GooD LucK
ดู Blog ทั้งหมด

ปิดเทอม ภาค "Ubon" !!! (From BeBe >_<) ตอนที่ 1

เขียนโดย GooD LucK

ปิดเทอม ภาค Ubon !!!

               ช่วงเวลาแห่งความไร้สาระ และไร้ซึ่งประโยชน์เป็นอย่างยิ่งตลอดเวลา 23 วัน ในประเทศไทย หลังจากลำบากตรากตรำกับการพยายามทำอะไรเกินตัวมาพักหนึ่ง มันก็เหมือนกับว่าปลั๊กหลุด ไฟดับ ก็ว่ากันไปเพราะหลังจากสอบเสร็จ มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ คือ เลื่อนลอย ล่องลอย อาจจะเข้าขั้นบินได้ไปเฝ้าพระอินท์เล่นสักวัน ใครจะรู้ !

               จำได้เลือนลางว่าสอบเสร็จตอนวันสุดท้ายคือวันที่ 8 ตุลา ราว ๆ บ่ายสองโมงวันนั้น ถ้ามีใครเดินผ่านหน้าห้องแล้วแอบส่องเข้ามาจะพบเด็กมหาลัยฯสองคน นั่งเอาหน้าแนบกับจอโน๊ตบุ๊คคนละเครื่อง ยัดหูฟังใส่หูคนละสองข้าง แล้วก็ไม่มีใครพูดคุยอะไรกันเลย อันนี้จะไปโทษใครก็ไม่ได้เลยจริง ๆ เพราะว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นช่วงเวลาที่ Happy มาก ๆ ที่รู้ว่า เฮ้ย ไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ววะ เล่น ๆ กิน ๆ นอน ๆ มันจบแล้ว จบสิ้นสักที ทรมานตับมา 2 อาทิตย์เต็ม ๆ

               หลังจากเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ เหมือนกับว่าวันนี้จะไม่มีสาระแหน่อะไรเข้ามาในชีวิตเลย Roommate ก็พูดขึ้นมาว่า

N : เค้าจะกลับบ้านอะ บีบีจะอยู่ที่นี้ต่อเหรอ (อ้าว โรคตับกำเริบละ หนีกันกลับบ้านซะงั้น)

BB : อ้าว กลับ...บบ บ้านเหรอ (แล้วจะอยู่กับใครฟร่ะ)

BB : แล้วไม่ไปทำค่ายกับรุ่นพี่เหรอ ที่พี่เค้าชวน (เฮ้ย ลองกล่อมมันดู เผื่อมันเปลี่ยนใจ)

N : คงไม่ใช่ตอนนี้อะ แม่เค้าให้กลับบ้าน ก็คงเดี๋ยวจะกลับมาใหม่

BB : แป่ว....วว งั้นก็โทรบอกพี่เค้าละกันนะ บอกพี่เค้าว่า เราติดภารกิจที่จะต้องไปช่วยประเทศชาติในการ..... (เพื่อนมันทำหน้าปวดกระเพาะใส่ที่นึงแล้วก็หยิบโทรศัพท์มา (อารมณ์ประมาณ นิจะบงการชีวิตกุทุกอย่างเลยใช่มั้ย) ขอโทษวะ เกิดมาชอบสั่ง มันเป็นนิสัย ฮ่า ๆๆ =_=)

 

                พอมาถึงเรื่องค่ายก็เลยกลายเป็น เออ ถ้าเพื่อนมันไม่ไป แล้วใครจะไปด้วย จะอยู่ศึกษาพระไตรปิฏกต่อก็ไม่ใช่นิสัยละ =_= เผ่นเหมือนกันสิท่างั้น ไอ้ใจจริง ๆ นั้นก็อยากจะอยู่ช่วยพี่เค้าซะเหลือเกินนะ แต่ในความเป็นจริงนะ ทำตับห่านอะไรไม่ได้สักอย่าง +_O นอกจากเป็นตัวถ่วง โอ๊ย แม่เจ้า ! ใครเลี้ยงหนูให้เกิดมาเป็นแบบนี้ (ไม่เคยโทษตัวเอง) แล้วอารมณ์ทำค่ายตอนนั้นคือ เราเป็นรุ่นพี่นะเว้ยเฮ้ย ไม่ใช่เด็กที่จะมาเข้าค่าย จะไปนั่ง ๆ นอน ๆ เดินตามก้นพี่เค้าทั้งวัน ยังไง๊ ยังไง ก็ไปเป็นตัวถ่วงชัด ๆ เลย ไอ้ครั้นจะฉายเดี่ยวนี่ยิ่งน่าห่วงซะยิ่งกว่ามีคนบ้าหลุดออกมาจากศรีมหาโพธิ์ซะอีก เพราะงั้น หนูว่าหนูกลับไปทำให้พ่อกับแม่หนูโรคความดันเลือดลดต่ำแล้วพุ่งสูงใหม่ในเวลาเดียวกันยังจะรับมือง่ายกว่าให้หนูอยู่ช่วยพวกพี่ทำค่ายเลย (นรกของชีวิตพ่อกับแม่เหรอ?)

                โปรแกรมไปทำค่ายตอนปิดเทอมฤดูฝนดูเหมือนจะโดนหมัดฮุกเข้าขวาตรง จนทำให้สลบเหมือด เป็นหมันไปเลยจนไม่สามารถจะดำเนินงานต่อได้ T^T ขอโทษค่ะที่หนูเกิดมาเป็นพวกถูกถีบออกจากสังคมมากกว่าที่จะทำประโยชน์อันใด =_= หนูอยากจะทำค่ายจริง ๆ ค่ะมันโคตรน่าหนุก แต่ไม่รู้ว่าชะตากรรมอันใดที่ทำให้หนูมองเห็นว่า พี่เทคนั้น ช่างประเสริฐเกินกว่าที่หนูจะทำร้ายพี่ได้ลงคอ (พอเพื่อนตอนมัธยมรู้ว่าจะได้ไปทำค่าย แต่ไม่ไปแล้ว มันบอก เป็นบุญของพี่เค้าแล้ว เอ๊ะ ! พูดยังงี้นี้ยังไง)

               จบเหตุการณ์หลังสอบเสร็จไปหนึ่ง โทรกลับไปบอกให้พ่อมารับ เอ๊อ !!! ไหน ๆ ใคร ๆ ก็จะทิ้งกันไปหมดแล้ว แล้วจะให้อยู่ที่หอต่อทำซากอ้อยอะไร ในเมื่อเจ้าของหอหน้าเหี้ยมแกก็ยังมาล้างรถทุกวัน (ก็ไม่เข้าใจกับก้นกบแกจริง ๆ ว่าทำไมชอบมาหอสองนัก) พอเจอแกนี้ก็ชอบทำหน้าเหมือนกับว่า อันตัวข้านี้เป็นผู้ประเสริฐเลิศเลอกว่าใด ๆ ในทั่วหล้า เอ่อ หนูเข้าใจว่าลุงรวยค่ะ โม้ไปเยอะแล้วตอนหนูจะมาเช่าห้อง แล้วแกก็จะหันมามองเราราวกับว่าเรานั้น เอ็งไปหลบเรียนแต่ใดมาได้ทุกวัน !! ไม่เคยหลบเรียนค่ะ แต่หนูเคยจงใจขาด ! (เป็นไข้ ๆ)

                บางวันออกไปนั่งกินนมอยู่ที่หน้าหอ เดินกลับเข้ามาสวนกะเฮียแก แกก็ยังทำหน้าปวดกระดูกไขสันหลังใส่เหมือนเดิม =_= คือขอโทษถ้าลุงจะยิ้มเนี่ย ดอกอุตพิดมันจะหลุดออกมาทั้งต้นหรือยังไงค่ะ แล้วไอ้เรานี่ก็คนดี๊ คนดี คือยิ้มให้ลุงแก ไรงี้ แกก็ไม่ยิ้มหรอก เดินบงการลูกน้องแก่ ๆ ของแกไปตามประสา เอ่อ หนูจะทำใจเข้าใจเอาเองไปว่าลุงแก่แล้ว เลยเสื่อมตามกาลเวลาแล้วกันค่ะ

                 ย้อนกลับมาเหตุการณ์พ่อมารับในตอนเย็น ก็คุยกันเสร็จสรรพ ตกลงกันซะดิบดี จะถึงแล้วบอกบีนะ บีจะได้เก็บของ พอโทรเสร็จ ก็ไมได้ทำซากอ้อยอะไรเลยคร้าบ เล่นเน็ต เล่นเกมส์ นั่งดูหนัง ฟังเพลง เปิดพร้อมกันมันให้หมดทุกอย่าง ให้รู้กันไปเลยว่าคุณภาพรูหูของเรานั้นเกรด A รับประกันเองนี้แหละ ใส่มันทุกเสียงเลย เสียงไรเป็นเสียงไรไม่รู้ จนพ่อโทรมารอบแรก

Dad : อ่า พ่อออกไปรับบีแล้วนะลูก

BB  : ค่า ๆ (กำลังเล่นเกมส์อย่างเมามันส์) ก็มาดิ จะบอกทำไม ก็บอกแล้วให้มา เอ๊าะ พ่อนิติงต๊องเนาะ (เออ ไปจิตเสื่อมใส่พ่อตัวเองอีก ก็เป็นคนบอกให้พ่อโทรเอง)

Dad : อ้าว ก็บีบอกให้พ่อโทร พ่อก็โทร เดี๋ยวไม่โทรก็มาโกรธพ่ออีก

BB  : อะไร อะไร พ่อว่าบีเป็นคนไร้เหตุผลขนาดนั้นเลยเหรอ โอ๊ะ ไหวไหมนิ บีไม่ได้โกรธง่ายขนาดนั้นแต่บีไม่ชอบ (เยี่ยม ความหมายต่างกันมากเลย โกรธกับไม่ชอบ) เข้าใจไหมว่าบีไม่ได้โกรธ บีไม่ชอบ

 

             อ้าว จบประเด็นกันไป ไม่ได้โกรธ แต่ไม่ชอบ ปวดตับกับสมองของตัวเองจริง ๆ ตอนที่โทรบอกว่าพึ่งจะออกมา พอเอาเข้าจริง นรกแตกครับพี่น้อง พ่อมาถึงโคตรเร็วมาก (หรือเป็นเพราะมัวแต่นั่งเล่นเกมส์) ดึงกระเป๋าออกมาได้ ยัดให้หมด ตับ ไต ไส้ พุง กระเทียม น้ำปลา หยิบอะไรทัน ยัดมันให้เร็วที่สุด ไม่งั้นแม่เหวี่ยงแตกแน่ ก็เล่นโทรมาตั้งสามรอบก่อนจะมาถึง พอมาถึง ดันทะลึ่งบอกยังไม่เก็บของอะไรเลย ผ่านไป 5 นาที ยังไม่ก๋วยเตี๋ยวหลอดอะไรเลย หยิบหลอดครีมอันที่หมดแล้วใส่กระเป๋าไปโหลหนึ่ง นิกุทำบ้าอะไรอยู่วะเนี่ย หยิบออกมาอีกแล้วเดินไปเอาของอย่างอื่น กลับมาอีกรอบ หยิบหลอดครีมที่หมดแล้วใส่กระเป๋าอีกละ เออ งั้นก็อยู่ในนั้นแหละฟร่ะ ไป ๆ กลับบ้านกันสักที ไม่ได้กลับมาจะแรมปีละ

             ผลของเหตุการณ์ครั้งนั้นคือ ลืมยาหยอดตา (ซึ่งแน่ละมันสำคัญกว่าหลอดครีมที่หมดไปแล้ว) กับ ที่ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ (พ่อก็ช่างบอก ไม่เป็นไรที่บ้านเรายังมีที่ชาร์จโนเกียเก่า ๆ อีกเยอะ อืมค่ะ พูดให้ปวดกระดูกจริง ๆ)

               พอมาบ้านปั๊บ เจอเพื่อนรุ่นเดียวกันยั้วเยี้ยเต็มบ้านปุ๊บเลย พุ่งเข้าใส่ไวกว่าความเร็วเสียงไปประมาณ ล้าน ๆๆๆๆๆๆๆ แสงปีเลยทีเดียว เม้าท์ครับเม้าท์ เม้าท์น้ำลายฟุ้งน้ำลายกระจายน้ำลายไหล เอาทุกช็อต ทุกเม็ด ทุกท่วงท่ากันเลย อิสึนะมันเกาตูดตอนไหน วิ่งสะดุดล้มเมื่อไหร่ จำได้หมด ใครทำอะไรตับเสื่อมไว้ในกินทามะ แฉได้ทุกตอน จนอารมณ์ตอนนั้น อ้าว เฮ้ย เพื่อนเราทำไมมันอยู่ ป.3 ป.5 ม.1,2 พอ ๆ Stop ๆๆ พี่เสื่อมมามากแล้ววันนี้ เดี๋ยวจะไปนอนแล้ว ไม่ได้นอนมาสองอาทิตย์ เออ ว่าแต่ก่อนจะไป เอาแผ่นวันพีชมานี่ดิ เป็นเด็กเป็นเล็กหัดดูการ์ตูนก่อนผู้ใหญ่มันไม่ดี (ช่างเป็นพี่ที่ดีต่อน้อง ๆ เหลือเกิน)

              ตอนที่ต้องกลับมาอยู่บ้านอีกหลัง(ที่พ่อกับแม่อยู่)มันเป็นอะไรที่มีความสุขกับการนั่งดูโทรทัศน์ช่องทรูแบบชิบหายวายป่วง คือดู ดู๋ ดูอย่างเดียวเลย ไม่ทำสากกะเบืออะไรสักอย่าง พอตกดึกก็หาอะไรมากิน พอกลางวันพ่อกับแม่ไปสวน ก็ตามไปนอนอยู่นั้นจนเย็น กลับมาดูโทรทัศน์อีก แต่ว่ามันก็เกิดเหตุการณ์บ้านแตก ปีศาจออกอาละวาดกันคือ แม่เนี้ย ด้วยความที่ว่า ลูกไม่เคยกลับมาบ้านเลย (ก็ใช่ว่าจะไม่อยากกลับซะที่ไหนละ) ก็เลยจะพาไปทำบุญที่วัด ส่วนลูกเนี้ย ก็สอบเสร็จมาเมื่อวาน นอนตีห้า จะให้ตื่นตอนหกโมงไปวัดให้ได้ เอ้อ ปรี๊ดแตก

BB : เข้าใจม่ะ ไม่ใช่ว่าบีไม่อยากไป แต่ไม่อยากตื่นเช้า แล้วนี่อะไร กระโปรงอิหยังนิ (เฮ้ยยย ให้ตายเถอะมาร์ธา สจ๊วต กระโปรงยาวเฟื้อยสีขาว ๆ นี้มันคือตับห่านอะไรอีก)

Mom : ไปวัดจะใส่กางเกงขาสั้นไปหรือ

BB : ฮ่วย ! ไม่ได้ไม่รู้จักความขนาดนั้น ใครจะใส่ขาสั้นไป พูดให้อารมณ์เสียแม่ (คือในชีวิตแกเคยอารมณ์ดีครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ตอบ ไม่เคยอารมณ์ดีเลย =_=)

 

              คือตอนนั้นมันเป็นอะไรที่แบบ ฟังแล้วเจ็บจี๊ด อารมณ์ระเบิดแตก หงุดหงิด พาล หัวเสีย เข้าหน้าใครไม่ติดไปเลย ถึงแม้ว่าพ่อจะพยายามพูดอะไรตลก ๆ ก็ตาม สถานการณ์ไม่ดีขึ้นเลย จบ ! สรุปว่าไม่ได้โกรธ แต่ไม่ชอบ เฮ้ออออ

               มันก็ใช่ว่าจะมีแต่เหตุการณ์จิตเสื่อมเกิดขึ้นบ่อย ๆ เรื่องป่วง ๆ นี้ก็เยอะเลย อย่างช่วงที่ไปอยู่สวนนี้ ก็มีเรื่องฮา ๆ เกี่ยวกับคำว่า “ต่อย” แล้วก็ “สอย” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เรื่องของเรื่องก็คือแม่เห็นต้นมะเฟือง เลยอยากได้มะเฟืองเอาไปทำมะเฟืองแช่อิ่ม (มันมีด้วยเหรอ?ไม่เห็นจะรู้)

Mom : โอ้โห มะเฟืองเต็มต้นเลย อยากได้กลับบ้านจริง ๆ

BB : แม่ก็ต่อยเอาสิ เดี๋ยวไปเอาไม้มาต่อย

(พ่อกับแม่หัวเราะก๊าก ๆ ไม่เข้าใจว่าตลกตรงไหน)

Dad : มะเฟืองก็ต้องเอาไม้มา “สอย” สิลูก

BB : อ้าวแล้วบีไม่เห็นจะพูดผิดตรงไหน ? ก็ต่อยมันก็เหมือนสอยนี่ละ

Dad : ลองนึกภาพนักมวยมาต่อยมะเฟืองดิ (จินตนาการตะระเริ่ดเติ่ดติ๊ง นักมวยต่อยมะเฟือง 55 5+ เละฮ่ะ)

BB : เออ มันก็ต่อยได้เหมือนกันละน่า

Dad : แล้วถ้านักมวยไปสอยกันบนเวทีละ ?

BB : สอยมันให้ร่วง เวลาเค้าเชียร์มวยก็เชียร์งี้ละพ่อ ต่อยมะเฟืองอะ ถูกแล้วววว !!!

เรื่องป่วง ๆ อีกเรื่องหนึ่งที่เกิดใน 7 11 เนี่ย คือ เป็นตลกฝืดที่คนโดนเค้าไม่ค่อยจะฮาด้วย คือตอนที่อยู่กับแม่เนี่ย ชอบชนแกไปซื้อของที่ 7 11 มากเลย แล้วที่หน้าร้านจะมีโรตีเจ้าหนึ่งมาขายทุกวัน แล้วก็ไปซื้อกินทุกวัน พอมาวันแรกเลย

BB : โรตีไม่ใส่ไข่ หวาน ๆ นะคะ

Roti sales : (พยักหน้าหงึก ๆ)

BB : แม่ ๆ (กระซิบแต่เสียงดังโคตร ๆ) แม่ว่าพี่เค้าใช่แขกม่ะ

Mom : จะรู้มั้ย ? จะถามไปทำไม ?

BB : ถ้าไม่ใช่แขกจะมาขายโรตีได้ไง ? (ความคิดมัน =_=)

Mom : =_= ถามเค้าดูสิ ว่าใช่แขกไหม

BB : บีว่าพี่เค้าก็เหมือนแขกอยู่หรอก จมูกโด่ง ๆ ว่าแต่ พี่ไปหัดภาษาไทยมาจากไหนคะ ^^

Roti sales : =_=!!! (ทำหน้าเหมือนโดนพี่ยมเป็นต่อหยิกหัวนมซะงั้น)

BB : แม่ พี่เค้าพูดไทยไม่ได้ด้วย แขกชัวร์ ว่าแต่ แขกไรตัวเล็กชะมัดเนอะ เตี้ยกว่าบีอีก 55 5+

Roti sales : >O< โรตีที่สั่งได้แล้วครับ ไม่ใส่ไข่ 7 บาท (กลืนน้ำลายดังเอื้อกกกกกกก ซวยล่ะ พูดไทยซะชัดเลย !!!)

จ่ายเงินแล้วเดินจากมาอย่างช้า ๆ หันหลังมาได้นิดเดียว ยังไม่หยุดอีก

BB : แม่ว่าพี่เค้าจะได้ยินที่บีพูดมั้ยอ่ะ >______<

Mom : O_O ไม่มั้งลูก !!!!!!

 
              ยังไม่จบ เขียนไม่พอ ขอต่ออีกตอนฮ่ะ

              http://my.dek-d.com/lampay/blog/?blog_id=10116566 

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น