จอมนางเคียงหทัย ดวงใจจักรพรรดิ [จบ] ลบ 23 สค.

  • 98% Rating

  • 6 Vote(s)

  • 4,143,350 Views

  • 36,984 Comments

  • 37,493 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    886

    Overall
    4,143,350

ตอนที่ 11 : หมอหลวงช่างไร้ซึ่งฝีมือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67964
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 350 ครั้ง
    5 มี.ค. 60



ยิ่งนางพยายามจะหลบอ้อมกอดเขา ฮ่องเต้หนุ่มก็ยิ่งรั้งร่างบางเข้าสู่อ้อมอก ลำแขนแกร่งยกร่างบางขึ้นวางบนตักอีกครา

มี่อิงได้แต่กรีดร้องในใจ ร่ำๆว่าจะใช้สันมือซัดพระศอของฮ่องเต้ให้สลบเหมือด

อยู่กับเขายังไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เหตุใดนางจึงรู้สึกว่าเหนื่อยจนแทบจะสิ้นแรงยิ่งกว่ายามฝึกวิทยายุทธ์เสียอีก

“เรือนเจ้าอยู่ท้ายวังเช่นนี้ ดูท่าจะมิค่อยสะดวกสบาย เราย้ายเจ้าให้ไปอยู่ใกล้ตำหนักเจิ้งหยางดีหรือไม่ เราจะได้มาหาเจ้าได้บ่อยๆ”

ดีๆ ข้าจะได้ลอบฆ่าท่านได้ง่ายๆ ความอดทนของนางใกล้จะถึงจุดแตกหักแล้ว รอยยิ้มแข็งค้างห้อยอยู่บนใบหน้า แลดูตลกยิ่ง

ได้ยินฮ่องเต้ทรงตรัส ข้าทาสบริวารถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก พบหน้ากันไม่ถึงวัน แต่ดูเหมือนว่าพระองค์จะทรงหลงใหลซูหนี่ว์ไฉเหรินยิ่งนัก ทั้งกิริยาที่แสดงกับนาง ทั้งพระมหากรุณาที่ทรงมอบให้ เกรงว่าทั่วทั้งวังหลังคงไม่มีใครสู้ได้

“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท เพียงแต่เรือนนี้ก็กว้างใหญ่สะดวกสบายยิ่ง”

“เช่นนั้นรึ” ว่าแล้วพระองค์ก็ทรงทอดสายตามองรอบๆห้องโถง ก่อนจะสะดุดเข้ากับกู่ฉินและกู่เจิ้งที่วางคู่กัน มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของดี

“สนมรักชื่นชอบในการบรรเลงพิณด้วยรึ ดียิ่งๆ เช่นนั้นเราอยากจะขอฟังให้เป็นบุญหูสักเพลง”

“พระองค์กล่าวเกินไปแล้วเพคะ ความสามารถในการบรรเลงพิณของหม่อนฉันนั้นไหนเลยจะสามารถเทียบได้กับนักดนตรีในวังหลวง เกรงว่าบรรเลงไปแล้วจะขายหน้าพระองค์"

ชายหนุ่มเพียงหลี่ตามองคนในอ้อมแขน ผู้ที่สามารถบรรเลงได้ทั้งกู่ฉินและกู่เจิ้ง จะเรียกว่ามีความสามารถธรรมดาได้เช่นไร

“แต่หากพระองค์อยากฟัง หม่อมฉันคงต้องขายหน้าแล้ว” นางกล่าวด้วยท่าทางออกจะลำบากใจยิ่ง อ่อนน้อมถ่อมตนยิ่ง ทว่ายากจะปิดบังความยินดีปรีดา

ว่าแล้วก็รีบสลัดตัวหลุดจากอ้อมกอด เดินตรงไปยังพิณทั้งสองทันที ไม่มีท่าทีอิดออดดังเช่นคำกล่าว ในขณะที่สมองของนางกำลังขบคิด

หากเล่นดีเกินไปเกรงว่าจะยิ่งทำให้พระองค์หลงใหลในตัวนางยิ่งขึ้น แต่หากเล่นได้แย่นักก็จะเสื่อมเสียถึงท่านพ่อ คิดแล้วก็ได้แต่ทอดถอดใจ เลือกหยิบกู่เจิ้งขึ้นมาแทน

กู่เจิ้งคือพิณยี่สิบเอ็ดสาย เป็นพิณที่ได้รับความนิยามมากกว่ากู่ฉินเพราะมีเสียงสดใสกังวาน ช่วงเสียงหลากหลายออกแนวค่อนไปทางสูงดุจเสียงครวญของดรุณีแรกรุ่น ในขณะที่กู่ฉินคือพิณเจ็ดสาย เน้นช่วงเสียงต่ำทุ้ม บรรเลงได้ยากกว่าและไม่ค่อยเป็นที่นิยม ดังนั้นผู้ที่เล่นกู่ฉินได้ดีนั้นหายากยิ่ง หากนางแสดงฝีมือไปพระองค์อาจจะทราบได้มานางมีฝีมือเป็นเลิศ

มารดาของนางคือฟางเซียงแห่งหอคณิกาฟางซิน เสียงพิณของมารดาเคยถูกกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในแคว้นเย่ว มารดามีความสามารถเช่นนี้ บุตรเช่นนางจะเล่นพิณขี้ริ้วได้อย่างไร ยิ่งท่านพ่อโปรดปรานเสียงพิณยิ่งนัก มี่อิงจึงถูกท่านแม่เคี่ยวกรำมาตั้งแต่แล็กจนเติบใหญ่ ถึงขั้นกล้าเรียกว่าตนเองเป็นผู้มีฝีมือ

ข้ารับใช้รีบยกตั่งมาวางตรงหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ ขณะที่ซูหนี่ว์ไฉเหรินอุ้มกู่เจิ้งเดินเข้ามาอย่างสง่างาม หลังจากวางกู่เจิ้งลง นางจึงยอบกายถวายบังคมฮ่องเต้ จากนั้นนิ้วเรียวยาวปานแท่นหยกจึงได้เริ่มพร่างพรมลงบนสาย

ซูหนี่ว์ไฉเหรินเลือกบรรเลงเพลงลำนำผีเสื้อ ซึ่งเป็นเพลงที่มีท่วงทำนองอ่อนหวานนุ่มนวล เหมาะแก่การบรรเลงในช่วงวสันตฤดูยิ่งนัก ยามเริ่มต้นของเพลง เสียงพิณจะคลอเคล้าเบาๆอ่อนหวาน ให้ความรู้สึกคล้ายแสงอาทิตย์ที่อบอุ่นยามเช้าทอประกายระยิบระยับลงบนกลีบดอกไม้ แล้วค่อยๆเพิ่มจังหวะขึ้นเป็นสนุกสนาน คล้ายกับผีเสื้อกำลังโบยบินอย่างอิสระ ยั่วเย้าดอกไม้นานาพรรณ จวบจนช่วงท้ายที่เสียงเพลงคลอเคล้าไปด้วยความเหงา คล้ายความเศร้าของผีเสื้อน้อยที่จำใจต้องลาจากยามตะวันตกดิน

เหตุผลแรกแรกที่นางจงใจเลือกบรรเลงเพลงนี้เพราะว่า ตัวเนื้อเพลงค่อนข้างยาว แบ่งออกเป็นสามช่วง ต้องใช้เวลาบรรเลงราวหนึ่งก้านธูป ถูกใจนางยิ่งนัก ยิ่งสามารถยื้อเวลาได้มากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งอยากทำ อีกประการหนึ่งเพราะว่าเพลงนี้จัดอยู่ในความยากปานกลาง จะกล่าวว่าผู้ที่สามารถเล่นเพลงนี้เป็นผู้มีฝีมือย่อมสามารถกล่าวได้ แต่นางก็เลือกเผยฝีมือเพียงแปดส่วน เก็บงำประกายไว้ไม่เผยความโดดเด่นจนเกินไป เพียงแค่นี้ก็คงไม่ทำให้ตนต้องเดือนร้อน ทั้งท่านพ่อยังมิขายหน้า

ผู้ถวายการรับใช้ต่างหมอบคลาน ก้มหน้าซึมซาบเสียงพิณแสนไพเราะของพระสนม ฝีมือการบรรเลงเช่นนี้ นับว่าไม่ขายหน้าตระกูลเว่ย แม้ว่าจะมีพระสนมคนอื่นที่เล่นได้ไพเราะกว่านี้ แต่ก็อาจนับได้ด้วยนิ้วมือเพียงข้างเดียว

หย่งจื้อปรบมือเสียงดังและทรงสวรลอย่างชอบใจยามเสียงสุดท้ายสิ้นสุดลง บ่าวไพร่ต่างคาดเดาได้ว่าด้วยรูปโฉมเช่นนี้ ฝีมือบรรเลงพิณเช่นนี้ ไม่ยากเลยที่ซูหนี่ว์ไฉเหรินจะกลายเป็นที่โปรดปราณ ฮ่องเต้คงจะทรงต้องพระทัยพระสนมเป็นอย่างมาก

ถูกใจนั้นกล่าวได้ถูกต้อง ที่เขาถูกใจเพราะความสามารถของคนตรงหน้า นางสามารถเล่นได้อย่างคล่องแคล่วพริ้วไหว ทั้งลูกเล่นที่แพรวพราวและจังหวะลื่นไหล ทุกอย่างทำออกมาได้พอเหมาะพอควร ช่างกลมกล่อมพอดิบพอดี ไม่อาจกล่าวได้ว่าไม่มีฝีมือ แต่ก็ไม่สามารถทำให้เอ่ยชมได้ว่าเลิศล้ำที่สุด นางวางตัวเองไว้ในจุดที่ดีเยี่ยม

ในเมื่อเจ้าไม่ปรารถนาในตำแหน่งลาภยศ เช่นนั้นเห็นทีว่าเราคงต้องรีบส่งเสริม

 


“นี่ก็ดึกมากแล้ว ร่างกายของเจ้ายังไม่ค่อยหายดี เช่นนั้นก็รีบพักผ่อนเถอะ” พูดจบเขาก็โอบประคองนางเข้าสู่ห้องชั้นในทันที

กว่าจะผ่านแต่ละเรื่องมาได้ นางต้องเค้นสมองเสียยิ่งกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา การรับมือกับทรราชผู้นี้ กินแรงกายเปลืองสมองคิดเหลือเกิน หากต้องพบปะเขาทุกเมื่อเชื่อวัน นางคงจะอายุสั้นลงอีกหลายปี

มี่อิงระบายลมหายใจพลางเตรียมพร้อมรับมือกับเขาอีกครา

 “พวกเจ้าออกไปได้แล้ว วันนี้พระสนมจะปรนนิบัติเราเอง”

เพราะเอาแต่เหม่อลอย ยามได้ยินเขาเอ่ยถึงกับชะงักค้างไป

เดี๋ยวๆ...ข้าบอกตอนไหนว่าจะปรนนิบัติท่าน นางได้แต่จ้องหน้าอ้าปากค้างมองเขา

หย่งจื้อเห็นนางเงยหน้ามองเขาอย่างโง่งมก็รู้สึกมันเขี้ยว เอี้ยวตัวเข้าไปหอมแก้มนวลทีหนึ่ง

เพียงทีเดียวก็เรียกสีชมพูกระจายเต็มแก้ม ใบหน้างามแดงเถือกไปจนถึงลำคอ เสียงพระสรวลดังก้องห้องนอน จนบ่าวไพร่ด้านนอกได้แต่ก้มหน้าขวยเขิน

ปฏิกิริยาโต้ตอบของนางนั้นกระทันหันจนเจ้าตัวไม่ทันระงับ สันมือบางฟาดออกไปทันทีที่อีกฝ่ายผละจาก โชคดีที่ฮ่องเต้เองก็มีวรยุทธ์ล้ำเลิศ พระองค์จึงทรงรวบมือบางไว้ได้ก่อนจะทันปัดโดนพระหนุ1 เห็นดังนั้นมี่อิงก็รีบคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้น

พระองค์จะทรงรู้หรือไม่นะว่านางเป็นวรยุทธ์ มี่อิงได้แต่ร่ำร้องในใจ

“ขอฝ่าบาททรงลงพระอาญาด้วยเพคะ หม่อมฉัน...หม่อมฉันเพียงแค่...เขินอาย” นางว่าพลางทำเสียงคล้ายสะอื้น ไหวไหล่น้อยๆตามคำแนะนำของเขา

ชายหนุ่มเพียงหลี่ตามอง มุมปากยกยิ้ม จากนั้นจึงรวบตัวคนตรงหน้าขึ้นมา

“เราจะว่าสนมรักได้เช่นไร มาช่วยเราเปลี่ยนเสื้อเถอะ”

เมื่อไม่เห็นวี่แววสงสัยในพระเนตรพระองค์ มี่อิงจึงค่อยคลายใจที่แขวนอยู่ ก้าวเข้าไปเปลี่ยนฉลองพระองค์ มือบางค่อยถอดชุดคลุมปักลายมังกรห้าเล็บสีดำเข้ม ผลัดเปลี่ยนเสื้อตัวใน เมื่อฉลองพระองค์หลุดจากแผ่นหลัง หญิงสาวก็ถึงกับสูดลมหายใจลึก

แผลเป็นน่าเกลียดขนาดใหญ่ที่พาดผ่านแผ่นหลัง แม้จะดูน่ากลัวแต่ทว่ากลับยิ่งขับเน้นความน่าเกรงขาม นางรู้สึกเหมือนถูกรอยแผลนั้นดึงดูด เผลอยกมือขึ้นลูบอย่างแผ่วเบา ความคิดของมี่อิงล่องลอยออกไปแสนไกล

ไม่รู้ว่าพี่ชายท่านนั้น ป่านนี้จะเป็นเช่นไรบ้าง นางที่ท่านพ่อมักชมเชยว่าเป็นอัจฉริยะในทุกด้าน ไม่มีสิ่งใดที่ทำได้ไม่ดี แต่กลับไม่สามารถทำงานเย็บปักถักร้อยได้ ฝีเข็มของนางมักจะบิดๆเบี้ยวๆ ยามถือถุงหอมที่ปักด้วยตัวเองไปอวด ท่านพ่อถึงกับนั่งมองอยู่ครึ่งวัน เฟ้นหาถ้วยคำอยู่อีกครึ่งวัน สุดท้ายเอ่ยได้เพียงคำว่า ไม่เลวๆ อย่างน่าน้อยใจยิ่งนัก

ถึงฝีมือจะขี้ริ้วเช่นไร แต่คงจะไม่เลวร้ายเท่านี้ นางมั่นใจว่าฝีมือการเย็บแผลให้พี่ชายท่านนั้น คงจะสวยงามกว่ารอยบนพระขนองหลายส่วน เห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าสงสาร

ฝ่าบาท ท่านเป็นถึงโอรสสวรรค์ เหตุใดหมอหลวงจึงได้เย็บแผลให้ท่านน่าเกลียดเช่นนี้  ฝีเข็มอัปลักษณ์ยิ่ง เทียบกับข้าที่ว่าอ่อนด้อยแล้วยังทาบไม่ติด ถือว่าเป็นรองอยู่หลายส่วน ยามเห็นเช่นนี้นางค่อยรู้สึกดีขึ้นมาอีกหน่อย ใช่ว่าฝีมือของนางจะเลวร้ายจนถึงที่สุดดังอาจารย์อาเคยกล่าวหาไม่ ดูสิ...ยามนี้ มีผู้ที่สามารถทำเรื่องนี้ได้เลวร้ายยิ่งกว่านางเสียอีก

“น่ากลัวหรือ” เสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อเห็นนางเงียบไปนาน ขณะที่มือบางลูบแผลเป็นตรงหลังเขาอย่างแผ่วเบา ความจริงแล้วสนมชายาไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้องพระวรกายฮ่องเต้ แม้จะอนุญาตให้ในบางครั้ง แต่สำหรับแผลเป็นนี้ เขาไม่เคยยอมให้ผู้ใดได้แตะต้องนอกจากหมอหลวง นางเป็นคนแรกที่เขายกเว้น สัมผัสแผ่วเบานั้นคล้ายกำลังปลอบประโลมจิตใจ

“หามิได้เพคะ ท่านพ่อเองก็มีแผลเป็นมากมาย ทุกแผลนั้นแสดงถึงความเสียสละและจงรักภักดีที่มีต่อบ้านเมือง บาดแผลนี้พระองค์คงจะได้รับตอนออกศึกกระมัง” นางกล่าวอย่างเลื่อนลอยขณะค่อยๆจัดแต่งฉลองพระองค์ เมื่อทรงประทับลงบนเตียงเล็กๆของนาง มี่อิงจึงหันไปหยิบผ้าชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดพระพักตร์ เสร็จแล้วจึงขอประทานอนุญาตแกะมวยพระเกศา แล้วค่อยยอบกายลงถอดฉลองพระบาทให้เขา

หย่งจื้อถึงกับตกตะลึงไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นท่าทางที่นางปรนนิบัติให้ ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นทว่าคล่องแคล่ว เขาเพียงคิดจะใช้งานนางก็เท่านั้น มิได้มุ่งหวังว่าสตรีตรงหน้าจะสามารถปรนนิบัติได้ถูกใจเขาเช่นนี้ นางเข้าวังมานั่งกินนอนกินเบี้ยหวัดของเขาไปเปล่าๆปลี้ๆถึงหนึ่งปีเต็ม หากเขายังปล่อยให้นางว่างงานต่อไปอีก เกรงว่านางจะเกียจคร้านจนไม่อยากขยับตัวไปไหนเป็นแน่ และหากมีผู้ใดล่วงรู้ จำนวนสนมในวังหลังที่มากอยู่แล้วนี้ จะไม่ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นอีกหรือ แค่นั่งว่างๆก็มีเบี้ยหวัดให้ใช้ งานสบายยิ่งกว่านี้คงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

 โดยส่วนใหญ่แล้วงานเช่นนี้เขามักจะให้ขันทีเป็นผู้ถวายงาน เนื่องจากสนมชายาหลายคนทำได้ไม่คล่องแคล่ว อาจจะเป็นเพราะพวกนางคือคุณหนูตระกูลใหญ่ที่มีแต่บ่าวไพร่คอยปรนนิบัติ ไหนเลยจะทำได้เป็นธรรมชาติน่ามองเช่นคนตรงหน้า

“สนมรักช่างปรนนิบัติเราได้ดียิ่ง” เป็นครั้งแรกที่เขาเอ่ยชมนางด้วยใจจริง จังหวะประจวบเหมาะกับที่มี่อิงเงยหน้าสบกับพระเนตรคมกริบ นางจึงได้รู้ว่าเขาเอ่ยกับนางอย่างจริงใจครั้งแรกเช่นกัน

ใบหน้างามระบายยิ้มน้อยๆ “ปกติหม่อมฉันมักปรนนิบัติท่านพ่อท่านแม่อยู่เสมอเพคะ” เมื่อกล่าวถึงบุคคลอันเป็นที่รัก ใบหน้างามจึงอ่อนโยนน่าทะนุถนอม

หย่งจื้อรู้สึกเอ็นดูนักจึงรวบร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด มือหนายกขึ้นดึงปิ่นปักผมออก เส้นไหมสีดำสนิททิ้งตัวลงคลอเคลียกับมือเขา นุ่มลื่นจนชายหนุ่มอดใจไม่ไหว ต้องจับมันม้วนเล่นอย่างเพลิดเพลิน

“นี่ก็ดึกแล้ว นอนเถอะ” ตรัสเสร็จพระองค์ก็พานางล้มตัวลงนอน ตระกองกอดนางไว้ในอ้อมอก

มี่อิงสูดลมหายใจลึก กลิ่นอำพันที่คุ้นเคยลอยเข้าจมูก ช่วยปลอบประโลมหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำของนาง หญิงสาวกลั้นหายใจอยู่นานก็ไม่เห็นเขาขยับตัว จึงค่อยๆเปิดเปลือกตาแอบมอง ผ่านไปนานเห็นเขายังหลับตานิ่ง ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอ นางจึงค่อยๆยกแขนที่พาดเอวอยู่ขึ้น กำลังจะกลิ้งตัวออกจากอ้อมกอดเสียงทุ้มก็ดังขึ้นอย่างหยอกล้อ

“ยังไม่ง่วงหรือ...เอ หรือว่าเราจะหากิจกรรมอย่างอื่น...”

“ง่วงแล้วเพคะ หม่อม...หม่อมฉันเผลอหลับไป เอ่อ...นี่ นี่กำลังละเมออยู่เพคะ” นางรีบละล่ำละลักเอ่ยตอบ ร่างสูงจึงได้กดศีรษะเล็กของนางแนบอกพลางหัวเราะในใจ ซูหนี่ว์ไฉเหริน เจ้าช่างแตกต่างจากผู้อื่นจริงๆ

--------------------------------------------------

1 พระหนุ หมายถึง คางหรือขากรรไกร

++++++++++++++++++++++++++

เดี๋ยวๆๆ มี่อิงลูก นั่นมันฝีมือของหนูนะคะลูกขา จะเป็นนางเอกเรื่องนี้ได้ นอกจะหน้ามึน หน้าด้านหน้าทนแล้ว ต้องมั่นหน้าด้วยนะคะ คือบางครั้งนางก็มึนขั้นสุดค่ะ ใครรอลุ้นว่าเค้าจะรู้ไหมว่าเคยเจอกันมาแล้วก็คงได้คำตอบแล้วว่า ต่างฝ่ายต่างก็ยังไม่รู้จ้า คงต้องอีกซักพักกกกกก ใหญ่ๆเลย

ปล.ขอบคุณทุกๆกำลังใจนะคะ แรงใจดีเกิน สามารถขุดไรท์ออกมาจากหลุมได้ นับถือๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 350 ครั้ง

140 ความคิดเห็น

  1. #36980 mali07409 (@mali07409) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:57
    นั่นคือฝีมือของหนุนะ😆
    ละเมอได้อีก😆
    #36980
    0
  2. #36963 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 20:22
    น้อง ยังไม่รู้ตัวอีก นั่นแหละฝีมือของเธอ!!!! 5555555 แล้วนี่อ้างว่าละเมอก็ได้เรอะ 555555
    #36963
    0
  3. #36926 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 21:08
    เย็บตอนมืดๆไง เลยจำไม่ได้ใ่าเป็นฝีมือตัวเอง555555
    #36926
    0
  4. #36918 amy789 (@amy040623) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 21:39
    ฝีมือหมอหลวงก็ขี้เหร่เหมือนกัน 555
    #36918
    0
  5. #36876 bapheyphlc (@bapheyphlc) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 19:49
    นางยังกล้าชมตัวเองอีก555
    #36876
    0
  6. #35475 chuthamani (@chuthamani) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 11:59
    ยังฮากับสกิลการเย็บเเผลของนางไม่หายเลย
    #35475
    0
  7. #33412 YugBamgot7 (@YugBamGot7) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 01:48
    ไรท์ฮามาก อารมณ์ขันสุดๆ เป็นเสน่ห์ของเรื่องเลย ไม่เคยอ่านนิยายจีนแล้วขำแรงขนาดนี้มาก่อนเลย ชอบมากค่ะ 
    #33412
    0
  8. วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 21:54
    จำฝีมือการเย็บตะขาบของตัวเองไม่ได้
    #32080
    0
  9. #32031 loveglee (@nooknookku) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 12:56
    555 นางเอกตลก
    #32031
    0
  10. #31228 NatweeNoo (@noobabaa2) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 23:38
    ตลกความมั่นใจว่าเย็บแผลได้ดีกว่า ทั้งๆที่นั่นคือฝีมือของนางเอง 5555555
    #31228
    0
  11. #30833 🔱ทามาก๊อต🔱 (@sagotzaa4810) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 21:12
    อินี่ทั้งมั่นหน้าและมึนขั้นสุด นี่เป็นประโยคที่เพื่อนเราใช้กับเราบ่อยมาก???????? โอ๊ย....มี่เรามากอดกันเถอะ
    #30833
    0
  12. #30737 Nanthara (@Nanthara) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 20:35
    โอ๊ยละเมอ55555555
    #30737
    0
  13. #29680 Pollarin (@pe-lon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 01:59
    ละเมอ55555555 ละเมอไวไปไหน!! เพิ่งนอนเองมี่มี่ 5555
    #29680
    0
  14. #29645 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 18:58
    ขรรมนาง
    #29645
    0
  15. #27838 YisTheBEST (@fan-yaoi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 17:54
    มั่นหน้ามากหนูมี่ คิดว่าตัวเองเย็บสวยกว่านั้นเรอะ! นั่นฝีมือเธอชัดๆ!
    #27838
    0
  16. #27456 THEBANSHEE (@theevillenin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 23:32
    ความหน้ามึนนี่...
    #27456
    0
  17. #27447 [F.S]Fang_041 (@octobersena2706) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 21:16
    นั่นรอยที่มี่เอ๋อเย็ยเองนะลูก5555
    #27447
    0
  18. #24100 ant-moxdy (@december32) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 02:48
    น่าร้าก
    #24100
    0
  19. #23574 fanajaks (@fanajaks) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 14:19
    มี่อิงน่ารักจริงๆ
    #23574
    0
  20. #21786 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 18:14
    นี่ละเมอ 555
    #21786
    0
  21. #19227 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 18:54
    ตอนเงยหน้ามาสบตาหลังถอดรองเท้าให้นี่บรรยายภาพได้ชัดเจนดีจังค่ะ อ่านไปนี่ภาพสีหน้า สายตา แถมเสียงทั้งฮ่องเต้ทั้งพระสนมผุดขึ้นมาแว่บๆๆเลย
    #19227
    0
  22. วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 12:05
    คนละเมอสามารถบอกคนอื่นได้ด้วยว่าละเมอ 555 สุดยอดดด
    #18449
    0
  23. #18341 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 16:37
    แกละเมอยังไงของแก 5555
    #18341
    0
  24. #17203 newkrislay (@newkl1208) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 02:14
    มโนเก่งมากลูกกก มีการนินทาหมอหลวง นั้นฝีมือหนูไง555
    #17203
    0
  25. #16572 Knightworrier (@Knightworrier) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 21:02
    นางก็ยังไม่รู้ตัวต่อปายยยย
    #16572
    0