Legend of Strong Heart ลุ้นรักกองทัพสุดแกร่ง

ตอนที่ 54 : อาละวาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ม.ค. 59

54

 

อาละวาด

 

 

 

             เมื่อยากุซ่าทั้งสองพักฝืนจนร่างกายแข็งแรงดีแล้ว คานะและลูฟก็เดินทางกลับโตเกียวด้วยกัน ทันที่ที่รถเก๋งซอมซ่อมอซอที่คานะขับไปบุกโกดังของมุราคามิและชิงตัวคนรักกลับมาจอดยังหน้าบ้านญี่ปุ่นโบราณของตระกูลโทดะ ลูกน้องนับสิบในชุดยูกาตะสีดำลายซากุระสีขาวก็ยืนแบ่งฝั่งคล้ายกับว่าวันนี้เป็นวันประชุมใหญ่ประจำแก็งยากุซ่า

             “กลับมาแล้วค่ะ” คานะเดินเข้าไปในบ้านและเห็นว่าเคียวจิ วีย่า อากิระ เนเน่กำลังคุยบางอย่างกันอยู่

             “คานะ คิดถึงจังเลย” วีย่าลุกพรวดพราดและพุ่งเข้ามาดึงเพื่อนรักเข้าไปกอดไว้แน่น

             “ฉันก็คิดถึงเธอมากเหมือนกันแล้วนี่เธอหายไปไหนมาหลายเดือนเลยห๊ะ ไปเรียนก็ไม่ไป บอกฉันมาสิว่าเธอทำอะไรอยู่ วีย่า” คานะผละออกจากอ้อมกอดและจับไหล่ของวีย่าเพื่อเค้นคำตอบ

             “ฉันถูกพี่นีโอกักตัวเอาไว้ เขาส่งฉันไปหลบภัยที่ฝรั่งเศสมาน่ะ” วีย่าพูดและทำหน้าสลด

             “ห๊า! แล้วนี่เคียวจิว่าไงบ้าง”

             “ก็ต้องโกรธอยู่แล้วดิ ที่อยู่ดีๆไอ้นีโอมันดังส่งวีย่าไปอยู่ยุโรปโน่น ทำให้ฉันเป็นบ้าอยู่เกือบสองเดือนเต็ม”

             “คานะ พี่ช่วยไอ้ปากด๊อกนั่นสำเร็จไหมล่ะ” อากิระเดินมาสมทบ

             “แกก็รู้นี่ว่าเวลาฉันเอาจริง ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมดีเสมอ”

             “ดีแล้วค่ะที่พี่สาวปลอดภัย และที่สำคัญยังช่วยพี่ลูฟมาได้อีก เก่งมากๆ”  เนเน่เดินเข้ามาแล้วส่งยิ้มให้คานะ

             “เนเน่จัง นี่มันอะไรกันห๊ะ ว่าไงล่ะเจ้าอากิระ” คานะเดินเข้าไปดึงหูของน้องชายและบิดเป็นเกลียว

             “อย่าไปว่าอากิระเขาเลยค่ะ เรื่องทุกอย่างระหว่างฉันกับพี่ลูฟไม่ใช่เรื่องจริง ฉันแค่แสดงละครตบตาเท่านั้นเพื่อล้วงข้อมูลของตระกูลทาคาฮาชิเท่านั้นเองค่ะ”

             “อย่าบอกนะว่าเธอ……

             “ฉันเป็นหนึ่งในหน่วยดับเบิ้ลเคและเป็นคู่หูของอากิระคุงค่ะ” เนเน่ที่ดูโผงผางพูดจากระโชกโฮกฮาก ตอนนี้เธอกลับพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ

             “หืม…..อย่างงี้นี่เอง แล้วเป็นแฟนของหมอนี่ด้วยหรือเปล่าจ๊ะ เนเน่จัง” คานะส่งสายตากรุ่มกริ่มไปให้น้องชาย

             “ไม่มีวันซะหรอก!!” เสียงของอากิระและเนเน่ดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย นั่นยิ่งทำให้คานะแน่ใจมากขึ้นว่าทั้งคู่ต้องแอบมีใจให้กันแหงๆ

             “แล้วไอ้ลูฟล่ะ” เคียวจิชะโงกหน้าไปทางด้านหลังของคานะเผื่อว่าจะได้เห็นลูฟ

             “ฉันพาลูฟไปส่งที่โรงพยาบาลของตระกูลโคตะ เลยไม่ได้พามาด้วย”

             “อืม ไว้พรุ่งนี้จะไปเยี่ยมมัน” พี่ชายพูดจบก็คว้าแขนของวีย่าให้ไปกับเขาข้างนอกทันที

             “บ้าบอสิ้นดี นี่ฉันเกือบตายแต่พี่ดันห่วงนาย อีตาลูเซียบ้า” คานะพูดและทำแก้มป่องด้วยความหมันไส้

             “ฮ่ะๆๆ” อากิระและเนเน่หัวเราะพร้อมกันกับพฤติกรรมต๊องของคานะ ทำให้ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วต่างคนก็ต่างเสมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนบางอย่าง

             “มันยังไงกันแน่นะสองคนนี้” คานะบ่น

            

             อีกด้านหนึ่งในขณะเดียวกันยูกะที่เดินกระวนกระวายไปมาในบริเวณของสวนน้ำประจำโรงพยาบาลที่เป็นธุรกิจครอบครัวของตระกูลโคตะทำให้การพะวักพะวนของเธอไปสะดุดเข้ากับตาของหนุ่มแว่นหน้าตาหล่อบาดใจ ทำให้เขาอดที่จะเข้ามาถามไม่ได้ว่าเธอเป็นอะไร

             “อย่ากังวลไปเลยครับ พี่สาวคุณปลอดภัยดีแล้ว ตอนนี้เธออยู่ที่บ้านโทดะ”  เสียงนุ่มละมุนหูแทรกเข้ามาทำให้ยูกะหยุดชะงักและหันไปมอง

             “นายเองหรอ อาราอิ ฟูมะ”

             “ครับ ผมเอง”

             “แล้วนายรู้ได้ไงล่ะ”

             “ไอ้ลูฟมันนอนหยอดน้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ผมก็เลยพอจะเดาได้จึงโทรไปถามเคียวจิมาน่ะ”

             “เฮ้อ! โชคดีจัง อืม….ขอบคุณนะที่บอกข่าวดีแบบนี้ให้ฉันรู้ ฟูมะ” ยูกะพูดและยิ้มกว้างโดยที่มีสายตาภายใต้แว่นจ้องดูอย่างมีความสุขที่เขาได้สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับผู้หญิงคนนี้ได้

             “ผมจะคอยทำให้คุณยื้มเอง ยูกะจัง” ฟ๊อกพลางคิดในใจและมองหน้ายิ้มแย้มของหญิงสาว

             “มีอะไรหรอ ฟูมะ”

             “อ๋อ ไม่มีหรอก ถ้างั้นผมขอตัวนะครับ”

             “ไว้เจอกันนะ บ๊ายบายค่ะ” ยูกะโบกมือลา

             ฟูมะเองก็โบกมือลาด้วยสีหน้าร่าเริงให้ยูกะ แต่เมื่อชายหนุ่มหันกลับมาสีหน้าขรึมก็โผล่ทันทีและที่เขามาเจอยูกะก่อนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ตัวของเขาก่อนที่ชายหนุ่มจะไปทำหน้าที่เป็นยากุซ่าไล่ล่ามุราคามิเพื่อนเก่าตัวร้าย

 

             ด้านเดียวกันเคียวจิก็เตรียมจะไปอาละวาดใส่นีโอพี่ชายของวีย่าโดยไม่ฟังคำขอของคนรักแม้แต่นิดเดียว

             “เคียว ฉันว่าเราอย่าทำให้เรื่องมันใหญ่โตเลยนะ ถือว่าฉันขอร้องได้ไหม”

             “หืม เมื่อกี้เธอพูดอะไรนะ ฉันได้ยินไม่ค่อยถนัด”

             “ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเลย”

             “อะไร ปล่าวนะ ฉันไม่ได้ยินจริงๆ”

             “หรอ งั้นฉันจะบอกกับนีโอว่าให้เขาส่งฉันไปฝรั่งเศสแล้วไม่ต้องกลับมาอีกเลย ดีไหม”

             เอี๊ยด!

             เมื่อเคียวจิได้ยินในสิ่งที่วีย่าพูดเขาก็ฉุนกึกขึ้นมา จึงเหยียบเบรกรถกะทันหัน

             “หยุดรถทำไมเคียว”

             “ฉันไม่ยอมให้เธอไปไหนทั้งนั้น เธอต้องอยู่กับฉันคนเดียว”

             “เคียวจิ” วีย่ามองใบหน้าที่เอาจริงของคนรัก

             เมื่อบทสนทนาของทั้งคู่จบ เคียวจิก็ขับรถไปมุ่งตรงเข้าไปคฤหาสน์ไสตล์ยุโรปที่เป็นมรกดตกทองของพ่อและแม่ที่จากไปทิ้งไว้ให้วีย่ากับนีโอด้วยเนื้อที่หนึ่งพันห้าร้อยไร่ ทันทีที่รถจอดยังประตูทางเข้า ยากุซ่าหนุ่มขี้ใจร้อนก็รีบคว้าข้อมือของวีย่าลงมาจากรถแล้วจึงพากันเดินไปที่ห้องที่นีโอมักจะใช้งานประจำ เมื่อเคียวจิกระชากประตูไม้แกะสลักเข้าไปก็พบกับชายในชุดยุกาตะสีดำที่กำลังจดจ่อกับการทำกระดิ่งลมอยู่       

             “ไอ้นีโอ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับแก”

             “เรื่องที่ฉันส่งวีย่าไปฝรั่งเศสน่ะหรอ”

             “เออเรื่องนั้นแหละ ไหนแกบอกฉันมาสิว่าแกมีเหตุผลอะไรถึงส่งวีย่าไป แล้วอีกอย่างทำไมแกไม่บอกฉันว่ะ”

             “ก็แกมันผลีผลาม ใจร้อน ไม่รอบคอบ ถ้าฉันบอกว่าวีย่ากำลังโดข่มขู่จะฆ่า แกก็สติแตกน่ะสิว่ะ  อีกอย่างฉันต้องไปๆ มาที่ญี่ปุ่นกับฝรั่งเศส ฉันกลัวน้องฉันจะถูกคู่อริลอบทำร้ายก็เลยพาวีย่าไปด้วยก็แค่นั้น…..แกมีอะไรจะถามอีกไหม”

             สิ้นคำพูด ชายหนุ่มผมสีเทาเงินก็ที่นั่งหันหลังอยู่บนโต๊ะไม้ตัวยาวค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วยืดตัวตรงบิดตัวไปมาด้วยความเมื่อยล้า จากนั้นจึงหันมาประจันหน้ากับเคียวจิ

             “พี่ค่ะ” วีย่ามองหน้าของพี่ชาย

             “ใครที่จะลอบทำร้ายวีย่า มาซาโตะหรือมุราคามิ”

             “ไม่ใช่ทั้งคู่ แต่มันคือเรโก้ ดีลเลอร์”

             “ไอ้ดีลเลอร์อะไรเนี่ย ที่รวมมือกับแก็งของมาซาโตะและมุราคามิง่ะ แล้วไหงมันถึงจะต้องลอบทำร้ายวีย่าด้วย”

             “เพราะพ่อของมันเป็นมือลอบวางเพลิงล้างผลาญตระกูลเอนโดแล้วทำให้ทุกคนในครอบครัวของฉันตายหมดก็คือริช ดีลเลอร์ น้าชายของฉันเอง”

             “น้าชายของแกกับวีย่าหรอ”

             “ไม่ใช่น้าแท้ๆ หรอก น้าริชเป็นเด็กที่ปู่ของฉันเก็บมาเลี้ยงเขาก็เป็นเสมือนน้าชายของฉันคนหนึ่ง”

             “แล้วเกิดอะไรขึ้นกับน้าแกว่ะ”

             “เมื่อพ่อฉันรับตำแหน่งหัวหน้ายากุซ่ารุ่นต่อไปต่อจากปู่ไม่นานพ่อก็แต่งงานกับแม่ และมีฉันกับวีย่า ยังไม่ทันไรก็มีเรื่องเกิดขึ้น น้าริชจะปล้ำแม่โชคดีที่ตอนนั้นฉันมาเห็นซะก่อน เลยเรียกคนมาช่วยทัน จากนั้นปู่ก็ไล่น้าริชออกจากบ้านและเขาก็ไม่กลับมาอีกเลย ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นก็เกิดการลอบวางเพลิงที่บ้าน พอฉันกับวีย่าที่เพิ่งกลับมาจากโรงเรียนมาถึงก็เห็นห่อผ้าขาวซึ่งในนั้นห่อร่างไหม้เกรียมของปู่ พ่อ และแม่ของฉันเอาไว้  เราสองพี่น้องจึงไปอยู่กับเพื่อนรักของพ่อและแม่ก็คือลุงคาซึสะและป้าอัตสึโกะ ฉันกับวีย่าถึงได้เจอแกกับคานะ”

             “อืม แล้วสรุปว่าริช ดีลเลอร์ไปอยู่ไหนล่ะ”

             “หนีไปอยู่ไมอามี่ แล้วก็แต่งงานกับหญิงอเมริกันซึ่งเป็นแม่ของเรโก้ ดีลเลอร์ หลังจากนั้นน้าริชก็ทำธุรกิจผิดกฏหมายจนกระทั่งร่ำรวยมหาศาล เรื่องนี้จึงไปเข้าหูของหน่วยดัลเบิ้ลเค และฉันก็เป็นคนให้การช่วยเหลือในการจับกุมน้าตัวเอง แต่เขาดันหลบหนี ฉันตามไปเจอเขาเราสองคนสู้กัน เขาอยากฆ่าฉัน ทำไงได้ฉันเองก็ต้องป้องกันตัว กระสุนจึงเจาะทะลุหัวของเขาตายคาที”

             “พูดง่ายๆ มันกลับมาแก้แค้นแทนพ่อมัน เลยจะมาสอยแกกับวีย่าที่เป็นคนของตระกูลเอนโด”

             “ไงช่วงนี้ฉันฝากให้แกดูลวีย่าให้ดีที่สุดดนะไอ้เคียว เพราะฉันไม่อยากสูญเสียคนที่รักไปอีกแล้ว”

             “อย่าเป็นห่วงเลยเพื่อน ฉันจะปกป้องวีย่าด้วยชีวิตของฉัน” เคียวจิให้คำมั่นด้วยแววตาลุกโชน

             “นายขี้โม้” วีย่าหยิกแก้มของยากุซ่าหนุ่มด้วยความหมันไส้

            

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

30 ความคิดเห็น