เล่ห์กฤษนล

  • 100% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 77,902 Views

  • 176 Comments

  • 442 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    82

    Overall
    77,902

ตอนที่ 9 : ความหลังและความทรงจำที่เหลืออยู่ [อัพ 100 %]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1060
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    18 ส.ค. 60

 

ตอนที่ 3 ความหลังและความทรงจำที่เหลืออยู่ (ต่อ)

 

ผู้หญิงของกฤษนลหมายถึงมารดาที่มักห้ามเขาไปเสียทุกอย่าง แล้วยังมีน้องสาวจอมโวยวายแถมเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจที่มักหลีกเลี่ยงบริเวณนี้ ด้วยเหตุผลว่าไม่มีอะไรเจริญหูเจริญตาสักอย่าง มีแต่หินก้อนใหญ่กับต้นไม้มืดครึ้มที่ให้ความรู้สึกน่ากลัวมากกว่าชวนรื่นรมย์

ทว่าสำหรับคนฟังกลับตีความหมายคำว่าผู้หญิงของเขาเป็นอื่นไป

ฉันต่างกับผู้หญิงของคุณ ฉันไม่เคยกลัวน้ำทะเลหรือก้อนหินริมหาด เพราะฉันเป็นลูกทะเล

ลูกทะเลชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น

ใช่ ฉันโตที่เกาะเลี้ยงหอยมุก ตอนวัยอนุบาลก็อยู่กับทะเล มีแม่เจนสอนหนังสือให้ จนถึงเกณฑ์เรียนประถมนั่นแหละถึงย้ายมาเข้าโรงเรียนที่ภูเก็ต

ฉันรู้กฤษนลครางในลำคอ พร้อมนึกต่อว่าเขารู้กระทั่งพ่อใหญ่ของเธอเคยโกงเงินบริษัทคุณลุงของเขา จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปอยู่ต่างประเทศ แล้วเจอกับแม่ของเธอในตอนนั้น จนพากันกลับมาเมืองไทย แต่จุดประสงค์ก็เพื่อทำงานให้กับคู่แข่งบริษัทคุณลุง ทว่าสุดท้ายก็หักหลังกันเอง จนคุณลุงเขาต้องยื่นมือเข้าไปช่วย แล้วโยนตัวพ่อใหญ่กับแม่เจนของเธอมาอยู่ที่เกาะเพาะเลี้ยงหอยมุก...จากนั้นเด็กหญิงศลิษาหรือน้องเพิร์ลจึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา

หากว่าชีวิตหลังจากนั้นของเธอ ดูจะยังเป็นปริศนาสำหรับเขา

เธออยู่ที่ภูเก็ตนานแค่ไหน แล้วทำไมตอนนี้ครอบครัวถึงย้ายมาอยู่จังหวัดใกล้ๆ นี่ล่ะ

ไม่นานค่ะ เรามีปัญหานิดหน่อยเสียงของหล่อนเบาลง ก่อนเสมองไปยังท้องทะเล เป็นการยุติคำพูดไว้แค่นั้น จนคนรอฟังได้แต่หรี่ตามองพร้อมคาดเดาเองว่าปัญหาคงหนีไม่พ้นเรื่องไม่ชอบมาพากลที่พ่อใหญ่ของเธอก่อไว้เป็นแน่...ทว่าชายหนุ่มก็ไม่ได้เอ่ยออกมา เขาคงเก็บไว้ในความคิด

แล้วย้ายมาอยู่ที่ใหม่ พ่อกับแม่เธอทำมาหากินอะไร

คุณจะแกล้งถามทำไมคะ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าพ่อกับแม่ของฉันทำอะไรอยู่

เปิดร้านขายขนมในตึกแถวเก่าๆ งั้นใช่ไหม

มันเป็นงานของเรา เป็นงานของพ่อกับแม่ที่ฉันภูมิใจและครอบครัวเราก็อยู่กันอย่างมีความสุขค่ะศลิษาพูดพลางทอดสายตาไปยังท้องทะเลกว้าง ประกายความอ่อนโยนทอออกจากดวงตาคู่หวานเมื่อนึกถึงผู้ให้กำเนิดทั้งสองคน

ครอบครัวเธอย้ายมาอยู่ที่ใหม่ตั้งนาน เก่งนะ ไม่ยักจะสร้างปัญหาอีก หรือว่ายังไม่มีโอกาส

ในที่สุดกฤษนลก็อดไม่ได้ที่จะแหย่ออกมา ด้วยเหตุผลบ้าๆ ที่เขาไม่อยากยอมรับว่าเพียงอยากเห็นอารมณ์เกรี้ยวกราดบนสีหน้าเธอ และมันได้ผลจนเกินความคาดหมาย เมื่อหญิงสาวหันมามองแล้วพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง ชัดถ้อยชัดคำ

คุณชอบดูถูกคนอื่นอย่างนี้เสมอหรือคะ หรือว่าคุณเป็นพวกที่มีจิตใจคับแคบมาตั้งแต่เล็กจนโต ตอนนี้คงจะแก่เกินดัด

อย่าคิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วฉันไม่กล้าทำอะไรนะ ศลิษา

ฉันรู้ตั้งนานแล้วค่ะว่าคุณไม่เคยคิดละเว้นใคร แค่ว่าคุณไม่พอใจ ไม่ชอบใจก็พร้อมจะกำจัดอย่างไม่นึกละอายอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่พยายามหาทางไล่ฉันออกตั้งแต่แรกที่รู้ว่าฉันทำงานในโรงกลั่นหรอก

แต่สุดท้ายเธอก็รอดมาได้ ถือเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าสนใจทีเดียว

ฉันไม่กล้าเป็นคู่ต่อสู้ของคุณหรอกค่ะ ยอมรับว่ากลัว

ศลิษากระแทกเสียงใส่ ไร้ความหวั่นกลัวตามคำพูด เธอหมดอารมณ์ชื่นชมธรรมชาติแล้ว จึงตั้งต้นปีนป่ายก้อนหินขึ้นมา โดยไม่สนใจผลจากการกระทำของตนเลยว่าในตอนนี้คนตัวโตกำลังยืนหน้าแดงก่ำด้วยความกรุ่นโกรธ เพราะตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยโดนใครต่อว่าซึ่งหน้าแบบนี้เลย

หญิงสาวเหลือบมองคนยืนนิ่งขึงนิดเดียว ก่อนเดินเลี่ยงให้ห่างจากเขาพอประมาณ แล้วจ้ำมายังบ้านหลังเล็กที่มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงชัน พลางคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดกับตัวเอง

หล่อนมาอยู่ที่นี่เป็นวันที่สาม นับจากเกิดไฟไหม้ที่โรงกลั่นน้ำมัน ซ้ำร้ายเจ้านายใหญ่ยังหายตัวไป ก่อนจะพบร่องรอยว่าเขาอาจขับรถตกลงไปในหุบเหว จากตำแหน่งเกิดเหตุร้าย รวมถึงเส้นทางที่เขามุ่งหน้ามาก็สามารถคาดได้ไม่ยากว่าลูคัสเกิดอุบติเหตุขณะขับรถมาหาเพื่อนสนิทที่พ่วงตำแหน่งหุ้นส่วนคนสำคัญของเขาเอง

จากนั้นก็มีคำสั่งให้พนักงานทุกส่วนหยุดทำงานจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง รวมถึงศลิษาที่แม้ปกติจะไม่ค่อยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับส่วนผลิต ในทุกวันทำงานมีเพียงเดินเข้าออกในสำนักงานสี่ชั้น ซึ่งเดิมเป็นสถานที่ทำงานสำหรับผู้บริหารในส่วนต่างๆ หากเมื่องานฝ่ายการตลาดในแผนกของเธอขยายตัว ประจวบเหมาะกับสำนักงานสี่ชั้นยังมีพื้นที่ว่าง เจ้านายใหญ่จึงอนุมัติให้หัวหน้าแผนกย้ายพนักงานส่วนหนึ่งเข้ามานั่งทำงาน หนึ่งในนั้นก็มีเธอรวมอยู่ด้วย

และนั่นก็สร้างเหตุบังเอิญให้เกิดขึ้นในวันประชุมบอร์ดที่จัดในห้องประชุมใหญ่ เมื่อหุ้นส่วนคนสำคัญจากกรุงเทพได้เดินทางมาร่วมประชุม ทำให้เธอได้เจอกับเขาเป็นครั้งแรกในรอบสิบห้าปี

ในวันนั้นแม้ศลิษาจะตกใจที่ต้องเผชิญหน้ากับกฤษนลอย่างไม่ทันตั้งตัว หากว่าเพียงเห็นหน้าเขาชั่วขณะเดียว เธอก็จดจำได้ ต่างกับเขาที่มองผ่านเธอคล้ายวัตถุโปร่งแสง ไม่มีอะไรสะกิดความทรงจำว่าครั้งหนึ่งตนเคยจ้องแต่รังแกและกลั่นแกล้งเด็กหญิงเพิร์ล เจ้าของร่างแน่งน้อย ดวงตากลมโต ผิวคล้ำแดดจนต้องร้องไห้เสียน้ำตาในทุกครั้งที่เจอ ซ้ำยังตั้งฉายาให้เธอว่าไข่มุกดำอีก มันเป็นคำเรียกขานที่ศลิษารู้สึกได้ตั้งแต่แรกว่าไม่สวยงามเอาเสียเลย

ศลิษาไม่อาจหลอกตัวเองว่าในความโล่งใจที่เขาจำเธอไม่ได้ มันแฝงด้วยความเจ็บแปลบอย่างที่ไม่อาจบอกใครได้ เธอยังคงฝังใจในเรื่องราวเก่าๆ ทั้งที่รู้ว่าเขาร้ายกาจและชิงชังหล่อนสักแค่ไหน หากว่าในความเป็นจริงกลับเป็นตัวเธอเองที่ตัดใจลืมเขาไม่ได้เลย

นับแต่ศลิษาย่างเข้าสู่วัยรุ่น เธอก็ติดตามข่าวคราวของกฤษนลจากหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ที่ปรากฏทั้งรูปและเรื่องราวของหนุ่มสังคมอย่างเขาให้เห็น แม้แต่ช่วงที่ถูกส่งตัวไปเรียนต่อยังออสเตรเลีย หญิงสาวก็ยังรับรู้เรื่องของเขาอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งใกล้จบมหาวิทยาลัย ศลิษาก็พบข่าวการเปิดตัวธุรกิจใหญ่ในจังหวัดใกล้บ้าน หนึ่งในหุ้นส่วนที่ปรากฏก็ทำให้เธอตัดสินใจทันทีว่าหลังจากเรียนจบและเสร็จสิ้นพิธีรับปริญญาตนจะกลับมาทำงานที่เมืองไทย...เป้าหมายคือโรงกลั่นแห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ศลิษาพบเจอเขา

 

เบื้องหลังของศลิษา หลังจากเธอออกเดินมาได้ไม่กี่ก้าวกฤษนลก็ค่อยๆ หันกายกลับ ทอดฝีเท้าเนิบตาม หากเธอจะหันมามองก็คงต้องประหลาดใจที่เห็นใบหน้าขึ้งโกรธเมื่อครู่กำลังแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มละไม ดวงตาคู่คมจ้องมองร่างของเธออย่างไม่คลาดสายตา

ยังเป็นยายจอมขี้แยคนเดิม พอแหย่เข้าหน่อยทำเป็นสู้คน สุดท้ายก็ถอยหนีไม่เป็นกระบวนเสียงหัวเราะดังทุ้มลึกในลำคอ หากเสียงนั้นก็หยุดลงเมื่อเดินถึงระเบียงบ้านที่มีสำรับกับข้าวตั้งไว้เสร็จสรรพก่อนจะสั่งด้วยซ้ำ

ฉันบอกนายหรือไงว่าจะกินตรงนี้ ทำเป็นรู้ดีอีกแล้ว

กฤษนลว่าอย่างไม่ไว้หน้า หากคนโดนต่อว่ามีหรือจะสลดหรือเกรงกลัวเขาเหมือนกับลูกน้องคนอื่น จนแม้แต่ผู้หญิงคนเดียวในที่นั้นยังอดทึ่งไม่ได้

แล้วนายไปยืนทำอะไรตรงนั้นตั้งนานสองนาน ผมทำกับข้าวเสร็จ เลยมาตั้งสำรับรอ จะปล่อยให้มันเย็นชืดก็ยังไงอยู่ เดี๋ยวพอไม่อร่อยก็บ่นอีก ผมมีปัญญาทำแค่นี้แหละ

พูดจบคนตัวดำร่างกายใหญ่ยักษ์ก็หมุนกายกลับเข้าไปในบ้าน หยิบอุปกรณ์ทำสวนแล้วเดินออกมา ผ่านหน้าเขาไปยังสวนผักที่อยู่ด้านข้างตัวบ้าน ปล่อยให้นายหนุ่มยืนมองตามแล้วบ่นพึมอย่างอ่อนใจ

มันงอนอะไรของมัน รู้อยู่ว่าสารรูปไม่ให้แล้วยังทำสะบัดสะบิ้งอยู่ได้

กฤษนลทรุดกายนั่งบนเก้าอี้ ก่อนเงยขึ้นมองคนหน้าหวานที่ยังยืนอยู่ใกล้ประตู ไม่มีทีท่าว่าจะมานั่งร่วมโต๊ะเหมือนวันก่อนๆ จนอดที่จะนึกประชดไม่ได้ว่าหรือจะให้เขาเชื้อเชิญกันอีกคน

ฉันยังไม่หิวศลิษาโพล่งเหมือนเดาใจเขาถูก ต่อเมื่อชายหนุ่มเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม หล่อนจึงบอกต่อ ฉันจะรอให้คนของคุณ หรือคุณไปส่งขึ้นสองแถว แล้วค่อยหาอะไรข้างนอกทานเอง

ฉันบอกเธอเมื่อไหร่ล่ะว่าจะไปส่ง ส่วนนายแทน โน่น มันสะบัดก้นไปนั่งพรวนดินบนแปลงปลูกคะน้าของมันแล้ว ลองไปกวนใจเข้าสิ มันจะได้แยกเขี้ยวใส่ เผลอๆ อาจจะทำอะไรหลุดมือปลิวด้วย

คุณพูดอย่างนี้ได้ยังไง แค่ไปส่งแค่เนี้ยทำไมถึงทำไม่ได้ คุณนี่ไม่มีน้ำใจเลยจริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็บอกคนของคุณให้เอารถฉันคืนมา ฉกฉวยกันแบบนี้ฉันแจ้งความข้อหาลักทรัพย์ได้นะ

งั้นเดินไปแจ้งความเลยแม่คุณ เดินไปให้ถึงโรงพักนะ แล้วอย่าให้ฉันขับรถตามทัน ไม่งั้นล่ะน่าดู

คนอะไร ขู่ยังกับ...หล่อนพูดลอยๆ ทำหน้าเหนื่อยหน่าย จนกฤษนลรู้สึกตัวว่าได้เผลอแสดงอะไรออกมาหลายอย่างที่ล้วนทำให้เจ้าหล่อนขาดความเกรงใจไปเสียสิ้น

มาทานข้าวเถอะ แล้วค่อยคุยกัน ฉันหิวแล้ว

เสียงสั่งขรึม ไร้แววล้อเลียน เพียงเท่านี้ศลิษาก็เดินเข้าไปในบ้าน เกือบห้านาทีถึงได้มานั่งตรงหน้าเขา หากก่อนจะได้ตักอาหารเข้าปากเธอก็ทำให้เขาเสียอารมณ์เข้าจนได้

“คุณไม่ล้างมือก่อนหรือ ออกไปข้างนอกมาทั้งวันแล้ว ฉันไม่เสี่ยงร่วมโต๊ะกับเชื้อโรคบนมือคุณหรอก”

กฤษนลกลอกตามองเพดานอย่างเบื่อหน่อย ตั้งท่าจะทานข้าวต่อ

“ฉันพูดจริงนะ”

หญิงสาวว่า ทำให้เขาต้องวางช้อนลงแล้วหันไปสบตากับเธอ

 

ในที่สุดสงครามก่อนมื้ออาหารเย็นในวันนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้น ด้วยเหตุว่ากฤษนลตัดสินใจลุกไปล้างมือตามความต้องการของคนร่วมโต๊ะ เขาย้ำกับตัวเองว่าที่ทำไปเพียงเพื่อตัดปัญหา อีกทั้งตัวเองก็ไม่พร้อมทะเลาะกับใครให้มื้ออาหารยืดเยื้อออกไปอีก สู้ทำตามให้สิ้นเรื่องเสียดีกว่า

แม้ขณะนั้นข้างในจะอื้ออึงด้วยความไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง เพราะสายตาเจ้ากรรมทันเห็นเรียวปากบางกระตุกเป็นเชิงยิ้มคล้ายว่าเธอพอใจกับสิ่งที่เห็นอยู่

เมื่อสองหนุ่มสาวสิ้นสุดการทานอาหาร จึงถึงคราวที่ชายหนุ่มจะได้ทำตามความต้องการบ้าง และเขาจึงไม่รีรอที่จะบอกกับเธอ

ฉันเปลี่ยนใจเรื่องที่จะให้เธอลาพักร้อนแล้ว ช่วงนี้ฉันมีงานต้องทำและไม่มีใครช่วย อีกอย่างระหว่างนี้ฝ่ายการตลาดก็ไม่มีอะไรให้ทำ ฉะนั้นเธอต้องมาช่วยฉัน

ศลิษาเบิกตาโตพร้อมกับกล่าวคัดค้าน แต่ฉันตั้งใจจะลากลับบ้านอยู่แล้วนี่คะ เรื่องนี้หัวหน้าฉันโทร.มาบอกตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วว่าคุณลินส่งอีเมลไปถึงหัวหน้าแผนกทุกฝ่ายว่าให้พนักงานที่ไม่ใช่ระดับบริหารลาพักร้อนได้ จนกว่าจะเคลียร์เรื่องโรงกลั่นเสร็จ

ฟังไม่รู้เรื่องหรือไงว่าฉันเปลี่ยนใจแล้ว คนอื่นลาได้เพราะไม่มีงานให้ทำ แต่เธอมี ลืมแล้วหรือว่าฉันก็เป็นเจ้าของคนหนึ่งเหมือนกัน คำสั่งฉันไม่มีผลบ้างก็ให้มันรู้ไป

กฤษนลหลุดคำพูดฉุนเฉียว แต่ละถ้อยคำเพียงอยากเอาชนะเธอมากกว่าจะหมายความเป็นอื่น

ดูคุณจะรีบใช้สิทธิ์เจ้าของเหลือเกินนะคะ ทั้งที่เรื่องของคุณลูคัสยังน่าเป็นห่วงอยู่เลย ไหนใครๆ ก็ว่าคุณกับเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน เขาหายตัวไปแบบนี้ ฉันยังไม่เห็นร่องรอยความเสียใจบนใบหน้าคุณเลย

ศลิษากล่าวเยาะ แววตาที่มองเขาส่อแววประหลาดพิกล นอกจากจะไม่มีความเชื่อถือกันแล้ว ยังคล้ายกับว่าเธอกำลังค้นหานัยอะไรอื่นที่แอบแฝงอยู่

เธอปรักปรำฉันอยู่ใช่ไหมศลิษา ถ้าคิดว่าการที่ฉันให้เธอมาพักที่นี่สามวัน แล้วเธอจะสามารถพูดทุกอย่างที่อยากพูด เธอคิดผิดแล้ว

ศลิษารู้ว่ากฤษนลกำลังโกรธต่อวาจาของเธอที่สวนออกไปโดยไม่ทันใคร่ครวญให้ดีเสียก่อน ด้วยความสัตย์จริง หล่อนไม่เคยคิดระแวงเขาเป็นอื่นเลย ไม่อย่างนั้นคงไม่วางใจที่จะมาใกล้ชิดกันแบบนี้

และเมื่อเธอตัดสินใจจะพูดบางอย่างเพื่อให้สถานการณ์ระหว่างกันดีขึ้น แค่เพียงอ้าปาก กฤษนลก็ผุดลุกยืน ย่างเท้าไปยังรถคันสีดำแล้วขับออกไป ศลิษาได้แต่มองตามด้วยจิตใจว้าวุ่น หล่อนรู้สึกผิดต่อคำพูดพล่อยๆ ของตัวเอง แค่เพียงอยากเอ่ยคำขอโทษ แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่เปิดโอกาสให้ทำเสียแล้ว

 

 

 

 





 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

0 ความคิดเห็น