รักสวมรอย

ตอนที่ 6 : #2 กับดักดวงตาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    3 ส.ค. 62

“โอเค ๆ ครับดาว ไม่กลับก็ไม่กลับ แต่คุณอย่าเพิ่งโมโหผมเลยนะครับ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะผมรับปากอากงของคุณเอาไว้ ว่าจะพาคุณกลับไปส่งบ้านไม่เกินเที่ยงคืนผมคงไม่มาคอยรบเร้าคุณอย่างนี้หรอกในเมื่อนี่มันก็เกือบจะตีหนึ่งอยู่แล้ว ผมเป็นห่วงเกรงว่าอากงของคุณท่านจะยังไม่ยอมนอนหากหลานสาวของท่านยังไม่ถึงบ้านก็เท่านั้นเอง”


หญิงสาวชักสีหน้าทันทีที่อีกฝ่ายเอาผู้ใหญ่ของเธอมาอ้าง  “คุณไม่ต้องเอาอากงของฉันมาอ้างเลย เพราะคนอย่างเพียงดาวไม่ยอมทำตัวเป็นหลานสาวที่ดีเชื่อฟังโอวาทของกงขนาดให้ยอมฟังคำสั่งของท่านทุกอย่างละก็ คุณมองฉันผิดไปถนัดเลยคุณแสงฉาน คนอย่างฉันจะยอมทำอะไรก็ต่อเมื่อฉันพอใจเท่านั้น ตรงกันข้ามถ้าฉันบอกว่าไม่ มันก็จะไม่มีทางเปลี่ยนเป็นคำอื่นได้อย่างแน่นอนเพราะฉะนั้นคุณเลิกตามตอแยฉันได้แล้ว”


“ทำไมละครับดาว คุณทำเหมือนผมไม่คู่ควรกับคุณ ถึงไม่ยอมเปิดใจให้ผมบ้างเลย ทั้งที่ครอบครัวของเราสองคนคาดหวังอยากให้เราสองคนแต่งงานกัน” เขาเอ่ยอย่างหงุดหงิด ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธเขาอย่างไร้เยื่อใยเท่าเพียงดาวมาก่อน


ดวงตากลมวาวภายใต้แพขนตางอนงามและเปลือกตาแต่งสีสันโฉบเฉี่ยวอย่างมีสไตล์ตามแบบฉบับสาวยุคใหม่ที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงประกอบกับรูปหน้าเรียวรีล้อมกรอบด้วยเส้นไหมสีน้ำตาลแดงที่ถูกรวบสูงทิ้งชายเป็นแส้หางม้า แสงฉานทอดสายตามองทรวดทรงอรชรงดงามได้รูปภายใต้ชุดรัดรึงแนบพอดีลำตัวของเธอด้วยแววตาลุ่มหลงก่อนเหลือบตาสูงขึ้นจับจ้องริมฝีปากอิ่มแต้มสีแดงสดที่เม้มสนิทของเธออย่างเว้าวอน


“ฉันไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ และคุณก็ไม่มีอะไรตรงกับผู้ชายในอุดมคติของฉันสักอย่างเดียว ที่สำคัญที่สุดฉันเพิ่งเรียนจบยังไม่ทันได้เริ่มใช้ชีวิตวัยทำงานทำไมฉันต้องรีบหาห่วงมาผูกคอด้วยไม่ทราบ”


เพียงดาวเอ่ยอย่างไม่เกรงใจสายตาของคนตรงหน้าเพราะเรื่องความเจ้าชู้ของแสงฉานเป็นที่โจษจันของคนในกลุ่มสังคมเดียวกัน โดยเฉพาะข่าวที่เขาเป็นต้นเหตุให้จรรย์อมลนักศึกษาสาวรุ่นน้องที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับเธอฆ่าตัวตาย เป็นเรื่องที่เพื่อน ๆ ในกลุ่มของเธอต่างวิพากษ์วิจารณ์กันให้เซ็งแซ่และก่อให้เกิดอคติฝังแน่นในใจเธอชนิดที่สายตาเว้าวอนกับประโยคออดอ้อนของเขาไม่สามารถทำลายความรู้สึกต่อต้านในใจเธอลงได้เลย


“พุทโธ่ดาว...ผมเลิกทำตัวเจ้าชู้ตั้งแต่ได้พบคุณครั้งแรกนั่นแล้วนะครับ คุณจะให้ผมปรับปรุงตัวยังไงก็บอกผมมาเลย ผมจะพยายามทำตัวเองให้ใกล้เคียงผู้ชายในอุดมคติของคุณให้ได้มากที่สุด ส่วนเรื่องทำงานของคุณ หลังแต่งงานกันคุณอยากจะทำงานผมก็ไม่คิดจะห้ามนี่ครับดาว” เขาเอ่ยเสียงออดอ้อน


“เอาเป็นว่าฉันยังไม่พร้อมจะมีคนรักหรือคิดจะแต่งงานตอนนี้ โอเคไหมคะ” เธอวางแก้วเครื่องดื่มในมือลงบนโต๊ะใกล้มือพร้อมกับถอนใจแรงด้วยความเอือมระอาในความดื้อรั้นของแสงฉาน พอเอ่ยจบก็ลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นบ่า หมดอารมณ์ที่จะสนุกต่อ


 “อ้าวดาว จะกลับแล้วเหรอวะ” เณอปรางเงยหน้าขึ้น ยกคิ้วเฉียงพลางเอ่ยถามเพื่อนสาวอย่างแปลกใจ


“เออ หมดอารมณ์สนุก แกกับนังวีวี่ไปส่งฉันที่บ้านหน่อย” เธอพยักพเยิดไปทางเพื่อนสาวประเภทสอง


“เดี๋ยวผมไปส่งดาวเอง” แสงฉานรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอ่ยปาก


เพียงดาวเหลือบตามองผ่านใบหน้าของเขาพร้อมกับเอ่ยอย่างหมางเมิน “ไม่ต้อง ฉันจะกลับกับเพื่อนของฉัน คุณกลับบ้านของคุณไปเถอะ”


“แต่ผมรับปากอากงของคุณว่าจะไปส่งคุณเองนะครับดาว” เขาค้าน


“ฉันบอกคุณแล้วยังไงคะ ว่าฉันไม่ใช่หลานสาวที่ดีของอากงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันขัดคำสั่งท่านคุณไม่ต้องวุ่นวายไปหรอกค่ะ” เธอตอบอย่างรำคาญ


“แต่ถ้าคุณแสงฉานอยากจะตามไปส่งไอ้ดาวที่บ้านก็ได้นี่คะ เดี๋ยววีวี่จะนั่งไปกับคุณเอง ให้ไอ้ดาวมันไปรถไอ้ปรางแล้วเราก็ขับตามกันไปดีไหมคะ”  อดีตนายวิทวัสหรือปัจจุบันน้องวีวี่ของเพื่อน ๆ ทำเสียงอ่อนเสียงหวานเสนอความคิดเห็นพร้อมกับช้อนตามองชายหนุ่มด้วยสายตาฉ่ำหวาน


“แต่ว่า...” เขาพยายามจะคัดค้าน


“รีบไปเถอะนังปราง ฉันง่วงแล้ว” เพียงดาวเอ่ยแล้วเดินนำหน้าเพื่อนไปโดยไม่ใส่ใจเสียงของชายหนุ่ม


 เพียงดาวชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดินเมื่อหลอดไฟบนเพดานกลางโถงทางเดินสว่างจ้าขึ้นพร้อมกับเสียงกดสวิตซ์ไฟที่ดังแทรกผ่านความเงียบของราตรีกับดวงตาดุดันบนใบหน้าเคร่งขรึมของเถ้าแก่ตงที่จ้องนิ่งมองเธออย่างดุดันจนเธอต้องลอบถอนใจพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่สะดุ้งสะเทือนกับบรรยากาศชวนเคร่งเครียดในขณะนี้แม้แต่น้อย


“ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมอากงยังไม่นอนอีกล่ะคะ”


“อ้อ...รู้เหมือนกันรึว่ามันดึกแล้ว” ชายวัยชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น


“รู้สิคะ แต่ก่อนออกไปดาวก็บอกกับกงไว้แล้วยังไงว่าจะกลับดึก อากงก็ไม่น่าจะมาอดหลับอดนอนนั่งรอดาวเลยนี่” เธอไหวไหล่เบา ๆ แล้วเดินเข้ามาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวยาวข้าง ๆ กายอากงของเธอด้วยสีหน้าราบเรียบไม่หวั่นไหวกับแววตาดุดันของคนสูงวัย


“ก็ถ้าแกเป็นผู้ชายฉันก็คงไม่ต้องเป็นห่วง แล้วฉันก็กำชับคุณแสงฉานเขานักหนาว่าให้พาแกกลับมาก่อนเที่ยงคืนแต่ฉันก็รู้อยู่แล้วล่ะ ว่าแกมันรั้น คงจะไม่ยอมทำตามคำสั่งฉันง่าย ๆ”


“โธ่อากงขา...ดาวไม่ใช่ซินเดอเรลล่านะคะ ที่จะต้องกลับบ้านก่อนเที่ยงคืนน่ะ และถึงดาวจะเป็นผู้หญิง ดาวก็ดูแลตัวเองได้ กงไม่ต้องเป็นห่วงดาวขนาดนี้หรอกค่ะ ดาวโตจนเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วนะคะไม่ใช่เด็ก ๆ”


“ถ้าแกไม่อยากให้ฉันเป็นห่วงก็รีบตัดสินใจแต่งงานกับคุณแสงฉานเขาซะทีสิ ออกเหย้าออกเรือนให้เรียบร้อยฉันจะได้สบายใจซะที”


“วกไปวนมาก็กลับมาที่เรื่องนี้อีกแล้ว ทำไมกงต้องอยากให้ดาวรีบแต่งงานนักนะ  ที่สำคัญดาวไม่ได้รักคุณ    แสงฉานเขาเสียหน่อย แล้วดาวก็ไม่มีวันจะรักผู้ชายเจ้าชู้อย่างเขาแน่ ๆ อากงเลิกพยายามยัดเยียดดาวให้เขาซะทีเถอะนะคะ” เธอทำหน้าง้ำตอบผู้สูงวัยด้วยน้ำเสียงกระฟัดกระเฟียด


“ผู้ชายไม่เจ้าชู้ก็เหมือนกับงูที่ไม่มีพิษ คนหน้าตาดีมีการศึกษาสูง ซ้ำฐานะชาติตระกูลไม่มีที่ติอย่างคุณแสงฉานก็ต้องมีผู้หญิงสนใจเขาเยอะเป็นธรรมดา แต่แกจะไปสนใจทำไมในเมื่อแกจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขาต้องยกย่องให้อยู่ในฐานะเมียและแม่ของลูกของเขา” เถ้าแก่ตงเอ่ยอย่างเข้าข้างผู้ชายด้วยกันจนลืมนึกว่าผู้หญิงที่จะตกอยู่ในตำแหน่งเมียถือทะเบียนของแสงฉานเป็นหลานสาวแท้ ๆ ของตน


“ดาวขี้เกียจจะเถียงเรื่องนี้กับกงเต็มทน ยังไง ๆ ดาวก็จะไม่ยอมแต่งงานหมอนั่นเด็ดขาด” เธอเอ่ยเสียงหนักก่อนลุกขึ้นยืนพร้อมกล่าว “ดาวง่วงแล้ว ดาวขอตัวไปนอนก่อนนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”     


ชายสูงวัยมองตามแผ่นหลังหลานสาวจนลับสายตาพร้อมกับทอดถอนหายใจเหยียดยาว อาการดื้อรั้นกับแววตาดื้อดึงของเพียงดาวทำให้ท่านหวนคิดไปถึงอดีต ดวงตาหม่นเศร้าแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของผู้หญิงอีกคนซ้อนทับอยู่ในดวงตาของเพียงดาวให้ท่านระลึกถึงทั้งที่ตั้งใจที่จะลืมมากว่ายี่สิบปีเท่ากับอายุของหลานสาวคนนี้


“ดึกแล้วนะเตี่ย ทำไมยังไม่ขึ้นนอนอีก อาเพียงดาวอีก็กลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ” สายสุรีย์เอ่ยถามบิดาเมื่อเดินสวนกับหลานสาวลงมาและพบว่าผู้เป็นพ่อยังไม่เข้านอน 


“หลานสาวแกคนนี้ นับวันจะยิ่งดื้อด้านขึ้นทุกที เลือดอีกครึ่งหนึ่งในตัวมันดูจะเข้มข้นเสียจนน่าตกใจ แกว่าไหมสุรีย์” เถ้าแก่ตงเอ่ยพลางถอนใจพลาง


“ทำไมอยู่ ๆ เตี่ยถึงพูดขึ้นมาอีกล่ะ เรื่องมันก็ผ่านมานานจนเราทุกคนเกือบจะลืมมันไปหมดแล้วนะเตี่ย” หล่อนมองบิดาด้วยสีหน้าฉงน


“ถ้าหลานสาวของแกว่านอนสอนง่ายเหมือนคนอื่น ๆ ฉันก็คงจะลืมมันไปนานแล้ว แต่ไอ้ท่าทางอวดดีดื้อดึงของมันถอดแบบกันออกมาจนฉันลืมไม่ลง ยิ่งเกลียดก็ยิ่งเจอจริง ๆ” ชายสูงวัยถอนหายใจเฮือกใหญ่


“จะว่าไปเราก็ไม่ได้ข่าวคราวของสองแม่ลูกนั่นเลยนะเตี่ย ไม่รู้ป่านนี้จะมีสภาพเป็นยังไงกันไปแล้ว อีใจเด็ดจริง ๆ ไม่เคยหันกลับมาดูดำดูดีลูกอีกคนทางนี้เลย” สายสุรีย์ถอนใจแรงเมื่อนึกถึงคนที่หนีจากไปนับสิบ ๆ ปีคนนั้น


“ใจมันคงดำเหมือนอีกา แต่ก็ดีแล้วที่มันไม่หันกลับมามองเจ้าดาวของเรา ไม่อย่างนั้นครอบครัวของพี่ชายแกคงไม่สงบสุขเหมือนที่ผ่าน ๆ มาแน่”


“ก็จริงค่ะเตี่ย โชคดีของพี่ยัณห์ที่คุณรุ่งรักยายดาวได้อย่างสนิทใจ แล้วก็เป็นวาสนาของยายดาวที่มีแต่น้อง ๆ ผู้ชายนะเตี่ย”


“ที่มันออกฤทธิ์ออกเดชขัดใจฉันทุกวันนี้ก็เพราะอยากจะบินไปอยู่กับไอ้สี่แสบที่อังกฤษนั่นแหละ” เถ้าแก่ตงส่ายศีรษะเบา ๆ


“เตี่ยก็ตามใจอีไปเถอะ ส่งอีไปเรียนต่อปริญญาโทอีกสักสองปีก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยจะได้ไปอยู่ดูแลไอ้สี่แสบที่กำลังโต มีพี่สาวไปคุมก็ดีเหมือนกันนะเตี่ย” สายสุรีย์ช่วยหว่านล้อมบิดาแทนหลานสาว


“แต่ฉันอยากให้มันแต่งงานแต่งการไปกับอาแสงฉาน แกก็รู้ว่าฉันอยากได้ที่ดินของกำนันแป๊วที่ติดกับที่ของเราที่เชียงใหม่”


“เตี่ยก็ยื่นข้อเสนอให้อีรับหมั้นเขาไว้ก่อนสักสองสามปี รอเรียนจบมาค่อยตบแต่งก็ได้นี่ ฉันว่าอีคงยอมแลกกับการได้ไปอยู่กับน้อง ๆ ของอีที่เมืองนอกนะเตี่ย”


“แกคิดแบบนั้นเหรอ” เถ้าแก่ตงถามขึ้นอย่างสนใจ


“ฉันมั่นใจว่าอาดาวจะยอมตกลงแน่ ๆ แล้วเตี่ยก็ขอที่ดินแปรงนั้นเป็นของหมั้น คุณแสงฉานจะต้องรีบรับปากอย่างแน่นอน ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนะเตี่ย”


คำแนะนำของบุตรสาวทำให้ดวงตาของคนเป็นพ่อเฉิดฉายขึ้นอย่างมีความหวัง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

316 ความคิดเห็น

  1. #135 kaewkkk (@kaewkkk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 01:00
    ความคิดคนในบ้านแต่ละคนนี่ดีๆกันจังเลยยยยยยยย
    #135
    0