เจี่ยเจียชะตานี้ ข้าจะเปลี่ยนให้ท่าน

ตอนที่ 3 : บทที่2 ชีวิตวัยเด็กของเยว่เฟินหลัน2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,057
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 358 ครั้ง
    28 มิ.ย. 62









เช้าวันต่อมาภายในจวนสกุลเยว่กำลังวุ่นวายกับการจัดเตรียมงานวันเกิดให้กับบุตรีคนเล็กที่วันนี้อายุครบ4หนาว

ในห้องของเจ้าของวันเกิดเยว่เฟินหลันกำลังหลับสบายบรือตาขึ้นมาช้าๆเสียงของคนในจวนดังจนเธอทนนอนต่อไปไม่ไหว พลางลุกพรวดสองมือปิดหูอย่างรำคาญ พลันสายตาก็ไปสบกับ

“กริ๊ด!!!”

บังเกิดเสียงดังไปทั่วทั้งจวนจนบ่าวในจวน ต่างก็หยุดชะงักแม้กระทั่งเจ้าของจวนอย่างเสนาบดีเยว่ เยว่ฮูหยินเยว่จื่อหร๋านผู้เป็นพี่ชาย

ซึ่งต้นตอเสียงดังมาจากเรือนของคุณหนูเล็ก

“หลันเอ๋อร์ลูกพ่อ”
เสนาบดีเยว่หน้าเสียกลัวจะเกิดอะไรขึ้นกับบุตรสาวจึงรีบไปดูอย่างร้อนรน

เยว่ฮูหยินหันไปสั่งให้บ่าวทำงานต่อก่อนนางเเละบุตรชายจะเดินตามสามีไป

ด้านเยว่เฟินหลันที่เเรกตื่นมาด้วยความสะลืมสะลือหันไปพบกับเด็กน้อยร่างกายผอมแห้งนั่งนิ่งมองมายังนาง

เยว่เฟินหลานถึงกับตกใจกริ๊ดลั่นด้วยความกลัวสุดขีดแม้จะเคยเป็นมาผีแล้วแต่ทว่ายามนี้นางเป็นคนแล้วการเจอผีไม่ใช่สิ่งที่อยากเจอ

แต่เมื่อมองดูดีๆจึงได้รู้ว่าคนที่นั่งตรงพื้นหาใช่ผีอย่างที่ตนเข้าใจในตอนแรก

แหมโล่งอกไปที แต่อย่างที่บอกไปเด็กน้อยคนนั้นทั้งตัวเล็กผอมแห้งเห็นแต่กระดูกแถมผิวยังดูซีดเซียวราวกับไร้เลือดผมที่ยาวแตะพื้น

อีกทั้งยามนางตื่นก็เห็นเด็กคนนั้นจ้องนางนิ่งไม่กระพริบตา มันก็ต้องมีใจหายใจคว่ำกันบ้างแหละ

เยว่เฟินหลันตัดสินใจก้าวไปหาคนที่นั่งบนพื้นอย่างช้าๆ
เรียวคิ้วสวยขมวดขึ้นอย่างสงสัย

“เจ้าเป็นใคร แล้วใยจึงมาอยู่ในห้องของข้าได้กัน”
เด็กตรงหน้าเมื่อได้ฟังก็ชะงักก่อนจะเเสดงอาการหวาดกลัวนางเสียงเต็มประดา

เอ่ยตอบคุณหนูตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
“บะบ่าว..บ่าวได้รับคำสั่งให้มาค่อยปรนนิบัติคุณหนูเจ้าค่ะ”

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคุณหนูที่เงียบจ้องนางนิ่งก็ถึงกับสั่นเทาอย่างหวัดหวั่นหมอบลงกับพื้น
นางไม่รู้ว่าตนทำอะไรผิดไปหรือไม่ยามนี้นางกลัวเหลือเกินกลัวว่าจะโดนตบโดนทุบตีเช่นทุกครั้งที่เคยไม่รู้ว่าคุณหนูตรงหน้าจะเป็นพวกชอบเอาแต่ใจหรือไม่

หากเป็นเช่นนั้นนางคงได้เเต่ยอมรับชะตากรรมไม่อาจหลีกหนีเพราะได้รับคำสั่งจากนายท่านว่าตั้งแต่วันนี้ไปให้นางมาดูแลคุณหนูตรงหน้า

“เช่นนั้นหรือ” เยว่เฟินหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายว่ากลัวนาง

พลันถอนใจ อยากรู้จริงๆว่านางน่ากลัวตรงไหนก่อนหน้าเพียงสงสัยว่านางเคยเห็นอีกฝ่ายมาก่อนหรือไม่ก็เท่านั้น

“ลุกขึ้นเถอะ ข้าไม่ได้น่ากลัวเสียหน่อย”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมานางจึงได้แต่ถอนหายใจอีกรอบเเล้วสั่ง

“หลันเอ๋อเจ้าเป็นอะไรลูก”ยังไม่ทันที่เยว่เฟินหลันจะได้คิดอะไรต่อเสียงฝีเท้าของเสนาบดีเยว่ก็ดังขึนมาพร้อมกับการปรากฏตัวของอีกฝ่าย

“เจ้าปลอดภัยใช่หรือไม่”ว่าพร้อมกับโผล่พรวดเข้ามาพร้อมกับช้อนร่างเล็กๆของเยวาเฟินหลันขึ้นไปอุ้มอย่างถนุถนอม

“ท่านพ่ออรุณสวัสดิ์ ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ”มือน้อยๆของเยว่เฟินหลับจับบ่าบิดาดันตัวเองออกนิดหน่อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปทักทายผู้เป็นบิดาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

“หลันเอ๋อร์เจ้าเป็นอะไร”
เสียงเยว่ฮูหยินดังขึ้นก่อนจะปรากฎร่างของนางและเยว่จื่อหร๋าน ทั้งสองมองนางอย่างห่วงใย

คำถามของมารดาช่างคล้ายคลึงกับของบิดายิ่งเยว่เฟินหลันกระพริบตาปริบๆ อ่า..เหมือนนางจะนึกได้แล้วล่ะว่าก่อนหน้านี้นางทำอะไรลงไป

สงสัยเสียงกรี๊ดของนางคงดังไปทั่วทั้งจวนอย่างไม่ต้องสงสัยบิดามารดาและต้าเกอถึงได้มาที่เรือนของนางอย่างพร้อมเพรียงเช่นนี้

อ่า...สวรรค์นางเอาหัวมุดดินหนีความอับอายนี้ดีหรือไม่?

“หลันเอ๋อร์ของต้าเกอ”
เยว่เฟินหลันสะดุ้งหลุดจากภวังค์หันขวับไปตอบมารดาเเละพี่ชายทันที

“ข้าหาได้เป็นอันใดไม่เจ้าค่ะ”

“หากไม่เป็นอันใด แล้วเจ้าจะกรีดร้องทำไมเล่าหรือเจ้าฝันร้ายรึ ไหนลองเล่ามา”เสนาบดีเยว่เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางจริงจังจนโอเวอร์ใบหน้าเคร่งขรึมแลดูน่าเกรงขามเพิ่มขึ้นไปอีกในขณะที่นางยังถูกบิดาอุ้ม

เยว่ฮูหยินแม้จะห่วงบุตรสาวทว่าก็ไม่ได้เเสดงกิริยาจาออกนอกหน้าเพราะนางต้องรักษามาดฮูหยินผู้คุมจวนแทนสามี

รายนั้นแม้จะเป็นชายอกสามศอกแต่ก็แพ้ลูกอ้อนบุตรสาวตนเพียงแค่เยว่เฟินหลันออดอ้อนพูดหวานๆบีบน้ำตาหน่อยก็ใจอ่อนยวบแล้ว

ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังรอคำตอบจากบุตรสาวตัวน้อย เยว่จื่อหร๋านพลันสายตาก็บังเอิญไปสบกับร่างผอมแห้งของเด็กคนหนึ่งเข้า
ซึ่งกำลังมองไปยังบิดามารดาเขาตาแบ๋วก่อนจะเลื่อนมาเห็นเขาเข้าจึงรีบหลบสายตาอย่างรวดเร็ว

เยว่จื่อหร๋านพลันขมวดคิ้วในหัวบังเกิดความสงสัยขึ้นมาทันที

“นางเป็นใคร”เยว่จื่อหร๋านกล่าวไม่มีปี่มีขลุ่ยพลางชี้นิ้วไปยังเด็กร้างผอมแห้งทันทีโดยที่ใบหน้าจ้องไปยังบิดาที่กำลังอุ้มหลันเอ๋อร์ของเขาด้วยสายตาไม่พอใจ

เยว่เฟินหลันที่เตรียมจะบอกว่านางไม่เป็นอะไรแต่ก็ต้องหุบปากฉับพลันเมื่อผู้เป็นพี่เอ่ยขัดขึ้นก่อนจะมองตามนิ้วชี้ของพี่ชายก็เห็นว่าเป็นเด็กน้อยร่างผอมแห้ง

อ่า จริงสิเด็กคนนี้ก็อยู่ในนี้ นางลืมไปได้อย่างไรนะ

“นั่นสิเจ้าคะข้าก็ลืมถาม นางเป็นใครหรือท่านพี่”
เยว่ฮูหยินมองตาม เพราะมัวแต่สนใจบุตรสาวจนลืมถาม

เสนาบดีเยว่มองตามเสียงของฮูหยินกับบุตรชายก็พลันหัวเราะขึ้นมาสร้างความงุงงงให้ให้กับคนทั้งสามเป็นอย่างยิ่ง

“นางเป็นเด็กที่พ่อไปหามาจากตลาดค้าทาสเพื่อมาเป็นบ่าวรับใช้เจ้าอย่างไรเล่าหลันเอ๋อร์”

“หา”
“ห๊ะ”
นางและต้าเกอทำหน้าเหวอพอๆกัน

เยว่เฟินหลันนั้นสงสัยว่าเหตุใดจู่ๆบิดาถึงได้หาสาวใช้มาให้นาง ความจริงไม่มีสาวใช้นางก็ดูแลต้วเองได้

ส่วนเยว่จื่อหร๋านเขาเเค่สงสัยว่านี่จะเปรียบเสมือนของขวัญวันเกิดที่บิดามอบให้หลันเอ๋อร์ของเขาหรือไม่ เเค่คิดคิ้วก็กระตุกยิกๆ

“ท่านพ่อท่านให้นางเป็นดั่งของขวัญวันเกิดหลันเอ๋อร์เช่นนั้นใช่หรือไม่”
เยว่จื่อหร๋านจ้องถามบิดาเขม็งด้านเสนาบดีเยว่พอได้ฟังคำของบุตรชายเขาก็วางเยว่เฟินหลันลงก่อนจะหันมายิ้มแบบเหนือชั้นให้ ราวกับกำลังบอกว่า

‘ข้าให้ของขวัญแก่หลันเอ๋อร์เป็นคนแรกว่ะฮ่าฮ่า’
จนเยว่จื่อหร๋านถึงกับคิ้วขมวดจ้องตากับบิดานิ่ง

เยว่เฟินหลันที่ถูกพูดถึงได้แต่มองบิดาทีมองต้าเกอที

เอิ่ม..บอกนางทีเถอะว่าไอ้สายฟ้าแปลบปลาบนี่นางไม่ใช่ต้นเหตุ

เยว่ฮูหยินมองสามีและบุตรชายที่ส่งสายตาเป็นประกายไฟให้แก่กันอย่างเอือมระอา เป็นเรื่องของบุตรคนเล็กเป็นแบบนี้ทุกที

“ท่านพ่อข้าควรเป็นคนแรกที่มอบของขวัญแก่หลันเอ๋อร์ “เยว่จื่อหร๋านพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์

“เหอะ ข้าต่างหากข้าเป็นบิดานางเชียวนะ”

เสนาบดีเยว่เองก็ไม่ยอมแพ้ ทำให้ฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของจวนได้แต่ถอนหายใจก่อนจะแทรก

“พอเถอะวันนี้เป็นวันมงคลจะมาทะเลาะกันทำไมใครให้ก่อนหลังไม่สำคัญ อยู่ที่ว่าหลันเอ๋อร์นางจะชอบของใครมากกว่าต่างหากเล่า”

“จริงสิหลันเอ๋อร์ ต้าเกอมีของขวัญจะให้เจ้าล่ะหลับตาสิ”
เยว่จื่อหร๋านเหมือนพึ่งนึกได้จึงเลิกทำสงครามจ้องตากับบิดาหันมาเรียกนางเเทนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

เยว่เฟินหลันทำตามคำของต้าเกออย่างว่าง่าย
เมื่อเห็นว่าเยว่เฟินหลันหลับตาเยว่จื่อหร๋านจึงล้วงของบางอย่างออกจากอกเสื้อ ซึ่งมันคือต่างหูหยก รูปพระจันทร์

เขาค่อยๆเอาวางลงบนมือเล็กๆของเยว่เฟินหลัน
นางลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆก่อนจะก้มลงมองดูของในมือที่ต้าเกอมอบให้

“เจ้าชอบมันไหมเล่า ข้าเลือกหาตั้งนานเเหนะ”เยว่จื่อหร๋านทำท่าภูมิใจ

“ข้าชอบมันเจ้าค่ะ งดงามยิ่งนัก “นางเงยหน้าขึ้นไปตอบพร้อมส่งยิ้มไปให้เยว่จื่อหร๋าน ก่อนจะขอให้มารดาใส่ต่างหูให้

เยว่จื่อหร๋านราวกับเคลิ้มไปชั่วขณะก่อนจะสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกระเเอมไอของบิดาหันจะหันไปยักคิ้วใส่บิดาอย่างท้าทาย

‘ข้าเหนือกว่าท่านแล้วล่ะ ‘
เสนาบดีเยว่เห็นเช่นนั้นก็อดที่จะรู้สึกอิจฉาไม่ได้จึงได้หันไปเรียกเยว่เฟินหลันอีกคน

“หลันเอ๋อร์แล้วของพ่อเล่าเจ้าชอบหรือไม่”พูดพลางทำสาวตาออดอ้อน

เยว่เฟินหลันหันไปมองบิดาหลังจากที่มารดาใส่ต่างหูให้นางเรียบร้อย พอเจอกับสายตาของบิดาถึงกับถอนหายใจยิ่งนานวันบิดานานนางก็ยิ่งทำตัวติ๊งต๊องอย่างกับเด็ก

ท่านพ่อมาดนายใหญ่แห่งจวนท่านเอาไปซ่อนไว้ที่ใดแล้ว

เยว่จื่อหร๋านพอเห็นแบบนั้นก็ทำหน้าไม่พอใจอีกรอบ
“นางชื่ออะไรหรือเจ้าคะ”
เยว่เฟินหลันถาม พอเห็นว่านางสนใจเสนาบดีเยว่ก็ทำท่าดีใจก่อนจะตอบ

“ข้ายังไม่ได้ตั้งหรอกเพราะพ่อรอให้เจ้าตั้งชื่ออยู่”
เยว่เฟินหลันมองเด็กน้อยที่เหมือนจะมีอาการเกร็งเมื่อทุกสายตาจ้องไปที่เด็กคนนั้น
จนรู้สึกว่าจะทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

“งั้นชื่อ ลี่ฟ้าน แล้วกันเจ้าค่ะ”

“ลี่ฟ้าน อืมเป็นชื่อที่ดี”

พอเห็นว่าไม่มีใครออกความเห็นอะไรจึงเดินไปใกล้ๆก็จะเอ่ย
“ต่อไปนี้เจ้าชื่อลี่ฟ้านนะ ยินดีที่ได้รู้จัก”
พอเห็นสายตาเป็นมิตรของเยว่เฟินหลันนางลุกลี้ลุกลนทำตัวไม่ถูก

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะคุณหนู”
นางมองคุณหนูอย่างซาบซึ้งที่อุตส่าห์ตั้งชื่อแถมยังทำราวกับนางเป็นสหาย
เดิมทีนางเป็นแค่บุตรสาวชาวบ้านที่ยากจนถูกบิดาขายเป็นทาสจนได้มาเจอคุณท่านและได้รับใช้คุณหนู
ไม่ว่าในภายภาคหน้าจะเป็นอย่างไรนางก็ขอรับใช้คุณหนูอย่างซื่อสัตย์

“หลันเอ๋อร์เเม่ก็มีของขวัญจะให้กับเจ้าเช่นกัน”
จู่ๆมารดาก็เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบเสนาบดีเยว่เเละเยว่จื่อหร๋านหับขวับไปมองด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

“หลันเอ๋อร์ ต้าเกอมีเรื่องจะเล่าให้เจ้าฟังเยอะเเยะเลย”

“หลันเอ๋อร์เจ้าอยากได้อะไรอีกหรือไม่เดี๋ยวพ่อจะซื้อให้”

เยว่เฟินหลันทำเพียงยิ้มแหย่ให้กับทุกคนที่พยายามเรียกความสนใจจากนางรวมไปถึงตลอดงานวันเกิด

อ่า..สวรรค์เช้าวันนี้เป็นวันที่แสนวุ่นวายยิ่งนัก

ช่วงบ่ายเยว่เฟินหลันจึงขออนุญาตบิดาไปที่ตลาด ซึ่งครั้งนี้นางไปคนเดียวด้วยเหตุผลที่ว่านางสั่งให้ลี่ฟ้านทำความสะอาดเรือน
ซึ่งอันที่จริงแล้วเรือนของนางปกติก็มีสาวใช้คอยทำให้ตลอด

แล้วก็นางอยากไปคนเดียวมากกว่าลี่ฟ้านร่างกายผอมแห้งหากไปแล้วจะเป็นลมลำบากนางเปล่าๆ

ที่จริงเป้าหมายของการมาตลาดในวันนี่ก็คือการมาเพื่อซื้อของขวัญเล็กๆน้อยๆให้กับบิดามารดาและต้าเกอรวมถึงลี่ฟ้านและบ่าวคนอื่นๆในจวนถ้านางมีเงินพอน่ะนะ

ตอนเเรกบิดานางไม่ยอมให้ไปคนเดียวจะตามนางไปด้วยแต่เพราะสาสน์จากฮ่องเต้บิดาจึงจำใจยอมให้นางไปส่วนเยว่จื่อหร๋านจำต้องไปพบอาจารย์เยว่ฮูหยินต้องดูแลทำความสะอาดจวน

นางเดินดูของมากมายที่ตั้งขาย ผ่านไปเรื่อยๆจนมาสะดุดกับร้านขายเครื่องประดับ

เยว่เฟินหลันมองดูเครื่องประดับของร้านนี้ไปเรื่อยๆทุกชิ้นล้วนแล้วแต่ทำปราณีตวิจิตร มองดูแล้วช่างงดงาม เห็นแล้วชวนให้นึกถึงมารดาและพี่หลิวเหมยกุยยิ่งนัก

“เชิญดูเลยหนูน้อยหากชอบก็ซื้อสักชิ้นติดไม้ติดมือไปฝากเเม่เจ้าก็ได้นะ”
ป้าคนขายพูดยิ้มแย้มเล่าที่มาของเครื่องประดับแต่ละชิ้นอย่างออกรสชาติ เยว่เฟินหลันทำเพียงแค่ยิ้มกลับ

เยว่เฟินหลันหยิบปิ่นไข่มุกขึ้นมาดูอย่างชั่งใจ ก่อนจะหยิบปิ่นอีกอันที่เป็นมรกตสลักลวดลายวิจิตรทั้งสองสิ่งล้วนเหมาะกับมารดาของนาง

หรือนางควรซื้อปิ่นทั้งสองชิ้นเลยดีหรือไม่นะปิ่นชิ้นหนึ่งมอบให้มารดาอีกชิ้นมอบให้กับพี่หลิวเหมยกุย

เมื่อตัดสินใจได้ก็ยื่นปิ่นทั้งสองให้กับป้าคนขายในขณะที่กำลังจะหยิบถุงเงินข้างเอวก็มีเด็กน้อยคนหนึ่งวิ่งมาชนนางเข้าอย่างจังจนเกือบล้ม เด็กน้อยคนนั้นรีบมาพยุงนาง

“ขอ ขออภัยขอรับ ข้ามิได้ตั้งใจจะชนท่าน”
เมื่อเห็นว่านางยืนตรงตัวได้ เด็กน้อยก็รีบผละออกมาโค้งให้นางอย่างลุกลี้ลุกลน เยว่เฟินหลันยิ้มน้อยๆกับท่าทางของเด็กคนนี้

“ไม่เป็นไรข้าไม่ทันระวังตัว เจ้าไม่บาดเจ็บตรงไหนก็ดีแล้ว”
เห็นเด็กชายตัวน้อยผงะหันซ้ายหันขวาอย่างเร่งรีบ
“ข้าขอตัวขอรับ”
ไม่ทันที่เยว่เฟินหลันจะได้ถามสิ่งใดต่อเด็กตรงหน้าก็รีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว
นางได้แต่มองตามอย่างแปลกใจพลางส่ายหน้าอย่างเอ็นดูก่อนจะหันไปรับของจากป้าคนขาย

“เท่าไรเจ้าคะ”

นางรับของก่อนจะหันไปหยิบถุงเงินแต่ปรากฎว่าถุงเงินที่ควรจะอยู่กลับหายไปนางก้มดูรอบๆก็ไม่พบ พลันใบหน้าของเด็กน้อยคนเมื่อกี้ก็แล่นเข้ามาในหัว

แย่ละ! นางโดนเด็กนั่นขโมยถุงเงินไปแล้วแน่ มิน่าเด็กคนนั้นถึงได้รีบร้อนนัก นางไม่น่าถูกเจ้าเด็กหน้าซื่อนั่นหลอกเลย

หลังจากที่รู้ว่านางโดนขโมยถุงเงิน นางก็ฝากของไว้กับคุณป้าเเล้วออกวิ่งตามเจ้าเด็กหน้าซื่อนั่นอย่างรวดเร็วด้วยความที่อดีตนางเคยเป็นนักวิ่งแชมป์กรีฑามาก่อนจึงมีเทคนิคในการวิ่งที่สามารกหลบหลีกสิ่งขีดขวางได้

แต่ก็ใช่ว่าจะเสมอไปเพราะนางเองก็เกือบชนตะกร้าผักของป้าคนหนึ่งพอเงยหน้าไปก็เห็นหลังแวบๆของเจ้าเด็กแสบนั่นนางจึงรีบพุ่งไปหาทันที

เจ้าเด็กนั่นวิ่งช้าลงด้วยเพราะวิ่งมานานคงเหนื่อยอีกทั้งคงไม่คิดว่านางจะตามมา

“หยุดนะไอ้เด็กแสบ หยุดเดี๋ยวนี้”
เจ้าเด็กนั่นสะดุ้งโหย่งหันมามองทางนางก่อนจะเร่งฝีเท้าวิ่งเข้าตรอกซอย

นางล่ะอยากตบหัวตัวเองจริงๆไม่น่าไปตะโกนแหวกหญ้าให้งูตื่นเลย

พอวิ่งออกจากซอยนั้นก็เจอกับตลาดอีกที่หนึ่งซึ่งผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาจนแทบไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เด็กนั่นตั้งใจให้นางหลงสินะ เเต่เสียใจสายตานางดียิ่งกว่าเหยี่ยวซะอีกในเมื่อล็อคเป้าหมายแล้วมีหรือจะพลาด

นางวิ่งใกล้เจ้าเด็กนั่นเรื่อยๆจึงชะลอฝีเท้าด้วยความเหนื่อยแต่เด็กนั่นกลับเร่งฝีเท้าขึ้นนางจึงต้องเร่งฝีเท้าตามไปติดๆแต่ปัญหาใหม่ของนางคือข้างหน้านางมีม้าเซ็กส์ทาวพันธ์ดีตัวหนึ่งกำลังวิ่งมาทางนาง

นางเห็นเจ้าเด็กนั่นหลบม้าได้อย่างฉิวเฉียด พอนางวิ่งไปใกล้ก็ได้ยินเสียงคนบนหลังม้าสั่งชะลอ

“หยุด”
“หลีกไปซะ”นางว่าขณะวิ่งผ่านไม่ได้มองคนบนหลังม้าด้วยซ้ำมือเล็กคู่นั้นเหวี่ยงแขนออกไปราวกับมันจะผลักม้าได้ และมือข้างนั้นก็ได้เหวี่ยงของบางอย่างออกไปโดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันรู้ตัว

นางวิ่งผ่านม้าไปอย่างรวดเร็ว แม้ระยะทางที่วิ่งจะทำให้นางเเทบจะลิ้นห้อยแต่เมื่อนึกถึงจุดประสงค์ที่นางมาที่ตลาดเเห่งนี้ก็ทำให้นางจำต้องฝืนวิ่งตามเจ้าเด็กแสบนั้นไป

และเจ้าเด็กนั่นก็วิ่งลักเข้าซอยอีกเเล้วนางวิ่งเข้าไปตาม ทีเเรกนางนึกว่ามันจะเป็นทางเชื่อมจึ่งรีบวิ่งแต่พอมาเจอปรากฎว่าทางที่วิ่งมาเป็ทางตัน และนางก็ตาไวซะด้วยเห็นหลังแวบๆของเจ้าเด็กนั่น

เยว่เฟินหลันชะลอฝีเท้าพลางถอนหายใจสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอย่างรวดเร็ว

ก่อนจะค่อยๆกวาดสายตาไปมองรอบๆจนทั่วให้แน่ใจว่าใช่เจ้าเด็กนั่นหรือเปล่า

นางยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจที่มุมปากแวบหนึ่งก่อนจะเริ่มคิดแผนการในหัว หากนางเดินไปจับเจ้าเด็กนั่นตรงๆรับรองว่านางได้วิ่งออกกำลังกายอีกรอบแน่ งานนี้จำต้องคิดหาวิธีที่นางสามารจับเจ้าเด็กนั่นให้ได้โดยที่นางจะไม่ต้องออกแรง

นางมองรอบๆอย่างพิจารณาเมื่อเห็นว่าทางออกมีแค่ทางที่วิ่งมา ก่อนจะเบ้ปากแต่ในใจกลับยิ้มกระหยิ่ม เพราะนั่นหมายความว่าไม่มีทางไปอื่นนอกต้องออกทางเดิม

“หายไปไหนแล้วนะ”
เยว่เฟินหลันแสร้งพูดพร้อมขมวดคิ้ว งานนี้สกิลการเเสดงมีเท่าไรงัดออกมาให้หมด

“อ๊ะ หรือว่าไม่ใช่ทางนี้ บ้าจริงมาผิดได้อย่างไรเนี่ย”
นางบ่นกับตัวเองก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

เด็กน้อยที่เข้าไปหลบอยู่หลังรถเข็นคันเก่าเมื่อเห็นว่าเยว่เฟินหลันออกไปได้สักพักแล้วจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะมองถุงเงินในมือ แม้จะรู้ว่าการขโมยเงินของผู้อื่นเช่นนี้แต่มันจำเป็นนี่เป็นครั้งแรกและเขาต้องใช้มัน

เด็กน้อยรีบลุกขึ้นเดินออกจากซอยอย่างระมัดระวัง เพราะเขากลัวว่านางจะย้อนกลับมา เขาจ้องทางที่นางไปอย่างหวั่นใจ

หมับ!!

“จ๊ะเอ๋ จับได้เเล้วสินะเจ้าเด็กหัวขโมย”
ทันใดนั้นคนที่เขาคิดว่าไปอีกทางกลับจับเขาได้จากอีกทางหนึ่งร่างน้อยๆของเขาสั่นเทาด้วยความกลัวสุดขีดจากความผิดที่เขาได้กระทำ

เยว่เฟินหลันมองเจ้าเด็กตรงหน้าอย่างสงสารแต่เมื่อนึกได้ว่าเจ้าเด็กนี่เป็นขโมย แววตาที่เคยอ่อนโยนกลับแข็งกร้าวขึ้นมา

“ตัวเจ้าแต่นี้ก็รู้จักทำความผิดเสียแล้ว ถ้าข้าไม่ส่งเจ้าให้ทางการ เจ้าคงได้โตเป็นโจรแน่ ดังนั้นข้าจะส่งเจ้าท่านพ่อของข้าส่งให้ทางการเสีย”

เยว่เฟินหลันว่าอย่างกราดเกรี้ยว เด็กน้อยพอหังคำของนางจบ น้ำตาเม็ดก็หยดลงมาจากขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่

“ฮื้อ.. ฮึก..พะ..พี่สาว..ได้โปรดฮึก..ขอรับ..อย่าส่งข้าฮึก..ให้ทางการเลยนะขอรับ..ฮื้อ..ข้าจำเป็นต้องใช้เงิน..จริงๆฮึกฮื้อ”

เด็กน้อยน้ำหูน้ำตาไหลเป็นทางเอ่ยติดๆขัดๆหากไม่โดนนางจับตัวไว้ก็แทบจะก้มลงไปกราบนางเเทบเท้า

เยว่เฟินหลันมองคนตรงหน้าด้วยสายตาอ่อนลงแต่ไหนแต่ไรมานางเป็นพวกขี้สงสารเจ้าเด็กนี่ถึงกับร้องไห้ขอร้องซะขนาดนี้มีหรือนางจะไม่ใจอ่อน แต่นางก็ต้องพิจารณาว่าเด็กนี่พูดจริงหรือไม่

พอมองอีกฝ่ายร้องไห้ไม่หยุดเยว่เฟินหลันก็ถอนหายใจ โอเคเด็กนี่พูดจริงถ้าแค่แสดงคงไม่ร้องไห้นานขนาดนี้ คิดพลางยกมืออีกข้างขึ้นมาลูบหัวเจ้าเด็กขี้แย

“อะ งั้นหยุดร้องแล้วบอกข้ามาสิว่าเจ้ามีเหตุจำเป็นอะไรที่จะต้องใช้เงิน”

เด็กน้อยหยุดร้องไห้แล้วรีบเช็ดน้ำหูน้ำตาเงยหน้ามาบอกนาง

“เมื่อสองวันก่อนแม่ของข้าป่วยหนักแต่ข้าไม่มีเงินไปซื้อยา ข้าขอโทษพี่สาวที่ขโมยเงินท่านข้าผิดไปแล้ว”

นางมองอย่างชื่นชมในความกตัญูและยอมรับผิดของอีกฝ่าย

“เจ้าพูดจริงหรือเช่นนั้นแล้วพ่อของเจ้าเล่าเหตุใดจึงมิดูแล”
นางตั้งข้อสังเกตเพราะไม่ได้ยินอีกฝ่ายพูดถึงบิดาแม้เเต่น้อยทว่าเมื่อนางถามไปจากตอนเเรกที่หวาดกลัวสายตาคู่นั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาจนเยว่เฟินหลันถึงกับตกใจ

“พ่อทิ้งข้ากับแม่ไปตั้งแต่ข้ายัง2หนาว ข้าไม่อยากพูดถึง พี่สาวได้โปรดช่วยแม่ของข้าด้วยนะขอรับ”

นางสบตาเจ้าเด็กน้อย พลันใบหน้างามเผยรอยยิ้มกว้าง เด็กน้อยได้เเต่มองอย่างตะลึง

“ข้าจะช่วยเจ้าเอง แต่ก่อนอื่นเจ้าพาข้าไปหาแม่เจ้าก่อน”

“ขอรับพี่สาว ออนี่ขอรับเงินของท่าน”เด็กน้อยตอบอย่างดีใจก่อนจะคืนถุงเงินให้กับเยว่เฟินหลัน ขอแค่มีคนช่วยแม่ของเขาแค่นี้ก็เพียงพอ ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตามอบเทพธิดาให้มาช่วยเขา

หลังจากนั้นไม่นานนางเเละเจ้าเด็กน้อยก็ไปถึงกระท่อมร้างที่เป็นที่ใช้ซุกหัวนอนพอไปดูอาการของมารดาของเจ้าเด็กนั่นนางจึงรีบกลับไปขอร้องบิดาของนางให้ช่วยเหลือรวมทั้งออกค่ารักษา

ซึ่งเสนาบดีเยว่พอเห็นว่าบุตรสาวขอร้องถึงกับดีใจน้ำตาคลอรีบทำทุกอย่างตามที่เยว่เฟินหลันขอ


“อ๊ากก!!หลันเอ๋อร์ เจ้า..”
ในขณะที่นางกำลังสนทนากับบิดาเสียงของเยว่จื่อหร๋านก็ดังขึ้น นางหันไปมองต้าเกอด้วยความสงสัย

“เจ้าเป็นอันใดจื่อเอ๋อร์”เสนาบดีเยว่หันไปถามแต่แทนที่อีกฝ่ายจะตอบกลับนอนลงไปชักดิ้นชักงอดั่งไส้เดือนโดนน้ำร้อนลวก พลางชี้นิ้วมาที่นาง ยิ่งสร้างความสงสัยให้กับนางและเสนาบดีเยว่

“เจ้า..ต่างหูเจ้า”ว่าเเล้วก็ชักดิ้นชักงออีกรอบบิดาได้เเต่มองบุตรชายทีมองนางที

“เอ๋...จริงด้วยต่างหูที่ต้าเกอให้ข้าข้างหนึ่งหายไป”นางยกมือจับใบหูทั้งสองข้างปรากฎว่าต่างหูข้างหนึ่งหายไป

หายไปตั้งแต่ตอนไหนกัน ในขณะที่เยว่เฟินหลันกำลังเรียบเรียงว่านางไปที่ใดมาบ้าง

เยว่จื่อหร๋านก็เอ่ยขึ้นอย่างตัดพ้อ
“หลันเอ๋อร์หากเจ้าไม่ต้องการต่างหูที่ต้าเกอให้เหตุใดมิบอก ต้าเกอหรืออุส่าต์ตื่นแต่เช้าไปเลือกต่างหูให้กับเจ้า ข้าเสียใจยิ่งนัก”ดึงดราม่าซะงั้น

ท่าทางจะงอนจริงคงต้องง้อแฮะ
“ต้าเกอ”
นางก้มลงมือน้อยทั้งสองเขย่าแขนพี่ชาย เยว่จื่อหร๋านเเกล้งดิ้นไปมา ปากพร่ำบอกว่าเสียใจจนนางเหนื่อยใจ นางควรทำเช่นไร

“พี่จื่อหร๋านเจ้าคะ”เยว่เฟินหลันรู้ว่าพี่ชายนางแพ้ทางความน่ารักของนาง เช่นนั้นแล้ว นางจึงเอ่ยเรียกชื่อพี่ชายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

เสนาบดีเยว่เมื่อได้ฟังก็ได้แต่น้อยใจ หลันเอ๋อร์เหตุใดเจ้าไม่พูดเช่นนี้กับบิดาบ้าง

ส่วนเยว่จื่อหร๋านหยุดดิ้นก่อนหันมามองนางด้วยสายตาเป็นประกาย

จุ๊บ!
วินาทีต่อมาเกิดความเงียบไปชั่วขณะตอนนี้เสนาบดีเยว่แข็งค้างเป็นหินไปเเล้วหลังจากเห็นภาพบาดตาบาดใจ
เยว่จื่อหร๋านนั้นหน้าแดงแปร๊ดพร้อมละลาย หลังจากที่โดนจุ๊บแก้ม

เยว่เฟินหลันมองอย่างพอใจ
“หลันเอ๋อรอขออภัยเจ้าค่ะที่ทำต่างหูท่านพี่หายแต่ข้าสัญญาว่าจะเก็บต่างหูอีกข้างไว้อย่างดี”

ว่าแล้วนางก็ลุกขึ้นไปหาเด็กน้อยปล่อยให้สองพ่อลูกนิ่งค้างอย่างนั้น เยว่จื่อหร๋านเอามือจับแก้มที่โดนน้องสาวจุ๊บก็เผลอยิ้มอย่างเอียงอาย



“ว่าแต่เจ้าชื่ออะไร”เยว่เฟินหลันหันไปถามเด็กน้อยที่นั่งข้างๆ

“ข้าชื่อช่างเทียน แซ่เฟย เฟยช่างเทียนขอรับพี่สาว”เด็กน้อยหันมาตอบอย่างกระตือรือร้นทั้งที่ในปากยังเต็มไปด้วยขนมเทียนเอ๋อต้าน

นางเพียงมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม
“ข้าชื่อเยว่เฟินหลันเจ้าชอบเรียกข้าว่าพี่สาวตอนนี้เจ้ากี่หนาวแล้วล่ะ”
พลางถามอย่างสงสัยก็เจ้าเด็กช่างเทียนบอกว่าพ่อทิ้งตั้งแต่2หนาวก็หมายความว่าทิ้งได้ไม่นานน่ะสิเดิมทีช่างเทียนบอกว่าไม่ได้เกิดที่นี่แต่เกิดที่เเคว้นหานซึ่งที่นี่คือแคว้นเจ้าเฟยช่างเทียนกับมารดามายังแคล้วนนี้เมื่อราวๆ4เดือนก่อนสรุปสั้นๆก็คือตอนนี้เฟยช่างเทียนกี่หนาวกันแน่

“4หนาวย่าน5หนาวขอรับ”

“อ้าว..”
นางอุทานอย่างตกใจก่อนจะยืนขึ้นฉุดช่างเทียนให้ลุกขึ้นตามก่อนจะไล่ระดับความสูงของตัวเองไปยังเฟยช่างเทียน ซึ่งเหมือนช่างเทียนจะไม่เข้าใจเยว่เฟินหลันจึงเอ่ย

“ข้าพึ่งจะ4หนาววันนี้ หมายความว่าเจ้าเกิดก่อนข้าน่ะสิ”
เฟยช่างเทียนถึงกับตะลึงพลันมองตัวเองสลับกับอีกคนที่สูงกว่า แบบนี้ก็หมายความว่าที่ผ่านมาเขาเข้าใจนางผิดมาโดยตลอด อีกทั้งยังร้องไห้ฟูมฟายให้นางได้เห็นอีก ช่างน่าอายยิ่งนัก เยว่เฟินหลันเพียงมองอีกฝ่ายอย่างขำๆไม่จริงจังนัก

“หวา..ทำไมเตี้ยจัง เฟยช่างเทียนต่อไปนี้เจ้าต้องดื่มนมเยอะๆรู้หรือไม่เล่า เจ้าจะได้โตๆคิคิ”

เฟยช่างเทียนใบหน้าบูดบึ้งขึ้นมาทันทีเขาได้แต่คิดในใจ ไว้ข้าสูงก่อนเถอะข้าจะเอาคืนเจ้าคอยดู ฮึ

พอนางได้รู้จักกับเฟยช่างเทียนทั้งสองได้เป็นสหายกัน เยว่เฟินหลันได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในป่าผ่านการเล่าของเฟยช่างเทียน ซึ่งเขาเองก็ได้เรียนรู้ภาษาแปลกๆจากนางเช่น เผือก นางบอกเขาว่ามันหมายถึงบุคคลที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน

ซึ่งเขาไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก

พอเฟยช่างเทียนอายุครบ5หนาว ก็ออกเดินทางไปร่ำเรียนวิชากับบรรดาอาจารย์ที่กำลังหาศิษย์เข้าสำนัก

ช่วงนี้นางจึงถูกมารดาบังคับให้ร่ำเรียนเขียนอ่าน เต้นรำชงชา จนเมื่อไม่กี่วันก่อนนางก็อายุครบ5หนาวนางจึงคิดที่จะหาอาจารย์สักคนมาสอนนางบ้าง จะเรียนอะไรก็เถอะนะ

“ท่านพ่อเจ้าขาลูกอยากมีอาจารย์”
นางอ้อนวอนบิดาให้ช่วยหาอาจารย์สักคนมาสอนนางบ้างซึ่งเมื่อเสนาบดีเยว่ได้ฟังคำบุตรสาวก็เห็นดีจึงคิดจะเสาะแสวงหาบุคคลมี่ชื่อเสียงมาสอนบุตรสาว

“เรียนท่านเสนาบดีเยว่ มีชายชราท่านหนึ่งต้องการพบท่านอีกทั้งยังบอกว่าจะมารับลูกศิษย์ของตนเอง”
เสนาบดีเยว่เมื่อได้ฟังก็เกิดอาการงุงงงก่อนจะหันไปมองเยว่เฟินหลันที่จ้องตนตาแบ๋วเมื่อไม่ได้คำตอบก็จึงเร่งออกไปทันที

เยว่เฟินหลันเองก็สงสัยไม่ต่างจากผู้เป็นบิดาจึงได้ติดตามอีกฝ่ายไป เมื่อไปถึงหน้าจวนเพียงแค่เห็นใบหน้าของชายชรานางจำได้ทันทีว่าเป็นท่านลุงลู่จิวก็พลันยิ้มยินดี

“ท่านลุง ข้าเยว่เฟินหลันขอคารวะท่าน”

ลู่จิวมองแม่หนูน้อยอย่างพอใจ เสนาบดีเยว่ได้แต่มองการกระทำของบุตรสาวอย่างชื่นชมละคนแปลกใจ

“ข้าลู่จิว ขอคารวะท่านเสนาบดีเยว่”

“คารวะท่านลู่จิว เชิญด้านในก่อนเถอะ ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่านมามาก ไม่นึกเลยว่าข้าจะมีบุญวาสนาได้พบท่าน ข้ายินดียิ่งนัก”

เสนาบดีเยว่กล่าวออกไปอย่างชื่นชม
เยว่เฟินหลันได้แต่มองตาปริบๆ อ่า..แบบนี้หมายความว่านางจะมีอาจารย์แล้วใช่หรือไม่







จบ

พบคำผิดบอกด้วยนะคะไรท์ยังไม่ได้ตรวจ5555
ยังไงก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกทุกคนด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 358 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #48 pumpkinkuk (@pumpkinkuk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 10:46
    งงใจ น้องหลันอายุแค่ 4 ขวบแต่พ่อแม่ปล่อยให้ออกจากบ้านไปคนเดียวได้ไง อย่างน้อยก็ต้องมีพี่เลี้ยง สาวใช้ไปด้วย น้องจะเทพทรูยังไงก็ได้ แต่ความเป็นจริงต้องมีบ้างนะคะ
    #48
    0
  2. #39 mirain3112 (@mirain3112) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 20:25
    เอ่อ...ใครที่ไหนจะให้ลูก 4 ขวบ ออกจากบ้านคนเดียวคะ ยังไม่เข้าอนุบาลเลยนะ
    #39
    0
  3. #9 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 01:18

    อจ.มาหาว่าที่ศิษย์ถึงที่

    #9
    0
  4. #6 Bamdy_NK (@Bamdy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 15:06
    สนุกกกกก รอตอนต่อไปนะคะ
    #6
    0
  5. #5 poosurat (@poosurat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 18:59
    เขียนได้ดี ชอบๆมาต่อไวๆนะคะ
    #5
    0
  6. #4 Someonepp (@someonepp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 16:07
    จะอารมณ์แบบซินเดอเรลล่าไหมนะ ต่างหูหาย พระเอกเก็บได้งี้55555
    #4
    1
    • #4-1 kuvhlubkoj28812 (@kuvhlubkoj28812) (จากตอนที่ 3)
      24 พฤษภาคม 2562 / 20:00
      ต้องรอดูค่ะว่าใช่ไหม555ไรท์ปูทางไว้แล้ว
      #4-1