นไร

“มองไม่เห็นพี่เหรอครับ” ผมถามในตอนที่บัวนิลเบือนสายตาไปอีกทางเหมือนไม่อยากมองหน้า ดูออกว่าเธอโกรธและน้อยใจที่ผมหายไปจนถึงขั้นไม่อยากคุย แต่เพราะถูกผมรั้งไว้ เธอเลยจำใจพูดคุย...ทั้งที่ไม่เต็มใจ “กลับมาเป็นพี่เลี้ยงของนิลแล้ว”

“นิลไม่อยากมีพี่เลี้ยงแล้ว!” เด็กดื้อขึ้นเสียง แววตาของเธอคล้ายกับผิดหวัง แต่เพียงไม่นานก็หายไปและถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิด

ผมเลิกคิ้วขึ้น ออกแรงล็อกเอวเล็กให้ขยับเข้ามาใกล้จนเรือนกายส่วนหน้าของเราสองคนแนบชิดกัน

“แล้วจะให้พี่เป็นอะไรครับ” ผมถาม “...เป็นอะไรดี”

“มะ ไม่ต้องเป็นอะไรทั้งนั้นค่ะ!” บัวนิลทำเสียงตะกุกตะกักเมื่อผมเอาแต่จ้องหน้าเธอ “อย่ามามองนิลด้วยสายตาแบบนั้นนะ”

“ไม่มองก็ได้” พูดจบ ผมก็เคลื่อนริมฝีปากไปสัมผัสสันกรามเล็กที่เปียกชื้นเพราะเหงื่อทันที

ทำบาปมาเยอะแล้ว บาปอีกสักเรื่องคงไม่เป็นไร

“พะ พี่เงิน...” บัวนิลยกมือน้อยๆ รั้งไหล่ผม ร่างกายเธอสั่นเทา แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนผมรู้สึกได้ “อย่ามานิสัยไม่ดีกับนิลนะ”

มือข้างหนึ่งของผมสัมผัสโดนชายกระโปรงเธอ...

ผิวเธอร้อนผ่าว ไรขนอ่อนลุกชันคล้ายกับตกใจกับการกระทำของผมที่ผ่านมากี่ปีๆ ก็ไม่เคยเกิดขึ้น

จริงๆ มันเกิดขึ้นบ่อย แต่บัวนิลไม่รู้ตัว

ยังเด็กเกินไปเกินกว่าจะเข้าใจความรู้สึกของผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่คนนั้นก็เป็นผู้ชายที่มีเธอคนเดียวมาตลอด

“ไม่พอใจพี่ ตีพี่ได้ พี่ให้ครับ” หลังจากสัมผัสเธอไปเล็กน้อย ผมก็ผละออกมา จนเห็นว่าบัวนิลมีท่าทีตื่นตระหนกและตกใจ แววตาของเธอแสดงออกถึงความแปลกใจไปพร้อมๆ กับความสับสน แต่ผิวแก้มกลับแดงระเรื่อ ไม่รู้ว่าเขินหรือโกรธจนหน้าแดง

“พี่เงินมีแผลเยอะ นิลไม่ตีหรอก” บัวนิลทำเสียงแข็ง แต่คำพูดของเธอเหมือนเจตนาให้ผมรู้ว่ายังคงมีความเป็นห่วงกันอยู่บ้าง “พี่เงินน่ะ มีพี่ทรายอยู่แล้วก็อย่ามาทำแบบนี้กับนิลนะ นิลว่านิลเริ่มคิดมากแล้วค่ะ”

เด็กดื้อเม้มริมฝีปากแน่น ก้มหน้างุดเหมือนกลัวที่จะสบตาผม

“ถ้าเป็นแบบที่นิลคิดจะผิดไหมครับ” ผมถามออกไปโดยไม่ลืมที่จะใช้ปลายนิ้วเชยคางอีกฝ่ายให้เงยหน้าขึ้น วูบนั้นบัวนิลทำหน้างง...เหมือนจะมีคำตอบอยู่ในใจแต่ก็ไม่กล้าการันตี

“...พี่เงินอย่ามาล้อเล่นนะ” บัวนิลดูตกใจสุดๆ ลนลานจะลงจากเคาน์เตอร์ให้ได้ แต่ผมยังคงรั้งเธอไว้เหมือนเดิม “นิลเป็นน้องพี่นะ บ้าแล้วๆๆ!

“ครับ” ผมพยักหน้า เข้าใจความรู้สึกเธอดี

ผมควรทนต่อไปอีกหน่อยเพราะรู้ว่ายังไม่ควร แต่ถ้าทำให้มันเกิดขึ้นโดยไม่ให้ใครมารับรู้...ก็อีกเรื่องหนึ่ง

“นิลจะเข้านอนแล้ว ปล่อยนิลนะ” บัวนิลยังคงต่อต้าน แต่เรี่ยวแรงของเธอมีแค่น้อยนิด ทำอะไรผมไม่ได้เลย หรือจริงๆ เธอแค่ไม่อยากรุนแรงกับผมที่ตอนนี้มีแผลเต็มหน้า

“ไม่ควรเกิดขึ้นใช่ไหม” ผมถามอีก ซึ่งก่อนที่บัวนิลจะทันได้ตอบอะไร การสั่นเตือนของโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็ทำให้ผมต้องก้มหน้าลงและล้วงมันขึ้นมา หน้าจอโชว์ชื่อทราย...และบัวนิลเห็นมันพร้อมๆ กับผม

“...” ปรากฏความไม่พอใจออกมาจากดวงตาคู่นั้น

ผมไม่อยากรับสายใครในตอนนี้ แต่เพราะทรายยังมีประโยชน์สำหรับผม ผมจึงไม่มีทางเลือกและทำท่าจะกดรับ แต่อยู่ๆ คอเสื้อผมก็ถูกอุ้งมือเล็กคว้าเข้าอย่างแรง

มันแรงมากจนกระดุมเม็ดหนึ่งขาดออกจากกัน และตกลงไปบนพื้น

“...” ผมชะงักเมื่อแรงกระชากจากบัวนิลทำให้ตัวเองถลาเข้าไปใกล้จนปลายจมูกชนกัน เด็กดื้อทำหน้าบึ้งตึง ยังคงมีความสับสนปรากฏออกมาให้เห็น และที่ชัดเจนที่สุดคือความโกรธ...ซึ่งมากกว่าก่อนหน้านี้

“นะ นิลรู้ว่าไม่ควรพูด แต่นิล...ไม่ชอบตอนที่พี่เงินอยู่กับพี่ทรายค่ะ”

“...” ผมปล่อยให้โทรศัพท์สั่นเตือนแบบนั้นต่อไป สองตาจ้องมองเด็กตัวเล็กที่เผยความจริงออกมาหนึ่งข้อ

“ไม่ชอบจริงๆ นะ อ๊ะ...” ผมขบริมฝีปากเธอเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว ทำเอาบัวนิลชะงักเพราะตกใจและคงคิดไม่ถึงว่าผมจะทำแบบนี้กับเธอ

ผมสัมผัสได้ว่าริมฝีปากของเธอสั่น ลมหายใจร้อนผ่าวที่พ่นออกมาเองก็สั่นพอกัน ผมผละออกในไม่กี่วินาทีให้หลังจนเหลือระยะห่างเพียงน้อยนิด

“พูดเหมือนกำลังหวงพี่เลยนะ” ตอนพูด ผมได้กดตัดสายทรายและยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงเรียบร้อยแล้ว

“นิลก็หวงพี่เงินเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว” นี่เป็นประโยคธรรมดาที่ใครได้ฟังคงมองว่ามันไม่ธรรมดา ตั้งแต่ไหนแต่ไรบัวนิลแสดงท่าทีหวงผมเสมอเมื่อผมให้เวลากับคนอื่นมากเกินไป ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง

ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็คงทำความเข้าใจไปเองว่าเธอแค่ไม่อยากให้ผมใช้เวลาที่มีกับคนอื่นมากเกินไปแทนที่จะเป็นเธอ แต่ตอนนี้...ผมคิดแบบเดิมไม่ได้แล้ว

และยอมรับตามตรง การแสดงออกของเธอตอนที่ทรายโทรมา เกือบทำให้ผมทนไม่ไหว

แต่ก็ต้องทน มันเป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้ว

“นั่นสิครับ” ผมพยักหน้าเล็กน้อย ทำท่าจะก้าวเท้าออกมาและพาเธอขึ้นไปนอนดีๆ เพราะมันค่อนข้างจะดึกแล้ว แต่ผมเพิ่งรู้ว่าคอเสื้อตัวเองยังถูกรั้งไว้จนไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้

บัวนิลขยุ้มมือกับคอเสื้อผมแรงมาก เหมือนนี่เป็นวิธีระบายความหงุดหงิดของเธอ

“พี่เงินอย่าหายไปไหนอีกนะ” น้ำเสียงที่ใช้บอกผมมีความคุกรุ่นและ...ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกอ้อน “รอบนี้นิลจะไม่โกรธมากก็ได้ แต่ถ้ามีอีก นิลจะเทพี่เงินแล้ว”

“...” เพราะเธอกำลังจะพูดต่อ ผมจึงเงียบเเละรอฟัง

“นิลรู้ว่าตัวเองเห็นแก่ตัว แต่นิลไม่อยากให้พี่เงินคุยกับพี่ทรายแล้วค่ะ” เด็กดื้อทำหน้าเหมือนกำลังผิดหวังที่ตัวเองมีความคิดแบบนี้ ในตอนนั้นผมขยับเข้าไปใกล้อีกนิดจนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกันอีกรอบ “นิลหงุดหงิด”

“พี่ก็หงุดหงิดเหมือนกัน” ผมบอกเธอ และคำบอกกล่าวนั้นทำให้บัวนิลขมวดคิ้วกลับมาอย่างมีคำถาม “หงุดหงิดที่ต้องทนครับ”

“ทนอะไรอ่ะ...” บัวนิลกะพริบตาหนึ่งครั้ง ก่อนจะลอบกลืนน้ำลายลงคอเหมือนกำลังประหม่าที่ต้องรอฟังคำตอบจากผม

“ทนไม่ให้ทำอะไรเราไปมากกว่านี้”

“...”

“พี่จะเป็นบ้าแล้วครับ”

จบบทบรรยาย :: เงิน

 

คำบอกกล่าวของพี่เงินทำให้ฉันนิ่งไปวูบหนึ่ง...

พี่เงินกลับมาพร้อมบาดแผล พร้อมคำพูดที่ทำให้ฉันเหมือนจะหายใจไม่ออกเพราะความสับสน แต่ก้อนเนื้อตรงหน้าอกด้านซ้ายกลับเต้นระทึกไปหมดอย่างหาคำตอบไม่ได้

ไม่สิ...จริงๆ ฉันมีคำตอบอยู่ในใจ แต่แค่ไม่กล้าการันตีเพราะกลัวว่าจะหน้าแตก

“พี่เงินจะตีนิลเหรอ ทำไมถึงพูดว่าหงุดหงิดที่ต้องทน ไม่ให้อะไรทำนิลมากไปกว่านี้” ฉันมองหน้าเขาที่ตอนนี้กำลังจ้องหน้าฉันอยู่เช่นกัน กลิ่นเลือดและกลิ่นยาจางๆ ยังคงระปลายจมูกอย่างบางเบา

“...” พี่เงินเงียบแทนที่จะให้คำตอบ และฉันต้องร้องเหวอเมื่อถูกเขาอุ้มไว้ด้วยท่อนแขนข้างหนึ่ง...ก่อนจะสาวเท้าเดินขึ้นบันไดไปด้วยท่าทีสุขุม

ฉันได้ยินเสียงลมหายใจของพี่เงิน มันถี่มาก...

ฟุบ

อีกครั้งที่ฉันเหมือนจะหยุดหายใจเมื่อพี่เงินอุ้มฉันเข้ามาในห้องของเขา ก่อนแผ่นหลังจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นจากฟูก รวมถึงความอบอุ่นจากผ้าปูเตียงซึ่งมีกลิ่นอ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์

“พะ พี่เงิน” ฉันขานเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเมื่อขึ้นมานอนหงายอยู่บนเตียงนุ่ม โดยที่เขาอยู่ด้านบน...

และกำลังจ้องมองฉันด้วยสายตาชนิดหนึ่ง

ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพี่เงินกำลังคิดอะไรอยู่ แต่แววตาคู่นั้นที่ใช้มองฉัน...ทำให้ฉันวางตัวไม่ถูกและเกิดอาการประหม่าจนต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง

ปลายนิ้วมือทั้งหมดขยุ้มกับผ้าปูเตียงจนเกิดรอยยับ...เสียงลมหายใจของฉันรุนแรงมากจากความตื่นเต้นซึ่งนาทีนี้ผสมกับความแปลกใจที่หาคำตอบไม่ได้

ยิ่งตอนที่พี่เงินโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนเส้นผมสีเข้มระหน้าผาก ฝ่ามือฉันยิ่งลงแรงกับผ้าปูเตียงจนความเจ็บซ่านก่อตัวขึ้นมา

ตอนนี้ฉันอยู่ในห้องของเขา บนเตียงเขา และเขา...คร่อมฉันอยู่

สถานการณ์แบบนี้ฉันไม่ได้ใสซื่อจนมองไม่ออกว่ากำลังเป็นไปในทิศทางไหน แต่ฉันตกใจมากจนไม่รู้ว่าจะจัดการกับตัวเองยังไงดีนอกจากนอนหายใจถี่ๆ อยู่บนนี้...มองดูพี่เงินที่กำลังขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นบุหรี่และเลือดจางๆ จากบาดแผลเป่าปะทะปลายจมูกอีกครั้ง

ไม่ควรเกิดขึ้นใช่ไหม?

ยังจำได้ว่าพี่เงินพูดอะไรกับฉันตอนอยู่ที่ห้องครัว เขาเหมือนคนที่ก้าวผ่านขีดจำกัดมาแล้ว และพร้อมจะทำผิดในทุกๆ รูปแบบโดยไม่กลัวถึงสิ่งที่จะตามมา

เขาทำท่าทางแบบนี้กับฉันที่เป็นเหมือนน้องสาวแท้ๆ ทั้งที่ยังมีพี่ทรายอยู่ทั้งคน

ฉันสับสนและหาคำตอบไม่ได้ พี่เงินเองก็เหมือนไม่อยากพูดมันออกมาตรงๆ ด้วย

“ที่หงุดหงิดก็เพราะแบบนี้ครับ” เมื่อระยะห่างเหลือแค่เพียงกระดาษกั้น ริมฝีปากหยักลึกก็ขยับเพื่อพูดมันตรงหน้าฉัน “พี่มีหน้าที่ถนอมเรา”

“พี่เงินเหมือนจะ...” ฉันกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง ปกติฉันไม่ค่อยจะอายเวลาพูดคุยเรื่องต่างๆ กับเขา แต่ในสถานการณ์แบบนี้...ไม่ไหวจริงๆ นะ ลำคอตีบตันไปหมดแล้ว

“ใช่ครับ” พี่เงินเหมือนอ่านความคิดฉันออกจึงตอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “ที่พี่เป็นแบบนี้ นิลกลัวไหม”

“...” ฉันขมวดคิ้ว

ในสายตาฉัน พี่เงินยังใจเย็นและสุขุมเสมอ ท่าทางคุกคามของเขาเกิดขึ้นโดยที่ฉันยังมีสิทธิ์ที่จะไตร่ตรอง แต่ไม่รู้สิ...ในความใจเย็นของเขา ฉันมองเห็นความรีบร้อนอยู่ลึกๆ

“เรากลัวพี่หรือเปล่า?” คำถามนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ฉันเลยส่ายหน้า

“พี่เงินไม่ได้จะฆ่านิลสักหน่อย”

“...” คำตอบของฉันทำให้ปลายจมูกพี่เงินแตะโดนผิวแก้มฉัน แน่นอนว่ามันทำให้ฉันสะดุ้ง

ฉันลังเลว่าตัวเองควรทำอะไรต่อไปดีระหว่างผลักเขาออกแล้ววิ่งเข้าห้องนอน หรือหาคำตอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 “ตะ แต่ทำแบบนี้มันไม่เหมาะนะ” ฉันว่าเสียงตะกุกตะกักเมื่อปลายจมูกโด่งของเขาเคลื่อนไปสัมผัสบริเวณซอกคอที่ไม่รู้ว่าชื้นเหงื่อมากขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

“มันไม่เคยเหมาะครับ” พี่เงินพูดในสิ่งที่ฉันพยายามจะทำความเข้าใจ แต่ก็เข้าใจแค่นิดเดียว

“อื้อ...” ฉันครางอู้อี้เมื่อริมฝีปากกรุ่นร้อนกดเบาๆ บริเวณลำคอฉัน มันเบาบางแต่ทำให้ฉันสั่นไปทั้งตัว

นี่ไม่เหมือนเวลาที่เราอยู่ใกล้ชิดกันในครั้งที่ผ่านๆ มา ตอนที่เขากอดฉัน หอมแก้มฉัน สัมผัสฉันอย่างอ่อนโยนในฐานะพี่ชาย ฉันสัมผัสได้ว่ามันต่างจากตอนนี้อย่างสิ้นเชิง

ฉันเหมือนจะละลาย คล้ายกับถูกล่อลวง รู้สึกราวกับถูกตะล่อม

“ตีพี่ ผลักพี่...พี่จะได้รู้ว่าเราไม่ชอบ พี่จะหยุดและกลับไปเป็นพี่ชายที่แสนดีเหมือนเดิม” เสียงกระซิบของพี่เงินสะท้อนเข้ามาให้หู ฉันยกมือข้างขวาขึ้นสูง เล็งที่หัวไหล่เขา

แต่แทนที่จะตีให้แรงๆ ฉันกลับ...จิกเล็บกับเสื้อของเขาแทน

การกระทำของฉันส่งผลให้พี่เงินขยับเข้ามาใกล้มากกว่าที่เคยเป็น เรียวขาข้างหนึ่งถูกฝ่ามือหนายกขึ้นในลักษณะการตั้งฉาก

ก๊อกๆ

แต่ก่อนที่อะไรจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ ประตูห้องที่พี่เงินล็อกไว้ตอนไหนไม่รู้ก็สั่นสะเทือนเพราะถูกใครสักคนเคาะรัวๆ

“ไอ้เงิน!

เสียงพ่อนี่นา...

พ่อคงกลับมาด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างและเห็นรถพี่เงินจอดอยู่หน้าบ้านล่ะมั้ง ท่านจึงรู้ว่าพี่เงินกลับมาแล้ว

เชื่อไหม ทั้งๆ ที่ไม่เห็นหน้า แต่น้ำเสียงที่ดังขึ้นจากอีกฟากของบานประตูทำให้ฉันสั่นไปทั้งตัว...ฉันคิดว่าพ่อกำลังหงุดหงิด

ต่อหน้าฉัน พ่อไม่ค่อยเผยด้านน่ากลัวออกมาให้เห็น ส่วนใหญ่จะเป็นการผ่านไปเห็นโดยบังเอิญมากกว่า แน่นอนว่าฉันรู้...พ่อเตโชของฉันคนนี้โหดไม่แพ้ใคร

“...” พี่เงินหยุดการกระทำทั้งหมดทันที เขาไม่มีความลังเล ไม่นิ่งเฉย จัดการเสื้อผ้าของฉันที่หลุดลุ่ยตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ให้เข้าที่โดยปราศจากการลนลาน ฉันมองเขาที่ยังอยู่ในสภาพปกติ จะมีก็แต่กระดุมเสื้อหนึ่งเม็ดที่หายไป...เพราะฝีมือฉันตอนอยู่ห้องครัว

“พี่เงิน...” ฉันเรียกเขาเมื่อสติเริ่มกลับคืนมา มองเขาที่ลุกขึ้นจากเตียงและกำลังใช้มือเสยผมขึ้นลวกๆ

เขายิ้มให้ฉันนิดหน่อยอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้พ่อตามปกติประหนึ่งว่าก่อนหน้านี้ระหว่างฉันและเขา...ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 พี่เงินเก็บอาการเก่งมาก เขาดูปกติดี ในขณะที่ฉันยังสั่นเทิ้มไปทั้งตัวเพราะความตกใจ ตื่นตระหนก และกลัว...ที่พ่อกลับมาและใช้น้ำเสียงแบบนั้น ซึ่งไม่บ่อยนักที่ฉันจะได้ยิน

“ไอ้เด็กเวร มึงไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมา” ทันทีที่ประตูถูกเปิด ประโยคแรกที่พ่อยิงใส่พี่เงินคือคำถามที่พอจะคาดเดาได้

“ผมติดธุระสำคัญนิดหน่อยครับเฮีย” พี่เงินอธิบายด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก ไม่ลนลานหรือแสดงอาการพิรุธอะไร “ขอโทษที่ทำให้เฮียไม่พอใจ”

“มึงทำให้ลูกสาวที่น่ารักของกูเสียใจ”

“จะไม่มีครั้งที่สองครับ” พี่เงินให้คำสัญญา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่พ่อมองเข้ามาและเห็นฉันนั่งจุมปุ๊กอยู่บนเตียงนุ่มนิ่มของพี่เงิน...มีความสงสัยปรากฏออกมาเล็กน้อย แต่ไม่นานท่านก็ส่งยิ้มกลับมาให้อย่างอ่อนโยนและน่ารัก

สถานการณ์แบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติ ท่านรู้ว่าฉันติดพี่เงินยิ่งกว่าอะไรดี วันไหนเหงาๆ ไม่มีเพื่อนคุยก็วิ่งมานอนในห้องพี่เงิน เพราะงั้น...ตอนนี้ท่านจึงไม่ได้ตะขิดตะขวงใจอะไรเมื่อเห็นฉันอยู่ในนี้

พ่อน่ะ คงเข้าใจว่าฉันคิดถึงพี่เงินมากและเป็นฝ่ายเดินเข้าในห้องเขาเอง ทั้งที่ความจริง...พี่เงินต่างหากที่อุ้มฉันเข้ามา

ถ้าพ่อไม่เคาะประตูก่อน ไม่อยากคิดเลยว่าหลังจากนั้นจะเป็นยังไง

ซอกคอฉันยังร้อนผ่าวอยู่เลย

สัมผัสของพี่เงินน่ะ...

“ดึกแล้วนะลูก นอนได้แล้ว” พ่อบอกฉันด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ฉันเลยพยักพยักหน้าแล้วรีบก้าวเท้าออกมา แต่ก่อนจะเข้าไปนอนให้ห้องตัวเองดีๆ ฉันก็ไม่ลืมเขย่งปลายเท้าขึ้นไปหอมแก้มท่านหนึ่งฟอด

“ฝันดีค่ะพ่อ”

หลังจากนั้นฉันก็กลับเข้ามาในห้อง...และด้วยความที่ห้องตัวเองอยู่ไม่ไกลจากห้องพี่เงินนัก บทสนทนาของคนแก่สองคนจึงเล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยินอย่างเบาบาง

“มึงควรจะรู้ว่าหน้าที่ก็คือหน้าที่”

“...”

“กูให้มึงเป็นพี่เลี้ยงบัวนิล จะหายไปทำเหี้ยอะไรกูไม่ว่า แต่ต้องบอกกันก่อน”

“...”

“กูให้โอกาสมึงครั้งสุดท้าย...อย่าทำให้บัวนิลเสียใจอีก”

 

เช้าต่อมา

ฉันอยู่ในรถกับพี่เงิน...เขากำลังขับรถไปส่งฉันที่โรงเรียน

แต่คงเป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อคืน ทำให้ฉันเงียบและไม่กล้าพูดคุยอะไรกับเขา ไม่ใช่ว่าอึดอัดหรอกนะ แต่เข้าใจไหม...สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันเหมือนว่าพี่เงินกำลังจะทำให้ฉัน กลายเป็นของเขา

ในสายตาเขา พ่อแม่ และหลายต่อหลายคน ฉันยังเป็นแค่เด็กหญิงอายุสิบสี่ที่เมนส์เพิ่งมาได้ไม่นาน อยู่มอ.สอง ใส่เสื้อคอซองและสูงแค่153 แต่จริงๆ แล้วฉันก็พอจะเข้าใจเรื่องแบบนี้อยู่บ้างตามประสาวันรุ่นที่อยากรู้อยากเห็น

ฉันอ่านนิยายมาหลายเล่ม ดูซีรีส์ แถมเพื่อนในกลุ่มก็หื่นๆ กันทั้งนั้น มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่ฉันจะมองไม่ออกว่าเมื่อคืน...พี่เงินพยายามจะทำอะไรกับฉันคนนี้

เพราะแบบนั้นไง ฉันเลยไม่รู้ว่าควรวางตัวยังไงเมื่ออยู่กับเขาสองต่อสอง ใจหนึ่งก็อยากหาเรื่องคุยเจื้อยแจ้วตามประสาอย่างที่เคยทำ ใจหนึ่งก็เอาแต่คิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนไม่หยุด

ทั้งสายตา ทั้งคำพูด ไหนจะสัมผัสที่เขาฝากไว้...

“พี่เงิน...” นั่งเงียบมาตลอดทาง ในที่สุดฉันก็สูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะเรียกชื่อเขา ในตอนที่เงยหน้าขึ้นมา...ฉันพบว่าตอนนี้รถจอดสนิทบนถนนเนื่องจากติดไฟแดงในตอนเช้า

เสียงของฉันทำให้พี่เงินที่กำลังยกมือยีผมชื้นๆ ของตัวเองระหว่างรอรถติดหันกลับมามอง...ฉันจำได้ว่าพี่เงินเพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆ แล้วขับรถออกมา ผมที่สระยังเปียกชื้นอยู่เลย

“ว่าไงครับ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงปกติ ปกติทุกอย่างเลย

ทั้งสีหน้า เสียง และทุกๆ การแสดงออก

หรือว่าจริงๆ แล้วเมื่อคืนพี่เงินไม่ได้ตั้งใจ

เขาคงไม่ได้คิดอะไรและอาจจะลืมมันไปแล้วก็ได้

“นิลเรียกเฉยๆ ค่ะ” สุดท้ายแล้วฉันก็ไม่รู้ว่าจะสนทนาอะไรกับเขาดี

ตอนนั้น ฉันนึกถึงสิ่งที่มิ้นเคยให้ฟังทันที ยัยนั่นเคยเล่าว่าญาติมันมีเพื่อนคนหนึ่งที่สนิทสนมกันมาก แต่วันหนึ่ง บางอย่าง มาพรากความเป็นเพื่อนไป และสิ่งนั้นคือ...การคิดไม่ซื่อ

ฉันลองเปรียบเทียบกับตัวเองดู แต่ก็แค่ลองเท่านั้นนะ

พี่เงินที่อายุปูนนี้แล้ว หล่อและแซ่บขนาดนี้ แถมยังมีแฟนเป็นตัวเป็นตนที่สวยจนลืมโลก...เขาจะมาคิดอะไรแปลกๆ กับฉันได้ยังไง

ไม่มีทางแน่นอนอ่ะ

“มีอะไรก็พูดครับ พี่รอฟัง” พี่เงินดูออกอยู่แล้วว่าฉันไม่เหมือนเดิม ก็เพราะเขาไม่ใช่เหรอที่ทำให้ฉันวางตัวไม่ถูกแบบนี้ จะให้ทำตัวปกติคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แล้ว “นิล”

“นะ นิลแค่อยากคุย แต่ไม่รู้จะคุยอะไรดีค่ะ” เพราะพี่เงินทำเสียงเข้มข้นขึ้น ฉันจึงพูดออกไปตรงๆ “จริงๆ นิลมีเรื่องอยากจะถามด้วย...”

“ถามมาครับ”

“เมื่อคืน...” ฉันกลืนน้ำลายลงคอ ลังเลใจนิดหน่อยว่าจะถามออกไปเลยดีไหม แต่เมื่อเห็นนัยน์ตาของพี่เงินเปลี่ยนไปในวูบหนึ่ง ฉันจึงเม้มริมฝีปากแน่นและเลือกที่จะหยุดไว้แค่นั้น “ไม่เอาดีกว่า”

“หมายถึงสิ่งที่พี่ทำเมื่อคืนใช่ไหม?” พี่เงินเหมือนอ่านใจฉันออก ทำเอาฉันต้องขยุ้มมือกับชายกระโปรงแน่น

“...”

“พี่ตั้งใจครับ” คำตอบของพี่เงินมีพลังทำลายล้างสูงมาก ฉันอยากจะหายใจให้ปกติ แต่มันไม่ง่ายเลยเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด ยิ่งกว่านั้นนะ...ฝ่ามือหนายังเคลื่อนมาสัมผัสไหล่กันเบาๆ จนฉันที่กำลังช็อกเกิดสะดุ้งขึ้นมา “ทำอะไรไว้ พี่ไม่เคยลืม”

“...ค่ะ” ฉันพยักหน้าหงึกหงัก

เข้าใจแล้วก็ได้ จะไม่ถามแล้วก็ได้

ถ้าพี่เงินตั้งใจ ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะคิดแล้วนะว่าเขาน่ะ ให้ฉันมากกว่าความเป็นพี่น้อง

ในสายตาฉัน ต่อไปนี้พี่เงินไม่ใช่พี่เลี้ยงอีกต่อไปแล้ว

เพราะสำหรับเขา ฉันหมดความเป็นน้องสาวและกลายเป็น 'อย่างอื่น' แล้ว...ถูกไหม?

 

หลายเดือนผ่านไป

ถึงจะคิดแบบนั้น แต่พี่เงินยังทำหน้าที่พี่เลี้ยงได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ระหว่างเรา...ฉันรู้สึกว่ายังมีหลายสิ่งคงที่และเหมือนเดิม

ยกเว้นก็แต่...

“พี่เงินออกไปก่อน” เช้าวันนี้...เปรียบเทียบกับทุกวันมันก็เหมือนเช้าที่แสนปกติ แต่เพราะการตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าผ้าปูเตียงมีเลือดเปื้อนอยู่ ตอนพี่เงินเข้ามาปลุก ฉันเลยไม่กล้าลุกและจำเป็นต้องไล่เขาออกไปก่อน

เมื่อวานไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทั้งการปวดเมื่อยตัวหรือสภาพอารมณ์ที่แปรปรวน เพราะงั้นตอนที่ตื่นขึ้นมาเเละเห็นเลือดสีเเดงเลอะเต็มผ้าปูเตียง ฉันจึงตกใจมาก

อาย...

“ทำไมครับ หืม?” พี่เงินย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาเราสองคนอยู่ในระดับเดียวกัน เขาจ้องมองฉันที่ตอนนี้ผมฟูจากการตื่นนอน สายตาคู่นั้นยังอ่อนโยนเสมอ

“นะ นิล” ฉันเม้มริมฝีปาก “...พี่เงินออกไป นิลจะรีบอาบน้ำแล้วแต่งตัวไปโรงเรียน เอ๊ะ!

พูดจบได้ไม่ถึงสองวินาที พี่เงินก็ช้อนร่างฉันไว้ในอ้อมแขน เมื่อตัวฉันลอยขึ้นและถูกท่อนแขนแข็งแกร่งรองรับน้ำหนักไว้อย่างปลอดภัย พี่เงินได้หลุบตาลงต่ำ...เขาเห็นรอยเปื้อนบนผ้าปูเตียงทันที

“เดี๋ยวพี่ซักให้ ไม่ต้องอาย”

ว่าจบเขาก็อุ้มฉันที่กำลังถูกความอายกัดกินเข้าไปในห้องน้ำ และต้องรู้สึกอายจนอยากจะมุดดินหนีเพราะจังหวะที่พี่เงินก้าวเท้าจนเกิดการเคลื่อนไหว ไอ้เมนส์บ้ามันก็ดันไหลออกมาอีก...

กางเกงที่ฉันสวมมีรอยเปื้อน ฉันรู้สึกได้ว่ามันซึมโดนแขนพี่เงินด้วย

ฮือ บัวนิลอยากตายแล้ว

“มันเลอะหมดแล้ว...” ฉันแทบไม่กล้าสบตาเขา แต่พี่เงินไม่สะทกสะท้านหรือมีปฏิกิริยาเปลี่ยนไปจากเดิม เขาคราง อืม ในลำคอราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลก

และต่อให้มันแปลก...เขาก็ไม่ว่า

“ช่างมันเถอะครับ”

พี่เงินกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วสามารถระเหยตัวเป็นไอได้อย่างไม่ต้องสงสัย...นาทีนั้นฉันรู้สึกว่าการสบตาเขาเป็นเรื่องยากจริงๆ

เรื่องง่ายๆ ในตอนนี้...มันยากเกินกว่าฉันจะทำแล้ว

 

วันเดียวกัน ตอนเลิกเรียน

ฉันเพิ่งเลิกเรียน วันนี้เหมือนมานั่งอ่านการ์ตูนเฉยๆ เลย เนื่องจากคุณครูงดสอนทั้งวันเพราะกำลังง่วนกับการจัดกีฬาประจำปี

แค่รอให้ออดดังขึ้น ฉันก็สะพายกระเป๋าและเดินมาบริเวณรั้วโรงเรียน ตรงนั้น...พี่เงินยืนล้วงกระเป๋าพิงรถอยู่

ถ้าสงสัยว่าพี่สิบหายไปไหน จริงๆ ฉันยังติดต่อกับเขาเหมือนเดิมนะ แต่ไม่บ่อยเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ เขารู้ไงว่าพี่เงินเข้มงวดขึ้น

พี่สิบยังดีกับฉันเหมือนเดิม ตอนอยู่ที่โรงเรียน พอเจอกันเขาก็ชวนคุย บางทีก็ฝากเพื่อนเอาชาไข่มุกมาให้ เรียกได้ว่ายังคงเทคแคร์กันดีเหมือนเดิม

ถึงพี่เงินดูไม่ค่อยโอเคกับพี่สิบ แต่จะให้ฉันไล่พี่สิบไปไกลๆ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ ฉันน่ะ...ใครดีก็ดีด้วยนะ

“พี่เงินขา” ฉันเรียกชื่อเขาทันทีเมื่อมาถึงจุดที่รถจอดอยู่  ทำให้พี่เงินที่รออยู่ก่อนเคลื่อนสายตามาทางนี้ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นนิดๆ จนกลายเป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน

“เรียนเป็นไงบ้างครับเด็กดี” พี่เงินถาม

“วันนี้คุณครูงดสอนทั้งวันเลยค่ะ นิลเลยอ่านการ์ตูน” ฉันตอบพร้อมรอยยิ้ม ตั้งแต่วันนั้น...ฉันยังตื่นเต้นที่ต้องพูดคุยกับเขาอยู่ แต่ก็พยายามทำตัวปกติ

ฉันได้ยินพี่เงินพูดอะไรสักอย่างเหมือนเป็นการตอบรับฉัน ก่อนจะดึงกระเป๋าฉันไปถือไว้ เพราะแบบนั้นฉันจึงเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งในรถที่ถูกเปิดแอร์จนเย็นฉ่ำ

เพราะไม่อยากให้ระหว่างเราเกิดความอึดอัด และฉันเองก็ยังอายๆ เรื่องเมนส์เมื่อตอนเช้า...ทางที่ดีที่สุดจึงหนีไม่พ้นการหาเรื่องคุยตามประสา แต่คุยได้ไม่กี่คำ สองตาก็เหลือบไปเห็นลูกหมาตัวเล็กบนถนนเข้าซะก่อน

“ลูกหมา!” เพราะน้องตัวเล็กน่าสงสารและผอมแห้งมาก ฉันจึงส่งเสียงดังจนพี่เงินต้องเบรกรถดังเอี๊ยด ด้วยความที่ฉันไม่ได้คาดเข้มขัดนิรภัย ทำให้หน้าแทบจะทิ่มกับคอนโซลจากการเบรกอย่างกะทันหัน

“รถวิ่งเต็มถนนน่ะเห็นไหม” น้ำเสียงดุๆ ดังขึ้นพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความตำหนิ

ฉันสะดุ้งนิดหน่อย แต่ก็ต้องถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะเห็นคนแถวๆ นั้นวิ่งเข้าไปอุ้มลูกหมาออกไปจากถนนซะก่อน

และโชคดีซ้ำสองตรงที่...บริเวณที่พี่เงินเบรกรถอยู่ใกล้กับสามแยกไฟแดงพอดี การจอดแช่ไว้ร่วมนาทีแบบนี้จึงไม่ทำให้รถด้านหลังหงุดหงิดจนต้องบีบแตรไล่

ฉันเลื่อนสายตาไปหาพี่เงินหลังจากแน่ใจแล้วว่าลูกหมาไม่เป็นอันตราย

“นิลขอโทษ  นิลแค่กลัวว่าลูกหมาจะโดนรถเหยียบนี่นา”

“แต่พี่กลัวเราได้รับอันตรายมากกว่า” คำพูดของพี่เงินเต็มไปด้วยความห่วงใย แต่ก็ดุดันอยู่ในที ฟังแล้วเหมือนกำลังจะถูกทำโทษยังไงยังงั้น "ทีหลังก็คาดเบลท์ด้วยนะครับ เวลารถเบรกหน้าจะได้ไม่ทิ่มคอนโซล"

และฉันต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติเมื่อพี่เงินโน้มตัวเข้ามาเพื่อจะคาดเข็มขัดนิรภัยให้กัน เสื้อเชิ้ตสีขาวที่มีกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ซึ่งผสมกับกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์เฉียดปลายจมูกฉันไปเล็กน้อย...

ฉันมองซีกหน้าด้านข้างของเขา มองลูกกระเดือกที่นูนออกมา

มองขนตายาวๆ ของเขา...

มองริมฝีปากของเขาด้วย

“...” ฉันชะงักอีกครั้งเมื่อพี่เงินที่เหมือนจะรู้ว่ากำลังถูกจ้องได้หันกลับมา...ด้วยระยะห่างที่มีเพียงน้อยนิด ทำให้ริมฝีปากเราสัมผัสกันทันทีจากการหันมาอย่างฉุกละหุก

“พะ พี่เงินขา...” ฉันใช้หางเสียงลากยาวเพราะอยากให้เขาผละออกไปหน่อย แต่ไม่เลย...

ตอนที่พี่เงินหลุบตามองริมฝีปากฉัน ฉันรู้แล้วว่าการพูดจาเพราะๆ กับเขามันไม่ได้ส่งผลดีต่อตัวเองเสมอไป

“เป็นความลับนะครับ” เขากระซิบทั้งๆ ที่ระยะห่างเพียงพอแค่ให้ฝุ่นละอองลอดผ่านเท่านั้น

“คะ?” ฉันทำหน้าเอ๋อ

“เรื่องของเรา เป็นความลับนะครับ” เอ่ยจบ...ใบหน้าเขาก็เขยิบเข้ามาใกล้ ก่อนความกรุ่นร้อนจากริมฝีปากหยักลึกจะกดลงมาบนกลีบปากฉันที่ตอนนี้สั่นพร่าไม่ต่างจากหัวใจ...

ฉันยกมือขยุ้มกับสาบเสื้อบริเวณหัวไหล่หนา

พี่เงินจูบฉันอย่างนุ่มนวลแต่ยาวนาน...ความเปียกชื้นจากส่วนที่ถูกสัมผัส ความร้อนและอาการชายิบทำให้ฉันรู้แล้วว่าพี่เงินน่ะ กำลังเอาจริง

ความลับเหรอ...

หมายความว่าแม้แต่พ่อ แม้แต่แม่...พวกท่านก็ไม่มีสิทธิ์รู้ใช่ไหม?



TALK WITH MA-NELL

อัปให้เยอะเลยนะรอบสุดท้ายของบทนี้

เพราะฉะนั้นพลังเม้นต์เเละฟีดเเบคจงมาาา

เราอัปเยอะเพราะอยากอ่านเม้นต์เยอะๆ เเหละ ให้เราได้มั้ยง่า >O<

เล่นทวิต ติดเเท็ก #เงินบัวนิล จ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.499K ครั้ง

14,076 ความคิดเห็น

  1. #14070 NattPaweena (@NattPaweena) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 15:26
    ลุกหนักขนาดนี้หัวใจจะวายแล้วคร้า
    #14070
    0
  2. #14067 nutcharin_fang (@nutcharin_fang) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 10:10
    อ้ากกกกกกก=2;'=#(%1-"
    #14067
    0
  3. #14046 2005259 (@2005259) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 21:57

    ชอบบมากมาย
    #14046
    0
  4. #14032 ploydedu (@ploydedu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 01:32
    ละลายแทนนิลลลล
    #14032
    0
  5. #13968 thehappymoon (@skeeranon) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 08:41
    ฮือออชอบแนวนี้
    #13968
    0
  6. #13948 Ann Nalumpoon (@annsupaluk) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 01:36
    เพิ่งมาอ่าน สนุกมากกก
    #13948
    0
  7. #13865 u_tom_レフト (@utom) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 18:06
    กลับมาตามอีกครั้ง หลัวจากไม่ค่อยว่าง ยังสนุกดหมิอนเดิมค่ะ ฟินมาก
    #13865
    0
  8. #13348 Atthaworn (@Atthaworn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 18:06
    โอ้ย ฟินเวอร์วังมาก
    #13348
    0
  9. #13215 Radajda (@Radajda) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 23:12
    อ่านจนมาถึงตอนนี้อีพี่เงินนี่น่ารักวะ ซักผ้าเลอะเมนส์นี่สุดยอดแล้วคะ
    #13215
    0
  10. #13165 Write-for-dream (@Write-for-dream) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 14:05
    กรี้ดดังมากกก
    #13165
    0
  11. #12446 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 14:53
    พี่เงินนนนนนนนน ทำน้องคิดไม่ซื่อไปด้วยแล้ว
    #12446
    0
  12. วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 23:15

    โอ้ววววววววววววววววววววววววววววววววววว

    #11750
    0
  13. #11109 nnnnnn7777 (@nnnnnn7777) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 14:22
    ตอนนี้พี่เงินไอดังคุกๆเลย
    #11109
    0
  14. #10536 MinnieTantawan (@MinnieTantawan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 23:36
    ไรท์ ช่วย อัพอายุบัวนิล ขึ้นหน่อย กลัวพี่เงินติดคุก 5555555
    #10536
    0
  15. #10117 mybearpp (@mybearpp) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 00:57
    ชอบเรื่องนี้มากเลยยย ไรท์แต่งสนุกมากค่ะ ชวนให้ติดตาม
    #10117
    0
  16. #9760 Don'tcry nonomatter (@Tanyamonpitak) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 21:48
    น่ารักกกกกกก พี่เงินน่ารัก อยากไปเป็นบัวนิลเลยอ่ะ ตื่นๆๆๆ 555 ชอบที่อัพเยอะนิเเหละ รักเลยยย
    #9760
    0
  17. #9669 1234ำ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 08:28

    บาปปปปป แบบฟินส์ๆอ่ะ

    #9669
    0
  18. #9607 Poppy.k (@508771234) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 21:15
    เมื่อไหร่นางจะโต รอออ
    #9607
    0
  19. #9592 ningbam (@ningbam) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 15:43
    เขินนนนนน
    #9592
    0
  20. #9585 Matcha (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 11:04

    งือออเขินนน

    #9585
    0
  21. #9584 min_miso (@mdmoderndress) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 11:00
    _-)";"/{&#162;\+*('(/*(#(_)3/2?!')฿/{&copy;*;'/฿)#-")"/#)*/*)+'(฿}$=&reg;}&#8364;}
    #9584
    0
  22. #9576 Owl-shy (@Owl-shy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 09:45
    กรี๊ดดดดดด นี่มันฉากพิเศษในเรื่งของเตโชชชช ชั้นจำได้ โคตรอยากกรี๊ดดดดดด55555555
    #9576
    0
  23. #9572 palllll (@palllll) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 09:27
    &#128562;&#128562;&#128562;&#128562;&#128562;
    #9572
    0
  24. #9569 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 09:18
    พี่เงิน เห็นช้างตัวเท่ามดแล้ว จองไว้ก่อนแถมยังเก็บใส่กล่อง จะไม่ให้ใครเปิดดูอีก น้องจะไปไหนรอด ในเมื่อ มีความลับร่วมกันแบบนี้
    #9569
    0
  25. #9468 NuBoomBingBing (@NuBoomBingBing) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 21:22
    พี่เงินขาาาาา
    #9468
    0