เจี่ยเจียชะตานี้ ข้าจะเปลี่ยนให้ท่าน

ตอนที่ 2 : บทที่1 ชีวิตวัยเด็กของเยว่เฟินหลัน 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 370 ครั้ง
    28 มิ.ย. 62




ทันทีที่จมลงไปในบ่อเธอรู้สึกเหมือนแขนขาสั้นไปหมดแถมยังเหมือนอยู่ในที่แคบๆแคบมากอีกทั้งยังมืดอีกด้วย
ในหัวสมองเริ่มประมวลผลว่าแท้จริงแล้วตัวเองกำลังอยู่ที่ไหนกันแน่แต่ก็เหมือนจะนึกอะไรไม่ออกราวกับสมองขาดอากาศ

ก็ใช่น่ะสิ ที่นี่ไม่มีอากาศให้หายใจด้วยซ้ำ

เมื่อคิดได้ดังนี้เธอก็เริ่มดิ้นรน

“เจ้าก็กินเยอะๆนะฮูหยิน”เยว่ชุนเทียนพูดพร้อมกับคีบเนื้อให้ภรรยาที่ท้องแก่

“เจ้าค่ะท่านพี่ โอ๊ย!”
นางร้องขึ้นอย่างเจ็บปวดรอยยิ้มหวานหายฉับพลันยกมือกุมท้องตัวเองแน่น

“ฮูหยิน!!”เยว่ชุนเทียนรีบไปประคองภรรยาทันทีพร้อมทั้งไถ่ถาม

“อี้เหรียญเจ้าเป็นอะไร”
ทว่าอีกคนยังคงร้องโอดครวญจนเขาแทบทำอะไรไม่ถูก

“ไปตามหมอมา ให้เร็วที่สุด”
เหงื่อเม็ดเริ่มผุดขึ้นอย่างจนปัญญาจึงได้ให้บ่าวในจวนไปตามหมอมา

ชุนเทียนหรือเสนาบดีเยว่มองภรรยาอย่างร้อนใจนางเป็นอะไรไป ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ทั้งสองกำลังทานข้าวอยู่ดีๆ

“ท่านพี่ ลูก..”

“เจ้าว่าไงนะฮูหยิน”
แม้จะทรมานทว่าอี้เหรียญกลับพยายามเค้นคำพูดออกมา

“ลูกเหมือนลูกจะคลอดแล้วเจ้าค่ะ”
รอยยิ้มดีใจผุดขึ้นมาจากใบหน้างดงาม

“จริงหรือข้า..ข้าจะได้ลูกอีกคนแล้ว เร็วเข้าไปตามหมอตำแยมา”
เสนาบดีเยว่ดีใจจนเนื้อเต้นเอ่ยเสียงตะกุกตะกักออกมา

และแล้วความวุ่นวายภายในจวนของเสนาบดีเยง่ก็เกิดขึ้น

“ท่านพ่อเกิดอะไรขึ้น เหตุใด...”เสียงเด็กชายวัย5หนาวยังไม่ทันเอ่ยจบประโยคะเสียงเสนาบดีเยว่ก็เอ่ยมาทั้งตกใจและยินดี

“เจ้ากลับมาแล้วหรือจื่อหร๋าน พ่อต้องขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไปรับเจ้าหน้าจวน แม่ของเจ้ากำลังจะมีน้องให้เจ้าอย่างไรเล่าฮ่าๆ”

เสนาบดีเยว่เอ่ยตอบบุตรชายด้วยรอยยิ้ม

ตอนนี้เยว่ฮูหยินกำลังคลอดอยู่ด้านในตนจึงต้องออกมารอที่ด้านนอก

เมื่อจบประโยคของบิดาก็บังเกิดรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าของเด็กน้อยพร้อมทั้งกล่าวน่ำเสียงสดใส

“จริงหรือขอรับท่านพ่อ”

“จริงน่ะสิลูก เจ้าดีใจหรือไม่”

“ข้าดีใจที่สุดเลยขอรับ ข้าจะมีน้องเเล้ว”
ผู้เป็นพ่อเมื่อได้ฟังก็ยิ้มอย่างยินดี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความกังวล

เกิดอะไรขึ้นข้างในกันทั้งๆที่เข้าไปข้างในนานแล้วแต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

ซึ่งในขณะที่เสนาบดีเยว่กำลังทำสีหน้าเคร่งเครียดพลันสายลมเย็นวูบหนึ่งก็โชยมาพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกกล้วยไม้ เสนาบดีเยว่หันไปพบกับดอกกล้วยไม้ที่กำลังบานพอดี

สายตาคู่นั้นก็บังเกิดประกายวิ้งวับ เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงของทารกน้อยก็ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท

“ลูกข้าคลอดแล้ว ท่านหมอได้บุตรชายหรือบุตรสาว”
เสนาบดีเยว่เข้าไปด้านในก่อนจะค่อยๆยกทารกน้อยขึ้นมาอุ้มอย่างทะนุถนอม

“ได้บุตรสาวเจ้าค่ะ”

“ฮูหยินข้าได้ลูกสาวล่ะฮ่าฮ่าข้ามีความสุขเหลือเกิน พ่อจะทำให้เราเป็นครอบครัวที่อบอุ่นที่สุด ขอบใจเจ้ามากนะอี้เหรียญที่คลอดนางมาให้ข้า”

เสนาบดีเยว่ก้มมองทารกหน้าตาจิ้มลิ้มหลับตาพรีมอย่างสุขใจก่อนจะหันมากล่าวกับฮูหยิน

“อู้แว้ๆ”

“มาเถอะเจ้าค่ะ ให้ข้าป้อนนมกับลูก”เสนาบดีเยว่แม้จะยังอยากอุ้มทารกน้อยแต่เมื่อเห็นว่าทารกน้อยคงหิวจึงยอมตัดใจมอบคืนให้ฮูหยินป้อนนม

ทันทีที่ร่างเล็กป้อมคืนสู่อ้อมอกมารดาปากเล็กก็ดูดนมอย่างช้าๆ

เด็กชายที่ถูกทิ้งไว้ข้างนอกเดินเข้ามาด้วยใบหน้าบูดบึ้งเบ้ปากใส่ผู้เป็นบิดาที่เข้ามาโดยไม่รอตน

“ท่านพ่อท่านไม่รอข้าเลยนะขอรับ”

“โอ๊ะ! พ่อลืมเเหนะ อย่าโกรธพ่อเลยนะเจ้าได้น้องสาวล่ะ”
ผู้เป็นพ่อทำหน้าเจื่อนก่อนจะกล่าวกับบุตรชาย

เด็กน้อยเมื่อได้ยินก็ปรับเป็นสีหน้ายิ้มแย้มแทบจะทันที

“จริงหรือขอรับ ข้าจะมีน้องสาว ท่านเเม่ขอข้าอุ้มน้องได้หรือไม่”

ก่อนจะหันไปอ้อนมารดา เยว่ฮูหยินยิ้มรับ

“ได้สิ”ก่อนจะค่อยๆประคองทารกน้อยให้บุตรชายอุ้มแต่ทว่าจังหวะที่มือเล็กกำลังรับร่างน้อยก็ถูกผู้เป็นพ่อแย่งไปอุ้มเสียก่อน

“ไม่ได้เจ้ายังไม่แข็งแรงเดี๋ยวทำน้องตกให้ข้าอุ้มดีกว่า”
ฮูหยินเยว่เมื่อฟังคำของสามีจบก็เหมืนอนจะเห็นประกายแปล๊บปลาบผุดขึ้นมากลายๆ ศึกแย่งชิงเด็กทารกจึงบังเกิดขึ้นมาจนนางถึงกับส่ายหน้า ความหวงบุตรสาวของผู้เป็นสามีและบุตรชายคงมีพอๆกัน

“ท่านพ่อข้าแข็งแรงดี ข้าอยากอุ้มน้อง” เด็กน้อยพูดเสียงเข้มข่มบิดา

“ให้พ่ออุ้มเจ้าดีกว่าเนอะ เยว่เฟินหลัน”
ทันทีที่เสนาบดีเยว่เอ่ยชื่อ ทั้งเยว่ฮูหยินและบุครชายถึงกับหันขวับไปมองที่เสนาบดีเยว่เป็นตาเดียว
“ท่านพี่ท่านตั้งชื่อนางว่าอย่างไรนะเจ้าคะ”

“เยว่เฟินหลัน ตอนที่นางกำลังคลอดข้าได้กลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้”
เสนาบดีเยว่หันมาตอบภรรยา

นางจึงได้เเต่เลยตามเลยจะว่าไป ชื่อเยว่เฟินหลันก็เพราะดี







ตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้เยว่เฟินหลันก็มีอายุได้1หนาวนางก็เริ่มเดินได้พอเดินได้นางก็เริ่มฝึกจับพู่กันขีดๆเขียนๆจนบิดาของนางชมว่านางนั้นฉลาด

พอเยว่เฟินหลันอายุได้2หนาวนางก็เริ่มฝึกเขียนอักษรจีนสาเหตุที่นางเรียนรู้ได้เร็วก็เพราะความทรงจำในอดีตชาติยังอยู่แต่ด้วยร่างกายที่ยังเด็กจึงจับได้ไม่แข็งแรงตัวอักษรที่นางเขียนจึงมิต่างจากไก่เขี่ย

มีบ้างบางครั้งที่เกอเกอของนางกลับมาก็มักจะชอบซ้อมโชว์ฝีมือดาบให้นางดู

เยว่เฟินหลันถึงกับอ้าปากค้างปรบมือรัวฝีมือเกอเกอของนางตอนนี้เกือบเทียบเท่าจอมยุทธ์ท่านนึงเลยก็ว่าได้ทั้งที่อายุยังน้อยแท้ๆสมเเล้วที่จะเป็นตัวร้ายในอนาคตแคกๆหมายถึงอนาคตไกลแน่ๆนางคิดเช่นนั้น

พออายุได้3หนาว นางก็อ่านออกเขียนได้ซึ่งบิดาของนางทั้งชมทั้งยกยอว่านางนั้นอัจฉริยะ

นางได้รับความรักและความเอ็นดูจากบิดายิ่งเพราะนอกจากนางจะอ่านออกเขียนได้เเล้วนางยังรู้จักออดอ้อนบิดามารดาแถมยังทำตัวดีจนเป็นที่ชื่นชมไปทั่วว่าคุณหนูเยว่เฟินหลันนั้นเป็นคุณหนูที่น่ารักสดใส สุภาพเรียบร้อย

โดยหารู้ไม่เลยว่าภายในจวนนั้นเยว่เฟินหลันนั้นแท้จริงแล้วทั้งดื้อทั้งซนมาก

นางเล่นเที่ยวไปทั่วจวนทุกซอกทุกมุมแม้กระทั่งโพลงไม้ผุๆหรือแม้กระทั่งบนต้นไม้นางล้วนรู้ทั้งสิ้นแม้กระทั่งต้นไม้ในจวนมีกี่ต้นนางก็ยังรู้

มารดานางทั้งห้ามทั้งดุนางว่ากระทำตนไม่เหมาะสมทว่าบิดาของนางกลับหัวเราะชอบใจแล้วบอกว่า

“เอาเถอะน่าฮูหยินในเมื่อนางอยากปีนก็ให้นางปีนไปเถอะ นางเองก็อยู่แต่ในจวนคงถ้าไม่สำรวจจวนตัวเองนางคงเบื่อน่ะ เด็กๆก็อย่างนี้แหละ”

จนบางครั้งเยว่ฮูหยินถึงกับส่ายหน้าอย่างเอือมระอาลูกนางจะเสียงคนก็เพราะมีบิดาให้ท้ายนี่แหละ ช่างลูกคนนี้เถอะ ในใจยังคงหวังว่าพอเติบโตไปบุตรสาวจะเป็นเด็กดี

บางครั้งเสนาบดีเยว่ก็พูดได้โดนใจจนนางอยากจะยกนิ้วโป้งให้ ว่าท่านเจ๋งมาก แต่ทว่ากลัวอีกอีกฝ่ายทำหน้างงกลับมาแทน

ซึ่งจวนของบิดาของนางมีพื่นที่เยอะพอสมควรบางครั้งนางเบื่อที่จะต้องเรียนมารยาทกับมารดาก็จะเเอบหนีมาปีนต้นไม้หาที่เหมาะๆเพื่อผักผ่อนในยามบ่ายจนบางครั้งก็โดนทำโทษให้คัดอักษรจีน ว่าด้วยเรื่องของกุลสตรี ร้อยจบ

นางอยากบอกเหลือเกิดว่า ท่านแม่เจ้าขาข้าพึ่งจะ3หนาวนะเจ้าคะ

ซึ่งบ่ายวันนี้ก็อีกเช่นเคยที่นางหลบมารดามาพักผ่อนบนต้นไม้ ด้วยเพราะกลัวจะโดนมารดาตามเจอจึงปีนข้ามรั้วไปยังอีกฟาก

แม้ในดินจะร้อนระอุราวกับเปลวเพลิงทว่าบนต้นไม้กลับมีลมเย็นพัดโชยอ่อนๆทำให้รู้สึกสบาย
เพียงไม่นานนางก็หลับไป

‘โถ่ลูกแม่ทำไมหนูอายุถึงสั้นนักนะ’
เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดพลางเช็คน้ำตาซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆผู้เป็นสามีคนทั้งสองนั่งอยู่ในสถานที่จัดงานศพของลูกสาวที่เสียไป

‘คุณ ลูกเราไปดีแล้ว อย่าให้ยัยหนูเป็นห่วงสิ’

‘ทำไมถึงจากกันเร็วนัก อาเหมยยังไม่ได้ร่ำลาเลย’

‘ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้เราได้เกิดมาเป็นครอบครัว/เพื่อนกันอีกนะ’

เสียงเบาหวิวหากแต่เยว่เฟินหลันกลับได้ยินชัดเจน

เฮือก!!

เยว่เฟินหลันที่หลับอย่างสบายพลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาโดยไม่ทันระวังก่อนร่างเล็กของนางจะพลักตกลงจากต้นไม้อย่างไม่ทันตั้งตัว

“วะ..เหวอ”

ตุบ!!~!

“โอ๊ย จะ...เจ็บง่ะ”

ร่างเล็กกระแทกกับพื้นเจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด เป็นเพราะฝันบ้านั่นแท้ๆ แต่เอาจริงๆนั่นแม่และพ่อในชาติก่อนของเธอ ให้ตายสินี่มันผ่านมาตั้ง3ปีแล้วนะ ปานนี้โลกโน้นจะเป็นไงแล้วก็ไม่รู้

“คุณหนูอย่าวิ่งสิเจ้าคะ”

“เร็วสิ เมื่อกี้ข้าได้ยินเสียง มันดังมาจากทางนี้”เด็กน้อยในวัย5หนาววิ่งอย่างเร็วมาทางที่เยว่เฟินหลันอยู่จนนางสะดุ้งตกใจหันไปมองยังต้นเสียง

ที่ฝีเท้าดังใกล้เข้ามา จำได้คลับคล้ายคลับคลาเหมือนว่าจะมีฉากนี้ในหนังจีนเรื่องความรักดั่งหิมะโปรยปรายนั้นหรือเปล่านะ

และในขณะที่เยว่เฟินหลันมัวแต่คิดร่างของใครบางคนก็มาถึง

“เจ้าเป็นใครน่ะ เอ๊ะ นั่นแขนเจ้าเป็นอะไรหรือไม่”

เยว่เฟินหลันหันไปมองคนมาใหม่ปรากฎว่าเป็นเด็กเช่นเดียวกับนาง แถวเด็กคนนั้นพอเห็นแผลที่ได้มาจากที่นางพลักตกต้นไม้ ก็รีบสั่งสาวใช้ให้เอายามาทาให้กับนางโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางเป็นใคร

ทำไมถึงได้ใจดีแบบนี้นะ

“เจ้าไปทำอะไรมาเหตุใดจึงเป็นแผลเช่นนี้”
ขณะที่ทายาเด็กคนนั้นก็ถามนางไปด้วย เยว่เฟินหลันได้แต่ยิ้มแหย่ๆก่อนตอบ

“ข้าพลักตกต้นไม้น่ะเจ้าค่ะ”
อันที่จริงแผลของนางก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรแค่ช้ำและเป็นรอยขุดเล็กน้อยเนื่องจากเมื่อกี้ที่ตกลงมานางใช้สองเเขนคว้ากิ่งไม้แต่พลาดก็เลยเป็นแบบที่เห็น

เยว่เฟินหลันมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างพิจารณาใบหน้าจิ้มลิ้มเสื้อผ้าเนื้อดีอีกทั้งความรู้สึกคุ้นเคยทำไมฉากนี้คุ้นๆ

“เจ้าชอบปีนตกไม้หรือ”
“เจ้าค่ะ อยู่บนนั้นสงบดีข้าเลยชอบ”

ก็นะเวลาอยู่บนนั้นทีไรนางมักจะง่วงนอนทุกทีเนื่องจากอากาศที่เย็นสบายนั่นเอง

คำตอบของเยว่เฟินหลันสร้างความตะลึงให้กับเด็กสาวเป็นอย่างยิ่ง นางยิ้มน้อยๆก่อนจะยื่นยาคืนให้สาวใช้เก็บแล้วหันมาพูดกับเยว่เฟินหลัน

“ข้าถูกใจเจ้ายิ่งนัก เจ้าช่างไม่เหมือนผู้ใดที่ข้าเคยพบ ข้าหลิวเหมยกุย คุณหนูสกุล หลิว ยินดีที่ได้รู้จักแล้วเจ้าเล่า”

เยว่เฟินหลันจ้องหลิวเหมยกุยตาค้าง นี่น่ะหรอนางร้าย ทำไมจิตใจดีแบบนี้ล่ะ ออใช่สินะต่อให้ร้ายกาจกับนางเอกเเค่ไหนแต่กับพวกของตนเเล้วล่ะก็นางน่ะใจดียิ่งกว่าอะไร

แล้วก็ฉากนี้คงเป็นฉากแรกที่หลิวเหมยกุยเเละเยว่เฟินหลันเจอกันครั้งแรกทั้งสองถูกชะตากันจึงได้สาบานเป็นพี่น้องกัน

“ข้าเยว่เฟินหลัน คุณหนูสกุลเยว่ ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าค่ะ”

หลิวเหมยกุลดวงตาเป็นประกายเอ่ยกับนางด้วยเสียงอ่อนโยน


“เช่นนั้นในเมื่อเรารู้จักกันแล้วข้ารู้สึกถูกชะตากับเจ้านักเรามาสาบานเป็นพี่น้องกันดีหรือไม่”

เป็นดังคาดฉากนี้จริงๆสินะ
“ได้สิเจ้าคะ”

เยว่เฟินหลันตอบรับนางรู้ดีว่านางมาที่เเห่งนี้เพื่ออะไร เพราะสัณญาณกับเยว่เฟินหลันคนก่อนว่าจะมาเปลี่ยนชะตาให้กับหลิวเหมยกุยอย่างไรล่ะ แต่ในขณะเดียวกัน นางก็จะเปลี่ยนชะตาให้กับตัวเองด้วย เพื่ออนาคตชีวิตที่สงบและยืนยาว



เยว่เฟินหลันและหลิวเหมยกุยคุกเข่าลงต่อหน้ากันและกัน ทั้งสองประสานมือขึ้นมาสาวใช่ของหลิวเหมยกุยทำเพื่อแค่มองดูเงียบๆ

“ว่าเเต่เจ้ากี่หนาวแล้วล่ะ”
“3หนาวเจ้าค่ะ”นางตอบกลับเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าว่าเข้าใจก่อนจะเริ่มพูดขึ้น

“ข้าหลิวเหมยกุล สกุลหลิว ขอสาบานเป็นพี่น้องกับเยว่เฟินหลัน ในฐานะพี่สาว”หลิวเหมยกุลพูดจบก่อนจะคำนับสามครั้งเห็นดังนั้นเยว่เฟินหลันจึงพูดขึ้นมาบ้าง


“ข้าเยว่เฟินหลัน สกุลเยว่ขอสาบานเป็นพี่น้องกับหลิวเหมยกุย ในฐานะน้องสาว”
เยว่เฟินหลันพูดจบก็คำนับสามครั้งตาม

“ขอสาบานต่อฟ้าดินขอฟ้าดินเป็นพยานตั้งแต่นี้ต่อไปเราทั้งสองเป็นพี่น้องกัน จะดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

ทั้งสองกล่าวพร้อมกันก่อนจะคำนับฟ้าดินอีกสามครั้งเยว่เฟินหลันเงยหน้าขึ้นไปก่อนจะคำนับหลิวเหมยกุยอีกรอบ

“คารวะเจี่ยเจีย”
“หลันเอ๋อร์”


หลังจากนั้นมา เยว่เฟินหลันมักแอบปีนต้นไม้ข้ามมายังจวนสกุลหลิวเพื่อมาหาหลิวเหมยกุย

หลิวเหมยกุยในวัย5หนาวกับเยว่เฟินหลันในวัย3หนาวมักไปมาหาสู่กันเรื่อยมา
ซึ่งบิดาของนางเเละอัครมหาเสนาบดีหลิวเองก็เห็นดีเห็นงามที่บุตรสาวทั้งสองสนิทกัน บางครั้งหลิวเหมยกุยก็ชวนนางมาที่จวนเพื่อเล่นกู่เจิง

พี่หลิวเหมยกุยของนางนับว่ามีพรสวรรค์ในการเล่นกู่เจิงไม่น้อย เสียงไพเราะของกู่เจิงมักจะดังขึ้งแทบทุกครั้งที่นางไปยังจวนอัครเสนา

มีบ้างที่บางครั้งก็สลับให้นางเล่นด้วยความที่ชาติที่แล้วนางเล่นดนตรีมาเยอะจึงทำให้การเล่นกู่เจิงไม่ยากเกินความสามารถ


“หลันเอ๋อร์เจ้าช่างเก่งกาจ ข้าสอนเพียงนิด เจ้ากลับเล่นได้อย่างคล่องแคล่ว”
หลิวเหมยกุยรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่เยว่เฟินหลันเยว่ได้ดีทั้งที่เจ้าตัวพึ่งบอกว่าเคยเล่นครึ้งแรก

หลันเอ๋อร์เจ้าต่างหากเล่าที่มีพรสวรรค์กว่าข้าเสียอีก

“ท่านชมข้าเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” นางยิ้มเจือนๆจะให้บอกไปได้ยังไงล่ะว่าตนเลยเครื่องคล้ายกู่เจิงมาเยอะในชาติก่อน

เเขนเรียวเล็กยกชาขึ้นมาจีบต่อด้วยเอาขนมเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆฟังหลิวเหมยกุยดีดพิณต่อ

อ่า..เป็นนางร้ายที่มีพรสวรรค์นี่นาแบบนี้ก็ไม่ได้เป็นรองนางเอกเลยแม้แต่น้อยแต่ทำไมถึงโดนเทได้ล่ะเนี่ย ช่างเถอะยังไม่ถึงเวลา

บางครั้วหลิวเหมยกุยก็มักจะมาที่จวนของนาง แต่พักหลังๆมานี้หลิวเหมยกุยไปร่ำเรียนดนตรีกับอาจารย์นางจึงได้แต่อยู่อย่างเหงาหงอยในจวน



หลังจากที่อูดอู้อยู่แต่ในจวนมานานวันนี้เยว่เฟินหลันเลยตัดสินใจแอบหนีออกไปเที่ยวนอกจวน

ที่แรกที่นางคิดจะไปเลยนั่นคือตลาดแม้จะไปรู้ทางแต่ก็ใช้ปากถามชาวบ้านจนมาถึงตลาดจนได้
อยากรู้เหมือนกันว่าตลาดในโลกนี้จะเหมือนกับตลาดที่เคยเห็นในหนังจีนหรือไม่

ซึ่งขณะที่สายตากวาดมองไปทั่วก็สะดุดกับ เด็กน้อยในชุดสีชมพู่หน้าตาจิ้มลิ้ม ทายกันสิว่านางเจอใคร

“ไปกันเถอะพู่เสวี่ยไป๋”

นางเอกเรื่องความรักดั่งหิมะโปรยปรายนั่นเองคุณหนูพู่เสวี่ยไป๋ บุตรรเสนาบดีฝ่ายกลาโหมนั่นเอง

ซึ่งกำลังเดินดูของอยู่กับชายวัยกลางคน

“เจ้าค่ะอาจารย์”

เอ จริงสินะนางเอกน่ะได้เป็นถึงศิษย์ของหมอหลวงประจำราชสำนักงั้นก็แปลว่าชายคนนั้นคงเป็นหมอหลวงสินะ

เดี๋ยวสิถ้านางเอกเป็นถึงศิษย์ของหมอหลวงหมายความว่าก็ต้องรู้เรื่องยาพิษอะไรแบบนี้บ้างสิ เพราะยาพิษที่เยว่เฟินหลันคนก่อนใช้น่ะกระจอกงอกง่อยจะตาย ให้ตายเถอะ ใยทำไมนางพึงมาเอะใจตอนนี้นะ

ในตอนที่วางยาพิษถ้าลองสังเกตดีๆต้องรู้ว่ามีพิษอยู่ในถ้วยบ้างสิ หรือจริงๆแล้วแม่นางเอกคนนี้รู้ว่ามียาพิษอยู่แล้วตั้งแต่แรกแต่เพียงแค่เล่นไปตามบทเพื่อให้นางเเละหลิวเหมยกุลติดกับและโดนกำจัดกัน

ร้ายไม่เบานี่ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ชักประมาทไม่ได้ซะแล้วสิแต่เอาเถอะนางไม่วางยาพิษนางเอกแน่นอน


“หนูน้อย ช่วยพาลุงไปส่งที่โรงเตี๊ยมได้หรือไม่ลุงแกแล้วเดินไม่ไหวปวดหลังไปหมด”

ในขณะที่เยว่เฟินหลันกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเองก็มีลุงแก่ๆนั่งที่พื้นขึ้นมาเมื่อหันไปมองทางต้นเสียงก็พบกับลุงเเก่ๆสภาพมอ.อเนื้อตัวมอมแมมยิ่งกว่านั้นลุงแกยังหอบของพะรุงพะรังนางเห็นเเล้วรู้สึกเห็นใจยิ่งนัก

ท่านลุงท่านมิมีบุตรหรืออย่างไรถึงได้ไม่มีใครดูแลเลยจึงรับปากอย่างไม่ทันได้คิด

“ได้เจ้าค่ะท่านลุง”

เยว่เฟินหลันเดินไปช่วยยกของอีกทั้งพยุงลุงคนนั้นไปยังโรงเตี๊ยมและด้วยความที่นางแอบหนีออกมานอกจวนจึงไม่รู้จักทางจึงต้องถามผู้อื่น

กว่าจะไปถึงทำเอาแขนขานางล้าไปหมดและยิ่งกว่านั้นลุงคนนั้นยังมีเงินไม่พอจ่ายค่าโรงเตี๊ยมนางจึงอาสาออกค่าที่พักให้

“ค่าที่พักข้าจ่ายให้ท่านแล้ว เก็บเงินของท่านไว้ใช้ยามจำเป็นเถอะเจ้าค่ะ”

บุรุษวัยกลางคนเมื่อได้ฟังก็ประหลาดใจแต่ในความประหลาดใจก็มีความดีใจพาดผ่าน

“เช่นนั้นข้าไปก่อนนะเจ้าคะท่านลุง”
นางกล่าวก่อนจะคำนับแล้วกำลังเดินออกจากโรงเตี๊ยม

“รอก่อนเเม่หนู”
ท่านลุงที่เรียกนางหรือก็คือท่านหมอเทวดาลู่จิวเอ่ยเรียกจากการทดลองใจเขาได้พิจารณาแล้วว่าแม่หนูคนนี้เป็นคนดีช่วยเหลือผู้ที่ลำบากยากไร้ด้วยใจที่เปี่ยมเมตตา

“แม่หนูเจ้ามีชื่อเเซ่ว่ากระไร”

เยว่เฟินหลันนึกลังเลว่าควรจะบอกดีหรือไม่ใจหนึ่งอยากจะบอกเพราะอยากรู้จักท่านลุงแต่ทว่าอีกใจกลับระเเวงอีกทั้งนางแอบออกจากจวนโดยไม่บอกใครถ้ารู้ไปถึงหูบิดามารดานางไม่ต้องมานั่งคัด อักษรจีน ว่าด้วยเรื่องของกุลสตรีร้อยจบอีกหรอกหรือ

“ท่านลุงมิทารบว่าท่านต้องการทราบชื่อของข้าทำไมหรือเจ้าคะ”
นางถามด้วยความใสซื่อแต่ตากลับจ้องไปยังอีกฝ่ายอย่างระแวง

ลู่จิวหัวเราะเบาๆก่อนจะลูบหัวของนางเบาๆ แม่หนูนี่ฉลาดใช้ได้ สมแล้วที่จะเป็นศิษย์ของเขา

เยว่เฟินหลันอย่างสงสังว่านางถามผิดหรืออย่างไรเหตุใดใยจึงหัวเราะนางกัน

“ข้าชื่อลู่จิว ยินดีที่ได้รู้จักเจ้า เเล้วเจ้าเล่า”นางมองรอยยิ้มอบอุ่บของท่านลุงก่อนจะคลายความระเเวงยอมเอ่ยชื่อตนเอง

“ ข้าเเซ่เยว่ เยว่เฟินหลันยินดีที่ได้รู้จักท่านเช่นกันเจ้าค่ะ”นางเอ่ยพลางย่อตัวคารวะลู่จิวมองกิริยานั้นอย่างพอใจ

“คุณหนูสกุลเยว่สินะเจ้ากี่หนาวเเล้วล่ะ”

“3หนาวเจ้าค่ะ”

“ไว้เจ้า5หนาวเมื่อไร เราคงได้เจอกันแม่หนู”
นางได้แต่สงสัยในคำของท่านลุงลู่จิว รู้สึกชื่อนี้จะคุ้นแต่เหมือนนึกไม่ออก ก่อนจะรู้ตัวอีกที ก็เหลือเพียงนางคนเดียว
เยว่เฟินหลันหันไปมองรอบๆหายไปไหนแล้วนะสงสังคงเข้าไปนมโรงเตี๊ยมแล้วล่ะมั้ง
















จบ

เป็นไงบ้าง อ่านเจอคำผิดทักได้นะคะแหะๆ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 370 ครั้ง

67 ความคิดเห็น

  1. #65 vbxdhxbx25622 (@vbxdhxbx25622) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 09:04

    อี้เหรียญ>อี้เหลียน

    #65
    0
  2. #63 Raina. (@raina-raina) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 09:55
    เด็กผู้หญิง อายุ 3 ขวบ ออกไปข้างนอกคนเดียว สามารถช่วยยกของและพยุงคนแก่ พกเงินติดตัวจำนวนหนึ่ง ..... ไม่ว่าจีนโบราณหรือจีนปัจจุบัน มันก็ไม่สมเหตุสมผลนะจ๊ะ
    #63
    0
  3. #61 NooN_222528 (@NooN_222528) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 13:54

    นางเอกแค่3หนาวไม่น่ามีเงินติดตัวได้มาก เพราะแอบหนีออกมา
    ควรมีสาวใช้คนสนิทหรือใครมาด้วยจะช่วยให้ดูสมเหตุสมผลดีกว่านะจ๊ะ😄
    #61
    0
  4. #40 jeep2ornm (@pornm) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 01:01
    ผิดหลายจุดหลายจ้า.. ตรง.. สงสังกับไปนม
    #40
    0
  5. #29 poppy6090 (@poppy6090) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 08:46
    หราน มี ห เป็นอักษรนำ แทน วรรณยุกต์ จัตวา(

    ๋ )แล้ว ดังนั้นไม่ต้องใส่

    ๋ ซ้ำซ้ำนะคะ
    #29
    0
  6. #28 poppy6090 (@poppy6090) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 08:45
    อันนี้ชื่อจีนมั้ยคะ ถ้าใช่ เหรียญ ไม่เขียนแบบนี้น้า ต้องเขียนว่าเหลียน ถ้าจะให้ออกเสียงแบบนี้อ่า เพราะสระเอียในภาษาจีนไม่ผสมกับ ร ค่ะ
    #28
    0
  7. #23 MBsofly (@MBsofly) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 21:28
    สนุกกกกกก😍😍😍
    #23
    0
  8. #8 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 01:07

    นางเอกเราจะได้อาจารย์ดีแล้ว

    #8
    0
  9. #3 sotaiyin (@sotaiyin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 23:57

    สนุกมากค่ะ อ่านทีเดียวเลย ลงหลายๆ ตอนนะค่ะ


    มีผิด ตรง "ท่านลุงที่เรียกนางหรือก็คือท่าน(หมด) - ต้องเป้น หมอเทวดา

    #3
    1