เล่ห์กฤษนล

  • 100% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 77,918 Views

  • 176 Comments

  • 441 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    98

    Overall
    77,918

ตอนที่ 7 : ไข่มุกดำแห่งท้องทะเลอันดามัน [อัพ 100 %]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    15 ส.ค. 60

 

ตอนที่ 2 ไข่มุกดำแห่งท้องทะเลอันดามัน (ต่อ)

 

เลยหกโมงเช้ามาเกือบครึ่งชั่วโมง ศลิษาในเครื่องแต่งกายชุดเดิมเดินออกจากห้องพักที่ครอบครองตลอดทั้งคืน เธอปิดประตูห้องจนสนิทแล้วเดินออกมากวาดสายตามองทั่วบ้าน ซึ่งก็ไม่เห็นมีใครตามที่คาดไว้ก่อนแล้ว หากความสงสัยก็ผุดขึ้นมาว่าเขายังไม่ตื่นนอนหรือไงนะ จะว่าออกไปข้างนอกก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะตั้งแต่ตื่นมาเธอยังไม่ได้ยินเสียงรถเขาเลย

มองหาคุณนลหรือครับเสียงทักด้านหลังทำให้ศลิษาสะดุ้งโหยง หล่อนหันไปมอง เห็นว่าเป็นชายผิวดำ ร่างกำยำ หน้าตาดุดัน ทว่าพอเห็นแววตาเป็นมิตรจึงค่อยใจชื้น

ใช่จ้ะ เขายังไม่ตื่นหรือ

คุณนลออกไปตั้งแต่ตีห้าแล้วครับ บอกให้ผมรอไปส่งคุณ

ชายคนเดิมบอก ก่อนขอตัวเข้าห้องครัวแล้วประคองถาดอาหารเช้าออกมา ท่าทางของเขาช่างขัดกับรูปร่างใหญ่โตเสียจริง และเขาคงทันเห็นความสงสัยและไม่ไว้วางใจจุดขึ้นบนดวงหน้าของศลิษา จึงบอกต่อ

คุณจะโทร.ถามคุณนลก่อนก็ได้ แล้วนี่อาหารเช้า ผมทำไว้ให้

ให้ฉันศลิษาถามอย่างแปลกใจ เกิดความรู้สึกผิดขึ้นชั่วขณะที่นึกไม่ไว้ใจเขา ทว่าก็รู้สึกอยู่เพียงเสี้ยววินาทีเพราะคิดเข้าข้างตัวเองว่าหากใครมาเป็นหล่อนที่อยู่ในสถานที่แบบนี้กับชายไม่คุ้นหน้าแถมหน้าตาดุดัน คงต้องนึกหวั่นกันบ้างล่ะ

ใช่ ผมทำงานทุกอย่างในบ้านคุณนล ส่วนอาหารทำได้แค่มื้อเช้าแบบง่ายๆ ถ้าเป็นมื้อใหญ่จะมีคนมาส่งครับ คุณนลบอกว่าฝีมือผม ถ้ามากกว่าข้าวต้มกับขนมปังปิ้งคงไม่มีใครกระเดือกลง

คนหน้าดุบอกเสียงเรียบ จากรูปร่างหน้าตาและสำเนียงทำให้รู้ว่าคงเป็นคนท้องถิ่น ซึ่งศลิษาคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะเวลาส่วนใหญ่เธอก็วนเวียนอยู่แถวจังหวัดใกล้ๆ จะมีแค่ช่วงที่มารดาส่งไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียตามคำขอของผู้เป็นยายที่เคยพา แม่เจน อพยพจากเมืองไทยไปอยู่ที่นั่น กระทั่งได้แต่งงานใหม่กับชาวออสซี่

ทว่าชีวิตนับแต่จุดนั้นเป็นไปอย่างลุ่มๆ ดอนๆ จนแม่เจนย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยกับ พ่อใหญ่ เกือบปี คุณยายก็แยกทางกับสามีใหม่ แล้วใช้ชีวิตตามลำพังโดยยังชีพด้วยการเปิดร้านขายของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยว กระทั่งศลิษาเรียนจบชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนประจำจังหวัดจึงย้ายไปอยู่กับคุณยายพร้อมกับเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยเสียที่นั่น ต่อเมื่อเรียนจบถึงกลับมาเริ่มชีวิตการทำงานในโรงกลั่นน้ำมันปาล์มเป็นที่แรก และศลิษาก็ยังอยากให้เป็นที่เดียวสำหรับเธอ

ศลิษาจัดการกับอาหารเช้า ซึ่งคงจัดไปตามความชอบของเจ้าของบ้าน หล่อนหยิบขนมปังปิ้งอุ่นๆ ทาแยมผิวส้มขึ้นมากัดพร้อมจิบกาแฟ แม้ปกติจะไม่นิยมเครื่องดื่มชนิดนี้ อีกทั้งคนชงใส่มาเสียเข้มจัดยิ่งไม่เฉียดใกล้รสนิยมของเธอ แต่สำหรับเช้านี้หลังจากนอนหลับไม่ถึงสามชั่วโมง ศลิษาจึงรู้สึกว่ามันเป็นเครื่องดื่มที่เธอควรเรียกหาจริงๆ

เกือบสิบนาที หญิงสาวกินขนมปังหมดไปเพียงครึ่งแผ่น ยังเหลือในจานอีกสองแผ่นพร้อมกับไข่ดาวอีกสองใบ ศลิษารู้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่ว่ายังไงคงไม่สามารถทานทั้งหมดแน่นอน มีเพียงกาแฟดำรสเข้มที่หายไปจนเกลี้ยง เหลือเพียงคราบเกาะขอบถ้วยสีขาวเท่านั้น

ฉันเรียบร้อยแล้วจ้ะ

ศลิษาบอกเมื่อเห็นชายผิวคล้ำหน้าดุไม่แพ้ผู้เป็นนายเดินเข้ามาในบ้าน พร้อมมือข้างหนึ่งถือกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ไว้ เขาชะงักเท้า มองสำรับอาหารที่สภาพไม่ต่างจากเดิมนัก ศลิษาจึงได้เห็นสีหน้าไม่ใคร่ชอบใจของเขา หากไม่ได้เอ่ยคำตำหนิออกมา เพียงแต่บอกว่า

“วางไว้อย่างนั้นแหละครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณจะไปบ้านพักเลยหรือเปล่า”

“จ้ะ ไปตอนนี้เลย” ศลิสาละมือจากถาดอาหาร “ขอบคุณนะจ๊ะสำหรับมื้อเช้า ว่าแต่ จะไปที่บ้านพักยังไงล่ะ ไม่เห็นมีรถสักคัน”

ไปรถมอเตอร์ไซค์นี่แหละ ผมจะพาไปส่งที่ถนนหน้าเมือง แล้วคุณค่อยโบกรถสองแถวไปบ้านพักพนักงาน คุณออกไปรอข้างนอกก่อน ผมจะเก็บของ ปิดบ้านก่อน

ได้ยินคำตอบจากคนที่เดินลิ่วจากไป ศลิษาเลยถึงบางอ้อ หล่อนฉวยกระเป๋าสะพายซึ่งเป็นของเพียงชิ้นเดียวที่มีติดมือออกไปยืนรออยู่นอกบ้าน ไม่กี่นาทีจากนั้นคนของกฤษนลก็จัดการทุกอย่างเสร็จ เดินออกมานำรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจใหม่เอี่ยมมาจอดเทียบข้างเธอ พร้อมส่งหมวกกันน็อกให้

 ศลิษาขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายรถอย่างเก้ๆ กังๆ หากพอขยับตัวสองสามทีทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทาง รถมอเตอร์ไซค์แล่นไปตามถนนดาดคอนกรีตก่อนจะแยกไปอีกเส้นทางที่เธอไม่คุ้นเคย ศลิษาไม่คิดจะเก็บความข้องใจไว้ในอก เธอจึงเปิดกระจกบังลมของหมวกกันน็อกแล้วตะโกนถามแทรกเสียงเครื่องยนต์กับเสียงคลื่นลมริมทะเล

นี่ไม่ใช่ทางเดิมที่ฉันมากับคุณนลเมื่อคืน

ถนนเส้นนี้เป็นทางอ้อม คุณนลบอกให้ส่งคุณทางนี้ แล้วเมื่อกี้คุณไม่โทร.ถามหรือคนขับรถนอกจากจะทำเสียงไม่สบอารมณ์ แล้วยังโยนให้เป็นความผิดของเธอเอง

จะถามได้ไง ฉันไม่มีเบอร์เขานี่หล่อนตะโกนด้วยระดับเสียงเท่าเดิม ในใจเกิดความผิดหวังที่คิดจะได้ติดตามความคืบหน้าในการค้นหาตัวลูคัส ก่อนกลับไปทำงานตามหน้าที่

อ้าว ผมคิดว่าสนิทกัน เห็นมาพักด้วยกัน

คำพูดโพล่ง แม้จะฟังขัดหูอยู่อักโข แต่ศลิษาก็ไม่ถือเป็นอารมณ์ เพราะคุ้นเคยและสามารถยอมรับกับการพูดจาแบบขวานผ่าซากของคนละแวกนี้มานานแล้ว

ศลิษาไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีถนนเส้นนี้อยู่ด้วย ผืนทะเลยามเช้าสวยงามจับตา ไออวลสดชื่นผสานในอากาศตลอดเส้นทางที่นั่งรถโต้ลมเย็นเลาะเลียบขนานกับชายหาด หากก็ไม่ยอมให้ความเพลิดเพลินมาทำให้สัญชาตญาณระแวดระวังภัยที่เคยมีสูญหายไป หล่อนยังกวาดสายตามองรอบตัวอย่างจับสังเกตไปพร้อมกัน

ศลิษาไม่รู้หรอกว่า ท่าทางของเธอทำให้คนขับรู้ทันไม่ยาก เขาอยากบอกเหลือเกินว่าตนไม่โง่ฆ่าตัวตายโดยการทำร้ายผู้หญิงของนายหรอก...หากสิ่งที่คิดก็ไม่ได้หลุดออกมา

รถโผล่มาถึงถนนลาดยางสองเลนซึ่งเป็นทางเชื่อมกับถนนสายหลักระหว่างเมืองที่ศลิษาคุ้นเคยดี ครู่ต่อมาคนขับของเธอจอดรถตรงริมถนน พร้อมบอกโดยไม่หันมา

ส่งคุณตรงนี้แหละ เดี๋ยวจะมีรถสองแถวผ่านมา

หากพอเห็นท่าทางงกๆ เงิ่นๆ เหมือนไม่คุ้นชินของศลิษา คนขับเลยเปลี่ยนใจดับเครื่องมอเตอร์ไซค์แล้วจอดไว้ ก่อนจะออกมาเดินยืดกายไม่ห่างจากเธอ

ผมเรียกรถให้คุณดีกว่าเขาบอก เมื่อเห็นสายตาสงสัยของหญิงสาว และหล่อนก็ยิ้มกว้างแทนคำขอบคุณ

ท่าทางและบุคลิกของสาวสวย รวมถึงการแต่งเนื้อแต่งตัวที่ดูเหมือนธรรมดา หากมีรสนิยมและสง่างามในที ทำให้คนลอบมองนึกสงสัยว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับเจ้านายกันแน่ อีกทั้งเธอยังเป็นพนักงานในโรงกลั่นตามที่เพิ่งรู้มา จึงมีความเป็นไปได้น้อยมากที่คนอย่างกฤษนลจะเข้าไปข้องแวะในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง

กระทั่งรถสองแถวประจำทางผ่านมา เขาจึงจัดการโบกให้หญิงสาว มองดูหล่อนขึ้นไปนั่งตอนหลัง ข้างผู้โดยสารคนอื่นจนเรียบร้อย แล้วรถก็แล่นจากไป เมื่อถอนสายตากลับมาเขาจึงสังเกตเห็นรถกระบะคันใหญ่ที่จอดอยู่บนไหล่ทางห่างจากเขาไปหลายสิบเมตรเริ่มเคลื่อนตัวตาม สัญชาตญาณในกายทำให้เขาไม่อาจปล่อยผ่าน

ไม่มีป้ายทะเบียนซะด้วยเขามองท้ายรถกระบะที่แล่นด้วยความเร็วไม่มากนัก ปล่อยให้รถส่วนตัวอีกหลายคันวิ่งแซงไปเรื่อยๆ แล้วจะวิ่งตามรถสองแถวทำไม

มือล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วรายงานไปยังคนหนึ่งว่าได้ส่งหญิงสาวขึ้นรถสองแถวเรียบร้อยแล้ว

“ดี” คนปลายสายตอบ

“มีอีกเรื่องหนึ่งครับ ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า”

“มีอะไรหรือ”

“รู้สึกจะมีรถตามเธอไปครับ”

หนุ่มร่างใหญ่มองถนนซึ่งบัดนี้ว่างเปล่า บอกรายละเอียดของรถน่าสงสัยคันนั้น เสร็จแล้วจึงตัดสาย ขับรถมอเตอร์ไซค์ย้อนกลับทางเดิมเพื่อกลับบ้านพักเชิงเขา

มีอยู่ขณะหนึ่งเขานึกอยากเลี้ยวรถกลับขับตามไป ทว่าพอนึกถึงงานที่ทำค้างไว้ เขาก็ลืมเรื่องอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่ธุระกงการของตนไปเสีย

 

รถสองแถวกลางเก่ากลางใหม่จอดหน้าสำนักงานของโรงกลั่นน้ำมันปาล์มที่วันนี้ยังเงียบสงัดเพราะมีคำสั่งปิดจากทางการเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดใช้อีกครั้ง ร่างของหญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตเข้ารูปกับกางเกงสีดำก้าวลงจากตอนหลังของรถสองแถว ก่อนจะเดินไปจ่ายค่าโดยสารกับคนขับ แล้วมุ่งหน้าสู่สำนักงานที่อยู่ห่างหลายสิบเมตร

หากว่ายังไม่ทันถึงหน้าอาคาร ร่างของคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้หญิงสาวชะงักงันด้วยความตกใจ

คุณเองหรือศลิษาพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นใบหน้าถมึงทึงอย่างคงเส้นคงวาของคนที่ยืนถ่างขาน้อยๆ อย่างน่าหมั่นไส้ขวางหน้าเธออยู่

วันนี้เธอควรหยุดทำงาน อยู่บ้านพักเหมือนพนักงานอื่น อย่าสร้างความเดือดร้อนให้มาก แค่นี้ก็วุ่นพอแล้วกฤษนลอดกลั้นที่จะไม่กระชากตัวเธอมาเขย่าให้หัวสั่นหัวคลอน เผื่อว่าความดื้อรั้นในตัวจะกระเด็นหลุดออกมาเสียบ้าง

หลังจากได้รับโทรศัพท์จากคนของตนว่าเห็นรถกระบะน่าสงสัยขับตามรถสองแถวคันที่ศลิษาโดยสารมา กฤษนลก็รีบรุดออกจากสถานที่ค้นหาตัวลูคัสเพื่อมาดักรอเธอ คาดไว้แล้วเชียวว่าแม่สาวหัวดื้อไม่มีทางกลับบ้านพักไปตามคำสั่ง หากหล่อนคงกลับมาทำงานต่ออย่างแน่นอน จนสุดท้ายเขาถึงต้องมาดักรออยู่หน้าโรงกลั่น กระทั่งเจอตัวตามคาด

ฉันไม่ได้สร้างความวุ่นวายอะไรเลยนะ คุณหาเรื่องอีกแล้ว ฉันทำงานของฉันเงียบๆ วันนี้มีนัดกับลูกค้า ฉันไม่อยากทิ้งงาน ถึงยังไงพอสำนักงานเปิดทำงานตามปกติ ฉันก็ต้องมาเคลียร์มันอยู่ดี ถึงตอนนั้นอาจยุ่งกว่าเก่า สู้ทำให้เสร็จแต่ตอนนี้ดีกว่า ที่สำคัญฉันก็ไม่ได้อยู่ในออฟฟิศด้วย แค่แวะมาเอางานที่เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานเท่านั้นเอง

ฉันบอกว่าไม่ต้องก็ไม่ต้องสิ กลับบ้านเธอไปได้แล้วคำสั่งเจืออารมณ์โมโหของกฤษนลได้รับคำตอบเป็นสายตาที่มองมาเหมือนเขากำลังทำอะไรไม่เข้าเรื่องเสียเอง นั่นทำให้ชายหนุ่มเกินที่จะอดทนได้อีก

เอากระเป๋าฉันไปทำไม

ศลิษาตกใจเมื่อจู่ๆ คนตัวใหญ่อาศัยความแข็งแรงและช่วงตัวช่วงแขนที่ยาวกว่าแย่งกระเป๋าของเธอไปรื้อค้นอย่างไม่เกรงใจ จนได้ของที่ต้องการจึงคืนมาให้เธอ หากสิ่งที่อยู่ในมือเขาทำให้คนตัวบางแทบกรีดร้องด้วยความโกรธ

กฤษนลโยนกุญแจพวงใหญ่ให้กับชายร่างสูงในเสื้อแจ็กเก็ตสีดำไม่ต่างกับเขาที่ยืนเยื้องอยู่ข้างหลัง ชายคนนั้นตะปบรับกลางอากาศอย่างแม่นยำ

เอารถคุณศลิษาไปเก็บไว้ที่บ้านพักของเธอ

ครับนาย

คำสั่งเฉียบขาดพร้อมการปฏิบัติแบบฉับไวทำให้ศลิษากำมือแน่น เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความโกรธที่ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น หากตั้งแต่เกิดมาหล่อนไม่เคยรับมือกับจอมวางอำนาจที่หยาบคายร้ายกาจคนไหนมาก่อน ดังนั้นสิ่งที่ทำได้จึงเป็นเพียงการจ้องหน้าเขาด้วยสายตาจะกินเลือดกินเนื้อ...แต่มีหรือที่คนอย่างกฤษนลจะสะทกสะท้าน

ทำตัวยุ่งยากมาก วันนี้ก็ไปด้วยกัน

เขาถือวิสาสะฉวยมือบาง ลากหล่อนไปนั่งตอนหลังในรถสีดำติดฟิล์มมืดสนิทคันเดิม ก่อนจะอ้อมมาเปิดประตูฝั่งคนขับสอดตัวเข้าไปนั่งแล้วเคลื่อนรถออกไป

 



 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

0 ความคิดเห็น