Legend of Strong Heart ลุ้นรักกองทัพสุดแกร่ง

ตอนที่ 61 : แผนล่อมาติดกับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 742
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ม.ค. 59

61

 

แผนล่อมาติดกับ

 

 

 

             เสียงโห่ร้องยินดีกับชัยชนะของการแข่งชิงแชมป์รถยนต์ประจำภาคฤดูใบไม้ผลิของไคยามะ ไทเกอร์ซึ่งในงานได้สปอร์เซอร์จากหลายบริษัทโดยเฉพาะอาราอิกรุ๊ปที่เป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งยิ่งใหญ่และได้ประธานสาวสวยพี่สาวของเพื่อนรักมาเป็นผู้มอบถ้วยรางวัลให้เพื่อนน้อง

             “เจ้าไท หลังเสร็จงานแล้วฉันมีเรื่องจะคุยกับแกเรื่องนีลและมุราคามิ” ฟูมิกระซิบในขณะที่ยื่นถ้วยให้ชายหนุ่ม

             “ครับพี่ฟูมิ”

             ทันทีที่เสร็จงานยากุซ่าหนุ่มก็เดินตรงไปหาสาวในชุดสูทสีดำสวมแว่นตาดำมิดชิดด้วยความรีบเร่ง

             “มาแล้วหรอ”

             “พี่ฟูมิมีอะไรจะคุยกับผมหรอครับ”

             “ฉันอยากรู้ว่าพวกแกทั้งสี่คนลูฟ เคียวจิ ฟูมะรวมทั้งแกทำบ้าอะไรกันอยู่ถึงปล่อยให้ไอ้พวกห่ามอย่างคุนิโนบุเล่นงานพวกแกได้ทุกครั้ง”

             “คือว่า….” ไทเกอร์พูดตะกุกตะกัก

             “ไงซะ พวกแกสี่คนระวังตัวไว้ก็แล้วกัน อ้อใช่ระวังความปลอดภัยของแฟนแกไว้ด้วยล่ะ”

             “เรย์น่ะหรอครับ”

             “ใช่แม่ลีอารีส เรย์น่ะ เป็นนางแบบดังไม่ใช่หรอ ฉันได้ข่าวมาว่าเรโก้ ดีลเลอร์มันจ้องจะพะงาบแฟนแกอยู่”

             “ขอบคุณที่บอกเรื่องนี้กับผมนะครับ”

             “ไม่เป็นไร ฉันก็แค่ห่วงน้องชายทั้งสี่คนของฉันก็เท่านั้น และฉันก็เคยดูแลพวกแกมาก่อน คิดซะว่านี่เป็นความห่วงใยของพี่สาวคนโตก็แล้วกัน” ฟูมิพูดจบก็ลุกเดินขึ้นรถลีมูซีนออกไป

             “ไทคุยกับใครอยู่หรอ” เรย์ชะโงกหน้าเข้ามาหาไทเกอร์ที่ยืนเหม่อลอยคิดเรื่องของเรโก้ที่ฟูมิพูด “นี่นายคิดเรื่องลามกอะไรอยู่หรือไงห๊ะ” เรย์ใช้มือตบหน้าของคนรักเพื่อเรียกสติ

             “อ้าว! เธอมาแล้วหรอ”

             “มาได้ยี่สิบวิแล้ว แต่นายน่ะเอาแต่เหม่อลอย เป็นอะไรหรือเปล่า”

             “เปล่านี่ ฉันก็แค่คิดถึงเธอ”

             “บ้า เราก็เจอกันทุกวัน ยังจะคิดถึงอีกหรอ แล้วถ้าเกิดว่าฉันหายสาบสูญไปเนี่ยไม่เหม่อลอยไปจนตายเลยหรอ”

             หมับ!!

             ชายหนุ่มดึงหญิงสาวเข้ามาสวมกอดเอาไว้แล้วลูบผมนุ่มสลวยยาวของเธอด้วยความรักใคร่

             “เรย์อย่าพูดอีกนะว่าเธอจะหายไป ฉันไม่ชอบ”

             “อะ….อืม นี่นายไม่ได้เป็นอะไรแน่นะไทเกอร์”

             “ฉันสบายดี งั้นเรากลับกันเถอะ”

             ยากุซ่าหนุ่มขับรถไปส่งแฟนสาวที่คฤหาส์ทาคาฮาชิ เมื่อรถจอดเรย์ก็เตรียมเดินเข้าบ้าน แต่ไทเกอร์ก็เปิดกระจกรถเรียกเธอจากข้างในรถไว้ก่อน

             “เดี๋ยวก่อนเรย์”

             “อะไรของนายอีก หืม!” เรย์หันหน้ากลับแล้วยื่นหน้ายิ้มหวานเข้าไปในรถ

             “เธอห้ามออกไปรับจ๊อบเดินแบบที่ไหนนะ  ช่วงนี้ฉันว่ามีคนกำลังปองร้ายเธออยู่”

             “อะไรกัน นายคิดไปเองเปล่า ถ้ามันจะทำอะไรฉันมันคงทำไปนานแล้วล่ะ แล้วฉันก็มีแฟนเป็นยากุซ่าบ้ารถอย่างนายฉันไม่กลัวหรอก อีกอย่างพี่ลูฟคงไม่ปล่อยให้น้องสาวแสนสวยอย่างฉันเป็นอันตรายไปแน่”

             “เธออย่าประมาทสิ เรื่องพรรค์นี้มันไม่เข้าใครออกใครหรอก”

             “ไทเกอร์ ฉันสัญญาว่าจะระวังตัวแล้วกัน”

             “อืม งั้นฝันดี”

             “นายก็ขับรถกลับดีๆล่ะ”

            

             พรหมแดงทอดยาวตั้งแต่หน้าทางเข้าตึกไปจนถึงแท่นเวทีสูงชัน นางแบบหลายคนผลัดเปลี่ยนเดินวนไปมาตามตำแหน่งของตัวเอง เรย์ก็เป็นหนึ่งในนางแบบที่ได้รับเชิญให้มาเดินเปิดงานคอลเลคชั่นแหวนเพชรซึ่งเธอจะเป็นคนเดินปิดงานในชุดฟินาเล่ ไม่นานหญิงสาวก็ก้าวขาในชุดฟินาเล่สีขาวสะอาดตาปักคริสตัลระยิบระยับและสวมสร้อยคอมูลค่าห้าล้านบาทออกมาเฉิดฉายให้ผู้คนในงานได้ยลโฉม โดยที่เธอเองไม่รู้ตัวว่าได้มีใครบางคนกำลังจดจ้องเธออยู่อย่างปรารถนาในความสวยบาดใจของเธอ

             “ฉันกลับแล้วนะทุกคน” เรย์กล่าวลาเพื่อนนางแบบและดีไซน์เนอร์ เมื่อเธอเดินฉับๆ ไปที่รถก็พบกับชายสองคนที่เข้ามาขวางทางของเธอเอาไว้

             “ลีอารีส เรย์ไปกับพวกเราเดี๋ยวนี้”

             “พวกแกเป็นใครมิทราบย่ะ”

             “ไปกับเราก็จบแล้ว เธอจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวไงคุณลีอารีส” เสียงเข้มห้าวเข้ามาประกบด้านหลังของเรย์

             ปั้ก!!

             หลังคอสวยถูกกระแทกด้วยสันมือหยาบโลนทำให้หญิงสาวทรุดล้มหมดสติ

             “เรย์ ได้ยินพี่ไหม เรย์จัง”

             “น้องเรย์ฟื้นสิ”

             เสียงเรียกของสองสาวปลุกหญิงสาวให้ตื่นจากภวังค์นิทราขึ้นมา หญิงสาวปรือตาขึ้นมาและมองใบหน้าของคนเรียก

             “พี่คานะ พี่วีย่า” เรย์สะดุ้งจะลุกขึ้นแต่ก็ข้อมือทั้งสองข้างกลับถูกรั้งไว้ด้วยโซ่เหล็กเส้นหนา “นี่มันที่ไหนกัน หรือว่าเราถูกจับมา”

             “เราสองคนถูกจับมาได้สองวันแล้ว แต่พวกมันเพิ่งจะจับเธอมาวันนี้ และคนสุดท้ายที่มันจะจับมาขังรวมกับเราก็คือ ยูกะ พี่ต้องหาทางบอกพี่เทย์หรือฟ็อกให้ได้”

             “ใครกันที่มันจับเรามาพี่คานะ พี่วีย่า”

             “อิชิกาว่า อายะ และพรรคพวกของมันน่ะสิ”

             “หนอยไอ้พวกหมาลอบกัดเอ๊ย”

             “รู้สึกว่าพวกแกสามคนจะคุยกันสนุกปากจังนะ” ไมโกะเดินจับแส้เข้ามาในห้องแล้วหยุดตรงหน้าของเรย์

             ฟับ!

             แส้ยาวถูกหวดลงมาที่ใบหน้าสวยของเรย์จนเกิดเลือดไหลซิบ

             “แกนังไมโกะ!! ไปตายซะ”

             เรย์ค้อนกลับด้วยความโกรธจัดแต่กลับถูกเล็บปลายแหลมสีแดงสดจิกที่พวกแก้มทั้งสองข้างเอาไว้

             “ปากดีไปเถอะ คนที่ต้องตายน่ะแกไม่ใช่ฉัน นังโง่”

             ถุย!!

             เรย์พ่นน้ำลายใส่หน้าของไมโกะ ทำให้หญิงสาวยิ่งทวีความโกรธมากขึ้นอีกหลายเท่า

             “แกอยากตายมากใช่ไหม ได้ฉันจะสงเคราะห์แกเอง นังเรย์” ไมโกะพูดจบก็ใช้หลังมือตบใบหน้าของเรย์จนหงายร่วงลงไป แล้วจัดการตวัดแส้ฟาดลงไปที่ตัวของเรย์อีกหลายครั้งจนเนิ้อตัวของเธอมีแต่บาดแผลสดนับไม่ถ้วน

             ปั้ก!!

             คานะที่ทนดูอยู่กับวีย่าด้วยความเจ็บใจเกิดทนไม่ไหวทำให้เธอตัดสินใจส่งรองเท้าส้นสูงลอยละลิ่วขึ้นฟ้าไปตกกระแทกตรงกลางหัวของไมโกะเข้าอย่างจัง

             โอ๊ย!!

             “นังคานะ แกอยากชิมแส้อีกคนหรือไง ได้” ไมโกะเลิกราต่อการฟาดฟันแส้ไปที่เรย์ และเปลี่ยนเป้าหมายมาที่คู่อริเก่าทันที ในขณะที่แขนเล็กของหญิงสาวกำลังชูตวัดแส้ขึ้นสูงก็ถูกมือหนาของชายหนุ่มจับไว้ก่อน

             “ใจเย็นสิไม นี่มันของๆ ฉันนะ เธออย่าลืมสิ ขืนเธอฟาดลงไปมากๆ ผิวขาวเนียนของคานะจังก็เสียหมดสิ” นีลพูดห้ามและตวัดสายตามองมาที่คานะอย่างมีเลศนัย

             “แต่ของ ๆนายมันน่าฆ่าให้ตายนี่มาซาโตะ” ไมโกะโต้กลับ

             “หยุดเถียงกันได้แล้ว ถ้ายังไม่กินกระสุนนัดนี้” เสียงเล็กแต่ฟังแล้วขนลุกเดินตรงมาที่นีลและไมโกะ ทำให้ทั้งสองหยุดโต้แย้งกันทันที

             “อายะ ถ้าอยากทำอะไรพวกเราก็ได้แต่ฉันขอไว้อย่างได้ไหม อย่าทำอะไรพวกลูฟ” คานะพูดอ้อนวอน

             หมับ!!

             ปลายเล็บสีดำจิกที่คางมนของคานะอย่างแรงแล้วดันให้เธอเชิดหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ

             “ฝันไปเหอะ ที่ฉันจับพวกแกมารวมกันก็เพราะต้องการล่อลูฟกับเพื่อนๆของเขามา แล้วจัดการสั่งสอนให้มันเข็ดราบพร้อมๆกัน และเพราะพวกแกเป็นจุดอ่อนของพวกนั้น นี่แหละที่ทำให้การแก้แค้นของฉันยิ่งดุเด็ดเผ็ดมันส์มากขึ้น อ้อใช่ นีลคุณช่วยส่งข้อความไปหาคู่ปรับคุณด้วยนะ แล้วบอกว่าผู้หญิงและน้องของมันอยู่กับฉัน”

             “ได้จ๊ะที่รัก ผมจัดให้ตอนนี้เลย จุ๊บส์!” นีลเชยคางของอายะขึ้นมาประทับริมฝีปากของเขาลงไปที่ปากอิ่มสีม่วง

            

             จังหวะเดียวกันยูกะที่กลับมาพักฟื้นที่บ้านก็กำลังคุยโทรศัพท์กับฟูมะในขณะที่เธอกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่อย่างมีความสุข โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าภัยร้ายกำลังคืบคลานเข้ามา

             “ยูกะ ผมดีใจนะที่คุณไม่เป็นอะไรมาก”

             “ค่ะ ฉันก็ดีใจที่คุณคอยช่วยฉันมาตลอด ความจริงฉันไม่เคยตอบแทนอะไรคุณเลย ถ้ามีโอกาสฉันจะพาคุณไปเที่ยวที่บ้านพักตากอากาศของฉันที่เกาะฮอนชูบ้างจะได้ไหมคะ”

             “ได้สิ ผมก็รอให้คุณชวนผมอยู่เลย งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”

             “ค่ะ”

             เมื่อกดวางสายยูกะก็นึกอยากทำขนมให้ฟูมะกิน เธอจึงรีบขับรถจักรยานออกไปซื้อวัตถุดิบใกล้ๆบ้าน ในขณะที่หญิงสาวปั่นจักรยานไปเรื่อยๆก็มีรถสีดำพุ่งออกมาขวางด้านหน้าทำให้เธอต้องรีบหักรถเลี้ยวหลบ รถจักรยานจึงคว่ำล้มทำให้ยูกะบาดเจ็บที่ข้อเท้า  เธอพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ลุกไม่ไหว และเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นเพื่อร้องเรียกให้คนแถวนั้นช่วยเธอ หญิงสาวกลับต้องผงะและกรูดถอยหลังจนติดกำแพงถนน เพราะว่ากระบอกปืนถูกจ่อมาที่หัวของเธอเพียงไม่กี่เซน

             “เอจิสั่งพวกแกมาใช่ไหม”

             จังหวะที่พูดยูกะก็กดโทรหาเบอร์โทรออกล่าสุดนั่นก็คือเบอร์ของฟูมะ

             “ฮัลโหลยูกะ มีอะไรอีกครับ”

             “จะใครก็ชั่งเถอะ แต่แกต้องมากับเรา ไม่งั้นหัวสวยๆของแกอาจจะกระจุยเหลือแต่ก้อนเนื้อ” เสียงผู้ชายดังแทรกเข้ามาในโทรศัพท์ ทำให้ฟูมะรีบตั้งใจฟังทันที

             “ไม่ไปยังไงฉันก็ไม่ไป”

             “ขนาดลุกแกยังลุกไม่ไหวแล้วแกจะหนีไปไหนได้ โคตะ ยูกะ” เสียงห้าวเข้มที่คุ้นเคยอีกเสียงแทรกเข้ามาทำให้ฟูมะเริ่มเดือดพล่าน

             “มุราคามิ เอจิ แกยังต้องการอะไรจากฉันกับฟูมะอีกห๊ะ”

             “ฉันน่ะต้องการหัวใจของเธอ แต่เธอกลับให้มันกับไอ้ฟูมะ ไหนๆฉันก็ไม่ได้ใจเธอแล้วขอร่างกายสักนิดเอามาเป็นเครื่องบำเรอความเบื่อหน่ายก็ยังดีนะ น้องยูกะ”

             “นึกว่าฉันจะยอมไปกับแกอีกงั้นหรอ ไอ้ชั่วเอจิ” ยูกะตวาดเสียงดัง

             “คราวนี้ที่ฉันมาจับเธอไปไม่ใช่เรื่องของฉันคนเดียวนะ แต่ว่ามีคนเขาอยากเจอแก จับมันไปให้อายะ”

             “ไม่ไป ปล่อยฉัน”

             ยูกะสะดีดสะดิ้งและร้องโวยวายแต่เสียงร้องของเธอก็ต้องเงียบลงเพราะกำปั้นหนักของเอจิอัดใส่หน้าท้องของหญิงสาวจนเธอหมดสติ ทำให้โทรศัพท์ในมือของยูกะร่วงลงกระแทกกับพื้นจนแตกกระจุย สายที่โทรออกไปหาฟูมะจึงตัดไป

             ปัง!!

             “เกิดอะไรขึ้นครับคุณฟ็อก” ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามาเพราะได้ยินเสียงปืน

             กระสุนทองถูกยิงใส่กำแพงห้องทำงานด้วยความโมโห ยากุซ่าหนุ่มถอดแว่นตาออกและทิ้งลงพื้นพร้อมกับเหยียบเน้นลงที่กรอบแว่นตาจนแตกละเอียดเหลือแต่เพียงเศษซากของกระจกเท่านั้น

 

 

 

 

 

30 ความคิดเห็น