จอมนางเคียงหทัย ดวงใจจักรพรรดิ [จบ] ลบ 23 สค.

  • 98% Rating

  • 6 Vote(s)

  • 4,143,250 Views

  • 36,984 Comments

  • 37,497 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    786

    Overall
    4,143,250

ตอนที่ 104 : คำของโหรหลวงอย่าเชื่อให้มาก (ตอนพิเศษ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 723 ครั้ง
    1 ม.ค. 61



ยามเช้าของตำหนักคุนหนิงช่วงนี้ต่างไปจากเดิม ที่เคยคึกคักเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะกลับเงียบเหงา ปราศจากร่างบางที่มักออกมาร่ายรำเพลงกระบี่รับอรุณ แม้ปกติหยงจื้อฮ่องเต้จะเสร็จตำหนักคุนหนิงเป็นประจำ เรียกได้ว่าประทับบ่อยกว่าตำหนักเจิ้งหยาง และหลายคราที่เป็นสาเหตุหลักให้เจ้าของตำหนักหมดแรงจนออกมาซ้อมวรยุทธ์ไม่ไหว แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นที่จะทำให้เว่ยฮองเฮาไม่ยอมลุกจากแท่นบรรทมถึงหนึ่งเดือนเต็ม เหตุการณ์นี้เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อใดกัน ชิงชิงนางกำนัลคนสนิทของฮองเฮาครุ่นคิดขณะกำชับเด็กๆให้ยกน้ำเข้าไปด้านในห้องบรรเทา ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อร่างสูงในชุดคลุมมังกรก้าวออกมาจากห้องอย่างเงียบเชียบพร้อมยกมือสั่งห้าม

“นางยังไม่ตื่น” แม้จะเอ่ยแผ่วเบา แต่น้ำเสียงของผู้พูดยังแฝงไว้ด้วยอำนาจ นางกำนัลเก่าแก่รีบยอบกายลงกับพื้น

“ช่วงนี้ฮองเฮาทรงตื่นบรรทมสายกว่าปกติ บางวันถึงขั้นเลยช่วงยามเฉิน (7.00-9.00น.) เพคะ” ชิงชิงรีบอาศัยจังหวะเอ่ยรายงาน

หย่งจื้อพยักหน้าก่อนจะเอ่ยถาม “นางได้เรียกกู้หานเสียงมาตรวจบ้างหรือไม่”

“ไม่เพคะ ฮองเฮาเพียงตรัสว่าช่วงก่อนทรงยุ่งกับราชกิจจนไม่ค่อยมีเวลาพัก ยามนี้ได้องค์ชายสามมาช่วยผ่อนแรงจึงอยากพักสักหน่อย”

ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินพยักหน้า “เช่นนั้นก็ให้กู้หานเสียนจัดยาบำรุงมาให้นาง” ร่างสูงหันกลับไปมองบานประตูที่ปิดสนิทอีกครั้ง แววตาทอแสงอ่อนลงดั่งกำลังทอดมองนางอันเป็นที่รัก “ดูแลฮองเฮาให้ดี”

“เพคะ”

นางอยู่ส่งเสด็จจนลับตา จึงหันไปสั่งให้นางกำนัลที่เหลือยกน้ำไปเก็บ หากไม่ได้ยินรับสั่งจากด้านในอย่าได้ผลีผลามเข้าไปในห้องบรรทม จากนั้นจึงเร่งเดินข้ามอุทยานไปทางฝั่งเรือนแพทย์หลวง อยากถ่ายทอดรับสั่งจากฮ่องเต้ให้กู้หานเสียนด้วยตัวเอง หากมีเวลาจะได้ลองเล่าอาการให้ฮองเฮาให้แพทย์มือหนึ่งแห่งวังหลวงฟัง แม้ว่าเว่ยฮองเฮาจะมีฝีมือทางการรักษาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหมอหลวงคนใด แต่บางครั้งเจ้านายของนางมักชอบละเลยตัวเองเป็นประจำจนน่าหวาดหวั่น ขณะเร่งสาวเท้าไปในใจก็เริ่มทบทวนอาการของผู้เป็นนาย หากจำไม่ผิด พระองค์เริ่มเป็นเช่นนี้หลังงานครบรอบวันสถาปนาฮองเฮาได้สักครึ่งเดือนกระมัง ชิงชิงเม้มริมฝีปากพลางตั้งใจมั่นว่าจะถ่ายทอดเรื่องราวรายละเอียดทุกอย่างให้หมอหลวงฟัง

นางข้าหลวงใหญ่ใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวันอยู่ที่เรือนหมอ ด้วยกู้หานเสียนติดธุระสำคัญจึงเข้างานสาย แต่นางไม่ไว้ใจให้คนอื่นทำแทน จึงตั้งใจรออีกฝ่ายด้วยตัวเอง เมื่อแพทย์ชราได้ฟังเรื่องที่นางเล่า ก็เร่งปรุงโอสถบำรุงเลือดลม เลือกใช้สมุนไพรที่ดีที่สุดในคลัง ก่อนจะตามมาตรวจอาการของฮองเฮาเอง ประสบการณ์สิบกว่าปีสอนให้รู้ว่า หัวของเขาสามารถหลุดจากบ่าได้เสมอหากปล่อยให้พระวรกายของฮองเฮาอ่อนแอ

ยามนี้มีหมอหลวงผู้ใดไม่รู้บ้างว่า พระวรกายของเฮาเฮานั้นสำคัญยิ่งกว่าโอรสสวรรค์




“อ้าว... เหตุใดทุกคนจึงพากันมาประชุมที่ตำหนักเราราวกับนัดหมาย” มี่อิงคลี่ริมฝีปากอวบอิ่มแดงระเรื่อทักทาย ดวงตาดำขลับกระจ่างใส แก้มเนียนมีเลือดฝาดอย่างคนสุขภาพดี ได้เห็นเช่นนี้กู้หานเสียนค่อยผ่อนลมหายใจ ความกังวลที่ทำให้ต้องเร่งเดินทางมาตำหนักคุนหนิงปลิวหายไปในบัดดล

เขาก็ช่างโง่ดีแท้ ฮองเฮาเป็นถึงศิษย์เอกของหมอเทวดา จะปล่อยให้ตัวเองป่วยไข้ได้เช่นไร

“ถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะ”

“ลุกขึ้นเถอะ อย่ามากพิธีเลย” ผู้เป็นใหญ่สะบัดมือก่อนจะหันมามองบุตรชายทั้งสาม เริ่มด้วยเด็กหนุ่มใบหน้างดงามราวกับทอดแบบออกมาจากนางไม่ผิดเพี้ยนที่กำลังแย้มยิ้มด้วยสีหน้าประจบเอาใจ “มิใช่ว่าเจ้ามีเรียนวรยุทธ์กับท่านตาหรอกรึ...ซือจิ้น”

องค์ชายสามกระแอมไอ “นางกำนัลของลูกเผอิญพบชิงชิงเมื่อเช้า ได้ข่าวว่าเสด็จแม่มิค่อยสบาย ด้วยความกตัญญู... ลูกจึงต้องเร่งรุดมาเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” สมกับเป็นบุตรชายคนเดียวที่ยอมสละตัวลงไปคลุกคลีกับเหล่าขุนนางสอพลอพวกนั้น ยามเอ่ยชื่นชมตัวเองช่างลื่นไหล ใบหน้าไม่เปลี่ยนสี

มี่อิงพยักหน้า “กตัญญูเหลือเกิน ได้ข่าวแต่รุ่งสาง เพิ่งมาถึงยามรับข้าวเที่ยง ไปเถลไถลที่ไหนมาครึ่งค่อนวันกันล่ะ ตำหนักคุนหนิงของแม่อยู่นอกวังรึงไง”

แค่ก...แค่ก

“ลูกเกรงว่าเสด็จแม่ยังไม่ตื่นบรรทม จึงมิอยากรบกวนเวลาพักผ่อน” องค์ชายสามยังคงลื่นประดุจปลาไหลในน้ำโคลน ขณะที่น้องชายทั้งสองลอบเบือนหน้า ทำปากขมุบขมิบไอเป็นเสียง นางกำนัล...

นางกำนัลใหม่ที่แผนกเครื่องหอม

รอยยิ้มบนริมฝีปากแบบบางราวสตรีขององค์ชายซือจิ้นยิ่งขยับกว้างขึ้นอีกหลายส่วนยามหันกลับมามองน้องชายร่วมอุทร ม่านหมอกบางๆที่มักจะกางกั้นดวงตาดำขลับอยู่เป็นนิจราวกับจะเบาบางลง เผยให้เห็นสายตาคมกล้าที่ทำเอาคนถูกมองตัวแข็งทื่อ

ซือเซินน้องเล็กรีบกระแอมไอ แม้ขนหลังคอจะลุกชันด้วยความหวาดหวั่นต่อการแก้แค้นของพี่ชาย แต่สีหน้าท่าทางยังปั้นแต่งแสดงออกอย่างสุขุมเยือกเย็น

“อันการเล่าเรียน หากขยันหมั่นเพียรจะเรียนรู้เมื่อใดก็ย่อมได้ ขอเพียงเราใส่ใจ พระมารดาเคยสั่งสอนเมื่อนานมาแล้วแต่ลูกและท่านพี่จดจำคำนี้ได้ขึ้นใจ ดังนั้นยามนี้ สุขภาพของเสด็จแม่ย่อมสำคัญเหนือสิ่งใด ที่พี่สามกล่าวมาล้วนถูกต้อง...” ซือสือกระทุ้งข้อศอกเพื่อกระตุ้นน้องรักให้เอ่ยเพิ่มอีกสองสามคำเผื่อเขาเมื่อเห็นสีหน้าแช่มชื่นของพี่ใหญ่ “พี่สี่ก็คิดเช่นเดียวกัน นับว่าการมาเฝ้าเสด็จแม่เป็นเรื่องสมควร สมควรยิ่งพ่ะย่ะค่ะ”

เว่ยฮองเฮาปรายตามองบุตรชายทั้งสามที่พากันโดดเรียน ก่อนจะแค่นเสียง ฮึ ทว่าในใจกลับปิติเอิ่มอิ่มเมื่อเห็นว่าลูกห่วงใยนางมากเพียงใด

“พอแล้วๆ แม่เบื่อคำประจบของพวกเจ้าเต็มที” แล้วจึงหันมาเอ่ยกับนางกำนัลข้างกาย “พวกเจ้าตั้งโต๊ะเถอะ ท่านหมอกู้ก็มาทานด้วยกัน ช่วงนี้ฝ่าบาทมีราชกิจมากเหลือเกิน เรานั่งกินข้าวคนเดียวแล้วไม่ใคร่อยากอาหารสักเท่าไหร่”

ชิงชิงเงยหน้ามองผู้เป็นใหญ่ในวังหลังทันที ยิ่งเห็นสีหน้าหม่นหมองของเจ้านายก็รู้สึกสะทกสะท้อนใจ แค่หาเรื่องชวนคนมาลองชิมอาหารสูตรใหม่ที่เพิ่งส่งให้ห้องเครื่อง พระองค์ถึงกับโกหกกระทั่งลูกชายของตัวเอง ช่างไม่เลือกวิธีการแท้ๆ ดูเอาเถิด องค์ชายซือเซินรีบเข้าไปประคองพระมารดาอย่างเป็นห่วง กระทั่งเด็กแปดเก้าขวบยังหลอกได้ นับว่าฮองเฮาช่างอำมหิตนัก

กู้หานเสียนคล้ายน้ำท่วมปาก เขาลืมไปได้เช่นไรว่าหากมาตำหนักคุนหนิงเวลานี้ต้องถูกหลอกให้นั่งร่วมโต๊ะเสวย ประสบการณ์สิบกว่าปีไม่เคยทำให้คนเราฉลาดขึ้นจริงๆ สุดท้ายก็จำยอมขยับไปนั่งข้างองค์ชายสามอย่างไม่อาจเลี่ยงหลบ

มื้ออาหารผ่านไปอย่างครื้นเครง โดยมีองค์ชายสามกับองค์ชายห้าคอยสลับกันชวนเจ้าของตำหนักคุย ปะเหลาะจนมารดายอมรับข้าวได้ถึงสองถ้วยพูน พวกเขาล้วนรู้สึกปลื้มใจ หารู้ไม่ว่าปกติช่วงนี้ เว่ยฮองเฮาก็รับข้าวมากเช่นนี้อยู่แล้ว

“ไหนๆท่านหมอหลวงกู้อุตส่าห์มาไกลถึงเพียงนี้ พระมารดาให้ท่านหมอช่วยจับชีพจรสักหน่อยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ซือจิ้นรีบหันไปขยับตาให้หมอชราทันที

“เจ้าเห็นแม่เหมือนคนป่วยไข้รึไง อย่าได้พากันตื่นตูมตามชิงชิงเลย” เว่ยฮฮงเฮาตวัดสายตาคาดโทษนางกำนัลคนสนิททันที

“เช่นนั้นก็ให้เจ้าห้าลองวิชาดูสักหน่อยดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ วันนี้มีหมอหลวงกู้ช่วยดู จะได้รู้ว่าซือเซินเรียนรู้วิชาแพทย์ไปได้ไกลเพียงใดแล้ว” องค์ชายสามยังใช้วาทศิลป์เกลี่ยกล่อมจนคนเป็นแม่ต้องถอนหายใจยอมจำนน

นางกำนัลทั้งหลายเห็นดังนั้นก็เร่งจัดเบาะและหมอนอิงให้ผู้เป็นใหญ่เอนกายบนเก้าอี้คนงาม

ทุกคนขยับเปิดทาง แพทย์หลวงและแพทย์ฝึกหัดประจำตำแหน่ง ขณะซือสือหันไปตบไหล่พี่ชายแทนการขอบคุณ อย่างน้อยอีกฝ่ายก็รู้จักใช้ฝีปากให้เกิดประโยชน์บ้างไม่ใช่เอาแต่ตลบแตลงหลอกแกล้งตาแก่ในราชสำนักไปวันๆ

ไม่ใช่เพราะเป็นบุตรในอุทรที่ทำให้องค์ชายห้ากล้าวางนิ้วลงบนจุดชีพจรของมารดา แต่เป็นเพราะว่าบิดาไม่อยู่ หากยามนี้มีโอสสวรรค์ยืนทำหน้าถมึงทึง ผู้ใดจะกล้าแตะพระวรกายอันสูงส่งของพระมารดา

แต่แล้ว... ชีพจรที่กำลังเต้นอยู่ใต้นิ้วมือก็ทำให้ความคิดไร้แก่นสารปลิวหายออกหน้าต่างไปทันที ดวงหน้าหล่อเหลาของเด็กชายซีดเผือดสลับแดงก่ำ ก่อนจะเขียวคล้ำ

พระมารดาของเขาประชวร ประชวรด้วยโรคประหลาด!

“สะ...เสด็จแม่” เว่ยฮองเฮาเปิดเปลือกตาทันทีที่ได้ยินเสียงละล่ำละลักของบุตรชาย

“มีปัญหาหรือ” น้ำเสียงหวานใสเอ่ยอย่างปลอบประโลมเมื่อเห็นเม็ดเหงื่อผุดพรายบนใบหน้าเล็ก ขณะที่กู้หานเสียนรีบขยับกายเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางเป็นห่วงไม่ต่างจากบุตรที่เหลืออีกสองคน

“เอ่อ...” ซือเซินยกแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่ออย่างไม่รักษากิริยา “ขะ...ขอลูกลองตรวจอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ” เอ่ยจบก็รีบวางนิ้วลงบนลำคอขาวผ่องตรงตำแหน่งที่สามารถจับการเต้นของชีพจรได้ชัดที่สุด

แล้วร่างเล็กๆก็ต้องผงะถอยหลัง ตระหนกจนเกือบจะล้มก้นจูบพื้น ดีที่ได้องค์ชายสี่เข้ามารั้งร่างไว้ได้ทัน

“แย่แล้ว...” ใบหน้าของเด็กน้อยซีดเผือดยามหันไปหาหมอชรา “ชีพจรของเสด็จแม่เต้น...แปลกประหลาดเกินไป เต้นเร็วเกินกว่าปกติทั้งๆที่พระมารดาเพียงนั่งอยู่เฉยๆ โรคเช่นนี้ลูกไม่เคยเจอมาก่อน ละ...ลูกจะไปตามท่านอาจารย์” ซือเซินรีบผละตัวออกจากอ้อมแขนพี่ชาย หุนหันจะพุ่งออกนอกตำหนัก ดีว่าได้หมอหลวงกู้รั้งชายเสื้อไว้ได้ทัน

“เต้นเร็วกว่าปกติ?” คนอาบน้ำร้อนมาก่อนงึมงำกับตัวเอง ก่อนจะรีบคุกเข่าลงหน้าเก้าอี้ “ขอกระหม่อมลองตรวจดูก่อนพ่ะย่ะค่ะ” กู้หานเสียนรีบนำด้ายแดงมาคล้องข้อมือขาวผ่อง ใบหน้าชราผุดพรายไปด้วยเม็ดเหงื่อ แต่ประกายตากลับฉายแววตื่นเต้นอย่างมิอาจปิดบัง ใช้เวลาตรวจสอบอย่างถ้วนถี่ถึงสามครา ก่อนจะรีบหันไปหาองค์ชายทั้งสาม “ชีพจรมงคล ฮองเฮาทรงกำลังตั้งครรค์....”

สิ้นคำหมอหลวง ทั้งห้องพลันตกอยู่ในความเงียบ เด็กชายสามคนหันมามองหน้ากัน คล้ายมีความงุนงงมากกว่าตระหนก ก่อนจะถอนหายใจโดยพร้อมเพรียง มารดาของเขาทำเรื่องอีกแล้ว เป็นหมอแท้ๆแต่ไม่ยอมจับชีพจรตรวจดูความเปลี่ยนแปลงของร่างตัวเอง

หากโลกนี้จะมีคนที่ห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง ก็คงไม่พ้นเว่ยฮองเฮาผู้นี้ที่เอาแต่โหมงานราชกิจจนละเลยตัวเอง

แล้วทั้งตำหนักก็เกิคความโกลาหลวุ่นวาย ผ่านไปยังไม่ถึงครึ่งก้าวธูปด้วยซ้ำ หย่งจื้อฮ่องเต้ก็แทบจะทะยานเข้าสู่ห้องด้านใน เมื่อเห็นผู้เป็นใหญ่เสด็จ ทุกคนจึงถอยออกมา หลังจากฟังคำบอกเล่าของกู้หานเสียน พระองค์จึงมีรับสั่งให้หมอชรารีบกลับไปเตรียมโอสถบำรุงครรถ์ ส่วนบุตรชายทั้งสามรีบอัปเปหิตัวเองออกมาอย่างรู้งาน

เมื่อเหลือเพียงสองคนในห้อง หย่งจื้อจึงคุกเข่าลงกับพื้นแล้วโน้มใบหน้าคมสันลงไปสัมผัสหน้าท้องที่ยังแบนราบแผ่วเบา มี่อิงที่เห็นพระสวามีเอาแต่นิ่งงัน ก็ค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วใช้สองมือเล็กกุมแก้มสาก

“ท่านพี่... ไม่ดีใจหรือเจ้าคะ” น้ำเสียงของนางแผ่วเบาเมื่อสังเกตเห็นร่องรอยความหวาดหวั่นในดวงตาคมคู่นั้น

“ดีใจ...ต้องดีใจแน่ๆ เราดีใจมาก แค่...ตื่นเต้นและยังตั้งตัวไม่ทัน” ทว่ากลับไม่อาจปิดบังแววตาแหกผากจากภรรยาคนงาม มี่อิงคลายมือจากวงหน้าคร้ามแล้วค่อยๆโน้มตัวไปตะคองกอดเขา ซบใบหน้าลงบนหน้าอกข้างซ้าย รับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นอันหนักหน่วงของหัวใจต่างจากยามปกติที่มักมั่นคงเสมอ

“อย่าได้กังวลเลยเพคะ ท่านพี่ลืมแล้วหรือไร ยามนี้อาจารย์อายังรั้งอยู่ในวัง หลังจากครั้งนั้น...” ถ้อยคำของนางแผ่วเบาลง ด้วยรู้ว่าเรื่องครรภ์ของซือเซินที่มีปัญหายังค้างคาอยู่ในใจเขามาเนิ่นนานจนก่อเกิดเป็นความวาดกลัว หย่งจื้อจึงพยายามระมัดระวังเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ไม่คาดผ่านมาหลายปีดีดัก จะมาพลาดเอาได้อย่างไม่นึกฝัน ต้องโทษที่นางเมามายในงานเลี้ยงวันนั้นแท้ๆ “อาจารย์อาเร่งบำรุงร่างกายของข้ามาโดยตลอด ครรภ์นี้ย่อมต้องแข็งแรงอย่างไม่ต้องสงสัยเจ้าค่ะ”

“แต่...” โอรสสวรรค์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นำทัพออกรบมากี่ครายังไม่เคยรู้สึกหวาดหวั่นเท่าครั้งนี้ ความรู้สึกหวาดกลัวดั่งจะต้องสูญเสียดวงใจของตนเอง ชาตินี้เขาขอเผชิญแค่เพียงครั้งเดียวก็ทรมานจนเกินทน “เจ้าเอาแต่นอน หรือว่าอ่อนเพลียมาก หากเป็นอันตรายอีก เราก็ไม่อยาก...”

มี่อิงรีบยกมือเล็กขึ้นปิดปากเขา นางขยับตัวขึ้นจนดวงตาสานสบกัน เอ่ยอย่างมั่นใจด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “น้องเพียงขี้เกียจเท่านั้นเจ้าค่ะ มิได้เหนื่อยหรือรู้สึกป่วยไข้ ออกจะทานได้มากกว่าปกติด้วยซ้ำ ท่านพี่ก็เห็น คาดว่าเด็กคนนี้คงแข็งแรงสมบูรณ์ดี” นางละคำว่า และออกจะติดขี้เกียจไว้ในใจ

ยามหย่งจื้อคิดตามก็เห็นว่าจริง แต่ก็ยังมิคลายใจ จากนั้นจึงเริ่มร่างมาตรการที่จะมั่นใจว่าครรภ์นี้จะไม่เป็นอันตรายออกมายาวเหยียด มี่อิงเพียงหัวเราะทั้งน้ำตายามนึกถึงใบหน้าอาจารย์อาที่ได้อ่านพระราชโองการยาวหลายลี้นี้ ท่านต้องนำมันมาขยำก่อนจะตีหน้าถมึงทึงแล่นมาเอาเรื่องกับพระสวามีของนางเป็นแน่





ท่ามกลางอาการอกสั่นขวัญแขวนของฮ่องเต้ การประคมปะหงมเกินปกติธรรมดาที่แทบจะอุ้มฮองเฮาทุกก้าวเดิน การเฝ้าอารักขาเกินธรรมดาขององค์ชายทั้งสาม และพระสวามีของนางที่สติแตกถึงขั้นให้โหรหลวงทำนายทั้งๆที่ไม่เคยเชื่อเรื่องเหล่านี้สักเท่าไหร่ เว่ยฮองเฮายังใช้ชีวิตค่อนข้างปกติดี หากไม่นับว่านางนอนมากขึ้นวันละสองถึงสี่ชั่วยาม ทานมากขึ้นจากสามเป็นห้ามื้อ และเติมข้าวพูนถ้วยทุกมื้อ ทุกอย่างยังนักว่าปกติยิ่ง

ลูกชายทั้งสามผลัดมาเป็นเพื่อนเล่นคลายเหงานาง ตอนแรกหย่งจื้อแทบไม่ยอมให้นางกระดิกตัวไปที่ใด โชคดีได้อีเหิงเยว่หมอเทวดายืนทำหน้าดุ หางตาชี้ บ่นงึมงำว่านางแค่ท้องมิได้เป็นง่อย ควรปล่อยให้เดินยืดเส้นยืดสายบ้างจะได้คลอดง่าย ฮ่องเต้จึงแปลงร่างเป็นองค์รักษ์ออกมาเดินชมอุทยานร่วมกันกับนางทุกเย็น

จวบจนใกล้ถึงวันคลอด ราษฎรทั่วทั้งแผ่นดินต่างพากันเฝ้ารอด้วยจิตใจจดจ่อ ร่วมกันทำบุญเพื่อขอพรให้ฮองเฮาอันเป็นที่รักของพวกเขาปลอดภัย โหรหลวงถึงกับทำนายว่าเด็กในครรภ์เป็นผู้มีบุญมาถือกำเนิด ต่อไปจะนำความสงบสุขร่มเย็นและรวมแว่นแคว้นให้เป็นปึกแผ่น คำทำนายนี้จะนับว่าดีก็กล่าวได้ไม่ผิด เพียงแต่หากตีความไปอีกแบบ จะมิเป็นการชี้โพรงให้ว่า คนที่จะขึ้นครองราชย์ต่อไปคือองค์ชายผู้นี้ หาใช่องค์ชายซือจิ้นไม่ ขุนนางทั้งหลายได้แต่มองหน้ากัน ทั้งๆที่ตลอดมาต่างหมายมาดว่าบัลลังก์ต้องตกแก่องค์ชายสามเป็นแน่แท้ หรือต่อไปจะเกิดศึกสายเลือดขึ้น

คนที่กังวลต่างก็กังวล แต่ครอบครัวกษัตริย์กลับหาได้ใส่ใจ องค์ชายซือจิ้นยังเฝ้าดูแลครรภ์ของพระมารดาอย่างใส่ใจ หย่งจื้อฮ่องเต้เพียงพยักหน้าดีใจที่ฮองเฮาจะคลอดบุตรอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังสั่งให้จัดเตรียมพระราชพิธีแต่งตั้งองค์ชายสามขึ้นรับตำแหน่งรัชทายาท ข่าวคราวทั้งหลายจึงค่อยสงบลง

“คำทำนายทายทักเหล่านั้นเจ้าอย่างได้ใส่ใจให้มากความ” แม้จะมิค่อยทะนุถนอมบุตรชายเท่าไหร่ ด้วยเห็นว่าเกิดเป็นบุรุษต้องรู้จักหน้าที่ตน หาได้ควรประคมประหงมดั่งธิดา

ซือจิ้นเพียงหัวเราะ ดวงตาดำขลับไร้เมฆหมอกยามประสานดวงตาทรงอำนาจของพระบิดา มิมีท่าทีเกรงกลัวหรือเลี่ยงหลบ “ลูกหาได้ใส่ใจพ่ะย่ะค่ะ มิว่าผู้ใด หากทำให้บ้านเมืองสงบสุข ก็นับเป็นเรื่องดีมิใช่หรือ”

“ได้ยินเจ้าเอ่ยเช่นนี้พ่อก็สบายใจ” ผู้เป็นใหญ่ตบบ่าบุตรชาย ภรรยาของเขาสั่งสอนบุตรได้ดียิ่ง สมกับที่นางทุ่มเทให้การเลี้ยงดูพวกเขา

ซือสือตบบ่าอีกข้างของพี่ชายที่ยามนี้ความสูงทัดเทียมกับเขาที่อ่อนกว่าถึงสามปี แล้วจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบช้า ทว่าแน่วแน่ “ประเสริฐยิ่งที่มีพี่ชายเช่นท่าน”

“ฮ่าๆ” ซือจิ้นยกพัดขึ้นปิดใบหน้าเกือบครึ่ง เสบังรอยแดงเรื่อบนโหนกแก้ม “ยากนักที่จะได้ยินคำชมจากคนปากหนักเช่นเจ้า ไหน...เจ้าลองพูดให้พี่ได้ฟังอีกสักครั้งเถิดน้องรัก”

ครานี้องค์ชายสี่ตบไหล่พี่ชายอีกทีเต็มแรงสิบส่วน ทำเอาร่างสูงโปร่งเกือบถลาหน้าคะมำ ก่อนจะรีบผละเข้าตำหนัก “ประสาท”

ซือเซินรีบพุ่งเข้ามารั้งพี่ใหญ่ก่อนจะกระซิบ “พี่สี่แค่เขิน”

“อืม เขินหนักขนาดนี้ ต่อไปมีภรรยามีเขินจนทำอีกฝ่ายกระดูกหักเลยรึ” ซือจิ้นแยกเขี้ยวพลางลูบไหล่ที่ปวดแปลบเดินตามเข้าตำหนักคุนหนิงด้วยท่วงท่าสบายๆ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแตกตื่นเมื่อเห็นนางกำนัลวิ่งกันให้วุ่น

องค์ชายทั้งสามทำท่าจะเดินตามเข้าห้องบรรทมของพระมารดา เสียแต่ว่าถูกผู้เป็นใหญ่ห้ามไว้ด้วยเหตุผลง่ายๆ เพราะสถานที่คลอดบุตรไม่เหมาะกับบุรุษ แต่คนพูดกลับรีบวิ่งแจ้นไปเฝ้าภรรยาหน้าเตียง ตื่นเต้นยิ่งกว่าใครเพื่อน ทิ้งให้พวกเขาได้แต่ยืนหน้าซีดฟังเสียงคร่ำครวญของพระมารดา ยิ่งคิดภาพตามก็ยิ่งพากันหวาดหวั่น ไม่คาดว่าการคลอดบุตรจะน่ากลัวปานนี้ เพราะเมื่อก่อนยังเด็กจึงไม่ค่อยเข้าใจ พอโตมาเห็นพระบิดาหวาดเกรงการตั้งครรภ์ พวกเขาก็ได้แต่ช่วยระวัง แต่ไม่เคยคาดคิดว่าการเบ่งเด็กออกมาสักคนจะถึงขนาดทำให้เว่ยฮองเฮาที่แข็งแกร็งกว่าแม่ทัพนายกองต้องร่ำไห้ เขาไม่เคยเห็นพระมารดาเจ็บปวดทุรนทุรายเท่านี้มาก่อน ยิ่งคิดก็ยิ่งหนาวเยือกในอก แต่ลงคนต่างพากันเดินวนในโถงเหมือนหนูติดจั่น ก่อนที่เชียนสุยจะเดินออกมาตามองค์ชายซือเซินเข้าไปด้านใน

เด็กน้อยได้แต่บื้อใบ้มองภาพวุ่นวายโกลาหลตรงหน้า แล้วอาจารย์ก็พาตัวเขาไปข้างๆ สั่งสอนทุกอย่างที่แทบไม่ผ่านเข้าหัวเขาเลยสักนิดเนื่องจากกำลังพะวงกับใบหน้าซีดเซียดเจ็บปวดของพระมารดา เข้าใจแล้วเหตุใดคนเป็นพ่อจึงหวาดหวั่นดั่งวิญญาณจะหลุดออกจากร่างยามได้ข่าว การคลอดลูกไม่ใช่เรื่องน่ายินดีจริงๆด้วย แต่ครั้งสติกำลังจะเลื่อนหลุด ก็ถูกอาจารย์ตบกบาลให้หันกลับมาสนใจการทำคลอดตรงหน้าต่อ เนื่องด้วยเพราะเขาทำเรื่องขายหน้ามาถึงท่านในการตรวจชีพจรของพระมารดาคราตั้งครรภ์ ท่านอาจารย์จึงเคี่ยวกรำเขาแทบกระอักเลือด

มันใช่ความผิดเขาหรือไม่ เป็นเพราะท่านอาจารย์ต่างหากที่ไม่เคยสนใจสตรีมีครรภ์! ในเมื่ออาจรย์ไม่สอน แล้วเขาจะไปมีญาณเก่งกล้า เรียนรู้โดยไม่มีประสบการณ์ได้อย่างไร

ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเว่ยฮองเฮา ใบหน้าซีดเผือดของหย่งจื้อฮ่องเต้ราวกับเป็นคนคลอดเสียเอง เสียงพร่ำสั่งสอนโดยไม่สนใจคนเจ็บของอีเหิงเยว่ และท่าทางราวกับจะเป็นลมล้มพับขององค์ชายห้า ในที่สุดฮองเฮาก็ให้กำเนิด...พระธิดา

โอรสสวรรค์ดีใจมาก ถึงขั้นประทานรางวัลแก่ข้ารับใช้ทุกคน มีพระราชโองการอภัยโทษประหารให้กับนักโทษทุกคน แล้วให้จัดเลี้ยงฉลองในทุกหัวเมืองใหญ่ ทุกคนต่างมีใบหน้าแช่มชื่น เรื่องราวเกือบจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีหากองค์ชายอีกสองพระองค์จะมิได้เดินตามเข้ามายลโฉมน้องสาว

“อ่า... พระมารดา เหตุใดน้องสาวจึงน่ารักยิ่ง น่ารักกว่าเด็กหญิงคนใดในใต้หล้า” ซือจิ้นมองเด็กน้อยตัวแดงในห่อผ้าด้วยแววตาหลงใหล

“อืม เป็นดังที่พี่สามกล่าวมิผิดเพี้ยน” น้ำเสียงแข็งทื่อของซือสือช่างขัดกับท่าทางอ่อนโยนยามค่อยๆเกลี่ยนิ้วข้างแก้มนุ่ม ทว่าเจ้าตัวกลับแค่เฉียดปลายนิ้ว แต่มิยอมสัมผัสด้วยเกรงว่ามือหยาบกร้านของเขาจะทำให้ผิวน้องระคายเคือง

ซือเซินที่ใบหน้าซีดเผือดจะเป็นลมแหล่มิเป็นลมแหล่โผเผลมายืนมองข้างๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้มโง่งม พยักหน้าถี่ๆราวไก่จิกเม็ดข้าวสาร

มี่อิงที่อยู่ในอ้อมกอดของพระสวามีขยับเข้ามามองลูกพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า “เห็นหรือไม่เจ้าคะ น้องบอกแล้วเช่นไรว่าอย่าได้เชื่อคำทำนายไร้สาระ รวมแผ่นดินอะไรกัน ลูกสาวของเราจะไปทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร” นางเขี่ยแก้มนิ่มๆด้วยแววตาเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำเอาทั้งห้องเย็นเยียบ “อืม... นอกจากจะแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีเท่านั้น...” แล้วนางก็รีบหุบปากฉับเมื่อเห็นประกายตาอันน่าหวาดหวั่นผ่านดวงตาบุตรชายทั้งสาม ไม่รวมไอสังหารที่กำลังแผ่ออกมาจากร่างสามี “แหะๆ แม่แค่ล้อเล่น ล้อเล่นเท่านั้น อ้าว...เจ้าสาม นั่นจะรีบไปไหน เห่อน้องแป๊บๆก็รีบไปเสียแล้วหรือ”

“ลูกจะเร่งไปศึกษาตำราปกครองบ้านเมืองพ่ะย่ะค่ะ หากอยากรวมแว่นแคว้นเป็นปึกแผ่น เพียงใช้ผ่ามือเดียวก็พอ ใยต้องอาศัยเรื่องบ้าๆพวกนั้น” เขาหันกลับมาถวายบังคมลา ก่อนจะงึมงำกับตัวเองต่อ “คงต้องเร่งเขียนวิธีการล่อลวงสตรีไว้ให้น้องหญิงอ่าน โตมาจะได้ทันเล่ห์เหลี่ยมบุรุษหน้าขน”

รอยยิ้มของมี่อิงแทบจะหลุดลอยออกจากใบหน้า ยามจะหันมามองลูกคนที่สอง อีกฝ่ายก็รีบเอ่ยลาต่อ “เจ้าคงมิรีบไปอ่านตำราปกครองหรอกกระมัง” เพราะรู้ดีตำราพวกนั้นสำหรับซือสือก็เปรียบดั่งยาพิษ

“ลูกจะกลับไปอ่านตำราพิชัยสงคราม อีกไม่เกินสิบปีจะรีบรวบรวมแคว้นต่างๆมาให้เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ” ว่าแล้วเขาก็หันหลังจากไปทันที แต่ก็ยังมิวายพึมพำทิ้งท้าย “คงต้องเร่งฝึกวรยุทธ์ บุรุษผู้ใดก็อย่าได้หวังจะเข้าใกล้น้องหญิงของเรา”

ฮือ... มี่อิงเกือบจะร่ำไห้ ดีที่บุตรชายอีกคนเป็นหมอ หาไม่แล้วชาตินี้ลูกสาวของนางคงหมดหวังได้แต่งออกเรือน

“อยู่เป็นเพื่อนแม่ก่อนดีหรือไม่ซือเซิน มิใช่จะรีบไปฝึกยุทธ์เป็นเพื่อนพี่สี่อีกกระมัง”

เด็กน้อยรีบส่ายหน้ากล่าวลา “ลูกต้องเร่งไปปรุงยาพิษ ทั้งยังต้องศึกษาเพิ่มเติมให้แตกฉาน” จากนั้นจึงหันหลังจากไปแต่ก็มิวายมีถ้อยคำลอยมาตามสายลม “ต้องเป็นพิษร้ายแรงที่กำจัดบุรุษได้ในระยะไกล เพื่อความปลอดภัยของน้องหญิง”

เดี๋ยวๆๆ ลูกแม่ นั่นพวกเจ้ากำลังจะทำให้น้องขึ้นคาน กลับมาก่อนลูก...

“ท่านพี่เจ้าคะ” มี่อิงรีบช้อนตาสามีอันเป็นที่รักทันที

“ง่วงหรือยัง” เขาประคองนางลงนอนแล้วจึงล้มตัวตาม ดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด “ขอบคุณเจ้าจริงๆที่มอบลูกหญิงลูกชายที่น่ารักให้กับเรา”

มี่อิงผ่อนลมหายใจลง ค่อยวางหัวใจที่เครียดเขม็งด้วยเกรงว่าพระสวามีจะบ้าจี้ตามบุตรชาย

“ต้องขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ข้าได้เจอท่าน หากไม่เช่นนั้นคงไม่มีความสุขถึงเพียงนี้ การได้รักและถูกรักช่างอบอุ่นใจเหลือแสน” นางซบหน้าลงกับอกกว้างตรงตำแหน่งหัวใจ พยายามถ่ายทอดทุกความรู้สึกผ่านถ้อยคำและการกระทำ ทั้งยังต้องการบอกเขากลายๆว่า... หากบุตรสาวของนางได้เจอคนที่รักจริง นั่นย่อมหมายถึงเด็กคนนี้จะได้พานพบความสุข

“เราก็รักเจ้า แม้แต่ชีวิตก็ให้ได้ ลูกทั้งสี่ก็เช่นกัน ดังนั้น...”

“ดังนั้น...” มี่อิงทวนคำทันที ลางสังหรณ์ร้องเตือนในหัวไม่หยุด แต่ร้อยวันพันปีนางก็ไม่เคยเห็นพระสวามีจะใส่ใจบุตรมากเกินไป หวังว่า...

“เจ้ารีบนอนเถอะ”

“หากข้านอนแล้ว ท่านพี่จะไปที่ใด”

“เราจะเร่งไปเขียนประกาศ มีหลายเรื่องที่ต้องสั่งห้าม”

“เช่น?

“ห้ามบุรุษใดเข้าใกล้ลูกสาวของเราเกินหนึ่งลี้ หากใครฝ่าฝืนจะสั่งประหาร ห้ามการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี ห้ามบุรุษแม้แต่องครักษ์ย่างเข้าวังหลัง อ้อ...ต้องเร่งสร้างองครักษ์เงาที่เป็นสตรี อ่า...งานของเรามีมากเหลือเกิน เจ้ารีบนอนเถิด”

มี่อิงนิ่งฟังพระสามี ซาบซึ้งจนน้ำตาไหลอาบแก้มเป็นสาย

“ท่านพี่...มิสร้างกรง เอ๊ย สร้างวังไว้ให้ลูกเล่าเพคะ”

“อืม สมเป็นภรรยาของเรา เจ้าช่า... ฉลาดเฉลียวยิ่ง”

ท่านพี่...ข้าประชดไหม?

มี่อิงแทบอยากจะตีอกชกหัว เหตุใดผู้ชายในบ้านนางถึงเป็นบ้ากันไปหมด

“มิใช่ท่านเคยเอ่ยว่า คำของโหรหลวงอย่าเชื่อให้มาก”

“แต่เรื่องแบบนี้ เชื่อไว้บ้างก็ไม่เสียหาย เจ้านอนเถิดนะ มิต้องกังวล เราจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาพรากลูกไปจากเจ้า”

เว่ยฮองเฮาถึงกับบื้อใบ้พูดสิ่งใดไม่ออก โรคคิดเองเออเองของพระสวามีกลับมาเยือนอีกครั้งหลังจากหายไปนานปี นี่ข้าไม่ได้กลัวผู้ใดมาพรากลูก เป็นพวกท่านพ่อกับลูกชายต่างหากที่กลัวบุรุษอื่นใดมาพรากสตรีในครอบครัวไป โรคหึงหวงนี่มันถ่ายทอดทางสายเลือดรึไงนะ

ยิ่งคิดนางก็ยิ่งทดท้อ ทดท้อจนในที่สุดก็ผล็อยหลับ แต่ก่อนสติจะหลุดลอยพลันนึกได้ว่านางลืมเรื่องสำคัญไป แต่เรื่องนั้นคือสิ่งใดก็สุดจะรู้

ทว่ากว่าจะรู้ก็ผ่านไปหลายวัน จนกระทั่งเชียนสุยเอ่ยทัก

นายหญิงลืมตั้งชื่อพระธิดาเจ้าค่ะ

เอวัง... ผู้ชายในบ้านก็มัวแต่หาทางป้องกันไม่ให้มีบุรุษใดเข้าใกล้ลูกสาวของนาง ส่วนนางก็...ซื่อบื้ออีกแล้ว

----------------------------------------------------------

สวัสดีปีใหม่ค่า

อยากมอบความสุขต้อนรับวันปีใหม่ให้แก่นักอ่านทุกท่าน คิดไปคิดมาจะแจกของก็ดูจะไม่ทั่วถึง 

จึงเลือกเขียนตอนพิเศษที่ทุกคนอยากได้ดีกว่า

หวังว่าจะชอบกันนะคะ อาจมีคำผิดบ้าง เร่งปั่นสุดฤทธิ์55 

ปีใหม่นี้ขอให้นักอ่านทุกท่านมีความสุข สุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาทุกประการ ร่ำรวยเงินทอง ที่สำคัญขอให้ได้พบแต่สิ่งดีๆ สิ่งใดที่ตั้งใจทำก็ขอให้สำเร็จลุล่วง สาธุ...

สำหรับนิยายเรื่องใหม่ของไรท์ ตอนนี้มีแค่นิยายไทย 

เรื่อง ซ้ำรอยรัก <<--- หากสนใจก็จิ้มได้เลยค่ะ

ขอฝากไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

ส่วนนิยายจีนที่จะเขียนเป็นกึ่งๆภาคต่อ คาดว่าจะเร่งให้ออกมาให้อ่านภายในเดือนมีนาคมนี้

อดใจรอกันอีกนิดนะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 723 ครั้ง

356 ความคิดเห็น

  1. #36977 ่าท (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 22:41

    น่ารักมากกก

    #36977
    0
  2. #36976 Siri (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 11:25

    ตอนพิเศษนี้ จะอัพในMeb ไหมค่า

    #36976
    0
  3. #36951 SnowQueenFox (@loveyouskysea) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 21:27
    เหอะๆ กลัวขึ้นคานจังลูก
    #36951
    0
  4. #36938 itineraryic (@itineraryic) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 00:55
    ฮื้อ อยากอ่านภาคต่อของลูกๆ พี่สามปกครองบ้านเมือง
    พี่สี่เป็นแม่ทัพพี่ห้าเป็นแพทย์ น้องหญิงเป็นเด็กสาวผู้อยู่เหนือทุกคน แง้
    #36938
    0
  5. #36934 Biasful (@Biasful) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 21:37
    อยากให้มีภาคน้องสาวคนเล็กค่าส
    #36934
    0
  6. #36923 varidsarad (@varidsarad) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 00:01
    ไปสอยอีบุ๊คมาแล้วคร้า2เล่มเลย&#128518;&#128518;
    #36923
    0
  7. #36920 Noonong (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 23:50

    พึ่งรุว่ามีตอนพิเศษ ซื้อหนังสือแร้วม่ได้เข้ามาเรย หนังสือก็อ่านแร้วอ่านอีก ชอบมากกก ตอนนี้รอดวงใจปฏิพัทยุ จะมีเปนหนังสือรึป่าวคร้า

    #36920
    0
  8. #36919 Nong2006 (@Nong2006) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 19:36
    ชอบเรื่องนี้มากค่ะ เอามาอ่านเล่นบ่อยๆ
    #36919
    0
  9. #36910 richajeedsy (@richajeedsy) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 12:54

    พึ่งได้อ่านตอนพิเศษค่ะเพราะตามดวงใจปฏิพัท เมื่อไหร่สามองค์ชายจะมาคะขอเป็นคนละเรื่องเลยได้ไหมคะไรท์

    #36910
    0
  10. #36905 atcharaphorn1 (@atcharaphorn1) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 14:09
    สนุกค่ะ
    #36905
    0
  11. #36889 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 23:37
    สนุกค่ะเสียดายอ่านไม่ทันไรท์ไม่เปิดให้อ่านอีกเหรอค่ะ
    #36889
    1
    • #36889-1 (@lachanas) (จากตอนที่ 104)
      17 กรกฎาคม 2561 / 07:51
      นิยายวางขายแล้วค่ะ หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือทั่วไป หรืออีบุ้กที่ mebmarket ค่ะ
      #36889-1
  12. #36887 kero^_^ / arrisa (@arrisaw) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 01:17
    โอ้ยย สนุกคร้าา 555
    #36887
    0
  13. #36883 0885091148 (@0885091148) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 11:51
    อยากให้มีต่อในรุ่นลูกสาวของนางเอกจัง^_^น่าสนุก
    #36883
    0
  14. #36880 Mikan-ni (@jsjsjshh63) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 14:17
    อย่าว่าแต่รุ่นลูกที่อยากจะอ่านต่อเร้ยย~  ของรุ่นเพื่อนพ่อแม่ยังไม่เคลียร์เลย...ไหนจะไป๋เพยจวิ่นขุนนางฝ่ายบุ๋น หลี่หยางกวงขุนนางฝ่ายบู๊ เว่ยเหวินเปาน้องนางเอก(ที่คิดว่าแอบมีซัมติงกับองค์หญิงที่ถูกส่งกลับเมืองอีก)  ไรท์แต่งของขุนนางหน้าน้ำแข็งก่อนนะ เค้าอยากรู้ว่าสตรีที่มาแต่งนี่ จะคุยกันรู้เรื่องไหม(ได้ข่าวว่าชี้แกล้งด้วยนิ) กร๊ากกกกกกกก! 5555555555555
    #36880
    0
  15. #36879 Yim (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 20:16
    สนุกมากค่ะ อยากให้ตอนพิเศษเข้าไปอยู่ในe-book ที่ซื้อไว้แล้วได้ไหมคะ จะได้อ่านต่อเนื่อง^^
    #36879
    2
    • #36879-2 (@lachanas) (จากตอนที่ 104)
      12 มีนาคม 2561 / 13:13
      มีที่ meb ค่ะ
      #36879-2
  16. #36874 markbam55 (@markbam55) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:32
    เราสะสมเล่มแล้วน๊าาชอบเรื่องนี้มากชอบพระนางที่ฉลาดแบบนี้ ขอบคุนสำหรับนิยายดีๆคร้า
    #36874
    0
  17. #36871 NoonPremsuda (@NoonPremsuda) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:43
    สนุกมากเลยค่ะ
    #36871
    0
  18. #36868 wanna2520 (@wanna2520) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 13:35
    อยากให้มีภาคต่อขององค์ชายองค์หญิง
    #36868
    0
  19. #36867 pimkeybord (@pimkeybord) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 09:23
    ขอบคุณค่าา อยากอ่านภาคต่อของบรรดาลูกชายลูกสาวแล้ว
    #36867
    0
  20. #36866 iKikkii (@iKikkii) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 06:23
    ขอภาคต่อของลูกๆด้วยค่า
    #36866
    0
  21. #36860 Ps_Aram (@Ps_Aram) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 07:43
    อยากให้ขององค์ชายทั้ง3แล้วก้น้องน้อยสุดท้องด้วยค่ะ ..น่ารักดีขอบคุณนะค่ะไรท์&#128522;
    #36860
    0
  22. #36859 imsic (@imsic) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 02:56
    น่ารักมากเลยค่ะ พี่ชายทั้งสามหวงนัองสาวได้น่าเอ็นดูมากๆค่ะ
    #36859
    0
  23. #36858 imsic (@imsic) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 02:56
    น่ารักมากเลยค่ะ พี่ชายทั้งสามหวงนัองสาวได้น่าเอ็นดูมากๆค่ะ
    #36858
    0
  24. #36857 LittlEl2oseS (@LittlEl2oseS) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 09:05
    ขอบคุณค่ะ 
    #36857
    0
  25. #36855 EleJEEN (@jeenjoong) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 01:12
    คือดีมากเลยค่า
    ตอนแรกที่เราซื้อเรื่องนี้ เราก้ งงๆ เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้ซื้อ เป็นคนไม่อ่านนิยายจีนเท่าไร แล้วก้ไม่เคยอ่านตัวอย่างเรื่องนี้เบย ซื้อมาแบบ งงตัวเอง5555 แต่พอได้อ่านเรื่องนี้แล้ว กรี๊ดมากกก ชอบมากเลยค่ะ บรรยายได้เหนภาพ สำนวนดีมาก อ่านแล้วไม่เคยขัดใจ นางเอกเก่ง ฉลาด ทันคน ชอบบบบบ ซึ้งใจในความรักของฝ่าบาทและซาบซึ้งในการกระทำของมี่อิง อ่านแล้วอินว่าเขาตกหลุมรักกันจริงๆ คือดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วอิ่มเอมใจ ตอนบรรยายถึงชีวิตรักของเพ่ยฟางเจี่ยเจียก็แอบทำให้น้ำตาซึมเลย ชอบมากกกกกกกกก คือดีใจมากค่ะที่ซื้อเรื่องนี้มาอ่าน บางเรื่องที่เคยลองซื้อมาอ่านบางครั้งก้ผิดหวังทั้งๆ ที่ได้ทดลองอ่านตัวอย่างของเรื่องมาบ้างแล้ว แต่เรื่องนี้คือทำให้เราดีใจมากจริงๆ ไม่ได้ทดลองอ่านตัวอย่างด้วยอะ รู้สึกดีมากเลยค่ะ ที่ซื้อเรื่องนี้มา ขอบคุณนะคะที่เขียนงานดีดีแบบนี้ให้เราได้อ่านกัน จะขอติดตามผลงานเรื่องอื่นๆ ของคุณธารธาราต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ <3
    &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;
    อ่านจบเลยลองมาหาในเด็กดีซะหน่อย แล้วก้เจอ แต่ก็ลอคตอนไปเยอะแล้ว 555 แอบตื่นเต้นที่ได้รู้จักชื้อของหมอเทวดา และได้อ่านตอนพิเศษที่เพิ่มมาจากหนังสือ แอบอยากอ่านเรื่องขององค์ชายทั้งสามและน้องน้อยสุดท้องเหมือนกันนะคะ ถ้ามีคงจะดี 555555555
    #36855
    0