Legend of Strong Heart ลุ้นรักกองทัพสุดแกร่ง

ตอนที่ 11 : วังวนแห่งความเศร้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ก.พ. 59

11

 

วังวนแห่งความเศร้า

 

 

 

                ฮัดชิ้ว!!! “หนาวชะมัดเลย”

                “ก็ดูเธอใส่สิ เว้าหน้า คว้านหลัง ไม่แก้ผ้าไปซะเลยล่ะ”  เขาบ่นในขณะที่ขับรถไปด้วย

                “ฉันจะแก้ผ้า จะโชว์โน่น โชว์นี่บ้าง แล้วนายจะทำไม ทีนายชอบสั่งโน่นสั่งนี่คนอื่นอยู่เรื่อย เอาใจคนอื่นเขาบ้างน่ะ เป็นไหม หืม..พ่อคนเย็นชา”

                “ชีวิตทั้งชีวิตของฉันไม่เคยรู้จักคำว่าเอาใจใคร”

                “ที่แท้ก็ขาดความอบอุ่นนิเอง
                “ใช่ ฉันมันเด็กขาดความอบอุ่น ไม่เหมือนเธอหรอก มีแต่คนประเคนทุกอย่างให้หมด ระวังนะจะเป็นง่อย พิการ ทุพลภาพ”

                “โห..ผีเฉาะปากมาพูดหรอ!

                ฟู่ว!! วู่ว!!

                เสียงประโครมของพายุด้านนอกรถยิ่งรุนแรงมากขึ้น ทำให้เริ่มมองไม่เห็นหนทางกลับบ้านของฉัน

                “โหย! พายุหิมะหนักขนาดนี้แล้วจะถึงบ้านไหมเนี่ย”

                “คืนนี้เธอคงต้องไปบ้านฉันแล้วล่ะ เพราะว่าบ้านเธอมันต้องย้อนไปไกลเลย ฉันว่าเราคงขับไปไม่ถึงแน่”

                “แต่ฉันจะกลับบ้านอ่ะ ฉันไม่มีทางไปนอนค้างบ้านนายเด็ดขาด”

                “ยัยคุณหนูยากุซ่า เธอไม่ต้องกลัวว่าฉันจะลวนลามอะไรเธอหรอก ฉันไม่พิศวาศเธอขนาดนั้น”

                “งั้นนายก็คงจะพิศวาสแฟนนายมากสินะ”

                “คงงั้น ก็เขาทั้งอ่อนหวาน นุ่มนวล แถมจูบเก่งกว่าเธอเป็นไหนๆ”

                โป๊ก!!

                “โอ๊ย ยัยประสาท เขกหัวฉันทำไมเล่า”

                “อุ๊ยตาย ขอประทานโทษค่ะ พอดีมือเป็นตะคริว” ฉันพูดพร้อมนวดมือ

                “อยากโดนทิ้งไว้กลางพายุหิมะหรือไง”

 

 

                หลังจากที่เขกกำปั้นลงบนหัวของคนปากเสีย ฉันก็นั่งเงียบมาตลอดทางจนกระทั่งถึงบ้านของเขา พอรถจอดปุ๊ปฉันก็รีบเปิดประตูรถแล้วเดินเข้าบ้านของเขาอย่างกับบ้านของตัวเอง

                “ป้ายูคาริ เตรียมห้องไว้เรียบร้อยดีใช่ไหม”

                “ค่ะ คุณหนู”

                “ถ้างั้นพาคานะไปที่ห้องได้เลย” ฉันหันไปมองลูฟแล้วก็ย่นคิ้วใส่เขาด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินตามแม่บ้านประจำคฤหาสน์ของเขาไปอย่างรวดเร็ว

                “คนบ้า! ฉันเกลียดนาย มาจูบคนอื่นเขา แล้วยังจะมาทำให้ฉันวุ่นวายใจอีก ฮือๆ นี่ฉันเป็นบ้าอะไรเนี่ย”  ฉันบ่นพล่ามไปอาบน้ำแต่งตัวไป ฉันสวมชุดนอนเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสีขาวของลูฟ พอเสร็จก็กระโดดขึ้นเตียงพร้อมกับระเบิดเสียงร้องไห้เหมือนเด็กที่อยากได้อมยิ้ม แต่ไม่มีใครซื้อให้

                ก๊อก!!  ก๊อก!!

                “หลับหรือยัง คานะ”

                “ยัง แต่นายนั่นแหละมาทำให้ฉันนอนไม่หลับ”

                “ถ้างั้นฉันไปก็ได้”

                “อ้าวเดี๋ยวก่อนสิ อะไรของเขานึกจะมาก็มา พอจะไปก็ไปซะงั้น”

                จ๊อก!! โอ้ยหิวจังเลย” เสียงท้องของฉันร้องครวญคราญ ฉันเลยเดินลงมาหายูคาริ ป้าแม่บ้านของลูฟเพื่อขอให้เธอทำอะไรให้ฉันกินหน่อย เพราะว่าฉันยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่อยู่ที่งานเลี้ยง จังหวะเดียวกันนั้นหูของฉันก็เหลือบไปได้ยินเสียงของไวโอลิน
                “เอ๊ะ
! ใครเป็นคนเล่นไวโอลินหรอค่ะป้า ไพเราะดีจังเลยค่ะแต่เพลงมันเศร้าจัง”

                “คุณหนูลูฟเป็นคนเล่นค่ะ เธอมักจะเล่นก่อนเข้านอนทุกวัน”

                “ก่อนเข้านอนทุกวันหรอ”

                “คือว่า…..คุณหนูแกคิดถึงคุณแม่กับพี่สาว”

                “คิดถึงก็ไปหาสิคะ ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย”

                “ตั้งแต่คุณผู้หญิงไปแต่งงานใหม่เมื่อตอนคุณหนูอายุได้แปดขวบ นานๆทีคุณผู้หญิงจะมาญี่ปุ่นสักที ทำให้คุณหนูเริ่มน้อยใจ แล้วก็ขาดความรักจากคุณผู้หญิงมาโดยตลอด ก็คงมีแต่คุณท่านลูกะที่คอยดูแลคุณหนูเสมอ”

                “ที่แท้เรื่องก็เป็นอย่างนี้เอง  ถึงว่านายนั่นดูเย็นชากับเพศแม่ซะเหลือเกิน อ้อ..แล้วพี่สาวของลูฟล่ะคะ ทำไมหนูไม่เคยเห็นเลย เธออยู่ไหนหรอคะ”

                “คุณหนูลีน่า เธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถคว่ำไปได้ห้าปีแล้วล่ะคะ ตอนนั้นคุณหนูเพิ่งจะอายุได้ 15 เท่านั้น”

                “นิหนูไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่าพี่สาวของเขาเสียไปแล้ว”

                “คุณหนูคานะ ป้าวานให้คุณหนูช่วยฉุดคุณหนูของป้าขึ้นมาจากวังวนแห่งความเศร้าได้ไหม ป้าเห็นแล้วป้าสงสารเธอเคยเป็นคนร่าเริง ยิ้มง่าย เมื่อก่อนตั้งแต่เด็กก็จะคอยเอาใจทุกคนในบ้าน ทำอาหาร อบคุกกี้ ทำอย่างที่คนปกติ คือมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่หลังจากที่คุณลีน่าจากไป คุณหนูก็เปลี่ยนจนไม่เหลือตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเอาไว้เลยค่ะ”

                “แล้วตอนที่คุณลีน่าเสียชีวิต ลูฟอยู่ไหนคะ”

                “ตอนนั้นคุณหนูกำลังรอพี่สาวที่กำลังนั่งรถมาฉลองวันเกิดด้วยกันที่บ้าน แต่อยู่ดีๆรถก็เกิดพลิกคว่ำระหว่างทาง คุณหนูลีน่าเสียชีวิตทันที วันเกิดของคุณหนูวันนั้นกลับกลายเป็นวันตายของพี่สาว คุณหนูจึงโทษตัวเองมาตลอด แล้วก็เกลียดงานเลี้ยงสังสรรค์ตั้งแต่ตอนนั้นค่ะ”

                “แล้วมีผู้หญิงคนไหนที่เปลี่ยนเขาได้บ้างไหมคะ อย่างแฟนอะไรแบบนี้”

                “ถ้าจะมีก็คุณอายะ เธอเคยมาที่บ้านนี้สองสามครั้ง แล้วอยู่ดีๆ ก็หายไปเลย ช่วงนั้นคุณหนูดูจะมีความสุข แต่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่รู้สึกว่าจะมีอีกคนชื่อคุณแอเรียลที่คุณหนูพามาเมื่อสองอาทิตย์ก่อน แต่ก็ไม่เห็นว่าคุณหนูจะชอบเธอเท่าไหร่ ป้าเองก็ไม่ชอบแม่นั่นเหมือนกัน ดูจะมาจับคุณหนูยังไงก็ไม่รู้ แต่ป้าคิดว่าคนที่คู่ควรและเหมาะสมกับคุณหนูมากที่สุด แล้วก็เป็นคนดี ก็คือคุณหนูคานะ ป้าเชื่อว่าคุณจะเป็นคนที่มาช่วยดึงคุณหนูลูฟให้ขึ้นมาจากปากเหวแห่งความเศร้านั่นได้ค่ะ”

                “ขอบคุณที่ป้าเชื่อมั่นในตัวหนูนะคะ หนูก็จะพยามยามค่ะ หนูจะทำให้เขากลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่หนูก็รับปากไม่ได้ว่าจะสำเร็จไหม เพราะเขาก็ดูรังเกียจหนูอยู่”

                “ไม่จริงเลยนะคะ ถ้าคุณหนูลูฟของป้าเกลียดคุณหนูคานะจริง แล้วจะพามาค้างที่บ้านด้วยทำไม คุณหนูคานะเนี่ยเป็นผู้หญิงคนแรกที่คุณหนูพามาค้างที่บ้าน คนก่อนๆ ก็แค่พามา แต่ไม่ได้ให้ค้างแบบคุณหนูคานะสักคนเดียว”

                “คนแรกหรอ! หนูว่าถ้าไม่จำเป็น คุณหนูของป้าคงไม่ให้หนูมาค้างที่บ้านของเขาหรอกค่ะ”

                “ไม่เป็นอย่างนั้นแน่นอนค่ะ คุณหนูลูฟเธอเอาแต่นั่งดูรูปภาพคุณหนูคานะอยู่ตลอดเวลาเลยนะคะ โดยเฉพาะเวลาที่เธอหงุดหงิดกลับมาจากข้างนอก”

                “แล้วคุณหนูของป้าไปเอารูปของหนูมาได้ไง แล้วรูปอะไรกัน คงไม่ใช่รูปเปลือยหรือรูปโป๊หรอกนะ”

                “ต๊าย! คิดลึกไปแล้วค่ะ อืม..งั้นตามป้ามา” ป้ายูคาริมองซ้ายมองขวาก่อนจะคว้าแขนของฉันแล้วลากไปที่ห้องๆ หนึ่ง ป้าแกผลักประตูพร้อมกับเปิดสวิตซ์ไฟจึงทำให้ห้องสว่างจ้าในพริบตาเดียว ขณะที่ขาทั้งสองของฉันแทบจะทรุดลงกับพื้น รูปของฉันในทุกท่วงท่าถูกบันทึกผ่านปลายดินสอของทาคาฮาชิ ลูเซีย เขาวาดรูปภาพของฉันในทุกอิริยาบถ ทั้งหลับ กิน โมโห โวยวายแล้วก็เศร้าได้เหมือนกับตัวฉันจนน่าเหลือเชื่อ

                “คุณหนูของป้าวาดเองทั้งหมดเลยหรอคะ”

                “ใช่ค่ะ”

                “ขอบคุณค่ะที่บอกเรื่องนี้กับหนู ป้าทำให้หนูรู้ว่าจริงๆ แล้วลูฟเขาต้องการจะพูดอะไร..

                “คุณหนูลูฟแกอยากจะแสดงความรู้สึกกับคุณหนูคานะ แต่แกไม่กล้าค่ะ ก็คุณหนูคานะสวยออกขนาดนี้ แต่ว่า….อย่าบอกคุณหนูลูฟนะว่า ป้าเป็นคนพาคุณหนูคานะมาที่นี่”

                “ค่ะ หนูจะรูดซิปปากให้สนิทเลย…..ถ้างั้นหนูขอตัวไปจัดการคุณหนูของป้าก่อน”

                ฉันค่อยๆ ผ่อนลมหายใจแล้วเดินเข้าไปหาเขาอย่างใจเย็น

                “อะแฮ่ม!! เล่นไวโอลินเพราะจังเลย แต่ว่านายเล่นเพลงที่มันสนุกสนานกว่านี้ไม่ได้หรอ”

                “ยังไม่ไปหลับไปนอนอีกหรือไง”

                “ฉันไม่ง่วงแล้วล่ะ เพราะว่าฉันอยากทำอย่างอื่นมากกว่า” ฉันพูดพร้อมกับกัดปากตัวเองแล้วส่งสายตายั่วสวาทไปให้ลูฟแบบตั้งใจ

                แค่ก!! “ธะเธออยากทำอะไรล่ะ”

                “อยากเล่นเปียโนต่างหาก” ฉันนั่งลงบนเบาะเปียโนพร้อมกับเริ่มบรรเลงเพลงสนุกสนานต่างๆ ที่ฉันชอบ แล้วฉันก็ร้องเพลงประกอบไปด้วย ฉันร้องเพลงแนวรักเหมือนจีบเขาอยู่ ฉันร้องไปเล่นไปพร้อมกับจ้องหน้าเขา แล้วฉันก็สังเกตเห็นว่าเขาเริ่มหูแดง สงสัยกำลังจะเขินฉันแน่เลย ฮ่าๆสะใจ

                “อ่ะนี่ ดื่มซะมันจะทำให้เธอหลับสบาย”  ลูฟส่งแก้วนมอุ่นๆ มาให้ฉัน

                “นายไม่สบายหรือเปล่าทำไมหน้าแดง หูแดงแป๊ดอย่างนี้ล่ะห๊ะ” ฉันพูดพร้อมกับลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเขาใกล้ๆ แล้วก็เอามืออังหน้าผากของเขา ลูบผมของเขาด้วยความห่วงใย

                “เธอนอนไม่หลับจนเป็นบ้าแล้วหรือไงห๊ะ”

                “สงสัยว่าฉันกำลังตก….หลุม…..รัก” ฉันพูดพร้อมกับนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเขา

                “พูดบ้า แถมยังทำอะไรบ้าๆอีก”

                “นายมีอะไรอยากจะระบายหรือเปล่า ความในใจที่บางทีนายก็เก็บมันไว้จนมันล้นออกมา”

                “ไม่มีทั้งนั้นแหละ”

                “อย่ามาทำเป็นเสแสร้ง ฉันรู้นะว่านายกำลังเศร้า”

                “เธอไปรู้อะไรมาจากป้ายูคาริ”

                “ทุกเรื่องที่นายปิดบังฉัน”

                “ไงล่ะ ฉันมันหน้าสมเพชมากใช่ไหม” ลูฟพูดพร้อมกับลุกขึ้นแล้วก็เดินขึ้นไปบนห้องนอนของเขา ส่วนฉันมีหรือจะยอม ฉันก็เลยตัดสินใจวิ่งตามไป แล้วก็พรวดพราดเข้าไปในห้องนอนของเขาก่อน

                “ยัยบ้า อยู่ดีๆก็พรวดพราดเข้ามา เสียมารยาท”

                “งั้นฉันกลับบ้านก็ได้” ฉันวิ่งออกมาจากห้องนอนของเขาแล้วก็เตรียมจะวิ่งออกมาจากบ้านของเขาเหมือนที่เคยทำประจำเวลาที่เราสองคนทะเลาะกัน

                “ถ้าเธอวิ่งออกไป ฉันฆ่าเธอแน่”

                “นายเคยแป็นคนร่าเริงไม่ใช่หรอ นายเคยยิ้มง่าย ทำไมไม่กลับไปเป็นเหมือนแต่ก่อนล่ะลูฟ ฉันอยากเห็นนายที่มีความสุขแบบนั้นบ้าง นายทำให้ฉันได้ไหม”

                “คนอย่างเธอจะไปเข้าใจอะไรฉัน” เขาพูดพร้อมกับปาดน้ำตาที่ไหลออกมาทิ้งไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ฉันเห็น แล้วเขาก็เดินกลับขึ้นไปบนห้อง

                “นี่! นายร้องไห้หรอลูฟ”  ฉันยังไม่ยอมแพ้ฉันจึงตามไปอีกรอบ

                “เดี๋ยวก่อน” ฉันแทรกตัวเข้าไปในห้องของเขาแล้วก็กดล็อคประตูห้องของเขาทันที “คืนนี้ฉันจะอยู่กับนายทั้งคืน จนกว่าเราจะคุยกันรู้รื่อง”

                “ยัยประสาท บ้าหรือไง เธอยากให้ฉันปล้ำเธอมากเลยหรือไงห๊ะ”

                “ถ้านายกล้าก็ทำเลยสิ ทำเลย”

                ตายล่ะหว่านิฉันกลายเป็นผู้หญิงด้านได้อายอดไปแล้วสินะตอนนี้ หนูขอโทษด้วยนะคะ บรรพชนต้นตระกูลโทดะทุกคนที่หนูทำเรื่องเสื่อมเสียเกียรติซะแล้ว แต่ถ้าหนูไม่ทำคงไม่สามารถเปลี่ยนผู้ชายคนนี้ได้ ในบางสถานการณ์ฉันมองว่าผู้หญิงเราต้องเป็นฝ่ายรุกก่อน หรือต้องแก้ปริศนาของเกมส์ก่อนพวกผู้ชายบ้าง ถ้ามัวแต่รอให้ผู้ชายมาคลายปม ผู้หญิงอย่างเราก็ไม่แกร่งสักที ถ้าวันไหนที่ขาดมนุษย์ผู้ชาย เราจะได้รู้ว่าผู้หญิงก็เข้มแข้งไม่แพ้ผู้ชายเช่นกัน                    

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

30 ความคิดเห็น