จอมนางเคียงหทัย ดวงใจจักรพรรดิ [จบ] ลบ 23 สค.

  • 98% Rating

  • 6 Vote(s)

  • 4,143,597 Views

  • 36,984 Comments

  • 37,485 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,133

    Overall
    4,143,597

ตอนที่ 18 : เชิญพวกท่านแสดงกันให้เต็มที่...ข้าขอเพียงนั่งชม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 300 ครั้ง
    12 มี.ค. 60



เห็นร่างเล็กที่เดินตัวลีบคอตกแยกไปทางด้านหลังแล้ว เหล่าสนมที่ร่วมอยู่ในวงสนทนาก็พากันหัวเราะไล่หลัง แต่ละคนต่างส่งสายตาให้กันอย่างสื่อความหมาย ใช่ว่าพวกนางจะมีจิตรักใคร่ปรองดองสามัคคีกันเสียเมื่อไหร่ แต่สตรีที่บังอาจยึดครองฮ่องเต้ไว้คนเดียว ทั้งๆที่ไม่มีสิ่งใดโดดเด่นนอกจากหน้าตางดงามเท่านั้น ย่อมต้องตกเป็นเป้าให้ผู้อื่นรุมทำร้าย

“ดูท่าวันนี้นายหญิงคงต้องเลือกสักหนึ่งการแสดงนะเจ้าคะ มิเช่นนั้นพวกนางคงไม่เลิกลา”

“ฮึ...จะให้ข้าร่ายรำดีดพิณหรือวาดภาพให้พวกนางได้ยลน่ะเหรอ พวกนางมีค่าอันใดให้ข้าต้องเปลืองแรง” หญิงสาวยกมือหนึ่งขึ้นบังขณะค่อยๆละเลียดชิมชา “อืม...ชาดี ฮ่องเฮาทรงพระทัยกว้างเสียจริง”

“หากฮ่องเต้ไม่เสด็จก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอกเจ้าค่ะ” เชียนสุยเอ่ยสำทับพร้อมรินชาให้เจ้านาย

“เฮ้อ...นั่นสิ ช่างเป็นบุรุษที่ยุ่งยากเสียจริง”

“นายหญิงเจ้าคะ” คนสนิทเอ่ยปรามเสียงเข้ม คนโดนดุเพียงยิ้มเจื่อนๆแล้วจึงเบือนหน้าออกไปมองรอบๆ

“เอ๊ะ...นั่น” ร่างบางระหงส์ในชุดสีน้ำเงินเข้มกำลังเดินเข้ามาทางนาง ท่าทางอ่อนหวานชดช้อย ใบหน้างามละเมียดที่ทำให้คนมองถึงกับลอบนึกชมในใจ

“มู่หรงกุ้ยเหรินเจ้าค่ะ นางเป็นสนมอีกคนที่ฮ่องเต้ทรงให้ความโปรนปรานมาเนิ่นนาน เข้าวังมาก่อนนายหญิงหนึ่งปีเจ้าค่ะ”

“อ้อ...คนตระกูลมู่หรงหรือ” ตระกูลมู่หรงนั้นเปรียบเสมือนตระกูลนักปราชญ์ ลูกหลานส่วนใหญ่มักรับราชการตำแหน่งบัณฑิตในกรมการศึกษาหลวง หากเปรียบเทียบกับตระกูลเว่ยแล้ว ตระกูลมู่หรงย่อมเปรียบเสมือนหมากขาวนศึกเช่นท่านพ่อนั้นคงหนีไม่พ้นหมากดำที่ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเยี่ยงไรก็คงมิใคร่สบายตา แตกต่างกันอย่าชัดเจน

“เจ้าค่ะ เป็นบุตรของภรรยาเอก เริ่มต้นด้วยตำแหน่งไฉเหรินเหมือนนายหญิงเจ้าค่ะ”

“อืม คงจะเป็นที่โปรดปรานจริงๆ ไต่เต้าตำแหน่งมาได้ค่อนข้างไวทีเดียว” นางยกชาขึ้นจิบอีกครั้งพลางครุ่นคิด

“คงไม่เร็วเท่านายหญิงหรอกเจ้าค่ะ” บ่าวแอบกระเซ้าเมื่อเห็นผู้เป็นนายจ่อมจมในความคิด

มี่อิงส่งค้อนให้นางกำนัลคนสนิท “อย่ามากระเซ้าข้าเลย เจ้าก็รู้ว่าคนผู้นั้นกำลังต้องการจะใช้ข้า เฮ้อ...มิรู้ว่าต้องกลายเป็นหอกหรือโล่ให้ผู้ใดอีกบ้าง”

“อย่าคิดมากเลยเจ้าค่ะ ชมบุปผาให้จำเริญใจจะดีกว่า”

“นั่นสินะ ตอนนี้ข้ายังมีประโยชน์ เขาคงยังไม่กำจัดทิ้ง” เพียงไม่นาน ร่างในชุดสีน้ำเงินเข้มก็เดินตรงมานั่งเคียงข้างนาง สตรีนางนั้นแย้มยิ้มให้นางอย่างยื่นไมตรี

มี่อิงยิ้มรับบางๆขณะหัวคิ้วมุ่น เหตุใดสตรีที่ดูใสซื่อไร้เดียงสาเช่นนี้ถึงได้อยู่รอดปากเหยี่ยวปากกามาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งๆที่เป็นคนโปรดแท้ๆ แต่ก็นั่นแหละนะ...สตรีในวัง มีผู้ใดบ้างไม่ใส่หน้ากาก

“คำนับซูหนี่ว์กุ้ยเหริน” อีกฝ่ายเป็นผู้เอ่ยทักก่อน แม้จะอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน แต่เพราะซูหนี่ว์กุ้ยเหรินมีนามพระราชทานย่อมเหนือกว่านางอยู่หนึ่งขั้น

“อย่ามากพิธีเลยเจ้าค่ะ คนกันเองทั้งนั้น” หญิงสาวยิ้มรับอย่างจริงใจ ยากนักที่จะมีสนมคนใดที่สามารถยิ้มไปถึงดวงตาดังเช่นสตรีนางนี้ ดูบอบบาง บริสุทธิ์ และน่าทะนุถนอมยิ่งนัก ยิ่งมองดูนางก็เหมือนเงาสะท้อนตัวเอง สตรีผู้นี้คล้ายคลึงนางยิ่งนัก แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยตรงที่ว่ามี่อิงงดงามและเย้ายวนตากว่า

หรือว่า...ฝ่าบาทกำลังจะใช้ข้า

“ฮุ่ยหวงกุ้ยเฟยเสด็จ เสวี่ยไป๋กุ้ยเฟยเสด็จ” ความคิดของหญิงสาวหยุดลงเมื่อเฟยทั้งสองเสด็จถึงงาน พลันจ๊อกแจ๊กจอแจต่างๆค่อยๆเงียบลง ผ่านไปไม่นานเสียนเฟยและฮองเฮาก็มาถึง

ฮองเฮาในชุดสีแดงฉานปักลายดอกโบตันปักปิ่นหงส์ก้าวเข้ามาในงาน ทั่วทั้งร่างส่งกลิ่นอายสูงศักดิ์และสง่างาม ยามที่พระนางเยื้องย่าง เหล่าสนมต่างพากันคุกเข่าถวายบังคม ผู้เป็นใหญ่เหนือวังหลังแย้มยิ้มก่อนจะปรายตามาทางซูหนี่ว์กุ้ยเหริน แววตาที่คล้ายจะเสียดแทงเข้าไปถึงจิตใจคนถูกมอง มี่อิงเสก้มศีรษะลงต่ำคล้ายหวาดกลัว เมื่อนั้นพระนางจึงค่อยยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

“เม่ยเม่ยทั้งหลายไม่ต้องมากพิธี วันนี้ที่เราจัดงานรื่นเริงก็เพื่อจะให้พวกเจ้าผ่อนคลาย”

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณเพคะ” เสียนเฟยรีบยอบกายคาราวะ  ฮ่องเฮาเพียงยกยิ้มอย่างผู้ที่อยู่เหนือกว่า

“พวกเจ้าก็ตามสบายเถอะ” เพียงโบกพระหัตถ์ นางสนมทั้งหลายจึงกลับเข้าไปนั่งประจำที่อย่างเรียบร้อย จากนั้นพระองค์จึงทรงตรัสขึ้น

“งานชมดอกไม้ครานี้ เราตั้งใจจะเลี้ยงขอบคุณพวกเจ้าที่ช่วยเหลืองานเรามาโดยตลอด ทั้งยังปรนนิบัติรับใช้ฝ่าบาทมิได้ขาดตกบกพร่อง สร้างความเกษมสำราญแก่พระองค์ถือเป็นหน้าที่หลัก พวกเราพี่น้องล้วนรักใคร่ปรองดอง มิควรทำเรื่องยุ่งยากให้ฝ่าบาททรงต้องกังวลพระทัย” เอ่ยให้โอวาทเสร็จ พวกนางต่างรับคำพร้อมอวยพรฮองเฮา

อยากให้ฝ่ายในรักใคร่ปรองดองกัน เช่นนั้นควรเริ่มที่ตัวท่านก่อนดีหรือไม่ มี่อิงแอบนึกค่อนขอดในใจ

“เมื่อเราตั้งใจจะจัดงานนี้เป็นรางวัลแก่พวกเจ้า เราจึงให้มีการจัดดอกไม้หลายพันธุ์เพื่อให้พวกเจ้าได้เพลิดเพลิน ลู่กงกง ให้ยกดอกโบตั๋นเข้ามา” ดอกไม้ชนิดนี้ถือเป็นดอกไม้สูงค่าแทนตัวฮองเฮา ออกดอกในฤดูนี้  ฮองเฮาทรงให้บ่าวไพร่ยกแต่ละพุ้มออกมาล้วนหลากหลายสีสันและสายพันธุ์ ดอกโบตั๋นสีสันสดใส กลีบแฉกลึก ซ้อนทับกันแผ่ออก แต่ละดอกมีขนาดใหญ่ และส่งกลิ่นหอมฟุ้ง

หากจะอ้างตามคำกล่าวที่ว่า โบตั๋นเพียงไม่กี่ดอกยังมีมูลค่ามากกว่าเงินภาษีของชนชั้นกลางสิบคนเสียอีก นั้นยังไม่นับว่าถูกต้อง เพราะดอกโบตั๋นในวันนี้ แลดูจะสูงค่าจนประเมินราคามิได้

นอกจากดอกโบตั๋น ราชาแห่งวสันต์แล้ว ฮองเฮายังทรงจัดให้มีการแสดงของดอกไม้ประจำอีกสามฤดู

เหมยฮวาปัญญาชนแห่งเหมันต์

เหลียนฮวาผู้บริสุทธิ์และสูงศักดิ์แห่งคิมหันต์

“จวี๋ฮวา1ปัญญาชนผู้เร้นกายแห่งสารท2

ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นถึงพระราชอำนาจที่ทรงทำให้พวกมันออกดอกนอกฤดูกาลได้

มี่อิงเพียงยกยิ้มมุมปาก พลางคิดในใจ ปากบอกจะเลี้ยงฉลอง แต่ความจริงก็เพียงแค่ต้องการจะแสดงให้เห็นถึงอำนาจบารมีของพระองค์ สนมทั้งหลายย่อมเปรียบเหมือนหมู่มวลดอกไม้ในอุทยานหลวง แม้จะงดงามเพียงไร สุดท้ายก็มีวันต้องร่วงโรย ภายใต้พระราชอำนาจของฮองเฮา ทรงสามารถบังคับกะเกณฑ์ได้ทุกสิ่ง ดอกไม้นอกฤดูยังบีบบังคับให้ออกดอกได้ แล้วนับประสาอะไรกับดอกไม้ในอุทยานหลวงของพระองค์ หากต้องการขุดรากถอนโคนต้นใดทิ้ง มีหรือจะทรงทำไม่ได้

หลังจากฟังคำเยินยอของสนมทั้งหลาย ทั้งกล่าวชมความงามของดอกไม้ กล่าวสรรเสริญพระเมตตาของพระองค์แล้ว ฮองเฮาจึงทรงอนุญาตให้นักแสดงขึ้นแสดง

เสียงพิณเริ่มบรรเลงพร้อมกับนางรำทั้งหลายผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นแสดง มี่อิงมองภาพเบื้องหน้าด้วยนันย์ตาพราวระยับพร้อมกับอมยิ้มมุมปาก ผู้คนกล่าวกันมาวังหลังแห่งนี้คือสถานที่กลืนกินวิญญานผู้คน เห็นจะไม่จริงเสียทีเดียว เพราะในเมื่อยามนี้ นางกำลังเพลิดเพลินกับสิ่งสวยๆงามๆรามกับอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า ทั้งการแสดงก็สนุกสาน เสียงดนตรีที่แว่วหวานไพเราะเสนาะหู ดอกไม้นานาพันธุ์แข่งขันกันออกดอกส่งกลิ่นหอม สาวงามที่นั่งอยู่เบื้องหน้าก็ล้วนแล้วแต่เป็นหนึ่งไม่มีสอง กล่าวถึงชาย่อมกล่าวได้ว่าชาดี กลิ่นหอม ขนมต่างๆล้วนแล้วแต่สวยงามประณีต รสชาติอร่อยถูกลิ้น แม้จะมีบางชิ้นที่หวานเกินไปบ้าง ก็ยังพอกล้อมแกล้มทานกับชารสขม นับว่าเจริญใจยิ่ง

การแสดงผ่านไปสามชุด ฮองเฮาจึงทรงเปรยถึงฝีมือการแสดงของสนมแต่ละคน ผู้ใดที่ถูกกล่าวถึง ล้วนแล้วแต่ยิ้มรับหน้าบาน รีบเสนอตัวออกมาแสดงฝีมือ

 


“ซูหนี่ว์กุ้ยเหริน หนี่กวนผู้ที่สอนเจ้าเอ่ยกับเราว่า ตัวเจ้านั้นชื่นชอบการดื่มชายิ่งนัก เหตุใดไม่ลองแสดงฝีมือการชงชาให้เหล่าพี่น้องของเราได้ลิ้มรสบ้างเล่า” เมื่อเห็นว่ามีสนมหลายคนผลัดเปลี่ยนกันแสดงฝีมือแล้ว ฮองเฮาจึงเอื้อนเอ่ยกับสนมคนโปรดของฮ่องเต้ในขณะนี้

อ่า...กำลังอยู่บนสวรรค์อยู่ดีดี เหตุใดนางจึงถูกถีบลงนรกเร็วนักเล่า

มี่อิงรีบขยับตัวลุกขึ้นทันที “ทูลฮองเฮา เกรงว่าจะขายหน้าต่อพระองค์แล้ว หม่อมฉันเชี่ยวชาญเพียงการกินดื่มเท่านั้นเพคะ เรื่องการชงชานั้นช่างเกินความสามารถ เกรงว่าหนี่กวนคงจะมิกล้าทูลฮองเฮาโดยตรง ทำให้พระองค์ทรงผิดหวัง โปรดประทานอภัยโทษให้หม่อมฉันด้วยเพคะ” นางเพียงก้มหน้าคล้ายหวาดกลัว ทั้งยังตอบออกไปอย่างโง่เขลา เหล่าสนมที่รอชมเรื่องสนุกจึงพากันปิดปากหัวเราะ

“เช่นนั้นระหว่างที่ข้าดีดพิณ ซูหนี่ว์กุ้ยเหรินมิสู้เขียนอักษรสักประโยคเพื่ออวยพรแก่ฮองเฮา ดีหรือไม่” มู่หรงกุ้ยเหรินที่นั่งข้างๆรีบเสนอทางช่วย

ซูหนี่ว์กุ้ยเหรินอยากจะหันไปแย้มยิ้มขอบใจคนข้างๆเหลือเกินที่กรุณา ยุ่ง เรื่องของชาวบ้าน มิรู้ว่าอีกฝ่ายประสงค์ร้ายหรือดีกันแน่ที่เสนอออกมาเช่นนี้

“ข้า...เอ่อ...มู่หรงเจี่ยเจียคงลืมไปแล้วว่าตัวข้ามาจากตระกูลแม่ทัพ มิใช่ตระกูลบัณทิตเช่นเจี่ยเจีย การเขียนอักษรนั้น ข้าเองก็มิใคร่ถนัด เกรงว่าเขียนออกมาแล้วจะอัปลักษณ์ยิ่ง” บัดนี้ศีรษะของนางยิ่งก้มต่ำลงกว่าเดิมอีก ขณะที่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเยาะหยันจากผู้คนรอบๆกายกลับยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ

“มิสู้ซูหนี่ว์กุ้ยเหรินร่ายรำร่วมกับมู่หรงกุ้ยเหรินบรรณเลงพิณสักเพลง เช่นนี้จะดีหรือไม่” เสียนเฟยผู้มีใจเมตตารีบหาทางออกให้นาง

“หม่อนฉันเพียงแต่เคยร่ายรำเพลงมวยร่วมกับท่านพ่อ เกรงว่าจะมิงดงามอ่อนช้อย ทั้งยังอาจจะทำให้เพลงของมู่หรงกุ้ยเหรินหมดความไพเราะ” ครั้นตอบไปแล้ว เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นทั้งศาลา แม้แต่ฮองเฮายังทรงแย้มสรวล แววตาที่เคยทอดมองอย่างปฏิปักษ์คลายลงไปหลายส่วน สตรีที่ไร้ความสามารถเช่นนี้ อีกไม่นานก็ไร้ที่ยืน

มู่หรงกุ้ยเหรินเพียงปรายตามองมี่อิง แล้วค่อยเยื้องย่างออกไปบรรเลงพิณ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส เสียงหวานใสก็ดังก้องกังวาลทั่วทั้งศาลา เสียงพิณอ่อนหวานทว่าท่วงทำนองสนุกสนาน ชั้นเชิงพิณนั้นลึกล้ำและพลิกแพลง ส่งให้ผู้ฟังสนุกสนานคล้อยตาม มี่อิงหลับตาปล่อยจิตใจให้ล่องลอยไปกับเสียงพิณอย่างเพลิดเพลิน มิคล้ายกับคนที่เพิ่งถูกผู้อื่นเยาะเย้ยเหยียดหยัน จวบจนจบเสียงปรบมือดังขึ้น

นับว่าในวังหลังแห่งนี้ยังพอมีผู้มีฝีมือ แต่ถึงขนาดทำให้ฮ่องเต้ทรงโปรดทั้งยังได้รับคำเยินยอด้วยนั้น เห็นทีว่าครานั้นนางจะออมมือน้อยไปสักหน่อย เริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดยามเสด็จมาเยือนเรือนอิงฮวาจึงโปรดให้นางบรรเลงพิณอยู่บ่อยครั้ง ทั้งๆที่นางแสดงฝีมือเพียงเจ็ดแปดส่วน ยังล้ำเลิศเกือบเทียบเท่าผู้ที่มีฝีมืออยู่ในลำดับต้นๆของสนมทั้งหลาย

ครานั้นนางประเมินสตรีฝ่ายในสูงไปจริงๆ พลาดแล้วๆ

“มิทราบว่าซูหนี่ว์กุ้ยเหรินได้เรียนวาดภาพกับคุณหนูรองบ้างหรือไม่” ว่านเจาเยวี่ยนเอ่ยถามคล้ายเอ็นดู แต่แววตากลับเต็มไปด้วยแววเยาะหยัน

“ตอนเด็กๆ เพราะร่างกายของมารดามิใคร่แข็งแรง เจ็บป่วยออดๆแอดๆอยู่ตลอด ตัวข้าที่ต้องคอยดูแลจึงมิได้ร่ำเรียนพร้อมกับพวกเจี่ยเจียเจ้าค่ะ” มี่อิงตอบไปตามความเป็นจริง นางมิได้ร่ำเรียนกับผู้อื่น แต่บิดาได้เชิญอาจารย์มาสอนนางด้วยตัวเองโดยเฉพาะ เนื่องจากเห็นบุตรสาวฉลาดเฉลียวเกินเด็กทั่วไป เกรงว่าหากต้องเรียนพร้อมกับผู้อื่นที่หัวช้าจะเป็นกลายเป็นตัวถ่วงและทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่าย ทั้งหลายปีที่ผ่านมา ตัวนางอาศัยอยู่ในกองทัพเสียส่วนใหญ่ บางปียังไม่ได้กลับจวนเสียด้วยซ้ำ แล้วจะเอาเวลาไหนไปร่ำเรียนพร้อมกับเจี่ยเจียเล่า

“ฮิฮิ ไม่คาดว่าซูหนี่ว์กุ้ยเหรินจะมิเชี่ยวชาญแม้แต่ศาสตร์ง่ายๆสักอย่างเดียว”

“นั่นสินะ ในเหมืองหลวงแห่งนี้คงหาไม่ได้อีกแล้ว”

สนมแต่ละนางต่างพากันหัวเราะเยาะ ขณะที่มี่อิงเพียงก้มหน้า แต่สายตากลับกวาดไปมองรอบๆบริเวณ คอยสังเกตสีหน้าของสนมแต่ละคน แทบจะไม่มีผู้ใดเลยที่จะปิดบังแววตาเย้ยหยันนางแม้แต่ฮองเฮาหรือเสวี่ยไป๋กุ้ยเหริน ก่อนที่หัวคิ้วของนางจะขมวดน้อยๆเมื่อสังเกตว่า ฮุ่ยหวงกุ้ยเฟยยังคงรักษาสีหน้าได้อย่างปกติ แววตามิได้มีอาการเย้ยหยันดังเช่นผู้อื่น

อันหนังหน้าของนางนั้นนับว่าทนทานนัก กับเรื่องแค่นี้มิรู้จะใส่ใจไปไย ปล่อยให้พวกเขาสนุกไปเถิด ตัวนางถือว่าได้ทำบุญ ไม่คิดจะเสียเวลารื่นรมย์ไปกับเรื่องไร้สาระเช่นนี้

 


“ฮ่องเต้เสด็จ” เสียงประกาศจากขันทีส่งผลให้ทั่วทั้งศาลาพากันเงียบสงบ ก่อนจะแทนที่ด้วยเสียงคุกเข่าและคำสรรเสริญ

“ลุกขึ้นได้” เสียงทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับพระวรกายสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประทับประจำตำแหน่ง

“ดูท่าวันนี้ฮฮงเฮาจะจัดงานได้ถูกใจพวกเจ้า เห็นสนมรักของเราทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส ปรองดองกันเช่นนี้ ตัวเราก็สุขใจยิ่ง”

“หาไม่ได้เพคะ เป็นเพราะพระบารมีของพระองค์ต่างหากเพคะ หม่อมฉันเพียงจัดงานเล็กๆน้อยๆเท่านั้น”

“อย่าได้ถ่อมตัวเลยฮองเฮา ดูดอกไม้แต่ละชนิดที่เจ้าจัดมาสิ ทั้งสวยงามและส่งกลิ่นหอม”

“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท เสียดายที่พระองค์เสด็จมาช้า มู่หรงกุ้ยเหรินเพิ่งบรรณเลงเพลงดาราเริงระบำจบไปเพคะ”

“อ้า...น่าเสียดายๆ”

“เช่นนั้นจะให้นางแสดงฝีมืออีกสักรอบดีหรือไม่เพคะ”

“อืม อย่าเลย เดี๋ยวนางจะเหนื่อยเกินไปเสียก่อน เอาไว้เราจะไปฟังที่เรือนเหลียนฮวาคืนนี้ก็แล้วกัน” พระองค์ทรงตรัสง่ายๆ แต่กลับสัมผัสได้ถึงแผ่นหลังของสตรีที่ทรงโอบอยู่เกร็งขึ้น ทรงยกยิ้มมุมปากเย้ยหยันเพียงครู่ขณะที่ลอบมองสีหน้าของสนมแต่ละคนที่ไม่ทันได้ปกปิดร่องรอยแห่งความอิจฉาริษยา ก่อนจะสะดุดกับร่างบางซึ่งนั่งอยู่ห่างไกล ที่ถึงแม้จะไกลถึงเพียงนั้น ทั้งยังแต่งกายเรียบง่ายถึงเพียงนี้ แต่กลับงามล้ำเกินผู้ใด หญิงสาวที่มิได้มีแม้แต่ร่องรอยแห่งความริษยา นางเพียงนั่งชมดอกไม้พร้อมกับละเลียดชิมขนมในจาน จิบชาพอให้ชุ่มคอ สุขกายสบายใจยิ่ง พอได้เห็นดังนั้นแล้วเขากลับรู้สึกหงุดหงิดหัวใจ

“เช่นนั้นมิสู้ให้ผู้ขึ้นแสดงแทนเพคะ”

“อืม ดีๆ”

จากนั้นจึงมีสนมหลายๆคนขึ้นมาแสดงความสามารถ บ้างก็ดีดพิณขณะที่อีกคนร่ายรำ คนที่เหลือถ้าไม่เขียนอักษรก็วาดภาพ ร้องเพลง สร้างความสำราญใจแก่ฮ่องเต้ทำให้ทรงสรวลด้วยความชอบใจและตกรางวันอยู่หลายครั้ง แต่สายพระเนตรของพระองค์กลับชำเลืองมองร่างเล็กที่นั่งอยู่ไกลๆอยู่ตลอด ซึ่งอากัปกิริยาเช่นนี้ก็หนีไม่พ้นสายตาของสนมทั้งหลาย แต่ละคนยิ่งรู้สึกเกลียดชังซูหนี่ว์กุ้ยเหรินอย่างสุดจะทานทน

ยิ่งทรงทอดพระเนตรก็ยิ่งทรงเห็น สตรีผู้นี้ช่างมีความสุขเหนือผู้ใด ดูเหมือนว่าการแสดงต่างๆจะทำให้นางสำราญยิ่ง ดูท่าว่าที่ฮองเฮาจัดงานในวันนี้ ตัวนางจะเป็นผู้ได้กำไรมากที่สุด ถึงขนาดว่าเขามอบรางวัลให้แก่ผู้ใดนางก็มิได้มีท่าทางทุกข์ร้อน หากจะเอ่ยในแง่ดี นางช่างเป็นสตรีที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไร้ซึ่งความอิจฉาริษา แต่เหตุใดเขากลับคิดว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะนางมิได้ใส่ใจในตัวเขาต่างหาก ยิ่งคิดคนที่เป็นหนึ่งในใต้หล้าก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดที่ถูกผู้หญิงตัวเล็กๆเช่นนางเมินเฉย

“ซูหนี่ว์กุ้ยเหริน เราอยากฟังเจ้าดีดพิณสักเพลง” เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นหลังจบการแสดงเกือบทำให้มี่อิงสำลักชาร้อน ไอค่อกแค่กสองสามทีจนเชียนสุยต้องเข้ามาช่วยลูบหลัง

นางลนลานเหลือกตามองไปทางเขาอย่างคาดโทษ พระสวามีน่าตายผู้นี้ นางอุตส่าห์เลือกที่นั่งหลังสุด พยายามทำตัวให้จืดจางเลือนหาย เขากลับยังสามารถขุดนางออกจากหลุม ลากขานางโยนเข้าใส่น้ำโคลน ประเสริฐยิ่ง ประเสริฐยิ่งแล้ว

เมื่อเห็นอาการนั้น พระโอษฐ์กลับทรงยกยิ้มรู้สึกสำราญพระทัยที่ทำให้นางลำบากได้ มี่อิงตวัดสายตามองค้อนเขาแวบหนึ่ง ยิ่งเห็นเขายิ้มคล้ายถูกใจที่แกล้งนางสำเร็จ นางยิ่งรู้สึกหงุดหงิด

ซูหนี่ว์กุ้ยเหรินยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับกาย ในใจกำลังก่นด่าบรรพบุรุษสามชั่วโคตรของเขา ต่อด้วยสวดเจริญพรแช่งชักหักกระดูกเขาไปอีกสามรอบ

แต่ผู้อื่นกลับตีความหมายไปอีกทาง แต่ละคนต่างคิดว่าอีกฝ่ายตกใจกลัวจนลนลานเนื่องจากดีดพิณไม่เป็น ดังนั้นพวกนางจึงลอบแลกเปลี่ยนสายตาเย้ยหยันพลางยิ้มหัวเราะ

“เอ่อ...ฝ่าบาทเพคะ เกรงว่า...” เมื่อเห็นฮองเฮาเอ่ยขึ้น เขาจึงได้เก็บสายตากลับมา

“มีอะไรรึ”

“เอ่อ เมื่อกี้ซูหนี่ว์กุ้ยเหรินเพิ่งกล่าวว่าเพราะร่างกายของมารดามิใคร่แข็งแรง เจ็บป่วยออดๆแอดๆอยู่ตลอด เม่ยเม่ยต้องคอยดูแลมารดา จึงมิได้ร่ำเรียนศาสตร์ศิลป์ต่างๆเพคะ” เมื่อได้ยินคำกล่าวของเฮาฮองแล้ว เขาจึงหรี่ตามองคนที่กำลังถูกเอ่ยถึงอย่างจับผิด

มี่อิงรีบก้มหน้าคล้ายหวาดกลัว ขณะที่แผ่นหลังของนางเย็นเฉียบ ฮ่องเต้โฉดผู้นี้จะสงสัยในตัวนางเพิ่มขึ้นหรือไม่ นึกแล้วก็อยากลากคอเขามาเค้นถามเหลือเกิน อาการหรี่ตามองนี่กำลังจะหาเรื่องอะไรนางอีก

ฮองเฮากล่าวเช่นนี้คล้ายกับหวังดีกับนาง เกรงว่าหากนางออกไปแสดงแล้ว อาจจะทำเรื่องขายหน้า แต่ในความเป็นจริงแล้ว... มี่อิงกำลังนับนิ้วรอ รอประโยคอื่นๆจากสนมทั้งหลาย ฮองเฮาอุตส่าห์เปิดช่องแล้ว มีหรือภรรยาน้อยทั้งหลายไม่ร่วมผสมโรง

ซึ่งพวกนางต่างก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

“จริงเพคะฝ่าบาท ทั้งวาดภาพหรือเขียนอักษร ซูหนี่ว์กุ้ยเหรินล้วนกล่าวว่านางไม่สามารถ”

“หรือจะเรื่องร่ายรำ เป็นเม่ยเม่ยเองที่บอกว่าเคยแต่ร่ายรำหมัดมวยกับบิดา”

“เพราะซูหนี่ว์กุ้ยเหรินกตัญญูต่อมารดา เฝ้าปรนนิบัติรับใช้ทั้งวันจึงไม่มีเวลาร่ำเรียนสิ่งใด แม้แต่การชงชาก็ยังทำไม่ได้”

เมื่อสบช่อง สนมคนอื่นๆต่างพากันช่วยชี้แจง คำแถลงที่มี่อิงฟังอย่างไร ไม่ว่าจะนั่งฟังนอนฟังก็ยังคงรู้สึกว่าเป็นการซ้ำเติมมากกว่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ แต่เอาเถอะ จะได้รู้กันไปว่าใครหวังดีประสงค์ร้ายบ้าง

“อ้อ เป็นเช่นนั้นรึ เพราะเจ้าไม่ค่อยจะมีเวลานี่เอง ฝีมืพิณจึงยังพัฒนาไปไม่ถึงที่สุด เอาไว้เราจะให้ช่างดนตรีหลวงเข้ามาเล่นเสนอแนะเจ้า แต่เช่นไร....วันนี้ ตัวเราก็อยากฟังเจ้าบรรเลงสักเพลง”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ สนมแต่ละคนต่างรู้สึกลิงโลดที่จะได้เห็นความพินาศของผู้อื่น

ลูกกวางน้อยของเขา ดูท่าเจ้าจะขี้เกียจเหลือประมาณ ถึงกับกล้ายอมรับอย่างหน้าไม่อายว่าศาสตร์ศิลป์ทั้งหลายนั้นล้วนไม่สามารถ ไม่รู้ท่านแม่ทัพผู้นั้นเลี้ยงดูบุตรสาวมาเช่นไร ถึงได้หน้าด้านหน้าทนถึงเพียงนี้

ยังไงก็จะลากนางลงน้ำคลองใช่หรือไม่ ฮ่องเต้ตัวบัดซบเอ้ย

 “รับด้วยเกล้าเพคะ” มี่อิงค่อยๆย่างกรายไปด้านหน้า ท่ามกลางสายตาสาแก่ใจของผู้อื่น เมื่อนางนั่งลง นิ้วเรียวสวยก็พริ้วลงบนเส้นสาย

เสียงเพลงหวานเศร้าค่อยๆดังขึ้นมา ท่วงทำนองแช่มช้าโศกเศร้า ถ่ายทอดความรักที่ผิดหวัง ราวกับหญิงสาวผู้หนึ่งที่เฝ้ามองคนรักจากไป น้อยนักที่จะมีคนบรรเลงเพลงเศร้า ส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักจะเลือกแสดงเพลงสนุกสนานรื่นเริงเสียมากกว่า นอกจากจะบรรเลงง่ายแล้ว ยังทำให้ผู้คนคล้อยตามได้ไม่ยาก แต่เพลงที่ฟังแล้วโศกเศร้าอาดูรเช่นนี้ หากไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์เพลงได้แล้ว เช่นไรก็มิสามารถบรรเลงได้ไพเราะ สนมแต่คนที่นั่งฟังถึงกับพากันตกตะลึง มิคาดว่าสตรีที่ถูกตราหน้าว่าไร้ความสารมารถผู้นี้ จะสามารถบรรเลงเพลงนี้ได้ลึกซึ้งถึงแก่น ถึงขนาดกระทบใจผู้ฟังจนรู้สึกทวิลหาตามเนื้อเพลง ได้แต่ถูกนางชักจูงไปตามท่วงทำนอง จวบจนสิ้นเสียงพิณ เสียงปรบมือจากฮุ่ยหวงกุ้ยเฟยจึงดังขึ้นเรียกสติทุกคนให้กลับคืนมา มี่อิงรีบยอบกายคาราวะขณะที่ผู้อื่นยังคงตกตะลึง

หัวคิ้วน้อยๆของนางย่นลงจนเกือบจะชนกัน ไม่รู้ว่าฮุ่ยหวงกุ้ยเฟยจะคิดเช่นไร เนื่องจากตลอดการแสดงที่ผ่านมา พระองค์เพียงนั่งชม แต่ยังมิเคยตบมือให้หรือกล่าวชมผู้ใด

ที่นางเลือกบรรเลงเพลงนี้เพราะว่า ฮ่องเต้นั้นคุ้นเคยกับฝีมือบรรเลงพิณของนางแล้ว หากจะแสร้งทำเป็นเล่นได้ไม่ดี พระองค์คงจะมองออกว่านางจงใจ แต่หากเลือกเพลงสนุกสนานแล้ว ส่วนใหญ่ต้องใส่ลูกเล่นและชั้นเชิงพิณลงไปด้วย เช่นนั้นแล้วย่อมทำให้ผู้อื่นที่มีฝีมือสูงส่งใกล้เคียงกับนาง สามารถจับจุดได้ว่าฝีมือที่แท้จริงแล้วของนางเป็นเช่นไร ดังนั้นการเลือกเพลงเศร้าที่ไม่ต้องการลูกเล่นแพรวพราวเช่นนี้ เพียงแต่สามารถถ่ายทอดอารมณ์เพลงได้อย่างถึงแก่น ย่อมจะสามารถตบตาผู้อื่นได้บ้าง หากคนผู้นั้นมิใช่ผู้มีฝีมือชั้นครู

“ยอดเยี่ยมๆ เหตุใดเม่ยเม่ยจึงได้เก็บงำฝีมือไม่ยอมให้พวกเราได้เห็นชม ดูเอาเถิดเด็กคนนี้ น่าตีนักเชียว ฝีมือของเจ้านั้นหาผู้ใดเปรียบ ขนาดฮุ่ยหวงกุ้ยเฟยยังอดชมมิได้” ฮองเฮารีบเอ่ยแก้ขึ้นมาขณะที่ปรายตาไปมองสตรีที่นั่งอยู่ข้างๆ ฮุ่ยหวงกุ้ยเฟยเพียงยกยิ้มก่อนจะเอ่ย

“เหมันต์จากลานี้ ข้าเห็นจะเพิ่งเคยฟังผู้ที่เล่นได้เศร้าโศกถึงเพียงนี้ นับว่าเล่นได้ไพเราะจับใจ” ทรงเอ่ยชมนางแล้วจึงหันไปเอ่ยกับนางกำนัลคนสนิท “ฉิงเจียไปนำผ้าไหมปักลวดลายดอกเหมยสีม่วงมามอบให้ซูหนี่ว์กุ้ยเหริน”

“ขอบพระทัยเพคะพระสนม” มี่อิงรีบคุกเข่าลงทันที

“ฮุ่ยเอ๋อร์ เจ้านี่นะมักชิงตัดหน้าเราเสมอ หม่ากงกง เจ้าไปนำผ้าไหมบรรณาการที่แคว้นต้าเซี่ยเพิ่งส่งมา มอบให้กับซูหนี่ว์กุ้ยเหริน”

“ทั้งฝ่าบาทและหวงกุ้ยเฟยช่างไม่ไว้หน้าหม่อมฉันผู้เป็นผู้จัดงาน” ฮองเฮาทรงเอ่ยเย้าบุคคลทั้งสองก่อนจะหันไปสั่งการให้นำของกำนัลมาพระราชทาน

ยามนี้มี่อิงค่อยสามารถเยื้องยิ้มออกมาจากใจจริงได้ ดีดพิณเพลงเดียวกลับได้รับของมี่ค่ามากมายเช่นนี้ นับว่านางไม่ลงแรงเสียเปล่าแล้ว หากรู้เช่นนี้ ให้นางแสดงอีกสักสองสามเพลงยังไม่นับว่าเปลืองแรงเท่าไหร่

ได้เห็นผู้เป็นใหญ่ทั้งหลายผลัดกันพระราชทาานของรางวัลให้ซูหนี่ว์กุ้ยเหรินแล้ว แต่ละคนล้วนแต่ไม่สามารถปิดบังความริษยา ยิ่งได้เห็นฝีมือของนางแล้ว แต่ละคนล้วนลอบหวาดหวั่น เดิมทีนึกว่าสนมไร้การศึกษาผู้นี้จะจัดการได้โดยง่าย ไม่คาดคิดว่าฝีมือพิณของนางเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีผู้ใดเทียม เป็นรองก็เพียงแต่ฮุ่ยหวงกุ้ยเฟยเท่านั้น เช่นนี้แล้ว ฝ่าบาทจะมิยิ่งหลงใหลนางหรอกหรือ แล้วดูท่าฮุ่ยหวงกุ้ยเฟยก็ยังจะถือหางนางอีก เช่นนี้ซูหนี่ว์กุ้ยเหรินมิเท่ากับเสือติดปีกหรอกหรือ

คงต้องเร่งหาทางกำจัดนางเสียแล้ว แต่ละคนต่างลอบแลกเปลี่ยนสายตาซึ่งกันและกัน

-----------------------------------------------------

1 จวี๋ฮวา หมายถึง ดอกเบญจมาศ

2 สารท หมายถึง ฤดูใบไม้ร่วง

+++++++++++++++++++++++++++

คือมี่อิงลูก โชคดีนะที่หนูเกิดมาเป็นนางเอก ขืนเป็นนางร้ายแล้วมีหวังโดนทั้งเปลือกทุกเรียน ทั้งเข่ง เล่นแอ๊บแบ๊วเรียกพี่ สตอรวเบอรี่เรียกแม่ซะขนาดเน้

บทนี้พ่อพระเอกต้องโดนรีดเดอร์ค้อนอีกแน่ โทษฐานลากนางเอกออกจากหลุมอีกแล้ว หลบเปลือกทุเรียนเองเด้อ หย่งจื้อ

ผู้ใดรอการไฝว้ของนางเอกกับเหล่าสนมอาจจะผิดหวัง มี่อิงเค้าสายไสยๆ เอ้ย..ใสๆ ไฝว้ใครไม่เป็นจริงๆ ขอเก็บแรงไว้รบกับตัวพ่ออย่างเดียว

ไรท์ของชี้แจงเรื่องอัพนิยายนะคะ เนื่องจากไรท์เริ่มเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่มกราคมแล้ว ค่อยๆเขียนไปเรื่อย ทั้งยังเป็นนิยายจีนเรื่องแรก ทำให้สำนวนยังไม่คงที่ กว่าจะจับจุดได้ก็ผ่านมาหลายตอนแล้ว ดังนั้นก่อนจะอัพไรท์ต้องอ่านทวนแล้วทวนอีกเพื่อปรับสำนวนและตัวบท อย่างบทนี้ไรท์แก้เกินห้ารอบก่อนลงจริงๆ เพราะรู้สึกว่ามันยังม่ายช่ายยย กว่าจะลงแต่ละตอนได้เลยกินเวลานานมาก เป็นชั่วโมงอ่ะค่ะ ไม่รู้คนอื่นเค้าเป็นกันมั้ย แต่เพื่อความสนุกและไม่เจอคำผิด ก็คงจะช้าหน่อยเนอะ

และเพื่อเหลือเวลาเขียนบทต่อไปสำหรับเป็นสต็อก เลยอาจจะอัพได้แค่วันละตอนจริงๆ เค้าขอโทษน้า เรามาเรื่อยๆแบบเรียงๆดีกว่าเนอะ

ปล. ยังอ่านเม้นท์เหมือนเดิม และรักคนอ่านมากกว่าเดิมนะคะ ฮิ้วววว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 300 ครั้ง

134 ความคิดเห็น

  1. #36984 mali07409 (@mali07409) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:14
    เเช่งสักสามรอบ😆😆😆
    #36984
    0
  2. #36969 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 09:13
    ฮ่องเต้นี่นับเป็นคู่อริโดยแท้ 555555555
    #36969
    0
  3. #36936 Premdee (@sawpunsoob) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 00:11
    ชิบแล้ว น้องมี่ 5555
    #36936
    0
  4. #36928 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 22:56
    สำหรับเราตอนนี้ ฮุ่ยหวงกุ้ยเฟยน่ากลัวสุดในบรรดาเมียฝ่าบาท ยังไม่รู้มาดีหรือร้าย เดาอะไรไม่ได้เลย คนแบบนี้ควรระวังที่สุด
    #36928
    0
  5. #27619 pOp_qO (@pOp_qO) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 06:58
    สนุกมาก สนุกมาย เจ้าคร่า
    #27619
    0
  6. #27455 [F.S]Fang_041 (@octobersena2706) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 23:19
    หรือสนมสองคนนั้นจะเป็นคนดี
    #27455
    0
  7. #23699 fanajaks (@fanajaks) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 15:36
    ฮ่องเต้ทำแบบนี้เพื่ออะไรนะ....
    #23699
    0
  8. #22037 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 00:48
    ฮุ่ยเฟยนางดีใช่ไหม
    ฮ่องเต้ นี่ขี้แกล้งมากอะ
    น่าเป็นห่วงมี่อิงแล้ว
    #22037
    1
    • #22037-1 TistTist (@nu_dew) (จากตอนที่ 18)
      9 มิถุนายน 2560 / 10:21
      Drdjcn
      #22037-1
  9. #21598 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 21:34
    ฮุ่ยหวงกุ้ยเฟยดีรึเปล่า
    #21598
    0
  10. #19235 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 20:17
    หนูมี่จะมีพันธมิตรที่แท้ในวังหลังบ้างมั้ยเนี่ย โอ่ย นางในล้วนน่ากลัว
    #19235
    0
  11. #18775 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 12:49
    จะปล่อยให้กวางน้อยอยู่สงบๆหน่อยก็ไม่ได้
    #18775
    0
  12. #16312 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 15:51
    ระแวง ฮุ่ยหวงกุ้ยเฟย จริงๆนะเออ
    #16312
    0
  13. #16231 แม่เอง (@natty8245) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 00:04
    อิฮ่องเต้นี่เอาใหญ่ละนะ
    #16231
    0
  14. #9266 BB oi (@miyabijungds2mm) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 14:11
    ท่านฮ้องเต้ช่างใจร้าย
    #9266
    0
  15. #9108 Chandra and Clover (@0867513471) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 20:16
    เฮ้อออ ฮ่องเต้ช่างให้มี่เอ๋อชักศึกเข้าบ้านจริงๆ
    #9108
    0
  16. #7518 ⓒЯAẕY DO_G (@sayerena_68) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 00:04
    กำไร กำไร ท่องไว้ลูก 5555555555555
    #7518
    0
  17. วันที่ 8 เมษายน 2560 / 05:49
    ไรท์คะ วันละตอนก็ถือว่ามากแล้วค่ะ วันละครึ่งตอนยังดีใจเลย></ สู้ๆนะคะ ไฟว์ติ้ง
    #6512
    0
  18. #6472 aviana (@aviana) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 18:03
    หมากขาวนศึก 
    อย่าชัดเจน ==> อย่าง
    เมื่อเฟยทั้งสอง ==> กุ้ยเฟย
    พลันจ๊อกแจ๊กจอแจ ==> เสียงจ้อแจ้ก
    โบตัน ==> โบตั๋น
    ฮ่องเฮา ==> ฮองเฮา
    ผู้คนกล่าวกันมา (ว่า) วังหลัง
    รามกับ ==> ราว
    ทั้งหลายปี ==> ตั้ง  ?
    เสวี่ยไป๋กุ้ยเหริน ==> เฟย  ไหมคะ
    ฮฮงเฮา ==> ฮองเฮา
    ให้ผู้ ( อื่น) ขึ้นแสดง
    รางวัน ==> รางวัล
    เฮาฮอง ==> ฮองเฮา
    ฝีมื ==> ฝีมือ
    สนมแต่ (ละ) คนที่นั่งฟัง
    มี่ค่า ==> มีค่า
    พระราชทาาน ==> ทาน
    #6472
    0
  19. #6458 Mnvw (@Mnvw) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 14:20
    ขอบคุณค่ะ
    #6458
    0
  20. #6179 มูตี้ (@mutiie13) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 22:01
    ^______^
    #6179
    0
  21. #5801 ซ้ำ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 09:33
    ทั้งเรื่องพระเอกใช้ผุู้หญิงในวังเป็นเครื่องมือ เรื่องไม่ใช้กำยาน กลิ่นหอมในตำหนัก บุคลิกงก อยากอยู่สบาย ๆ ไม่อยากเด่น ทำหน้าที่รับเบี้ยหวัดของนางเอก กลเม็ดมัดใจชาย การเมืองวังหลัง บุคลิกของนางสนมนางร้ายแต่ละคนกับฮองเฮา ฯลฯ

    มีแต่ฉากกับกลิ่นอาย และแคแรกเตอร์คุ้น ๆ กับว่าด้วยอาชีพนางสนมเต็มไปหมด

    ไม่มีเนื้อหาอะไรแปลกใหม่ ตัวละครนางเอกก็ย้อนแย้งกันเองทั้งคำพูด การกระทำ ประวัติความเป็นมา กลับไปกลับมา ขัดกันเองตลอด พระเอกก็ไม่น่าดึงดูด เห็นทีจะพอแค่นี้ล่ะ
    #5801
    2
    • #5801-1 star_Night (@0856384169zx) (จากตอนที่ 18)
      4 เมษายน 2560 / 10:00
      เอ๊ แต่มันก็สนุกนะคะ เรื่องของเขา เขาแต่งมาเพื่อให้คนที่ชอบอ่าน ถ้าไม่ชอบ ก็อย่ามาพุดให้มันฟังดูน่าเบื่อสิคะ หนึ่งเม้น หนึ่งกำลังใจ แต่ไม่ใช่มาเม้นให้เสียกำลังใจ เราก็เคยโดนนะเข้ามาว่าแบบนี้ ทั้งที่ไม่เข้าใจเรื่องราวของเราแน่ชัด ก้ถือเป็นบทเรียน แต่กำลังใจมันหายไปหมดจนไม่อยากเขียนต่อ แต่เรราก็เขียนเพื่อคนที่เขาชอบ(นอกเรื่องแล้ว) แต่ว่านะค่ะ เห็นติเรื่องมาเยอะแล้ว ทำไม(พูดเล่นๆนะคะ)ไม่ลองเขียนนิยายแนวนี้ดูละคะ จะได้รู้กันเลย
      เราไม่ค้อยชอบพวกทำไม่ได้แล้วมาว่าคนอื่นทำไม่ดี (พูดเฉยๆนะค่ะ อย่าว่ากันเลย) แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่เป็นไรคะ มันแล้วแต่คนชอบไม่ชอบ เราชอบก็เป็นส่วนของเรา คุณไม่ชอบก็ส่วนของคุณ แต่เราไม่ชอบให้นักเขียนที่เราชอบเสียกำลังใจนะคะ ขอบคุณคะ//ก้มหัว
      #5801-1
    • #5801-2 นะคะ (จากตอนที่ 18)
      4 เมษายน 2560 / 16:20
      หัดใช้นะคะให้ถูกด้วยค่ะ นะคะ เขียนแบบนี้ ไม่ใช่ "นะค่ะ" รู้ไปเสียทุกเรื่องเกี่ยวกับธรรมเนียวประเพณีจีนแต่ภาษาไทยบ้านเราดันไม่รู้ไม่คิดจะศึกษาให้ถูกต้อง
      #5801-2
  22. #5763 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 23:02
    คำพูดมี่เจ็บมาก นางประเมินความสามารถสตรีในวังสูงไปจริงๆ อ่านเเล้วจุกเเทนพวกนางทั้งหลายจริงๆ
    อยากเห็นวันที่มี่เเสดงความสามารถที่เเท้จริงทั้งหมดออกมาจัง เกรงว่าในวังหลังนี้คงมิมีผู้ใดสู้นางได้สักคน เเต่ดูจากลักษณะนิสัยของมี่เเล้ว ต้องเอาเงินมากองสูงเพียงใดกันเนี่ย ถึงจะยอมทำเรื่องเปลืองเเรงเช่นนั้น
    #5763
    0
  23. #5741 Asahi_san (@amire) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 21:33
    ตัวพ่อขาดความอบอุ่นเหรอคะ ชอบเรียกร้องความสนใจจริง
    #5741
    0
  24. #5376 150221 (@150221) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 21:06
    ได้หมดเลยไรท์เรื่องของไรท์อ่านสนุกน่าลุ้นดีคะ ขอบคุณนะคะ ลงจบนะคะไรท์ พลีส
    #5376
    0
  25. #5039 Pannikaa (@Pannikaa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 17:51
    55555 มี่อิงสนแต่ของรางวัล
    #5039
    0