[ Fanfic Marvel l ??XOC ] Stay with US

ตอนที่ 2 : Chapter 1 - Despair

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,603
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 239 ครั้ง
    7 พ.ย. 61





Chapter 1 - Despair



     เป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมงแล้วที่เทเรซ่ากับปีเตอร์ทำแค่เพียงนั่งมองหน้ากันเงียบๆภายในห้องทำงานของโทนี่ในฐานของพวกอเวนเจอร์สโดยที่เจ้าของห้องบอกว่าจะไปแจ้งให้ป้าเมย์คนสวยของสไปเดอร์แมนทราบว่าวันนี้ปีเตอร์คงไม่ได้กลับบ้าน เนื่องจากต้องอยู่ฝึกงานให้โทนี่จนดึก ทั้งที่จริงๆแล้ว.. พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย

     "ป้าเมย์คนสวยของนายบอกว่าพรุ่งนี้เช้าขอให้ฉันไปส่งนายที่โรงเรียนให้ทันก็พอ" ในที่สุดเจ้าของบ้านก็กลับเข้ามาในห้องพร้อมกับวิชั่น(ที่เดินทะลุกำแพงเข้ามาทั้งๆที่ประตูห้องก็เปิดอยู่)ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมของเขา โทนี่ดูเครียดกว่าทุกครั้ง ดูจับต้นชนปลายไม่ถูกและไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอะไรก่อนดี

     "นี่มันเรื่องอะไรกัน?" ปีเตอร์เป็นคนที่เริ่มถามขึ้นมาก่อน เขามองเทเรซ่ากับโทนี่สลับกันไปมา "ขอทั้งหมดเลยนะ ทั้งเรื่องที่พวกคุณเป็นพ่อลูกกัน? แล้วก็เรื่องที่เธอโดนอัดเข้าเต็มๆแต่ไม่เป็นอะไรเลย มันคืออะไร?"

     "โทนี่ สตาร์คกับแม่ฉันมีอะไรกัน ไม่ได้ป้องกัน แม่ฉันท้อง และหลังจากที่เขาบอกว่าจะรับผิดชอบแม่ฉันได้สิบปี เขาก็อยากแต่งงานกับคนอื่น พวกเขาตัดขาดการติดต่อกัน" เทเรซ่ายกมือขึ้นปิดปากหาว เธอไม่สบตาโทนี่เลยแม้แต่นิดเดียว "แค่นั้น สำหรับเรื่องของฉันกับเขา"

     "ฉันไม่แก้ตัวหรอกนะ ตอนนั้นฉันยังเด็ก ยังทำอะไรไม่ค่อยคิดเท่าไหร่" โทนี่ยกมือขึ้นคลึงขมับ "แต่เรื่องพลังพวกนั้นล่ะ? แล้วแม่ของเธออยู่ไหน"

     "ตั้งแต่แม่แยกทางจากคุณ เธอก็ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว" ทั้งสองคนกำลังพยายามสังเกตสีหน้าของเด็กสาว แต่ก็ไม่พบความเจ็บปวดของเธอเลยแม้เพียงนิดเดียว "เธอเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ฉลาดมาก ฉลาดจนมีคนชวนเธอไปร่วมองค์กรงี่เง่า แล้วเธอก็รักฉันมากเสียจนใช้ฉันเป็นหนูทดลอง" คำพูดของเธอทำให้อีกสองคนที่นั่งอยู่ในห้องขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่อยากจะเชื่อ "หกปี" เทเรซ่ากล่าว เธอถอดเสื้อตัวนอกออก เหลือแค่เสื้อกล้ามตัวบางที่อยู่ด้านในซึ่งปกปิดอะไรแทบไม่ได้เลย ไม่เว้นแม้แต่แผลเป็นและร่องรอยของการผ่าตัดเพื่อทำการทดลองต่างๆ "ฉันทนมาหกปี แล้วก็หนีมา"

     "ไม่อยากจะเชื่อ" ปีเตอร์ดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด คิ้วของเขาขมวดเป็นปม "เธอต้องเจอเรื่องแบบนั้นมาตลอดหกปีเนี่ยนะ? แม่ประสาอะไรทำกับลูกตัวเองแบบนั้น"

     "จากการทดลองมากว่าสี่ร้อยครั้งในหกปีที่ผ่านมาทำให้ร่างกายฉันทำงานต่างไปจากคนอื่น" เทเรซ่าเล่าต่อไปอย่างไม่ใส่ใจเกี่ยวกับอารมณ์ของพวกเขาทั้งสอง "ความแข็งแกร่งของร่างกายฉันมากกว่าคนอื่น เรียกได้ว่าหากรถสิบล้อขับมาชนฉัน ฉันคงจุกแล้วก็เป็นแผลนิดหน่อยในขณะที่รถบุบไปครึ่งคัน แต่ถ้าโดนมีดแทงก็ยังทะลุเหมือนเดิมนั่นแหละ"

     ทั้งห้องเงียบไปชั่วอึดใจ วิชั่นดูเหมือนมีคำถาม แต่เขาก็ไม่ได้ถาม

     "ฉันใช้พลังควบคุมสิ่งมีชีวิตได้นิดหน่อย เช่นสั่งให้ทำนู่นทำนี่ แต่ว่าได้ครั้งละไม่นานนักหรอก" เธอพูดถึงความสามารถที่เธอใช้ตอนเผชิญหน้ากับชายที่แต่งตัวเหมือนลิเก "ยังไงก็คงต้องขอบคุณคุณนะสตาร์ค ฉันไม่อยากสู้เท่าไหร่" สีหน้าของเด็กสาวสลดลงเล็กน้อย แต่ไหนแต่ไรเธอก็เป็นคนที่เกลียดการต่อสู้ที่สุดอยู่แล้ว "ฉันไม่อยากจะฆ่าใครอีกแล้ว"

     "เทรซี่.."

     "ชายคนนั้นที่คุณเจอไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่ายๆ" วิชั่นกล่าวหลังจากเงียบอยู่นาน จริงๆแล้ว.. เขาแค่อยากพิสูจน์อะไรหน่อย "ผมไม่ได้ดูถูกผู้หญิงนะ เพียงแต่.. ผมสงสัยว่าทำไมคุณถึงได้มั่นใจนักว่าคุณจะชนะและอาจจะเผลอฆ่าเขา"

     "รู้จักเกมงัดข้อไหมวิชั่น" เทเรซ่าถามพลางตั้งศอกลงบนโต๊ะตรงหน้า วิชั่นขยับมานั่งฝั่งตรงข้ามเธออย่างรู้งาน ก่อนจะตั้งศอกลงและจับมือเธอ "อย่าออมมือให้ฉันล่ะ"

     "คุณด้วย"

     "ไม่เคยคิดจะออม"

     โครม!

     อย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น เทเรซ่าสามารถกดแขนวิชั่นลงไปบนโต๊ะอย่างแรงจนโต๊ะพังได้แทบจะในทันทีที่ทั้งคู่เริ่มออกแรง วิชั่นดูจะช็อกไป แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากเดินกลับไปนั่งที่เดิมที่เขานั่งก่อนหน้านี้

     "ฉันเป็นผลงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดของพวกเขา เป็นผลงานชิ้นที่เรียกได้ว่าสำเร็จ" เด็กสาวสะบัดข้อมือเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืน "ฉันขอตัวล่ะนะ พอดีอยากจะออกไปใช้ชีวิตก่อนจะโดนตามเก็บน่ะ"

     "คุณดูผิดปกติจากสิ่งมีชีวิตช่างจ้อนะ คุณสตาร์ค" วิชั่นมองหน้าโทนี่แล้วเอ่ย(โดยลอกเลียนแบบคำที่นาตาชาเคยพูดกับอีกฝ่ายมาเป๊ะๆ)

     "เทเรซ่า!" เสียงเรียกของโทนี่ฟังดูแหบแห้งกว่าทุกครั้งที่เขาอ้าปากพูด เขาไม่สนใจการล้อเลียนของวิชั่น เขาสนใจแค่เด็กสาวตรงหน้า ลูกสาวแท้ๆที่ถูกเขาทอดทิ้ง ลูกสาวที่ถูกเขาทอดทิ้งซ้ำยังถูกแม่แท้ๆจับไปทำการทดลองโรคจิตไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง "อยู่ที่นี่เถอะนะ" คำพูดของเขาทำให้เธอชะงักไป แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา "ฉันสัญญาว่าฉันจะปกป้องเธอจากผู้หญิงคนนั้น จากทุกอย่าง ฉันจะพยายามเป็นพ่อที่ดี"

     "ฉันมีพ่อกับแม่ที่เห็นแก่ตัว ฉันรู้มาตลอดทั้งชีวิต และขอบคุณมาก เพราะถ้าไม่มีพวกคุณ ฉันคงไม่เข้มแข็งเท่าตัวฉันในวันนี้" คำพูดของเธอทำให้เขารู้สึกชาไปทั้งตัว "คุณเคยพูดคำนั้นแล้วครั้งนึง" อยู่ๆปีเตอร์ก็รู้สึกว่าเสียงของเธอช่างฟังดูเจ็บปวดเหลือเกิน "แต่คุณไม่" เทเรซ่าหันกลับไปมองโทนี่ด้วยหางตา "ฉันไม่ต้องการคนปกป้องอีกแล้ว ฉันดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องให้คุณมาคอยระวังหลังให้ คุณสตาร์ค" เธอหันกลับไปอีกครั้งก่อนจะเริ่มเดินต่อไป "ขอบคุณสำหรับคำพูดจอมปลอมที่พยายามประดิษฐ์เพื่อให้ฉันรู้สึกดี แต่วันหลังไม่ต้อง"

     ทั้งห้องเงียบไปชั่วอึดใจขณะที่เทเรซ่าเดินออกไปจากที่นี่ เธอเดินสวนกับโรดี้(ที่ใส่ขาเหล็ก)ซึ่งกำลังจะเดินเข้าไปบอกเรื่องการสอบสวนชายประหลาดคนนั้นให้พวกโทนี่ฟังโดยไม่เอ่ยทักทายหรือมองหน้าเขาเลยแม้เพียงเล็กน้อย

     เด็กสาวเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา

     อิสระ.. อย่างที่เธอเคยต้องการมาตลอด

     แต่ทำไมกันนะ.. ช่างว่างเปล่าเหลือเกิน

     'ต่อให้พยายามจะหนี เธอก็รู้ตัวใช่ไหมว่าไม่มีวันหนีพ้น?'

     'เทเรซ่า.. การได้ทำตัวเป็นภาชนะแลกเงินของพ่อแม่น่ะ มันเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ดีที่สุดเลยรู้ไหม?'

     "อึก.." แค่คิดไปถึงหน้าผู้หญิงที่เรียกได้เต็มปากว่าเป็นแม่ของเธอ เทเรซ่าก็อยากจะอาเจียนออกมาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยด้วยซ้ำ ขาทั้งสองข้างชาไปหมดจนก้าวไม่ออก น้ำตาพาลจะไหลออกมาเสียดื้อๆ ความจริงแล้วเธอไม่ได้เข้มแข็งเหมือนที่แสดงออกมาเลยสักนิด เธอเป็นเหมือนเศษแก้วบางๆที่แตกหักไปเมื่อนานมาแล้วและถูกเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากคนที่เธอเชื่อใจ

     อากาศค่อนข้างหนาว เธอลืมหยิบเสื้อตัวนอกออกมาจากบ้านของสตาร์คด้วยซ้ำไป เด็กสาวโอบกอดตัวเองเอาไว้ในขณะที่สองขาก็พยายามที่จะก้าวเดินต่อไป เคลื่อนที่ไปข้างหน้าทั้งๆที่แทบไม่เหลือแรงจะยืนเลยด้วยซ้ำ

     'อยากจะจบเรื่องพวกนี้เหรอ..?'

     ไม่ว่าจะพยายามยังไง.. เสียงพวกนั้นก็ยังตามหลอกหลอนเธออยู่ตลอดเวลา

     'ทางเดียวที่ลูกจะจบเรื่องพวกนี้ได้.. ก็คือตาย แค่ทางเดียวเท่านั้น'

     เทเรซ่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ยังไง เธอยืนอยู่บนสะพาน ก้มมองลงไปในน้ำที่ดูลึกราวกับว่าไม่มีที่สิ้นสุด อากาศหนาวเย็นแบบนี้ หากว่าเธอกระโดดลงไปล่ะก็ ก่อนตายคงต้องเจ็บปวดราวกับมีดเป็นพันๆเล่มแทงทั่วร่างกายของเธอแน่ๆ

     แต่ความเจ็บปวดก็เป็นสิ่งที่เธอเคยชินแล้ว หลังจากหกปีในห้องแล็บที่ถูกทำการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า

     เด็กสาวปีนป่ายขึ้นไปนั่งบนราวกั้นได้สำเร็จ เพียงแค่โน้มตัวลงไปข้างหน้าแล้วไม่ยึดเกาะอะไรเอาไว้ เธอก็จะได้ลงไปในนั้น สู่ความสงบอันเป็นนิรันดร์ด้านล่างนั่น และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเธอถึงกลับมาที่นี่ เธอไม่ได้มาเพื่อใช้ชีวิตอย่างที่บอกโทนี่ไป เธอมาที่นี่เพื่อตายในที่ที่เธอเกิดเท่านั้นเอง

     ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนที่เธอจมอยู่กับความคิดพวกนั้น รู้เพียงแต่ว่ามันนานพอที่จะทำให้ความลังเลของเธอหายไปจนหมด ร่างบางทิ้งตัวลงไปข้างหน้า หลับตาลง เตรียมตัวรับความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายจากกระแสน้ำเย็นด้านล่าง แต่กลับมีมืออุ่นๆของใครบางคนคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ได้เสียก่อน

     "จับมือผมไว้ ผมจะดึงคุณขึ้นมา!" เสียงนั้นร้องบอก

     เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่เธอไม่ได้ต้องการให้ใครมาช่วยชีวิต

     "ปล่อยมือฉัน"

     "ว่าไงนะ?"

     "ฉันบอกว่า ปล่อยมือฉัน"

     อีกฝ่ายนิ่งเงียบไป แต่ก็ไม่ได้ปล่อยมือเธอ

     "เอาล่ะ ไม่ว่าคุณจะต้องการหรือไม่ ผมจะดึงคุณขึ้นมาเดี๋ยวนี้ล่ะ"

     เทเรซ่าถอนหายใจ เธอไม่ได้โต้ตอบอะไร แล้วเขาคนนั้นก็ดึงเธอกลับขึ้นไปบนสะพาน

     เด็กสาวนั่งอยู่บนพื้น ไม่ได้ขอบคุณหรือต่อว่าอะไรแม้ว่าเขาจะช่วยชีวิตเธอไว้เมื่อครู่นี้ เธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองกำลังร้องไห้อยู่ก็ตอนที่มองภาพตรงหน้าไม่ชัด เพิ่งรู้ว่าร่างกายเย็นจัดขนาดไหนก็ตอนที่มือที่อบอุ่นของใครสักคนคว้าตัวเธอเอาไว้ เทเรซ่าเหยียดยิ้มสมเพช เธอไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย เธอไม่อยากให้ใครมาเห็นเธอในสภาพที่น่าสังเวชแบบนี้เลย

     "คุณโอเคมั้ย?" เสียงทุ้มเอ่ยถาม เธอมองเขาไม่ชัด แต่พอจะรู้ว่าเขาย่อตัวลงตรงหน้าเธอ "บนร่างกายคุณ.. คุณถูกทำร้ายมาเหรอ?"

     "ทำไมถึงช่วยฉัน" เธอถามออกไปด้วยความสงสัยจากใจจริง

     เธอไม่คิดว่าจะมีคนมาช่วยเธอแบบนี้ ไม่เคยคิดเลย

     "ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร แล้วก็ไม่รู้ว่ากำลังเจ็บปวดกับเรื่องอะไรอยู่ แต่ผมไม่อยากปล่อยให้คนๆนึงที่ผมช่วยได้ตายไปต่อหน้าโดยไม่พยายามทำอะไรเลย" เขายกมือขึ้นปาดน้ำตาให้เธอพลางถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตัวเองออกแล้วสวมให้เธอ "ตัวคุณเย็นจัดเลย บ้านคุณอยู่ไหน เดี๋ยวผมไปส่ง"

     "ฉันไม่มีบ้าน" เธอตอบกลับไปตามตรง "ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติ ไม่มีใครทั้งนั้น"

     เขาเงียบไปพักนึง ก่อนจะถามต่อ "คุณชื่ออะไร"

     "...เทเรซ่า ควินน์"

     "ผมสตีฟ.. สตีฟ โรเจอร์ส"

     ชื่อนั้นทำให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาชัดๆ หัวของเธอปวดไปหมดจนแทบจะระเบิดราวกับว่าไปดื่มแอลกอฮอล์มาจนเมาเละเทะ แต่ใช่.. เธอจำหน้าเขาได้ ทุกคนจำหน้าเขาได้กันทั้งนั้น เขาคือกัปตันอเมริกาตัวจริงเสียงจริง สายตาที่เขามองมาดูเป็นกังวลอย่างบอกไม่ถูก

     "คุณ.."

     เธอได้ยินแค่นั้น ก่อนที่มันจะกลายเป็นแค่เสียงอื้ออึงในหัว แล้วสติก็ดับวูบไป





     "พาใครมาน่ะกัปตัน" คลินท์ บาร์ตันเอ่ยถามทันทีที่สตีฟเดินอุ้มเด็กผู้หญิงซึ่งสลบไปเข้ามาในฐานกบดาน(ซึ่งก็เป็นบ้านหลังขนาดกลางที่มีชั้นใต้ดินอยู่อีกห้าชั้น)ของพวกเขา(อันที่จริงเป็นบ้านพักตากอากาศของกษัตริย์ทีชาลา) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสะพานนั้นมากนัก ตามจริงแล้วฮอว์คอายกำลังนั่งดูหนังอยู่กับสก็อต แลงก์ แต่เห็นเพื่อนพาสาวเข้าบ้านเลยต้องเลิกสนใจหนังมาแซวเพื่อนก่อน(?)แม้ว่าสีหน้าเพื่อนจะดูไม่เล่นด้วยเลยก็ตาม

     "แวนด้า" กัปตันอเมริกาของทุกคนเลือกที่จะเดินผ่านหน้าสองหน่อที่ห้องนั่งเล่นเข้าไปเรียกเด็กสาวในห้องสมุดแทน เนื่องจากเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวของที่นี่

     "ไงกัปตัน กลับมา-- นั่นใคร?"

     "เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ร่างกายของเธอเย็นจัด ฉันกลัวว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเธออาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก ช่วยดูให้หน่อยได้มั้ย?"

     "ไปห้องพยาบาลชั้นใต้ดินสองเลยกัปตัน ตามมานี่" แวนด้าใช้พลังจิตของเธอส่งหนังสือกลับไปบนชั้นแล้วเดินนำไปที่ลิฟต์ก่อนจะพากัปตันและคนที่เขาอุ้มมาด้วยไปยังชั้นใต้ดินสองซึ่งมีอุปกรณ์การแพทย์ทันสมัยอยู่เต็มไปหมด ส่วนสิ่งที่ขาดไปน่ะหรอ? หมอไง "วางตรงนี้เลย เอาผ้านี่คลุม ใช่ แบบนั้นล่ะ" เธอหันไปกดๆบนแผงควบคุมก่อนจะหันกลับมามองหน้าเขาอีกครั้ง "เครื่องนี้จะปรับอุณหภูมิทำให้ร่างกายเธออุ่นขึ้นจนกลับมาเป็นปกติ -- แล้ว.. ตกลงเธอเป็นใคร"

     "เทเรซ่า ควินน์" คลินท์ที่เดินถือแล็ปท็อปตามลงมาด้วยเอ่ย ข้างๆเขาคือสก็อตที่ยิ้มอย่างสบายอกสบายใจที่ได้รู้เรื่องของชาวบ้านแล้ว(?) "ทายซิเธอเป็นลูกสาวของใคร? เอลิส ควินน์ นักวิทยาศาสตร์โรคจิตที่เริ่มเปิดตัวและโด่งดังเพราะทฤษฎีตัดต่อพันธุกรรมประหลาดเช่นว่า นกตัวนึงมีสามหัวได้อะไรทำนองนั้น ซึ่งตอนนี้.. เอลิส ควินน์เข้าร่วมกับองค์กรนึงซึ่งผู้บริหารขององค์กรนี้นั้นครั้งนึงเคยเป็นพวกไฮดร้ามาก่อน"

     "คำถามคือ.. ไปเอาตัวเธอมาได้ไง" สก็อตถามบ้างราวกับกลัวว่าคลินท์จะมีบทอยู่คนเดียว

     "ฉันเจอเธอบนสะพาน กำลังจะฆ่าตัวตาย" สตีฟอธิบาย "ช่วยไว้ได้ทัน แล้วก็อยากจะช่วยให้ได้ด้วย"

     "รู้เกี่ยวกับแม่เยอะดีนะ แล้วพ่อเป็นใคร" แวนด้าหันไปถามบาร์ตัน

     "ไม่รู้สิ ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ต้องถามสตาร์ค รู้สึกว่าจะเรียนปริญญาเอกด้านวิศวกรรมเคมีพร้อมกันกับคนแม่ล่ะมั้ง" คลินท์ยักไหล่ "ซึ่ง.. นอกจากเขาจะไม่ตอบเราแล้วคงจะแจ้งตำรวจจับเราด้วย"

     "โอเค.. ฉันตรวจร่างกายเธอแล้วโดยการสแกนและ.." สการ์เล็ตวิทช์ลากเสียงยาวก่อนจะปรายตามองคลินท์กับสก็อต "และพวกคุณควรขึ้นไปนั่งดูหนังต่อได้แล้ว"

     "โธ่! อยากรู้ด้วยก็ไม่ได้" สก็อตบ่นอุบก่อนจะเดินกลับไปขึ้นลิฟต์กับคลินท์

     "ดูนี่สิกัปตัน" แวนด้าลากผลบนหน้าจอขยายออกมาให้ดู "ร่างกายของเธอต่างจากคนทั่วไป ทั้งความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ เซลล์ แทบทุกอย่าง ดูก็รู้ว่าแบบนี้น่ะ ผ่านการทดลองมาไม่ต่ำกว่าร้อยครั้งแน่ๆ" เด็กสาวมองไปที่ภาพตรงหน้าอย่างพยายามทำความเข้าใจ "ถึงฉันจะไม่ใช่หมอหรือนักวิทยาศาสตร์ หรืออัจฉริยะ แต่ดูเหมือนว่า.. เอลิส ควินน์จะเป็นนักวิทยาศาสตร์โรคจิตที่ลงมือทำการทดลองก้บลูกสาวของตัวเองนะ"

     "และนั่นคงเป็นเหตุผลที่เธอพยายามฆ่าตัวตายในวันนี้" สตีฟเอ่ย มองไปที่เทเรซ่าซึ่งกำลังหลับอยู่อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร "โดยรวมแล้วไม่เป็นไรมากใช่ไหม?"

     "ใช่ เธอปกติแล้ว เดี๋ยวร่างกายพักฟื้นพอก็คงตื่นขึ้นมาเองแหละ คุณจะพาเธอขึ้นไปนอนด้านบนหรือเปล่า? แต่ถ้าทำแบบนั้นเธออาจจะหนีไปในตอนเช้าทันทีที่เธอตื่นมาก็ได้นะ"

     "เธอไม่ทำแบบนั้นหรอก"

     "อะไรทำให้คุณมั่นใจขนาดนั้น" แวนด้ามองหน้าเขาที่ไม่ได้มองมาที่เธอเลยสักนิด "ดูคุณจะห่วงใยและใส่ใจเด็กคนนี้มากเป็นพิเศษนะกัปตัน"

     เขาไม่ได้ตอบอะไรอีก กัปตันอเมริกาของทุกคนอุ้มเด็กสาวขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะเดินไปขึ้นลิฟต์พร้อมกันกับแวนด้า สก็อตกับคลินท์ไม่อยู่ที่หน้าโทรทัศน์แล้ว พวกเขาคงเข้านอนกันไปก่อนแล้วเพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ซึ่งนับเป็นเรื่องดี จะได้ไม่มีคนมาคอยถามคำถามที่ตัวเขาเองก็ไม่ค่อยอยากจะตอบสักเท่าไหร่

     สตีฟไม่ได้เป็นห่วงอะไรเทเรซ่ามากเป็นพิเศษอย่างที่คนอื่นๆสงสัยเลยสักนิด เขาเพียงแค่ไม่อยากจะมองข้ามปัญหาที่อยู่ตรงหน้าก็เท่านั้น เขาไม่สามารถปล่อยให้เด็กคนนึงนั่งร้องไห้อยู่ข้างถนนโดยที่เขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าเมื่อเขาเดินจากไปเธอจะกระโดดลงไปจากสะพานอีกรอบหรืออาจจะแข็งตายอยู่ข้างถนนได้ เขาวางเธอลงบนเตียงในห้องนอนระหว่างห้องของเขากับห้องของแวนด้า ห่มผ้าให้เธอเรียบร้อยก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง


     "คิดว่าไงล่ะ?" สก็อตเขย่าคอแซม วิลสัน(ซึ่งคลินท์กับเขาร่วมมือกันปลุกขึ้นมายุ่งเรื่องชาวบ้าน)ก่อนจะกระซิบด้วยเกรงว่ากัปตันจะได้ยินเข้า "เขาดูห่วงใยกันนะ"

     "ไม่รู้สิ.." แซมยักไหล่ "ถ้าใช่เดี๋ยวกัปตันก็บอกเราเอง"

     "นายไม่อยากรู้ก่อนเหรอ? แบบว่าไม่ตื่นเต้นเลย?" คลินท์มองหน้าแซมอย่างฉงนใจ "เอาจริงดิ?"

     "ทำไมฉันต้องตื่นเต้น กัปตันไม่ได้เป็นเกย์นี่ถึงจะมีเด็กผู้หญิงมาเกี่ยวพันไม่ได้"

     "เธออายุแค่สิบหกเองนะ! เสี่ยงคุกนะ!"

     "ทุกวันนี้เราก็จะได้นอนในคุกกันอยู่แล้ว นายตื่นเต้นอะไร"

     "ปลุกนายนี่เสียเวลาจริงๆ" คลินท์ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจนิดหน่อยที่เพื่อนไม่ยอมตื่นเต้นเป็นเพื่อนเขา "นอนไปเลยไป! เราไปหาแวนด้ากันดีกว่าสก็อต"

     "ฝันดีนะทั้งสองคน"

     "ไม่นอนเว้ย!"

     แล้วสองหน่อก็เดินไปหยุดที่หน้าห้องแวนด้า แต่ก่อนที่จะเคาะประตู คลินท์กลับได้ยินเสียงแปลกๆดังขึ้นมาจากข้างในเสียก่อน นั่นฟังดูเหมือนเสียงร้องไห้ และทำให้รอยยิ้มของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าห้องทั้งสองคนเจื่อนลง สก็อตส่งสัญญาณมือบอกประมาณว่าจะกลับห้อง ก่อนจะเดินกลับไปตามทางของเขา

     คลินท์ บาร์ตันคือคนที่สนิทกับเธอที่สุด เขารู้ดีว่าแวนด้ากำลังคิดถึงวิชั่น เขาเข้าใจในความห่วงหาแบบนั้น

     มือหนาเคาะประตูเบาๆ ก่อนที่มันจะเปิดออก เด็กสาวมองหน้าเขาด้วยดวงตาที่แดงก่ำราวกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ก่อนจะเดินหนีเข้าไปในห้อง คลินท์เดินตามเข้าไปโดยไม่ลืมที่จะปิดประตู บนเตียงของแวนด้ามีตุ๊กตาอยู่ตัวนึง ตุ๊กตาวิชั่นที่เธอเคยตั้งใจเย็บเพื่อที่จะแกล้งเขา(เนื่องจากวิชั่นเย็บตุ๊กตาเธอขึ้นมา) และนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอร้องไห้

     "โอเคมั้ย?" คลินท์เดินไปลูบหัวแวนด้าที่นั่งอยู่บนโซฟาสีแดงสด "เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า?"

     "คงไม่ได้เจอกันแล้วใช่มั้ย?" ดูเหมือนเธอจะหมายถึงวิชั่นนั่นแหละ แวนด้าโผเข้ากอดคลินท์ที่เป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่คนนึงของเธอ สำหรับเธอเขาเป็นเหมือนพ่อที่ดูแลเธออย่างดีมาตลอด "แปลกจังเลยนะ ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้เรายังเป็นทีมเดียวกันอยู่เลย ทุกอย่างดูมีความสุขดี ดูปกติ แต่แล้วอยู่มาวันนึง สนธิสัญญาบ้าบอนั่นก็เข้ามาทำลายทุกอย่าง"

     "ถ้าคิดถึงก็ไปหาสิ" เขาบอกไปตามที่คิด "ถ้าเป็นเธอน่ะ พวกนั้นไม่แจ้งใครมาจับหรอก"

     "ไม่ดีกว่า.."

     เธอหัวเราะเบาๆก่อนจะผละออกจากเขาแล้วไปนั่งบนเตียง

     "แบบนี้แหละดีแล้ว"




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 239 ครั้ง

308 ความคิดเห็น

  1. #249 Jitlada Jakthong (@fha333777) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 23:06

    สงสารแวนด้าอ่ะ

    #249
    0
  2. #40 m.ppmm (@maprang_bell) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 09:40
    สงสารนาง
    #40
    0
  3. #32 J.Cecille (@firmamento) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 00:32
    สงสารแวนด้า อุแง้
    #32
    0
  4. #8 ควีนแคนดี้. (@Queencandy127) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 07:59
    ง่าา..สงสารเทเรซ่ากับแวนด้าจัง TT
    #8
    1
    • #8-1 Liars (@lady101) (จากตอนที่ 2)
      6 มีนาคม 2561 / 12:57
      ไรท์แต่งเรื่องไหนชีวิตนางเอกพังทุกเรื่องไป.../ โดนตบ
      ปล.มาอัพตอนต่อแล้วนะคะ
      #8-1
  5. #7 Ying0934 (@Ying0934) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:30
    รออยู่นร้าาาาา
    #7
    1
    • #7-1 Liars (@lady101) (จากตอนที่ 2)
      6 มีนาคม 2561 / 12:56
      ขอบคุณที่ติดตามน้าาา มาต่อแล้วค่ะ *.*
      #7-1
  6. #6 Ying0934 (@Ying0934) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:30
    สนุกๆๆๆ
    #6
    0
  7. #5 ซายะจินกะ (@tean555555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:14
    รออยู่ค่าาาา
    #5
    1
    • #5-1 Liars (@lady101) (จากตอนที่ 2)
      6 มีนาคม 2561 / 12:56
      มาต่อแล้วนะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ^^
      #5-1