Legend of Strong Heart ลุ้นรักกองทัพสุดแกร่ง

ตอนที่ 38 : อสรพิษที่ร้ายเดียงสา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 882
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ก.พ. 59

38

 

อสรพิษที่ร้ายเดียงสา

 

 

 

                ชายชุดดำเดินตรงเข้ามายังห้องหรูหรา ซึ่งภายในห้องประดับประดาไปด้วยไม้เถื่อน และเขาสัตว์จำนวนมาก หญิงสาวหน้าหวานผมยาว นอนแช่อ่างจากุซซี่ที่เต็มไปด้วยกลีบดอกกุหลาบหลากสีสันจำนวนมากอยู่กลางห้อง ในมือของเธอก็เกี่ยวแก้วไวน์ขาวเอาไว้

                “ได้ข่าวอะไรมาบ้าง” หญิงสาวขยับริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสด

                “วันนี้ทาคาฮาชิไปคุยเรื่องบางอย่างที่บ้านโทดะ ผมคิดว่าคงจะเป็นเรื่องงานเลี้ยงที่อาราอิ กรุ๊ปจะจัดขึ้นในคืนวันพรุ่งนี้ครับคุณไม” ชายชุดดำพูดจบก็เดินไปรินไวน์ใส่แก้วให้นายหญิงของเขา

                “คงถึงเวลาที่ฉันจะเอาคืนบ้างแล้วสินะ คอยจับตาดูฉันไว้ให้ดีล่ะ โทดะ คานะ ลูฟจะต้องเป็นของๆ ฉันเท่านั้น ไม่ใช่แก” หญิงสาวพูดพร้อมกับปามีดสั้นไปทิ่มที่รูปภาพของคานะในชุดเดรสหรูที่เปิดงาน Heart Fighter Academy สาขาโตเกียว

                หญิงสาวเบิกตาโตกว้างและเลียริมฝีปากสีแดงสด ก่อนจะกระดกไวน์ขาวแก้วใหญ่จนหมดเกลี้ยงภายในพริบตาเดียว จากนั้นหญิงสาวก็เดินเปลือยกายลงจากอ่าง ลูกน้องหนุ่มได้แต่มองและกลืนน้ำลายลงคอกับร่างเปลือยสวยของนายสาว และไม่ลืมที่จะหยิบเสื้บคลุมอาบน้ำมาคลุมร่างกายให้เจ้านายของตน

 

                พรหมแดงทอดยาวตั้งแต่บันไดหน้าโรงแรมหรูระดับพรีเมี่ยมไปจนถึงทางเข้าห้องจัดงานเลี้ยงอำลาตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของอาราอิ กรุ๊ป ผู้นำด้านการส่งออกและผลิตใบชาอันดับหนึ่งของประเทศ ภายในงานเลี้ยงถูกประดับประดาไปด้วยไม้ประดับสวยงามหลากหลายสายพันธุ์ กลางห้องโถงมีแชงกาเลียหรูขนาดมหึมาห้อยส่องแสงแพรวพราวระยิบระยับอย่างอลังการ แขกเหรื่อในงานเต็มไปด้วยนักธุรกิจทั้งหญิงและชาย ที่เบื้องหลังต่างก็เป็นยากุซ่า หญิงสาวในชุดราตรีสีครีมยาวลากพื้นลักษณะชุดคว้านหลังจนถึงช่วงเอว แต่ด้านหน้ากลับเป็นเกาะอกรัดกระชับกับทรวงอกอวบที่ทำให้หญิงสาวนั้นดูสง่างามมากยิ่งขึ้น เมื่อเธอก้าวเดินเข้ามาในงานก็แทบทำให้สายตาทุกคู่หยุดชะงักและจ้องมองมาอย่างถูกมนต์สะกด ผมสีบลอนด์ยาวสละสลวยคล้ายกับผมของตุ๊กตาถูกดัดเป็นลอนใหญ่และแทรกกลางยิ่งทำให้ใบหน้าแกมหวานอมเปรี้ยวด้วยส่วนผสมของลูกครึ่ง ญี่ปุ่นอังกฤษ ของเธอดูสวยเฉือดเชือนชายหนุ่มทุกคนที่แอบมอง แต่ว่าคงเป็นเพราะเธอเดินควงมากับมาซาโตะ นีล ยากุซ่าที่ได้ขึ้นชื่อว่า โหดเหี้ยม ทารุณ ทำให้ไม่มีแม้แต่ผู้ใดกล้าที่จะเข้ามาทักทาย นอกซะจากสี่หนุ่มหล่อผู้เป็นอริคนสำคัญที่สุด โดยเฉพาะผู้นำทิศคนที่หนึ่งที่เพ่งสายตาดุคมมายังทั้งคู่ที่ก้าวเดินเข้ามาในงานอย่างอาฆาตพยาบาทก็ไม่เชิง เหมันต์แห่งทาคาฮาชิ หรือ ทาคาฮาชิ ลูเซีย ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ทาคาฮาชิ ลูกะ เขาคือคนที่เป็นหัวเรือใหญ่ของการจัดการแก็งยากุซ่าที่เก่งที่สุด ด้วยความที่เป็นคนนิ่ง และใจเย็น แต่มีหลักการ ทำให้เขากลายเป็นผู้ที่เพื่อนๆในวงการให้การยอมรับสู่การเป็นผู้นำตั้งแต่อายุน้อย

                “ไอ้ลูฟ มันมาแล้ว” ไทเกอร์พูดบอกเพื่อนซี้ที่ยืนกำแก้วไวน์คล้ายกับจะบีบให้แตกซะตอนนี้

                “ฉันเห็นแล้วไอ้ไท” ลูฟพูดแต่ไม่มองหน้าของเพื่อนรัก แต่กลับจ้องเขม็งไปยังคู่ควงเด่นของงานแทน

                “ใจเย็นๆ ว่ะไอ้ลูฟ ฉันรู้ว่าใจของแกกำลังร้อนเป็นไฟ” เคียวจิแตะบ่าของลูฟเพื่อเตือนสติเขา

                “ฉันอยากจะฆ่ามันซะเดี๋ยวนี้” ลูฟลืมตัวแล้วรีบบุ่มบ่ามเดินเข้าไป แต่กลับมีแขนเรียวเล็กของบางคนเข้ามารั้งเอาไว้ซะก่อนที่เขาจะเดินไปถึง

                “จะไปไหนหรอคะ ลูฟ”  ไมโกะเอียงคอถามและวันนี้เธอก็แต่งตัวเซ็กซี่กว่าทุกวันทำให้ลูฟรู้สึกชะงักไปชั่วขณะหนึ่งและเผลอมองแฟนสาวในชุดราตรีสวย

                “ไม วันนี้คุณ เซ็กซี่มากเลยนะ” ชายหนุ่มมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้ากับการแต่งกายหวาบหวิวของแฟนสาว ชุดราตรีของหญิงสาวเป็นชุดซีฟองสีม่วง ซึ่งตรงกลางโชว์อกขาวอวบ ส่วนช่วงล่างของกระโปรงยาวก็แหวกจนมาถึงท่อนขาอ่อนขาว เพียงแค่ก้าวขาเดินก็แทบทำให้เห็นผ้าลูกไม้ซับในได้อย่างชัดเจน

                “แล้วสวยไหมล่ะคะ”  หญิงสาวยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหูของยากุซ่าหนุ่ม

                “สวยสิ” ลูฟกระซิบกลับไปในขณะที่มีสายตาน้อยใจและขมขื่มของคานะแอบชำเลืองมองดูอยู่

                แต่แล้วทุกการสนทนาก็ต้องเงียบหยุดลง เมื่องานการอำลาตำแหน่งของอาราอิ ฟูตะ ยากุซ่าเก่าที่สละตำแหน่งยากุซ่าผู้นำทิศตะวันออกแห่งโตเกียวให้กับลูกชายคนเล็กของเขา อาราอิ ฟูมะ หรือฟ๊อก ได้เริ่มขึ้นด้วยการดับไฟทั้งหมดในงานก่อนที่ไฟจะเปิดขึ้นอีกครั้งเผยให้ผู้คนในงานได้ตะลึงกับหญิงสาวผมสีส้มซอยสั้นประบ่าในชุดราตรีสีขาวยืนควงคู่กับท่านประธานผู้เป็นบิดานั่นเอง

                “เนื่องในการอำลาตำแหน่งของผมครั้งนี้ ผมก็ได้พาตัวแทนสาวรุ่นใหม่ไฟแรงซึ่งเธอเพิ่งจบงานด้านบริหารมาจากประเทศอเมริกาและเธอจะมาทำหน้าที่ดูแลและบริหารงานของอาราอิ กรุ๊ปต่อจากผมก็คือ อาราอิ ฟูมิ ลูกสาวคนโตของผมนั่นเองครับ ขอเสียงปรบมือให้ลูกสาวของผมด้วยครับ” สิ้นคำกล่าวของท่านประธาน เสียงปรบมือก็ดังระงมขึ้นทั่วทั้งฮอล์ลจัดงานเลี้ยง

                “ไอ้ฟ็อก พี่สาวแกได้ข่าวว่าเป็นผู้หญิงน่ากลัวไม่ใช่หรอว่ะ” ไทเกอร์เดินไปกระทุ้งศอกและยื่นหน้าเข้าไปกระซิบถามกับเพื่อนซี้

                “น่ากลัวยังไง ฉันว่าพี่บ้าระห่ำมากกว่าว่ะ” ฟูมะทำสีหน้าขบคิดก่อนจะตอบเพื่อนรักกลับไป

                “แล้วบ้าระห่ำของแกมันเป็นแบบไหน” ไทเกอร์ทำหน้างง

                “เดี๋ยวแกก็รู้” เมื่อฟ็อกพูดจบก็เป็นจังหวะเดียวที่พี่สาวที่อายุห่างกับเขาเกือบสี่ปีรับไมค์จากผู้เป็นพ่อมากล่าวบางอย่าง

                “สวัสดีค่ะ ฉันฟูมิ หรือจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ พวกคุณทุกคนคงรู้ดีว่าฉันเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลอาราอิ และกำลังจะมาทำหน้าที่แทนตาแก่ ….. นับแต่นี้เป็นต้นไป และที่สำคัญดิฉันขอบอกกับทุกคนที่เป็นคู่แข่ง คู่อริ ศัตรูหรือมิตรไว้ว่า ถ้าคิดว่าบ้าระห่ำเท่าฉันได้ก็เชิญเลย เพราะคำว่าประณีประณอม ไม่ได้บัญญัติเอาไว้ในหัวของฉัน ใครที่ร่วมงานกับฉันแล้วไม่ชอบล่ะก็ พวกคุณควรรีบสะบัดก้นออกไปจากอาณาเขตของฉันทันที” เมื่อคำสุทรพจน์ข่มขู่ของหญิงสาวจบ ผู้คนในงานต่างก็นิ่งเงียบกันเป็นแถว บางคนก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดเสียวกับสีหน้าเอาจริงของผู้บริหารสาวคนใหม่

                “โหพี่แก ไม่ได้กลัวลูกกระสุนทิ่มปากบ้างหรือไงกันฟ่ะ” ไทเกอร์บ่นอุบ

                “ก็เพราะพี่ฉันเป็นแบบนี้ พ่อถึงไว้ใจให้พี่ดูแลบริษัทไงล่ะ และไอ้นิสัยชอบท้าทายเนี่ยคงจะไม่หายง่ายๆ ซะด้วย”  ฟ็อกพูดด้วยท่าทางเอือมระอา

                ปัง!!

                “ท่านประธาน” เสียงของผู้ติดตามคนสนิทวิ่งไปรับร่างของชายวัยกลางคน

                “ตาแก่” ฟูมิวิ่งเข้าไปดูอาการของพ่อแต่ว่ากลับมีชายหนุ่มหน้าตาคุ้นๆ วิ่งเข้ามาแบกท่านประธานขึ้นหลังและเตรียมพาเดินออกไปจากงาน

                “นี่นาย จะพาพ่อฉันไปไหนห๊ะ” หญิงสาวดึงคอเสื้อด้านหลังของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเอาไว้เพื่อรั้งให้เขาหยุดเดิน

                “ตาบอดหรือไง ไม่เห็นหรอว่าผมกำลังช่วยชีวิตพ่อคุณอยู่” ชายหนุ่มหันหน้ามาค้อนด้วยสายตารำคาญผู้หญิงตรงหน้าและยักคิ้วให้ข้างหนึ่งอย่างกวนประสาทก่อนจะรีบเดินพาท่านประธานขึ้นรถไปโรงพยาบาลของเขาทันที

                “พี่บาดเจ็บหรือเปล่าครับ” ฟูมะวิ่งเข้ามาดูพี่สาวด้วยความเป็นห่วง

                “ใครเป็นคนลั่นไกปืน ฉันจะสับกะโหลกมันให้เละเลย” หญิงสาวพูดพร้อมกำมือเบิกตาโตกว้างด้วยความเจ็บใจ

                “ผมคิดว่าอาจจะเป็นหมอนี่” ลูฟเดินมาพร้อมกับเคนที่กำลังเอาปืนจ่อหัวมือปืนลึกลับผู้ลั่นไกปืนไปยังท่านประธานอาราอิ     

                “แกเป็นคนทำร้ายพ่อฉันหรอ ใครเป็นคนออกคำสั่ง พวกไหน แก็งไหน บอกมา” ฟูมิตวาดเสียงดังและกระชากคอเสื้อของไอ้มือปืนและแย่งกระบอกปืนจากเคนมากดแนบกับอกของมันด้วยความโกรธจัด

                “ผมไม่รู้ครับ มีคนจ้างผมมา คุณก็เห็นนี่ครับว่าผมเป็นแค่พนักงานเสริฟ์ธรรมดาๆ คนหนึ่ง” หญิงสาวรีบมองสำรวจลักษณะท่าทางของไอ้มือปืนที่ใส่ชุดพนักงานเสริฟ์

                “แล้วใครจ้างแกมาห๊ะ!

                “คะคือว่าพวกเขาแค่ส่งปืนให้ผมแล้วก็เช็คเงินสดนี่ให้ ละ….แล้วก็บอกกับผมว่าถ้าผมทำไม่ได้พวกมันจะฆ่าผมครับ” พนักงานเสริฟ์ตอบด้วยน้ำสีตะกุกตะกักและส่งเช็คเงินสดมูลค่าสองแสนเยนให้กับฟูมิ

                “หืม ให้ตั้งสองแสนเยนเชียวหรอ แต่ถ้าเทียบกับฉันแล้วสองแสนเยนมันขี้หูของฉันเลยนะ แล้วนายสนใจจะได้มากกว่าสองแสนเยนไหมล่ะ พ่อหนุ่มนักเสริฟ์” ฟูมิใช้นิ้วเรียบไล้ไปตามหัวไหล่และมาหยุดที่ใบหน้าเย็นซีดของชายหนุ่ม

                “เอ่อ……ผม”

                “ฟูมะ เซ็นเช็คให้เขาไปห้าแสนเยน”

                “ครับๆ” ฟูมะหยิบสมุดเช็คออกมาจากกระเป๋าเสื้อทักซิโด้และเซ็นเงินจำนวนห้าแสนเยนส่งไปให้พนักงานเสริฟ์

                “แต่ผม”พนักกงานเสริฟ์ทำหน้าเป็นกังวลและไม่ยอมรับเช็คเงินสด

                “ฉันจะรับรองความปลอดภัยของนายเอง เอาเป็นว่านายลาออกจากการเป็นพนักงานเสริฟ์และย้ายมาทำงานอาราอิ กรุ๊ป จะดีกว่า เพราะฉันจะให้ทั้งที่กิน ที่อยู่อย่างดีกับครอบครัวนาย ขอแค่นายบอกมาว่าไอ้หน้าไหนมันจ้างนายมา”

                “คนที่จ้างผมมาก็คือมุราคามิ เอจิ เมื่อก่อนผมเป็นลูกน้องปลายแถวของคุณเอจิ ผมทำงานไม่ค่อยจะได้เรื่องก็เลยถูกเด้งออกมา ปัจจุบันก็เลยมารับจ้างเป็นพนักงานเสริฟ์ครับ แล้วอยู่ดีๆ เมื่อสองวันก่อนพวกเขาก็บุกมาที่อพาร์เม้นต์ของผมแล้วก็จับน้องสาวกับน้องชายของผมเป็นตัวประกัน พวกเขาบอกว่าถ้าผมไม่ทำตามคำสั่งมันจะฆ่าน้องๆข องผมทิ้ง ผมจึงต้องทำแบบนี้ แต่ยังไงผมก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำร้ายพ่อของคุณฟูมิครับ” พนักงานเสริฟ์พูดจบก็ก้มหัวโค้งคำนับเพื่อแสดงความขอโทษ

                “เอาล่ะขอบใจมาก รับนี่ไปซะสิ” ฟูมิรับเช็คจากฟูมะมายื่นส่งให้กับพนักงานเสริฟ์

                “ขอบคุณมากครับ ขอบคุณจริงๆที่ไม่ ฆ่าผม” พนักงานเสริฟ์โค้งคำนับครั้งแล้วครั้งเล่า

                “ฉันไม่ใช่คนใจร้ายและไร้เหตุผลหรอกนะ และอีกอย่างฉันเกลียดไอ้พวกบ่อนทำลายครอบครัวคนอื่นที่สุด อืมใช่ แซค นายช่วยจัดการเรื่องที่อยู่ใหม่ให้เขาด้วยล่ะ ส่วนเรื่องน้องสาวกับน้องชายของนายฉันจะจัดการให้”

                “จริงนะครับ ขอบคุณคุณอีกครั้งนะครับ” พนักงานเสริฟ์โค้งคำนับอีกสามรอบติด

                “เราไปกันเลยเถอะ” แซคเดินนำพนักงานเสริฟ์ออกไป

                “เฮ้อ! พี่เอาไงต่อ” ฟูมะถอนหายใจและทำหน้าเบื่อโลก

                “ฉันมีงานอื่นต้องทำ ส่วนไอ้เรื่องล่าหัวไอ้เอจิมันเป็นหน้าที่แกฟูมะ เพราะเอจิมันเพื่อนแก” เมื่อฟูมิ พี่สาวจอมเผด็จการของเขาออกคำสั่งก็เดินสะบัดผมเดินจากไปในชั่วพริบตาเดียวเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว

                “เป็นงี้ทุกรอบเลยพี่สาวฉัน” ฟูมะเสยผมและทำปากคว่ำอย่างเซงๆ

                “พี่สาวแกดูเหมือนจะชอบจิกหัวใช้งานแกใช่ไหมล่ะ ไอ้ฟ็อก” ไทเกอร์เดินเข้ามาตบบ่าให้กำลังใจเพื่อนรัก

                “เออ ก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ ชอบใช้ฉันอยู่เรื่อย” ฟูมะส่ายหน้า         

30 ความคิดเห็น