เล่ห์กฤษนล

  • 100% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 77,901 Views

  • 176 Comments

  • 442 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    81

    Overall
    77,901

ตอนที่ 4 : กฤษนล [อัพ 100 %]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    8 ส.ค. 60

 

ตอนที่ 1 กฤษนล (ต่อ)

 

กฤษนลขับรถวนอยู่แถวบ้านพักเชิงเขา ตามเส้นทางต่างๆ เกือบชั่วโมง ก่อนตัดสินใจตรงไปยังโรงกลั่นน้ำมันเพื่อตามเบาะแส พอไปถึงสถานที่นั้น พลันความหดหู่ก็จู่โจมเข้ามาในหัวใจ ความเงียบเหงาที่สัมผัสได้ช่างต่างกับภาพล่าสุดที่ยังจำติดตา โรงงานสร้างใหม่ที่ได้มาตรฐานเคยคึกคักไปด้วยพนักงานและคนงาน หากตอนนี้แม้เวลาเพิ่งจะเคลื่อนมาถึงหกโมงเย็น แต่เงียบงันร้างผู้คนเหมือนบรรยากาศตอนเที่ยงคืนไม่มีผิด

กฤษนลจอดรถแล้วก้าวออกมา เดินย้อนไปหายามรักษาความปลอดภัยที่เห็นนั่งคอตกเมื่อครู่ หากเวลานี้กำลังยืนตัวตรงอย่างแข็งขัน ราวกับหุ่นยนต์ซึ่งหมดพลังงานแล้วได้รับการชาร์จไฟเข้าไปใหม่

คุณลูคัสอยู่หรือเปล่าคำถามแรกของชายหนุ่ม ทำให้ยามวัยกลางคนตีสีหน้างุนงง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเจือความกังขา

คุณลูคัสกลับไปตั้งแต่บ่ายแล้วครับ

วันนี้ใครเข้ามาบ้างกฤษนลถามต่อ เมื่อเห็นคนถูกถามนิ่วหน้าอย่างเค้นหาคำตอบ เขาจึงเจาะจงเป้าหมายให้แคบลงอีก ผู้บริหารในตึกสี่ชั้นน่ะ มีใครมาบ้าง

มีครับ มาดูไฟไหม้กันเมื่อเช้า แต่พอสายก็กลับกันหมด

แล้วน้ำเสียงติดสำเนียงท้องถิ่นก็แจงรายชื่อของผู้บริหารที่มีห้องทำงานในตึกสี่ชั้นซึ่งถือเป็นอาคารเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เห็นเข้ามาในวันนี้ให้ผู้เป็นนายฟังอย่างละเอียด

กฤษนลพยักหน้าพร้อมตบไหล่เจ้าของคำตอบหนักๆ อย่างต้องการเสริมกำลังใจ จนอีกฝ่ายยิ้มออก หากพอคนร่างสูงผิวขาวสาวเท้ายาวๆ กลับไปยังรถที่จอดอยู่ใกล้ เสียงจากข้างหลังก็ทำให้เขาชะงักโดยพลัน

ยังมีคุณศลิษาอีกคนครับ เธอยังไม่กลับ ผมกะว่าสักสองทุ่มจะเดินไปดูเหมือนกัน

ชื่อนี้มีผลให้เจ้าของร่างสูงเดินกลับมายังที่เดิม ดวงตาคมหรี่ลงอย่างใช้ความคิดและคาดคะเนไปพร้อมกัน

เมื่อกี้ว่าไงนะ ใครยังอยู่ข้างใน

คุณศลิษาครับ เธอมาทำงาน ตอนนี้ยังอยู่ข้างใน

ฉันจะเข้าไปดูเอง

เพียงเท่านั้น กฤษนลก็ก้าวไปทางตึกสี่ชั้นที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน ห่างจากประตูรั้วเกือบห้าสิบเมตร พอไปถึงชายหนุ่มก็วิ่งขึ้นบันไดสู่ชั้นสามอย่างรู้จุดหมาย เขากวาดสายตามองสำนักงานที่ดูเงียบสงบ มีไฟส่องเป็นจุดห่างๆ ตามทางเดิน แต่ถึงกระนั้นแสงสว่างก็น้อยเกินกว่าจะยังให้เกิดความอบอุ่นใจได้สำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง เพราะแม้แต่เขาเองยังอดที่จะหันมองข้างหลังด้วยความหวาดระแวงไม่ได้ขณะทะยานขึ้นบันได หากบ้านพักเชิงเขาคือบ้านผีสิง ที่นี่ก็คงจะเป็นคอนโดฯ ของคุณผีที่เปิดให้สัมภเวสีเข้าพักได้ฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย หากแต่ยังมีผู้หญิงอีกคนที่ปักหลักทำงานอยู่ในนี้

ผู้หญิงอวดดีที่เขาไล่ยังไง หล่อนก็ยังไม่ไสหัวออกไปสักที

 

กฤษนลผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานที่อยู่ค่อนไปเกือบริมสุดแม้จะมีกระดาษแผ่นหนามาปิดทับประตูที่กรุด้วยกระจกทั้งบาน แต่เขาก็มั่นใจว่าคนที่กำลังตามหาอยู่ในห้องนี้แน่นอน...ห้องทำงานที่มีแสงไฟเปิดสว่างอยู่เพียงห้องเดียว

คุณมาที่นี่ได้ยังไง

คนข้างในหันมาส่งเสียงตกใจเมื่อมีคนรุกล้ำเข้ามาในสถานที่ที่เธอครอบครองอยู่ตามลำพังมาเกือบทั้งวัน ยิ่งเห็นหน้าคนมาใหม่ชัดเจนก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก

หากภาพดวงหน้าตกอกตกใจของหญิงสาว กลับทำให้กฤษนลแสยะยิ้มเย็น เขาหรี่ตามองคนร่างบาง ผิวนวลลออที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแบบผู้หญิงกับกางเกงเข้ารูปสีดำซึ่งขับเน้นเรือนร่างเจ้าหล่อนให้ดูประเปรียวสะดุดตา

ฉันเป็นเจ้าของคนหนึ่งเขาพูดเสียงเข้ม จะเข้ามาตอนไหนก็ได้ ควรเป็นเธอมากกว่าที่ต้องให้คำตอบว่าทำไมถึงยังเสนอหน้าอยู่ที่นี่ ในเวลานี้

ฉันทำงานให้กับบริษัท แล้วทำไมถึงจะเข้ามาไม่ได้

ศลิษาโต้พลางสาวเท้าไปยืนหลังโต๊ะทำงานที่อยู่ข้างๆ อย่างน้อยหากเขาคิดทำอะไรเธอขึ้นมา โต๊ะคงขวางกั้นยืดเวลาได้บ้าง ทว่าสิ่งที่นึกกลัวก็ไม่ได้เกิดขึ้น คงมีแต่เสียงเยาะหยันที่ยังดังต่อเนื่อง เหมือนอยากฆ่าเธอให้ตายด้วยวาจาเสียมากกว่า

ฉันไล่เธอออกไปแล้ว ถ้าความจำเธอไม่สั้นเป็นปลาทอง ก็น่าจะละอายใจบ้าง

แต่เท่าที่รู้ บริษัทนี้ เครือพีเอจีถือหุ้นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น และไม่ใช่ส่วนใหญ่หรือทั้งหมด ดังนั้นมันก็ไม่ใช่บริษัทในเครือของคุณ คุณจะมาวางอำนาจสั่งการตามอำเภอใจไม่ได้ ไม่มีใครงี่เง่าฟังคำสั่งของคุณหรอก

ฉลาดคิดนะ ฉลาดเหมือนพ่อเธอไม่มีผิด

เสียงคำรามห้าวแม้จะดังแค่ในลำคอหนา คนยืนห่างออกไปเกือบสามเมตรกลับได้ยินชัดเจน มันเป็นถ้อยคำที่เขาใช้ตอกย้ำด้วยใจเหยียดหยามมาตั้งแต่เธอเป็นเด็ก กระทั่งมาเจอกันใหม่ กฤษนลก็ยังไม่เปลี่ยนนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นเดิมๆ

คุณจะด่าว่ายังไงฉันก็ได้ แต่ไม่มีสิทธิ์พูดล่วงเกินคุณพ่อของฉัน

ศลิษาเกลียดตัวเองเหลือเกินที่ไม่สามารถบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ ดวงตาที่เพ่งมองเขาเอ่อด้วยน้ำตาอย่างน่าอดสู แต่กระนั้นยังมองเห็นเรียวปากหยักสีแดงสดของคนตัวใหญ่กระตุกยิ้มหยัน ถึงรู้ว่าตนทำพลาดอีกแล้ว พลาดให้ปีศาจร้ายที่จำแลงกายในคราบเทพบุตรได้หัวเราะอย่างผู้กำชัยชนะเหมือนเช่นเคย

กฤษนลย่างเท้าเข้าหาเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังอยู่ในอารมณ์อ่อนแอ และขาดความระแวดระวังภัย ดวงตาคู่คมเฝ้ามองร่างกลมกลึงอย่างไม่วางตา พร้อมก่นด่าตัวเองว่าไม่ว่าจะเจอกันสักกี่ครั้ง เขายังปล่อยให้อำนาจฝ่ายต่ำเข้ามาครอบงำจิตใจและความรู้สึก เบียดบังสมองจนด้านชาคล้ายจะไม่ยอมทำงาน และตอนนี้ก็เช่นกัน แค่เพียงเห็นเธอยืนอยู่ตามลำพังในชุดเสื้อผ้ารัดรูปกระชับเรือนร่าง เขาก็จินตนาการไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

ศลิษาดูจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าคนร่างสูงใหญ่เคลื่อนมาใกล้จนเธอสัมผัสถึงอันตรายที่แฝงมากับกลิ่นกายเขา หล่อนถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ ทว่าด้านหลังมีตู้เหล็กใส่เอกสารใบมหึมาตั้งขวางอยู่ ยามปกติตู้ใบนี้ก็เป็นผนังกั้นพื้นที่ทำงานให้กับพนักงานอย่างเป็นสัดส่วน แต่ในเวลานี้มันกลับเหมือนกำแพงกักขังอิสรภาพของเธอจากคนน่ารังเกียจที่เธอนึกอยากให้เขามีใบหน้าน่าเกลียดน่ากลัวมากกว่าหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ ไม่ยุติธรรมเลยที่คนใจด้านชาจะมีรูปลักษณ์ที่น่าหลงใหลเช่นนี้

เธอต้องกลับออกไป ไม่เห็นหรือว่าตอนนี้โรงงานเป็นยังไง

เสียงห้าวดังแผ่วเบา แต่สีหน้าแววตาของเขายังดูเยือกเย็นไม่ผิดจากเดิม จนคนฟังนึกไม่ออกคนพูดอยู่ในอารมณ์ไหน แต่ไม่ว่าอย่างไรทุกการกระทำของเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนความตั้งใจของเธออย่างแน่นอน

ไม่ ฉันยังทำงานไม่เสร็จ และไม่ยอมปล่อยงานค้างไว้อย่างนี้ พรุ่งนี้ฉันมีนัดกับลูกค้า ฉันต้องมีรายละเอียดสินค้าล็อตใหม่ให้เขาดู

แล้วคนอื่นในทีมเธอหายหัวไปไหนหมด เธอถึงมาทำบ้าอยู่ที่นี่คนเดียว

พวกเขาถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้ามา

สั่งห้าม...ใครกัน

คุณวรงค์

ชื่อที่ศลิษาเอ่ยออกมา สามารถหยุดการวางอำนาจของกฤษนลได้พอสมควร น้ำเสียงของเขาลดจากการขู่ตะคอกลงเกือบจะเป็นการพูดจาปกติ

แล้วลูคัสล่ะ เขาว่าไง

ฉันไม่รู้

เธอคอยเกาะติดเขาแจ จนแทบจะแกะไม่ออก แล้วบอกว่าไม่รู้งั้นเหรอ เชื่อยากสักหน่อยนะ

กฤษนลเยาะขึ้นมาอีก เขาเปลี่ยนน้ำเสียงและสีหน้าในเวลาอันรวดเร็วจนศลิษาตามไม่ทัน เพียงวินาทีต่อมาเขากลับมีปฏิกิริยาใหม่ เหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ แต่นั่นมันยังร้ายกาจไม่ได้ครึ่งหนึ่งของแววตาคมที่ส่งมาทางเธอแล้วพ่นคำสบถอีกสองสามคำ ราวกับว่าเธอเผลอเหวี่ยงมือไปโดนปุ่มบ้าที่ซ่อนอยู่ตรงไหนสักแห่งบนตัวเขา ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากยืนเฉยๆ

ลูคัส ฉันลืมลูคัสได้ยังไงกฤษนลบ่นอย่างหัวเสีย จากนั้นก็คว้าหมับไปที่ต้นแขนหญิงสาว ก่อนลากออกมาอย่างไม่เบาแรง

ปล่อยนะ ฉันเจ็บ จะทำอะไรฉัน

ฉันไม่คิดจะทำอะไรเธอหรอก แต่ตอนนี้ฉันปล่อยให้เธอมาเพ่นพ่านอยู่ในนี้คนเดียวไม่ได้ ถ้าคุณวรงค์สั่งห้ามใครเข้ามา เธอก็ต้องเชื่อตาม ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ พวกฉันจะลำบาก เข้าใจไหม

เพียงเท่านั้นร่างของหญิงสาวก็เซแซดตามแรงฉุดลากของเขาอย่างง่ายดาย โชคดีที่ทั้งกระเป๋าและสัมภาระของเธอวางบนโต๊ะอย่างพร้อมจะกลับทุกเมื่อ ดังนั้นจึงเพียงคว้าติดมือมาด้วยกัน เรื่องที่จะคัดค้านต้านทานเรี่ยวแรงของเขานั้นอย่าหวังเลย อีกทั้งเวลานี้มีเพียงเธอที่อยู่ที่นี่ มองซ้ายแลขวาหาคนช่วยนั้นโอกาสแทบเป็นศูนย์

ศลิษาเดินตามแรงจูงจนลงมาถึงชั้นล่างสุดของอาคาร จึงสะบัดแขนออก

ปล่อยได้แล้ว รถของฉันจอดอยู่โน่น ฉันเดินไปเองได้

เพียงเท่านี้หญิงสาวก็เป็นอิสระจากการเกาะกุม หล่อนยกมือลูบแขนตัวเองเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บระบมจากแรงของเขา หากไม่คิดจะเอาเรื่องหรือต่อว่ากันอีก รู้ว่าไม่มีประโยชน์อะไร สิ่งที่เธอควรทำคือรีบถอยห่างออกมาต่างหากล่ะ

ตอนนั้นเองที่เสียงโทรศัพท์ของกฤษนลดังขึ้น สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย อีกทั้งแววตายังดูเย็นชาน่ากลัว มันน่ากลัวกว่าตอนเขาแสดงความเกรี้ยวกราดหรือเย้ยหยันเธอเสียอีก และทั้งหมดนั้นก็ฉุดให้ท่อนขาเรียวกลมกลึงของศลิษาชะงักอยู่กับที่ อย่างที่เธอก็ไม่รู้สึกตัวเหมือนกัน

มีใครพบตัวนายหวินหรือยังประโยคแรกที่กฤษนลเอ่ยออกมาภายใต้สีหน้าเคร่งเครียด และเสียงจากคนที่ได้รับคำสั่งให้ตามหาตัวลูคัสก็ตอบกลับมา

หาตัวไม่เจอครับ ดูจากสภาพรถมอเตอร์ไซค์ เหมือนรถเสียหลักลงข้างทางแล้วไปชนกับต้นไม้ไม่แรงเท่าไหร่แล้วล้มลงเอง นายหวินคงไม่เป็นอะไรมาก แต่ตอนนี้เขาหายตัวไป ป้าต้อยบอกว่ายังไม่กลับบ้าน ตามโรงพยาบาลหรือบ้านคนรู้จักก็ไม่เห็นครับ ป้าต้อยโทร.ตามหาจนหมดแล้ว แปลกอยู่อย่างหนึ่งครับ คืออีกฝั่งของถนน คล้ายกับของใหญ่ไถลลงหน้าผา ต้นไม้ต้นหญ้าหักราบ ส่องไฟฉายดูก็เห็นกิ่งไม้ใหญ่หักลู่ ตอนนี้พวกผมแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล้วครับ

คำรายงานทั้งหมดทำให้กฤษนลใจหายวูบ เส้นทางที่นายถวิลเกิดอุบัติเหตุเป็นเส้นทางมายังบ้านพักของเขาเอง สภาพถนนฝั่งหนึ่งติดภูเขา มีต้นไม้รกทึบ ส่วนอีกฝั่งเป็นหุบเหวลึก จนน่ากลัวว่าหากเสียหลักพลาดตกลงไป แล้วคงกลายเป็นเรื่องใหญ่กัน

ฉันจะไปเดี๋ยวนี้

 






 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

0 ความคิดเห็น