Legend of Strong Heart ลุ้นรักกองทัพสุดแกร่ง

ตอนที่ 10 : เป็นห่วง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ก.พ. 59

10

 

เป็นห่วง

 

 

 

                ฉันแอบฟังพี่คุยกับนีลอยู่ที่หลังพุ่มไม้ ทำให้ฉันได้ยินหมดทุกอย่าง ไม่อยากจะเชื่อว่าที่แท้แล้ว มาซาโตะ นีล คือพี่ชายของแอเรียล แล้วอายะคนที่พี่ฉันกับลูฟเคยชอบ แท้จริงแล้วเป็นคนรักของนีล ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันหมด รวมทั้งฉันที่กลายเป็นคนที่ซวยที่สุดเพราะฉันคือหนึ่งในคนที่มาซาโตะ นีล ต้องการทำลายเพื่อชดใช้แทนการกระทำของพี่ชายตัวเอง

                “เฮ้อ! เรื่องบ้าอะไรกันหนักหนา” ฉันคิดเรื่องที่พี่คุยกับนีลแล้วก็อดบ่นไม่ได้

                “แค่ก! แค่ก!

                “เป็นอะไรหรือเปล่าวีย่า เธอดูหน้าซีดๆ นะ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” ฉันหันไปพูดกับวีย่าด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกว่าวันนี้เพื่อนฉันดูไม่ค่อยสดใสร่าเริงเหมือนทุกวัน

                “แค่เจ็บแปลบๆในคอน่ะ อาจจะเป็นเพราะอากาศติดลบ ช่วงนี้ก็มีพายุหิมะด้วย”

                “แน่ใจนะ แต่ถ้าเธอเกิดว่าไม่ไหวก็บอกฉัน อย่าฝืนนะจ๊ะ”

                “จ้า! ถ้างั้นฉันไปซ้อมยิงธนูก่อนนะ อาทิตย์หน้าฉันมีแข่งธนู”

                “โอเค ดูแลตัวเองด้วยล่ะ ไว้ฉันจะโทรหาเธอนะวีย่า”

                หลังจากคุยกับวีย่าเสร็จ ฉันก็โทรเรียกให้พี่มาเจอกับฉันที่ชมรมยิงปืน

                “เคียวจิ ช่วงนี้ฉันเห็นวีย่าดูเพลียๆ เหมือนจะไม่สบายอ่ะ”

                “จริงหรอ แล้วตอนนี้วีย่าอยู่ไหน พี่จะไปหา”

                “อยู่ที่ชมรมยิงธนู หน้าตาดูไม่ค่อยสดชื่นเลย คล้ายคนจะเป็นลม ฉันว่าพี่” พอฉันหันหน้าไปหาพี่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา

                “พี่เธอเขาไปตั้งแต่เธอบอกว่าวีย่าอยู่ไหนแล้ว เสล่อเป็นบ้า” ลูฟเดินเข้ามาพิงต้นไม้ด้านข้างของฉัน ทำให้ฉันต้องรีบกระเถิบออกห่างจากตัวเขา

                “รังเกียจฉันหรอ”

                “ปล่าว แค่ไม่อยากให้แฟนนายเขาเข้าใจผิดต่างหาก”

                “แฟนฉัน ใคร”

                “ก็แอเรียลไง แฟนนาย”

                “เธอสนใจเรื่องของฉันด้วยหรอ” ลูฟพูดจบก็ดึงฉันตัวของฉันเข้าไปปะทะกับแผงอกหนาของเขา

                “ทำอะไรของนาย ปล่อยนะ เดี๋ยวใครก็มาเห็นหรอก”

                “ก็เห็นไปสิ ฉันไม่แคร์”

                “แต่ฉันแคร์ ปล่อยสิ” ฉันผลักอกของเขาแล้วก็รีบเดินหนีมาทันที โดยที่มีสายตาของใครบางคนจ้องมองอยู่ใกล้ๆด้วยความอาฆาต

 

 

                ขณะเดียวกันเคียวจิก็รีบไปหาวีย่าด้วยความเป็นห่วง เมื่อเขาไปถึงก็พบว่าวีย่ากำลังซ้อมยิงธนูอยู่กับรุ่นพี่ชมรม

                “น้องวีย่า ดูเหมือนจะไม่สบายนะครับ พี่ว่าเลิกซ้อมก่อนดีไหม” ชายหนุ่มรุ่นพี่เดินเข้ามาจับเอวของวีย่าอย่างฉวยโอกาส คล้ายกับจะลวนลามเธอ

                “ไม่เป็นไรค่ะ….ฉันไหว”

                “แกไอ้หน้าหม้อ เอามือออกไปจากเอวของแฟนฉันนะโว้ย” วีย่าหันไปหาต้นเสียงด้านหลังของเธอ

                “เคียวจิ คุณมาทำอะไรที่นี่ มีธุระอะไรหรือเปล่า”

                “มีเยอะเลยด้วย มากับฉันวีย่า” เคียวจิลากวีย่าไปที่ห้องชมรมฟันดาบของเขาด้วยความโกรธจัด

                “เคียวจิ ปล่อย..ฉันเจ็บนะ” วีย่าร้องโวยวายแล้วก็พยายามจะแกะมือของเคียวจิออกจากข้อมือของเธอ เพราะตอนนี้เขาบีบมันจนแดงเถือกไปหมด

                “ขอโทษวีย่า แต่เธอระวังตัวหน่อยสิ ไม่เห็นหรอว่าไอ้หน้าหม้อนั่นกำลังทำหื่นใส่เธออยู่น่ะ”

                “หึงฉันหรอคะ พี่เคียวจิ ” วีย่าพูดพร้อมกับทำหน้าอ้อน

                “ไม่ต้องมาทำเป็นเรียกพี่เลย เธอนี่มันหยอกย้อนได้ตลอดจริง”

                “แล้วเมื่อกี้บอกว่าฉันเป็นแฟนของพี่ใช่ไหม เอ๊ะไม่เห็นจะรู้เลยว่าพี่ไปยอมรับฉันเป็นแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่”

                “ก็ตั้งแต่ที่ฉันใส่กำไลนั่นแหละ” เคียวจิพูดแต่ไม่ยอมสบตากับวีย่า

                แค่ก!! แค่ก!!

                “วีย่า เธอเป็นอะไรไหม”

                “รู้สึกเจ็บคอ แล้วก็ปวดหัว แต่ว่าฉันยังซ้อมยิงธนูไหวนะคะ”

                “พอเลย ไม่ต้องซ้อมแล้ว เธอน่ะควรจะกลับบ้านไปพักผ่อน ไม่งั้นฉันจะสั่งยุบชมรมยิงธนู”

                “ไร้เหตุผล เอาแต่ใจ เผด็จการ” วีย่าบ่นใส่เคียวจิ

                “กวนโมโหฉันหรอ วีย่า” เคียวจิหันไปหาวีย่าในขณะที่วีย่าก็ยืนโงงเงนเหมือนกับจะหงายหลัง แต่โชคดีที่เขาประคองตัวของเธอเอาไว้ทัน

                “เคียวจิ ฉันมีเรื่องจะบอก”

                “เธอจะบอกอะไรฉันวีย่า” วีย่าจับมือของเคียวจิมาวางที่หัวไหล่ของเธอ สักพักก็เริ่มมีเลือดสีแดงซึมออกมาจากบริเวณหัวไหล่ของวีย่า เคียวจีรีบอุ้มวีย่าไปวางที่โซฟา ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เปิดเสื้อชุดยิงธนูของวีย่าออก แล้วเคียวจิก็พบว่าที่หัวไหล่ของวีย่าพันผ้าพันแผลเอาไว้ แล้วก็เริ่มมีเลือดซึมออกมาจำนวนมาก เคียวจิกัดฟันพร้อมกับกำมือด้วยความโมโห ในใจของเขาก็อยากรู้นักว่าใครทำกับวีย่าแบบนี้ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่

                “เคียวจิ วีย่าเป็นยังไงบ้าง” คานะวิ่งหน้าตาตื่นมาเข้าห้องพักของโรงพยาบาลมาด้วยความตกใจหลังจากที่เคียวจิโทรไปบอกว่าวีย่าได้รับบาดเจ็บ

                “ไม่เป็นอะไรแล้ว แต่วีย่าเป็นไข้เพราะแผลติดเชื้อน่ะ”

                “ยัยวีย่านะ เป็นขนาดนี้แล้วยังจะไปซ้อมยิงธนูอีก แล้วพี่พอจะรู้ไหม ว่าใครเป็นคนทำวีย่าแบบนี้อ่ะ”

                “ฉันโทรไปถามไอ้นีโอมา เห็นบอกว่าเมื่อวานวีย่าออกไปซื้อของที่ร้านเบอเกอรี่ แล้วก็กลับมาบ้านด้วยสีหน้าแปลกๆ แต่นีโอมันก็ไม่ได้ถามอะไร มันบอกว่าแอบเห็นวีย่าลงมาเอากล่องยาขึ้นห้องนอนไป มันก็สงสัยแต่ก็ไม่ได้ถาม

                “ขนาดพี่นีโอยังไม่รู้ งั้นคงมีคนเดียวที่จะตอบคำถามพวกเราได้ก็คือวีย่า”

                “คานะ เคียวจิ”

                “วีย่าฟื้นแล้วหรอ เป็นไงบ้าง” เคียวจิพุ่งเข้าไปหาเธอแล้วดึงเข้ามากอด

                “เคียวจิ คานะ ฉันขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง” วีย่าพูดพร้อมกับร้องไห้

                “จะบ้าหรอ เธอจะมาขอโทษอะไรฉัน คนที่ควรขอโทษคือฉันต่างหากเล่า เด็กโง่” ฉันเห็นพี่กับวีย่ากอดกันกลม ฉันก็เลยแอบย่องเบาออกมาจากห้องเงียบๆ เพราะว่าฉันไม่อยากไปเป็นก้าวขวางคอสองคนนั้น

                “ใครกันที่ทำเธอ ห๊ะวีย่า”

                “เขาบอกว่าชื่อ มาซาโตะ นีลค่ะ”

                “ไอ้นีล ฉันจะเล่นงานแก”

                “ใจเย็นสิ เคียวจิ ถ้าคุณทำอะไรบุ่มบ่ามไป คนที่จะเดือดร้อนก็คือคุณนะคะ ฉันน่ะไม่เป็นไร เขาแค่เอามีดแทงที่หัวไหล่ฉัน แต่ไม่ไม้แทงที่หัวใจฉันสักหน่อย”

                “แม้แต่เส้นผมเธอ ฉันก็ไม่ให้ใครหน้าไหนแตะต้องทั้งนั้น” เคียวจิพูด้วยน้ำเสียงดุดัน

                “ขอบคุณนะ เคียวจิ” วีย่าสวมกอดของเคียวจิแล้วยิ้มกว้าง

                ฉันได้รับโทรศัพท์ด่วนจากพ่อกับแม่ว่าให้ฉันไปงานเลี้ยง ฉลองเปิดตัวสาขา Heart Fighter Academy  สาขาที่สามในโตเกียวแทนพ่อกับแม่ ฉันแต่งตัวด้วยชุดราตรีเกาะอกสีแดงเพลิง ผ้าซาตินมันวาว ผ่ากลางหลังจนถึงเอว พร้อมกับปล่อยผมดัดลอนสยายเต็มแผ่นหลัง

                “คุณหนูครับถึง โรงแรมแล้วครับ”

                “ขอบคุณจ้ะ วาซาบิ”

                “โอ้โห คุณหนูของพวกเราอย่างกะราชินีสีเพลิง ในนิยายของส้มป่อยเลยนะครับ”

                “ส้มป่อย อะไรของนายฮะทากุโร่” วาซาบิหันไปตะคอกเสียงใส่ทากุโร่

                “อ้าวไม่ใช่ส้มป่อยแล้วอะไรล่ะ ไอ้กุโร่”

                “ส้มซ่าต่างหากเล่า”

                “เอ้าๆ นี่พวกนายหยุดเถียงกันเรื่องส้มป่อย ส้มซ่ากันได้แล้ว เรารีบเข้าไปในงานกันเถอะ”

                “มาแล้วหรอจ๊ะ หนูคานะ แหม!ป้าไม่ได้เจอหนูตั้งนาน สวยอย่างกะนางงามเลยนะหลานป้า”

                “ขอบคุณค่ะ ป้ามาเอะ”

                “ป้ามีคนที่จะแนะนำให้หนูรู้จักด้วย มาทางนี้กับป้าหน่อยสิจ๊ะ”

                “ได้สิคะ”

                “นี่จ้ะ ลูกชายคนโตของป้า หันหน้ามาหาน้องหน่อยสิลูก แม่พาสาวสวยมาให้ลูกรู้จักนะ”

                “ครับแม่” ชายหนุ่มชุดสูทสีดำร่างสูงโปร่งหันหน้ามา เขาก็ต้องเบิกตาโพล่ง เพราะคนที่แม่เขาพามาให้รู้จักก็คือคนที่เขารู้จักดีอยู่แล้ว โทดะ คานะ นั่นเอง

                “ลูฟ!” คานะอึ้งเล็กน้อยที่เห็นว่าเป็นผู้ชายจอมบงการที่เธอสุดแสนจะเกลียดขี้หน้า

                “อ้าวพวกลูกรู้จักกันอยู่แล้วหรอ แต่ไงแม่ก็ขอแนะนำอีกทีอย่างเป็นทางการล่ะกันนะจ๊ะ นี่ทาคาฮาชิ ลูเซีย ลูกชายแท้ๆ ป้าเองจ้ะ”

                “พี่ลูฟกับหนูเรารู้จักกันที่วิทยาลัยค่ะ แล้วพี่เขาก็เป็นประธานชมรมยิงปืนที่หนูอยู่ เราก็เลยรู้จักกันค่ะ”

                “ดีแล้วล่ะจ้ะ จะได้คอยดูแลกัน เอาล่ะ แม่คงต้องกลับแล้วล่ะ ลูฟแม่ฝากดูคานะจังด้วยนะลูก”

                “ครับแม่ กลับดีๆ นะครับ”

                “นี่นาย  คือฉันสงสัยเรื่องนายกับแม่นาย”

                “อย่ายุ่งเรื่องคนอื่นให้มันมากนักได้ไหม รำคาญ!” ลูฟพูดจบก็เดินชนหัวไหล่ของฉันออกไปทางด้านนอกของโรงแรมด้วยสีหน้าหงุดหงิด

 

 

                หลังจากที่จบงานฉันก็ยืนรอรถที่วาซาบิ กับทากุโร่ขับมาส่งฉัน แต่เกือบสิบห้านาทีแล้วสองคนนั้นก็ยังไม่มา  ฉันยืนรอจนเริ่มรู้สึกหนาว ยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งเย็น เสื้อคลุมฉันก็ไม่ได้พกมาสักตัว

                “คลุมนี่ซะ ยืนโชว์เนื้อเปลือย นึกว่าเซ็กซี่หรือไง เห็นแล้วอุจาดตา”

                “นายลูฟ” ฉันหันไปจะชกปากเขาแต่ก็ต้องสะกดกลั้นใจเอาไว้ เพราะว่าหลายคนกำลังจ้องมาที่ฉันกับเขา

                “พี่เธอโทรมาบอกให้สองคนนั้นกลับ แล้วให้ฉันไปส่งที่บ้านแทน”

                “งั้นก็ไปส่งซิ๊” ฉันเดินนำหน้าเขาไปที่รถก่อนเขา แล้วรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับด้วยความเร็ว

                                                                                                   

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

30 ความคิดเห็น