เล่ห์กฤษนล

  • 100% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 77,902 Views

  • 176 Comments

  • 442 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    82

    Overall
    77,902

ตอนที่ 14 : ช่องว่างระหว่างหัวใจ [อัพ 100 %]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 806
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    8 ก.ย. 60

 

ตอนที่ 5 ช่องว่างระหว่างหัวใจ (ต่อ)

 

กฤษนลขับรถออกจากบ้านพักเชิงเขา ตรงไปยังบ้านหลังใหญ่ของเพื่อนรักที่ตอนนี้ได้ทิ้งภรรยาสาวให้อยู่กับบิดาของเธอตามลำพัง ชายหนุ่มจอดรถตรงที่จอดประจำ ก่อนย่างเท้าเข้าไปในบ้านหลังนั้นอย่างเคยชิน ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขายังต้องหารือเกี่ยวกับทิศทางงานที่จะเดินหน้าต่อ

ทนายความกำลังทำเรื่องขออำนาจศาลให้ลินเป็นผู้จัดการทรัพย์สินตลอดช่วงที่ลูคัสยังไม่กลับมาค่ะ

เจ้าของบ้านสาวบอก หลังจากสองคนจัดการงานเร่งด่วนชิ้นแรกเสร็จภายในห้องทำงานชั้นล่าง

ดีแล้วครับ คุณลินเดินหน้าได้เต็มที่ ผมจะเรียกประชุมผู้บริหารในบริษัทเพื่อแจ้งความคืบหน้าในอีกสองวัน

ขอบคุณมากค่ะ ยังไงการบริหารงานและการตัดสินใจของโรงกลั่น ลินยังต้องขอความช่วยเหลือจากคุณนล ลินคงไม่สามารถทำงานพวกนี้เองได้ถ้าไม่มีใครแนะนำอยู่ข้างหลังสลาลินพูดต่อ ในวันนี้สีหน้าเธอดูดีขึ้น วันเวลาช่วยให้เธอคลายเศร้าได้บ้างแล้วกระมัง

อย่าห่วงเลยครับ งานที่นี่ นอกจากผมแล้วยังมีที่ปรึกษาบริษัทและผู้บริหารอีกหลายคนที่เก่ง มีประสบการณ์ สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้

กฤษนลพูดแล้วลอบถอนหายใจคล้ายอารมณ์สิ้นหวัง ในทุกวันเขามีเพียงความเชื่อว่าลูคัสจะกลับมา หากในความเป็นจริงยังไร้วี่แววว่าคนที่กำลังค้นหาจะยังมีชีวิตอยู่

ลินเชื่อค่ะเรามีคนเก่งมากมาย แต่ใครล่ะที่ลินจะไว้ใจได้ ทุกวันนี้มีคนหวังจะเข้ามาแทรกแซงธุรกิจของเราอยู่ พอลูคัสไม่อยู่สักคน บริษัทก็เหมือนขาดเสาหลัก แต่นับว่าโชคดีที่คุณนลมารับช่วงต่อไว้ทัน เพราะทั้งหุ้นส่วนและลูกค้าต่างก็เชื่อมั่นในตัวคุณนล ไม่แพ้ลูคัส

ยังไงงานที่นี่ผมก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ในฐานะหุ้นส่วนคนหนึ่ง ที่สำคัญผมไม่มีวันทิ้งมันไป เพราะงานนี้คือชีวิตและจิตใจของเพื่อนผม ผมไม่ปล่อยให้บริษัทตกอยู่ในมือคนอื่น ผมต้องรักษามันไว้เพื่อรอลูคัสกลับมา

ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณคุณนลจริงๆ

สลาลินน้ำตารื้นหน่วยตา คงด้วยความตื้นตันใจ กฤษนลก็พออุ่นใจว่าเขายังสามารถปัดเป่าความทุกข์ร้อนให้เธอได้ในจังหวะที่คู่ชีวิตหายตัวไป แถมธุรกิจใหญ่ที่ตกอยู่ในมืออย่างตั้งรับไม่ทันก็ยังมีคนไม่รู้จักพอคอยหาจังหวะแย่งชิงเสียอีก

สำหรับ สจ.วิบูลย์น้ำเสียงของชายหนุ่มกร้าวขึ้นเมื่อต้องเอ่ยถึงคนคนนี้ คุณลินสบายใจเถอะครับว่าเขาจะไม่มีวันฉกฉวยธุรกิจของเราไปได้เด็ดขาด ผมพร้อมจะต่อกรกับเขาในทุกทาง ขอเพียงรู้ว่าเขาจะเล่นไม้ไหน ผมจะรับมือกับเขาเอง

กฤษนลสะสางงานจนใกล้เวลาเที่ยงวันงานทั้งหมดก็เสร็จลง เขากวาดเอกสารกองใหญ่มาถือไว้ในมือ แล้วบอกลาเจ้าของบ้านสาว ไม่วายที่เธอจะแย้งด้วยเสียงอ่อนหวาน

คุณนลจะรีบกลับไปไหนคะ อยู่ให้ลินเลี้ยงข้าวสักมื้อเถอะ มาช่วยตั้งหลายวัน ลินยังไม่มีโอกาสตอบแทนเลย วันนี้คุณนลก็มาคนเดียว จะบอกว่าเกรงใจที่พ่วงผู้ช่วยมาด้วยก็คงไม่ได้แล้วล่ะ

กฤษนลชะงักไปชั่วขณะ นึกหาข้ออ้างที่จะนำมาปฏิเสธไม่ทันเลยทีเดียว จนได้ยินเสียงเร่งจากหญิงสาว เขาจึงจำต้องยินยอมตาม แต่ไม่ทันตกปากรับคำ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น พอหยิบมาดูจึงรู้ว่าเป็นสายจากมารดา

ชายร่างใหญ่แทบเผลอพ่นลมหายใจ เขาตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงเกิดความโล่งใจถึงเพียงนี้

ผมไม่สะดวกแล้วล่ะครับ คุณแม่โทร.มา คุณลินอย่าว่าเลยนะ คุณแม่ผมซักนานเชียว คงเห็นว่าเป็นตอนเที่ยง พักจากงาน ถึงได้โทร.มาพอดี

ไม่เป็นไรค่ะ รับสายท่านเถอะค่ะ ลินเข้าใจ คุณแม่คุณนลคงเป็นห่วง เอาไว้โอกาสหน้า ตอนคุณสะดวกแล้วกันค่ะสลาลินรีบพูดเร็วจี๋ ด้วยเกรงคนปลายสายของกฤษนลจะรอนาน

ครับ ยินดีครับ งั้นวันนี้ผมลาละครับ

 

รถคันสีดำแล่นผ่านประตูรั้วอัลลอยด์สีทองเด่นสู่ช่องทางบนถนน ผ่านตัวเมืองของจังหวัด มุ่งหน้าสู่บ้านพักเชิงเขา ระหว่างทางที่รถกำลังแล่นด้วยความเร็วปานกลางบนถนนโล่ง คนขับหนุ่มยังติดพันกับการสนทนาทางมือถือ แม้ผ่านไปหลายนาทีแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะวางสายจากกัน

แม่โทร.มาถามว่าเป็นยังไงบ้าง ที่นั่นมีอะไรต้องจัดการอีกไหม หรืออยากให้คุณพ่อส่งใครไปช่วยหรือเปล่า เมื่อวานบอกจะโทร.มาหาแม่ช่วงค่ำ แม่รอจนดึก ไม่เห็นนลโทร.มา เลยเข้านอนก่อน

ขอโทษครับคุณแม่ เมื่อคืนผมลืมสนิทเลยว่าสัญญาจะโทร.หากฤษนลครางเสียงอ่อย นึกโทษตัวเองว่าลืมนัดมารดาไปได้ยังไง แถมยังทำให้ท่านต้องอดหลับอดนอนรอสายจากเขาอีก

ถ้านลลืมก็ไม่เป็นไร แม่แค่กลัวว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นเท่านั้นเสียงมารดาบอกถึงความโล่งอก ก่อนจะเปลี่ยนไปถามเรื่องใหม่อย่างใส่ใจ แล้วงานมีปัญหาไหม นลได้พักบ้างหรือเปล่า เพื่อนของลูกล่ะมีวี่แววว่าจะพบตัวหรือยัง

เรื่องงานไม่มีปัญหา ผมมั่นใจว่าจัดการได้ครับ...ส่วนเรื่องลูคัส ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

เสียงแผ่วลงของกฤษนล ทำให้คนปลายสายนิ่งไป ก่อนจะได้ยินวาจาอ่อนโยนให้กำลังใจนานหลายนาที จนรถแล่นมาถึงบ้านพักเชิงเขา มารดาถึงวางสาย และนั่นก็หมายถึงหลังจากเธอย้ำบอกให้เขารีบติดต่อกลับ หากว่าต้องการความช่วยเหลือหรือเกิดปัญหาเกินว่าจะรับมือได้ตามลำพัง

กฤษนลก้าวลงจากรถ สิ่งแรกที่แล่นเข้ามาในสมองนั่นคือภาพของคนตัวบาง คนที่ทำให้เขาไม่อาจอยู่ร่วมทานอาหารกับสลาลิน เพราะเกิดความรู้สึกขัดแย้งหลายอย่างขึ้นในใจ แม้แต่ตัวเองก็บอกไม่ได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร สุดท้ายจำต้องตัดสินใจกลับบ้านพักเชิงเขาด้วยความไม่แน่ใจ

ศลิษาอยู่ไหนกฤษนลถามเมื่อมองหาคนเป้าหมายไม่เจอ หลังจากเดินเข้ามาในบ้าน และเสียงของเขาก็ทำให้คนกำลังเช็ดโต๊ะที่เขานั่งทำงานประจำต้องเงยขึ้นมอง ก่อนตอบด้วยเสียงไม่ใคร่ใส่ใจ

หลังบ้าน

“หลังบ้าน” ชายหนุ่มเลิกคิ้ว “แล้วเธอไปทำอะไรอยู่หลังบ้าน”

ซักผ้าอยู่มั้ง หอบผ้าตะกร้าใหญ่ หายไปหลังบ้านตั้งนานแล้ว ยังไม่เห็นกลับมา หรือจะเป็นลมไปแล้วก็ไม่รู้

ไอ้แทนคนเป็นนายเรียกชื่อคนรับใช้ใกล้ชิดเสียงเข้ม เมื่อได้ยินคำพูดไม่เข้าหู ซ้ำร้ายเจ้าตัวยังทำหน้าตาเฉยเมย ไม่ยินดียินร้ายกับข้อสันนิษฐานนั้น แล้วทำไมไม่โผล่หัวไปดู ถ้ายายนั่นเป็นอะไรไป นายโดนเหยียบอกแน่ จำไว้

สิ้นเสียงขู่ คนตัวใหญ่ก็ก้าวพรวดไปในทิศทางหลังบ้าน ทิ้งคนข้างหลังให้มองตามด้วยสีหน้ายุ่งยาก แถมแววตาก็ยังเจือด้วยความเบื่อหน่ายเต็มทน

เป็นอะไร พูดแค่นี้ทำเป็นตกใจไปได้ ซักผ้าตะกร้าเดียว ใครที่ไหนจะเป็นลมเป็นแล้งไปจริงๆ ตกใจเกินเหตุหรือเปล่า

ทางด้านคนอาการย่ำแย่ของนายแทน เมื่อออกไปทางหลังบ้านก็เห็นคนที่ต้องการเจอตัวได้ไม่ยาก หล่อนกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับผ้าในตะกร้าผ้าที่บางส่วนถูกแขวนอยู่บนราวเรียบร้อยแล้ว

ทำอะไรน่ะศลิษา

อุ๊ย!” เสียงอุทานของคนในชุดกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดสีขาวดังขึ้น ก่อนหล่อนจะหันมามองด้วยความตกใจ ทว่าครู่เดียวมันก็จางหายไปจากสีหน้า ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความย่นยู่คล้ายไม่สบอารมณ์

คุณทำฉันตกใจอีกแล้วนะ เมื่อเช้าก็ทีหนึ่งแล้ว เห็นไหม ได้แผลเลยหล่อนยกมือซ้ายที่มีผ้าพันแผลสีขาวด้วยฝีมือเขาให้ดู ก่อนจะหันกลับไปใช้มืออีกข้างยกผ้าเปียกๆ ในตะกร้าขึ้นมาพาดกับราวผ้าด้วยท่าทีทุลักทุเล

รู้ว่ามือมีแผล แล้วมาทำอะไรอยู่ตรงนี้

ไม่เห็นหรือว่าคนกำลังตากผ้า หรือคุณไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น

ศลิษาหันไปมองพร้อมทำสีหน้าสีตาอย่างที่กฤษนลเห็นว่าช่างกวนประสาทอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หากเป็นเวลาปกติชายหนุ่มคงนึกหมั่นไส้ เดินหนีด้วยไม่อยากยุ่งกับเจ้าหล่อนไปแล้ว หากว่าตอนนี้ความรู้สึกแปลกที่เกิดขึ้นเต็มหัวใจ ทำให้เขาไม่อาจทำอย่างที่คิด

อย่ามาพูดจายอกย้อน เธอรู้ว่าฉันหมายถึงอะไร ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่าให้แผลโดนน้ำ ไม่อย่างนั้นมันจะอักเสบ

แผลแค่นี้เอง ฉันดูแลตัวเองได้ และตอนนี้งานฉันยังไม่เสร็จ คุณอย่าเพิ่งมายุ่งดีกว่า เห็นไหมว่าแดดกำลังดี ถ้าขืนคุณยังวุ่นวายอยู่อย่างนี้ เดี๋ยวเกิดฝนฟ้าครึ้ม ผ้าฉันทั้งตะกร้าไม่แห้ง ฉันจะทำไง คราวนี้เรื่องใหญ่เลยนะ

แล้วเธอซักผ้าทั้งตะกร้านั่นยังไง

ก็ใช้มือซักสิ นั่นไงกะละมัง ความจริงฉันก็อยากซักเครื่องนั่นแหละ แต่นายแทนบอกว่าที่นี่ไม่มีเครื่องซักผ้า เพราะเสื้อผ้าของคุณ นายหวินจะเอาไปให้ป้าต้อยจัดการ แต่คราวนี้พวกเขาไม่อยู่ทำให้ แล้วคุณจัดการยังไงล่ะ ถามนายแทนก็บอกไม่รู้

หล่อนลอยหน้าลอยตาพูด กฤษนลสังเกตเห็นว่าเสื้อยืดตัวโคร่งที่ยาวถึงต้นขา จนคลุมกางเกงขาสั้นแทบจะมิดนั้นเปียกปอนไปเกือบครึ่งตัว ครั้นปรายตาขึ้นสูงก็เห็นผมยาวสลวยที่มัดเป็นหางม้าไว้หลุดรุ่ยร่าย ดูมอมแมมแปลกตา จนชายหนุ่มแทบหลุดหัวเราะ ด้วยรู้สึกว่าภาพตรงหน้าช่างน่าขันเสียจริง มันเป็นภาพที่กฤษนลไม่คุ้นเคย เขาไม่ค่อยเห็นผู้หญิงที่รายล้อมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นมารดา กฤติยา หรือเพื่อนสาวคนไหนจะเผยสภาพเช่นนี้ให้เห็นบ่อยนัก

คุณยิ้มอะไรเสียงหวานดังแทรกมา กฤษนลถึงรู้สึกตัวว่าได้ปล่อยความคิดล่องลอยไปไกลแล้ว เขาเลิกคิ้วมองหล่อน แววตากรุ้มกริ่มอย่างที่คนถูกมองต้องขยับตัวอย่างอึดอัดในท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขา

ฉันกำลังสงสัยว่าเธอจะถามทำไมว่าใครจัดการเสื้อผ้าให้ฉัน หรือว่าเธออยากทำแทน

อย่ามาโมเมนะ ฉันไม่ยอมทำงานรับใช้คุณหรอก ไม่ใช่เรื่องหญิงสาวแหวเข้าให้ ความเกรงกลัวและเกรงใจสูญหายไปตอนไหน เธอก็ไม่รู้เหมือนกัน

รับใช้ที่ไหน เราอยู่ด้วยกันก็ต้องช่วยกันสิคนตัวโตหน้าขาวพูดพร้อมย่างเท้ามาหา จนศลิษาถึงกับหน้าเหวอไปกับสิ่งที่เขากำลังทำ

กฤษนลก้มมองเสื้อผ้าในตะกร้าตรงหน้าหล่อน ก่อนก้มหยิบชิ้นบนสุดขึ้นมาเพ่งพินิจ

เสื้อผ้าพวกนี้ซักเสร็จแล้วใช่ไหม มา ฉันช่วยตาก

ปล่อย ไม่ต้องมายุ่งกับผ้าของฉันหล่อนกรีดเสียงแหลมและดัง อย่างที่ไม่สนใจว่าใครจะมาได้ยิน ออกแรงยื้อยุดกางเกงขายาวเข้ารูปสีดำที่เธอเคยสวมทำงาน ซึ่งตอนนี้อยู่ในมือเขาเรียบร้อยแล้ว

ฉันอยากช่วยเธอบ้างไม่ได้หรือไง หรือไม่เชื่อว่าฉันทำงานพวกนี้ได้ เดี๋ยวจะทำให้ดู

ไม่ต้อง อย่ามายุ่งกับของของฉัน คุณไม่มีงานอื่นทำหรือไง ออกไป ไม่งั้นฉันจะเรียกนายแทน

เรียกมาทำไม นายนั่นจะช่วยอะไรเธอได้ แถมถ้าเธอทำตัวน่ารำคาญฉันอาจสั่งนายแทนให้จับเธอโยนทิ้งทะเลก็ยังได้

คนบ้า ทำไมถึงชอบแกล้งกันนักนะ

ฉันบอกแล้วไงว่าจะช่วย เธอนั่นแหละเรื่องมากไม่เข้าท่า เอ้า เสื้อผ้าของเธอ ถ้าอยากได้ก็เอาคืนไปจบคำพูด ชายหนุ่มก็ปล่อยมือจากปลายกางเกงข้างหนึ่ง จนคนที่กำลังยื้อสุดแรงเสียหลัก เซถอยหลังไปถึงสองก้าว เพียงเท่านี้ก็ดูจะสร้างความพอใจให้กับคนตัวโตเหลือเกิน เขาปล่อยเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนจะเบนเป้าหมายไปที่ตะกร้าที่อัดแน่นด้วยผ้าเปียกๆ ของเธอใหม่ ไม่วายที่หญิงสาวจะร้องโวยวาย รีบเข้ามาขวางไว้เช่นเดิม

สงครามย่อยๆ ระหว่างสองหนุ่มสาว อยู่ในสายตาของคนที่เปิดหน้าต่างมามองจากในบ้าน เขาส่ายหน้าอย่างเอือมระอาแล้วถอยกลับไปในครัว เริ่มต้นหุงข้าว เตรียมพร้อมสำหรับมื้อเที่ยงของสองคนข้างนอก จนได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ จึงชะโงกหน้าจากหน้าต่างในห้องครัวไปมองก็เห็นคนที่ตนกำลังรอ ทว่าคนคนนั้นกลับหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่ยังดังประสานมาจากหลังบ้าน และเธอก็ตัดสินใจเดินไปตามเสียงนั้น

ทำอะไรกันคะคุณนล

เสียงทักนั้นทำให้สองหนุ่มสาวชะงัก เมื่อสายตาสองคู่หันไปมองผู้มาใหม่ พลันเกิดเสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกัน

น้องเพิร์ล มาทำอะไรที่นี่

พี่ปลาเล็ก

 





 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

0 ความคิดเห็น