เจี่ยเจียชะตานี้ ข้าจะเปลี่ยนให้ท่าน

ตอนที่ 7 : บทที่6 ศิษย์น้องเล็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 280 ครั้ง
    5 ก.ค. 62





“ข้าตื่นเต้นจัง ข้าจะล่าเสือได้อย่างศิษย์พี่ใหญ่หรือข้าจะล่าหมาป่าแบบศิษย์พี่รองดี เจ้าว่าข้าจะล่าอะไรดี”

มีอะไรก็ล่าอันนั้นแหละเจ้าค่ะศิษย์พี่สาม นางอยากตอบคำนี้ไป

ตั้งแต่เช้ามาศิษย์พี่สามหรือก็คือต้วนหว่านช่างก็เอาแต่ถามคำถามนี้กับนางตลอด

ตั้งแต่วันนั้นที่ท่านประมุขเสนอรับนางเป็นศิษย์นางได้ลองปรึกษากับอาจารย์ซึ่งอาจารย์ของนางก็หาได้ว่าอันใดอีกทั้งยังบอกว่าตนก็ไถ่ทอดวิชาแพทย์ให้นางใกล้หมดแล้วหากนางจะศึกษาอย่างอื่นต่อก็คงเป็นประโยชน์แก่ตัวนางเอง

และแน่นอนเยว่เฟินหลันเองก็คิดเช่นนั้นชาติที่แล้วนางอุตส่าห์ตั้งใจเรียนรู้ทุกอย่างสุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์แต่ชาตินี้แหละนางจะไม่ยอมให้เปล่าประโยชน์อีกเด็ดขาด

นางมั่นใจขนาดสวรรค์ยังเมตตาให้นางและเยว่เฟินหลันตัวจริงสลับกันมาเกิดเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาที่เลวร้ายของตัวเอง

นางจะใช้ความรู้จากมันสมองที่ยังเหลือของชาติก่อนและชาตินี้มาเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของนางร้ายอย่างหลิวเหมยกุยและนางน้องสาวของตัวร้ายให้ดีขึ้น

นางตอบตกลงที่จะเป็นศิษย์คนที่4ของกังหมิงยู่ประมุขพรรคกระยาจก

ศิษย์ที่อาจารย์สอนมีเพียงแค่เฉินเฮยอันศิษย์พี่ใหญ่ผู้เย็นชาหรือน่าตายคนนั้น

หวังมิ่งเหรินศิษย์พี่รองผู้อบอุ่น

ต้วนหว่านช่างศิษย์พี่สามผู้เป็นไบโพล่าตลอดกาลเพราะบางครั้งเขาชอบแกล้งนางบางครั้งก็ซื่อบื้อ

และนางศิษย์น้องเล็กเป็นหญิงเพียงหนึ่งเดียวของศิษย์ทั้งสามและอาจารย์อีกทั้งนางยังเป็นหญิงสาวคนเดียวของพรรคกระยาจก

ตั้งแต่นางเป็นศิษย์ของกังหมิงยู่เวลาก็ล่วงเลยไปเป็นเดือนและเดือนนี้เองเป็นเดือนเกิดครบ13หนาวของศิษย์พี่สาม

และวันนี้เป็นการจัดงานวันเกิดของศิษย์พี่สามโดยให้เขาไปล่าสัตว์เพื่อเป็นการโชว์ฝีมือและประการเป็นนัยๆว่าเขาโตขึ้นไปอีกขั้นแล้วซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติเมื่ออายุครบ13

ซึ่งศิษย์พี่ใหญ่ล่าได้เสือก็คือตอนที่เจอนางครั้งแรกในป่านั่นแหละ ส่วนศิษย์พี่รองล่าได้หมาป่าซึ่งสัตว์ที่ล่าได้ก็ไม่ได้ทิ้งไว้ที่ไหนหรอกเพราะความจริงแล้วเอาสัตว์ที่ตนล่าได้มาเป็นอาหารจัดงานเลี้ยงวันเกิดของตัวเองยังไงล่ะ

“ท่านจะล่าตัวอะไรก็แล้วแต่ข้าก็ขอให้ท่านปลอดภัยนะเจ้าคะ”
แล้วก็ขอให้กินได้ก็พอ นางนึกไม่ออกจริงๆถ้าศิษย์พี่สามล่าได้สัตว์แปลกๆมานางจะกล้ากินไหม

เมื่อเห็นท่าทางอ้ำอึ้งเช่นนั้นของศิษย์น้อง ต้วนห่วานช่างก็เข้าใจว่านางคงห่วงเขาจนไม่อาจพูดออกมาได้เพราะกลัวน้ำตาจะล่วงจึงได้ยิ้มรับตอบกลับไป

“เจ้าไม่ต้องห่วงไป ข้าเก่ง”พูดพลางยิ้มกว้างตายีโดยไม่รู้เลยว่านางหาได้คิดเช่นนั้นไม่

“โชคดีน้องสาม”มู่เฮยอันที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนเอ่ยขึ้นมาเยว่เฟินหลันรีบถอยหนีออกห่างทันทีราวกับเขาเป็นเชื้อโรคร้ายเเรง

เชอะ อย่านึกนะว่านางจะลืมสิ่งที่เขาทำกับนาง เพราะนางยังคงไม่พอใจเขาตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมาจึงค่อยแต่หลบหน้าประจวบกับที่ศิษย์สามและศิษย์พี่รองมักจะมาอยู่กับนางบ่อยๆจึงพอหลบเลี่ยงศิษย์พี่ใหญ่ได้บ้าง

คิ้วเข้มขมวดเป็นปมมองนางอย่างสงสัยก่อนจะร้องอ๋อในใจเเล้วหันไปคุยกับศิษย์น้องสามต่อ

“ขอรับศิษย์พี่ใหญ่”
หว่านช่างขานรับอย่างยินดีชื่นชม เขาล่ะปราบปลื้มในตัวของศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองจริงๆอยากแกร่งเหมือนคนทั้งสอง

เยว่เฟินหลันใช้สายตากวาดมองหาศิษย์พี่รองและอาจารย์ทั้งสองของนางโดยไม่สนใจศิษย์พี่ทั้งสองของนางอีก

“อาหลันเจ้าอยู่นี่เอง”
อาจารย์ลู่จิวกล่าวขึ้นเมื่อเห็นนางเดินมา นางไปทำความเคารพอาจารย์ก่อนที่ลู่จิวจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“อาจารย์จะให้เจ้าไปเตรียมสมุนไพรสำหรับรักษาแผลให้กับศิษย์พี่ของเจ้า”ว่าพร้อมกับชำเลืองมองไปยังหว่านช่าง

“เจ้าค่ะอาจารย์”


ต่อ


เนื่องด้วยเยว่เฟินหลันอยู่ที่พรรคอาจารย์ลู่จิวเลยต้องอยู่เพื่อสอนนางแม้ในยามนี้นางจะเรียกได้ว่าเก่งแล้วแต่ทว่ายังมีบางส่วนที่ต้องให้อาจารย์สอน

ในขณะที่เยว่เฟินหลันกำลังเตรียมตั้งหม้อต้ม ศิษย์พี่ใหญ่ของนางก็เดินเข้ามาในห้องครัวนางหันไปมองเพียงแวบเดียวก่อนจะตั้งใจทำงานของตนเองต่อโดยไม่สนใจคนมาใหม่แต่ก็มีบ้างที่แอบเหล่ตาไปมอง

ก็แหมคนหล่อนี่เนอะ

เฮยอันเดินเข้ามาในครัวหลังจากร่ำลากับศิษย์น้องสาม ความจริงเขาไม่มีอะไรจะคุยกับศิษย์น้องของตนมากนักเพราะความจริงแล้วเขาอยากคุยกับเยว่เฟินหลันศิษย์น้องเล็ก

ตั้งแต่ครั้งนั้นที่เขาและนางเจอกันอีกครั้งนางก็พยายามหลบหน้าเขามาตลอดเขาอยากรู้นักว่าเหตุใดนางจึงมักหลบหน้าเขา

เขาชักสงสัยสิ่งที่เขาทำก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร แค่จ่อดาบไปที่คอของนางและถ้าหยุดมือไม่ทันนางก็แค่ได้รับบาดเจ็บแค่นั้น

คิดไปตาก็จ้องใบหน้างามที่เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวโกรธอย่างงุนงงทว่าก็ไม่อาจละสายตาได้เลย

“มีอะไรจะคุยกับข้าหรือไม่เจ้าคะ”

เมื่อทนคนที่จ้องนางตาไม่กระพริบไม่ไหวเยว่เฟินหลันจึงถามขึ้น ทำให้เฮยอันเข้ามาหานาง เยว่เฟินหลันเปิกตากว้างกับท่าทางราวกับคุกคามของอีกฝ่ายก็รีบถอยหลังไปหลายก้าว เขาจะเข้ามาใกล้นางทำไม

เมื่อเห็นท่าทางตื่นตระหนกราวกับลูกกระต่ายตัวน้อยเขาจึงหยุดเท้าก่อนจะเอ่ย

“เจ้ายังโกรธข้าอยู่หรือ”

เฮยอันเลิกคิ้วถาม ทว่ากลับไม่รู้เลยว่าท่าทางเหล่านั้นของตนทำให้เยว่เฟินหลันนึกหมั่นไส้ คิดว่าทำแบบนั้นแล้วหล่อนักหรือไง เออหล่อ หล่อมากด้วยแต่ก็น่าหมั่นไส้มากด้วยเช่นกันหากนางเป็นพวกหัวร้อนไม่แน่ศิษย์พี่ใหญ่อาจโดนนางต่อยไปแล้ว

“ข้าหาได้โกรธศิษย์พี่ใหญ่ไม่เจ้าค่ะ”

นางพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูเป็นปกติ ยิ่งทำให้เฮยอันมองอย่างงุนงงแต่เมื่อเหลือบเห็นแววตาที่พยายามปกปิดอะไรบางอย่างของนาง

“เจ้าโกหก”เยว่เฟินหลันชะงักก่อนจะบอกปัด

“ข้าเปล่า”นางลุกลี้ลุกล้นหันไปทางอื่น บอกตรงๆนางยังไม่พร้อมจะเจอเขาในเวลานี้

เฮยอันมองใบหน้างามที่หันไปอีกทางภายในแววตาสะท้อนบางอย่างออกมา นางคงเกลียดเขามากใช่หรือไม่ เขาเค้นยิ้มเยาะก่อนจะเอ่ย

“เจ้าคงไม่ได้โกรธข้าหรอกแต่เกลียดไปแล้ว”ทั้งๆที่เขาเเละนางพึ่งเจอกันได้ไม่นานอีกทั้งการเจอกันทั้งสองก็ไม่น่าประทับใจเลยสักนิดและเเย่กว่าคือนางยังไม่พ้น10หนาวด้วยซ้ำทว่าเหตุใดใบหน้างามนั้นจึงมีผลต่อความรู้สึกของเขา

เยว่เฟินหลันหันขวับไปมองด้วยความตกใจละคนไม่เข้าใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปกล่าว

“ข้าก็แค่โกรธ ทั้งๆที่ท่านเกือบทำร้ายข้าถึงสองคราแต่ท่านกลับไม่รู้สึกอะไรเลย ข้าไม่ใช่ขอนไม้นะเจ้าคะ”แววตาของนางสั่นระริกเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ใช่สิเป็นนางเองที่ลืมไปว่าศิษย์พี่ใหญ่อย่างเขาน่ะไม่เคยสนใจใครอยู่แล้วถึงได้ขึ้นชื่อว่าเย็นชา

เมื่อได้ฟังความจริงจากปากของร่างเล็กเขาก็มองนางด้วยสายตาเป็นประกาย

“ที่เเท้เจ้ากลัวข้าหรอกหรือเด็กน้อย ข้าขอโทษ”

เมื่อเห็นดังนั้นเยว่เฟินหลันจึงเอ่ยขึ้น

“หากท่านขอโทษข้าด้วยใจจริงข้าเองก็ไม่มีเรื่องให้ต้องโกรธท่าน...”

ยังไม่ทันจะเอ่ยจบร่างเล็กก็ถูกดึงเข้าไปในวงเเขนของคนตรงหน้า

เขาเพียงแค่อยากให้นางมองเขาอย่างที่มองศิษย์น้องทั้งสองของตนเขาเเค่ไม่อยากเป็นคนแปลกหน้าในสายตาของนาง

เฮยอันกอดนางแน่นขึ้นจนเยว่เฟินหลันที่กำลังตกใจตั้งสติก่อนจะดิ้นขัดขืนให้หลุดออกจากวงเเขนของเขา

ในที่สุดเยว่เฟินหลันก็ดิ้นจนหลุดออกจากอ้อมแขนของศิษย์พี่ใหญ่แล้วรีบไปต้มยาต่อทำราวกับเรื่องเมื่อกี้ไม่เคยเกิดขึ้น



ต่อ—

หลายชั่วยามต่อมาหว่านช่างก็กลับมาพร้อมกับหมู่ป่าที่ตัวใหญ่กว่าเขาหลายเท่านัก ทีแรกเยว่เฟินหลันยังนึกแปลกใจระคนตกใจ

และในคืนนั้นนั่นเองงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของหว่านช่างก็ถูกจัดขึ้นมาอย่างใหญ่โตมีของกินมากมายทั้งเหล้าข้าวผักผลไม้เนื้อหมูป่าเพราะนอกจากหมูป่าตัวนั้นแล้วยังมีหมู่ป่าอีก2-3ตัวที่ลูกพรรคไปล่ามาคืนนั้นเรียกได้ว่าอิ่มหนำสำราญกันทุกคน

เนื่องด้วยเย่วเฟินหลันเป็นหญิงเเม้บรรดาลูกพรรคทั้งหลายจะรู้ถึงฐานะความเป็นหญิงของนางแต่นางยังคงต้องแต่งกายเป็นชายเพื่อที่คนนอกจะได้ไม่กล่าววาจาเสียๆหายๆต่อนางและเพื่อนางจะได้เข้ากับคนอื่นง่าย

งานวันเกิดของเยว่เฟินหลันตอน9หนาวนั้นอาจารย์ได้มอบตำรายาพิษให้นางได้นำมันไปศึกษา

และตอน9หนาวนี้เองก็ได้เริ่มเข้าสู่การฝึกมหาโหดโดยอาจารย์กังหมิงยู่ก็เริ่มให้นางฝึกหนักตั้งแต่ไก่ขันยันอาทิตย์ตกดินตอนเช้าให้นางทั้งวิ่งใช้แขนขาทั้งๆที่นางวิ่งแทบไม่ไหวยังอุตส่าห์ให้หมาไล่กัดนางอีกนางทั้งเมื่อยทั้งล้าทว่ายังต้องวิ่งเพราะกลัวหมานี่แหละ

อาจารย์กังช่างโหดนักขนาดอาจารย์ลู่ของนางที่ว่าโหดแล้วเมื่อเทือบกับอาจารย์กังการฝึกของอาจารย์ลู่กลายเป็นเบบี้ไปเลยอ่ะ

ทั้งศิษย์พี่ใหญ่ศิษย์พี่รองศิษย์พี่สามต่างบอกกับนางว่านางน่ะโชคดีแล้วที่เจอแค่นั้นเพราะศิษย์พี่ใหญ่น่ะอาจารย์ให้เจอเสือไล่กัดเลยทีเดียววิ่งไม่ทันคือตาย

มิน่าล่ะ ศิษย์พี่ใหญ่ถึงได้มีอคติกับเสือถึงขั้นไปล่ามากิน

แต่นางเจอเเค่หมาพันธุ์ร็อคไวเลอร์นางควรซาบซึ่งใช่หรือไม่

ตอนนาง10หนาว จากที่นางคิดว่าอาจารย์จะผ่อนปรนให้นางฝึกน้อยลงแต่เปล่าเลยทวีเป็นสองเท่าปีแรกนางฝึกความเร็วโดยการวิ่งหนีหมาแต่คราวนี้ฝึกความคล่องแคล่วในการหลบหลีกสิ่งกีดขวางสถานฝึกก็คือป่าไผ่นั่นเองซึ่งนางยังคงต้องวิ่งหนีเจ้าหมาอีกตามเคย

มันจะโหดไปแล้วเฟ้ยจนบางครั้งเยว่เฟินหลันยังแอบคิดจะทำยาพิษไปให้เจ้าหมากินแต่ก็ยังเป็นได้แค่ความคิดเพราะทุกวันนี้นางยังต้องวิ่งในป่าไผ่เพื่อหนีหมามีบ้างที่ชนต้นไผ่เนื้อตัวช้ำเเต่เพราะนางเป็นลูกศิษย์ของลู่จิวนางมีความรู้เรื่องการรักษานั่นเลยใช้เป็นข้ออ้างที่จะหยุดพักไม่ได้

นี่สรุปแล้วแล้วนางได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันแน่นะมีบ้างที่เเอบปีนต้นไผ่เพื่อหลบหมาบ้างงีบบ้างพอโดนอาจารย์จับได้ก็โดนทำโทษอีกตามเคย

ตอนนาง11หนาว อาจารย์ก็ให้นางฝึกแขนขาโดนการเริ่มชกต่อยไม้ โถ่อาจารย์มือข้าเป็นเนื้อนะเจ้าคะหาใช่เหล็กไม่ พอฝึกไปแค่1ชั่วยามแขนขานางก็เริ่มบวมแดง

นางใช้เวลาฝึกเพียงครึ่งปีก็เริ่วไม่ไหว เเน่สินางเป็นคุณหนูจากยุคศตวรรษที่21นะอีกทั้งแขนขาก็บอบบางเหมือนคุณหนูในห้องหอ แค่นี้ก็ถือว่าสุดๆแล้วบรรดาศิษย์พี่ทั้งสามจึงได้ไปขอร้องกับอาจารย์แต่แทนที่อาจารย์จะเห็นใจกลับยิ่งให้นางซ้อมหนักกว่าเดิม

แต่จนแล้วจนรอดสุดท้ายอาจารย์ก็ยอมใจอ่อนให้แก่นาง

ตอนนางอายุ12 อาจารย์ก็ได้มอบขลุ่ยหยกให้เยว่เฟินหลันซึ่งนางชอบมันมากยามว่างนางจึงมักจะเอาขลุ่ยออกมาเป่าอยู่เสมอ

ท่วงทำนองเสนาะหูฟังรื่นเริงทำให้ทุกคนที่ได้หังต่างก็ชื่นชอบไม่เพียงแค่นั้นยังมอบอาวุธให้นางได้เลือกซึ่งอาจารย์บอกกับนางว่ามันจะเป็นอาวุธคู่กายของนาง

เยว่เฟินหลันมองกระบี่กระบองไปจนถึงดาบคู่ กริซ ดาวกระจาย อาวุธชิ้นแล้วชิ้นเล่าจนมาสะดุดกับธนู ทันทีที่เห็นนางรู้สึกชอบมันมากแววตาเรียบนิ่งตลอดที่ดูอาวุธมีประกายขึ้น

เยว่เฟินหลันตัดสิ้นใจเลือกธนูมาเป็นอาวุธโดยไม่ต้องคิดหากแต่มันก็ไม่ได้ใช้ง่ายอย่างที่คิดนางใช้เวลาเป็นปีในการฝึกธนูจนตอนนี้นางใช้จนชำนาญประหนึ่งเป็นอวัยวะส่วนที่33ของนางเลยทีเดียว

จนตอนนี้นางก็อายุ13หนาวซึ่งวันนี้เองเป็นวันที่เยว่เฟินหลันจะได้ไปล่าสัตว์สำหรับฉลองวันเกิดในค่ำคืนนี้

นางชักหวั่นใจว่านางจะได้สัตว์กลับมาหรือสัตว์ตัวที่ล่าจะได้นางกันแน่ เหตุใดจึงมิมีคนไปเป็นเพื่อนนางนะ

“เจ้าเองอยู่แล้วศิษย์น้อง”

ราวกับอ่านแววตานางได้ศิษย์พี่ใหญ่จึงเอ่ยขึ้นมาเพื่อสร้างความมั่นใจแก่นาง

“ข้ารู้เจ้าต้องทำได้”

“ข้าจะรอดูผลงาน”

“ระวังตัวด้วยนะ”

คำเหล่านี้คือคำที่ทุกคนอวยพรนาง เมื่อถึงเวลานางกล่าวลาอาจารย์เล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในป่าลึก

ยิ่งเข้าไปความมืดครึ้มความวังเวงก็เข้ามาเกาะกุมจิตใจจนนางสั่นที่นี่ทืบจนแสงไม่สามารถลอดเข้ามาได้มองไปทางไหนก็เจอแต่เงารางๆ

เยว่เฟินหลันลดฝีเท้าเดินช้าลงมองไปรอบตัวพยายามเงียบแล้วฟังเสียงรอบข้างในมือถือธนูคู่ใจแน่น

สักพักต่อมาก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบดังมาจากพุ่มไม้ เยว่เฟินหลันหันขวับไปมองก่อนจะเล็งธนูแล้วยิงไปสองครั้งเมื่อเห็นว่าพุ่มไม้ยังคงขยับเยว่เฟินหลันเลยยิงไปอีก

จนความเงียบชวนวังเวงเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง

นางเดินเข้าไปใกล้ๆด้วยท่าทีระวังก่อนจะแหวกพุ่มไม้ก็เห็นสิ่งที่ตนยิงนั้นคือสิ่งที่น่ารักที่สุดสำหรับนาง มันคือกระต่าย นางยิงกระต่ายไปสามตัวสุดท้ายเลยตัดสินใจเก็บเหล่ากระต่ายผู้น่ารักแต่โชคร้ายกลับมา

เเละในระหว่างทางที่กลับก็บังเอิญเจอเหยี่ยวดวงตาเฉี่ยวคมหัวถึงแผลงคอสีขาวขนสีน้ำตาลแซมแดงตัวหนึ่งบาดเจ็บอยู่ใต้ต้นไม้ปีกข้างนึ่งหักคาดว่าน่าจะโดนของมีคมฟันบินก็ไม่ได้มันส่งสายตาน่าสงสารมายังนาง

เยว่เฟินหลันจึงรีบเข้าไปช่วยปฐมพยาบาลก่อนจะอุ้มมันกลับมาที่พรรคตอนแรกมันไม่ยอมส่งสายตาอันตรายมายังนาง

“มาเถอะเดี๋ยวข้ารักษาเจ้า”ว่าจบก็ยื่นมือหวังจะอุ้มแต่ก็โดนข่วนจนได้แผลทีแรกก็กะจะปล่อยไว้ตามมีตามเกิดเเต่เมื่อนึกถึงสายตาน่าสงสารเมื่อกี้นางก็ทิ้งไม่ลงสุดท้ายเยว่เฟินหลันตัดสินใจโยนกระต่ายตัวหนึ่งให้กับมัน

เจ้าเหยี่ยวที่ตอนแรกมีท่าทีระแวงแต่เมื่อเห็นว่าเยว่เฟินหลันไม่ได้ทำอะไรมันจึงค่อยๆกินกระต่ายจนหมดและนั่นแหละมันจึงยอมให้นางอุ้มมันกลับมา

“ตัวนั้นยังไม่ตายเจ้าจะให้ข้าเป็นคนฆ่ามันหรือเอามาสิ”

พ่อครัวประจำพรรคเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเยว่เฟินหลันอุ้มเหยี่ยวเข้ามาในครัวในขณะที่มือยังถืออีโต้

เยว่เฟินหลันรีบปฏิเสธทันทีเมื่อเห็นอาการตกใจของเจ้าเหยี่ยว

“เปล่าเจ้าค่ะ ข้าพามันมารักษา”ว่าจบก่อนจะว่างกระต่ายลงบนโต๊ะ

“นี่เจ้าค่ะที่ข้าล่ามาได้”

นางพาเจ้าเหยี่ยวเข้ามาในห้องก่อนจะเริ่มทำแผลใหม่ให้กับมัน จัดเตรียมที่อยู่ให้

“อยู่ที่นี่จนกว่าปีกจะหายดีแล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป”เยว่เฟินหลันมองเหยี่ยวก่อนจะพูดเห็นมันเพียงมองนางตาแป๋วนางขยับไปทางซ้ายมันก็มองไปทางซ้ายนางขยับขวามันก่อนมองไปทางขวา เยว่เฟินหลันถอนหายใจเล็กน้อย

“เข้าใจไหมเนี่ย”

นางจ้องมันนิ่งมันเองก็จ้องนางนิ่งไม่ต่างกันก่อนจะถอนหายใจอีกรอบ

“สมมุติว่าเข้าใจแล้วกัน”ว่าจบก็เตรียมเดินออกจากห้องกะว่าจะไปยังห้องครัว

“เจ้าล่าได้กระต่ายหรือ”เยว่เฟินหลันหยุดชะงักกึกเลิกคิ้วก่อนจะหันไปมองยังหน้าต่างที่มาของเสียง

ศิษย์พี่ใหญ่ของนางนั่นเองทุกวันนี้นางชักสงสัยเหตุใดศิษย์พี่ใหญ่ของนางจึงชอบกระทำตัวเยี่ยงโจร

“เจ้าค่ะ”ว่าแต่ท่านปีนขึ้นมาบนนี้อีกแล้วหรือนี้ห้องนางอยู่ชั้นสองนะเฟ้ยก็เป็นซะแบบนี้ไง

เฮยอันทำเป็นไม่เห็นสายตาไม่พอใจของศิษย์น้องเล็กก่อนจะกระโดดจากหน้าต่างเดินอาดเข้ามาหาเจ้าตัว

“ก็ไม่ต่างจากที่คาดเท่าไร”ว่าจบเฮยอันก็โยนกระต่ายอีกสามตัวตรงหน้าเยว่เฟินหลันนางเงยหน้าขึ้นไปมองอย่างตะลึงไม่คิดว่าเขาจะไปล่ามาด้วย

“เอาไปให้พ่อครัวเถอะ”นางกำลังคิดอยู่เลยว่ามันน้อยไปกะจะไปล่ามาอีกแต่แล้วศิษย์พี่ใหญ่เหตุใดถึงได้ดูหล่อเหลาเป็นพิเศษนะ

เยว่เฟินหลันยิ้มอย่างยินดีส่งไปให้นางไม่ต้องเข้าไปในป่าทึบแล้วนางรอดแล้ว

“ขอบคุณเจ้าค่ะศิษย์พี่ใหญ่”

เฮยอันมองใบหน้างามที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มเจิดจรัสด้วยสายตาอ่อนโยน

ก่อนที่ความคิดหนึ่งจะแล่นเข้ามาในหัวและก่อนจะรู้ตัวเขาก็ทำมันไปเสียแล้ว

“ศิษย์พี่ใหญ่”เยว่เฟินหลันชะงักตกใจที่จู่ๆก็โดนกอดแต่คราวนี้นางไม่ได้ผลักเขาเหมือนครั้งแรกคงไม่เป็นไรหรอกมั้งหากนางจะคิดว่าเขาเป็นพี่ชายของนางอีกคน

“เยว่เฟินหลันต่อไปนี้เจ้าอย่าได้ยิ้มสุ่มสี่สุ่มห้าให้ใครเห็นอย่างเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”

เฮยอันดันร่างบางออกห่างเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มจ้องเยว่เฟินหลันนิ่ง

“เจ้าคะ?”

นางมึนงงสุดขีดนี่รอยยิ้มของนางไม่ได้อัปลักษณ์ถึงขนาดห้ามยิ้มให้ใครหรอกมั้งแล้วไหนจะสายตาที่จ้องมองนางอย่างดุราวกับมารดาดุบุตรสาว ก็แหมบิดานางไม่เคยดุนางนี่นา

“เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่”เยว่เฟินหลันเพียงพยักความจริงน่ะหรอนางยังไม่เข้าใจสักนิดว่าเหตุใดนางจึงห้ามยิ้ม

เฮยอันเพียงถอนหายใจจะเอาอะไรกับคนซื่อบื้อแบบนางกัน

เยว่เฟินหลันเอากระต่ายอีกสามตัวไปให้กับพ่อครัวก่อนที่งานเลี้ยงวันเกิดจะถูกจัดขึ้นทุกคนต่างสนุกสนานเพราะที่นี่นานๆทีจะมีงานฉลองสักครั้งวันเกิดที่ผ่านๆมาของนางก็เพียงกล่าวคำอวยพรกับมอบของขวัญเล็กน้อย

ถึงแม้ที่นี่จะไม่มีเท่าโลกที่นางจากมาแต่ก็ยังมีดนตรีกับเหล้าล่ะนะ แต่นางก็ดื่มไม่ได้อยู่ดีนางมองดูทุกคนสนุกสนานก่อนจะพับกระดาษข้อความอันหนึ่งก่อนจะสอดไปในเท้าของนกพิราบก่อนมันจะบินจากไป

นางล้วงต่างหูข้างหนึ่งจากอกเสื้อขค้นมาดูมันคือต่างหูที่เยว่จื่อหร๋านเกอเกอมอบให้แล้วนางทำหายไปข้างนางจึงสัญญาว่าจะดูแลมันอย่างดี

ดีจริงๆนะจนกระทั่งทุกวันนี้มันยังคงสภาพใหม่เหมือนเดิม

จะว่าไปแล้วนางก็จากครอบครัวมาตั้ง8ปีแล้วสินะปีนี้ละมั้งที่องค์ชายหรงไท่หยางเฉินและองค์ชายจ้าวหยางหลันเซ่อจะไปขอหลิวเหมยกุยหมั้น

ทุกคนที่นี่ดีกับนางถ้าหากในอนาคตนางร้ายกาจขึ้นมาคงไม่ดีแน่อาจารย์และศิษย์พี่ทุกคนคงเสียใจน่าดู

เรื่องราวในหนังใกล้เข้ามาแล้วฉะนั้นนางจะต้องเปลี่ยนแปลงมันให้จงได้ แม้ยังคิดอะไรไม่ออกเลยก็เถอะ

“คิดอะไรอยู่คนเดียว”นางหันไปมองเสียงนั้นทันทีและเเน่นอนเป็นศิษย์พี่ใหญ่อีกตามเคย

“ข้าจะขอลาอาจารย์กลับจวน”




เรื่องนี้พระรองมีหลายคนนะคะซึ่งไรท์ยังไม่มั่นใจว่าจะเอากี่คนตอนนี้ให้มีแล้วสามคนเผื่อในอนาคตอาจมีเพิ่ม

จากนี้จะค่อยๆเผยตัวพระที่ละเล็กละน้อยจากนี้ชอบใครให้เตรียมตัวลงเรือดีๆเน้อ

พระเอกเรื่องนี้มีคนเดียวเจอคำผิดทักด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 280 ครั้ง

65 ความคิดเห็น

  1. #33 YuukiHo (@YuukiHo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 21:45
    หวังว่า พระเอก จะอยู่ใน4คนนี้

    ศิษย์พี่ทั้งสาม และเพื่อนชาย

    จะดีที่สุด
    #33
    0
  2. #31 my-name-is-p (@my-name-is-p) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 18:17

    เป็นใครก็ไม่ดูสิดูไรท์ไม่ใบ้เลย ถึงแนวโน้มเป็นศิษย์พี่ใหญ่แต่เราขอยังไม่ลงเรือใครในตอนนี้ส่วยพระรองก็ให้มีนางรองด้วยเดี๋ยวน้อยใจกัน จริงๆคือสส.เพราะพระรองไปไปมามาจะกลายเป็นตัวร้ายเอา...
    #31
    0
  3. #30 catdolls (@catdolls) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 10:30
    ศิษย์พี่เป็นพระเอกนี่พร้อมปาไตเลยค่า
    #30
    0
  4. #27 Aitsu_04 (@Aitsu_04) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 08:53
    พระเอกเป็นศิษย์พี่ใหญ่เถอะ
    #27
    0
  5. #26 yummy11 (@yummy11) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 19:29
    ศิษย์พี่ใหญ่ก็ดีนะคะ
    #26
    0
  6. #25 tukta8122 (@tukta812) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 08:24
    ใครคือพระเองค่ะอยากให้ศิษย์พี่เป็นพระเองจังง
    #25
    0
  7. #24 Jira123 (@Hwoung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 14:22
    อืม ขอเตรียมไม้ต่อแพ รอผู้งานดีค่ะ555
    #24
    0
  8. #22 LENG555* (@5843430012) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 23:35

    สนุกดีรออ่านตอนต่อไป

    #22
    0
  9. #21 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 02:53

    คงติดตามอยู่นะคะ สู้ๆ ค่ะ

    #21
    0