Legend of Strong Heart ลุ้นรักกองทัพสุดแกร่ง

ตอนที่ 58 : ไม่จริง…ฉันไม่เชื่อ!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 691
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ม.ค. 59

58

 

ไม่จริงฉันไม่เชื่อ!

 

 

 

             ทั้งสามคนคานะ ไทเกอร์และเรย์ พากันเดินไปหยุดที่หน้าห้องพัก พอคานะเตรียมจะผลักประตูห้องเข้าไปก็ถูกมือของไทเกอร์รั้งไว้ซะก่อน

             “มีอะไรหรอคะ พี่ไท” คานะหันไปถาม

             “ตอนนี้ไอ้ฟ็อกคงอยากอยู่กับน้องสาวของเธอเพียงลำพัง”ไทเกอร์บอก

             “ทำไมล่ะไอ้หัวหอมแดง” เรย์เอียงคอถามด้วยความงง

             “ฟ็อกเป็นคนขรึมและบางครั้งก็เลือดเย็นจนน่ากลัว  ฉันรู้ว่ามันกำลังเจ็บแค้นใจและกำลังโทษตัวเองอยู่ และเวลานี้แหละที่ฉันไม่กล้าเข้าไปยุ่งกับมัน”

             “ไหงงั้นล่ะ” เรย์บอก

             “เอาเป็นว่ามีเพียงคนเดียวที่ปลอบใจไอ้ฟ็อกได้ก็คือ ไอ้ลูฟ”

             “เอาล่ะฉันพอจะเข้าใจแล้ว งั้นพี่ไทก็ดูแลเรย์จังให้ดีล่ะ ฉันจะไปคุยธุระกับพี่เทย์สักหน่อย” คานะโบกมือลาคู่รักคู่วิวาทแล้วก็เดินตรงมายังห้องผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่มีป้ายชื่อเขียนติดไว้ว่า โคตะ เทย์โตะ

             “พี่เทย์ ใครเป็นคนทำยูกะ” คานะผลักประตูเข้ามา

             “มุราคามิ เอจิ อริของฟูมะคุงน่ะสิ คงจะไม่พอใจเรื่องของหุ้นอาราอิและอีกอย่างไอ้หมอนั่นมันชอบยูกะตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว เพราะพี่เองก็รู้จักเอจิเป็นอย่างดี ฟูมะกับเอจิเคยมาเที่ยวที่บ้านโคตะบ่อยๆ”

             “แล้วยูกะรู้หรือเปล่าคะ”

             “ไม่หรอก ยัยนั่นน่ะไม่เคยสนใจหัวอกผู้ชายเท่าไหร่ จะว่าไปพี่เองก็ไม่รู้ว่ายูกะสนใจฟูมะบ้างไหม เพราะสมัยที่สามคนนี้ยังเด็กยูกะก็ยังเป็นแค่เด็กผู้หญิงไร้เดียงสาอายุก็น้อยกว่าสองคนนี้ตั้งห้าปี ความจริงพี่กะจะมอบกำไลคู่ให้เอจิเป็นคนดูแลยูกะ เพราะพี่เห็นว่าเอจิเอาใจยูกะแต่ฟูมะไม่ค่อยเล่นกับยูกะดีแต่แกล้งยูกะประจำ และเพราะเหตุการณ์หนึ่งทำให้พี่ตาสว่างว่าใครคือคนที่คู่ควรกับน้องสาวของเรา”

             “เหตุการณ์หนึ่งหรอ”

             “อืม ในตอนนั้นยูกะอายุแค่ห้าขวบฟูมะกับเอจิประมาณสิบขวบ ส่วนพี่อายุประมาณสิบสี่ได้ พี่พาเด็กสามคนไปเที่ยวเล่นในไร่ใบชาอาราอิ พอถึงไร่ชาสามคนนี้ก็พากันวิ่งเล่นไปทั่ว อยู่ดีๆก็มีเสียงร้องของยูกะดังขึ้น เมื่อพี่วิ่งไปดูก็พบว่าฟูมะกำลังโอบกอดยูกะเอาไว้เขาใช้หลังของตัวเองกำบังสุนัขบ้าตัวหนึ่ง ทำให้เขาถูกมันงับที่หัวไหล่เอาไว้ เจ้าหมาบ้านั่นไม่ยอมปล่อยหัวไหล่ของเขา พี่จึงไปตามชาวบ้านแถวนั้นมาช่วยจนเขาใช้ลูกกระสุนยาสลบยิงใส่ เจ้าหมาถึงได้หมดเรี่ยวแรงและสลบไป”

             “แล้วเอจิล่ะ เขาอยู่ไหน”

             “เจ้าเด็กตาขาวนั่นวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไป แล้วทิ้งยูกะให้เกือบโดนหมากัด แต่ดีที่ฟูมะไม่ทิ้งยูกะแต่เขากลับเสียสละและปกป้องน้องสาวของพี่เอาไว้ นี่แหละคือความประทับใจที่พี่ไม่อาจลืม พี่ถึงรู้ว่าฟูมะรักยูกะด้วยความจริงใจ”

             “ที่แท้สามคนนี้ก็มีอดีตร่วมกันนี่เอง”

             “แล้วเธอล่ะ มีอะไรจะให้พี่ช่วยหรือเปล่าคานะ”

             “ตอนนี้ฉันยังไหว พี่อย่ากังวลเลย”

             “ฮึ!สาวแกร่งแห่งโทดะอย่างเธอมีด้วยหรอที่จะบอกว่าไม่ไหว”

             หลังจากการสนทนาของเทย์โตะและคานะจบลง ยากุซ่าสาวก็ขับรถกลับบ้านโทดะ ระหว่างทางหญิงสาวก็รู้สึกคอแห้งกระหายน้ำ เธอจึงจอดแวะแล้วเข้าไปซื้อน้ำมะนาวโซดากระป๋องมากระดกรวดเดียวจนหมดก่อนจะเดินกลับมาที่รถ แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อรอบๆ ตัวเธอถูกล้อมไปด้วยชายชุดดำสวมหน้ากากสองคน ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันก็ยังจ่อปืนเก็บเสียงห้ากระบอกมาที่เธอทำให้เธอไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้ คานะจึงเริ่มใช้สมองประมวลผลว่าใครที่ส่งไอ้พวกนี้มาจัดการเธอ

             “ฉันรู้ว่าใครส่งแกมา” คานะพูดและกวาดตามองชายหนุ่มสองคน

             “ไม่ต้องพูดมาก ตามพวกเรามาซะดีๆ ถ้ายังไม่อยากจบชีวิตอยู่ตรงนี้” ชายชุดดำคนหนึ่งพูดขึ้น

             “อิชิกาว่า อายะส่งพวกแกมาเก็บฉันสินะ หึ! ส่งลูกกระจ๊อกมา ช่างตาขาวดีแท้ แน่จริงก็มาตัวต่อตัวเลยดีกว่าไหม”

             จบคำพูดท้าทายหญิงสาวก็ปามีดสั้นไปที่มือของชายชุดดำคนที่อยู่ใกล้ตัวของเธอมากที่สุด จากนั้นก็ตวัดขาขึ้นสูงเพื่อปัดกระบอกปืนให้กระเด็นหลุดจากมือของชายชุดดำอีกคน และใช้จังหวะนี้วิ่งไปที่รถทันที คานะรีบออกสตารท์ตัวรถแต่พวกมือปืนเองก็รีบกระโดดขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์แล้วขับตามมาไล่ยิงอย่างไม่ยอมหยุดยั้งให้ง่ายๆ

             คานะจึงรีบกดโทรออกไปหาอากิระเพื่อขอความช่วยเหลือจากน้องชาย

             ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

             “อากิระ พี่เองนะ ตอนนี้พี่ถูกไล่ยิงอยู่”

             “ห๊ะ แล้วตอนนี้พี่อยู่ไหน”

             “น่าจะแถวบ้านโคตะ”

             ยากุซ่าสาวเงยหน้าไปดูข้างกระจกแล้วพบว่ามอเตอร์ไซค์สองคันขับขึ้นมาตีคู่รถของเธอ และกำลังเตรียมยิงเข้ามาในรถ ทำให้เธอต้องรีบก้มหน้าหลบและหักตัวรถ ทว่าการทรงตัวของรถเกิดการผิดเพี้ยนทำให้รถหมุนคว้างไปบนถนน จนรถพลิกคว่ำ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ

             “คานะๆ พี่เองนะ”

             “พี่สาวบ้าฝืนสิ”

             หญิงสาวได้ยินเสียงเรียกของเทย์โตะและอากิระจึงได้สติขึ้นมา

             “พี่เทย์อากิระ ฉันอยู่ไหนคะ”

             “เธออยู่ที่โรงพยาบาล”

             “แล้วนี่ฉัน….โอ๊ย!!” คานะร้องเพราะเธอรู้สึกปวดร้าวที่แขนข้างขวาอย่างมาก

             “เธอยังขยับแขนไม่ได้นะ ตอนที่รถคว่ำกระจกรถที่แตกบางส่วนเสียบที่ท้องแขนจนทะลุ แต่โชคดีนะที่ไม่โดนเส้นเลือดสำคัญ แต่พี่เย็บผ่าตัดให้แล้วอีกสักพักเลยกว่าจะหายดี”

             “ขอบคุณนะคะ”

             “ขอบคุณเจ้าอากิระเถอะ ถ้าน้องเราไม่ออกตามหาเธอแล้วพามาที่นี่ เธออาจจะตายไปแล้วก็ได้”

             “ใช่ ตอนที่ผมไปถึงก็เห็นรถอยู่ในสภาพเละเทะมาก พี่เองก็ติดอยู่ในรถ แล้วอีกอย่างรถก็ใกล้จะระเบิดอยู่แล้ว ถ้าพี่มาโทรมาหาผมตอนเกิดเรื่องคงไปอยู่ปรโลกแล้วล่ะ ว่าแต่ใครกันที่ทำร้ายพี่ได้ขนาดนี้”

             “พี่มั่นใจว่าเป็นอายะแน่นอน สังหรณ์พี่มันบอก อ้อ…..แต่ว่าพี่เทย์กับอากิระอย่าบอกใครนะคะว่าฉันบาดเจ็บ งั้นฉันกลับบ้านแล้ว”

             “ไม่ได้นะคานะ เธอต้องอยู่รักษาตัวให้อาการดีขึ้นกว่านี้ พี่ขอแหละ”

             “เฮ้อ! ก็ได้ค่ะ”

             “ระหว่างนี้ผมจะมาเป็นหน่วยอารักขาพี่เอง” อากิระพูดไปก็จับมือของพี่สาวเอาไว้

             “จ้า คุณหน่วยดับเบิ้ลเค”

             หลังจากนั้นอากิระบอกวีย่าและขอร้องให้เธอช่วยปิดบังเรื่องที่คานะถูกไล่ยิงและได้รับบาดเจ็บอยู่ พร้อมกับบอกแผนการบางอย่างให้ทั้งสองรับรู้เอาไว้                                                                                                                                                 

             “อากิระ พี่มีเรื่องรบกวนนาย” หญิงสาวกระซิบบางอย่างใส่หูน้องชาย “อืมที่สำคัญ….อย่าให้พ่อกับแม่รู้นะ ไม่งั้นพี่โดนลากไปอยู่นอกอีกแหงๆ”

             “พี่จะเอางั้นจริงหรอ”

             “ใช่ ในเมื่อสถานการ์ณมันบีบบังคับ พี่ก็ต้องทำอย่างนี้แหละ”

             “แล้วเธอแน่ใจนะคานะว่า เคียวจิกับลูฟจะไม่สติแตกน่ะ” วีย่ากระซิบถาม

             “ก็จริงที่สองคนนั้นต้องคลั่งแน่ แต่ว่าถ้ายัยอายะนั่นต้องการให้ฉันตาย ฉันก็จะตายให้” คานะยิ้มแสยะอย่างมีเลศนัย

            

             เมื่ออาการบาดเจ็บต่างๆของยากุซ่าหนุ่มหายดีแล้ว เขาก็รีบร้อนให้โชเฮกับเคนพาไปที่บ้านโทดะด้วยความคิดถึงคนรัก เพราะตั้งแต่ที่เกิดเรื่องชายหนุ่มก็ยังไม่ได้เจอกับแฟนสาวสุดซ่าส์เลย และทันทีที่ชายหนุ่มในชุดเสื้อโค้ทสีน้ำตาลเข้มก้าวขาเข้าไปในบ้านก็พบกับชายชุดดำที่ยืนก้มหัวเคารพรูปภาพขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางบ้าน ยากุซ่าหนุ่มรีบสำรวจมองไปรอบๆ ใจของเขาก็เหมือนกับกระตุกวูบเพราะว่าดูยังไงนี่ก็ไม่ใช่การแสดงความยินดีแต่คือการแสดงความเสียใจมากกว่า

             “นี่มันเกิดอะไร ไอ้คาลอส แล้วนี่แกเอารูปคานะมาตั้งไว้กลางบ้านทำไม”

             “แกดูแค่นี้ก็น่าจะรู้ว่ามันคืออะไร” เคียวจิที่ยืนก้มหน้าเงียบอยู่กับรูปภาพของน้องสาวหันมาบอกด้วยสภาพที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

             “ไม่จริง แกอย่ามาอำฉันซะให้ยากเลย” ลูฟส่ายหัวแบบไม่อยากเชื่อ

             “อำงั้นหรอ รถพี่ระเบิดไม่เหลือซากขนาดนั้น แต่นายกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือไง ห๊า!” อากิระค่อยๆ เดินมายืนประจันหน้ากับว่าที่พี่เขย สักพักเขาก็กำหมัดแน่นและเหวี่ยงอัดไปที่ใบหน้าของยากุซ่าหนุ่มจนเกิดรอยแดงช้ำ “ที่พี่ฉันต้องมาตายมันเป็นเพราะนาย ทาคาฮาชิ ลูเซีย”

             คำว่าตายทำให้หัวใจของยากุซ่าหนุ่มกระตุกวูบคล้ายกับจะเป็นลม เขาทรุดลงและนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง พร้อมกับน้ำตาที่หยดไหลอาบแก้มอย่างไม่ขาดสาย ดวงตาคมสีฟ้าจ้องมองไปที่รูปภาพสาวผมบลอนด์ที่แม้เธอจะเป็นแค่ภาพวาดแต่กลับเปล่งประกายเจิดจ้าอยู่ในความรู้สึกของเขาอยู่เสมอ

             “ไอ้ลูฟ แกทำใจซะเถอะ คนตายไปแล้วไม่มีทางฟื้นคืนได้หรอก” เคียวจิเดินเข้ามาตบบ่าของเพื่อนซี้แล้วเดินจากไปอย่างเงียบๆ

             จบประโยคของเคียวจิ ยากุซ่าหนุ่มก็รีบลุกพรวดเดินออกไปจากบ้านโทดะ แล้วรีบให้โชเฮกับเคนพาเขากลับคฤหาสน์ทาคาฮาชิ พอถึงห้องแกลลอรี่เก็บรูปภาพถ่าย ชายหนุ่มก็ระเบิดเสียงร้องไห้ออกมาดังระงมคับห้องและพุ่งเข้าไปต่อยกำแพงปูนสีขาวนับสิบรอบ จนหลังมือที่ประทะกับผนังห้องมีเลือดไหลซิบแต่เขาก็ไม่รู้สึกเจ็บ  เพราะความเจ็บที่ร่างกายของเขามันเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับเขาอยู่เป็นประจำ แต่เรื่องความเจ็บทางใจนี่สิที่เขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว

             “คานะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะจากฉันไปจริงๆ ไม่เชื่อ ไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด”

             ชายหนุ่มพูดและเงยหน้าจ้องมองไปยังรูปภาพที่เขาชอบมากที่สุด ซึ่งเป็นภาพที่เขาแอบถ่ายหญิงสาวตอนที่อยู่ในชุดยูกาตะสีดำและกำลังจับดาบฟันหุ่นฟางด้วยท่วงท่าที่สง่างาม                                                                                                

             ในขณะเดียวกันยากุซ่าสาวก็พยายามหยัดตัวเองให้ลุกขึ้นทว่าความเจ็บแปลบและปวดร้าวของแขนที่บาดเจ็บอยู่กับใช้การอะไรไม่ได้

             “โอ๊ย!

             “เฮ้ พี่อย่าขยับสิ แขนพี่มันเดี้ยงอยู่นะ” อากิระที่นอนเฝ้าอยู่กระเด้งตัวเข้าไปประคองพี่สาวที่กำลังทำท่าจะลุกขึ้นจากเตียงนอน            

             “ฉันรู้น่า แล้วนายจัดการเรื่องนั้นแล้วหรอ”

             “อือ ไอ้หมอนั่นมันจ๋อยไปเลยล่ะ ดูๆไปก็น่าเวทนา”

             “ฮึ! นี่นายเกิดเป็นห่วงลูฟเขาตั้งแต่เมือ่ไหร่กันย่ะ อากิระ”

             “ไม่ใช่สักหน่อย”

             “พี่น่ะแค่อยากรู้ความจริงว่าทำไมอายะ พี่เคียว ลูฟ และนีลเกี่ยวข้องกันยังไง พี่ถึงต้องทำแบบนี้ไง”

             “เรื่องแบบนี้แฮคเกอร์อย่างผมก็ยากจะหยั่งรู้ซะด้วย แต่ถ้าผมสืบรู้ความเกี่ยวข้องของทั้งสี่คนนี้ได้เมื่อไหร่ ผมจะรีบบอกพี่ล่ะกัน ผมน่ะไม่อยากให้พี่ออกไปสืบทั้งที่แขนเดี้ยงอยู่อย่างนี้หรอกนะ”

             “นายทำตัวเหมือนแม่ฉันเลยนะ เจ้าอากิระ”

             “แน่สิ ก็พี่น่ะทำอะไรไม่เคยนึกถึงตัวเองเลย คิดถึงแต่ไอ้มนุษย์น้ำแข็งลูเซียนั่นอยู่ได้”

             “วันไหนที่นายได้รู้จักคำว่ารักเดี๋ยวนายก็จะลืมนึกถึงตัวเอง เพราะนายคิดเพียงอย่างเดียวว่าอยากปกป้อง”

             “เชอะ! ผมน่ะไม่อ่อนเหมือนพวกพี่หรอก”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

30 ความคิดเห็น