เจี่ยเจียชะตานี้ ข้าจะเปลี่ยนให้ท่าน

ตอนที่ 9 : บทที่8 อยู่ๆก็จะได้ภรรยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,986
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 228 ครั้ง
    25 ส.ค. 62






ดูเหมือนเสนาบดีเยว่จะเข้าใจผิดเลยดุตักเตือนบุตรสาวของตนเองเสียยกใหญ่พร้อมกับพร่ำเพ้อความเสียใจ
หลังจากที่เยว่เฟินหลันได้แต่อ้าปากนางก็ฉุดคิดขึ้นมาได้ว่าบางทีนางอาจจะเอ่ยอะไรผิดไปหรือไม่ก็บิดานางอาจเข้าใจผิด

"ท่านพ่อข้าขอแต่งตัวเป็นชายเจ้าค่ะหาใช่แต่งเข้าจวนใคร"เยว่เฟินหลันกล่าวขึ้นมาเพิ่มเติม

เสนาบดีเยว่ที่เริ่มใจสลายเตรียมจะตักเตือนนางอีกรอบก็ต้องหยุดชะงักเพราะคำพูดของนางทำให้เขากลับมาใจชื้นขึ้นอีกครั้งก่อนจะยิ้มร่าหัวเราะลั่น

"ที่แท้เจ้าต้องการแต่งตัวเป็นชายหรอกหรือ ดีดีเช่นนั้นเจ้าบอกบิดาได้หรือไม่ว่าเหตุใดจึงอยากแต่งตัวเป็นชาย"
ว่าพลางจับเคราอย่างนึกคิดและรอฟังเหตุผลจากบุตรสาว
เยว่เฟินหลันเมื่อเห็นว่าสบโอกาสก็รีบอธิบายเหตุผลของตัวเองให้บิดาได้ฟังอย่างใจเย็น

"ท่านพ่อข้าเองก็โตเเล้วอีกทั้งข้ากลับมายังมิได้ไปเที่ยวไหนเลยข้าจึงของแต่งตัวเป็นชายเพื่อออกไปเที่ยวอีกทั้งยังหลบคำครหานินทาได้ยิ่งกว่านั้นจะไม่มีใครรู้ว่าข้าเป็นบุตรีตระกูลเยว่ท่านจะได้หายห่วงว่าจะมีใครมาขอหมั้นกับข้า"
ใช้แล้วล่ะแม้ว่านางพึงจะ13หนาวก็จริงหากเเต่ว่านางกลับงามไม่เป็นรองใครเช่นนี้เกรงว่าหากออกไปนอกจวนต้องมีคุณชายบางคนมาขอหมั้นก่อนเเน่นอนใช่สิเพชรแม้ว่าจะยังไม่เจียระไนแต่เพชรก็ยังเป็นเพชรย่อมมีค่าเสมอ

"เหตุผลของเจ้าฟังขึ้นยิ่งบิดาอนุญาต"
ว่าจบก็หัวเราะอีกรอบดียิ่งเช่นนี้บุตรสาวคงอยู่กับเขาได้อีกนานหากแต่ทว่าในเวลานั้นเยว่ฮูหยินที่เดินผ่านมาบังเอิญได้ยินจึงรีบเข้าไปห้าม
"แต่มารดาเจ้าไม่อนุญาต"
เยว่เฟินหลันหันขวับไปมองมารดาทันที
"ท่านแม่"
นางเอ่ยอย่างตกใจเมื่อเห็นท่าทางโกรธกริ้วของมารดาเสนาบดีเยว่ที่เห็นก็ตกใจไม่ต่างกันก่อนจะอ้าปากเตรียมพูดทว่าเมื่อสบกับสายตาของภรรยาถึงกับหัวหดอย่างเต้าหลบเข้ากระดอง

"เยว่ฮูหยิน…"
"ท่านพี่ท่านเองก็เช่นกันเลิกให้เยว่เฟินหลันทำอะไรแปลกเเยกจากสตรีอื่นได้แล้วบุตรีผู้อื่นอยู่แต่ในจวนฝึกศิลป์ดนตรีคงมีแต่จวนข้าทร่บุตรีคิดประหลาดอยากเเต่งเป็นชาย"

เยว่เฟินหลันถึงกับหงอยมารดานางเกลี้ยวกราดเกินไปแล้วพอหันไปมองบิดาก็เห็นว่ารายนั้นหงอยไม่ต่างกัน

เมื่อเห็นว่าบิดาจนปัญญานางจึงต้องหาทางรอดด้วยตัวเองก่อนจะลุกขึ้นไปประคองมารดากล่าวด้วยเสียงออดอ้อน

"ท่านเเม่เจ้าคะที่ข้าทำไปก็เพื่อพวกท่านโดยเฉพาะเลยนะเจ้าคะ มาให้ข้านวดท่านดีหรือไม่"
เยว่ฮูหยินเมื่อเห็นเช่นนั้นก็พลันใบหน้าอ่อนโยนลงก่อนจะยอมให้เยว่เฟินหลันประคองไปยังศาลาริมแม่น้ำ

เยว่เฟินหลันใช้การนวดแบบแผนไทยของชาติก่อนที่เคยเรียนมาใช้กับมารดา

"ท่านแม่เจ้าขาศาสตร์ศิลป์กลอนดนตรีข้าล้วนเรียนมาตั้งแต่เด็กท่านก็รู้ว่าฝีมือข้าเป็นเช่นไร"
เยว่เฟินหลันเอ่ยขึ้นนางมั่นใจว่าฝือมือของนางอยู่ในระดับที่ดีมากมารดานางล้วนประจักพลางคิดแผนการเป็นลำดับก่อนจะกล่าว

"ข้าจากที่นี่มานานแค่อยากไปเที่ยวตลาดบ้าง"เมื่อเยว่ฮูหยินได้ยินเช่นนั้นก็ตีหน้าเศร้ากล่าวขึ้นมา

"หลันเอ๋อร์เจ้าไมิคิดถึงมารดาหรือใยถึงคิดแต่จะไปเที่ยวนอกจวน"

เยว่เฟินหลันได้ยินก็ยิ้มอย่างยินดีมารดาติดกับนางเสียแล้วนางรู้ดีว่ามารดาเองก็ห่วงนางพอๆกับบิดานั่นแหละแค่ไม่แสดงออกเพราะต้องรักษาภาพลักษณ์มาดฮูหยินแห่งจวน



"ท่านแม่ที่ข้าแต่งตัวเป็นชายก็เพื่อปกปิดมิให้ใครรู้ว่าข้าเป็นหญิงไม่ต้องมีใครมายุ่งกับข้า ข้าจะได้อยู่กับท่านนานๆหรือว่าท่านไม่คิดเช่นนั้นท่านอยากให้ข้าแต่งออกจวนใช่หรือไม่"

เมื่อได้ฟังคำของบุตรสาวก็พลันตกใจนางหาได้คิดเช่นนั้นก่อนจะรีบปฏิเสธเพราะกลัวว่าเยว่เฟินหลันอาจกำลังเข้าใจนางผิด

"หลันเอ๋อร์แม่หาได้คิดเช่นนั้นไม่"

และในที่สุดมารดาก็ยอมให้นางเเต่งเป็นบุรุษจนได้บ่ายวันนั้นนางและลี่ฟ้านจึงออกจากจวนไปซื้อผ้าเพื่อมาตัดเย็บเป็นชุดบุรุษเนื่องจากนางได้ให้คำมั่นกับบิดามารดาไว้นางจึงใช้ผ้าปิดหน้ายามออกไปตลาดทว่าถึงกระนั้นก็ยังมีคุณชายหน้าม่อบางคนที่หลงใหลนัยส์ตาของนางมาตามตื้อนางจึงส่งเยว่เฟยให้ไปตามช่างเทียนมาช่วยไล่



2วันต่อมาชุดของเยว่เฟินหลันก็เสร็จสมบูรณ์นางให้พ่อบ้านไปแจ้งแก่ช่างเทียนว่าพรุ่งให้ช่างเทียนมาเจอนางทั้งสองไปเที่ยวตลาดด้วยกันแน่นอนว่าช่างเทียนไม่คิดปฏิเสธอยู่แล้วแต่ที่ต้องส่งพ่อบ้านไปเพื่อให้บิดาทราบว่านางไปกับผู้ใด
ให้ทั้งสองสบายใจอีกทั้ง ณ เวลานี้เจ้านกเยว่เฟยก็อยู่กับช่างเทียนเพราะเดิมทีมันเป็นนกที่อาจาย์ของช่างเทียนมอบให้ช่างเทียนแต่มันกลับชื่นชอบเยว่เฟินหลันทั้งสองจึงทำข้อตกลงกันว่าให้เยว่เฟยอยู่กับช่างเทียน4วันแรกอยู่กับนาง3วัน

วันนี้เยว่เฟินหลันตื่นแต่เช้าอาบน้ำก่อนจะเเต่งกายด้วยชุดบุรุษก่อนจะมานั่งหน้ากระจกให้ลี่ฟ้านเกลาผมให้นางมองใบหน้างามที่บัดนี่แปรเปลี่ยนบุรุษอีกครั้ง

"คุณหนูเจ้าคะท่านพ่อบ้านรายงานมาว่าสหายของท่านได้มาถึงจวนแล้วเจ้าค่ะ"
หลังจากลี่ฟ้านกล่าวจบนางก็สั่งให้อีกฝ่ายอยู่ดูแลเรือนก่อนจะออกไปหาคช่างเทียนในห้องโถงรับรองแขก

ย่ามสายตะวันขึ้นสูงความร้อนมาเยือนทุกที่ดังเช่นทุกวันแต่ทว่าวันนี้กลับดูสดใสกว่าเคยเพราะทั้งตลาดต่างสนใจหนุ่มน้อยรูปงามทั้งสองหนึ่งบถรุษน้อยหน้ากึ่งคมนิสัยตรงไปตรงมาหนึ่งบุรุษน้อยหน้าหวานนิสัยช่างเจรจานุ่มนวลเด็กสาวที่ใกล้วัยปักปิ่นต่างมองทั้งสองอย่างหลงใหลหมายปอง

เยว่เฟินหลันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ส่งไปให้บรรดาคุณหนูและสาววัยไล่เลี่ยกับนาง

"เจ้ามิควรให้ความหวังกับพวกนาง"ช่างเทียนกล่าวขัดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเยว่เฟินหลันหันไปยิ้มให้กับคุณหนูนางหนึ่งในชุดสีเหลืองอ่อนบนชั้นสองของเหลาอาหาร

"เหตุใดเล่าข้ายิ้มแสดงถึงมิตรภาพเท่านั้นเองนะ"
เยว่เฟินหลันดัดเสียงเล็กน้อยอย่างคนไร้เดียงสากระพริบตาปริบๆถ้าไม่ติดว่าแต่งเป็นบุรุษอย่างนางก็แทบจะเอามือเเตะริมฝีปาก

เชื่อเถอะนางในโหมดนี้ดาเมจรุนแรงเพราะครั้งหนึ่งนางเคยทำพี่ใหญ่และบิดาถึงกับกุมจมูกกันแทบไม่ทันถึงกับต้องเรียกหมอมาตรวจดูอาการผิดปกติของทั้ง เออนางอยากบอกเหลือเกินว่านั่นคือเลือดกำเดาเจ้าค่ะ

เยว่เฟินหลันพยายามกลั้นขำช่างเทียนที่เผลอทำหน้าประหลาดเพราะท่าทางแปลกๆของนางแต่คนที่ประหลาดกว่านางก็ช่างเทียนนี่หละทำท่ายังกับเอ๋อเเดกแถมยังแดงซะจนนางถึงกับขมวคคิ้ว

"เจ้ากลับหัวหรือไรยังจึงหน้าแดงนัก"
นางพึ่งเข้าใจวันนี้เองว่าเหตุใดศิษย์พี่สามถึงชอบแกล้งนางเพราะนักเวลาคนเราเผลอทำหน้าแปลกมันน่าขำเช่นนี้นี่เอง

ช่างเทียนกระแอมไอก่อนจะตีหน้าขรึมก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันกลบเกลือนเพราะฟังเช่นไรนางก็รู้ว่าเขาเเสร้งทำชัดๆ

"เจ้าเป็นบุรุษก็ควรทำตัวเยี่ยงบุรุษนักรบหาใช่ทำตัวเยี่ยงบุรุษเสเพล"

เยว่เฟินหลันเพียงยิ้มก่อนจะกล่าวล้อเลียนช่างเทียนโดยหันไปหาช่างเทียนเท้าเดินถอยหลังและนั่นทำให้นางเดินชนเข้ากับใครบางคน

"โอ๊ย!!"
"คุณหนู"

ร่างบางในชุดสีชมพูอ่อนล้มลงไปกองกับพื้นบ่าวรับใช้ร้องขึ้นอย่างตกใจก่อนจะรีบไปประคองคุณหนูของตน

เยว่เฟินหลันสะดุ้งก่อนจะหันไปมองด้วยสายตาตกตะลึงนางดันเดินถอยหลังไปชนกับแม่นางเอกหิมะขาวหรือก็คือพู่เสวี่ยไป๋นั่นเองนางเอกของหนังเรื่องนี้ที่นางกำลังเป็นตัวประกอบ

เหตุใดโลกกลมยิ่งนักไม่ต้องพาแม่นางเอกแสนดีคนนี้มาเจอนางก่อนก็ได้

ต่อ

เยว่เฟินหลันได้สติหลังจากที่ช่างเทียนสกิตก่อนนางจะเอ่ย

"ขออภัยคุณหนูข้ากำลังถกเถียงกับสหายอยู่เลยว่าท่านงดงามเหนือผู้ใดมิคาดว่าข้าจะเดินชนคุณหนูโปรดอภัยให้ข้าด้วย"

นางเเส้งกล่าวด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดพลันทำหน้าเศร้าบ่าวที่ตามพู่เสวี่ยไป๋เตรียมจะต่อว่าแต่พอเห็นใบหน้างามและท่าทางเศร้าก็ถึงกับชะงักพูดอันใดมิออกราวกับน้ำท่วมปากอีกทั้งโดนพู่เสวี่ยไป๋ห้าม

ส่วนช่างเทียนที่ได้ยินคำของสหายก็พลันคิ้วกระตุกเขาไปคุยเรื่องแบบนั้นกับนางตอนไหนกันก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ก็ยิ้มที่มุมปาก เจ้าเล่ห์ยิ่ง

"หากเป็นดั่งคุณชายว่าตัวข้าก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องโกรธเคืองท่าน"

พู่เสวี่ยไป๋แม้จะเจ็บเเขนแต่เพื่อรักษาภาพลักษณ์สาวงามผู้ดีจึงจำเป็นต้องเก็บน้ำขุ่นไว้ในใจอีกทั้งบุรุษตรงหน้าก็รูปงามยิ่งหากชื่นชอบนางดังที่กล่าวไม่แน่ในอนาคตนางอาจต้องพึ่งเขาพลันเเสร้งยิ้มออกไป

"ขอบคุณคุณหนูมิทราบว่าท่านเป็นบุตรสกุลใดหรือท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่"

นางกล่าวจบพลันชำเลืองมองอีกฝ่ายเห็นพู่เสวี่ยไป๋กำลังยิ้มทว่ากลับไม่ถึงดวงตา

"เจ้าเป็นคนอย่างไรชื่นชมคุณหนูของข้าแต่กลับไม่รู้จัก"สาวใช้ของพู่เสวี่ยไป๋โพร่งขึ้นมาจนนางต้องเอ่ยห้าม

"เสี่ยวหง"บ่าวรับใช้มีท่าทางหงอยลงก่อนพู่เสวี่ยไป๋มาพูด

"ข้าเป็นบุตรีของจวนเสนาบดีการคลัง"ว่าด้วยท่าทางเย่อหยิ่งราวคุณหนูผู้ดีแต่ก็ผู้ดีจริงๆนั่นแหละ

เยว่เฟินหลันยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง

"ที่แท้ก็คุณหนูพู่นี่เองข้าช่างมีวาสนานักที่ได้พบคุณหนูที่ผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวงล้วนกล่าวว่าคุณหนูกระกูลพู่งดงามปานล่มเมืองไม่ผิดจากที่ข้าได้ยินมาเลยแม้แต่น้อย"

ช่างเทียนที่ได้ยินคำเยินยอของเยว่เฟินหลันก็ยิ่งหน้าขรึมลง

"แล้วท่านเล่าคุณชาย"

เยว่เฟินหลันสะดุ้งเฮือกก่อนจะโดนช่างเทียนดึงแขนให้ไปยืนข้าง

"ชักช้าจริงๆ"ก่อนจะหันมาดุนางเเล้วหันไปกล่าวกับพู่เสวี่ยไป๋

"คุณหนูพวกข้ามีธุระต้องรีบไปไว้พบกันใหม่"

กล่าวอย่างรวดเร็วก่อนจะหิ้วปีกเยว่เฟินหลันจากไปท่ามกลางรอยยิ้มเเข็งค้างของพู่เสวี่ยไป๋

"ช่างเทียนเจ้าลากข้ามาทำไมข้ากำลัฝคุยกับพู่เสวี่ยไป๋อยู่เเท้ๆ"

นางกล่าวด้วยน้ำเสียงติดงอนช่างเทียนที่เดินข้างๆกันทำเป็นไม่สนใจน้ำเสียงเล็กๆที่ถูกดัดให้ใหญ่ขึ้นของสหายเขาผิวปากเดินต่อไปนั่นยิ่งทำให้เยว่เฟินหลันงอแงเข้าไปใหญ่

"ชิข้าหรืออุตส่าห์ล้วงนิสัยของนางแต่เจ้ากลับ…"นางชี้นิ้วไปยังช่างเทียน ณ เวลานั้นนางอุตส่าห์ยนึกได้จึงอยากทดสอบนิสัยของแม่นางเอกว่าจะใสซื่อหรือไสยศาสตร์สหายผู้นี้ดันมาขัดซะได้

"เจ้าไม่น่าพาข้าออกมาเลย"นางว่าอย่างขุ่นเคืองก่อนจะรีบสาวเท้าไปข้างหน้าโดยไม่สนใจช่างเทียนอีกและในจังหวะนั้นเองสตรีในชุดเหลืองอ่อนก็วิ่งมาทางนางพอดีก่อนจะชนเข้าอย่างจัง

"ข้าอภัยเจ้าค่ะเป็นเพราะข้ามิทันระวังเอง"เยว่เฟินหลันเพ่งมองสตรีตรงหน้าชัดๆก่อนจะก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเป็นหญิงที่นางส่งยิ้มให้นั่นเอง

"เป็นเจ้านี่เอง"

สตรีชุดเหลืองอ่อนส่งยิ้มหวานท่าทางเอียงอายมาทางนาง

นางรู้หรอกว่ามาอ่อยผู้แต่โทษทีนะนางเองก็เป็นหญิงแม้จะเเปลกจากหญิงทั่วไปแต่นางยังคงเป็นหญิงถึงกระนั้นทว่าตอนนี้ตัวนางอยูในชุดบุรุษจึงมิอาจทำอันใดได้ได้แต่ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"แม่นางไม่เป็นอันใดเช่นนั้นก็ดีแล้วโปรดระวังตัวด้วย"

"ขอบคุณคุณชายที่เป็นห่วงเจ้าค่ะ"นางกล่าวด้วยใบหน้าเเดงระรื่อก่อนจะเดินหนีไปโดยไม่ลืมทิ้งของบางอย่างไว้

ช่างเทียนที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับหน้าดำขรึมอีกรอบพลางคิดในใจเอาอีกแล้วสตรีเข้าหานางอีกแล้วเยว่เฟินหลันเจ้าจะเนื้อหอมเกินไปแล้วเขามองสตรีที่พึ่งเดินจากไปอย่างขุ่นเคือง

"โอ๊ะ!!ผ้าเช็ดหน้านี่นา"

เยว่เฟินหลันเห็นผ้าเช็ดหน้าผืนบางอยู่ที่พื้นก่อนจะเก็บขึ้นมาพินิจพิจารณาช่างเทียนถึงกับขรึมลงเป็นเท่าตัวมองรอยยิ้มซุกซนของเยว่เฟินหลัน

"เปฌนของนางแน่ๆข้าต้องเอาไปคืนนาง"เยว่เฟินหลันว่าด้วยท่าทางนึกสนุกนี่คิดว่านางจะไปคืนให้จริงๆสินะถึงกล้าทิ้ง

เหตุใดสตรีสมัยนี้ถึงได้เกี้ยวบุรุษเก่งนักนะโดยที่ไม่รูเลยว่าสิ่งที่ตนเองคิดเป็นเพียงน้ำจิ้มเท่านั้น

"ช้าก่อนอย่าได้เอาผ้าเช็ดหน้าไปคืนนางเชื่อข้า"

ช่างเทียนรั้งแขนของเยว่เฟินหลันก่อนจะมองตานางนิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เขารู้ว่าสตรีนางนั้นคิดเช่นไรทว่าสหายของตนนางหารู้ไม่

เยว่เฟินหลันที่เห็นเช่นนั้นก็หุบยิ้มกระชากแขนกลับพลางเอ่ยตอบกลับ

"เหตุใดข้าต้องเชื่อเจ้าด้วย"ว่าจบก็เตลิดไปหาหญิงชุดเหลืองอ่อนทันทีช่างเทียนมองตาค้างนางจะโกรธอะไรเขาไม่ใช่ตอนนี้นี่ข้าช่วยเจ้าอยู่นะ

"เยว่เฟินหลัน"

เยว่เฟินหลันที่วิ่งมาไกลเกินจึงไม่ได้ยินเสียงของช่างเทียนอีกทั้งนางยังไม่คิดสนใจอีกฝ่ายเพราะนางมีเรื่องสนุกให้ทำ

"เเม่นางหยุดก่อน"เมื่อเห็นว่าสตรีชุดเหลืองอ่อนอยู่ตรงหน้านางก็เอ่ยขึ้นสตรีนางนั้นหันมามองนางด้วยสายตาเป็นประกายมุมปากยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์หนุ่มน้อยตรงหน้าติดกับดักนางเสียแล้ว

"มีอะไรหรือดจ้าคะ"นางเก็บรอยยิ้มนั้นมิดก่อนจะคลี่ยิ้มหวาน

เยว่เฟินหลันเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะยื่นผ้าเช็ดหน้าคืนแกหญิงสาว

"ผ้าเช็ดหน้าของเจ้า"สตรีในชุดสีเหลืองอ่อนยื่นมือไปรับก่อนจะแสร้งเป็นลมเยว่เฟินหลันเห็นเช่นนั้นจึงรีบเข้าไปช่วยแต่กลับถูกมือบางของสตรีตรงหน้าดึงเข้าไปทำให้นางเสียหลักล้มลงไปทันที

"กริ๊ด!!!"

ช่างเทียนวิ่งวุ่นไปทั่วตลาดเขาหาร่างบางของสหายตนไม่เจอไม่ทราบว่านางไปไหนเพราะกว่าเขาจะรู้ตัวนางก็วิ่งหายไปเสียแล้ว

"กริ๊ด!!!"แลในระหว่างนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงอันเล็กเเหลมของสตรีดังขึ้นจึงหันไปมองเมื่อเห็นว่ามีกลุ่มคนมุงกันดูอะไรสักอย่างเขาก็ยิ่งไปดูอย่างไปลังเล

"ท่านเหตุใดต้องทำเช่นนี้กับข้าด้วย"

หา?นางไปทำอะไรให้ก่อนจะตั้งสติลุกพรวดขึ้นมาเยว่เฟินหลันแทบอยากหาปิ๊บมาคลุมหัวเมื่อเหตุว่ารอบๆตัวนางมีแต่คนมามุงดูมากมายบ้างก็ถึงกับปิดตาลูกหลานบ้างก็ด่าทอนางว่าบัดสี

เยว่เฟินหลับเหลือบไปมองสตรีตรงหน้าที่กำลังร้องไห้พลันในใจกระตุกขึ้นเดี๋ยวนะ

นางมองชาวบ้านที่กำลังด่าทอสลับกับสตรีที่ร้องไห้ข้างๆแบบนี้มันหมายความว่านางพึ่งจะทำลายชื่อเสียงของสตรีชุดเหลืองอ่อนใช่หรือไม่และหากเป็นเช่นนั้นก็คงจะจบด้วยการที่นางจะต้อง…ม่ายยย!!!

นางต้องเเต่งงานกับสตรีนางนี้น่ะสิแถมนางยังอยู่ในฐานะเจ้าบ่าวคิดพลางวิญญาณแทบหลุดจากร่างวันนี้นางก้าวเท้าผิดก่อนออกจากบ่านหรือไรนางถึงได้ซวยอยู่ๆก็จะได้ภรรยา


ต่อ


และไม่กี่นาทีต่อมานางและช่างเทียนก็มาอยู่หน้าจวนขุนนางท่านหนึ่งในตระกูลมู่ มู่ซีกวาเป็นหญิงสาวคนนั้นที่เยว่เฟินหลันล้มไปคร่อมกำลังนั่งร้องไห้เสียอกเสียใจแต่ใครจะรู้เล่าว่าภายในใจของนางนั้นยิ้มกระหยิ่มดีใจแค่ไหนที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางต้องการ


ช่างเทียนได้แต่มองเยว่เฟินหลันที่ตอนนี้กำลังทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับเหตุการณ์ตรงหน้าความจริงเเล้วเขาตั้งใจจะไปช่วยไกล่เกลี่ยให้ทว่าเมื่อฉุดคิดขึ้นได้ว่าสหายของตนซุกซนดีนักจึงอยากให้นางแก้เองแต่นึกไม่ถึงว่าเรื่องมันจะปานปลายกลายมาเป็นเช่นนี้


"เจ้าจะทำอย่างไรบุตรสาวของข้านางเสียหายถึงเพียงนี้แล้วหากเจ้ายังไม่คิดจะรับผิดชอบนางข้าคงต้องส่งเจ้าให้กับทางการไม่ก็ซ่าเจ้าแล้วสับเป็นชิ้นๆซะ"

เยว่เฟินหลันขยับไปชิดช่างเทียนทว่าสายตายังคงมองมู่ซีกวาที่ยังคงร้องไห้ไม่หยุดราวกับนางไปพรากพรหมจรรย์ของอีกฝ่ายอย่างงั้น


"ข้าเคยเตือนเจ้าเเล้ว"ช่างเทียนกระซิบ เย่วเฟินหันไปทำหน้าหงอยก็นางไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้นี่ตอนนั้นคิดแค่ว่านางอยากได้สหายหญิงสักคนใครจะไปรู้เล่าว่าจะเกิดอุบัติเหตุซะก่อน


แต่นางก็ไม่แน่ใจว่ามันใช่อุบัติเหตุเต็มร้อยไหมหรือความจริงแล้วผู้หญิงคนนั้นจงใจถ้าเป็นเช่นนั้นจริงนางคงเป็นผู้หญิงที่ซื่อบื้อที่สุดแน่แม้แต่มารยาหญิงยังดูไม่ออก

คิดแล้วก็ถึงกับถอนหายใจ

"ข้าขอโทษที่ไม่เชื่อเจ้า"

นางว่าแค่นั้นทว่าเมื่อช่างเทียนเห็นสายตามุ่งมั่นของอีกฝ่ายขมวดคิ้ว


นางคิดจะทำอะไรยิ่งเป็นพวกคิดประหลาดคงไม่คิดจะรับหญิงผู้นั้นเป็นภรรยาจริงๆหรอกนะ

ยิ่งนึกถึงงานวิวาห์ของนางกับหญิงอีกคนช่างเทียนถึงกับส่ายตัวเขาคิดมากไปแล้ว


"ข้าต้องขออภัยท่านมู่ตัวข้ามิได้ตั้งใจมันเป็นอุยัติเหตุอีกทั้งข้าเองก็พึ่ง13หนาวหากจะให้รับนางเป็นภรรยาเห็นทีจะยังมิได้เช่นนั้นให้บอกจำนวนเงินมาข้าจะชดใช้ให้"


นางกล่าวตามความคิดของตัวเองทำให้มู่ซีกวาที่กำลังร้องไห้หยุดชะงักก่อนจะหันมามองเยว่เฟินหลันอย่างตัดพ้อพร้อมบีบเค้นน้ำตาร้องหนักกว่าเดิมเยว่เฟินหลันถึงกับทำหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว


"ท่านไม่คิดจะรับผิดชอบข้าเลยหรือ"

"แม่นางมันเป็นอุบัติเหตุเจ้าก็รู้"นางบอกด้วยสายตาที่มุ่งมั่นอย่างไรนางก็เป็นหญิงรับอีกฝ่ายภรรยาไม่ได้

"ช่างน่าอับอายยิ่งนักแม้แต่บุรุษก็ยังมิต้องการเช่นนั้นข้าขอตายเสียยังดีกว่า"


มู่ซีกวาวิ่งพรวดออกไปทำให้ขุนนางมู่ตกใจรีบให้บ่าวไพร่ตามไปทันที

เยว่เฟินหลันได้แต่มองตาค้างเรื่องเเค่นี้ถึงกับฆ่าตัวตายเหตุใดสตรียุคนี้ถึงมีความคิดโง่งมนัก


"พวกเจ้าไปจับบุรุษผู้นั้นเร็ว"จบคาบรรดาบ่าวชายทั้งหลายก็เข้ามาจับตัวนางและช่างเทียนไว้ทีแรกเยว่เฟินหลันคิดจะขัดขืนแต่พอคิดว่าตนเป็นต้นเหตุของเรื่องอีกทั้งขัดขืนไปก็มีแต่จะเพิ่มเรื่องยุ่งยากเสียเปล่านางอยากเจรจาก่อนหากไม่ได้จริงๆค่อยใช้กำลังยังไม่สาย

เมื่อเห็นว่าเยว่เฟินหลันยอมให้จับช่างเทียนจึงทำเพียงยืนนิ่งให้อีกฝ่ายจับ


เมื่อเห็นการกระทำของเยว่เฟินหลันทำให้คนฝ่ายอำนาจอย่างขุนนางมู่ถึงกับหลี่ตามองอย่างพิจารณาทีแรกอยากได้แค่เงินทองทว่าครานี้ชักอยากได้บุรุษน้อยผู้นั้นมาเป็นลูกเขย


แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินไปมากกว่านี้เสียงปริศนาของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังขึ้น

"เกิดอันใดขึ้น"


น้ำเสียงเรียบนิ่งหากแต่ทรงอำนาจทำให้ทุกคนต่างหยุดชะงักมองไปยังผู้มาใหม่ที่ทรงภูมิฐานสวมใส่อาภรณ์เนื้อดีดูอย่างไรก็เป็นบุรุษสูงศักดิ์

เยว่เฟินหลันขมวดคิ้วใครอีกล่ะเนี่ย


"ถวายบังคมองค์ชาย"ดูเหมือนขุนนางมู่จะได้สติก่อนใครจึงทำความเคารพก่อนที่ทุกคนจะรีบทำตาม

"ถวายบังคมองค์ชาย"


เยว่เฟินหลันเป็นเพียงหนึ่งในที่นั้นที่ยังยืนมองไม่ได้ทำความเคารพจนทุกสายตาต่างมองไปที่นางรวมแม้แต่องค์ชายผู้นั้นก่อนจะถูกช่างเทียนสะกิดนั่นแหละนางจึงได้สติ


"ถวายบังคมองค์ชาย"

เยว่เฟินหลันเงยหน้ารอบมองอีกฝ่ายอย่างสงสัยคนตรงหน้านี้เป็นใครกันแน่


หากว่าเป็นองค์ชายแน่นอนว่าต้องเป็นบรรดาผู้ที่หลงรักนางเอกซึ่งไม่ไดมีเพียงพระเอกกับพระรองน่ะสิท้องเรื่องแล้วพระเอกน่าจะกำลังเดินทางกลับมายังเมืองเพื่อร่วมงานเลี้ยงชมปุบผาไม่น่าจะโผล่มาแถวนี้หรอก

ส่วนพระรองนั้นไม่ต้องพูดถึงวันๆหนึ่งอ่านแต่ตำราไม่เคยออกนอกวังหากไม่จำเป็นส่วนบรรดาองค์ชายคนอื่นๆนั้นนางไม่รู้


องค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อกวาดสายตามองรอบๆก่อนจะมาหยุดอยู่ที่สตรีร่างบางในอาภรณ์บุรุษอีกครั้งเขาเห็นว่านางกำลังกรุ่นคิดอะไรอย่างเหม่อลอยจึงทำเพียงมองนิ่งๆ


"เปิ่นหวางถามว่าเกิดอันใดขึ้น"

เขาตวาดสายตามองไปยังขุนนางมู่จนอีกฝ่ายถึงกับเลิ่กลักก่อนจะกล่าว

"เรียนองค์ชายบุรุษผู้นั้นทำให้บุตรีของกระหม่อมเสียหายนางได้รับความอับอายแต่กลับไม่ยอมรับผิดชอบ"ว่าพลางชี้นิ้วมาทางนาง


องค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อเพียงมองตามทว่าเมื่อเห็นว่าเป็นใครเขาตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้นางที่เห็นถึงกับมุ่ยปากอะไรอีกนี่นางยังซวยไม่พออีกใช่หรือไม่

ช่างเทียนเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เดินไปบังเยว่เฟินหลันทันที

องค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อเพียงขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ย


"เปิ่นหวางแค่จะคุยกับ…เขา"ว่าก่อนจะเหล่ไปมองคนข้างหลังนั่นจึงทำให้ช่างเทียนยอมถอยออก

"เจ้าไปทำอันใด"คำถามถูกเอ่ยขึ้นอย่างราบเนียบทว่าเยว่เฟินหลันถึงกับขนลุกซู่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมองนางทำเพียงลอบกลืนน้ำลายในใจเค้นตึกๆอย่างหวั่นวิตกบอกไม่ดีตายแน่ตอบไม่เข้าหูตายเเน่ยิ่งคิดเหงื่อยิ่งตก

"ขะ…ข้า"

แม่เจ้านางนึกอะไรไม่ออกแต่ก่อนจะพูดอึกอักไปมากกว่านี้

"ว่าอันใด"องค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อภามขึ้นอีกครั้งเยว่เฟินหลันพลันสะดุ้งนางสัมผัสได้ว่าหากนางชักช้ากว่านี้นางได้หัวหลุดก่อนจะได้ตอบคำถามเป็นแน่

"ข้าล้มไปคร่อมคุณหนูมู่โดยไม่ได้ตั้งใจมันเป็นอุบัติเหตุ"


เมื่อขุนนางมู่ได้ฟังถึงกับโกรธชี้หน้านาง

"เจ้าโกหก"

ในขณะที่องค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อยังคงจ้องนางนิ่งๆอยู่เช่นเดิมเขาเพียงอยากรู้ว่านางจะตอบโต้อีกฝ่ายอย่างไร


เยว่เฟินหลันเพียงหันไปมองก่อนจะตอบอย่างมั่นใจ


"อยู่ต่อหน้าบุตรโอรสสวรรค์ไหนเลยจะกล้าโกหก"

เมื่อได้ยินองค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อจึงยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจทว่าเป็นแค่แวบหนึ่งเท่านั้นแต่กลับไม่พ้นสายตาองครักษ์เงา


ซึ่งแต่ต่างกับอีกคนขุนนางมู่แทบจะเข้ามาบีบคอนางหากเเต่ทว่าไม่อาจกระทำได้เพราะมีบุตรโอรสสวรรค์อยู่ตรงหน้าทำให้ขุนนางมู่ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามทำได้เพียงนิ่งไว้ภายในเขาคิดว่าหากบุตสาวของตนตายละก็เขาจะเอาเรื่องบุรุษผู้นี้ให้ถึงที่สุด

หลังจากที่เงียบมาสักพักองค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อก็เอ่ยขึ้น


"หากเป็นดั่งที่เจ้าว่ามาเปิ่นหวางช่างละเลยหน้าที่ยิ่งนักเช่นนี้เปิ่นหวางจะตัดสินให้"

"เออ…กระหม่อมว่า…"


"ให้เปิ่นหวางตัดสินมิดีหรือ"องค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อปรายตาไปมองขุนนางมู่จึงทำเพียงยืนนิ่ง


"กระหม่อมมิกล้า"


"ดี"ว่าก่อนจะละสายตามาจ้องเยว่เฟินหลันบ้างนางทำเพียงมองลอกแลกไม่กล้ามองอีกฝ่ายเพราะนางก่อเรื่องมามากพอเเล้วเดี๋ยวจะโดนหาว่ามองหน้าหาเรื่องอีกละซวย


"เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ในเมื่อเปิ่นหวางละเลยหน้าที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้นกับบุตรสาวของเจ้าเช่นนั้นให้เปิ่นหวางรับผิดชอบแทนท่านต้องการเท่าใดโปรดบอกว่าเถิด" คำพูดฟังดูเมตตาทว่าแฝงความนัยเฉือดเฉือน


ขุนนางมู่เมื่อได้ฟังถึงกับกำหมัดเเน่นกล่าวเช่นนี้มิเท่ากับว่าเขาเสียเปล่าหรอกหรือใครไหนเลยจะกล้าเรียกร้องสูงจากบุตรมังกรกัน


นี่มิเท่ากับว่าบุตรสาวของเขามีค่าเป็นเพียงแค่เงินหยิบเดียวเองหรอกหรือยิ่งคิดยิ่งขุ่นเคือง


บุรุษน้อยผู้นั้นเป็นใครใยองค์ชายถึงปกป้องความจริงแล้วองค์ชายผู้นี้ควรจะอยู่ที่ชายแดนมิใช่หรือเหตุไฉนจึงกลับมากลับมาวันอื่นไม่ว่าดันกลับมาวันนี้อีกด้วยช่างบังเอิญจริงๆ


ฝ่ายเยว่เฟินหลันได้แต่มององค์ชายตรงหน้าอย่างสับสนระคนระเเวงฟังดูรูปประโยคอย่างไรก็เขาช่วยนางชัดๆแต่ประหลักคือช่วยทำไมคงไม่คิดใช้ประโยชน์จากนางหรอกนะ


"ท่านว่าดีหรือไม่"เมื่อไม่เห็นขุนนางมู่เอ่ยตอบองค์ชายเจ้าหยางหลานเซ่อจึงถามย้ำอีกครั้งพร้อมกับจ้องอีกฝ่ายนิ่งๆ

"เออกระหม่อมว่าดีเป็นพระกรุณายิ่งขอองค์ชายจงเจริญ"

ขุนนางมู่กล่าวความความจำยอมแม้ไม่เต็มใจองค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อเชิดหน้าอย่างพอใจก่อนจะพาเยว่เฟินหลันและช่างเทียนเดินออกจากจวนขุนนาง




ยามบ่ายตะวันคล้อยขบวนรถม้าขององค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อก็มาถึงเมืองหลวง ก่อนหน้านี้เขาได้รับจดหมายจากพระเชษฐาหรือก็คือฮ่องเต้ให้กลับมายังเมืองหลวงเพื่อร่วมงานเลี้ยงชมบุปผาของปีนี้หลังจากที่เขาไปอยู่ชายแดนถึงสามปี

เหตุที่ไปอยู่เพราะเขาคิดจะสร้างฐานอำนาจของตัวเองเเละเพื่อลดความหวาดระเเวงของอีกฝ่ายหรือก็คือหรงไท่หยางเฉินหลานของเขานั่นเองถึงแม้ตามหลักแล้วตนจะมีศักดิ์เป็นอากับหลานและจะต้องเลื่อนขั้นเป็นชินอ๋องแต่ทว่าฮ่องเต้ยังมิทรงแต่งตั้งเพียงแค่นี้ก็บ่งบอกแล้วว่าฮ่องเต้ยังทรงอยากให้เขามีสิทธิ์ช่วงชิงตำแหน่งหวงไท่จือ


เขาไม่ชอบเป็นจุดสนใจควบม้ากลับมาก่อนที่ขบวนจะเคลื่อนมาถึงเมืองในอีกสามวันทั้งๆที่ไม่ชอบความวุ่นวายไม่ชอบยุ่งเรื่องของใครทว่าวันนี้ขณะที่กำลังเดินทางจะเข้าวังสายตาดันเหลือบไปมองเห็นเหมือนคนกำลังมุงดูอะไรสักอย่างหน้าจวนของขุนนางคนหนึ่งไม่รู้อะไรดลให้เขาเข้าไป


และนั่นทำให้เขาได้พบกับดรุณีน้อยนางหนึ่งในอาภรณ์บุรุษทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่านางไปก่อเรื่องอันใด

นางมีใบหน้างดงามราวกับเทพธิดาตัวน้อยนัยต์ตาหวานดูเปล่งประกายราวกับดวงดาวนับพันดวงอยู่ในนั้นยิ่งได้มองยิ่งรู้สึกคุ้นเคย


และเมื่อเขาได้ยินว่านางไปทำอะไรมานางจะต้องรับผิดชอบอะไรเขาถึงกับขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ นางเป็นหญิงจะให้รับหญิงด้วยกันเป็นภรรยาเห็นทีเจ้าขุนนางผู้นี้คงเพี้ยนไปแล้ว


หากเเต่เมื่อมองไปยังดรุณีน้อยเขาก็เกิดความคิดใหม่ว่าที่แท้แล้วดรุณีน้อยนางนี้ต่างหากที่เพี้ยนชุดสตรีไม่ดีตรงไหนเหตุใดจึงชมชอบแต่งชุดบุรุษถึงกระนั้นเขาก็เลือกที่จะช่วยนางถึงจะเเอบเห็นแววตาไม่พอใจของขุนนางแต่ช่างประไรเขาสนใจเสียที่ไหนล่ะ


"ขอบพระทัยองค์ชายที่ช่วยกระหม่อมไว้"


"มิเป็นไร"


เดิมทีเขากะว่าจะไปขอหมั้นกับหลิวเหมยกุยบุตรีอัครมหาเสนาบดีเพื่อเป็นฐานอำนาจแต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของดรุณีน้อยกลับทำให้เขาเปลี่ยนใจ


"ไปสืบเรื่องของนางมา"องครักษ์เงาที่ติดตามองค์ชายจ้าวหยางหลานเซ่อมาตั้งแต่ต้นและผู้เห็นรอยยิ้มของเจ้านายก็ปรากฏขึ้นมารับคำสั่งก่อนจะหายวับไป


ฉับพลันรอยยิ้มมุมปากก็ปารฏขึ้นอีกครั้งตอนนี้เขาสนใจดรุณีน้อยนางนั้นแทนเสียแล้วล่ะ







จบบทแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างอย่าพึ่งรุมนางกันนะคะ(แม้ตอนเเรกตอนแรกไรต์ก็รู้สึกหมั่นไส้555)

แต่นางก็มีเหตุผลของนาง

อีกอย่างไรต์อย่างให้เห็นมุมหลายๆมุมของนางเพราะนางเอกเราไม่ได้เก่งอะไรมากมีเก่งบ้างโง่บ้างมีคนรักคนเกลียดบ้างเพราะชีวิตคนเราจริงๆก็ไม่มีใครดีไปทุกอย่าง

แล้วก็ไรต์คิดตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะเอาแบบนี้เพราะอยากให้มีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยเป็นการเปิดพระอีกคนของเราอิอิ

ปล.ที่หายไปรู้ๆกันเนอะว่าช่วงนี้ซีรีย์เรื่องไหนดังไรต์ติดเรื่องนั้นแหละมูฟออนไม่ได้ซะที555






ยังไม่จบนะจ๊ะ5555ตายแล้วนางเอกไรท์จะเป็นสามีคนอื่นสะแล้วพระเอกยังไม่เผยตัวเลย



อ๊ะ!!หรือพระเอกของเราจะเป็นเยว่เฟินหลัน555หยอกๆ


แค่ชื่อบทก็น่าจะเดากันออกนะคะว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปอิอิ

ยังไม่จบบทน้าๆๆอยู่อ่านก่อนเด้ออย่าพึ่งหนีหายนะคะ

เจอคำผิดหรือเขียนไม่ถูกบอกได้นะคะคือไรท์อยากรู้
หลังจากเขียนจบไรท์จะรีไรท์อีกรอบเพราะฉะนั้นผิดที่บางคนบอกไรท์เลยยังไม่ได้แก้นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 228 ครั้ง

67 ความคิดเห็น

  1. #67 คนสำลักน้ำลาย (@phoomai) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 21:18

    รีบมาอัพเถอะ
    #67
    0
  2. #66 Woraphan kanokhong (@0883656151) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 17:24

    ตอนนี้เริ่มจะงง ใครกันพระเอกของฉันนน!!5555
    #66
    0
  3. #64 jamsaivear (@jamsaivear) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 01:27
    รอๆค่ะ......
    #64
    0
  4. #62 snow_crystal (@j_snow) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 20:40

    เพื่อนเตือนแล้วไม่ฟังห่วงสนุกก็แบกหน้ารับกรรมไปเถอะจ๊ะ สมควรแล้ววววว

    #62
    1
    • #62-1 0989046866 (@0989046866) (จากตอนที่ 9)
      2 สิงหาคม 2562 / 08:43
      จริงที่สุด
      #62-1
  5. #60 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 13:50
    จะเอาตัวรอดได้ไหมนะ
    #60
    0
  6. #59 miNAMizu (@minami0189) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 13:21
    สมมมมมม
    #59
    0
  7. #58 Pimmy2518 (@Pimmy2518) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 03:11
    งี่เง่า ตัวเองเป็นหญิงก็น่าจะรู้ความหมายมั่ง หรือควรฟังคำเตือนจากเพื่อนบ้าง ติดแต่เล่นอย่างเดียว
    #58
    0
  8. #57 Air002 (@Air002) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 22:39
    สมน้ำหน้านาง สหายเตือนก็ไม่ฟังคิดแต่เล่นสนุก
    #57
    0
  9. #56 susaku28 (@susaku28) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 22:02
    นางเอกจะกลายเป็นพระเอกไปแล้ว~
    #56
    0
  10. #55 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 22:13
    รอคะรอ
    #55
    0
  11. #54 เอ็มมะ (@0850191456) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 01:36
    ตามใจจนนางเอกเหลิงไปหมดแร้ววว
    #54
    0
  12. #53 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 22:53

    ดูสิจะเกิดอะไรขึ้น

    #53
    0
  13. #52 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 22:20
    รอนะคะ
    #52
    0