เล่ห์กฤษนล

  • 100% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 77,902 Views

  • 176 Comments

  • 442 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    82

    Overall
    77,902

ตอนที่ 11 : เดินหน้าหรือว่าถอยหนี [อัพ 65 %]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    24 ส.ค. 60

 

ตอนที่ 4 เดินหน้าหรือว่าถอยหนี

 

ได้ข่าวว่าช่วงนี้โรงกลั่นหยุดทำงาน แล้วทำไมเพิร์ลไม่มาอยู่บ้านสักพักล่ะลูก

เสียงอ่อนโยนของผู้หญิงที่รักศลิษาดั่งดวงใจลอยมาตามสาย หลังจากเธอโทร.ไปหาในค่ำคืนที่หลุดปากต่อว่าเจ้าของบ้านพักเชิงเขา จนเขาหุนหันขับรถจากไป จนตอนนี้เกือบสามทุ่มก็ยังไม่เห็นกลับมาเลย หญิงสาวคิดด้วยใจหม่นหมองพร้อมกันนั้นก็รับฟังถ้อยคำของมารดา ก่อนจะอ้อมแอ้มบอกถึงสิ่งที่เธอเพิ่งตัดสินใจ

แม่เจนจะว่าไหมคะ ถ้าเพิร์ลจะขออยู่ช่วยเจ้านายตลอดช่วงที่บริษัทประกาศให้พนักงานหยุดทำงาน

แม่จะไปว่าอะไรล่ะ ลูกสาวแม่โตแล้ว ไม่ใช่เด็กนักเรียนที่พ่อกับแม่ต้องสลับกันไปรับส่งสักหน่อยเสียงกลั้วหัวเราะอย่างชวนให้อุ่นใจ จนศลิษาต้องเผลอยิ้มตาม นึกถึงวันคืนเก่าๆ ที่สามคนพ่อแม่ลูกใช้ชีวิตร่วมกันไม่เคยห่างสักวันเดียว แล้วจึงได้ยินเสียงมารดาพูดต่อ แล้ววันหยุดนี้เพิร์ลกลับบ้านหรือเปล่า เอ...ว่าแต่วันศุกร์พ่อใหญ่จะเข้าไปดูราคาปาล์มที่ตัวจังหวัด จะให้ขับรถเลยไปรับเพิร์ลด้วยดีไหม ลูกจะได้ไม่ต้องขับรถเอง ตอนเย็นวันอาทิตย์ค่อยให้พ่อเขาไปส่งที่บ้านพัก

เพิร์ลยังไม่แน่ใจเลยค่ะว่าจะกลับได้ไหม อย่างที่บอกแม่ว่าช่วงนี้เจ้านายขอให้อยู่ช่วยงาน เกิดเรื่องยุ่งๆ เวลาทำงานคงรวนไปด้วย

แม่ก็นึกไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นได้ ใจหายเหลือเกินพอคิดว่าขาดคุณลูคัสไปแล้วโรงกลั่นจะเดินไปในทิศทางไหน คุณลินจะดูไหวหรือ

เสียงผู้ให้กำเนิดถอนหายใจยาว มารดาของเธอเคยพูดคุยกับลูคัสมาบ้าง และเป็นอีกคนที่ชื่นชอบอัธยาศัยของชายต่างชาติคนนี้ที่ให้ความสนิทสนมและมีน้ำใจต่อลูกน้อง ตลอดจนคู่ค้ารายเล็กรายย่อยที่เข้ามาติดต่อกับโรงกลั่นโดยตรง

ศลิษาคุยกับมารดาต่ออีกหลายนาที ส่วนใหญ่เป็นการถามถึงสารทุกข์สุกดิบอย่างที่เคยเป็น ทว่าครั้งนี้เธอกลับอึดอัดใจด้วยความรู้สึกผิดที่ปิดบังบางอย่างไว้

ถ้าบ้านพักพนักงานมีคนอยู่ไม่มาก เพิร์ลมาอยู่บ้านเราก็ได้นี่ลูก ถ้าเหนื่อยขับรถเองก็ให้พ่อขับรถรับส่ง

อย่างนี้พ่อก็เหนื่อยแย่สิคะ

เหนื่อยอะไรกัน ดีใจสิไม่ว่า

ถ้อยคำกลั้วหัวเราะของแม่เจนดังอีกรอบ ทำให้ศลิษาต้องนึกถึงพ่อใหญ่ที่มักอาสารับส่งเธออยู่เสมอ ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ว่าเธอจะมีธุระปะปังที่ไหน พ่อก็ยังยินดีนั่งรอด้วยความเต็มอกเต็มใจ ไม่เคยบ่นสักคำ จนเธอแยกออกมาอยู่บ้านพักพนักงานในภายหลังถึงมีโอกาสทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง กระนั้นก็ต้องแลกด้วยเสียงบอกน้อยใจของบิดาที่หาว่าเธอคงไม่เห็นเขาเป็นคนสำคัญอีกแล้วกระมัง

แม่เจนจ๋า ฝากกอดพ่อใหญ่ด้วยนะจ๊ะ หอมแก้มสักฟอดด้วย บอกว่าน้องเพิร์ลคิดถึงมาก ว่างจากงานเมื่อไหร่จะรีบไปหา

เธอปิดท้ายคำสนทนา ก่อนสองคนจะวางสายจากกัน เมื่ออยู่ตามลำพังท่ามกลางความเงียบสงัดในบ้านพักเชิงเขา จิตใจของศลิษาก็กลับมาจดจ่ออยู่กับคนที่เธอยังรอคอยด้วยความห่วงใย หากเพราะความเหนื่อยอ่อนที่ต้องติดตามชายหนุ่มมาทั้งวัน ไม่นานร่างกายก็ทนไม่ไหวจึงปล่อยให้ความง่วงนอนเข้ามาครอบงำ จนฟุบหลับบนเตียงนอนนุ่มกว้างในห้องพักที่ยึดครองมาตลอดสามวันโดยไม่รู้ตัว

ศลิษาเคลิ้มหลับไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ กระทั่งโสตประสาทสัมผัสกับเสียงรถ แม้เพียงแผ่วเบาแต่ทำให้เธอรู้สึกตัวตื่น ความงัวเงียปลิวหายเมื่อรับรู้ว่ากฤษนลได้กลับมาแล้ว

หลังจากเสียงรถเงียบไปไม่นาน เสียงเปิดและปิดประตูบ้านก็ดังขึ้น คนร่างบางลุกขึ้นนั่งอยู่กลางเตียง รอฟังเสียงฝีเท้าของเขาอย่างลืมตัว จนเสียงเข้ามาใกล้ หัวใจสาวก็สั่นไหวด้วยความรู้สึกแปลก มือบางกระชับขอบผ้าห่มแน่นพร้อมใจลุ้นระทึกจนแทบลืมหายใจ...ศลิษากำลังรอว่าเมื่อไหร่เสียงฝีเท้าของเขาจะผ่านพ้นหน้าห้องนอนของเธอไปสักที

หากว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นพลันทำให้หัวใจเธอแทบหยุดเต้น

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

อารามตกใจและไม่ทันตั้งตัวทำให้ศลิษานั่งอ้าปากค้างท่ามกลางความมืดมิด ไม่กี่วินาทีจากนั้นสีหน้าตกใจก็แปรเปลี่ยนเป็นนิ่วเหยเก คล้ายอยากร้องไห้จนเต็มแก่ และเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกชุด เจ้าหล่อนก็ไม่รีรอที่จะมุดตัวเข้าไปอยู่ในซุ้มผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ยกสองมือขึ้นมาปิดหู สกัดกั้นเสียงเคาะนั้น หล่อนหลับตาปี๋พร้อมภาวนา ขอคุณพระคุณเจ้า แถมด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้รีบมาคุ้มครองตนจากเจ้าของบ้านหนุ่มโดยไว

ศลิษาเสียงห้าวทุ้มดังตามมา หัวใจเธอยิ่งเต้นจังหวะรัวเร็ว พลันดวงตาหวานก็เบิกโพลงขึ้นเมื่อคิดไปว่า หากเขาจะบ้าระห่ำบุกเข้ามาในห้องนอนแล้วเธอจะป้องกันตัวอย่างไร

 ศลิษาตัวสั่นด้วยรู้สึกกลัวจากภาพจินตนาการ พร้อมนึกขอบคุณสวรรค์เมื่อไม่ได้ยินเสียงเรียกหรือเคาะประตูจากเขาอีก ทั้งที่รู้แก่ใจว่าคนตัวใหญ่ยังไม่จากไปไหน เขาคงยืนปักหลักอยู่หน้าห้องเธอ เพราะยังไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเคลื่อนจากไปเลย

หญิงสาวรวบรวมความกล้า หย่อนปลายเท้าลงบนพื้นเย็นเฉียบ ค่อยๆ ย่องไปทางประตู ยื่นมือแตะกลอนด้านในที่เธอจำได้ว่ามันมีติดไว้ แต่จำไม่ได้ว่าตนจัดการล็อกมันหรือเปล่า เมื่อสัมผัสสะเปะสะปะในความมืด คลำไปจนทั่ว ใจก็ชื้นเมื่อพบว่าทุกอย่างอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

ศลิษา นอนหรือยัง

เสียงเรียกตามมาอีก เจ้าของชื่อสะดุ้งเฮือก รู้สึกเหมือนเจ้าของเสียงจะอยู่ห่างแค่บานประตูกั้น หญิงสาวยกสองมือขึ้นปิดปากกันเสียงร้องแล้วย่องกลับมา คลานขึ้นบนเตียงก่อนขดตัวซุกบนฟูกนุ่มตลอดทั้งคืน

 

ตอนเช้าอากาศสดชื่นเย็นสบายเนื่องจากฝนตกพรำในตอนหัวรุ่ง คนเพิ่งตื่นนอนเดินออกมาในชุดเตรียมพร้อมจะออกไปข้างนอก ต้องหรี่ตามองยอดไม้ใบหญ้าที่ยังชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝนอย่างประหลาดใจ

นอนหลับสบายจนเพลินสิท่า ฝนตก พายุเข้าทั้งคืน จนจะหอบบ้านไปทิ้งทะเลอยู่แล้วยังไม่รู้สึกตัวเสียงจากคนที่นั่งจิบกาแฟตรงระเบียงดังขึ้นมาลอยๆ ทั้งที่สายตายังไม่ละจากหนังสือพิมพ์ธุรกิจในมือ เมื่อมองสภาพของเขา คนโดนกระแนะกระแหนก็ประหลาดใจเป็นสองเท่า

กฤษนลอยู่ในเสื้อโปโลสีเขียวอ่อนที่ชื้นไปด้วยเหงื่อไคลทั่วตัว อีกทั้งกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลเข้มยังมีร่องรอยของดินโคลน เนื้อผ้าเปียกหมาดๆ เป็นวงกว้างอย่างที่เธอพอจะเดาได้ว่าเจ้าตัวคงพยายามล้างมันออก

แล้ว เอ่อ...วันนี้คุณไม่ทำงานหรือคะ ฉันพร้อมทำงานแล้ว

ศลิษายิ้มแหย พูดออกตัวอึกอัก ไม่อยากให้เขากล่าวย้ำในสิ่งที่เธอทำพลาดไปแล้ว อีกทั้งเหตุการณ์เมื่อคืนที่เธอไม่อยากนึกถึงและไม่ต้องการให้เขาเท้าความหา และไม่ปริปากบอกว่าความจริงกว่าเธอจะข่มตาหลับก็หลังเที่ยงคืนสองสามชั่วโมงแล้ว จึงเป็นเหตุให้ตื่นนอนเอาตอนเกือบสาย...ไม่ใช่การหลับเพลินอย่างสบายตามที่ถูกกล่าวหาเลย

ศลิษายอมรับอย่างไม่อายเลยว่าในบางขณะรู้สึกกลัวกฤษนลจับใจ กลัวความเป็นผู้ชายอันตรายในตัวของเขา

กฤษนลคล้ายแสงไฟสีสวย อาจดูเย้ายวน ชวนให้เข้าใกล้และสัมผัส แต่หากเมื่อไหร่ที่เธอหลงลืม พาตัวเองเข้าไปติดกับในซุ้มเพลิงนั้น อาจต้องหลอมละลายด้วยความร้อนที่ค่อยๆ เพิ่มสูง กว่าจะรู้ตัวเธอคงถูกแผดเผาจนกลายเป็นผุยผงไปแล้ว

อึ๋ย...ยิ่งคิด ภาพของเขาก็ยิ่งคล้ายปีศาจร้ายเข้าไปทุกที

ถ้าเธอพร้อมทำงานก็ดี เดี๋ยวช่วยนายแทนขนกิ่งไม้ไปทิ้งหลังบ้าน

พลันนั้นเสียงปีศาจร้าย อุ๊ย! เสียงของชายหนุ่มแทรกเข้ามาในมโนสำนึก ภาพในจินตนาการของเธอก็หดหาย ศลิษามองตามทิศทางที่บุ้ยใบ้บอก จึงเห็นคนของเขากำลังขะมักเขม้นขนกิ่งไม้ที่กองซ้อนกันสูงเกือบถึงเอว คงหักจากแรงลมพัด หญิงสาวตีสีหน้าอิหลักอิเหลื่อไม่รู้จะโต้แย้งยังไงดี พร้อมกันนั้นก็ได้รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องอยู่ในสภาพมอมแมมอย่างที่เห็น เธอจึงตัดสินใจพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

งั้นฉันขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วจะไปช่วยนายแทน

เจ้าหล่อนบอกอย่างว่าง่าย จนคนตั้งใจพูดประชดต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ ทว่าไม่มากมายถึงกับอีกฝ่ายอ่านออก หากพอเธอจะหันกายกลับเข้าไปในห้องส่วนตัว เขาก็รีบห้ามไว้

ยังไม่ต้องทำตอนนี้ เธอยังไม่ทานมื้อเช้าใช่ไหม นายแทนเตรียมไว้พร้อมแล้ว ไปยกมาข้างนอกสิ

แล้วคุณล่ะคะ

ฉันทำไม

คุณทานด้วยหรือเปล่า

ศลิษาคิดว่าคำถามของเธอแสนจะธรรมดาและไม่ยากต่อการเข้าใจ แต่อีกฝ่ายกลับทำสีหน้ายุ่งยากคล้ายขัดใจเหลือเกิน แล้วเขาก็ตัดบทโดยการก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์ ไม่สนใจว่าศลิษาจะงุนงงกับท่าทีนั้นสักแค่ไหน

คำถามง่ายๆ ก็ไม่ยอมตอบ แล้วใครจะไปรู้ล่ะหญิงสาวส่ายหน้ากับตัวเอง เดินเข้าห้องครัว ทิ้งคำบ่นให้ลอยค้างอยู่ในอากาศที่อวลอยู่รอบชายหนุ่ม

แล้วทำไมต้องถามทุกเรื่องด้วย คิดเองบ้างไม่เป็นหรือไง

ปริศนาทายใจที่กฤษนลฝากไว้ให้หญิงสาวขบคิดตลอดการเตรียมสำรับมื้อเช้านั้น ปรากฏว่าหล่อนสามารถเดาใจเขาได้ถูกต้อง

ศลิษายกชุดอาหารเช้าที่ไม่ต่างจากทุกวัน อันประกอบด้วย ไส้กรอก แฮม ไข่ดาว และตบท้ายด้วยกาแฟดำสีเข้มที่ชงเก็บไว้ในเหยือก มาวางไว้บนโต๊ะที่เจ้าของบ้านยังนั่งปักหลักอ่านหนังสือพิมพ์อยู่

เมื่อจัดการทุกอย่างจนพร้อมสำหรับเขาและตัวเธอเอง หญิงสาวก็นั่งประจำเก้าอี้ตรงข้าม รอทานอย่างไม่อิดออด แค่ได้กลิ่นอาหาร กระเพาะของเธอก็ร้องครวญส่งสัญญาณให้เธอเร่งจัดการ

ฉันทำขนมปังมาเผื่อด้วยหล่อนบอกทั้งที่ไม่จำเป็น เพราะเห็นชายหนุ่มเหลือบมองมันก่อนจะหยิบเหยือกกาแฟมาเติมในถ้วยใบเก่า แล้วเลือกเพียงไส้กรอกกับแฮมมาใส่ในจานเป็นกองสูง ก่อนเริ่มต้นทาน โดยที่มืออีกข้างยังถือหนังสือพิมพ์อ่านอย่างไม่ละสายตา

ศลิษาหยิบขนมปังขึ้นมาแทะสลับกับการยกถ้วยกาแฟที่ถูกผสมด้วยนมและน้ำตาลจนได้รสกลมกล่อมขึ้นมาจิบ พลางลอบพินิจใบหน้าหล่อเหลา ผิวขาวสะอาดค่อนไปทางสำอางที่มีไรหนวดเคราสีเขียวจางๆ ขับเน้นนัยน์ตาคมเข้มได้อย่างลงตัว

เมื่อคืนเป็นไงบ้างคำถามของชายหนุ่มทำให้คนแอบมองแทบสำลักกาแฟที่กำลังลื่นไหลลงในลำคอ เหตุการณ์เมื่อคืนหลั่งไหลเข้ามาในส่วนความทรงจำไม่ต่างกับสายน้ำไหลเชี่ยว

หลังจากที่ศลิษาต้องนอนขดตัวด้วยความกลัว รอฟังว่าเมื่อไหร่เสียงฝีเท้าของเขาจะเคลื่อนจากไป หากเธอรอแล้วรอเล่าก็ไม่ได้ยินเสียงนั้นสักที จนเคลิ้มหลับไปตอนไหนไม่รู้ตัว จนรู้สึกตัวตื่นในตอนเช้า จึงกระวีกระวาดลุกขึ้น เข้าห้องน้ำ จัดการกับตัวเองเสร็จก็ออกมาในชุดพร้อมทำงานอย่างที่เห็น

เธอยังไม่ตอบฉันกฤษนลท้วง แววตาคมส่อแววประหลาด ศลิษาคิดว่าเขากำลังขัน แม้ใบหน้ากับเรียวปากจะยังคงเรียบนิ่งอยู่ก็ตาม

เมื่อคืนฉันคงนอนหลับอุตุ จนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงฝนตก พายุเข้าจนจะหอบบ้านทั้งหลังทิ้งลงทะเลมั้งคะ

คนหน้าหวานผิวสีน้ำผึ้งนวลตอบย้อนคำพูดเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย คนโดนย้อนก็รู้ไม่ยากว่าเจ้าหล่อนกำลังไม่พอใจ จึงหยุดการปะทะคารม ไม่อยากให้บรรยากาศทานอาหารเช้าต้องเสียไป

หญิงสาวก้มหน้าก้มตาทาน แม้สีหน้าจะยังไม่ดีขึ้นหากสิ่งที่ปรากฏทำให้กฤษนลแทบหลุดหัวเราะ อาหารเช้าสำหรับเธอตลอดสามวัน เขาเห็นมีเพียงขนมปังแผ่นเดียวกับเครื่องดื่มที่เวียนกันตั้งแต่นมสด ชาและกาแฟ หากวันนี้เมื่อทานอาหารท่ามกลางอารมณ์หงุดหงิดและโมโห เจ้าหล่อนกลับซัดขนมปังไปถึงสามแผ่น แถมยังตักไส้กรอกใส่จานแล้วทานต่อหน้าตาเฉย

วันนี้ฉันจะไปช่วยคุณลิน ดูว่ามีอะไรที่สามารถจัดการได้บ้าง เรายอมให้งานหยุดไปหมดทุกส่วนไม่ได้ เพราะจะผิดสัญญากับลูกค้าบางราย

กฤษนลพูดหลังจากเห็นศลิษาวางช้อนลงในจาน หยิบกาแฟที่มีสีอ่อนลงด้วยนมขึ้นมาจิบ กระทั่งเธอวางถ้วยกาแฟลงแล้วเอียงคอมองเขา ถามอย่างเป็นการเป็นงาน

คุณจะให้ฉันทำอะไรบ้างคะ

งานของเธอก็ช่วยนายแทนขนกิ่งไม้ไปเก็บหลังบ้านไง ฉันเพิ่งบอกเมื่อกี้ เธอก็รับปากดิบดี ลืมแล้วหรือ

อีกครั้งที่แววตาของชายหนุ่มเปล่งประกายคล้ายขบขัน ศลิษามั่นใจว่าตัวเองไม่ได้คิดมาก จนตีความผิดเพี้ยนอย่างแน่นอน

งานนั้นฉันช่วยแน่ ฉันไม่ใช่คนจับจด ขี้เกียจหรอกนะ

ศลิษาไม่อยากจะบอกว่าข้อมูลที่เขาได้จากใครก็ตามที่ทำให้รู้ว่าบ้านของเธอยังชีพด้วยร้านขายขนมหวานในตึกแถวกลางเมืองของอำเภอในจังหวัดใกล้กัน มันไม่ใช่งานชิ้นเดียวที่มีหรอก แต่พ่อใหญ่กับแม่เจนยังปลูกสวนปาล์มไว้ตั้งหลายสิบไร่ ผลผลิตของมันก็สร้างรายได้ให้มากพอจะส่งเสียเธอเรียนจนจบมหาวิทยาลัยในต่างประเทศอย่างไม่ลำบากอะไรเลย แถมช่วงเรียนระดับมัธยม ในทุกวันหยุด ศลิษายังชอบเข้าไปช่วยงานในสวน หยิบฉวยทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ดังนั้นงานง่ายๆ แค่ขนกิ่งไม้ที่หักโค่นจากแรงลมพัด จึงไม่ใช่งานหนักหนาสำหรับเธอ

ถ้ากฤษนลคิดว่าการสั่งให้ทำงานพวกนี้แล้วเธอจะนึกขยาดจนต้องถอยหนี เธอก็จะทำให้เขารู้ซึ้งทีเดียวว่าเขาคิดผิดเสียแล้วละ

ศลิษาเหลือบมองคนที่ยกถ้วยกาแฟดำที่ดูว่าจะขมจัดขึ้นมาดื่มจนหมด ก่อนวางลงบนโต๊ะ แล้วยืดกายเต็มความสูง ทำท่าจะผละออกไป แต่พอฉุกคิดบางอย่างได้จึงไม่อยากปล่อยโอกาสที่นานๆ ครั้งจะเห็นเขาอารมณ์ดีและผ่อนคลาย บอกถึงสิ่งที่ตนทำพลาดไปแล้ว

เมื่อวานฉันพูดไม่ดีกับคุณ ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ

เสียงของเธอก็มีอานุภาพมากพอจะฉุดรั้งให้คนร่างสูงใหญ่ที่ศลิษาคะเนด้วยสายตา รวมถึงใช้ตัวเองเป็นมาตรวัดว่าน่าจะสูงเกินร้อยแปดสิบเซนติเมตรต้องหยุดชะงัก เขาหันมองแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

เรื่องอะไร

สีหน้าของกฤษนลไม่มีร่องรอยว่าจะจดจำได้จริงๆ ดวงตาคู่คมที่มักส่ออารมณ์มากมาย และทุกครั้งล้วนแต่สร้างความรู้สึกครั่นคร้าม บางทีก็หายใจไม่ทั่วท้องให้กับเธอ หากตอนนี้กลับมีเพียงประกายความสงสัยและไม่เข้าใจอย่างจริงจัง

ฉันพูดเหมือนไม่ไว้ใจคุณเรื่องคุณลูคัส ฉันอยากบอกว่าความจริงฉันไม่เคยคิดแบบนั้น แต่เมื่อวานคุณ เอ่อ...ฉันกำลังหงุดหงิดที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงทำงานต่อไม่ได้ ทำไมคุณถึงให้ย้ายมาอยู่ที่นี่ แถมรถของฉันก็จอดไว้ไหนไม่รู้ รถคันนั้นเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่พ่อกับแม่ซื้อให้เลยนะ

สรุปว่าทั้งหมด เป็นความผิดของฉันที่ทำให้เธอหงุดหงิด

ไม่ได้พูดอย่างนั้นสักหน่อย คุณตีความของคุณเอง

ยายตัวร้ายเอ๊ย

กฤษนลยกสองมือขึ้นกอดอกแล้วเมินมองยอดหญ้ากิ่งไม้ไปเรื่อยเปื่อย พยายามทำความเข้าใจหล่อน และสิ่งเดียวที่เขาไม่อยากจะมอง คงเป็นใบหน้าสวยหวาน รวมถึงดวงตากลมโตที่จ้องด้วยแววตาซื่อใส ถ้าเขาเผลอสบตาเข้าเชื่อได้เลยว่ามันจะพานให้หงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผลอีก

ตกลงว่ายังไง รถฉันอยู่ที่ไหน วันศุกร์พ่อฉันเข้าจังหวัด เผื่อจะเรียกฉันไปพบ ปกติเวลาพ่อมาเราจะทานข้าวด้วยกันอยู่แล้วศลิษาเร่งยิก เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังนิ่งเฉย ไม่มีทีท่าว่าจะให้ความกระจ่างกันเลย

เอาเป็นว่ารถของเธออยู่ในที่ปลอดภัยดี ยังไม่มีใครขโมยไปแยกชิ้นส่วนขาย แต่ถ้ามันจะหายฉันก็จะซื้อใช้คืนเอง จะรุ่นใหม่ล่าสุดยังไงก็ได้ ส่วนเรื่องของพ่อเธอ ถ้าเขาเรียกไปพบ ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน

ตอบอย่างนี้ค่อยสบายใจหน่อยหล่อนฉีกยิ้มกว้าง เรียวตายิบหยีอย่างไม่สงวนท่าที ก่อนบอกต่ออย่างจริงใจที่สุด แต่ถึงยังไง ฉันก็อยากให้คุณดูแลรถฉันให้ดี ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับมันต่อให้เอารถของคุณคันนั้นมาแลก ฉันก็ไม่ยอมหรอก คุณค่าทางจิตใจไม่เท่ากัน

เมาอาหารเช้าหรือเปล่าถึงคิดว่าฉันจะเอารถตัวเองไปแลกกับรถกระป๋องของเธอ ไม่ต้องคิดเพ้อเจ้อแล้ว เรื่องแค่นี้ฉันจัดการได้ ส่วนเธอกินเสร็จแล้วจะไปช่วยนายแทน หรือนั่งทำงานของเธอในบ้านก็ตามใจ ฉันจะออกไปข้างนอก ส่วนอาหารมื้อเที่ยง ถ้าฉันยังไม่กลับมาก็จัดการกันเอง

เขาสั่งเสร็จก็พาร่างสูงใหญ่เข้าไปในบ้าน ทิ้งให้หญิงสาวตีหน้ายู่ใส่แผ่นหลังกว้างด้วยรู้สึกขัดหูกับคำพูดทิ้งท้ายขึ้นมาตงิดๆ เมื่อคิดว่าตั้งแต่เล็กตนก็ถูกกฤษนลเรียกด้วยชื่อใหม่ที่ฟังยังไงก็ไม่น่ารักว่าไข่มุกดำ แถมตอนนี้เขายังใส่ร้ายเจ้ารถคันเล็กสีขาวที่เธอรักประดุจน้องสาวว่าเป็นรถกระป๋องอีกด้วย

คนอะไร นิสัยไม่ดี ชอบทำร้ายจิตใจอยู่เรื่อยเลย อย่าให้ถึงคราวเราบ้างแล้วกัน

 

 

 










 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

0 ความคิดเห็น