[OS&SF] | ♞DIZZY♛ | Markson or AllJack

ตอนที่ 3 : OKAY [Markson]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    3 มี.ค. 61

ชี้แนะ

เปิดเพลง Jackson Wang – Okay ตามไปด้วยเพื่อ อถรรสในการอ่านค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          เพลย์บอยคำนี้ผมรู้สึกคุ้นหูแปลกๆเหมือนตัวเองพึ่งเคยผ่านช่วงชีวิตวันเวลาในช่วงนั้นมาแล้วหมาดๆยังไงก็ไม่รู้แฮะ แต่น่าแปลกที่ปัจจุบันนี้ผมได้เลิกทำตัวเป็นพ่อเสือขยี้ใจสาวไปนานแล้วและเปลี่ยนมาเป็นนั่งทำงานกวาดบ้านถูบ้านดูแลข้าวของภายในบ้านแทน ส่วนคนที่เป็นเพลย์บอยตัวจริงในตอนนี้ก็คือแฟนผมเอง

 

 

           “มาร์คจะไปไหน?”ผมถามแม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่ามาร์คจะตอบผมกลับมาว่าอย่างไร

 

 

          “ไปเที่ยวกับเพื่อน เนี้ยมันนัดไว้แล้วเดี๋ยวจะรีบกลับนะครับก็เป็นแบบนี้ทั้งปี บอกว่าไปเที่ยวแล้วจะรีบกลับอย่างนี้ตลอดผมเบื่อ

 

 

          “ไม่ไปได้มั้ยวันนี้วันสำคัญของเราสองคนนะผมเดินไปจับมือเขาไว้แน่น ถ้าทำได้ผมอาจจะกอดเข้าไปด้วยแต่มาร์คก็แค่เหลือบตามองแล้วปั้นหน้ายิ้มใส่ผมเท่านั้น เขาค่อยๆแกะมือผมออกจากมือเขาแล้วยกขึ้นลูบหัวผมแผ่วเบา

 

 

          “ไม่ได้หรอกมันจะเสียมารยาทเอานะนัดไว้แล้วไม่ไปเนี้ย กากาครับอี๋เอินสัญญานะว่าจะรีบไปรีบกลับโอเค?”นิ้วก้อยของเขาถูกยกขึ้นมาเกี่ยวกับผม รอยยิ้มทรงเสน่ห์นั่นเห็นทีไรผมเป็นต้องใจอ่อนทุกที ก็เพราะเป็นแบบนี้มาร์คจึงชอบยิ้มประจำเวลาจะไปเที่ยวกับเพื่อนและก็ดันเป็นผมที่บ้ายอมให้เขาไปใช่ผมมันควายเองแหล่ะ

 

 

          “…ก็ได้แต่สัญญานะว่าจะรีบกลับ วันนี้วันฉลองวันครบรอบของเรากากาไม่อยากให้งานฉลองวันนี้ขาดอี๋เอินไปมันไม่สนุกผมยิ้มบอกเขาไป มาร์คทำแค่พยักหน้าแล้วยกมือขึ้นมาหยิกแก้มผมก่อนโยกตัวผมไปมาเล็กน้อย

 

 

          “แฟนใครกันทำไมน่ารักแบบนี้หืมเขายิ้มแล้วก้มลงฟัดแก้มผมไปมาจนมันแทบช้ำไปหมดทั้งสองข้าง น่าแปลกทั้งๆที่แต่ก่อนผมอาจจะดีใจที่เขาทำแบบนี้แต่ทำไมตอนนี้ผมกลับไม่มีความสุขเลยล่ะ?

 

 

          “อืม รีบไปเถอะเดี๋ยวจะไม่ทันนัดเอานะผมบอกผลักเขาออกจากตัวก่อนจะเดินหันหลังกลับไป ทันทีที่ผมเดินหนีมาร์คก็รีบวิ่งออกไปสตาร์ทรถทันที

 

 

          แล้วแบบนี้จะให้ผมรู้สึกดีได้ยังไง?….

 

 

Rrrr Rrrr

 

 

          “ฮัลโหล

 

 

          [“แจ็คสันกูไปหาได้มึงปะกูเหงาวะ”]

 

 

          “อืม มาดิเดี๋ยวรอหน้าบ้าน

 

 

          [“เคแล้วเจอกัน…”]

 

 

          “โอเค

 

 

          ผมกดวางสายไปพลางเหลือบมองจานข้าวทั้งหลายที่วางเรียงกันเต็มโต๊ะ ทั้งๆที่วันนี้ผมตั้งใจจะจัดเซอร์ไพร์ให้กับมาร์คเขาเสียหน่อยแต่สุดท้ายแฟนผมก็ไปหาเพื่อนและเที่ยวอยู่ดี ผมได้แต่นั่งมองจานเหล่านั้นก่อนตัดสินใจที่จะเทมันทิ้งลงถังขยะแล้วที่ผมทนเจ็บมือเพราะโดนมีดบาดเพื่ออะไรกันล่ะ? ในเมื่อเจ้าของมื้ออาหารในมื้อนี้ไม่อยู่มันก็คงจะไม่มีความหมายอะไรที่จะต้องให้ผมเก็บมันไว้ต่อไป

 

 

          ไม่เป็นอะไรหรอกก็แค่กับข้าวที่ผมลงมือทำเองเป็นครั้งแรกไม่เป็นไรครั้งหน้าผมจะทำใหม่และมาร์คจะต้องทานมันให้ได้ไม่เป็นไร

 

 

กิ๊งก๊อง! กิ๊งก๊อง!

 

 

          จังหวะที่อาหารทุกอย่างกำลังจะลงไปในถังขยะเสียงกดกริ่งหน้าบ้านก็เรียกความสนใจผมขึ้นเสียก่อน บางทีเพื่อนผมอาจจะมาถึงแล้วก็ได้ผมคิดว่าควรเลิกสนใจอาหารพวกนี้แล้วเดินไปเปิดประตูให้เขาก่อนดีกว่า แล้วค่อยกลับมาทิ้งมันทีหลังก็ยังไม่สาย

 

 

          “มาช้าจังวะนึกว่าจะหลับตายไปแล้วซะอีกเมื่อเปิดประตูออกไปคนที่ยืนรออยู่นานแล้วก่อนหน้านี้ก็บ่นขึ้น ผมได้แต่บึนปากใส่มันแล้วลากให้มันเข้ามาด้านในเพราะขี้เกียจฟังมันบ่นเรื่องมากให้ฟัง

 

 

          “นึกไงถึงมาหาผมถามพร้อมเดินไปหยิบแก้วมารินน้ำเสิร์ฟไว้ที่โต๊ะหน้าโซฟากลางห้อง มันนั่งลงลงโซฟาในบ้านของผมก่อนรับน้ำไปดื่มแล้ววางแก้วลงหลังจากที่ดื่มหมดแก้วแล้ว

 

 

          “ก็คิดถึงเพื่อน ทำไมมาหาไม่ได้รึไง?…หรือว่ากลัวผัวหึง ไอ้แห้งนั่นไปไหนซะแล้วล่ะไม่อยู่คอยเป็นไม้กันหมาให้มึงเหรอมันเลิกคิ้วมองหาแฟนผมก่อนจะพูดในเชิงประชดนิดๆ เป็นแบบนี้แหล่ะเพื่อนผมกับมาร์คไม่ค่อยจะถูกกันสักเท่าไหร่เหตุผลข้อหนึ่งก็มาจากที่มันเองก็เคยชอบผมอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้จะยังชอบอยู่รึเปล่า มาร์คเองก็มองออกว่ามันชอบผมเพราะงั้นตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่ผมเป็นแฟนมาร์คผมก็ไม่เคยได้เจอหน้าเพื่อนตัวเองเลยสักครั้ง เพราเวลาเจอหน้ามันทีไรมันก็จะตีหรือไม่ก็มีปากเสียงกับมาร์คทุกที นานๆครั้งจะเจอกันเหมือนกับวันนี้ซึ่งมันเหมาะเหม่งกับช่วงที่มาร์คไม่อยู่พอดี

 

 

          “มาร์คเขาไปหาเพื่อนน่ะ แล้วนี่เมื่อไหร่นายจะเลิกกัดกับมาร์คสักทีเห็นเจอกันทีไรก็แยกเขี้ยวใส่กันทุกรอบเลย เจบีถ้าอันไหนมันผ่อนได้ก็ผ่อนหน่อยเถอะนายเป็นผู้ใหญ่นะอย่าไปทะเลาะกับเขานักเลยผมบอกวางมือตัวเองลงบนมือของเพื่อนตน ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ผมก็ไม่ได้มีสิทธิ์ไปห้ามหรือขอร้องอะไรมันมากหรอกยังไงสุดท้ายเจบีมันก็ไม่ฟังใครอยู่ดีนั่นแหล่ะ

 

 

          “ไปหาเพื่อนหรือแอบไปคั่วสาวกันแน่ กูรู้นะว่ามันทำตัวยังไงตั้งแต่เป็นแฟนกับมึงแจ็คถ้ามึงไม่ไหวมึงก็เลิกเถอะวะกูไม่อยากเห็นเพื่อนเจ็บนักหรอกนะ กูเคยผ่านจุดนั้นมาทำไมกูจะไม่รู้วะว่ามันทรมานมากแค่ไหนมันหันมาพูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง แววตาของมันไม่ได้มีความล้อเล่นเลยแม้แต่น้อยและนั่นก็ยิ่งทำให้ผมใจสั่น ไม่ใช่ว่าผมอยากทน ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากเลิก แต่ที่ผมไม่ทำก็เพราะว่าผมรักมาร์ค..ผมรักเขา

 

 

          “ไม่เป็นไรมึงกูทนได้ มาร์คก็แค่อยู่ในวัยรุ่นน่าเดี๋ยวผ่านวัยนี้ไปมันก็เลิกเที่ยวเองแหล่ะเหมือนกูไงผมพูดบอกมันยิ้มๆ แต่ไม่ใช่ยิ้มที่จริงใจมันเป็นแค่ยิ้มฝืนๆที่ผมกลั้นใจทำขึ้นเพื่อให้เจบีมันสบายใจเท่านั้นเอง

 

 

          “แล้วตอนมึงเป็นมึงเคยทำได้ไหม?…

 

 

          จุกคำพูดคำเดียวของเจบีมันทำให้ผมพูดไม่ออก เชื่อเถอะว่าหลายปีกว่าผมจะเลิกเที่ยวเลิกกินกับเพื่อนได้แต่ที่ผมทำได้ก็เพราะว่ามาร์คขอ เพราะวันนั้นผมเมาและเกือบรถล้มตายพอได้เห็นว่ามาร์คร้องไห้ผมก็เลยหยุดและกลับมาทำหน้าที่ของแฟนที่ดี แต่แล้วก็เหมือนกรรมตามสนองเพราะมาร์คเริ่มจะเป็นแทนผมในสมัยก่อนซะงั้น

 

 

          น่าสมเพชจริงๆว่างั้นมั้ยล่ะ?…

 

 

          “…..”ผมเงียบไม่ได้ตอบคำถามอะไรเจบีมันไป ผมเลือกที่จะเก็บแก้วน้ำที่มันกินเอาไปล้างในครัวเงียบๆแทนและจะได้ทิ้งกับข้าวที่ผมทำเพื่อมาร์คไปด้วย

 

 

          มือเรียวหยิบแก้วน้ำขึ้นมาล้างด้วยน้ำยาล้างจานก่อนจะวางแก้วลงแล้วหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะกลางห้องครัว ก้มลงดึงถังขยะให้ขยับเข้ามาใกล้ๆแล้วบรรจงจับหยิบจานที่ใส่กับข้าวที่ตนเองเป็นคนทำค่อยๆเทลงถังไป

 

 

หมับ!

 

 

          “อย่าทิ้งเสียงทุ่มเรียกความสนใจ มือหนานั่นจับแขนผมไว้พร้อมมืออีกข้างที่เอื้อมมารองก้นจานไว้ไม่ให้อาหารตกลงสู่ถังขยะ ผมเงยหน้าขึ้นมองพบว่าเจบีมันกำลังจ้องมองผมด้วยสายตาอะไรบางอย่างอยู่

 

 

          ผมกำมือข้างหนึ่งแน่นปล่อยมืออีกข้างที่ถือจานอยู่ลงแล้วพุ่งเข้ากอดตัวมันแน่น ฝังหน้าตัวเองลงกับอกแกร่งที่สาวๆต่างชื่นชอบแผ่วเบาแล้วค่อยๆปล่อยให้น้ำตาตัวเองไหลลงมาช้าๆ ทั้งที่แต่ก่อนผมคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งและแข็งแรงเป็นที่พึ่งของทุกคนในครอบครัวและคนรักได้แท้ๆแต่ทำไมกันนะทำไมตอนนี้ผมกลับรู้สึกว่าตัวเอง อ่อนแอ ลงกัน?

 

 

          “เจบีฮึก..ขออยู่แบบนี้สักพักนะผมกำเสือเจบีแน่น บอกกับมันไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นจากการร้องไห้ของตัวเองแผ่วเบาไม่อยากพูดอะไรมาก ความรู้สึกต่างๆของผมมันไหลผ่านทางน้ำตาไปแล้วเรียบร้อย ผมไม่รู้ว่าเจบีจะรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของผมรึเปล่าแต่ผมคิดว่ามันน่าจะเข้าใจหัวอกของผมดีกว่าใครเลยล่ะ

 

 

          “อืมคำๆเดียวก็สามารถสร้างความไว้วางใจสำหรับผมได้ เพราะฉะนั้นเวลาต่อจากนี้จะเป็นเวลาของผมเป็นเวลาที่ผมจะได้ระบายความเศร้ากับเพื่อนของตน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          “ขอบใจนะผมบอกเจบีหลังจากร้องไห้เสร็จ รู้สึกสบายตัวสบายใจแปลกๆพอทำแบบนี้แล้วก็ช่วยบรรเทาความเศร้าในใจออกไปได้บ้างแม้ว่ามันจะออกไปได้ไม่มากก็ตาม

 

 

          “เออ กินข้าวเถอะร้องจนจะไม่มีแรงยืนแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นลมตายกันพอดีไหนมึงทำเองใช่มั้ย? ถ้ามันไม่อยู่กินกับมึงเดี๋ยวกูกินให้เองขอลองหน่อยกับข้าวฝีมือมึงจะอร่อยสู้ร้านริมถนนได้รึเปล่ามันบอกด้วยท่าทางกวนประสาทแล้วย่อตัวลงนั่งตรงข้ามกับผมก่อนเอื้อมมือตักข้าวแล้วหยิบช้อนขึ้นตักแกงจืดเห็ดเป๋าฮือขึ้นมาชิม

 

 

          ผมมองตามมือมันแทบจะไม่คลาดสายตา ยามที่ช้อนที่ตักชิมน้ำซุปที่ผมทำเองจรดที่ปลายริมฝีปากนั่นก็ยิ่งทำให้ผมใจเต้นขึ้นเรื่อยๆ ผมลุ้นจนกำมือแน่นเส้นเลือดปูดขึ้นมาเต็มไปหมดกัดปากแน่นพร้อมกับจ้องมันอย่างกดดัน พอมันวางช้อนลงผมก็ตบโต๊ะลุกขึ้นยืนทันทีจะอร่อยรึเปล่านะ?

 

 

          “เป็นไง?”

 

 

          “ก็…..”

 

 

          มันเว้นช่วง ตาเรียวเหมือนขีดเส้นนั่นเหลือบมองมาทางผมเล็กน้อยก่อนยกมือขึ้นกุมปิดปากแน่นอาการแบบนี้แสดงว่ามันไม่อร่อยงั้นสินะมาร์คโชคดีจริงๆที่ไม่ได้อยู่กินอาหารห่วยๆแบบนี้ไม่อย่างนั้นผมคงได้เป็นคนฆ่าแฟนตัวเองตายแน่ๆ

 

 

          “อร่อยดี โอ้ย! ตีทำไมวะเนี้ยเจ็บนะเว้ยผมเดินไปตีไหล่มันทีนึงด้วยความหมั่นไส้มันใช่เรื่องไหมที่จะมาล้อเล่นกับผมแบบนี้เนี้ย คนเขาก็ยิ่งลุ้นๆอยู่ว่ามันจะอร่อยรึเปล่า ไหนจะแกล้งทำเป็นอ้วกนั่นอีกผมไม่ต่อยมันหน้าคว่ำก็ดีเท่าไหร่แล้ว

 

 

         “ก็กวนตีนก่อนทำไมอ่ะ รู้ปะว่ามันลุ้นผมบ่นมันไป เจบีได้แต่หัวเราะด้วยความสะใจแล้วเริ่มลงมือทานต่อยิ้มๆ

 

 

          “มั่นใจหน่อยดิมึงทำให้ไอ้แห้งกินนะเว้ยไม่มั่นใจแบบนี้แล้วคนกินมันจะกล้าเหรอวะ

 

 

          “แต่มาร์คไม่ได้กินนายต่างหากที่เป็นคนกิน

 

 

          ผมบอกเจบีมันด้วยใบหน้าเศร้า มันเงียบไปชั่วครู่แล้วเริ่มเปลี่ยนเรื่องคุยใหม่เพื่อไม่ให้ผมเครียดหรือเศร้าจนเกินไปถ้าเลือกได้ผมก็อยากกลับไปโสดเหมือนเดิมนะจะได้ไม่ต้องมาทนเจ็บอยู่แบบนี้

 

 

          “มาๆกินข้าวกันเดี๋ยวกูป้อนเองมันกวักมือเรียกพร้อมทำท่าจะป้อนข้าวเข้าปากผม แต่เมื่อกี้ถ้าจำไม่ผิดช้อนที่มันถืออยู่ในมือพึ่งโดนปากมันไปนะแล้วนี่ก็ยังจะเอามาป้อนผมต่ออีก สกปรกไปไหมแบบนั้น?

 

 

          “อี๋! โสโครกเอาออกไปเลยนะไม่ต้องป้อนด้วยเดี๋ยวกินเอง ทำไมต้องมีเพื่อนสกปรกแบบนายด้วยวะผมบ่นดันแขนมันออกไปให้ห่างจากตัว แต่เจบีมันก็ยังดื้อด้านที่จะแกล้งผมต่ออยู่ดี พวกเราดันกันไปดันกันมาและก็หัวเราะเสียงดังลั่นบ้าน ผมรู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่กับมันโดยลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้ตัวเองรู้สึกยังไงอยู่

 

 

          …แต่ความสุขก็ไม่เข้าใครออกใคร ที่ใดมีสุขที่นั่นย่อมมีทุกข์เสมอ เหมือนกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ยังไงล่ะ

 

 

ปัง!

 

 

          บานประตูห้องครัวกระเด็นไปอีกทาง ภาพของมาร์คที่มีสีหน้าเกรี้ยวกราดกำลังจับจ้องสายตามาที่ผมและเจบีที่กำลังหยอกล้อกันอยู่ ผมหน้าซีดทันทีรู้สึกได้ถึงภัยอันตรายที่กำลังจะมาเยือนตนในไม่ช้า แต่กลับรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อมือหนาของเจบีดันร่างผมไปหลบไว้อยู่หลังตนแล้วหันไปเผชิญหน้ากับมาร์คแทน

 

 

          “ผัวไม่อยู่แค่ไม่กี่ชั่วโมงนี่ริอาจพาชู้เข้าบ้านเหรอ? ไม่พอยังพากันมากินข้าวกันในห้องอีกพอกินเสร็จแล้วก็จะขึ้นไปเอากันบนห้องอนอนใช่ไหมห๊ะ!คำพูดหยาบโลนแถมเสียดแทงใจของมาร์คทำให้ผมก้มหน้าต่ำกำเสื้อเจบีมันแน่น ทำไมมาร์คถึงคิดแบบนั้นกันล่ะ..ผมจะไปไม่คนอื่นได้ยังไงในเมื่อผมรักเขาซะขนาดนั้น

 

 

          “เฮ้ย! มึงพูดให้มันดีๆหน่อยชู้เหี้ยอะไรดูก็รู้ว่ากูเพื่อนมันเพื่อนแค่หยอกกันมึงคิดคิดไปไกลถึงไหนเจบีมันพูดแย้งขึ้นพยายามดันตัวผมไปหลบหลังตัวเองให้มิดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเห็นหน้ามาร์ค แต่แค่ฟังจากน้ำเสียงผมก็รู้แล้วว่ามาร์คตอนนี้กำลังแสดงสีหน้าแบบไหนอยู่ มันจะต้องเป็นสีหน้าที่น่ากลัวมากแน่ๆ

 

 

          “เพื่อนที่คิดจะแดกเพื่อนด้วยกันแบบมึงน่ะเหรอที่ไม่ให้กูคิดไปไกล?

 

 

          “มาร์ค!ผมโผล่พูดขึ้นด้วยความโกรธ โกรธจริงๆนะทำไมมาร์คจะต้องพูดแบบนั้นด้วยไม่ไว้ใจกันบ้างเลยรึไง

 

 

          “อะไรโผล่หน้าออกมาได้แล้วเหรอ? มานี่!ร่างผมถูกมาร์คกระชากดึงเข้าไปจับไว้แน่น เจบีพยายามจะเข้ามาแย่งตัวผมคืนไปแต่ผมกลับถูกมาร์คจับบีบแขนแน่นไม่ปล่อยแถมยังจ้องตาเจบีเขม็งอีกด้วย

 

 

           “ปล่อยแจ็คสันนะเว้ย! มึงจะทำแบบนี้กับเพื่อนกูไม่ได้ไอ้แห้งเจบีพูดแต่พอมันจะเข้ามามาร์คก็ยกเท้าถีบเข้าไปที่ท้องของมันแล้วก็ปล่อยผมยืนไว้อยู่อย่างนั้นก่อนเข้าไปตะรุมบอลเจบีที่ไม่ทันได้ตั้งตัว

 

 

          “เพื่อนเหรอ!เพื่อนเหี้ยอะไรหยอกกันหวานขนาดนั้นวะ! อยากคิดว่ากูไม่รู้นะว่ามึงจ้องจะแดกเมียกูอยู่ตลอดเวลาน่ะไอ้เหี้ย! ที่กูไม่ทักไม่ท้วงก็เพราะว่าสงสารอยากให้หมาอย่างมึงได้แตะดาวสักครั้งแค่นั้นแหล่ะ หึ! จะเรียกให้ถูกก็คือกูสมเพชมึงมากกว่ามาร์คไม่พูดเปล่าเขายังยกเท้าเตะเพื่อนผมไปมาอีกด้วย เจบีมันก็ยกมือขึ้นกันไว้ไม่ให้มาร์คเตะโดนหน้าตัวเอง

 

 

          ผมยืนทนดูเพื่อนโดนแฟนทำร้ายมาไหวก็วิ่งเข้าไปช่วยเอาตัวเองบังร่างเจบีมันเอาไว้แล้วยอมเจ็บแทนมันเอง แต่การกระทำนั้นยิ่งทำให้มาร์ครู้สึกอารมณ์เสียมากกว่าเก่าเสียอีก

 

 

          “ปกป้องกันงั้นเหรอ? หึ! เป็นเมียมันไปแล้วใช่ไหม!!ถึงได้ปกป้องออกตัวกันแบบนี้น่ะห๊ะมาร์คตะคอกถาม ผมไม่ตอบแต่นั่งกอดร่างเพื่อนตัวเองไว้แน่น ไม่เอาไม่อยากให้ใครต้องมาเจ็บเพราะตัวผมอีกแล้วให้ผมได้เจ็บแค่คนเดียวก็พอแค่ผมก็พอ

 

 

          “ออกไปเลยนะ! ออกไปจากบ้านผมเดี๋ยวนี้เสื้อผ้าอะไรก็เก็บไปแล้วก็อยากมาให้ผมเห็นหน้าอีกนะผมไม่อยากมีเมียเป็นอีตัว!คำพูดรุนแรงกับการกระทำของมาร์ค ทำให้ผมเสียน้ำตาผมก้มหน้านิ่งปล่อยให้เขาด่าทอตัวเองอย่างเสียๆหายๆ มาร์คเขาเดินหายไปสักพักแล้วก็กลับมาพร้อมกระเป๋าใส่เสื้อผ้าของผม

 

 

          เขาโยนมันใส่หน้าผมขับไล่ไสส่งผมและเจบีให้ออกไปจากบ้านตัวเอง โดยที่เขาไม่รู้เลยสักนิดว่าผมกำลังร้องไห้เพราะคำพูดของเขาอยู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          คืนแรกกับการนอนที่บ้านของเจบีโดยไม่มีมาร์คให้กอดถึงแม้ว่าปกติผมจะไม่ได้กอดเขาก็ตามทีเถอะ พอผมนั่งทำแผลให้เพื่อนตัวเองเสร็จก็ขอตัวไปอาบน้ำและมานั่งดูดาวอยู่ที่เตียงผ่านหน้าต่างกระจกตรงระเบียงทางซ้ายของบ้านเจบีมัน

 

 

          “มึงนอนคนเดียวได้แน่นะเจบีมันโผล่ขึ้นถาม ตอนนี้มันอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยแล้วพวกเราแลกห้องกันมันไปนอนด้านล่างตรงกลางบ้านส่วนผมนอนชั้นบนห้องของมันแทน เจบีมันทำแบบนี้ประจำตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงปัจจุบันมันก็ยังไม่เคยเปลี่ยน

 

 

          ทำไมมาร์คไม่เป็นแบบนี้บ้างนะ?….

 

 

          “อืม ไมเป็นไรนายไปนอนเถอะเดี๋ยวจะตื่นไปทำงานพรุ่งนี้ไม่ทันนะผมหันไปบอกมัน แล้วมึงไม่ทำงานรึไงพรุ่งนี้น่ะ

 

 

          มันถามก่อนที่จะได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าไปมาของผมแทน คิดว่าผมจะมีอารมณ์ไปทำงานรึไงกันถึงไปผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้ถึงวันหรือเปล่า

 

 

          “ขอเจ้านายลาสักสามวันน่ะ ไม่อยากไปทำสักเท่าไหร่กลัวทำได้ไม่เต็มที่น่ะ

 

 

          “….อืม ยังไงก็อยากคิดมากก็แล้วกันคืนนี้ก็นอนๆไปซะ ถ้ากลัวก็ลงไปเรียกกูก็ได้เดี๋ยวขึ้นมานอนเป็นเพื่อนให้

 

 

          “โอเค ฝันดีนะเจบี

 

 

          “เหมือนกัน

 

 

          บทสนทนาของพวกเราสองคนจบลงเพียงแค่นั้นก่อนที่ประตูจะถูกปิดลงพร้อมกับแสงไฟที่หายไปจากห้องของผม เจบีไปแล้วเหลือเพียงผมที่ยังคงไม่นอนและยังคงนั่งมองท้องฟ้าอยู่ คืนนี้หมู่ดาวแปรเปลี่ยนไปเหมือนกับจิตใจและความวุ่นวายเมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ ผมเลือกที่จะลุกขึ้นเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำแทนที่จะล้มตัวลงนอน

 

 

          มือบางบิดก๊อกน้ำฝักบัวเพื่อเปิดให้มันไหลรดตัวตน ผมหันหน้าเข้าหากำแพงชุดตัวเดียวที่มีอยู่เปียกปอนไปด้วยสายน้ำจากฝักบัว ผมปล่อยให้ตัวเองเหม่อลอยไปกับความคิดของตัวเอง ดวงตาจ้องมองกำแพงอย่างไร้จุดหมายพอมานั่งคิดทบทวนถึงเรื่องต่างๆแล้วผมกลับรู้สึกว่ายิ่งอยู่กับมาร์คผมยิ่งไร้ค่า

 

 

          ผมเคยมั่นใจมาตลอดว่าจะสามารถทำให้เขาไม่เบื่อและสยบเขาให้อยู่หมัดได้ มั่นใจแม้กระทั่งร่างกาย รูปร่างหน้าตา ฐานะการเงิน และนิสัยของตัวเอง แต่ผมก็ไร้ความมั่นใจเมื่อพบว่านับวันมาร์คยิ่งตีตัวออกห่างเขาค่อนข้างจะไม่สนใจผมและใส่ใจเกี่ยวกับพวกเพื่อนๆมากกว่า ชอบเที่ยวและดื่มกินเป็นประจำจนบางครั้งเราก็มีปากเสียงกันเพราะเรื่องนี้ และเมื่อมาร์คเถียงผมกลับก็ทำให้ผมไม่สามารถโต้แย้งอะไรเขาได้

 

 

          ‘พี่เองก็เคยเป็นนี่ รู้สึกยังไงล่ะเวลาอยู่บ้านคนเดียวโดยที่ผมไปเที่ยวกับเพื่อนไปดื่มและก็มั่วสาวน่ะมีความสุขไหมจำไว้นะครับในเมื่อพี่ทำได้ผมเองก็ทำได้เหมือนกัน!

 

 

 

          มันเป็นครั้งแรกที่มาร์คพูดและร้องไห้ไปด้วย และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่ผมเข้าใจว่าผมเป็นคนผิดเองที่ทำตัวไม่ได้เรื่องมากตั้งแต่แรกให้เขาเห็นใช่ผมผิดเอง..

 

 

          ผมเดินออกจากห้องน้ำโดยที่ตัวก็ยังเปียกและหัวยังไม่ได้เช็ดให้แห้ง ผมหยุดยืนตรงปลายเตียงไม่กล้าที่จะขึ้นไปนั่งเพราะเกรงใจกลัวว่าเตียงของเจบีมันจะเหม็นอับ จึงได้แต่เปิดหน้าต่างเดินออกไปตากลมทำให้จิตใจของตัวเองสงบลงจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านและเข้านอนได้เสียที แต่ระหว่างนั้นเอง

 

 

Rrrr Rrrr

 

 

          ผมเอียงตัวหันหลังกลับไปมองเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ทำให้ผมเลิกทำทุกอย่างแล้วรีบวิ่งไปกดรับสายทันทีก็เป็นซะแบบนี้ทุกครั้งนั่นแหล่ะ เวลาที่เขาง้อด้วยการโทรหาแค่ไม่กี่วินาทีความโกรธและความรู้สึกทุกอย่างก็หายไป สุดท้ายคนที่ขาดเขาไม่ได้ก็กลายเป็นผมซะเอง

 

 

          “ฮัลโหลมาร์ค…”ผมกดรับสายรีบพูดด้วยความเร็วเพราะกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจวางแต่

 

 

          [“อ๊ะ!อ๊าาา..มะมาร์คคะเบาๆค่ะอื้มมมม…”] เสียงครางหวานดังเล็ดรอดมาจากปลายสาย ผมไม่ใช่เด็กอมมือที่จะดูไม่ออกว่านั่นคืออะไรผมได้แต่กำมือแน่นและตั้งคำถามไว้ในใจว่าเขาทำไปทำไม? จะโทรมาตอกย้ำผมอย่างนั้นเหรอว่าถ้าผมมีชู้ได้เขาเองก็สามารถทำได้เหมือนกัน

 

 

          …มาร์คจะรู้บ้างไหมว่าสิ่งที่เขาทำมันทำให้ผมเจ็บเจียนตาย

 

 

          “มาร์คมาร์คได้ยินมั้ย?…มาร์ค?”ผมพยายามไม่สนใจเสียงครางระงมนั่นแล้วพูดเรียกหาแต่ชื่อของมาร์คเท่านั้น ดูเหมือนคนโง่เนอะทั้งๆที่เขาน่าจะไม่ได้ยินเพราะกำลังมีความสุขกับสาวๆบนเตียงแท้ๆแต่ก็ยังดื้อด้านดันทุรังที่จะเรียกเขาต่อไป แบบนี้เขาเรียกว่าอะไรนะหน้าด้านอย่างนั้นเหรอ?

 

 

          [“ได้ยินมั้ยได้ยินหรือเปล่าเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขนี่น่ะอ๊าาารู้สึกดีสุดๆไปเลยล่ะที่รัก”] เสียงทุ่มนั่นผมรู้ว่าเขาไม่ได้พูดกับผู้หญิงที่กำลังมีอะไรกันด้วยแต่มาร์คกำลังพูดกับผมอยู่ เขาได้ยินผมแต่หล่อนไม่มาร์คกำลังเยาะเย้ยและหยามผมอยู่ซึ่งผมจะไปมีสิทธิ์โกรธอะไรเขาได้ก็ในเมื่อผมเป็นคนที่ทำผิดกับเขาไว้นี่นาจริงไหม?

 

 

          [“รู้สึกสิคะรู้สึกดีที่สุดเลยค่ะมาร์คฉันรักคุณนะคะที่รัก”] เจ็บปวดจัง ทนฟังต่อไปไม่ไหวอีกแล้วผมควรจะทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้ดี? ไม่ชอบเลยไม่ชอบให้คนอื่นมาเรียกแฟนตัวเองว่าที่รกเลยสักนิด มาร์คต้องการจะฆ่าให้ผมตายทางอ้อมหรือไงกัน คิดว่าผมเป็นพระอิฐพระปูนอย่างนั้นเหรอที่ทนต่อความเอาแต่ใจของเขาได้น่ะ

 

 

          ทำไมจะต้องทรมานผมแบบนี้ด้วย….

 

 

 

          “ฉันจะวางแล้วนะขอให้นายมีความสุขนะมาร์คสำหรับคืนนี้ราตรีสวัสดิ์ผมบอกกับเขาด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา กดวางสายแล้วทรุดตัวลงข้างเตียงทันที ไม่มีแม้กระทั่งเรี่ยวแรงที่จะวางโทรศัพท์ผมปล่อยให้มันตกหล่นสู่พื้นเองตามลำดับ ใบหน้าที่เปียกไปด้วยน้ำซบลงกับผืนเตียงนุ่ม

 

 

          เอาอีกแล้วจะต้องให้ผมเสียน้ำตาไปอีกสักกี่ครั้งกันเขาถึงจะพอใจ

 

 

          ต้องให้ผมเจ็บมากแค่ไหนมาร์คถึงจะหยุด

 

 

          ตลอดเวลาที่ผ่านมาเท่าที่ผมจำได้ แม้ผมจะเคยเจ้าชู้ยังไงแต่ผมก็ไม่เคยทำให้เขาเจ็บปวดเลยสักครั้ง

 

 

          แล้วทำไมทำไมมาร์คต้องทำร้ายผมหนักขนาดนี้ด้วย?

 

 

          แต่ไม่เป็นไร

 

 

          ผมทนได้เพราะผมรักเขา

 

 

          ผมทนได้ผมยังโอเคอยู่

 

 

          ใช่ตอนนี้ผมรู้สึกดีสุดๆไปเลยล่ะ….

 

 

          ถึงจะพูดแบบนั้นแล้วทำไม….

 

 

          ผมยังไม่หยุดร้องไห้กันนะ?

 

 

 

 

 

 

End.

          จบแบบมึนๆและซึนๆเศร้าๆ คือฟังเพลงน้องแจ็คซ้ำไปมาหลายรอบมากอ่ะกว่าจะได้เรื่องนี้มาฟิลที่เข้าใจก็จะประมาณนี้เลยค่ะ555+ ฟังแล้วมันหน่วงๆอ่ะยิ่งไปเจอคำแปลแล้วยิ่งตรงกับพล็อต ถ้าเกิดผิดพลาดประการใดต้องขออภัยในที่นี้ด้วยนะคะแล้วเจอกันในเรื่องต่อไปบายค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

431 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 กันยายน 2561 / 08:06
    ฮือ สงสารแจ็คสันอะ
    #100
    0
  2. #55 น้อง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 12:04

    พีีโอเค แต่น้องไม่โอเคคค

    #55
    0