Legend of Strong Heart ลุ้นรักกองทัพสุดแกร่ง

ตอนที่ 21 : ไร้ตัวตน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 892
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ก.พ. 59

21

 

ไร้ตัวตน

 

 

 

                ผมบลอนด์ของหญิงสาวปลิวสยายท้าลมหนาวที่กำลังจะมา เมื่อข่าวพยากรณ์อากาศบอกว่าปีนี้ญี่ปุ่นจะพบเจอกับอุทกภัยพายุหิมะ และอากาศหนาวจัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                ฮัดชิ้ว!!

                “ไม่สบายหรือเปล่า คานะ” เทย์โตะลูกพี่ลูกน้องของคานะถามด้วยความเป็นห่วง

                “สบายดีค่ะ แต่….”คานะเงียบไปแล้วก็ทำหน้าสลด

                “ยัยยูกะ ต้องปลอดภัย เธอก็รู้ฤทธิ์ยูกะดีนิ คานะ” เทย์โตะลูบหัวคานะก่อนจะเดินไปนั่งจิบชาอ่านหนังสือต่อเป็นกิจวัตรประจำวัน

                “คุณหนูครับ พวกเรากลับมาแล้ว” ทากุโร่ วาซาบิวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในบ้านในขณะที่คานะกำลังนั่งเท้าคางอยู่ที่โต๊ะโทคัตสึด้วยอาการเหม่อลอย

                “พวกนายหายหัวไปไหนกันมาทั้งวัน” คานะพูดในขณะที่สายตาก็ยังคงเหม่อลอยอยู่เหมือนเดิม

                “พวกเราได้เบาะแสบางอย่างมาด้วยล่ะครับ วันนี้เราสองคนไปเดินในย่านชินจูกุแล้วก็เจอลูกน้องของไอ้มาซาโตะ เราก็เลยลากไปถาม มันบอกมาว่าเห็นผู้หญิงคนหนึ่งถูกพาตัวไปที่อพาร์ทเม้นตึกใหม่ที่เพิ่งจะสร้างเสร็จน่ะครับ

                “ดี พวกนายสืบต่อไปล่ะกัน อืม ฉันมีธุระต้องไปทำ ฝากเรื่องยูกะด้วย แล้วอย่าลืมนะว่าห้ามบอกใคร ให้รู้แค่ฉัน นายสองคน และพี่เทย์โตะ”

                “ครับ คุณหนู”

                “จะไปหามาซาโตะแล้วสินะ ถ้างั้นโชคดี” เทย์โตะยิ้มกว้างให้คานะด้วยความเชื่อมั่นในตัวของคานะผิดกับเคียวจิ พี่ชายแท้ๆ ของเธออย่างสิ้นเชิงที่ไม่เคยเชื่อมั่นอะไรในตัวของเธอเลย

                “ขอบคุณค่ะ”  คานะพูดแต่กลับไม่ได้ส่งยิ้มกลับไป แต่เธอกลับโค้งคำนับคล้ายกับจะอำลาพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของเธอ เหมือนว่าเธอจะไม่กลับมาอีก

                “คุณหนู จะไม่ให้พวกเราไปด้วยจริงๆ น่ะหรอครับ” วาซาบิพูดพร้อมกับทำหน้าอ้อนวอนขอร้อง

                “นายสองคน ทากุโร่ วาซาบิ ตั้งแต่นี้ต่อไปพวกนายไม่ใช่ผู้ติดตามของฉันอีกแล้ว ฉันฝากให้พี่เทย์โตะดูแลนายสองคน เพราะฉะนั้นฉันก็ไม่ใช่เจ้านายหรือคุณหนูของพวกนายอีกแล้ว ดูแลตัวเองด้วยนะทุกคน ลาก่อน”

                หญิงสาวหันหน้ากลับ เธอก้าวขาออกมาพ้นจากประตูบ้านญี่ปุ่นโบราณ พร้อมกับขับรถจากัวร์สีน้ำเงินออกไปจนลับสายตา ทากุโร่กับวาซาบิที่พยายามจะปั่นจักรยานซอมซ่อคันเก่าๆ ของบ้านตระกูลโคตะออกไปแต่ก็ไม่สามารถตามรถของคุณหนูผู้เป็นที่รักของพวกเขาได้ทันเวลา

                “ฉันว่าเราต้องไปบอกเรื่องนี้กับคุณเคียวจิแล้วก็คุณลูฟ” ทากุโร่หันหน้าไปพูดกับวาซาบิที่หน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อและคราบน้ำตา

                “ฮือๆ ฉันว่าเราควรเคารพการตัดสินใจของคุณหนูดีกว่า คุณหนูไม่อยากให้ใครเดือดร้อน ขนาดต้องเสียสละตัวเองมากขนาดนี้ ดูสิเราสองคนที่คอยแต่กินๆ แล้วก็นอนๆ คุณหนูยังเป็นห่วงพวกเราเลย โถ่! คุณหนู”

                “นั่นสินะ ถ้างั้นเราสองคนก็มาทำอะไรเพื่อคุณหนูกันบ้างดีกว่า วาซาบิ” ทากุโร่พูดแล้วก็เตรียมปั่นจักรยานกลับบ้านตระกูลโคตะ

                “แล้วมันอะไรที่เราจะทำเพื่อคุณหนูได้ล่ะ ทากุ” วาซาบิใช้หลังมือปาดน้ำตาทิ้ง

                “เราต้องไปปรึกษาคุณเทย์โตะ เพราะฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” ทากุโร่พูดจบก็ถีบจักรยานไปทันที

                “อ้าวเฮ้ย! ไอ้กุโร่ รอฉันด้วย” วาซาบิรีบปั่นจักรยานกลับตามทากุโร่ไปบ้าง

                ยากุซ่าสาวก้าวขาลงมาจากรถลีมูซีนสีดำคันยาวในชุดสีแดงเพลิงกรุยกรายดุคม โทดะ คานะ ในมาดใหม่ที่ร้อนแรงกว่าเดิม ทำให้มาซาโตะ นีลยิ่งหลงในตัวของหญิงสาวนักสู้คนนี้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ทั้งสองเดินตรงเข้าไปยังงานแสดงดาบซามูไรโบราณชื่อดังของญี่ปุ่น ซึ่งในงานได้รวบรวมเหล่าบรรดาเซเลบคนดังแห่งตระกูลยากูซ่าไว้เพียบ ไม่เว้นแม้กระทั่ง ตระกูล โทดะ และทาคาฮาชิ ที่ถูกเชิญให้มาร่วมในงาน

                “นีล เมื่อไหร่นายจะพาฉันไปพบยูกะสักที” คานะพูดเบาๆให้ชายหนุ่มได้ยิน

                “ก็จนกว่า ฉันจะสะใจล่ะมั้ง” นีลหันมาพูดกับคู่ควงพร้อมกับส่งยิ้มอย่างผู้ชนะให้กับเธอ

                “คุยอะไรกันอยู่เล่า ขอให้ฉันคุยด้วยคนได้ไหม ไอ้นีล” เคียวจิเดินเข้ายืนหยุดตรงกลางระหว่างทั้งสองพร้อมกับบอดี้การ์ดอีกหกคนของเขา

                “เคียว” คานะเรียกพี่ชายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

                “ไงน้องสาว ไม่เจอกันตั้งหลายวัน คงไปกินนอนอยู่กับศัตรูสบายใจเลยสิใช่ไหม” เคียวจิพูดจาเสียดสีคานะด้วยหน้าตาไม่สบอารมณ์

                “แกไม่พอใจหรือไง ที่จะได้น้องเขยอย่างฉัน ไอ้เคียว” นีลเดินเข้าไปเผชิญหน้ากับเคียวจิด้วยความมั่นใจ

                “หึ! ฉันไม่มีน้องสาวว่ะ สรุปก็คงไม่ต้องการน้องเขย” เคียวจิเชิดหน้าขึ้นพูดกับนีลพร้อมกับแสยะยิ้ม

                “นีล เรากลับกันเถอะ” คานะดึงแขนนีลเพื่อให้เขาออกจากวงสนทนา เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องขี้น แต่ในขณะที่เธอพลิกตัวหันหลังกลับ คานะก็ดันไปกระแทกกับผู้หญิงคนหนึ่งจนเธอล้มไปกองกับพื้น

                “โอ๊ย!”  หญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มหน้าหวานร้องโอดครวญพร้อมกับจับที่ข้อเท้าของเธอ

                “ขอโทษค่ะ ให้ฉันช่วยไหม” คานะยื่นมือไปจะช่วยเธอ แต่หญิงสาวที่นั่งกองอยู่กับพื้นกับถูกอุ้มตัวลอยโดยชายหนุ่มที่เธอคิดถึงมากที่สุด

                “ลูฟ” หญิงสาวในอ้อมแขนของยากุซ่าหนุ่มเรียกเขาเสียงเบา

                “ไมโกะ เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ยุกุซ่าหนุ่มไม่สนใจคานะแต่เขากลับสนใจผู้หญิงในอ้อมแขนมากกว่า

                “วางฉันลงเถอะ ฉันไม่เป็นอะไร แค่เจ็บข้อเท้านิดหน่อยเอง” ไมโกะเริ่มมีสีหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายกับสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมา

                “ก็ได้” ลูฟวางหญิงสาวลงกับพื้นและเขาก็โอบไหล่ของเธอไว้ด้วยความเป็นห่วง ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันเหมือนว่าไม่มีคนอื่นอยู่ในระหว่างการสนทนานั้น

                “เธอเดินภาษาอะไร ถึงได้มาชนไมโกะได้ แล้วขอโทษไมหรือยัง” ชายหนุ่มพูดกับคานะด้วยสีหน้าโกรธจัด

                “แฟนฉันไปทำอะไรให้ คานะเขาก็ขอโทษไปแล้วนี่” นีลเดินเข้ามาประกบข้างๆ คานะพร้อมกับดึงคานะเข้าไปโอบเอาไว้บ้าง

                “ช่างเถอะ นายก็ดูแลแฟนนายให้ดีก็แล้วกัน อย่าให้มาจุ้นจ้านเผลอเดินมาชนแฟนฉันอีกล่ะ มาซาโตะ” ลูฟพูดพร้อมกับตวัดสายตาดุคมไปที่นีลกับคานะ แล้วก็เดินผ่านทั้งสองคนไป

                “ไปกันเถอะ งานที่นี่ชักจะแกร่ว” นีลดึงคานะแล้วขึ้นรถลีมูซีน คานะเองก็ได้แต่นิ่งเงียบตลอดทางที่นั่งรถกลับบ้านกับนีล เพราะเธอยังตกใจกับสิ่งที่เพิ่งได้พบเจอ เรื่องพี่ชายที่ปฏิเสธการมีตัวตนของเธอและลูฟกับผู้หญิงที่ชื่อไมโกะ

                ทันทีที่รถจอดคานะก็เดินตรงเข้าบ้านและห้องนอนที่นีลจัดเตรียมไว้ให้เธออยู่ เธอรีบล็อคประตูห้องแล้วยืนพิงประตูคล้ายกับคนที่หมดเรี่ยวแรงจะยืน เธอทรุดนั่งลงกับพื้นห้องในสภาพที่ยังคงใส่ชุดเดรส น้ำตามากมายไหลอาบแก้มและหยดลงบนพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า และปราศจากเสียงสะอื้นใดๆ ของยากุซ่าสาว         

                “แบบนี้แหละดีแล้ว…… ดีที่สุดแล้ว” คานะกัดฟันพูดด้วยความทรมานใจอย่างที่สุด

                ขณะเดียวกันที่บรรยากาศที่บ้านโทดะก็เต็มไปด้วยความเงียบเชียบแต่สักพักก็มีเสียงเอ็ดตะโลของวีย่ากับเคียวจิดังลั่นบ้าน

                “เพี๊ยะ!!” เสียงฝ่ามือของวีย่าฟาดลงบนแก้มสีแทนของเคียวจิจนใบหน้าของเขาหันไปอีกข้างตามแรงมือ

                “ถ้าเธอจะตบหน้าฉันเพราะเรื่องที่ฉันไล่คานะออกจากบ้านล่ะก็ เชิญตบต่อเลย เอาสิ” เคียวจิกระชากมือของวีย่าให้ฟาดลงมาที่ใบหน้าของเขาอีกครั้ง

                “ฉันไม่ได้โกรธคุณ เรื่องที่ไล่คานะออกจากบ้านหรอก เพราะฉันรู้ดีว่าคานะเข้มแข็ง และแข็งแกร่งกว่าพี่ชายของเธอหลายเท่าพันเท่า” วีย่าพูดจบก็สะบัดมือออกจากมือของเคียวจิ

                “แล้วเธอตบฉันเรื่องอะไรล่ะ วีย่า” เคียวจิหันไปถามวีย่า

                “เรื่องที่คุณไม่เคยเชื่อใจคานะเลยไง เคียว” วีย่าตอกกลับด้วยความโมโห

                “เชื่อใจอะไร มันสำคัญมากขนาดนั้นเลยหรอ” เคียวจิพูดเสียงแผ่วเบา

                “สำคัญที่สุด! เพราะความเชื่อใจคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ฉันรักคุณและทำให้คานะยอมสละทุกอย่าง ถ้าแค่นี้หัวหน้าแก็งยากุซ่า คาลอส เคียวที่ทุกคนต่างเกรงกลัวยังไม่รู้และไม่เข้าใจ ก็คงเป็นผู้นำกลุ่มที่โง่ที่สุดในโลก” วีย่าพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่หนักแน่น ก่อนที่เธอจะเดินออกจากบ้านโทดะไปด้วยความหงุดหงิด และปล่อยทิ้งให้เคียวจิยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้นคนเดียว

 

30 ความคิดเห็น