Legend of Strong Heart ลุ้นรักกองทัพสุดแกร่ง

ตอนที่ 62 : กองทัพยากุซ่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 พ.ย. 59

62

 

กองทัพยากุซ่า

 

 

 

             ด้านเดียวกันไทเกอร์ก็นั่งรอลูฟอยู่ที่ห้องทำงานในบริษัททาคาฮาชิ ด้วยความกระวนกระวายชายหนุ่มจึงซัดน้ำเปล่าเข้าไปหลายแก้วเพื่อทำให้ตัวเองสงบลง สักพักเสียงประตูแห่งความหวังก็เปิดเข้ามาทำให้ชายหนุ่มจอมกังวลหันไปหาอย่างรวดเร็ว

             “ไอ้ลูฟ แกรู้ไหมว่าเรย์หายไป”

             “ไม่ใช่แค่เรย์หรอก แต่ทั้งคานะและวีย่าก็โดนอายะจับไปเหมือนกันไอ้ไท”

             “ยูกะด้วย”  ฟูมะเดินตามลูฟเข้ามาแล้วบอกกับไทเกอร์พร้อมกับทำสีหน้าเครียดส่งให้เพื่อนอีกสองคน

             “นี่คนของเราถูกพวกมันจับไปหมดเลยหรอ” ไทเกอร์ทำสีหน้าฮึดฮัดไม่พอใจ

             “เพราะงี้ฉันถึงได้เป็นห่วงน้องชายอย่างพวกแก” ฟูมิเดินเข้ามาสมทบอีกคนตามด้วยเคียวจิ เทย์โตะและนีโอที่เดินตามเข้ามาอีกทำให้ภายในห้องทำงานตระกูลทาคาฮาชิกลายเป็นแหล่งศูนย์รวมบรรดาผู้นำแก็งระดับเทพก็ไม่ปาน

             หัวหน้าแก็งยากุซ่าทั้งหกรวมตัวกันที่ห้องญี่ปุ่นโบราณของบริษัททาคาฮาชิ และลูฟก็เป็นคนโทรเรียกทุกคนให้มาและครั้งนี้เป็นการรวมกลุ่มครั้งประวัติศาสตร์ของตระกูลยากุซ่าเก่าแก่ทั้งหกตระกูล

             “ผมเป็นเกียรติอย่างมากที่ทาคาฮาชิ โทดะ ไคยามะ อาราอิ เอนโด และโคตะหกตระกูลมาอยู่พร้อมหน้ากันที่นี่เพื่อบุกทลายแก็งคุนิโนบุที่ตอนนี้แข็งแกร่งมากเพราะพวกมันได้รวมแก็งเข้ากับพันธมิตรเก่าอย่างมุราคามิ เอจิ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คานะ วีย่า เรย์และยูกะ ซึ่งเป็นคนสำคัญของพวกเราทุกคนถูกจับไปต่อรองเพื่อล่อจตุรเทพทั้งสี่คนออกไป ทำให้ผมคิดว่าศึกครั้งนี้ไม่ง่ายเลยที่ผมกับเพื่อนจะทำกันตามลำพัง จึงอยากขอความเห็นจากพวกรุ่นพี่”  ลูฟพูดจบก็ถอนหายใจยาวและหันหน้าไปสบตาฟูมิ เทย์โตะและนีโอ

             “ฉันคงไปบุกถล่มไอ้พวกสวะกับแกไม่ได้หรอกนะลูเซีย แต่ฉันให้คำแนะนำแกได้”

             “ผมเองก็ไม่ได้หวังจะให้พี่ไปกับพวกเราอยู่แล้ว ขืนคนบ้าระห่ำอย่างพี่ไปตัวประกันก็ตายหมดน่ะสิ” ฟูมะพูดประชดและตวัดดวงตาสีเทาที่ใส่คอนแทคเลนส์ส่งไปให้พี่สาว แต่ฟูมิก็ไม่ได้พูดอะไร

             “ฉันว่านายทั้งสี่คนไม่ควรบุกพร้อมกัน ไม่อย่างนั้นก็เข้าแผนของมัน” เทย์โตะที่มาในมาดของยากุซ่าพูดในขณะกอดอกด้วยท่าทางสงบนิ่ง

             “แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น ฉันว่าบุกถล่มพร้อมกันสี่คนเลย มันส์ระห่ำจะตาย เอาให้มันพินาศกันไปให้หมดเลย” ฟูมิโต้และตวัดสายตาเย้ยหยันไปให้เทย์โตะอย่างไม่ยอมรับในความคิดเห็นของชายหนุ่ม

             “หึ!! ความคิดของคนโง่” เทย์โตะโพล่งออกมา

             ปัง!!

             เสียงฝ่ามือทั้งสองของยากุซ่าสาวบ้าระห่ำอย่างฟูมิถูกตบลงบนโต๊ด้วยความไม่พอใจ

             “นี่นายพูดผิดพูดใหม่ได้นะ ใครโง่กันห๊ะ”

             “อย่าร้อนตัวสิ ผมยังไม่ได้ว่าใครเลยนะ เอ๊ะ!.....หรือว่าคุณคิดว่าเป็นคุณล่ะ” เทย์โตะขยับแว่นแล้วใช้หางตายาวตวัดมองกลับไปอย่างท้าทาย

             “แกไอ้หมอนังเลง อยากเย็บแผลตัวเองหรือไงกัน”

             “เงียบไปเลย ไอ้ฟูมิ ไอ้เทย์! เถียงยังกับเด็กอนุบาล”

             “ก็ไอ้เทย์โตะมันกวนฉันก่อนนะนีโอ”

             “แกต่างหากมั้งที่ไปกวนมันก่อนน่ะ”

             “จริงๆอย่างที่ไอ้นีโอมันบอก” เทย์โตะผงึกหน้าเห็นด้วย

             “หนอยแกไอ้หมอบ้า” ฟูมิทำท่าจะเข้าไปชกเทย์โตะแต่ก็ถูกนีโอจับไว้

             “เฮ้อ!” ยากุซ่าหนุ่มทั้งสี่กมองหน้ากันแล้วก็พ่นลมหายใจออกมาเพราะเซงกับพฤติกรรมของรุ่นพี่ทั้งสามคนที่เถียงกันอย่างกับเด็กเล็ก

             หลังจากศึกสงครามเย็นระหว่างรุ่นพี่ทั้งสามอย่างฟูมิ นีโอและเทย์โตะจบลงทุกคนก็ประชุมกันต่อ ลูฟจึงได้เสนอตัวเองขอเป็นคนบุกเดี่ยวคนแรกเพราะเขาคือผู้นำทิศและเป็นตัวการที่อายะต้องการมากที่สุด

             “โชคดีนะเพื่อน” ไทเกอร์ตบบ่าลูฟเบาๆ

             “ระวังตัวด้วยนะไอ้ลูฟ อ่ะนี่ ของคู่ใจของคานะมัน ฉันคิดว่าแกควรใช้มัน” เคียวจิบอกและส่งดาบซามูไรประจำตัวของคานะให้เขา

             “ถ้าเกิดว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วแกยังไม่ออกมา พวกเราจะเข้าไปช่วย” ฟูมะบีบไหล่ของเพื่อนรัก

             “แล้วนี่เป็นสถานที่ที่พี่สาวฉันถูกกิ๊กเก่าของนายจับไป”  อากิระส่งจีพีอาร์เอสให้กับลูฟ

             “ฉันจะช่วยพี่นายออกมาให้ได้ อากิระ”

             “เดี๋ยวค่ะ พี่ลูฟท่านประธานลูกะฝากมาให้ค่ะ” เนเน่ที่เพิ่งกลับมาจากไปทำคดีมารีบส่งกระดาษข้อความให้ลูฟและจับมือให้กำลังชายหนุ่มทันที ทำให้อากิระแอบชำเลืองมองด้วยความหงุดหงิดใจ

             “หืมอะไรหรอ” ชายหนุ่มรับมาและก็รีบอ่านโน้ตใบจิ๋วในมือของเขาด้วยความตื่นเต้นเพราะเขาแทบไม่เคยได้รับโน๊ตอะไรจากพ่อเลยสักครั้งตั้งแต่พี่สาวเสียไป

             ถึงลูกชาย

             “พ่อขอโทษที่บังคับลูก ระวังตัวด้วยนะและช่วยแม่ของหลานในอนาคตกลับมาให้พ่อด้วยล่ะ รักจากพ่อ”

             “ขอบใจนะเนเน่จัง พี่ขอบคุณที่เธอคอยดูแลพ่อให้พี่ตอนที่พ่อถูกทำร้าย”

             “ค่ะพี่ลูฟ” เนเน่ส่งยิ้มให้ชายหนุ่มทำให้อากิระยิ่งทำสีหน้าฉุนมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าจนลูฟแอบสังเกตเห็นเขาจึง

ลูบหัวของเนเน่เพื่อยั่วอาการหึงของอากิระ และจากนั้นเขาก็ก้มลงกระซิบบางอย่างใส่หูของเนเน่ทำให้เธอหน้าแดงแปร๊ดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

             “เอาล่ะพี่ไปนะ เนเน่ก็คอยสังเกตดูเอาเองแล้วกันนะ ว่าจริงอย่างที่พี่บอกหรือเปล่า” ลูฟพูดจบก็หันไปยักคิ้วข้างเดียวให้อากิระด้วยความสะใจที่แกล้งเขาได้

             “แล้วก็ขอบใจพวกแกสี่คน” ยากุซ่าหนุ่มหันไปบอกกับเพื่อนทั้งสามคนก่อนจะเดินขึ้นรถและมุ่งไปสู่โรงงานผลิตยาเก่าของอิชิกาว่ากรุ๊ปที่อายะใช้เป็นโกดังร้างกักขังคานะและคนอื่นเอาไว้

             ในขณะเดียวกันยูกะที่เพิ่งได้สติเมื่อตื่นมาเธอก็พบว่าตัวเองถูกมัดขึงด้วยโซ่อย่าวหนาแน่นซึ่งผูกติดกับเสาเหล็กหนาขนาดใหญ่ พลันหางตาของเธอก็กวาดมองไปรอบๆ และพบกับต้นเสาอีกสามต้นที่ขึงร่างของสามสาวเอาไว้

             “พี่คานะ พี่วีย่า เรย์จัง” ยูกะร้องเรียกทุกคนแต่ทั้งสามก็ไม่ได้สติ ไม่นานหญิงสาวปากแดงก็เดินมาพร้อมกับลูกน้องสองคนที่แบกถังน้ำเย็นสามใบมาด้วย

             “ปลุกนังขี้เซาสามตัวนี่ทีสิ” ไมโกะออกคำสั่งและลูบแส้ในมือ

             “ได้ครับคุณไมโกะ”

             สาด!! สาด!! สาด!!

             น้ำเย็นจัดถูกสาดใส่ร่างไร้สติแน่นิ่งของทั้งสามคน ทำให้พวกเธอแต่ละคนเริ่มรู้สึกตัวและปรือตาขึ้นมาดู แต่ก็มีเพียงคานะคนเดียวเท่านั้นที่รู้สึกตัว

             “คุณไมครับนังทอมบอยมันตื่นแล้วครับ แต่นังสองคนนี้ยังหลับอยู่เลย เอาไงดีครับ”  ลูกน้องคนหนึ่งบอกทำให้ไมโกะคันมือขึ้นมาทันที

             “นังทอมบอยบ้าอะไรของแกห๊ะ มันเป็นผู้หญิงต่างหาก เออใช่แกใส่วิกผมเน่าๆ อยู่นี่นังคานะ อืม….ฉันมีความคิดแจ่มๆ แล้วล่ะ แกปลดโซ่นังสามตัวนี่ออกทีสิแล้วพามันไปอาบน้ำเล่นที่บ่อปูนโน่น แล้วก็ไสหัวออกไปทีเหลือฉันจัดการเล่นงานพวกมันเอง”

             “รับทราบครับ”

             ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

             ร่างของคานะ วีย่า และเรย์ถูกจับโยนลงบ่อปูนที่ใส่น้ำไว้จนล้นทะลัก

             แค่ก! แค่ก! แค่ก!

             ทั้งสามคนสำลักน้ำจากการถูกทุ่มลงอ่างน้ำโดยที่ไม่ทันได้ตั้งรับ แต่การถูกโยนลงน้ำก็ทำให้สติของสามสาวกลับมา

             ฟับ!!

             ผมวิกของคานะถูกมือของไมโกะดึงทึ้งออกจนเผยให้เห็นผมสีบลอนด์ยาว

             “ได้สติหรือยังนังคานะ ห๊ะ” ด้วยความสนุกมือไมโกะจึงกระชากผมบลอนด์ของคานะจนหลุดติดมือของเธอไปเป็นกำมือ “ฉันถามทำไมแกไม่ตอบนังคานะ ตอบมา”

             “แกมันไม่เต็มบาทหรือว่าเป็นพวกวิกลจริตกันแน่” คานะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง

             “นังบ้า แกด่าฉันหรอ เจอนี่เป็นไง” ไมโกะจับหัวคานะกดลงไปในน้ำด้วยความสะใจ

             “นังกระทิงป่า หยุดนะ” เรย์กระชากแขนของไมโกะลงมาในน้ำแล้วจัดการกดตัวของหญิงสาวลงไปในน้ำ

             “พี่ช่วยนะเรย์จัง” วีย่าจัดการเสยคางของไมโกะที่อยู่ใต้น้ำจนหงายเก๋งสลบเหมือด แต่ด้วยความมีมนุษย์ธรรมวีย่ากลัวว่าไมโกะจะตายซะก่อนจึงลากเธอไปมัดติดไว้กับต้นเสาแทน

             “พี่วีย่าช่วยยูกะหน่อยค่ะ”

             “ได้จ้ะ”

             แปะ!! แปะ!!

             “พี่คานะ คานะจัง พี่คานะค่ะ” สามสาวช่วยกันปลุกเรียกคานะที่สำลักน้ำจนหมดสติ แต่เรียกยังไงก็ไม่ตื่นยูกะจึงรีบผายปอดพี่สาวของเธอเพื่อไล่น้ำออกจากปอด

             “แค่ก!

             สักพักคานะก็สำลักน้ำออกจนหมดและปรือตามองหน้าทุกคน เมื่อเธอเห็นยูกะก็รีบลุกนั่งและสวมกอดน้องสาวของเธอด้วยความเป็นห่วง

             “เธอไม่เป็นอะไรนะ ยูกะ พี่ขอโทษที่ทำให้เธอต้องพลอยมารับกรรมไปด้วย”

             “ช่างมันเถอะค่ะพี่คานะ คิดซะว่าเรามีชะตากรรมเดียวกัน จริงไหมพี่วีย่า เรย์จัง” ยูกะหันไปหาทั้งสองคน

             “จริงจ้ะ ใช่แล้ว” วีย่ากับเรย์ตอบพร้อมกัน

             แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสี่คนจะได้คิดแผนการหนีออกไป เสียงฝีเท้าหนักของรองเท้าบู๊ทหนังก็เดินมาหยุดอยู่ข้างหลังของพวกเธอ ทำให้ทั้งสี่คนถึงกับต้องรีบหันควับไปมองด้วยความหวาดกลัว

             “เริงร่ากันไปเถอะ เดี๋ยวก็จะยิ้มไม่ออก ล็อคตัวพวกมันเอาไว้ทีสิ” อายะหันไปสั่งลูกน้อง

             “ครับนายหญิง”

             “อย่านะ ปล่อยสิ ไอ้พวกป่าเถื่อน ปล่อยโว้ย” เสียงของสี่สาวร้องโวกเวกโวยวายอย่างไม่ยอมจำนน แต่สุดท้ายก็ไร้เรี่ยวแรงขัดขืนอยู่ดี

             เพียะ! เพียะ!

             ปากซีดบวมช้ำของคานะถูกฟาดด้วยฝ่ามือของอายะอย่างแรงทำให้เลือดไหลซิบออกมาข้างริมฝีปาก

             ถุย!

             คานะพ่นเลือดใส่หน้าของอายะ

             “หืม เธอนี่ไม่เคยกลัวอะไรเลยใช่ไหม โทดะ คานะ”

             “ใช่โดยเฉพาะคนผู้หญิงสารเลวอย่างเธอ”

             ผัวะ!!

             ยากุซ่าสาวถูกหมัดของอายะอัดใส่ที่โหนกแก้มของเธอจนทำให้เธอหงายหลังลงไปกองกับพื้น อายะจึงเดินเข้าไปและเตรียมจะปล่อยหมัดอัดใส่คานะอีกรอบ

             ปัง! ปัง! ปัง!

             “ห้ามเธอแตะต้องคานะอีก” เสียงของยากุซ่าหนุ่มที่เธอคุ้นเคยประกาศกร้าวเสียงดังทำให้หญิงสาวบ้าเลือดต้องรีบหันไปดูคนที่เธอเฝ้ารอมาตลอด

             “แหม ดีใจจัง ในที่สุดเราก็ได้เจอกันสักทีนะ ที่รักของฉัน”

             ชายหนุ่มเล็งปืนสองกระบอกไปที่อายะอย่างไม่ลังเล ทำให้ลูกน้องของเธอเตรียมพุ่งเข้าไปจัดการสอยยากุซ่าหนุ่ม

             “ไม่ต้องฉันจัดการเอง” อายะเดินจนถึงตัวของลูฟและลูบใบหน้าที่เธอเคยหลงใหล

             “เอามือโสโครกของเธอออกไปให้พ้น”

             “โอ๊ย!

             เสียงของคานะร้องจากการโดนลูกน้องของอายะใช้แส้ฟาดลงมาที่ร่างกายของเธอ

             “หยุดนะอายะ”

             “ลูฟอย่าใส่ใจฉันเลย” คานะพูดเสียงแผ่วเบา

             “พี่ลูฟทำตามที่พี่คานะบอกสิคะ” เรย์ตะโกนบอกพี่ชาย

             ฟับ!

             “โอ๊ย!

             เรย์ร้องเสียงหลงเพราะเธอเองก็ถูกแส้ตวัดหวดใส่ไม่ต่างกับคานะเท่าไหร่

             “เรย์ คานะ โถ่เว้ย! หึ!.....ก็ได้ อายะเธออยากทำอะไรฉันก็เชิญ” ยากุซ่าหนุ่มพูดจบก็ทิ้งกระบอกปืนและดาบซามูไรลงกองไว้กับพื้น 

             “ไตร่ตรองดีแล้วค่ะที่รัก เพราะคนที่คุณรักจะได้ไม่ต้องมาเจ็บตัว” อายะพูดพร้อมกับไล้แผงอกของชายหนุ่ม

             “เธอมันนักตอลดตอแหล” ยากุซ่าหนุ่มสบถด่า

             “ใช่ฉันมันก็อีตัวซะด้วยสิ…..จับมันผูกไว้กับเสาเหล็กอีกฝั่ง” ยากุซ่าหนุ่มถูกจับมัดขึงด้วยโซ่ตรวนหนากับต้นเสาฝั่งตรงกันข้ามของคานะทำให้เขาได้มองเห็นใบหน้าของคนรักอยู่ไม่กี่เมตรเท่านั้น

            

             จังหวะเดียวกันยากุซ่าหนุ่มทั้งสามก็รอสัญญาณจากผู้นำทิศแต่ก็ไร้เงาของเพื่อนรักออกมาจากโกดังร้าง ทำให้เคียวจิ ไทเกอร์และฟ็อกตัดสินใจบุกเข้าไปช่วยลูฟและบรรดาคนรักออกมาด้วยความใจร้อน

             “เฮ้ย! นังซาลาแมนเดอร์อยู่ไหนฟ่ะ” ไทเกอร์ร้องตะโกนเรียกอายะ

             “อยู่ข้างหลังพวกแกสามคน แล้วนี่พวกแกปรี่เข้ามาช่วยเพื่อนแกกับคนรักโดยที่ไม่ระแวดระวังอะไรกันเลยนะ”    อายะกอดอกและดีดนิ้วให้ลูกน้องของเธอจัดการบู๊ใส่ยากุซ่าสามหน่อ

             ยังไม่ทันที่ทั้งสามคนจะได้สู้รบปรบมือ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของผู้หญิงก็ดังมาจากทางด้านในสุดของโกดังทำให้ทั้งสามชะงักอาวุธที่ถือไว้ทั้งหมดด้วยความหวั่นใจ

             “ไอ้พวกบ้าปล่อยฉันนะ ไอ้สวะเอ๊ย” เสียงตะโกนด่าของเรย์ดังก้องไปทั่วโกดังทำให้ไทเกอร์รีบวิ่งไปดู

             “เรย์แล้วก็ทุกคน” ไทเกอร์ตะโกนเรียก

             “ไอ้หัวหอม นายมาทำเบื๊อกอะไรที่นี่ห๊า” เรย์บอก

             “คานะไอ้ลูฟ วีย่า เธอโอเคไหม” เคียวจิตะโกนเรียกแต่คานะกับวีย่าไม่ได้ยินเขาเพราะพวกเธอสลบอยู่

             “ยูกะ” ฟูมะส่งเสียงเรียกยูกะที่ทำท่าคล้ายจะหลับอยู่มะลอมมะล่อ

             “ฟูมะ” ยูกะเองเมื่อได้ยินเสียงของฟูมะเธอก็รีบเงยหน้าขึ้นมามองอย่างอิดโรย

             “เฮ้อ!! กว่าจะมาอยู่พร้อมหน้ากันนะ เล่นเอาซะฉันเหนื่อยไปเลย” อายะเดินอ้อมไปหยุดอยู่ตรงกลางของต้นเสาทุกต้นพร้อมกับชายฉกรรจ์สี่คนที่ยืนประจำตำแหน่งต้นเสาของทั้งสี่สาว

             “นั่นแกจะทำอะไรห๊ะ นังอายะนังซาลาแมนเดอร์” ไทเกอร์แหวใส่และเล็งปืนใส่อายะ

             ฟับ! ฟับ!

             “โอ๊ยๆ” เรย์ร้องด้วยความเจ็บปวดเพราะถูกแส้ยาวฟาดใส่หลังของเธอ

             “หยุดนะ หยุดสิโว้ย นังคางคก”

             “เอาไงดีล่ะ พวกแกอยากให้หัวใจของพวกแกแตกสลายหรือไง ถ้าไม่อยากก็ทำตามที่ฉันบอก” อายะข่มขู่

             “เรื่องอะไรฉันต้องยอมแก” เคียวจิตวาดใส่

             ปั้ก!!

             แค่ก!

             “เคียวอย่าไปฟังมันนะ” วีย่าสำลักเลือกออกมาจากการถูกกำปั้นหนักอัดใส่หน้าท้องอย่างแรง ทำให้เคียวรีบหันไปสบตากับทั้งสามคนก่อนจะตอบตกลง

             “ก็ได้เรายอมแล้ว” เคียวจิพูดเสียงดัง

             ไม่นานยากุซ่าหนุ่มทั้งสามคนก็ถูกมัดขึงที่ต้นเสาฝั่งตรงกันข้ามของคนรัก ทำให้พวกเขาได้คอยมองหน้าของพวกเธออยู่ใกล้ๆ เมื่อทั้งแปดคนสี่คู่รักถูกจับไว้จนครบคน อายะก็โทรเรียกนีลกับเอจิและเรโก้ให้มาสมทบอีกทีเพื่อดำเนินแผนการชำระแค้นที่ทั้งสี่คนมีกับบรรดายากุซ่าหนุ่มทั้งสี่คน โดยมีเครื่องต่อรองเป็นหญิงสาวเจ้าของหัวใจของสี่หนุ่มเป็นตัวประกันในการเอาคืน

 

 

30 ความคิดเห็น