เล่ห์กฤษนล

  • 100% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 77,902 Views

  • 176 Comments

  • 442 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    82

    Overall
    77,902

ตอนที่ 13 : ช่องว่างระหว่างหัวใจ [อัพ 55 %]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1033
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    3 ก.ย. 60

 

ตอนที่ 5  ช่องว่างระหว่างหัวใจ

 

เกือบค่ำแล้วกฤษนลยังไม่กลับมา และภาพของหญิงสาวร่างกลมกลึงที่เดินถือกิ่งไม้หวดไปตามยอดหญ้าพลางชะเง้อไปทางถนนดาดคอนกรีตที่มีต้นชวนชมปลูกเป็นทิวแถวยาวนั้นก็ช่างเตะตาคนถือตะกร้าผักเหลือเกิน เขาเหลือบมองชั่วอึดใจ ก่อนจะส่ายหน้า เดินเข้าไปในบ้าน พร้อมเสียงบ่นกับตัวเองไปตลอดทาง

ตกลงสองคนนี้เป็นอะไรกัน พอเจอหน้าก็กัดกันทุกที แต่พออีกคนไม่อยู่ คนที่เหลือก็เดินจงกรมย่ำไปมาจนสนามหญ้าจะกลายเป็นปลักควายไปแล้ว มันน่าปวดหัวจริงๆ

ลับร่างนายแทนไม่กี่นาที ศลิษาก็ตัดใจจากคนที่ออกไปตามนัดของสลาลินตั้งแต่ช่วงสาย เดินไปทางริมหาดที่เห็นอยู่ไม่ไกล พอย่างเท้าไปถึงเธอก็ทรุดนั่งบนก้อนหินที่อัดแน่นตรงริมหาด ทอดถอนใจคล้ายคนหมดเรี่ยวแรง

เราจะอยู่บ้านหลังนี้จนครบกำหนดลาพักร้อนเลยหรือไง แล้วคุณลูคัสเป็นยังไงบ้าง ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่ได้เขาช่วยในครั้งนั้น มีหวังผู้ใหญ่ในแผนกคงสนองนโยบายคนใจร้ายไล่เราออกไปแล้วศลิษาโอบกอดรอบเข่าที่ยกชันขึ้น ซบใบหน้าลงด้วยจิตใจหม่นหมอง ยามคิดถึงเรื่องนี้ทีไรหัวใจของเธอก็เหี่ยวฟีบลงเหมือนลูกโป่งโดนเจาะลมเสียทุกที

เขาคงไม่อยากเห็นหน้าเราจริงๆ ถึงได้ออกปากไล่หญิงสาวรำพึง นึกถึงเหตุการณ์ที่เจ้าของโรงกลั่นเรียกเธอไปพบ แล้วแจ้งถึงคำสั่งไล่ออกจากหุ้นส่วนคนสำคัญ

ผมเกรงจะมีเรื่องเข้าใจผิดกัน ผู้จัดการฝ่ายบุคคลบอกว่าได้รับคำสั่งจากนายนลให้ทำเอกสารฉบับนี้ขึ้นมา แต่พอผมถามจากเจ้าตัว เขากลับให้ผมมาถามคุณเอง คุณเพิร์ลพอจะบอกได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น คุณทำงานผิดพลาดยังไงถึงโดนซองขาวจากเขา

เอกสารในซองที่รอการอนุมัติจากลูคัสถูกวางตรงหน้า ศลิษาจำได้ว่าตอนนั้นเธอรู้สึกเข่าอ่อนยวบจนแทบทรุดลงกับพื้น มันไม่ใช่สาเหตุที่ต้องออกจากงานกะทันหัน แต่เป็นเพราะความตกใจและเสียใจ เหมือนหัวใจจะแตกสลายที่รู้ว่ากฤษนลรังเกียจจนไม่อยากเห็นหน้าเธอ

และคงเพราะความอยากเอาชนะที่ทำให้เธอรอดพ้นจากการถูกคุกคามและการทำร้ายจิตใจในครั้งนั้นมาได้ กฤษนลคงประมาทว่าเพียงแค่ศลิษาเจอคำสั่งเลือดเย็น แล้วจะถอดใจยอมทิ้งทุกอย่าง เดินจากไปอย่างผู้แพ้ไม่ต่างจากเด็กหญิงเพิร์ลในวันวาน...เธอเกือบจะเป็นอย่างนั้น หากไม่ได้ยินคำพูดให้โอกาสของลูคัส รวมถึงคำเรียกร้องจากก้นบึ้งหัวใจที่อยากจะเอาคืนเขาสักครั้ง

ถ้าคุณเพิร์ลแน่ใจว่าไม่ได้ทำงานผิดพลาด ผมก็ไม่ไล่คุณออก เพราะเห็นชัดว่าเพื่อนผมก็หาเหตุผลมารองรับไม่ได้เหมือนกัน ผมไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณสองคน แม้จะสะดุดใจตั้งแต่แรกที่แนะนำให้รู้จักกัน นายนลเหมือนจะนิ่งอึ้งไป ถ้าผมเดาไม่ผิด คุณสองคนคงรู้จักกันมาก่อน และถ้าเป็นอย่างนั้นผมจะไม่ยอมให้คำสั่งแบบนี้มามีผลต่อพนักงานที่มีประสิทธิภาพอย่างคุณแน่นอน แม้จะต้องงัดข้อกับเพื่อนตัวเองก็เถอะ คุณสบายใจได้

ศลิษาสีหน้าเศร้าหมอง หัวใจร่ำไห้ เมื่อนึกว่าคนดีๆ อย่างลูคัสไม่ควรจากไปก่อนวัยอันควรด้วยสาเหตุที่ยังคลุมเครือเลย อีกทั้งคนที่เธอพาตัวเองเข้ามาอยู่ใกล้ก็ยังทำทุกอย่างที่ไม่ใส่ใจความรู้สึกกันเหมือนเดิม

คนตัวเล็กวางปลายคางกับเข่ามน สายตาเพ่งมองระลอกคลื่นที่เคลื่อนซัดโขดหินจนแตกกระจายเป็นฟองสีขาว เธอนั่งอยู่ในอิริยาบถนั้นนานแค่ไหนก็ไม่รู้ กระทั่งได้ยินเสียงรถคุ้นหูดังขึ้นจึงเบือนหน้าไปมอง เมื่อเสียงเครื่องยนต์ดับลงจึงเห็นคนร่างใหญ่เปิดประตูรถก้าวลงมา เขาสาวเท้าเข้าไปในบ้านพัก แต่ชั่วขณะที่หันมาทางเธอ ชายหนุ่มก็หยุดชะงัก ก่อนจะเบนทิศทางมาหาในทันที

ศลิษาลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเผชิญหน้า ความรู้สึกกรุ่นโกรธที่ตกค้างจากความทรงจำยังอัดแน่นอยู่ข้างใน หล่อนเชิดปลายคางขึ้นอย่างถือดี และท่าทางของคนผิวสีน้ำผึ้งนวลก็สร้างความแปลกใจให้กับคนตัวโต จนเขาต้องถาม

เป็นอะไรไป แล้วทำไมถึงมานั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ตรงนี้

ฉันมานั่งเล่น ดูทะเล ไม่ได้มานั่งทอดอาลัย กรุณาเข้าใจเสียใหม่

ศลิษาโต้ ก่อนตัดสินใจเดินหนี กลับมายังบ้านพัก เพราะคิดว่าอยู่ใกล้กันก็รังแต่จะต้องทนฟังคำพูดกระแนะกระแหน มันคงเป็นเวรกรรมของเธอที่ยังปักใจอยู่กับคนแล้งน้ำใจ แถมยังไม่มีหัวใจแบบเขา

เสียงย่ำเท้าที่ได้ยินในระยะกระชั้นชิด ทำให้หญิงสาวรู้ว่าข้างหลังคงมีคนตัวโตตามติดมาอย่างแน่นอน และเพียงเดินไม่กี่ก้าว เธอก็ได้ยินวาจาของเขา

ฉันรู้ว่าเธอกำลังเศร้า ฉันเห็นใจ แต่ยังไงก็อย่าออกนอกหน้ามาก ลูคัสเป็นเพื่อนของฉัน เพื่อนที่ฉันสนิท ฉันเองก็เสียใจ และตั้งใจตามหาเขาจนกว่าจะเจอ แถมยังมีคุณลิน ภรรยาตัวจริงที่รักและเป็นห่วง ในตอนนี้คุณลินกำลังแย่ ฉันเลยอยากเตือนเธอว่าถ้าจะแสดงอะไรออกมาก็ควรรักษาน้ำใจคุณลินไว้บ้าง

ฉันทำอะไรคนโดนใส่ร้ายโดยไม่ทันตั้งตัวกระชากเสียงถาม ทั้งที่สองเท้ายังคงจ้ำไปข้างหน้า

ฉันรู้นะว่าเธอรู้สึกยังไงกับลูคัส ที่ผ่านมาถึงไม่เห็นกับตาตัวเอง แต่ที่เธอยังยื้อทำงานอยู่ แม้ฉันจะไล่ยังไง เธอก็ไม่ยอมไป แถมยังขอร้องให้เพื่อนฉันมาพูดกับฉันอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอพยายามเข้าไปใกล้ชิด ขอร้องให้เขาทำ เรื่องนั้นคงไม่เกิดขึ้น แถมตอนนี้ยังมีเรื่องมากมายเกิดขึ้น ลูคัสจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้ ฉันคิดว่าเธอควรหยุดสร้างเรื่องวุ่นวายได้แล้ว อย่างน้อยเพื่อคุณลิน สองคนนั้นรักและผูกพันกัน ไม่ควรมีมือที่สามเข้าไปแทรก ไม่ว่าจะเป็นข้ออ้างอะไรก็ตาม

ถ้อยคำของกฤษนลยังดังต่อเนื่อง น้ำเสียงดูมั่นอกมั่นใจเหลือเกิน จนคนฟังแทบยั้งใจไม่ไหวที่จะไม่หันไปยกมือข่วนหน้าหล่อเหลานั่นให้เลือดซิบ

ศลิษาสูดลมหายใจลึก ก่อนตัดสินใจชะงักเท้าเพื่อจะหันไปตอบโต้ ทว่าการหยุดกะทันหันของเธอ ทำให้คนเดินตามในระยะไม่ห่างยั้งฝีเท้าไม่ทัน ดังนั้นแผ่นอกกว้าง หนั่นแน่นด้วยกล้ามเนื้อแข็งตึงจึงปะทะกับร่างนุ่มนิ่ม จนหล่อนเซไปข้างหน้า คงล้มลงหากไม่มีมือแข็งแรงคว้าเอวบางไว้ก่อน

หญิงสาวรีบผละออกห่าง เหมือนกำลังสัมผัสถ่านร้อน หล่อนถอยออกมาสองก้าว ดวงหน้าหวานเริ่มแดงก่ำ มันไม่มีความรู้สึกอื่นเจือปน นอกจากความโกรธที่กำลังทำให้เธอสั่นเทาไปทั้งตัว

คุณนี่ท่าจะบ้า คุณเคยว่าฉันคิดเพ้อเจ้อ แต่ความจริงตัวคุณนั่นแหละที่เพ้อเจ้อ แถมยังฟุ้งซ่าน คิดอะไรไม่เห็นได้เรื่องสักอย่าง แล้วฉันก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เสียเวลาพูดกับคุณอีก เห็นชัดว่ามันไม่มีประโยชน์เลยจริงๆหล่อนต่อว่าพร้อมดวงตาลุกวาบ ก่อนจะหันกลับไปเดินต่อ ก็ยังไม่ลืมคำพูดทิ้งท้ายให้คนฟังรู้สึกเจ็บๆ คันๆ เล่นและไม่ว่าสมองของคุณจะบรรจุความคิดอกุศลอะไรแค่ไหน แต่ฉันก็ขอเตือนไว้ว่า ก่อนใส่ความคนอื่นอย่าลืมมองตัวเองด้วย ไม่อย่างนั้นจะเข้าตำราว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

 

หลังจากประคารม ศลิษาก็พาตัวเองมาขังอยู่ในห้องนอนไม่ยอมออกไปทานข้าวมื้อเย็นในวันนั้น อีกคนดูจะไม่สนใจ เขายังคงทำทุกอย่างเป็นปกติ คล้ายกับว่าไม่มีเธออยู่ร่วมบ้านเช่นเดียวกัน

จนวันรุ่งขึ้น ขณะที่ชายหนุ่มจัดการมื้อเช้าอยู่ในห้องทานอาหารติดกับห้องครัว ศลิษาก็เดินเข้ามาในชุดทะมัดทะแมงด้วยเสื้อเชิ้ตแบบผู้หญิงกับกางเกงเข้ารูปสีดำ อันเป็นเครื่องแต่งกายที่มักใช้ตอนทำงานในสำนักงาน เพื่อจะชงเครื่องดื่มสำหรับตัวเอง เจ้าของบ้านหนุ่มเหลือบมองนิดเดียว ก่อนก้มหน้าก้มตาทานต่อ ทำเหมือนไม่มีเธออยู่ตรงนั้น และเป็นศลิษาที่ทนไม่ไหวต้องเอ่ยปากถามขึ้นมาก่อน

คุณบอกให้ฉันอยู่ช่วยงาน วันนี้ฉันต้องออกไปพร้อมคุณหรือเปล่า

ไม่ต้อง ช่วงนี้ฉันจะช่วยคุณลินเคลียร์งานให้เสร็จ ส่วนเธอรอไปก่อน

สิ้นเสียงห้าวห้วน คนตัวเล็กที่กำลังกดน้ำร้อนจากกระติกลงในถ้วยต้องลอบยู่หน้าด้วยความหมั่นไส้ ริมฝีปากบางขมุบขมิบคล้ายเจ้าตัวกำลังบ่นพึมพำ หากแต่ไม่มีเสียงหลุดรอดให้อีกฝ่ายได้ยิน

หลังจากได้น้ำร้อนมาค่อนถ้วยศลิษาก็คิดว่าจะเลือกอะไรดี ระหว่างชากับไมโลที่เห็นมีอยู่อย่างครบครัน ทันใดนั้นเสียงเรียกก็ดังขึ้น และมันทำให้เธอถึงกับสะดุ้งเฮือก

ศลิษา

อุ๊ย!”

น้ำร้อนในถ้วยกระฉอกออก จนโดนมือบางที่เผลอไปปัดมันเข้า ศลิษาร้องอย่างตกใจพร้อมกับถอยกรูดโดยไม่ทันคิดว่าจะทำยังไงดี กระทั่งมือของเธอถูกเขาคว้าเอาไว้ ก่อนจะลากไปยังซิงก์ล้างจานในครัว จัดการเปิดก๊อกน้ำ ให้น้ำเย็นไหลผ่านมือข้างที่ถูกน้ำร้อนราดรดที่เริ่มรู้สึกปวดแสบปวดร้อน

ไม่รู้จักระวังตัวเองเลย

เจ้าของร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนแนบชิดในระยะที่ทำให้คนร่างเล็กหายใจติดขัดเพราะความรู้สึกแปลกๆ พูดขึ้น และนั่นก็เรียกสติเธอให้คืนกลับมา ศลิษาดึงมือตัวเองออก คิดจะถอยห่าง แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยินยอมให้เธอทำตามที่คิด

เดี๋ยวสิ มือเธอแดงแล้วเห็นไหม ล้างมือให้สะอาดก่อน เดี๋ยวฉันเอาน้ำแข็งมาประคบ ไม่งั้นผิวตรงหลังมือจะพองตัว เป็นตุ่มน้ำใส ถึงตอนนั้นล่ะเจ็บน่าดู

ไม่เป็นไร ฉันจัดการเองได้ แค่น้ำร้อนลวกนิดเดียว

ใช่ แค่น้ำร้อนลวก แล้วทำไมเมื่อกี้ต้องร้องเสียงดังล่ะ

ก็ฉันตกใจ แต่ฉันยืนยันว่าไม่ได้ร้องเสียงดังแน่นอน

เก่งว่างั้นเถอะ

เสียงประชดประชันดังตามมา หากคราวนี้ช่างแปลกที่ศลิษากลับรู้สึกเต็มตื้นแทนการโกรธกรุ่นที่เป็นอยู่เสมอ เธอรู้สึกถึงความร้อนในกายใหญ่ที่แผ่กระจายเข้ามา พลันบังเกิดความอุ่นซ่านยามความร้อนนั้นแทรกผ่านทั่วกายเล็กบางของเธอ

พอแล้วค่ะ ฉันไม่เจ็บแล้ว

หล่อนกระตุกมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือหนา แล้วได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอคล้ายไม่สบอารมณ์ เขายังยื้ออยู่นานนับนาที แต่ดูเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์สำหรับอีกคน จนกฤษนลปิดก๊อกน้ำแล้วจูงเธอเดินผ่านประตูมานั่งในห้องทานอาหาร จัดการให้หญิงสาวนั่งบนเก้าอี้ว่างตรงข้ามเขา ก่อนจะเดินออกไป ไม่นานก็กลับเข้ามาพร้อมผ้าขาวสะอาดห่อน้ำแข็งส่งให้

ประคบไว้สิ

ชายหนุ่มบอกแล้วเดินหายออกไปอีกรอบ ศลิษาได้ยินเสียงเรียกหานายแทน สักพักจึงกลับเข้ามาพร้อมกล่องยา มานั่งบนเก้าอี้ติดกับเธอ ฉวยมือบางไปจุ่มๆ ป้ายๆ น้ำยาจากขวดที่เปิดออก กว่าศลิษาจะรู้ตัวก็รู้สึกถึงความเย็นของน้ำยาที่แผ่กำซาบเข้าสู่ผิวแล้ว

นั่งนิ่งๆ เป็นไหม อีกนิดเดียวก็จะทายาเสร็จแล้ว

ฉันทำเองได้ โดนน้ำร้อนลวกนิดเดียว มืออีกข้างยังเป็นปกติ ไม่ใช่โดนไฟลวกทั้งตัวสักหน่อยหล่อนว่า แล้วใบหน้าสีน้ำผึ้งนวลก็ร้อนผ่าว มันคงกำลังฉีดสีแดงเรื่อทั่วใบหน้า ศลิษาเสมองทางอื่นเมื่อความคิดซุกซนผุดขึ้นมาว่า หากเป็นเช่นนั้นจริง มีหวังตนคงโดนจับแก้ผ้าเอาน้ำเย็นราดทั้งตัวเป็นแน่

หลังจากเสร็จขั้นตอนทายา ศลิษาก็เห็นมือเรียวแข็งแรงแบบผู้ชายกำลังดึงผ้าพันแผลสีขาวมาคลี่รอบมือของเธออย่างขะมักเขม้น ท่าทางของเขาทำให้อิ่มใจขึ้นอย่างประหลาด

หลายนาทีทีเดียวกว่าความพยายามของกฤษนลจะเป็นผลสำเร็จ เขามองผลงานตัวเองที่มือเธอด้วยประกายตาพอใจ ก่อนเงยหน้าขึ้นบอก

เสร็จแล้ว วันนี้ห้ามเอามือไปโดนน้ำเพราะแผลจะอักเสบ ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้

กฤษนลปิดกล่องยา ทำท่าจะลุกขึ้นยืน หากพอได้ยินเสียงหวาน เขาก็ชะงักงันพร้อมกับสีหน้าที่ดูแปลกพิกล

ขอบคุณนะคะ

เอ่อ...ไม่เป็นไร

ร่างสูงใหญ่ประเปรียวเดินออกจากห้องทานอาหารพร้อมกล่องยา ไม่นานเขาก็กลับมาแล้วเดินผ่านเข้าไปในครัวอีกครู่หนึ่ง ก่อนยกถ้วยข้าวต้มวางตรงหน้าเธอ

เมื่อวานเธอไม่ทานข้าวเย็น วันนี้มีข้าวต้มทะเลฝีมือป้าต้อย ลูกสาวแกขี่มอเตอร์ไซค์เอามาให้ตั้งแต่เช้า ทานซะ รสชาติดีกว่าฝีมือนายแทนเป็นร้อยเท่า

ความจริงฉันไปตักเองก็ได้

อย่าเรื่องมากน่า ที่ฉันทำเพราะไม่อยากให้ตัวเองต้องเจอกับเรื่องยุ่งยากมากขึ้นเท่านั้น

ชายหนุ่มกล่าวเสียงดุเสร็จก็กลับไปนั่งประจำเก้าอี้ตัวเอง เริ่มทานข้าวต้มในถ้วยที่เหลือเพียงครึ่งเดียวต่อ ศลิษาเดาว่ามันคงจะเย็นชืดไปแล้วแน่นอน แต่ยังเห็นเขาตักทานเป็นปกติ จนข้าวต้มหมดถ้วยจึงวางมือ หยิบแก้วน้ำมาดื่ม แล้วพาร่างสูงเดินออกไปโดยไม่พูดไม่จากับเธออีก

ศลิษามองตามแผ่นหลังกว้างจนลับสายตา พร้อมเกิดรอยยิ้มบางๆ ขึ้นตรงเรียวปาก เธอกำลังนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ครั้นถูกคนตัวโตแสร้งทำเสียงดุให้ตกใจกลัว จนร้องไห้โฮออกมา จากนั้นก็มีคุณป้าใจดีที่หน้าตาละม้ายคนใจร้ายพาเธอไปนั่งอยู่ในห้องหนึ่ง ศลิษาจดจำภาพความหลังได้ไม่มากพอ แต่ก็มีภาพเดียวที่ยังฝังใจเธอ นั่นคือภาพของกฤษนลที่ตีสีหน้าดุดันอย่างคงเส้นคงวาเดินถือจานขนมมาให้ตามคำสั่งของคุณป้าใจดี และเมื่อเธอยกมือไหว้ขอบคุณ พลันสีหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นตลกสิ้นดี ดูไปมันช่างคล้ายกับสีหน้าเมื่อกี้ไม่ผิดเลย

 

 

 






 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

0 ความคิดเห็น