เล่ห์กฤษนล

  • 100% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 77,916 Views

  • 176 Comments

  • 441 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    96

    Overall
    77,916

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    6 ส.ค. 60

 

บทนำ น้องเพิร์ล & พี่นล

 

 

รถตู้ติดฟิล์มดำมืดแล่นมาจอดที่ท่าเรือส่วนตัว ชายฉกรรจ์สองคนลงมาเปิดประตู ร่างของหญิงสาวก้าวตามลงมาพร้อมประคองผู้ชายร่างสูงใหญ่ แล้วเดินไปยังเรือเร็วสีขาวที่จอดรอพร้อมคนขับ

เจนจิราประคองร่างของศตวรรษจนก้าวมานั่งในลำเรือได้สำเร็จแม้จะทุลักทุเลไปบ้างก็ตาม หล่อนสอดส่ายสายตามองรอบ ใจหนึ่งก็หวั่นกลัวเมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาและคาดไปถึงสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า เธอมองเสี้ยวหน้าคมของคนที่นั่งเหยียดขาตามความยาวของลำเรือ ก่อนหันไปรับกระเป๋าสัมภาระสองใบสำหรับเขาและเธอที่ถูกส่งตามมา

นายมั่นจะพาพวกคุณไปที่เกาะ ที่นั่นมีคนรอรับอยู่” เสียงห้าวจากคนที่ยังยืนบนฝั่งดังขึ้น

ขอบคุณครับ

ศตวรรษพูดออกมาเป็นครั้งแรกนับจากที่เขาได้ก้าวขึ้นรถตู้คันใหญ่ที่แล่นจากมุมหนึ่งของกรุงเทพมหานคร จนมาถึงท่าเรือเล็กในจังหวัดภูเก็ต เป้าหมายของสองคนเพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะเล็กที่อยู่ในการครอบครองของเพื่อนผู้ฝากฝังมา

เรือเร็วเคลื่อนตัวสู่พื้นผิวน้ำกลางทะเลกว้าง ใบหน้าขาวของหญิงสาวเริ่มมีสีแดงเรื่อเมื่อต้องแสงแดดร้อน ดวงตาสวยที่มักมีความกังวลและความกลัวแทรกเข้ามา ในเวลานี้เปล่งประกายความหวังมากขึ้น

เจนจิรามองประกายฟองคลื่นที่แตกกระทบขอบเรือเร็วที่เคลื่อนผ่านผืนน้ำด้วยแรงขับของเครื่องยนต์ จนเห็นเป็นเม็ดน้ำใสแตกกระเซ็นขึ้นมาตลอดเวลา กระทั่งเกือบยี่สิบนาทีเธอก็ร้องบอกอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นแนวเกาะทอดยาวอยู่เบื้องหน้า

ข้างหน้านั่นแน่เลยค่ะ ดูท่าจะสวย

เกาะนี้ไม่มีนักท่องเที่ยว มีบ้านชาวประมงที่มาตั้งรกรากที่ริมหาดอีกฝั่งของเกาะอยู่ห้าครอบครัว ทางนี้ก็มีบ้านใหญ่ของนายกับบ้านพักคนทำงาน

ชายผิวคล้ำแดดวัยประมาณหกสิบปีที่ยังแข็งแรงตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงแปร่งแบบคนท้องถิ่นแข่งกับเสียงเรือเมื่อได้ยินหญิงสาวพูด กระทั่งเรือแล่นมาจอดที่ท่าเรือของเกาะแห่งนี้ ผู้โดยสารทั้งสองคนจึงประคองกันลงมา ชายชราที่ทำหน้าที่ขับเรือก็ช่วยส่งกระเป๋าทั้งสองใบตามไปให้

ผมกลับล่ะ ผู้จัดการเดินลิ่วมาโน่นแล้ว” คนขับเรือบอกพร้อมกับติดเครื่องยนต์ ก่อนจะบังคับเรือหันกลับไปทันทีเมื่อทำงานในหน้าที่ของตนเสร็จลง

เจนจิราหันมามองผู้ชายวัยสามสิบต้น เขาแนะนำตัวเองว่าเป็นคนดูแลฟาร์มหอยมุกแทนผู้เป็นนายที่เพิ่งพาภรรยาสาวกลับกรุงเทพ

นายให้จัดบ้านพักหลังริมให้พวกคุณ” เขาเอ่ยพลางเดินนำไปเบื้องหน้า

เจนจิรารีบหิ้วกระเป๋าเดินตามแล้วรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง เมื่อสังเกตคนเดินนำหน้า ชายร่างสันทัดสวมแว่นตา ท่าทางน่าจะเป็นนักวิชาการเสียมากกว่ามาทำงานในฟาร์มหอยมุกบนเกาะ

ทั้งสามคนเดินเลียบริมหาดทรายขาวสะอาดไม่แพ้เกาะใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อ หญิงสาวหันไปมองคนร่างสูงใหญ่ที่เดินรั้งท้าย ซึ่งยังรักษาความเงียบได้อย่างคงเส้นคงวา พอเห็นเขามองรอบอย่างสนใจมากขึ้น เธอก็แอบโล่งใจ กระทั่งเดินมาถึงบ้านพักที่อยู่ห่างไกลจากหลังอื่นๆ ปลูกสร้างไว้สูงจากระดับพื้นทรายบริเวณริมหาดเกือบช่วงตัว มองลงไปไม่ไกลกันจึงเห็นโขดหินใหญ่อยู่ด้านล่าง เจนจิราทอดสายตาไปมองฟองคลื่นที่แตกกระทบอย่างพอใจ เธอเบนความสนใจกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินชายหนุ่มที่เพิ่งเจอหน้าพูดขึ้น

พวกคุณพักกันที่นี่ ระหว่างนี้นายให้พักรักษาตัวจนหายดี คุณต้องระมัดระวังดูแลตัวเอง เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะลำบาก ที่นี่มีหมอเข้ามาถ้ามีคนงานป่วยหนัก แต่ก็ไม่ได้ว่างกันมากนัก

ไม่เป็นไรค่ะ เราเข้าใจและอยู่ได้ ขอบคุณมากค่ะ

เจนจิรารับคำหนักแน่น จนเจ้าของคำพูดหันมายิ้มให้หญิงสาวที่เขาเห็นว่าคง ‘คุยกันรู้เรื่อง มากกว่า

ช่วงแรกพวกคุณอาจไปรับอาหารจากโรงครัวกลาง แต่ถ้าอยากทำอาหารทานเอง ก็มีวัตถุดิบส่งเข้ามาทุกวัน ในส่วนของน้ำและไฟฟ้า ช่วงเวลาห้าทุ่มจนถึงตี่สี่จะหยุดจ่ายมายังบ้านพักของพนักงาน เพราะต้องควบคุมกำลังการผลิตของกระแสไฟฟ้าและปริมาณน้ำให้เพียงพอกับงานในฟาร์ม

เสียงเป็นจังหวะของผู้ดูแลที่นี่ บอกให้ผู้มาใหม่เข้าใจและรู้ถึงกฎกติกาในการอยู่ร่วมกัน และเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาจึงขอตัวกลับ

ศตวรรษกวาดสายตาสำรวจรอบตัวจนพอใจ ก่อนเดินเข้ามาด้านในบ้านพักหลังกะทัดรัด แล้วสายตาก็มาหยุดอยู่ที่หญิงสาวซึ่งดูท่าจะชอบอกชอบใจในที่แห่งนี้ หล่อนอุทานเสียงใสเมื่อเปิดหน้าต่างแล้วมองออกไปข้างนอกยังท้องทะเลกว้าง

เหมือนได้มาอยู่บ้านพักตากอากาศแบบเศรษฐีเลย ดีจริงๆ

อยู่ได้หรือเปล่า

ดีเกินคาด แต่ว่าเจนอยู่ไหนก็ได้ทั้งนั้น ถ้ามีพี่ใหญ่

ขอบใจ

ไม่เชื่อกันหรือ

เชื่อ

พี่ใหญ่เมื่อยหรือเปล่า นั่งพักยืดขาหน่อยสิ เมื่อกี้เห็นเดินกะเผลก ปวดหรือคะ

นิดหน่อย ถ้าจะทำอะไรก็ไปเถอะ พี่นั่งตรงนี้ละ

ศตวรรษเดินมายังเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งที่วางใต้หน้าต่างบานหนึ่ง นัยน์ตาคมเข้มเหลือบมองเจนจิราที่ลากกระเป๋าสัมภาระสองใบเข้าไปในห้องนอนซึ่งมีเพียงห้องเดียวในบ้าน ครู่เดียวเธอก็ก้าวเดินออกมาอย่างฉับไว

เสียดายจัง เปิดหน้าต่างห้องนอนแล้วไม่เห็นวิวทะเล” คนเสียงใสบ่น แต่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม “แต่ก็สบายพอตัว

มันเป็นบ้านพักพนักงาน ไม่ใช่บ้านพักตากอากาศ” เสียงห้าวทุ้มดังขัดคอ ขณะเจ้าตัวเอนกายนอนอย่างต้องการยืดเส้นคลายความเมื่อยขบ

เจนจิรายืนมองคนร่างใหญ่ที่ยังไม่หายสนิทจากอาการบาดเจ็บ แล้วนึกห่วงกังวลว่าร่างกายของเขาจะสู้งานได้แค่ไหน

พี่จะทำงานที่นี่ได้หรือ

ไม่มีปัญหาหรอก พี่ทำอะไรก็ได้

ศตวรรษหลับตาลง เป็นการตัดบทสนทนา จากนั้นต้องยกศีรษะขึ้นรับหมอนใบนิ่มที่ถูกสอดเข้ามา พลันหูก็ได้ยินเสียงสำรวจก๊อกแก๊กดังอยู่รอบตัว สลับกับเสียงคลื่นกระทบโขดหินด้านล่าง ฟังคล้ายจังหวะดนตรี ดวงตาคมหรี่ปรือ มองร่างหญิงสาวที่ป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ห่างกาย

ที่บอกว่าอยากกลับมาอยู่เมืองไทย ถ้าให้อยู่อย่างนี้ จะผิดหวังหรือเปล่า

เจนอยู่ได้ค่ะ สำหรับเจนแล้ว ที่นี่ดีกว่ากรุงเทพ แต่ถ้าหากเจนต้องอยู่ที่นี่แล้วไม่มีพี่ใหญ่อยู่ด้วย เจนก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน

คำพูดของหญิงสาวที่อยู่เคียงข้างเขามาในชั่วเวลาหนึ่ง ทำให้เจ้าของใบหน้าคมระบายรอยยิ้มออกมา เขาตัดสินใจได้ทันทีว่าชีวิตเขาควรเริ่มต้นอย่างไร และมีเป้าหมายต่อไปเพื่ออะไร

 

เวลาหมุนไป พร้อมกับทุกสิ่งรอบตัวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จวบจนในวันนี้ ถึงวันครบรอบอายุเจ็ดสิบสี่ปีของคุณประชัย อัครรัตน์ ชายชรายังคงคอยต้อนรับคนที่เข้ามาเยี่ยมเยียนเหมือนทุกปี ใบหน้าเหี่ยวย่นระบายรอยยิ้มสุขใจ เมื่อมองไปเห็นหลานชายหญิงวิ่งเล่นกันในสนามหญ้าหน้าบ้าน

เจ้าของสายตาฝ้าฟางเขม้นมองหลานๆ ซึ่งรวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะกลางสนามหญ้าหน้าบ้าน นึกไปว่าพ่อแม่ของเด็กพวกนี้คงคุยกันอยู่ด้านใน แล้วเบนสายตาไปหาภรรยาคู่ชีวิตซึ่งยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างกันมาตั้งแต่ช่วงเช้า จนอากาศเริ่มร้อนอบอ้าวขึ้น จึงบอกเด็กรับใช้ให้ประคองเธอเข้าไปพักผ่อนในบ้าน

ชายชรายังนั่งอยู่ที่เดิม บนเก้าอี้หวายในสนามข้างบ้าน แต่ผ่านไปสักพักก็ได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้น

คุณปู่ครับ” เด็กชายปารเมศวัยสิบสองขวบวิ่งมานั่งคุกเข่าตรงหน้า แล้วร้องถาม “แดดร้อนแล้ว คุณปู่จะเข้าบ้านหรือเปล่าครับ

คุณประชัยวางมือหนาเหี่ยวย่นบนไหล่กว้างของหลานชาย ซึ่งวิ่งแยกออกจากกลุ่มญาติวัยเดียวกันที่นั่งเกาะกลุ่มอยู่ที่โต๊ะทานอาหารในสวนร่มรื่นด้านหน้าบ้าน

ไปสิ” เขาบอกแล้วเห็นร่างสูงใหญ่ของเด็กชายวัยรุ่นอีกคน กฤษนล รัชตะนานนท์ วิ่งมาช่วยประคอง ยังไม่ทันได้ขยับตัวก็เห็นรถญี่ปุ่นสีขาวแล่นผ่านประตูรั้วใหญ่เข้ามา คุณประชัยเขม้นมองแล้วถามหลานชายทั้งสองคนที่ยืนอยู่ข้างกาย

ใครมาหรือ เจ้านล เจ้าบอล

พ่อแม่ของยายไข่มุกดำครับ

เสียงของกฤษนล ผู้เป็นหลานตาที่วัยโตกว่าปารเมศเพียงปีกว่าตอบด้วยน้ำเสียงที่ปิดความชิงชังไว้ไม่มิด เป็นผลให้ชายชราต้องเอ็ดกลับ

คุณประชัยทรุดนั่งลงที่เดิมพร้อมกับหนุ่มน้อยทั้งสองที่ยังยืนขนาบข้าง เขามองเห็นชายร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำแดด เดินเข้ามาพร้อมถือกระเช้าผลไม้ แล้วยังมีหญิงสาวกับเด็กหญิงวัยเจ็ดแปดขวบ ตามมาข้างหลัง

ใหญ่หรอกหรือ” คุณประชัยเพ่งมองหนุ่มใหญ่ที่ก้มกราบ ชายชราพยักหน้าแล้วบอกให้ลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้

ขึ้นมาจากภูเก็ตเมื่อไหร่กันล่ะ

เมื่อวานครับ ตั้งใจพาครอบครัวมากราบเยี่ยมท่าน

ศตวรรษบอกอย่างนอบน้อมและสำรวม เขาระลึกถึงบุญคุณของชายชราเสมอ การเกื้อหนุนและโอกาสที่ได้รับมานั้นทำให้เขามีชีวิตใหม่ที่ร่วมกันสร้างกับเจนจิราหญิงสาวที่เคียงข้างกันมาตลอด จนกระทั่งมีพยานตัวน้อยก็ยิ่งทำให้เขาได้พบกับความสุขแท้จริงมากยิ่งขึ้น

เป็นไงบ้าง สบายกันดีหรือเปล่า

ผมกับครอบครัวสบายดีครับ ท่านยังแข็งแรงเหมือนเดิมนะครับ

ตามประสาคนแก่” เสียงหัวเราะพร่าแหบห้าวตามวัย แทรกด้วยความสุขใจที่เห็นลูกหลานและบริวารอยู่พร้อมหน้า แล้วหันมาทางหนุ่มน้อยทั้งสองคนที่ยังยืนเป็นองครักษ์พิทักษ์ท่านอยู่

เจ้าบอล เจ้านล พาน้องไปเล่นสิ ไปหาขนมกินกันที่โต๊ะนั่นแหละ

ปารเมศตอบรับพลางเดินมาจูงมือน้องเพิร์ล หรือเด็กหญิงศลิษาที่ยังเขินอายไม่กล้าออกห่างจากมารดา แต่พอเห็นใบหน้ายิ้มแย้มอย่างพี่ชายใจดีของปารเมศก็ทำให้กล้าตามไป ร่างเล็กเดินตามแรงจูง แต่พอหันไปมองคนตัวโตกว่าข้างหลังก็พลันให้ตกใจ

พี่นล แกล้งน้องเพิร์ลอีกแล้ว” ปารเมศทักเมื่อเห็นญาติที่วัยมากกว่าแกล้งทำหน้าตาถมึงทึงใส่คนขี้กลัว

พี่เบื่อหน้ายายไข่มุกดำจริงๆ มาทำไมก็ไม่รู้” เสียงดุห้าวจากคนตัวโตหน้าขาวที่เดินตามมาข้างหลังในระยะประชิดตัว เด็กหญิงตัวน้อยจับมืออีกคนไว้แน่น แต่ไม่วายยังได้ยินเสียงข่มขวัญ

ดูสิ ยังไม่ทำอะไร จะร้องไห้อีกแล้ว อย่างนี้น่าแกล้งซะให้เข็ด

ปารเมศยิ้มขำที่กฤษนลทำท่าจงเกลียดจงชังน้องเพิร์ลตั้งแต่แรกเจอเมื่อสองปีที่แล้ว ด้วยเหตุผลว่า เห็นแล้วไม่ถูกชะตา

พี่นลทำอะไรน้องเพิร์ล” กฤติน น้องชายวัยสิบสองขวบที่อ่อนวัยกว่าปารเมศเพียงไม่กี่เดือนทักพี่ชาย แล้วมีเสียงสาวน้อยทั้งหลายที่รวมกลุ่มกันก่อนแล้วกล่าวรุมกันเซ็งแซ่จนเขาต้องโวยออกมา

หยุดเลย ทุกคน

เสียงห้าวดุของพี่ชายใหญ่เป็นผลให้ทุกคนเงียบกริบ กฤษนลหันมาทางเด็กหญิงผิวคล้ำแดดรูปร่างแน่งน้อย พิศใบหน้าหวาน นัยน์ตากลมโตที่มีแววตื่นกลัว พลางยกมุมปากขยับยิ้มข่มขวัญ

ยายไข่มุกดำ เพราะเธออีกแล้ว

น้องเพิร์ลไม่ได้ทำนะ” เสียงเล็กๆ ร้องปกป้องตัวเองเป็นครั้งแรก เมื่อโดนปรักปรำหลายครั้งเข้า

พี่นลดุน้องเพิร์ลทำไม น้องเพิร์ลเกลียดแล้ว

ใครเขาสนใจเธอกันเล่า มาทำไมก็ไม่รู้ เกะกะจริงๆ

กฤษนลเค้นเสียงลอดไรฟันอย่างต้องการข่มขวัญให้เด็กน้อยได้ยินเพียงคนเดียว เด็กหญิงตัวน้อยกลั้นสะอื้นไห้ด้วยไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงต้องชิงชังตัวเองนัก

นล เมื่อไหร่จะเลิกแกล้งน้องสักทีล่ะลูก” เสียงอ่อนโยนดังขึ้นมา พร้อมกับอ้อมกอดอบอุ่นที่โอบรั้งร่างน้อยเข้าไปปลอบประโลม เด็กหญิงเงยหน้ามองคุณป้าใจดีที่มีใบหน้าคล้ายคนใจร้าย

นลยังไม่ได้ทำอะไรเลยครับ เด็กนี่ร้องขึ้นมาเอง สำออยหรือเปล่า

ใครสอนให้ลูกพูดอย่างนี้ ขอโทษน้องเดี๋ยวนี้นะ

สิ้นคำสั่งของมารดาผู้อ่อนโยนเสมอ เด็กชายวัยรุ่นตัวโตก็หันมามองเด็กหญิง เขายิ่งเพิ่มความเบื่อหน่ายและชิงชัง

ขอโทษ” กฤษนลพูดสั้นๆ แล้วเดินออกไปรวมกลุ่มกันตรงโต๊ะเดิม

นิลอุบลในวัยใกล้สี่สิบปีที่ยังดูสวยงามมองใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของคนในอ้อมกอดอย่างนึกเอ็นดู หล่อนมองบุตรชายคนโตแล้วส่ายหน้า ไม่รู้เป็นเพราะว่ากฤษนลเป็นหลานรักของพัทธนนท์หรือเปล่า พอฝ่ายนั้นไม่ชอบหน้าศตวรรษผู้เป็นพ่อ หลานตัวดีอย่างกฤษนลก็พานไม่ถูกชะตากับเด็กหญิงที่เป็นลูกคนนี้ขึ้นมาบ้าง

ไปทานขนมกับป้าข้างในดีกว่าลูก ไป

กฤษนลหันกลับไปมองแล้วอมยิ้ม ที่เห็นคนตัวเล็กเดินตามมารดาของตัวเอง เมื่อนึกว่าท่าทางของเด็กนั่นตอนสู้คนก็น่ารักดี รู้ว่าสู้ไม่ได้ก็ยังใจกล้าอยากจะสู้ ทั้งที่จวนจะร้องไห้อยู่รอมร่อแล้ว เด็กหนุ่มคิดก็หัวเราะออกมาโดยไม่สนใจสายตาหลายคู่ของน้องๆ ที่มองมาอย่างงงๆ

คราวหน้าถ้ากล้าโผล่มาอีก สนุกแน่ ยายไข่มุกดำ! 

 

 

การพบกันของน้องเพิร์ลและนายนลครั้งแรก มีในตอนพิเศษ
ของเรื่อง โซ่สวาททาสดวงใจ ชุดสามพี่น้องอัครรัตน์ ซึ่งเป็นรุ่นพ่อแม่ ลุงป้า น้าอาคร่า
แม้ยังไม่ได้อ่านจากรุ่นพ่อแม่ ก็อ่านเรื่องนี้ได้ค่ะ นิยายจบสมบูรณ์ในเรื่อง

แปะไว้ เผื่อมีใครตามหาค่ะ

 

 



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #149 ARUNRAM (@ARUNRAM) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 21:47
    เปิดมาเจออ่านรวดเดียวเลย  และจะติดตามต่อไป

    เคยติดตามรุ่นพ่อแม่ สนุกมาก
    #149
    0
  2. #3 ป้าหัวฟู (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2555 / 12:46
    มาจองที่ก่อนล่ะกัน
    #3
    0