[OS&SF] | ♞DIZZY♛ | Markson or AllJack

ตอนที่ 47 : Believer | 02 [Bson] End.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 292
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    4 พ.ย. 62

Believer

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นจะสนองมันในตอนท้าย

 

 

เขาเป็นคนไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม

 

 

แต่พอมาวันนี้ ชายหนุ่มถึงได้รู้ซึ้งแล้วว่า

 

 

กรรมมีอยู่จริง และมันก็รวดเร็วไม่จำเป็นต้องรอไปถึงชาติหน้าอีกด้วย

 

 

 

 

 

          มาร์คตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมกับเรื่องน่าปวดหัว แบมแบมประสบอุบัติเหตุระหว่างออกไปซื้อข้าวเช้า จากที่ฟังมามาร์คจับใจความได้ว่าเจ้าตัวกำลังขับรถอยู่แล้วจู่ๆก็มีรถคันหนึ่งขับตามหลังมาอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนคนขับจะเมาทำให้ขับมาชนเข้ากับรถของแบมแบม โชคดีที่เจ้าตัวไม่เป็นอะไรมากแต่สลบไปเท่านั้น ไม่อย่างนั้นมาร์คคงได้สติแตกแน่ๆถ้าอีกฝ่ายเป็นอะไรมากกว่านั้น และเรื่องน่าปวดหัวอีกเรื่องนั่นก็คือ

 

 

          แจ็คสันจะกลับมาเป็นประธานCEOที่บริษัทพร้อมกับคนติดตามของเจ้าตัว หมายความว่ามาร์คจะไม่มีงานทำเขาจะถูกเด้งออกจากตำแหน่งของประธาน นั่นทำให้ชายหนุ่มรีบมุ่งหน้าขับรถตรงไปยังบริษัทในตอนนี้ ระหว่างที่ขับรถไปนั้นมาร์คก็กดโทรศัพท์ติดต่อเลขาของตนไม่หยุด แต่ยูคยอมก็ไม่รับสายเขาสักที ดูท่าคงจะต้องไล่ออกจากงานจริงๆแล้วสินะวันนี้ ไม่นานมาร์คก็ขับรถถึงบริษัทของตน เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองชื่อบิษัทถูกเปลี่ยนกลับไปใช้ชื่อเดิมอีกครั้ง มาร์คกำหมัดแน่นแววตาฉายแววความโกรธมาแต่ไกล ชายหนุ่มจอดรถหน้าบริษัทก่อนจะก้าวเดินตรงเข้าไปด้านใน

 

 

           คนนอกเข้าไม่ได้นะครับ คนนอกงั้นเหรอ? หมายความว่ายังไงมาร์คยังเป็น CEO ของที่นี่อยู่นะเว้ย!

 

 

           ปล่อย ไม่งั้นฉันจะไล่แกออก!!”

 

 

           ผมปล่อยไม่ได้ อีกอย่างคุณแจ็คสันเท่านั้นที่มีสิทธิ์ไล่ผมออกไม่ใช่คุณ

 

 

           แกไอ้ทรยศ!!”

 

 

          มาร์คง้างกำปั้นขึ้นกลางอากาศหมัดตรงปล่อยใส่หน้ายามผู้รักษาประตูทางเข้าบริษัทเต็มแรง การปะทะกันของอดีต CEO และยามวัยหนุ่ม ก่อความวุ่นวายแก่เหล่าพนักงานในบริษัทไม่น้อย ยูคยอมที่พึ่งจะลงจากห้องของเจ้านายคนใหม่ไม่สิคนเดิมที่หายไปตั้งห้าปีต่างหาก ยูคยอมมองเหตุการกลหนที่ถูกก่อขึ้นโดยฝีมือของคนที่เคยเป็นเจ้านายของตน มาร์คตกอับถึงขนาดต้องลงไปชกต่อยกับยามเลยอย่างนั้นหรือนี่ ไหนจะสายเรียกเข้าที่โทรมายังเครื่องสื่อสารของเขาตั้งหลายสายนั่นอีก อีกฝ่ายไม่รู้หรือยังไงกันว่าตอนนี้บริษัทนี่ไม่ได้เป็นของเจ้าตัวอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเจ้าของคนเดิมต่างหาก

 

 

          ท่ามกลางความวุ่นวายนั่น ร่างเล็กกอดอกยืนจ้องผู้ชายที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตนพร้อมกับร่างสูงด้านหลัง มาร์คถูกล็อคเข้าที่แขนทั้งสองข้างโดยยามผู้รักความปลอดภัย กว่าจะหยุดความบ้าของเขาได้ก็เล่นต้องใช้ยามถึงห้าคนเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว ยูคยอมถอนหายใจด้วยความเหนื่อยสภาพร่างกายเขายับไปทั้งตัวเพราะฟัดกับมาร์คมาหนักพอสมควร ผู้คนแหวกออกเมื่อคนตัวเล็กก้าวเดินเข้ามาใกล้ร่างที่ถูกล็อคเอาไว้ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า

 

 

          ไอ้เหี้ย!” เจอหน้ากันคำแรกที่อีกฝ่ายทักทายเขาในเช้าของวันนั้นช่างแสนหยาบคาย ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองด้วยความคับแค้นใน แต่นอกจากแจ็คสันจะไม่อารมณ์เสียแล้วอีกคนยังยิ้มกริ่มพึงพอใจกับปฏิกิริยานั้นอีกด้วย เขาเหรอเหี้ย?...ไม่หรอกแจ็คสันไม่ได้เป็นคนแบบนั้น เพราะว่าเขาเป็นได้มากกว่านั้นไงล่ะ คำว่าเหี้ยมันเบาไปสำหรับเขา

 

 

          หยาบคายจัง ดูสถานะตัวเองด้วยว่ากำลังพูดอยู่กับใคร แจ็คสันยิ้มพูดบอกมาร์ค ในขณะนั้นเขาขยับร่างเข้าไปใกล้ๆกับอีกคนมากขึ้น ปากอิ่มพูดกระซิบต่อที่ข้างหูอีกคน แววตาขี้เล่นเรียบนิ่งพอๆกันกับน้ำเสียงแหบที่กดให้ต่ำเป็นการข่มขู่

 

 

          มองไปรอบๆแล้วบอกฉันหน่อยมาร์ค ว่าตอนนี้ทุกอย่างที่นายเคยมีมันยังอยู่กับนายอยู่ไหม?” คำพูดนั่นเรียกให้มาร์คเหลือบมองไปรอบตัวตนเอง สายตาท่าทางและการปฏิบัติตัวของพนักงานและคนอื่นๆที่จ้องมาทางเขานั้น มันเต็มไปด้วยความไม่เชื่อใจพนักงานที่เคยยิ้มให้เขาก็มองเขาอย่างเอือมระอา หญิงสาวที่เขาเคยจ้างเพิ่มเข้ามาก็ไม่อยู่ที่นี่ คนที่ยืนล้อมตัวเขาอยู่เป็นพนักงานเก่าที่ถูกเขาไล่ออกไปแล้วทั้งนั้น ที่นี่มีแต่คนของแจ็คไม่มีเลยสักคนที่จะเป็นคนของมาร์ค

 

 

          ความสบสันก่อเกิดในใจของชายหนุ่ม หมายความว่ายังไง ฝันร้ายของเขาเป็นจริงอย่างนั้นเหรอ?

 

 

          แจ็คสันกลับมาทวงทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนตามที่เจ้าตัวไว้กล่าวเมื่อวานจริงๆ

 

 

          มาร์คคิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ในระยะเวลาสั้นๆก่อนตื่นนอนอีกคนสามารถทำได้ขนาดนี้

 

 

          มันไม่แปลกไปหน่อยหรือ?....

 

 

          สายตาคมเลื่อนสบเข้ากับใครอีกคนด้านหลังแจ็คสัน ผู้ชายลักษณะคล้ายกับคนที่เขาเห็นในฝันเมื่อคืนนั่นน่าสงสัยที่สุด หมอนั่นเป็นใครกันแน่ อิม แจบอมอย่างนั้นหรือ? มาร์คไม่เคยรู้จักมาก่อนว่าแจ็คสันรู้จักคนลึกลับพันธ์นั้นด้วย แม้แต่หน้าตาก็ยังไม่เคยเจอถ้าเป็นเพื่อนมันก็ต้องมีกันบ้างที่เขาได้เจอ หรือว่าคนรู้จักทางธุรกิจอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทางยิ่งเป็นแบบนั้นมาร์คยิ่งต้องรู้ดี แต่นี่ไม่รู้เลยว่ามันเป็นใคร จู่ๆก็ปรากฏตัวมาพร้อมกับอดีตภรรยาของตนเมื่อวานนี้ แถมสายตาของมันก็โคตรจะไม่น่าไว้ใจ แจ็คสันไปเจอคนแบบนี้ที่ไหนกัน

 

 

          ผมให้เวลาขยับเท้าก้าวออกจากหน้าบริษัทของผมภายในสิบนาที ถ้ายังไม่ไปให้พ้นหน้าคนที่นี่ ผมจะไม่รับประกันว่าคืนนี้คุณจะได้นอนที่บ้านหรือในกรงขัง แจ็คสันไม่ได้พูดเล่นน้ำเสียงนั่นเอาจริง แม้ว่าใบหน้าอีกคนจะยิ้มแย้มอยู่ก็ตามที แต่ความดุดันนั่นมันไม่ใช่เล่นๆ ยามที่เคยล็อคแขนและตัวเขาไว้ปลดออก และนั่นเป็นจังหวะดีที่มาร์คจะได้ฝากรอยแผลไว้ที่ใบหน้าแจ็คสันอีกสักสองสามหมัด

 

 

          มึง!” ทุกคนร้องเสียงหลงพร้อมๆกัน เมื่อมาร์คพุ่งปล่อยหมัดตรงใส่หน้าเจ้าของบริษัทอย่างแจ็คสัน ยามที่เคยล็อคตัวมาร์คเองก็พยายามจะจับร่างอีกฝ่ายเอาไว้ แต่อีกคนไวกว่าจึงทำให้ไม่มีใครสามารถจับร่างเจ้าตัวไว้ได้ทัน ทว่าหมัดนั่นก็ไม่ทันที่จะได้ชกโดนใบหน้าหวานให้เป็นรอยหรอก เพราะถูกมือของใครบางคนรับไว้ทันก่อนที่มันจะกระทบกับใบหน้านั่นนี่สิ

 

 

          แจบอมจ้องนิ่งไปยังคนบ้าตรงหน้า แขนข้างหนึ่งจับหมัดมาร์คเอาไว้ อีกข้างก็โอบคนตัวเล็กเข้าหาตนแน่น แววตากระโชกไม่พอใจนั่นจับจ้องไม่กระพริบ ทางฝ่ายมาร์คเองก็ได้แต่ตกใจเพราะระยะห่างจากแจบอมกับแจ็คสันนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย เขาไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายวิ่งมารับหมัดของตนเอาไว้ทันได้อย่างไร มันไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาดโดยเฉพาะกับคนที่ตัวใหญ่ดูเชื่องช้าอย่างแจบอม ผู้ชายคนนั้นเร็วขนาดนี้เลยอย่างนั้นเหรอ!?

 

 

          ปล่อยมือออกซะ แม้จะเป็นคนที่พูดเสียงปกติแต่ว่าแรงบีบที่กำปั้นนั่นไม่ปกติเลย มันเจ็บเหมือนโดนเหล็กน้ำหนักสิบตันทับ ซึ่งมันไม่แรงที่คนปกติจะมีกันมาร์คถึงกับนิ้วหน้าด้วยความเจ็บ แต่เขาก็ยังไม่ขยับปล่อยออกเพราะตั้งใจจะชกแจ็คสันให้ได้

 

 

          มึงนั่นแหละเอามือออกไป อย่ามาเสร่อ มาร์คไม่สนอีกต่อไปว่าคนจะมองตนเช่นไร เขาหลุดสันดานดิบของตนออกมาต่อหน้าคนอื่น ยิ่งมองไปยังแจ็คสันในอ้อมกอดของแจบอมยิ่งหงุดหงิด อยากเอากลับมาอยากเอาชนะอยากทำให้มันเจ็บปวดกว่าเดิมอยากจะฆ่าให้ตายเหมือนกับครั้งที่แล้ว

 

 

          นายนั่นแหละเสร่อ ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนนอกอย่างนายไสหัวไปซะ ถือว่าฉันเตือนด้วยความหวังดี ไม่มีครั้งไหนที่แจบอมจะใจดีกับคนที่ทำให้คนที่เขารักเจ็บได้เท่าครั้งนี้มาก่อน เห็นว่ามาร์คไม่เหลืออะไรแล้วหรอกนะถึงได้ยอมเตือนดีๆแบบนั้น นี่ถือว่าแจบอมใจเย็ที่สุดเท่าที่เคยเป็นมานับเป็นประวัติศาสตร์ที่โลกควรจะจารึกเอาไว้เลยก็ว่าได้ เพราะถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็ป่านี้มันคงจะนอนสลบคาเท้าเขาไปนานแล้ว แต่ที่แจบอมยังให้โอกาสมาร์คเพราะรู้สึกสมเพชอีกฝ่ายต่างหากไม่ได้สงสารใดๆ คนไร้ค่าสู้ด้วยก็เปลืองพลังงานเสียเปล่าๆ สู้ปล่อยให้มันรีบไสหัวไปให้พ้นหน้าดีกว่าเยอะ

 

 

          มาร์คจ้องลึกไปในแววตาสีแดงนั่นเขาเบิกตากว้างเมื่อมีภาพบางซ้อนทับกับร่างของอีกคน ชุดคลุมดำไปทั้งตัวผิวขาวซีดเหมือนคนเป็นโรคผิวเผือกนั่น ขอบตาแดงก่ำไม่แพ้ลูกตาของเจ้าตัว ลักษณะความสูงนั่น ไม่ผิดแน่นอนอีกคนเป็นคนเดียวกับในฝันที่มาร์คฝันเมื่อคืนแน่นอน

 

 

          หมายความว่ายังไง!?

 

 

          ยูคยอมไปส่งเขาทีนะ ระหว่างที่มาร์คกำลังยืนสับสนอยู่นั้น แจ็คสันก็อาศัยโอกาสเหมาะหันไปบอกกับเลขาตัวสูงด้านหลังของตน ตอนนี้มาร์คยังไม่ทันรู้ตัวการพาอีกฝ่ายให้ออกไปจากหน้าแจบอมโดยเร็วเห็นที่จะเป็นการดีที่สุด ไม่ได้สงสารแต่มันยังไม่ถึงเวลาตอนนี้ ยูคยอมที่ได้รีบคำสั่งจากท่านประธานรีบเข้าไปล็อคตัวมาร์คแล้วพาอีกฝ่ายไปส่งที่บ้านเจ้าตัวตามที่แจ็คสันต้องการทันที

 

 

          มาร์คนิ่งไม่ตอบโต้ใดๆ ได้แต่จ้องร่างแจ็คสันกับแจบอมไม่วางตา เขากัดปากแน่นเมื่อเห็นว่าคนตัวกำลังส่งยิ้มเย้ยมาให้ตนภายในอ้อมแขนแกร่งนั่น

 

 

          คอยดูเถอะ!

 

 

          มันจะได้ตายอีกรอบด้วยน้ำมือของเขาแน่นอน หวัง แจ็คสัน!!

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

          มาร์คเท้าคางนั่งคิดอะไรบางอย่างในห้องของตัวเอง เขาถูกยูคยอมพากลับมาส่งที่บ้านโดยสวัสดิภาพ แน่นอนว่าระหว่างทางพวกเขาไม่ได้คุยกัน ซึ่งแต่ก่อนก็ไม่เคยคุยยังไง ตอนนี้ก็ไม่เคยคุยอย่างนั้น หลังจากยูคยอมกลับไปมาร์คก็ได้พาร่างตัวเองมานั่งนิ่งเป็นก้อนหินถูกสาปอยู่ที่เตียงในห้องนอนของตนในตอนนี้ มีบางอย่างที่มันแปลกประหลาด มาร์คคิดทบทวนอะไรหลายๆอย่างในหัว นึกสงสัยตั้งแต่ตอนแรกที่เขาฝังแจ็คสันไว้กับดิน มาร์คมั่นใจว่าวันนั้นเขาบีบคออีกฝ่ายจนหมดลมหายใจ ชีพจรของอีกคนมันไม่เต้นหลังจากที่เขาตรวจสอบเรียบร้อย และก็มั่นใจอีกแหละว่าดึกแบบนั้นไม่มีใครขับรถตามหลังเขามาสักคัน ที่สุสานนั่นก็ไม่ใครสักคนอยู่ด้วย คนบ้าอะไรจะมาเคารพศพหรือมาเยี่ยมคนตายในตอนกลางคืนแบบนั้น ยิ่งที่สุสานยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่

 

 

          อีกอย่าง ที่มาร์คสงสัยนั่นก็คือดวงตาของทั้งคู่รวมถึงสีผิวด้วย ดวงตาของแจ็คสันแต่ก่อนมาร์คจำได้ว่ามันเป็นสีน้ำตาลสวย ไม่ใช่สีน้ำตาลแดงคล้ายเลือดสีเข้มนั่น แถมมันยังทอประกายแสงยามต้องกับแสงอาทิตย์อีกต่างหาก ปากเจ้าตัวก็แดงฉ่ำเหมือนคนทาลิป ผิวเองก็ขาวเผือกไม่ต่างจากแจบอม และทุกครั้งที่ปรากฏตัวก็ต้องแต่งชุดสีดำเหมือนไว้ทุกข์อะไรใครสักอย่างทั้งคู่ด้วย ไหนจะกำลังมหาศาลของแจบอมกับความเร็วเหนือมนุษย์มนานั่นอีกมันเป็นไปไม่ได้หรอกที่คนธรรมดาเขาจะทำได้กันน่ะ

 

 

          ยิ่งนั่งคิดก็ยิ่งเหมือนเขากำลังใช้เวลาชีวิตให้สิ้นเปลืองไปเสียเปล่าๆ จากความสงสัยกลายเป็นความห่วงใยเมื่อนึกถึงใบหน้าของใครบางคน แบมแบมจะเป็นอย่างไรบ้าง ป่านี้อีกคนจะฟื้นจากอุบัติเหตุหรือยังก็ไม่รู้ ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งเที่ยงแล้วเขายังไม่ได้โผล่หน้าไปเยี่ยมอีกคนที่โรงพยาบาลเลยเพราะมัวแต่นั่งคิดเรื่องไร้สาระเกี่ยวกับพวกของแจ็คสันอยู่ ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนค่ารักษาตัวแบมแบมไม่รู้ว่าจะแพงสักเท่าไหร่แต่มาร์คมั่นใจว่าเขาจ่ายได้ เงินในบัญชีล่าสุดของเขายังพอมีอยู่บ้าง พอมานั่งนึกแบบนี้แล้วก็รู้สึกคับแค้นใจขึ้นมาดื้อๆ ทุกอย่างที่มาร์คได้มามันถูกดึงกลับไปหมด ทั้งหมดเป็นเพราะแจ็คสัน จะกลับมาทำไมโลภมากนักรึไง สมบัติก็มีตั้งมากมายทำไมไม่แบ่งให้คนอื่นเขาบ้าง ถ้าวันนั้นมาร์คไม่เผลอเข้าไปเห็นแผนผังบัญชีและเงินมหาศาลของเจ้าตัวที่เก็บซ่อนตนเอาไว้เข้าล่ะก็มันคงไม่มีวันนี้หรอก

 

 

          มาร์คเหมือนเป็นคนโง่ที่ถูกภรรยาของตนหลอก แจ็คสันไม่คิดจะบอกเขาเรื่องสมบัติเจ้าตัวเก็บเงียบมาโดยตลอด ไม่ปริปากพูดตั้งใจจะหุ้บมันเอาไว้คนเดียวโดยไม่แบ่งปันให้สามีเลยสักนิด นั่นจึงทำให้เขาตัดสินใจที่จะฆ่าอีกฝ่ายทิ้งแล้วแย่งชิงทุกอย่างที่เจ้าตัวแอบตนเอาไว้มาเป็นของตัวเองยังไงล่ะ

 

 

          แววตาคมเลื่อนไปยังกรอบรูปภาพบนโต๊ะทำงานตรงหน้า รอยยิ้มสดใสกับตัวเขาที่กำลังกอดร่างของใครบางคนทำให้นึกถึงช่วงเวลาในวันวาน ในวันประกาศแต่งงานครั้งที่สองมาร์ครู้สึกมีความสุขมากกว่าครั้งแรกที่แต่งกับแจ็คสันเป็นร้อยเท่า สำหรับแจ็คสันพวกเขาก็แค่แต่งกันตามความต้องการของผู้ใหญ่ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือแต่งเพื่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจของพ่อกับแม่ของพวกเขาทั้งคู่ ต่างคนต่างไม่เคยรู้จักหน้าคคาดตากันมาก่อน เจอกันอีกทีก็มาอยู่ในงานแต่งเดียวกันเสียแล้ว ใช้ชีวิตร่วมกันด้วยคำว่าธุรกิจ แต่ถึงอย่างนั้นแจ็คสันก็หลงรักมาร์คอย่างกับอะไร ในขณะเดียวกันเขาล่ะแสนเบื่อภรรยาคนนี้เสียเหลือเกิน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จะหย่าก็กลัวว่าพ่อจะเสียหน้าเสียหุ่นส่วน

 

 

          เขาทำทุกอย่างก็เพื่อครอบครัวของตัวเอง ใช่มาร์คมันเห็นแก่ตัว เขาไม่ได้รักแจ็คสันตั้งแต่แรกทั้งหมดมันก็เป็นเพียงเพราะเขาต้องการเงินจากอีกฝ่ายก็เท่านั้น ในวันที่มาร์คเลือกที่จะสลัดเมียเก่าที่แสนจืดชืดของตนออกแล้วเริ่มเที่ยวครั้งแรก เขาก็ได้เจอเจ้าของหัวใจที่แท้จริงของตน ภายนอกแบมแบมเป็นคนแรงๆที่แสนเอาแต่ใจและปากร้าย แต่ความจริงแล้วอีกฝ่ายนั้นเป็นเด็กที่น่าเอ็นดูคนนึงเลยก็ว่าได้ วันแรกที่มาร์คเจอแบมแบมพวกเขาเจอกันที่ผับ แบมแบมแอบหนีพ่อกับแม่มาเที่ยวกับเพื่อน ส่วนมาร์คก็หนีเมียมาเที่ยวคั่วสาว

 

 

          ครั้งแรกที่เจอหน้าพวกเขาขอมีอะไรกันอย่างไม่มีใครรู้สึกอาย มาร์คขอแบมแบมก็สนอง พวกเขามีความสุขกันและตั้งใจว่าจะให้มันเป็นเพียงความสัมพันธ์แค่คืนเดียว แต่พอตื่นเช้ามาร์คกลับกอดร่างเล็กเอาไว้แน่น กอดแน่นมากกว่ากอดแจ็คสันซะอีก ในอ้อมกอดมาร์ครับรู้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของแบมแบม และนั่นถึงทำให้เขาได้รู้ว่าอีกคนคือสิ่งที่เรียกว่า รัก สำหรับเขา มาร์ครักแบมแบมเข้าเต็มๆ เป็นเวลาหลายเดือนที่มาร์คตามจีบอีกคนมันไม่น่าเบื่อเหมือนกับอยู่กับแจ็คสัน มันไม่น่ารำคาญเมื่ออีกคนพูดมากเหมือนกับภรรยาของตน ทุกอย่างที่แบมแบมทำไม่มีอะไรที่มาร์คไม่ชอบ เขาทั้งรักทั้งหวงอีกคนยิ่งกว่าคนที่อยู่ที่บ้านเสียอีก

 

 

          สุดท้ายพวกเขาก็แอบคบกันลับหลังแจ็คสัน เมียโง่ที่แบมแบมตั้งชื่อเล่นให้เพื่อความสนุก

 

 

          ถามว่ามาร์คได้ดุอีกฝ่ายไหมเรื่องชื่อเรียกนั่น

 

 

          ก็บอกได้คำเดียวเลยว่า ไม่ เพราะเขาเองก็เห็นด้วยกับอีกฝ่ายเช่นกัน

 

 

          แจ็คสันน่ะโง่

 

 

          โง่จริงๆ

 

 

          โง่ที่มาหลงรักคนเลวๆอย่างมาร์ค

 

 

          โง่ จนไม่รู้ว่าจะด่าว่าโง่ยังไง

 

 

          หลังจากที่แจ็คสันตาย มาร์คก็ขอแบมแบมแต่งงาน แน่นอนว่าอีกคนไม่ปฏิเสธแบมแบมยอมรับเขาเป็นสามีและจัดงานแต่งขึ้น การแต่งงานรอบที่สองของเขารู้สึกดีกว่ารอบแรกเป็นครั้งไหนๆ มาร์คมีความสุขมาที่ได้แต่งกับคนที่ตนรัก ถ้าได้แต่งกับแบมแบมแต่แรกชีวิตของเขาคงจะมีความสุขมากกว่านี้ คงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับคนน่ารำคาญอย่างแจ็คสันแบบนั้นหรอก

 

 

Rrrr Rrrr

 

 

          เสียงเรียกความเตือนสติให้มาร์คที่กำลังมองรูปถ่ายในวันแต่งงานกับแบมแบมหันไปสนใจ เบอร์โทรไม่คุ้นปรากฏที่หน้าจอจากใครบางคนที่เขาก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนโทร มาร์คขยับเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์เลื่อนกดรับแล้วยกขึ้นมาแนบที่ข้างใบหูตัวเอง

 

 

          ฮัลโหล…” เขาเอ่ยทักเสียงเรียบ

 

 

          [ “สวัสดีครับ ถึงบ้านปลอดภัยใช่หรือเปล่า?” ] เป็นเสียงที่มาร์คไม่อยากจะได้ยิน เพราะเมื่อได้ยินแล้วเขาอยากจะชกหน้ามันให้เละคามือตัวเองเสียให้ได้

 

 

          ต้องการอะไร?” พยายามข่มเสียงตัวเองให้ปกติเพื่อไม่แสดงอารมณ์โมโหออกมาตามที่อีกฝ่ายต้องการ เขารู้ว่าอีกคนโทรมาเพื่ออะไร แน่นอนว่ามาร์คไม่มีทางยอมให้อีกคนปั่นประสาทตนได้ตลอดเวลาหรอกนะ เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าเขาไม่ได้โง่ยังไงล่ะ!

 

 

          [ “ผมจะมาแจ้งข่าวร้ายและมีข้อเสนออะไรบางอย่างกับคุณ” ] พอได้ยินคำว่าข่าวร้ายใจมาร์คก็หวิวไปชั่วขณะหนึ่ง ขออย่าให้มันเป็นอย่างที่เขาคิดเลยเถอะ ต้องมีใช่สิ่งที่ปรากฏขึ้นในหัวของเขาสิ ข่าวนั่นน่ะ

 

 

          ข่าวอะไร?”

 

 

          [ “แบมแบมภรรยาคุณน่ะตายแล้วนะ” ]

 

 

          เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะหนึ่ง ใบหน้าเริ่มชาราวกับโดนตบมาร์คอึ้งแทบจะทำมือถือตกพื้นเขาไม่คิดมาก่อนว่าจะมีวันนี้ แบมแบมตายแล้ว? ได้ยังไงเมื่อเช้าที่โทรไปถามอาการกับพยาบาลหล่อนยังบอกอยู่เลยว่าปลอดภัยแล้วไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงมาก แล้วจู่ๆแจ็คสันโทรมาบอกแบบนี้มันหมายความว่ายังไง ตั้งใจจะกวนประสาทกันอย่างนั้นเหรอ หรือว่าที่พูดนั่นก็เพื่อให้เขารู้สึกแย่เล่น ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆมาร์คจะไม่ให้อภัยอีกฝ่ายแน่นอน

 

 

          อย่ามาปั่น แบมแบมไม่มีทางเป็นอะไรหรอก แล้วมึงไปทำอะไรที่นั่นไม่ทราบเสือกอะไรกับเมียกู!?” ความโกรธความแค้นทำให้มาร์คเลือกที่จะไม่สุภาพกับอีกคน แจ็คสันทำเขาไว้เจ็บมากตั้งแต่เช้าแล้วจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เลิก มาร์คน่ะถ้าเป็นไปได้ก็อยากที่จะโผล่เข้าไปในโทรศัพท์แล้วกระชากร่างอีกคนมาสั่งสอนสักที เอาให้มันไม่กล้ามาวุ่นวายกับเขาและคนรักอีกรวมถึงได้ผู้ชายคนนั้นที่มากับเจ้าตัวด้วย มาร์คจะสั่งสอนให้พวกมันเข็ดจนกลัวเขาไปเลย

 

 

          [ “เยี่ยมน่ะสิ ได้ข่าวว่าโดนชนนึกว่าใกล้ตายเลยซื้อพวงหรีดไว้เผื่อตอนแรกกะว่าคงจะไม่ได้ใช้เลยไม่ได้พกมา แต่พอมาถึงเจ้าตัวก็ตายหนีจากไปซะงั้น หว่า~ รู้แบบนี้พกมาตั้งแต่แรกก็ดี” ] คำพูดแสนเสแสร้งนั่นมาร์ครู้ว่าแจ็คสันไม่ได้รู้สึกเศร้าแต่อย่างใด แถมยังเป็นการพูดเย้ยแบมแบมอีกต่างหาก นั่นทำให้มาร์คชกเข้าที่กำแพงเสียงดังเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิด

 

 

          ตอแหล!”

 

 

          [ “อยากรู้สาเหตุการตายไหม?” ]

 

 

          “….”

 

 

          [ “อืมมม อะไรนะเห็นหมอบอกว่าขาดอากาศหายใจตายแหละน่าสงสารจังเนาะ” ]

 

 

          มาร์คเบิกตากว้างด้วยความตกใจเป็นครั้งที่สอง ขาดอากาศหายใจตายนั่นมันเหมือนกับที่เขาทำให้แจ็คสันตายไม่มีผิด วันนั้นที่มาร์คข่มขืนเสร็จแล้วใช้หมอนกดหน้าอีกคนจนหมดลมหายใจก่อนเอาไปฝัง หรือว่านั่นเป็นการจงใจ แจ็คสันฆ่าแบมแบมอย่างนั้นเหรอ!?

 

 

          ไอ้เลวเอ้ย!!! มึงทำแบบนั้นทำไมวะ!” มาร์คโกรธ โกรธมากๆอีกฝ่ายกล้ามากที่มาเล่นกับหัวใจราชสีห์แบบนี้ เลือดในร่างมันเดือดพล่านไม่หยุด เขาแทบจะขับรถไปหาอีกคนแล้วกระทืบมันให้ตายตาตีนตัวเองแล้วจริงๆ ถ้าไม่ติดว่า..

 

 

          [ “โอ๋ๆ โกรธงั้นเหรอ อยากเอาคืนฉันล่ะสิใช่ไหม” ]

 

 

          มึงอยู่ที่โรงพยาบาลนั่นแหละ เดี๋ยวกูจะตามไปกระทืบมึงเองไอ้เหี้ย!”

 

 

          [ “อยากจะกระทืบฉันก็มาเจอกันที่สุสานคืนนี้สิ แล้วจะยอมให้กระทืบตามที่ต้องการเลย” ]

 

 

          อย่ามาหลอก กูไม่หลงกลมึงหรอก หึ!”

 

 

          [ “ก็แล้วแต่นะ เพราะฉันจะเอาร่างของเมียคุณไปฝังที่นั่นแหละที่เดียวกับที่คุณฝังผมไงมาร์ค” ]

 

 

          มาร์คกัดฟันกรอก ไม่เคยแค้นใจใครเท่าแจ็คสันมาก่อน ถึงจะรู้ว่ามันเป็นกับดักแต่สุดท้ายเขาก็ไม่มีทางเลือก ถึงจะเป็นศพแต่ศพของแบมแบมก็ไม่สมควรถูกฝังที่เดียวกับแจ็คสัน

 

 

          [ “ว่าไง ตกลงไหม?” ] เสียงแหบเอ่ยถามย้ำ

 

 

          มึงเตรียมตัวโดนกระทืบได้เลยไอ้เหี้ย

 

 

          นิ้วโป้งกดวางสายหลังพูดจบ มาร์คหลั่งน้ำตาออกมาแทบทันทีเมื่อกี้เขาเกือบจะกลั้นเอาไว้ไม่อยู่เกือบหลุดร้องไห้ออกไปตอนคุยกับแจ็คสันแล้ว อีกคนตายยังไม่เท่าแบมแบมแม้จะไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องหลอกก็ตาม แต่ยังไงมาร์คก็ใจไม่อยู่กับตัวคืนนี้เขาจะไปพิสูจน์ด้วยตัวเองว่าภรรยาของเขาตายหรือยังไม่ตายกันแน่ และตามไปกระทืบแจ็คสันตามคำเชิญงของเจ้าตัวด้วย!

 

 

          มึงได้เละคาตีนกูแน่!!”

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

00 : 30.

 

 

          มาร์คหยุดยืนอยู่ในลานกว้างของสุสาน ชายหนุ่มแต่งตัวมิดชิดเพื่ออำพรางไม่ให้ใครรู้ แม้จะรู้ว่าไม่มีใครรู้หรอกว่าเป็นตนแต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะปกปิดตัวเองอยู่ดี ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบตัวเพื่อหาร่างของผู้นัด แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีร่างแจ็คสันไม่มีใครทั้งนั้นหรือว่าเขาจะโดนอีกฝ่ายหลอกมา?

 

 

          ฟู่ว~ รอนานไหม ควันสีขาวเป่าออกจากปากเล็ก ร่างสันทัดปรากฏตัวในความมืดพร้อมกับผู้ชายตัวสูงคนเดิมด้านหลัง แจบอมวางเสื้อขนหมีบนไหล่เล็กแผ่วเบาเพื่อป้องกันความหนาวในคืนนี้ สายตาคมค่อยเลื่อนจ้องไปยังมาร์คที่กำลังกำหมัดแน่นตรงหน้า

 

 

          แจบอมออกไปก่อนนะ ขอฉันคุยกับเขาแค่สองคนได้หรือเปล่า?” หันหน้ามาถาม ใบหน้าอ้อนๆนั่นใครมันจะไปปฏิเสธลง แต่เมื่อเป็นคำขอของแจ็คสันแจบอมก็พยักหน้ารับแล้วยอมเดินไปที่อื่น เหลือไว้เพียงแค่แจ็คสันกับมาร์คแค่สองคนเท่านั้น

 

 

          ทั้งคู่ตกอยู่ในอาการเดดแอร์ ไม่มีใครปริปากพูดความโกรธที่อยากจะพุ่งเข้าไปชกกับอดีตภรรยาก็บรรเทาลงเมื่อไม่มีผู้ชายคนนั้นอยู่ด้วย มาร์ควางหมัดลงแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ร่างเล็กยกยิ้มก่อนขยับเข้ามาใกล้ๆแล้วย่อตัวลงนั่งยองๆ ดวงตากลมจ้องมองดอกไม้ตรงหน้าที่ปริบานหน้าหลุมศพของใครบางคน มาร์คจ้องแผ่นหลังเล็กนั่นแจ็คสันตัวเล็กอย่างไรก็ตัวเล็กเช่นนั้นไม่เปลี่ยน

 

 

          ทำไมถึงต้องทำเรื่องนั่นในคืนนั้น แว่วเสียงแหบเอ่ยถาม ใบหน้าไม่ได้หันมาสนใจเขาแต่กลับจ้องเพียงดอกไม้ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าแทน มาร์คถอนหายใจเขาหันหลังให้แจ็คสันก่อนที่ริมฝีปากบางจะเปิดพรั่งพรูเล่าทุกอย่างให้อีกฝ่ายได้ฟังเงียบๆ

 

 

แหม่ะ! แหม่ะ!

 

 

          ไม่ใช่เสียงหยดน้ำฝนแต่เป็นน้ำตาจากคนตัวเล็กต่างหาก ร่างกายมันสั่นเทิ่มไปหมดหลังจากได้ฟังเรื่องราวต่างๆจากชายตรงหน้า ในที่สุดก็รู้สักทีว่าทำไมที่ผ่านมาในช่วงที่แต่งงานและอยู่กินด้วยกันทำไมอีกฝ่ายถึงเมินเฉยกับการกระทำของตนนัก เพราะว่ามาร์คไม่ได้มีความรู้สึกหวั่นไหวหรือรักเขาเลยนี่เองจึงทำให้แจ็คสันทำอะไรมันก็ขัดหูขัดตาอีกฝ่ายไปเสียหมด ไม่เว้นแม้แต่วันเกิดของอีกคนที่เขาอุตส่าห์จัดขึ้นให้อีกฝ่ายก็ยังต่อว่าบอกว่าเขาใช้เงินสิ้นเปลือง แต่ถ้าเกิดเป็นแบมแบมมาร์คก็ไม่เคยว่า ไม่ว่าแบมแบมจะใช้เงินเก่งหรือจะใช้เงินเอาไปทำเรื่องไร้สาระยังไงอีกฝ่ายก็ไม่เคยต่อว่า

 

 

          หึ ความลำเอียงนี่

 

 

          ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย

 

 

          แล้วข่มขืนทำไม?”

 

 

          อารมณ์มันพาไป

 

 

          ง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ

 

 

          อืม

 

 

          ได้ยินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มสมเพชให้กับตัวเอง นี่เขาหลงรักคนเลวๆแบบนี้มาตลอดได้ยังไงกัน? โดนผีบังตามาตลอดเลยรึยังไงกันนะตัวเขาน่ะ ผู้ชายคนนี้มีอะไรดีกันนะขนาดตอนตายแจ็คสันยังลืมหน้าอีกฝ่ายไม่ลงเลย ปฏิบัติดีด้วยก็ร้ายใส่ ทำอะไรก็ไม่เคยคิดที่จะชม คำว่ารักสักคำยังไม่เคยถูกเอ่ยออกมาจากปากอีกฝ่าย หึเขานี่มันโง่จริงๆ

 

 

          ในที่สุดคนตัวเล็กก็หยัดแขนที่เข่าแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขณะนั้นเองมาร์คก็หลับตาก่อนเหลือบมองไปยังพระจันทร์ตรงหน้า ใบหน้าของคนที่ตนรักปรากฏขึ้นซ้อนทับดวงจันทร์ที่กลมเป็นลูกมะนาว สีนวลอ่อนเข้ากับผิวของแบมแบมเป็นอย่างดี มาร์คเอ่ยปากถามเสียงเรียบแก่คนตัวเล็กด้านหลังของตนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

 

 

          แบมแบมตายแล้วจริงเหรอ?” มาร์คไม่ค่อยเชื่อ เขาจึงถามอีกรอบเพื่อความแน่ใจ ต้องการคำตอบที่มันชัดเจนกว่านี้ อยากได้คำตอบที่ไม่ใช่คำพูดเล่นๆจากปากของอีกฝ่าย

 

 

          อืม ตายไปแล้ว แจ็คสันบอกเสียงแผ่ว นั่นทำให้มาร์คกำหมัดแน่นเขาเตรียมหันไปชกแจ็คสันแต่พอเหวี่ยงหมัดไปจริงๆสิ่งที่มาร์คพบมันกลับทำให้เขาแทบเข่าอ่อนลงไปกองกับพื้น

 

 

          ไม่มีคน

 

 

          ไม่มี

 

 

          หมายความว่าไงแล้วเมื่อกี้กูคุยกับใครวะ…” เสียงทุ้มพึมพำกับตัวเอง มัวแต่ยืนก้มหน้าจนไม่ทันระวังแผ่นหลังของตน จึงทำให้เปิดช่องว่างให้อะไรบางอย่างเข้าจู่โจมได้ง่ายมากขึ้น

 

 

          อึก!”

 

 

          ความเจ็บแล่บแล่นที่ศีรษะ เสียงหายใจข้างต้นคอผิวกายสีขาวเผือก ดวงตาสีแดงก่ำ กลิ่นหอมประจำตัวเส้นผมสีน้ำตาลไม้นั่น มาร์คเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ในมือเล็กนั่นถือบางอย่างเอาไว้มันเป็นท่อนไม้ขนาดใหญ่เท่าท่อนแขนมาร์ค พอดูดีๆแล้วที่ปลายของท่อนไม้นั่นมีอะไรสีแดงๆติดอยู่ เมื่อลองแตะมือที่ข้างๆศีรษะของตนมาร์คพบว่าเลือดกำลังไหลออกมาไม่หยุด เขารู้ได้ในทันทีว่าคราบสีแดงนั่นเป็นคราบของใคร

 

 

          มาร์ค..นายบอกว่าถ้าโลกนี้ไม่มีแบมแบม นายก็ขอตายดีกว่ากับฉันเมื่อกี้จำได้ไหม?”

 

 

          “….”

 

 

          เพราะงั้นฉันจะส่งนายไปอยู่กับภรรยาของนายเองนะไม่ต้องห่วง เหมือนกับที่ฉันเอาหมอนกดหน้าเขาก่อนหน้าที่จะมาฆ่านายต่อไง!”

 

 

          มาร์คเบิกตากว้าง เขาเกือบหลบไม่ทันเมื่อแขนเล็กง้างขึ้นแล้วเตรียมฟาดไม้ซ้ำที่หัวของตนอีกรอบ ชายหนุ่มขยับถอยหลังในตอนนี้แจ็คสันไม่ใช่แจ็คสันอีกต่อไป ใบหน้านั่นซีดเหมือนกับศพกลิ่นเหม็นเองก็ลอยเตะจมูกออกมาจากร่างตรงหน้า เสื้อผ้าที่เคยหรูหราก็ขาดยับแถมยังมีดินเกาะติดกรังตามตัวเต็มไปหมด แจ็คสันเงยหน้าขึ้นสบตารอยยิ้มแสยะยกขึ้นจนปากแทบฉีก อีกฝ่ายตั้งท่าเตรียมพุ่งเข้าใส่ แต่ด้วยไหวพริบของมาร์คจึงทำให้เจ้าตัวหลบทันแล้วเริ่มทำการวิ่งหนีอีกคนทันที

 

 

          บ้าที่สุด!

 

 

          หมายความว่ายังไงกัน แจ็คสันเป็นตัวอะไรกันแน่ ผี หรือ มนุษย์ ทำไมถึงสามารถอยู่กับคนปกติได้ล่ะแล้วไอ้สภาพยับเยินเหมือนคนโดนฝังนั่นมันคืออะไร

 

 

          วิ่งไปคิดมันก็ทำให้มาร์ครู้สึกสับสนปนกลัว ด้านหลังของเขามีร่างเล็กวิ่งตามด้วยความเร็วมาติดๆ ปกติแจ็คสันไม่ใช่คนคล่องตัวอะไรขนาดนั้นแม้ว่าอีกฝ่ายจะตัวเล็กก็ตาม เท่าที่จำได้เจ้าตัวเป็นโรคหอบเกิดอาการแพ้ได้ง่ายถ้าหากวิ่งเร็ว จึงทำให้มาร์คแปลกใจว่าทำไมถึงได้วิ่งราวกับว่าเจ้าตัวไม่เคยเป็นโรคนั้นมาก่อนได้กัน

 

 

          หนีสักพักร่างโปร่งก็สะดุดขาตัวเองกับป้ายสุสานที่พังไปครึ่งหนึ่ง ข้อเท้ามาร์คแพลงเพราะเขาล้มผิดท่าทำให้ร่างที่วิ่งตามมาหยุดชะงักฝีเท้าแล้วเปลี่ยนจากวิ่งมาเป็นค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ๆ มาร์คหันซ้ายหันขวาหาสิ่งป้องกันตัว ก้อนอิฐข้างๆถูกยกขึ้นมาขู่เขาคิดว่าแจ็คสันน่าจะกลัวกันบ้างเพราะอิฐในมือของมาร์คก็ไม่ใช่ว่ามันจะเล็กสักเท่าไหร่ มันก้อนใหญ่และหนักพอสมควรใครโดนปาใส่ไม่หัวแตกก็หน้าแหกไปครึ่งหนึ่ง แน่นอนว่าเขาจะเอาเจ้านี้มาขู่เพื่อให้อีกคนปล่อยตนไปซะ

 

 

          เข้ามากูปาใส่ ยกมือถืออิฐขู่อีกฝ่ายพร้อมกับร่างกายที่สั่นเทาด้วยความกลัว แจ็คสันไม่มีท่าทีหวั่นเกรงใดๆ รอยยิ้มยังคงประดับที่ใบหน้าสวยนั่น เท้าน้อยก้าวย่างเข้าใกล้ช้าๆ มาร์คเองก็ขยับหนีไปเรื่อยๆเช่นเดียวกัน

 

 

          ก็ปามาสิจะได้รู้ เสียงแหบพูดท้าทาย ส่งผลให้คนที่ใครหยามหน้าไม่ได้อย่างมาร์คเผลอหลุดมือปาอิฐใส่กระแทกเข้าที่ใบหน้าของแจ็คสันอย่างจัง

 

 

          อั่ก!”

 

 

          ก้อนอิฐถูกปาใส่กระแทกหน้าแจ็คสันอย่างจัง คนตัวเล็กฟุบเข่าอ่อนล้มลงกับพื้นดินทันที นอนหน้าคว่ำลงพร้อมกับร่างที่แน่นิ่งไป มาร์คขมวดคิ้วก่อนขยับจ้องมองร่างของอีกฝ่าย ดวงตาคมจ้องร่างที่นิ่งสนิทนั่นก่อนที่เขาจะค่อยๆลุกแล้วเดินไปดูอาการของอีกคน

 

 

          แต่

 

 

          โอ้ย! เชี้ยแม่ง!! อะไรวะ?!” มาร์คจับที่ท้ายทอยของตัวเอง อะไรแข็งๆดีดเข้าใส่ก่อนที่เขาจะหันไปให้ความสนใจ สิ่งตรงหน้าทำชายหนุ่มตาโตได้ไม่น้อย แจ็คสันอยู่ตรงนี้แล้วคนที่เขาปาอิฐใส่เมื่อกี้มันใครกัน?

 

 

          ใจร้ายจังขอผมเอาคืนกลับบ้างนะครับ

 

 

          มึงจะทำอะไร-…อึก!”

 

 

          วัตถุแข็งกระแทกเข้าที่ท้ายทอย มาร์คเสียท่าล้มลงกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ ข้างๆมีบางสิ่งร่วงตกลงมามันคือก้อนอิฐที่มาร์คใช้ปาใส่หน้าของแจ็คสันนั่นเอง ดวงตาคมเหลือบมองร่างตรงหน้า แจ็คสันยิ้มหวานง้างมือขึ้นกลางอากาศก่อนจะฟาดท่อนไม้ลงมาตรงๆที่หัวของมาร์ค ร่างโปร่งหลับตารับชะตากรรมของตัวเองแบมแบมรอพี่หน่อยนะ พี่กำลังจะไปหานายแล้ว

 

 

ปึก! ปึก! ตุบ! ปึก!

 

 

          เสียงกระหน่ำฟาดท่อนไม่ลงบนใบหน้าของคนที่ขึ้นชื่อได้ว่าเคยเป็นอดีตสามีของตนดังต่อเนื่องไม่หยุดมาสิบกว่านาทีได้ แจบอมกอดอกจ้องมองร่างที่บัดนี้เสื้อเลอะไปด้วยเศษของไขมันสมองและเลือดของอีกฝ่าย ใบหน้าของมาร์คครึ่งหนึ่งเละไม่เหลือเคร้าโครงเดิม เขาอยากจะอ้วกออกมากับผลงานของคนตัวเล็กนั่น แจบอมก้าวเดินออกจากความมืดก่อนตรงเข้าไปห้ามคนขาดสติให้หยุดมือ

 

 

          ปล่อย!” แจ็คสันตวาดเสียงแข็งใส่ เมื่อตนยังไม่สาแก่ใจ แต่มือของอีกคนที่รั้งแขนเขาเอาไว้ก็กุมแน่นเสียจนมันปวดไปหมด

 

 

          เขาตายแล้ว พอได้แล้ว แจบอมดึงท่อนไม้ออกจากมือคนตัวเล็กแล้วโยนมันออกไปให้ไกลจากอีกฝ่าย แจ็คสันจ้องตาเรียวคมนั่นพักหนึ่งเขาหรี่ตามองต่ำไปยังคนที่ตอนนี้สมองหยุดสั่งการหัวใจไม่ทำงานก่อนหยุดแล้วขยับเข้ากอดอีกฝ่ายแน่น

 

 

          ฮึก..” น้ำตาถูกปล่อยออกมาอีกรอบ แจ็คสันฟุบหน้าเข้าหาแผ่นอกแกร่งในขณะที่คนใจเย็นนั้นก็ได้แต่โอบร่างอีกฝ่ายเอาไว้ ไม่สนใจว่าเลือดของอีกคนจะเปื้อนตนไหม เขาแค่ต้องการปลอบให้แจ็คสันรู้สึกดีก็แค่นั้น

 

 

          ใบหน้าถูกรั้งให้เชิดเงยขึ้น น้ำตาถูกปาดออกจากขอบตาสวยก่อนที่ริมฝีปากบางจะทาบจูบแผ่วเบาที่ปากอิ่มอวบ แจ็คสันหลับตาปล่อยให้อารมณ์พาไป แต่พวกเขาคงจะลืมแล้วสินะว่าที่สุสานไม่ใช่ที่บ้านที่จะได้ทำอะไรก็ได้ตามใจตน อีกทั้งศพของมาร์คเองก็ยังนอนตายอยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาอีกด้วย

 

 

          เอาไปฝังกันเถอะ

 

 

          อื้อ

 

 

          มันจบแล้ว การแก้แค้นทุกอย่าง

 

 

          กรรมตามสนองทั้งคู่แล้ว

 

 

          ได้เวลาที่แจ็คสันจะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับคนรักของตนสักที

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

          ..บอสจะเอาจริงเหรอครับ ผมน่ะเหรอจะเป็น…”

 

 

          เอาน่ายูคยอม ผมเชื่อว่ายูคยอมทำได้อยู่แล้ว เนอะแจบอม

 

 

          ครับ คุณหนูว่ายังไงก็อย่างนั้น

 

 

          แต่ว่าตำแหน่งCEOมันเป็นของบอสนะครับ ผมเป็นคนนอกคุณท่านจะยอมเหรอครับ?”

 

 

          รู้อะไรไหมยูคยอม…”

 

 

          ครับบอส

 

 

          นายน่ะเป็นคนเดียวที่ผมไว้ใจและวางใจจะให้ขึ้นเป็น CEO ดูแลบริษัทแทนผมได้นะ

 

 

          แววตาของเลขาหนุ่มคลอหน่วงไปด้วยหน่วยน้ำใส ยูคยอมโอบกอดร่างของเจ้านายตัวน้อยแน่น เขารู้สึกขอบพระคุณอีกฝ่ายจนไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรดี แจ็คสันเป็นคนดีมากๆดีมากที่สุดเท่าที่เขาเคยรู้จักมาเลยก็ว่าได้ คนตัวเล็กเองก็โอบกอดกลับอีกฝ่ายเช่นกันเพราะมั่นใจว่ายังไงยูคยอมก็ทำได้ดีกว่าตนอยู่แล้วดังนั้นเขาเลยไม่จำเป็นต้องกังวลใจใดๆทั้งสิ้น ตำแหน่ง CEO มันคู่ควรแก่เจ้าตัวอยู่แล้ว

 

 

          แล้วหลังจากนี้บอสจะหายไปอีกแล้วเหรอครับ?”

 

 

          อาจจะไปเที่ยวรอบโลกแหละ คิดว่านะ…”

 

 

          อยู่กับพวกเราที่นี่ไม่ได้เหรอครับบอส ผมขอร้องล่ะพวกเราน่ะคิดถึงบอสมากๆเลยนะตอนที่คุณมาร์คโกหกว่าบอสหนีไปน่ะ

 

 

          ฮ่าๆ ขอบใจนะแต่ว่า ฉันกับแจบอมเราสัญญากันเอาไว้แล้วน่ะ

 

 

          อืม ตามที่คุณหนูบอกนั่นแหละ

 

 

          บางทียูคยอมก็นึกสงสัย ว่านอกจากคำว่า ตามที่คุณหนูว่านั่นแหละ จากปากของแจบอมแล้ว อีกฝ่ายพูดคำอื่นได้บ้างหรือเปล่า? หรือว่าพูดได้แค่คำนี้คำเดียวกันนะ

 

 

          งั้นไปก่อนนะฝากดูแลบริษัทด้วยล่ะ ร่างเล็กยกมือขึ้นโบกลา แจ็คสันและแจบอมพากันขึ้นรถคันหรูของพวกตนก่อนจะขับพากันออกจากบริษัทของตัวเองไป เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางรอบโลกตามที่พูดเอาไว้

 

 

          เดินทางปลอดภัยนะครับบอส…”

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

          ภายในรถหรูลีมูนซีนสีดำสนิท ร่างของผู้ชายสามคนกำลังนั่งเอนหลังพิงพนักพร้อมกับจ้องหน้ากันอยู่เงียบๆ แจ็คสันหันไปซุกอกของแจบอมในขณะที่อีกฝ่ายกำลังวนเครื่องดื่มในมือของตนเบาๆ มืออีกข้างยกขึ้นลูบหัวทุยคนตัวเล็กก่อนยกแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นจิบ ดวงตาเรียวคมจับจ้องไปยังบุคคลที่สามตรงหน้าตนเอง อีกฝ่ายไขว้ห่างจ้องมองร่างใหญ่ไม่กระพริบ จะว่าสนใจก็สนใจแต่ยังไงสายตาของเขาก็ถูกบดบังด้วยน้ำเสียงของร่างในอ้อมแขนของแจบอมเสียก่อน

 

 

          นายเนี้ยเนียนดีจังนะ

 

 

          ผิวน่ะเหรอฮ่าๆ แน่นอนว่าเนียนอยู่แล้วเพราะว่าผมดูแลมันอย่างดี

 

 

          เปล่า ที่บอกว่าเนียนน่ะเรื่องโกหกต่างหากล่ะ แบมแบม…”

 

 

          หึ ของมันแน่อยู่แล้วพี่ชาย…”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

End.

          อ้าวววววหักมุม5555 อย่าพึ่งตืบเรานะไม่ได้ตั้งใจจะใจร้ายกับคุณต้วนแต่อย่างใด แง๊งงงง ดูเหมือนจะไม่เป็นบีสันแต่ก็บีสันนาเหวยยยถึงมันจะไม่ค่อยมีฉากเขาสองคนสักเท่าไหร่ เอาน่าๆแนวสยอง(รึเปล่า?)ก็งี้ฉากหวานมันน้อยอิอิ หวังว่าจะชอบนะคะขอขอบคุณทกคนที่เข้ามาร่วมแสดงคอมเมนต์แก่ฟิคของเขาแง๊งงง ขอบคุณมักๆเลยค่ะแล้วเจอกันในเรื่องต่อๆไปนะคะบ๊ายบาย (ปล.ฝากเม้นเป็นกำลังใจหน่อยนะ 1 เม้น = 1 กำลังใจนะจ้า) (ปล.2 โอเคสารภาพว่าอยากได้คนช่วยฮีลจริงๆนะ;^;) หวีดกันได้อีกที่นอกจากในฟิคก็คือ #ฟิคพี่หวังเคะ ค่ะ^^

         
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

438 ความคิดเห็น

  1. #359 BSJSMSYS (@BSJSMSYS) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 22:24

    อะ อ้าว พี่แบ๊มมมมมมมมมม

    ในเรื่องนี้คนที่แสดงเก่งที่สุดคือพี่แบมแล้วล่ะ แหม่ -เราก็ลุ้นระทึกทุกฉากทุกบรรทัด ทั้งตื่นเต้นทั้งเดือดตามอาร์รมแต่ละคน ทั้งโกรธทั้งแค้นมาร์คและแบม

    แต่สุดท้ายพวกเธอกลับ.........


    !!!!คุณหลอกดาว!!!!!!!!!

    #359
    0
  2. #330 _RoseMarry (@kawinnat) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 23:48
    หักมุมที่สุด สรุปคือแบมแบมไม่ตายแต่มาร์คตายฟรีงี้หรอ
    #330
    0
  3. #329 npraew1122 (@npraew1122) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 20:59
    หักมุมมากชอบบบ 5555
    #329
    0
  4. #327 IGOT7_MS (@IGOT7_MS) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 08:46

    OMG!!! โอ้วววววม่ายยยยยย นี้มันอะไรกัน แบมแบม!! พี่ชาย!!! แจ็คกับแบมพี่น้องกันหรอออออ หักไปให้สุดเลยจ้าาาาาาาา สนุกมากๆเลยค่ะ รอเรื่องต่อๆไปนะคะ เรื่อของไรท์ก้ช่วยฮีลเค้าได้เหมือนกันนะ สู้ๆค่าาาา

    #327
    0
  5. #326 Tid_Niyay (@pannarat-th) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 07:25
    เดี๋ยวนะ แบมแบม..พี่ชาย
    ค่ะ หักไปให้สุดดดด
    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..
    คนที่ไว้ใจสุดท้ายร้ายสุด
    แจ็คสันไว้ใจมาร์ค โดนข่มขืนแล้วฆ่า
    มาร์ครักไว้ใจแบมให้ทุกอย่าง สุดท้ายโดนหลอกจนวินาทีสุดท้ายก็ยังไม่รู้ความจริง
    #326
    0
  6. #325 Plathree (@khwkang2011) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 04:04
    ร้ายสุดคือแบมแบม55555
    #325
    0