คัดลอกลิงก์เเล้ว

ควีเอล สงครามเวทย์มนต์ทะลุมิติ

แมจิค ดินแดนแห่งเวทย์มนต์คาถาสำหรับพ่อมดและแม่มดที่อยู่กันอย่างสงบสุขมากว่า 700 ปี กำลังจะลุกเป็นไฟอีกครั้ง เมื่อกลาซขุนนางแห่งน้ำแข็งหิมะได้ปลุกให้เจ้ามังกรดำตื่นจากการสะกดเพื่อหวังทำลายล้างมิติเวทย์มนต์ให้สิ้นซาก ใครกันจะต่อกรกับเขาได้ ร่วมเดินทางค้นหาค

ยอดวิวรวม

1,857

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


1,857

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  30 พ.ย. 55 / 13:03 น.
นิยาย ʧǷԵ ควีเอล สงครามเวทย์มนต์ทะลุมิติ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 

โออิคาวะ ซึราระ : หอฟินิกซ์

เกิด : 29 ธันวาคม

สีตา/ผม : น้ำตาลแดง/น้ำตาลแดงเข้ม

สูง : 180 เซนติเมตร หนัก 50 กก.

อายุ : 18 ปี

กรุ๊ปเลือด : A

ถนัด : ขวา

เวทย์ที่ถนัด : เวทย์อันเชิญ, เวทย์สายน้ำแข็งและหิมะ

บุคลิก : เย็นชาดั่งน้ำแข็งแต่หากสนิทแล้วเธอจะใจดีอย่างไม่น่าเชื่อ, ซุ่มซ่าม, มั่นใจในตัวเอง, สดใสร่าเริง เธอเป็นประธานนักเรียนฝ่ายหญิงของโรงเรียนเวทย์มนต์ศาสตร์อาร์เทเนียนและเป็นหัวหน้าหอฟินิกซ์ซึ่งมีสมาชิกรวมทั้งหมด 6 คน เธอเป็นสาวสวยสุด Pop ในชั้นปี 3 ของโรงเรียน และเป็นผู้เดียวที่สามารถอัญเชิญคฑาแห่งดาวดาวที่ว่ากันว่าสามารถผนึกเจ้ามังกรดำได้ มีภูติหิมะเป็นภูติติดตาม มีดอกซากุระเป็นดอกไม้ประจำตัว

สัตว์พาหนะ : คริสตอล ดราก้อน (นัตสึ) และฟีนิกซ์สีรุ้ง (ซึกิ)

อาวุธประจำตัว : คฑาแห่งดวงดาว


 

ริวซากิ ซากุโนะ : หอฟินิกซ์

เกิด : 14 มกราคม

สีตา/ผม : น้ำตาลแดง/น้ำตาลแดงเข้ม

สูง : 179 เซนติเมตร หนัก 48 กก.

อายุ : 18 ปี

กรุ๊ปเลือด : AB

ถนัด : ขวา

เวทย์ที่ถนัด : เวทย์สายเปลวเพลิง

บุคลิก : ใจดี, ซุ่มซ่าม, มั่นใจในตัวเองสุดๆ , สดใสร่าเริง, มีความอดทนสูง เธอเป็นรองหัวหน้าหอฟินิกซ์ซึ่งมีทั้งหมด 6 คน เธอเป็นสาวสวยสุด Pop อีกคนในชั้นปี 3 ของโรงเรียน ได้ฉายาว่า “จอมหลงทาง” มีภูติแห่งไฟเป็นภูติติดตาม มีดอกเหมยเป็นดอกไม้ประจำตัว

สัตว์พาหนะ : อเมทีสต์ ดราก้อน (โฮลี่) และฟีนิกซ์สีแดงทอง (ไนติงเกล)

อาวุธประจำตัว : ดาบแห่งเปลวเพลิง


 

  

มัตซึโมโตะ เซระ : หอฟินิกซ์

เกิด : 17 พฤษภาคม

สีตา/ผม : น้ำผึ้ง/ดำ

สูง : 178 เซนติเมตร หนัก 49 กก.

อายุ : 18 ปี

กรุ๊ปเลือด : O

ถนัด : ขวา

เวทย์ที่ถนัด : เวทย์สายน้ำ

บุคลิก : ขี้แย, ซุ่มซ่าม, มั่นใจในตัวเองสุดๆ , สดใสร่าเริง เธอเป็นเสนาธิการของหอฟินิกซ์ซึ่งมีทั้งหมด 6 คน เป็นสาวสวยสุด Pop อีกคนในชั้นปี 3 ของโรงเรียนเวทย์มนต์ศาสตร์อาร์เทเนียนได้ฉายาว่า “หนอนตำราแพทย์” มีภูติแห่งสายน้ำเป็นภูติติดตาม ดอกมู่หลานคือดอกไม้ประจำตัว

สัตว์พาหนะ : แซฟไฟร์ ดราก้อน (ชิกกี้)

อาวุธประจำตัว : โล่แห่งสายน้ำ


 

ฮินาโมริ คาโฮะ : หอฟินิกซ์

เกิด : 31กราคม

สีตา/ผม : อัลมอนด์/น้ำตาลเข้ม

สูง : 170 เซนติเมตร หนัก 50 กก.

อายุ : 18 ปี

กรุ๊ปเลือด : O

ถนัด : ซ้าย

เวทย์ที่ถนัด : เวทย์สายพฤกษา

บุคลิก : เรียบร้อย,เจ้าระเบียบ,มองโลกในแง่ดี, มั่นใจในตัวเองสุดๆ , สดใสร่าเริง, ชอบทำอาหารจนได้ฉายาในกลุ่มว่า “เทพธิดาแห่งอาหาร” เธอเป็นสมาชิกของหอฟินิกซ์ซึ่งมีทั้งหมด 6 คน เป็นสาวสวยสุด Pop อีกคนในชั้นปี 3 ของโรงเรียน มีภูติแห่งพฤกษาเป็นภูติติดตาม ดอกทิวลิปคือดอกไม้ประจำตัว

สัตว์พาหนะ : เอ็มเมอรอล์ด ดราก้อน (ซิลเวอร์)

อาวุธประจำตัว : ไซเลน เกรฟแห่งความเที่ยงธรรม


 

ซาซางาวะ ชิโอริ : หอฟินิกซ์

เกิด : 31 พฤษภาคม

สีตา/ผม : อัลมอนด์/น้ำตาลเข้ม

สูง : 170 เซนติเมตร หนัก 50 กก.

อายุ : 18 ปี

กรุ๊ปเลือด : O

ถนัด : ซ้าย

เวทย์ที่ถนัด : เวทย์สายสายฟ้าและแสงสว่าง

บุคลิก : สวย เริด เชิด หยิ่ง ร้าย แรง และเหวี่ยง ขี้วีน อาร์ตตัวแม่เลยทีเดียวจนได้ฉายาในกลุ่มว่า “เดวิล” เธอเป็นสมาชิกของหอฟินิกซ์ซึ่งมีทั้งหมด 6 คน เป็นสาวสวยสุด Pop อีกคนในชั้นปี 3 ของโรงเรียน เธอเป็นผู้ถือครองกุญแจแห่งกาลเวลาที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ หากผู้อื่นใช้จะทำความทรงจำถูกลบหายไปทันที มีภูติแห่งสายฟ้าและเป็นภูติติดตาม ดอกเดซี่คือดอกไม้ประจำตัว

สัตว์พาหนะ : โทเปส ดราก้อน (บลูม)

อาวุธประจำตัว : ฮาร์ปสายฟ้า


 

มิสึทานิ โฮโนกะ : หอฟินิกซ์

เกิด : 31 พฤษภาคม

สีตา/ผม : อัลมอนด์/น้ำตาลเข้ม

สูง : 170 เซนติเมตร หนัก 50 กก.

อายุ : 18 ปี

กรุ๊ปเลือด : O

ถนัด : ซ้าย

เวทย์ที่ถนัด : เวทย์สายดนตรี

บุคลิก : สวย เริด เชิด หยิ่ง ร้าย แรง และเหวี่ยง ขี้วีน อาร์ตตัวแม่เลยทีเดียวแต่ก็ไม่เท่าชิโอริ เป็นคนที่พูดตรงๆ ถึงเธอจะร้าย แรง เหวี่ยงแต่ก็แอบใจดี เธอเป็นสมาชิกของหอฟินิกซ์ซึ่งมีทั้งหมด 6 คน เป็นสาวสวยสุด Pop อีกคนในชั้นปี 3 ของโรงเรียน มีภูติแห่งดนตรีเป็นภูติติดตาม ดอกกุหลาบคือดอกไม้ประจำตัว

สัตว์พาหนะ : ยูนิคอน (ฮาร์ปี้)

อาวุธประจำตัว : ง้าวแห่งความเงียบงัน


นูระ ริคุโอะ : หอเพกาซัส

เกิด : 7 ตุลาคม

สีตา/ผม : ดำ/ดำ

สูง : 190 เซนติเมตร หนัก 60 กก.

อายุ : 18 ปี

กรุ๊ปเลือด : A

ถนัด : ขวา

เวทย์ที่ถนัด : เวทย์สายแสงสว่างและความหวัง

บุคลิก : เย็นชา,เงียบขรึม,มาดมั่น,เท่ห์,สมาร์ต,พูดน้อยต่อยหนัก,เก่งศิลปะการต่อสู้ทุกอย่าง มักต่อปากต่อคำกับ โออิคาวะ ซึราระ อยู่เป็นประจำ แอบชอบซึราระอยู่แต่ไม่กล้าบอกจึงได้แต่ค่อยแกล้งและหาเรื่องให้เธอปวดหัวอยู่เป็นประจำ เขาร่วมเดินทางไปเพราะเป็นห่วงซึราระ เขาเป็นประธานนักเรียนฝ่ายชายของโรงเรียนเวทย์มนต์ศาสตร์อาร์เทเนียน เป็นชายหนุ่มสุด Pop ในชั้นปี 3 ของโรงเรียน ได้ฉายาว่า “เจ้าชายน้ำแข็ง” มีภูติแห่งแสงสว่างและความหวังเป็นภูติติดตาม

สัตว์พาหนะ : มังกรขาวศักดิ์สิทธิ์ (โรล)

อาวุธประจำตัว : ดาบแห่งแสงสว่าง


 

เอจิเซน เรียวมะ : หอเพกาซัส

ส่วนสูง : 189 เซนติเมตร หนัก 60

กรุ๊ปเลือด : AB

วันเกิด : 24 ธันวาคม

สีตา/ผม : ฮาเซล/ดำอมเขียว

อายุ : 18 ปี

ถนัด : ซ้าย

เวทย์ที่ถนัด : เวทย์สายน้ำแข็งหิมะ

บุคลิก : เย็นชา,เงียบขรึม,มาดมั่น,เท่ห์,สมาร์ต,พูดน้อยต่อยหนัก,เก่งศิลปะการต่อสู้ทุกอย่าง โดยเฉพาะยิงปืน และมีดสั้น เป็นแฟนกับ ริวซากิ ซากุโนะ การที่ซากุโนะร่วมเดินทางไปกับซึราระ เขาจึงร่วมเดินทางไปด้วย เพราะเป็นห่วงซากุโนะ เขาเป็นชายหนุ่มสุด Pop ในชั้นปี 3 ของโรงเรียน มีภูติแห่งน้ำแข็งหิมะเป็นภูติติดตาม

สัตว์พาหนะ : เพกาซัส (เฮค)

อาวุธประจำตัว : มีดสั้นแห่งบุตรผู้กล้า


 

กลาซขุนนางแห่งน้ำแข็งหิมะ

เวทย์ที่ถนัด : เวทย์สายน้ำแข็งหิมะ

บุคลิก : พ่อมดสายน้ำแข็งหิมะที่มีพลังอำนาจมากที่สุดแห่งยุคเป็นหนึ่งในผู้สร้างมิติเวทย์มนต์ เขาเป็นคนเย็นชาแต่ทว่าก็จิตใจดีงาม จนกระทั่งถูกแม่มดโบราณหักหลัง หลังการต่อสู้กับแม่มดโบราณเขาได้ถูกนัวร์ฮาร์ทแห่งความริษยาเข้าครอบงำ ทำให้กลายเป็นคนอำมหิตและบ้าเลือด เขาปลุกเจ้ามังกรขึ้นเพื่อหวังทำลายมิติเวทย์มนต์และแก้แค้นแม้มดโบราณที่หักหลังเขา สิ่งเดียวที่สามารถชำระล้างนัวร์ฮาร์ทแห่งความริษยาได้มีเพียงเขาของยูนิคอนที่มีพลังในการชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ได้

อาวุธประจำตัว : เข็มดำแห่งความริษยาและสร้อยไม้กางเขนมังกร


 

เจ้ามังกรดำ

เวทย์ที่ถนัด : เวทย์สายความมืด

บุคลิก : เป็นเจ้าแห่งเผ่าพันธุ์มังกร มีพลังทำลายล้างสูง สามารถกลายเป็นมนุษย์ได้ ถูกปลุกขึ้นโดยกลาซขุนนางแห่งน้ำแข็งหิมะเพื่อหวังทำลายมิติเวทย์มนต์และแก้แค้นแม่มดโบราณ ในอดีตเจ้ามังกรดำถูกสะกดโดยราชาโอริเทลและราชีนีแมเรียลด้วยพลังของคฑาแห่งดวงดาว สิ่งที่ปลุกเจ้ามังกรดำให้ตื่นจากการถูกสะกดคือสร้อยไม้กางเขนมังกร สิ่งเดียวที่สามารถชำระล้างมนต์ดำที่ครอบงำเจ้ามังกรดำได้มีเพียงเวทย์วจนะเท่านั้น

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 30 พ.ย. 55 / 13:03


 

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่แมจิค ดาวที่โด่งดังที่สุดในมิติเวทย์มนต์ ดินแดนสำหรับพ่อมดและแม่มดที่อยู่กันอย่างสงบสุขมากว่า 700 ปี ณ ดินแดนแห่งนี้มีโรงเรียนสำหรับสอนเวทย์มนต์คาถาแก่เหล่าพ่อมด แม่มดที่มีชื่อเสียง นั่นคือ โรงเรียนเวทย์มนต์ศาสตร์อาร์เทเนียนนั่นเอง ดำเนินการสอนโดยอาจารย์ใหญ่ฟารากอนด้า 

 

ณ หอคอยทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นที่ตั้งของหอฟินิกซ์

ภายในห้องนอนอันกว้างขวางหญิงสาวร่างแบบบางหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง แต่อะไรที่รบกวนการนอนอันแสนสุขของเธอกันละ

“ยามใดที่ผนึกถูกคลายลง ยามนั่นหายนะจะมาเยือนโลก”

เสียงปริศนาไร้ตัวตนที่ดังขึ้น ส่งให้ร่างบางที่นอนหลับซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาบนเตียงนุ่มๆ ในหอฟีนิกซ์ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยความตกใจ พร้อมๆ กับเสียงหอบใจถี่รัวที่ได้ยินอย่างชัดเจนท่ามกลางความเงียบสงัด เหงื่อกาฬผุดขึ้นขึ้นตามหน้าผากมนขาวเนียนเกลี้ยงเกลา แม้ในห้องมืดๆ นั้นเครื่องปรับอากาศที่เปิดเอาไว้จะยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างแข็งขันก็ตามที

“เสียงนั้น มันหมายถึงอะไรกันนะ? แล้วเจ้าของเสียงนั่นเป็นใครกัน? อะไรที่ถูกผนึกไว้? แล้วอะไรคือหายนะที่จะมาเยือนโลกเมื่อผนึกถูกคลายออก?”

หลายคำถามที่วนเวียนอยู่ในสมองแต่ก็ไม่อาจหาคำตอบได้สมเจตนารมณ์ จนสุดท้ายร่างบางก็ตัดสินทรุดลงไปนอนอีกครั้ง แต่ทว่านาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ก็แผดเสียงดังลั่นขึ้น ส่งให้เจ้าของร่างบางต้องล้มเลิกความตั้งใจที่จะลงไปนอนแผ่บนที่นอนนุ่มๆ พลางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงพึมพำอย่างหงุดหงิดที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากบางอวบอิ่มสีชมพู  

“ให้ตายสิ ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันแล้ว” ว่าแล้วร่างบางก็คว้าผ้าเช็ดตัวหนานุ่มผืนใหญ่ตรงเข้าห้องน้ำชำระร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับเช้าวันใหม่อย่างรวดเร็ว และแล้วคำตอบของเสียงปริศนาที่รบกวนการนอนอันแสนสุขของหญิงสาวก็ได้รับการเฉลยในเย็นวันนั้นเอง 

ณ บอร์ดประกาศคะแนนหน้าตึกอำนวยการ โรงเรียนเวทย์มนต์ศาสตร์อาร์เทเนียน

ประกาศคะแนนสอบปลายภาคเรียนที่ 2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ชื่อ - สกุล

คะแนน

โออิคาวะ ซึราระ

500

นูระ ริคุโอะ

500

เอจิเซน เรียวมะ

490

ริวซากิ ซากุโนะ

489

 

บรรดานักเรียนชายหญิงต่างเบียดเสียดอยู่หน้าบอร์ดประกาศคะแนน เพื่อชื่นชมกับคะแนนสอบของตน เสียงพูดคุยถามไถ่กันดังระงมไปทั่วลานกว้าง แต่ทว่าบรรดาอาจารย์กลับไม่มีใครเข้าไปตักเตือนห้ามปราม เนื่องด้วยพรุ่งนี้จะเริ่มต้นของวันปิดเทอมภาคฤดูร้อน วันนี้จึงเป็นวันปล่อยผี ให้เหล่านักเรียนได้สนุกกันเต็มที่หลังคร่ำเคร่งกับการสอบมาตลอด 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา

เสียงพูดคุยเอะอะที่เมื่อครู่ดังเซ่งแซ่ จู่ๆ ก็พลันเงียบลง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังประธานนักเรียนชายซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่กำยำล่ำสันสมส่วนและผิวสีทองแดงอ่อนจาง ทำให้รู้ได้ไม่อยากว่าแต่เดิมเจ้าตัวเป็นคนขาวมากทีเดียว ใบหน้าคมคร้ามรับกันได้ดีกับนัยน์ตาคมเข้มสีนิล คิ้วเรียวบาง จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบสีแดงสดอย่างเป็นธรรมชาติจนน่าอิจฉา กับเรือนผมสีเดียวกับนัยน์ตา ที่เดินตรงมาด้านตรงข้ามกับ

หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง วงหน้ารูปไข่ขาวเนียนเกลี้ยงเกลา ดวงตากลมโต นัยน์ตาสดใสสีน้ำตาลแดง คิ้วเรียวบาง จมูกโด่งพอสวย ริมฝีปากบางอวบอิ่มสีกลีบกุหลาบที่เคลือบด้วยลิปสติกมันบางเบา ล้อมกรอบด้วยเรือนผมยาวสลวย สีน้ำตาลแดงเข้มที่ถูกรวบไว้แล้วผูกด้วยริบบิ้นสีกลีบดอกซากุระสวยหวานเส้นเล็ก

หากทั้งคู่เป็นนักเรียนธรรมดาก็คงจะไม่ถูกจับตามองมากมายขนาดนั่น และบรรยากาศคงไม่ตึงเครียดเช่นนี้ แต่เป็นเพราะเขาคือ นูระ ริคุโอะ ผู้รับตำแหน่งประธานนักเรียนฝ่ายชาย และเธอคนนั้นคือ โออิคาวะ ซึราระ ผู้รับตำแหน่งประธานนักเรียนฝ่ายหญิงของโรงเรียนมัธยมปลายเซชุน ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าทั้งคู่เป็นคู่แข่งที่คู่คี่สูสี และแข่งขันกันมาตลอด เจอหน้าเป็นต้องปะทะฝีปากกันอยู่ร่ำไปทีเดียว

นัยน์ตาสีน้ำตาลแดงคมหวานประสานสบกับนัยน์ตาสีนิลคมกริบดุจดั่งใบมีดชั่วพริบตาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรนัก ใครที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ในรัศมีของคนทั้งคู่จะได้ยินเสียงไฟฟ้าสถิตดัง เปรี๊ยะๆ เป็นแบล็คกราวน์การพบกันของประธานนักเรียนทั้งสอง

นักเรียนทั้งหลายต่างพร้อมใจกันหลีกทางให้กับคนทั้งคู่ เมื่อทั้งสองต่างพร้อมใจกันสะบัดหน้าเข้าหาบอร์ดประกาศคะแนน

นัยน์ตาคู่สวยหวานไม่ต้องกวาดมองหานานนัก เมื่อเจ้าตัวรู้ดีว่ามันควรจะตรงตำแหน่งไหน นัยน์ตาสีน้ำตาลแดงเปล่งประกายระริกเมื่อเจอชื่อของตนเอง แต่ทว่าคิ้วเรียวกลับขมวดมุ่นด้วยความไม่ชอบใจนักเมื่อเห็นชื่อของคู่แข่งที่อยู่ติดกัน ก่อนที่คิ้วเรียวจะค่อยๆ คลายออก พร้อมริมฝีปากที่เอื้อนเอ่ยออกมา

“คะแนนเท่ากัน” เจ้าของเสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างไม่ใคร่พอใจนัก

“สงสัยเราคงใช้คะแนนสอบสู้กันไม่ได้จริงๆ ซินะ” เสียงทุ้มนุ่มของอีกฝ่ายก็เอื้อนเอ่ยออกมาเมื่อเจ้าตัวหาชื่อของตนเจอแล้วเช่นกัน เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาราวกับรำพึงกับตนเองมากกว่าจะจงใจต่อบทสนทนาของอีกฝ่าย

“นั่นซินะ ปีหน้าก็ปีสุดท้ายของพวกเราแล้ว” เจ้าของนัยน์ตาสวยหวานรำพึงออกมา ก่อนเหลือบสายตาไปมองอีกฝ่าย

“ศึกตัดสินว่าใครกันแน่ที่เก่งกว่ากัน” เจ้าของนัยน์ตาสีนิลคมกริบก็จ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่สะทกสะท้านเช่นกัน คล้ายเป็นการท้าทายอีกฝ่าย

“ของมันแน่อยู่แล้วน่า” ทั้งสองเอ่ยออกมาพร้อมกัน

“คนที่ต้องเป็นฝ่ายชนะคือฉันคนนี้”

สิ้นคำประกาศศึกทั้งคู่จึงสะบัดหน้าใส่กันก่อนเดินจากไปคนละทาง แต่ทว่าก่อนที่ทั้งคู่จะได้แยกย้ายไปดั่งเจตนารมณ์ของตนกลับมาเสียงหนึ่งดังขึ้น

“โออิคาวะคุงกับริคุโอะคุงช่วยมาที่ห้องครูก่อน”

“ครับ/คะ” ทั้งสองรับคำก่อนจะเดินตามอาจารย์ใหญ่ฟารากอนด้าออกไป ท่ามกลางสายตาชื่นชมของบรรดานักเรียนที่มองมาที่อาจารย์ใหญ่ของตน เมื่อทั้งคู่เดินจากไปบรรยากาศอันคุกรุ่นจึงเริ่มกลับเข้าสู่ความสงบเงียบอีกครั้ง

“อาจารย์ใหญ่ฟารากอนด้ามีเรื่องอะไรหรือคะ” หญิงสาวนามโออิคาวะเอ่ยถามเจ้าของห้องที่นั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะไม้โอ๊คเนื้อดี

“ฉันมีภารกิจให้เธอทำคุณโออิคาวะ แต่ต้องบอกก่อนว่าภารกิจนี้ค่อนข้างอันตราย มันเป็นภารกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความอยู่รอดของมิติเวทย์มนต์”

“ภารกิจอะไรหรอครับอาจารย์ใหญ่ ท่าทางน่าสนุกดีนิครับ”

“ภารกิจก็คือสะกดเจ้ามังกรดำให้หลับใหลอีกครั้ง” ฟารากอนด้าเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางเคร่งเครียด

“เจ้ามังกรดำ หรือว่า....” ริคุโอะเอ่ยถาม

“ใช่ เข้าใจถูกต้องแล้ว เจ้าแห่งเผ่าพันธุ์มังกร ผู้มีพลังทำลายล้างสูง สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ เขาถูกปลุกขึ้นโดยกลาซเพื่อหวังทำลายมิติเวทย์มนต์และแก้แค้นแม่มดโบราณ ในอดีตเจ้ามังกรดำถูกสะกดโดยราชาโอริเทลและราชีนีแมเรียล”

“อาจารย์อย่าบอกนะคะว่ากลาซก็คือ เขาก็คือ...” เสียงหวานสั่นอย่างไม่อาจควบคุม เอ่ยกระซิบออกมาด้วยความหวาดกลัว

“ใช่ โออิคาวะเข้าใจได้ถูกต้อง พ่อมดสายน้ำแข็งหิมะที่มีพลังอำนาจมากที่สุดแห่งยุคเป็นหนึ่งในผู้สร้างมิติเวทย์มนต์ เขาเป็นคนเย็นชาแต่ทว่าก็จิตใจดีงาม จนกระทั่งถูกแม่มดโบราณหักหลัง หลังการต่อสู้กับแม่มดโบราณเขาได้ถูกนัวร์ฮาร์ทแห่งความริษยาเข้าครอบงำ ทำให้กลายเป็นคนอำมหิตและบ้าเลือด

“แล้วเราจะสะกดเจ้ามังกรได้ยังละครับ”

“เราจำเป็นต้องใช้พลังของคฑาแห่งดวงดาว สิ่งที่ปลุกเจ้ามังกรดำให้ตื่นจากการถูกสะกดคือสร้อยไม้กางเขนมังกร สิ่งเดียวที่สามารถชำระล้างมนต์ดำที่ครอบงำเจ้ามังกรดำได้มีเพียงเวทย์วจนะเท่านั้น ดังนั้นเธอในฐานะผู้สืบทอดจึงจำต้องปฏิบัติภารกิจนี้อย่างไม่มีทางเลี่ยง ฉันเสียใจนะที่ต้องพูดแบบนี้ แต่ฉันก็หาทางออกอื่นไม่ได้จริงๆ”

“แล้วเราจะชำระล้างนัวร์ฮาร์ทแห่งความริษยาได้ยังไงครับ”

 “ตามที่ตำราเวทย์มนต์ศักดิ์สิทธิ์ได้กล่าวเอาไว้ สิ่งเดียวที่สามารถชำระล้างนัวร์ฮาร์ทแห่งความริษยาได้มีเพียงเขาของยูนิคอนที่มีพลังในการชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์”

“ถ้ามันเป็นภารกิจหนูก็ไม่ขัดข้องคะ”

“งั้นผมขอไปด้วยครับ ถึงปกติผมกับซึราระจะเข้ากันไม่ค่อยได้ก็เถอะ แต่ถ้าจำเป็นผมก็จะทำให้ดีที่สุดครับ”

“ขอบใจมากโออิคาวะคุง ริคุโอะคุง ว่าแต่ฉันคิดว่าเธอควรชวนเพื่อนๆ ของเธอไปด้วยนะ เท่าที่รู้มา พวกเขาแต่ละคนฝีมือก็ไม่ธรรมดาเลย น่าจะช่วยพวกเธอได้”

“จะดีหรือคะอาจารย์ หนูไม่อยากให้พวกเขาต้องเจอกับเรื่องอันตราย”

“จงเชื่อมั่นในตัวพวกเขาซึราระคุง ริคุโอะคุง”

“คะ/ครับอาจารย์”

“งั้นพวกผมขอตัวก่อนครับ” ริคุโอะกล่าวจบก็ก้มศีรษะลงอย่างสวยงามก่อนจะดึงซึงราระให้เดินออกมาด้วยกัน

หลังเดินออกมาจากห้องของอาจารย์ใหญ่ฟารากอนด้าแล้ว ทั้งคู่ก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบที่ล้อมรอบคนทั้งคู่เอาไว้อย่างแน่นหนา จนเมื่อทั้งคู่เดินมาถึงบริเวณสระเบญจรงค์ซึ่งมีน้ำใสแจ๋ว รอบขอบสระมีดอกเหมยบานสะพรั่งอย่างงดงาม ริคุโอะจึงเป็นฝ่ายทำลายเงียบลง

“ซึราระ เธอคิดจะทำยังไงต่อไป”

เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ชายหนุ่มจะพูดคุยกันดีๆ ไม่มีวาจาจิกกัดดั่งเช่นปกติวิสัย ด้วยน้ำเสียงนุ่มแฝงไปด้วยความห่วงกังวลที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนจากชายหนุ่มตรงหน้า ส่งให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสีแดงหวานซึ้งจึงประสานสบกับนัยน์ตาคมเข้มสีรัตติกาลที่ทอดมองมาอยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวเสหลบสายตาไปอีกทาง โดยแกล้งทำเป็นให้ความสนใจกับภูมิทัศน์ตรงหน้า

เมื่อไม่สามารถเสแสร้งทำเป็นว่าภูมิทัศน์ตรงหน้าน่าสนใจมากได้อีกต่อไป เสียงหวานจึงค่อยๆ เอื้อนเอ่ยออกมาอย่างเผาเบาราวพูดกับตนเอง

“ฉันยังไม่รู้เลย มันตื้อไปหมด”

“ค่อยๆ คิดไป ทางที่ดีก่อนอื่นฉันคิดว่าเราชวน ซากุโนะ, เซระ, คาโฮะ, ชิโอริ, โฮโนกะ และก็เรียวมะไปด้วย”

“อืมก็ดีนะ มีพวกเขาไปด้วยจะเป็นกองหนุนได้ดีเลย น่าจะช่วยพวกเราได้มาก”

“งั้นเธอก็ชวนพวกนั่นแล้วกันเดียวฉันจะชวนเจ้าเรียวมะเอง แล้วพรุ่งนี้ 9 โมงเช้ามาเจอกันที่นี่พร้อมสัมภาระ ฉันขอตัวก่อนนะ” ไม่รอให้ตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ ร่างสูงก็เรียกมังกรขาวศักดิ์สิทธิ์ออกมาแล้ว ก่อนจะบินหายไปทางหอเพกาซัสท่ามกลางแสงสีส้มทองของพระอาทิตย์ยามอัสดงและสายลมเย็น

ท้องฟ้ากำมะหยี่สีดำยามราตรีที่ประดับประดาไปด้วยดวงดาวที่พราวแสงระยิบระยับ รวมกับสายลมเย็นที่โบกสะบัดพาให้ใบเมเปิ้ลปลิดปลิวไปตามแรงลมอย่างไร้จุดหมายก่อนจะค่อยๆ ทิ้งตัวร่วงหล่นลงแนบพื้นดินเบื้องล่าง ส่งให้บรรยากาศดูผ่อนคลายจนเคลิบเคลิ้ม แต่ทว่าแตกต่างจากเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

ณ ห้องประชุมภายในหอฟินิกซ์

ร่างแบบบางของซึราระนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะในตำแหน่งประธานที่พูดคุยปรึกษาเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเคร่งเครียดกับบรรดาเพื่อนสนิทของเธอ

“ก็อย่างที่เล่าไปนั่นละ ภารกิจครั้งนี้คือต้องสะกดให้เจ้ามังกรดำหลับใหลอีกครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจอันตรายมาก ฉันไม่ว่าพวกเธอหรอกนะถ้าพวกเธอจะไม่ไปกับฉัน”

“พวกเราเป็นอะไรกันซึราระ” ซากุโนะเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“พวกเราเป็นเพื่อนกัน เราจะทิ้งเธอได้ยังไงละจริงไหม” ชิโอริเอ่ยขึ้นต่อจากซากุโนะ เสียงที่เอ่ยขึ้นเรียกให้ซึราระที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ต้องเงยขึ้นมาสบกับรอยยิ้มที่เพื่อนๆ ของเธอมอบให้

“งั้นก่อนอื่นก็ต้องเริ่มจากว่าเราเข้าไปถึงตัวกลาซขุนนางแห่งน้ำแข็งหิมะกับเจ้ามังกรดำได้ยังไง” เซระซึ่งเป็นเสนาธิการของหอฟีนิกซ์เอ่ยขึ้นอย่างใช้ความคิด

“เท่าที่อาจารย์ใหญ่ฟารากอนด้าให้ข้อมูลมา กลาซขุนนางแห่งน้ำแข็งหิมะอยู่ในปราสาทอนาธิเซียในป่าควีเอลที่เจ้ามังกรดำเคยถูกสะกดให้หลับใหลอยู่ที่นั่นแหละ”

“ก่อนอื่นคงใช้กุญแจแห่งกาลเวลามาไขเปิดประตูน้ำแข็งละนะ นั่นเป็นทางลัดเดียวที่ฉันรู้ว่าจะไปถึงที่นั่นได้เร็วที่สุด” ซาซางาวะ ชิโอริ ผู้ถือครองกุญแจแห่งกาลเวลาเอ่ยขึ้น

“กุญแจแห่งกาลเวลาทำอะไรได้บ้างหรอ” โฮโนกะเอ่ยถามอย่างอยากรู้

“กุญแจแห่งกาลเวลาของฉัน สามารถเปิดประตูในมิติเวทย์มนต์ได้หมดทุกบาน” ชิโอริเอ่ยตอบสบายๆ ราวกับเรื่องที่คุยไม่ใช่เรื่องน่าห่วงกังวล

“แต่ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพอเปิดประตูได้แล้วเราจะต้องเจอกับอะไร ป่าควีเอลมีแต่สิ่งน่ากลัวทั้งนั้น เราต้องเตรียมระวังกันให้ดีด้วย โดยเฉพาะซากุโนะที่ซุ่มซ่ามที่สุดในกลุ่ม”

“ชิโอริว่าเขาอ่ะ เขาไม่ได้ซุ่มซ่ามขนาดนั้นซะหน่อย” ซากุโนะว่าแล้วเชิดจมูกโด่งรันขึ้นพร้อมกับแก้มขาวใสที่ป่องขึ้นอย่างแสนงอน พาให้ทุกคนหลุดหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานกับการโต้เถียงเล็กๆ นี้ แม้เรื่องที่กำลังจะต้องเผชิญจะเป็นหนักหนาแค่ไหนแต่เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานก็ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดลงได้อย่างดี

“เอาละๆ ถ้าตกลงกันได้แล้วงั้นเราก็แยกย้ายกันไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้มีภารกิจใหญ่ที่เราต้องทำ วันนี้พักผ่อนให้เต็มที่ ซึราระเอ่ยจบก็ลุกขึ้นยืนเตรียมก้าวออกจากห้องแต่ทว่ามือขาวบางของซากุโนะก็ดึงเอาไว้พลางเอ่ยด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง จนไม่สามารถจะจริงจังมากไปกว่านี้

“ซึราระ ฉันขอร้องอย่าบอกเรียวมะนะเรื่องนี้ ฉันไม่อยากให้เขาไปเสี่ยงอันตราย”

“ฉันรับปากซากุโนะว่าฉันจะไม่บอก แต่ไม่รู้ว่าริคุโอะจะบอกหรือป่าว เพราะเรื่องนี้ริคุโอะเองก็รู้เหมือนกัน” ซึราระเลือกที่จะเอ่ยความจริงเพียงครึ่งเดียว ด้วยเธอรู้อยู่เต็มอก ยังไงเรียวมะก็ต้องไปด้วยเพราะซากุโนะที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงและยังซุ่มซ่ามขั้นเทพไปด้วย จะให้เรียวมะทนรออย่างใจเย็นอยู่ที่นี่ในขณะที่แฟนสาวซึ่งหมั้นหมายกันไว้ต้องไปเสี่ยงอันตรายได้ยังไงละ

“ไปนอนเถอะซากุโนะ ภารกิจของเรายังอีกยาวไกล กลุ้มไปก็เท่านั่นพักผ่อนให้เต็มที่ดีกว่า” ซึราระเอ่ยขึ้นแล้วลูบผมนุ่มๆ ของคนตรงหน้าเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยนแล้วดึงร่างบางๆ ให้ก้าวไปด้วยกัน

----------------------------------------------------------------

 

 

ขณะเดียวกัน ภายในห้องนอนอันกว้างขวางใหญ่โต มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครันถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ บนโซฟาหนานุ่มสีดำตัวใหญ่ที่มีชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งนัยน์ตาคมดุสีฮาเซล เส้นผมสีดำอมเขียว นั่งซดปอนตะรสองุ่นที่ตนชื่นชอบ เขาเพ่งสายตาไปที่สมาร์ตทีวีหน้าจอ LED ขนาด 60 นิ้ว ที่ขณะนี้กำลังปรากฏภาพข่าวต่างๆ ทั้งข่าวการหายตัวไปอย่างลึกลับของคนเก็บของป่าในบริเวณชายป่าควีเอล หรือเหตุข้อต่อสะพานผุพังทำให้รถพุ่งลงไปนอนแน่นิ่งอยู่ที่ก้นแม่น้ำแซนไวท์ซิมวาอันกว้างใหญ่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เป็นต้น แต่ขณะที่เขากำลังสนใจอยู่ข่าวในทีวีอยู่นั้นเสียงเคาะประตูหนักๆ ก็ดังขึ้น แล้วประตูก็เปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงสมส่วนของใครอีกคนที่หลังกรอบประตู

“ไงริคุโอะ ลมอะไรพัดนายมาถึงนี้ได้ละ? เอาชาหน่อยไหม?”

“ไม่ละ ขอบใจเรียวมะ ฉันมานี้เพราะมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับนาย”

“เรื่องอะไรละ?” เรียวมะเอ่ยถามพลางปิดทีวีที่เปิดทิ้งไว้ แล้วหันมาตั้งใจฟังอีกฝ่ายพูดอย่างเต็มที่

“ได้ดูข่าวการหายตัวไปอย่างลึกลับของคนเก็บของป่าในบริเวณชายป่าควีเอลแล้วรึยังละ”

“เมื่อกี้โทรทัศน์เพิ่งออกข่าว” เรียวมะตอบรับสั้นๆ พลางพยักหน้าไปทางทีวี

“เรื่องทั้งหมดมันมีสาเหตุจาก...” แล้วชายหนุ่มนามริคุโอะก็เล่าเรื่องราวที่เขาได้ยินได้ฟังจากอาจารย์ใหญ่ฟารากอนด้า รวมถึงเรื่องภารกิจที่ได้มอบหมายมา เรียวมะที่แต่เดิมรับฟังด้วยใบหน้านิ่งสนิท บัดนี้กลับทำหน้าบูดบึ้งขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิภายในห้องที่เดิมค่อนข้างเย็นอยู่แล้วกับลดต่ำลงเรื่อยๆ พร้อมกับรังสีพิฆาตที่ถูกปล่อยออกมา แล้วอารมณ์อารมณ์โกรธกรุ่นก็ระเบิดออกมา เรียวมะกระชากคอเสื้อคู่สนทนาอย่างแรงก่อนจะประเคนหมัดฮุกขวาสวยๆ ของตนไปที่ปลายคางของชายหนุ่มได้อย่างเหมาะเจาะ ความแรงของหมัดดังกล่าวคงไม่ต้องพูดถึง  เพราะมันแรงซะจนเห็นดาวเสาร์หมุนติ้วอยู่รอบๆ เลยทีเดียว ขณะนั่งมึนอยู่ครู่หนึ่ง เสียงที่เค้นรอดไรฟันของเรียวมะก็เอ่ยออกมา

“แล้วแกก็เลยเสนอกับซึราระคุงให้ชวนซากุโนะไปด้วย”

“ไอ้บ้าเอ่ยแกทำแบบนี้ได้ไง ซากุโนะร่างกายไม่แข็งแรงตั้งแต่บาดเจ็บจากการถูกมีดแทงที่หน้าอกในภารกิจก่อนหน้านี้ ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ไม่แข็งแรงมาตลอดนะ แล้วแกยังจะ...” ชายหนุ่มนึกถึงเหตุการณ์ที่ซากุโนะโดนมีดแทงเข้าไปจนมิดด้าม เพราะเข้ามาช่วยเขาที่ไม่ทันรู้สึกตัวว่ากำลังโดนลอบทำร้าย จนตัวเองต้องบาดเจ็บสาหัสจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดนั่นแล้วเขาก็มือไม้เย็นเฉียบ เหงื่อแตกพลั่กจนทำอะไรไม่ถูกเลย 

“ฉันรู้เพื่อนว่าแกโกรธ ถ้าเป็นฉันก็คงจะโกรธมากเหมือนกัน แต่แกก็น่าจะรู้นิสัยของซากุโนะจังนิ” ริคุโอะเอ่ยขึ้น พลางขยายความต่อไปตามความเห็นของเขา

“ถ้าซึราระไปมีหรือที่ซากุโนะจังจะยอมปล่อยให้ซึราระไปคนเดียว ต่อให้ห้ามไม่ให้เธอไปเธอก็จะหนีไปด้วยอยู่ดีนั่นแหละ เพราะฉะนั้นมันเป็นทางเดียวที่เราจะได้จับตาดูไม่ให้ซากุโนะจังทำเรื่องอันตรายเกินไป แล้วถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเราจะได้ช่วยเธอได้ทัน”

“ฉันเข้าใจ ฉันจะลองคุยกับซากุโนะดู แกออกไปก่อนเถอะ”

“อืมได้ งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่เรือนกลางน้ำที่สระเบญจรงค์ตอน 9.00 น. เรานัดรวมพลกันที่นั่น

“อืม เข้าใจแล้ว” หลังได้รับคำตอบที่น่าพอใจริคุโอะก็เดินออกจาห้องไป ทิ้งให้เจ้าของห้องยืนกดโทรศัพท์หน้าเครียดอยู่คนเดียว

และแล้วเวลา 9.00 น. ถึง ที่เรือนกลางน้ำของสระเบญจรงค์ในตอนนี้ปรากฏร่างของชายหนุ่มความสูงไล่เลี่ยกันนั่งคอยสาวๆ ที่นัดกันไว้ เสียงพูดคุยดังขึ้นใกล้เข้ามาทุกขณะปลุกให้ชายหนุ่มทั้ง 2 หลุดจากภวังค์ความคิดอันสับสนของตน

“ไงรอนานไหม ขอโทษทีนะมาช้าไปหน่อย”

“ไม่เป็นไร พวกเธอพร้อมนะ โอเคหรือเปล่า”

“อืม โอเค”

“แล้วเราจะไปกันยังไง ใช้เวทย์เคลื่อนที่ฉับพลันหรอ”

ไม่ใช่หรอก วิธีนั้นพวกเราจะเสียพลังเวทย์มากเกินไป เรามีวิธีดีกว่านั้นอยู่” ชิโอริเอ่ยขึ้นพลางล้วงเอากุญแจโบราณที่สวยวิจิตรออกมาชูให้ทุกคนได้เห็น

“กุญแจแห่งกาลเวลา อย่างนี้เอง ฉันลืมไปเลยว่าเธอเป็นผู้ถือครองมันอยู่” เรียวมะเอ่ย

“เอาละ ทุกคนพร้อมแล้วนะ งั้นฉันเปิดเลยนะ”

“อืม พวกเราพร้อมแล้ว”

“เซซามีน เซวามินนี่ กุญแจแห่งกาลเวลาจงช่วยเปิดประตูน้ำแข็งออกด้วยเถิด”

“แว่บ” หลังชิโอริร่ายคาถาเสร็จแสงสว่างก็สว่างวาบขึ้นแล้วประตูน้ำแข็งก็เปิดออกต้อนรับทุกคน

“บรือ น่ากลัวชะมัด” 

“หนาวจังเลย”

ซากุโนะและโฮโนกะเอ่ยขึ้นพลางทำสีหน้าสยองขวัญออกมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทั้งคู่จ้องมองฝ่าความมืดที่ไม่เห็นแม้แสงสว่างเพียงเล็กน้อย

“หนาวเข้าไปถึงกระดูกเลยนะเนี้ย ดูสิเย็นขนาดหายใจออกมาเป็นควันขาวๆ เลย” เซระเอ่ยขึ้น

 “ไปกันเถอะอย่างมัวเสียเวลากันเลย” คาโฮะเอ่ยขึ้น พลางก้าวมาข้างหน้า 2 – 3 ก้าว

“เดียวฉันจัดการเอง”

“เฮลินนี่ ไฟเยอร์โซน เปลวไฟแห่งชีวิตของฉัน จงปกป้องพวกเราจากความหนาวเย็นและจงนำทางเราไปสู่แสงสว่างด้วย” ซากุโนะร่ายเวทย์เปลวเพลิงและเรียกนกฟินิกซ์สีแดงทองที่สง่างามออกมาพร้อมกัน เสียงร่ายคาถาจบลงพร้อมๆ กับเปลวไฟสีแดงที่มีความบริสุทธิ์สูงปรากฏออกมาห่อหุ้มพวกเขาทุกคนเอาไว้

“เอาละ ไนติงเกลจ๊ะ ช่วยพาพวกเราไปที่ทางออกทีนะ” ซากุโนะเอ่ยกับไนติงเกล นกฟินิกซ์แสนรู้ของเธอ แล้วลูบมันเบาๆ ก่อนจะปล่อยให้ไนติงเกลได้นำทางไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงทางออกที่ปลายสุดอุโมงค์

“ดูเหมือนงานจะเข้าแล้วนะ” คาโฮะเอ่ยออกมาเรียบๆ เมื่อทั้งกลุ่มเดินออกมาจากอุโมงค์แคบๆ ทึบทึม ออกมาสู่พื้นที่ของป่าควีเอลที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งจนไม่เหลือสภาพของป่าอันสวยงามในอดีต และแล้วพวกเขาก็ได้พบกับสัตว์ประหลาดที่ดูดุร้ายน่ากลัว

ใช่ มันคือสฟิงซ์ ซึ่งมีลำตัวเป็นสิงโตขนาดตัวโตเต็มที่ กรงเล็บอันคมกริบขนาดใหญ่สามารถคร่าชีวิตใครก็ตามที่เข้าใกล้ได้อย่างง่ายดาย ที่ปลายหางยาวๆ มีขนเป็นปุยสีน้ำตาลเข้ม แต่ทว่าส่วนหัวกลับเป็นหญิงสาวที่มีดวงตาเรียวยาวคมดุสีเทาที่ดูน่าหวาดหวั่น ทั้งกลุ่มเดินเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง เมื่อทั้งกลุ่มก้าวเข้าไปใกล้เธอหันมามองด้วยดวงตาเรียวยาว เธอไม่ได้อยู่ในท่าหมอบคู้เตรียมกระโดดเข้าโจมตี แต่กลับเดินวนไปมาเพื่อขวางทางข้างหน้าเอาไว้

ครู่ต่อมาเธอจึงพูดขึ้นด้วยเสียงทุ้มลึก

“พวกเจ้าเข้าใกล้จุดหมายไปมากแล้ว เส้นทางที่ใกล้ที่สุดคือต้องผ่านข้าไป”

“เออ ถ้า... ถ้าอย่างนั้นท่านจะโปรดเปิดทางให้พวกเราผ่านไปได้หรือไม่” ซากุโนะเอ่ยขึ้นเสียงสั่น มือไม้ที่เย็นเฉียบจับแขนของเรียวมะเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เห็นได้ชัดว่าเธอหวาดกลัวมากแค่ไหน ถ้าไม่ได้มืออันแข็งแกร่งของเรียวมะประคองเอาไว้เธอคงทรุดลงไปกองอยู่กับพื้นเป็นแน่แท้ เธอถามออกมาทั้งที่ในใจลึกๆ ก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

 “ไม่ เด็กน้อย” เธอเอ่ยตอบออกมาด้วยเสียงทุ้มลึกดุจเดิม

“จนกว่าเจ้าจะตอบปริศนาของข้า จงตอบให้ถูกในคำตอบเดียว แล้วข้าจะให้พวกเจ้าผ่านไป ถ้าหากตอบผิด ข้าจะจู่โจมทำร้าย แต่หากปิดปากเงียบ ข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าได้หันหลังเดินกลับไปโดยไร้ซึ่งรอยขีดขวน เจ้ามีแค่สามทางเลือกเท่านั้น จงเลือกเอาเถิด”

“ตกลงค่ะ ให้หนูเป็นคนตอบแทนเพื่อนๆ นะคะ งั้นหนูขอฟังปริศนาได้ไหมคะ” เซระซึ่งเป็นเสนาธิการของหอฟินิกซ์เอ่ยขึ้นพลางก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อยให้เห็นได้อย่างชัดเจน

“แน่ใจหรอเซระ” ซึราระเอ่ยขึ้นหลังเงียบอยู่นาน

“ไว้ใจเถอะน่า อัจฉริยะอย่างฉันที่ได้ชื่อว่าเป็นเสนาธิการของหอฟินิกซ์ไม่ใช่ดีแค่ลมปากหรอกน่า เชื่อมือเถอะ”

“อืม งั้นฝากด้วยนะ”

หลังตกลงกันได้ สฟิงซ์นั่งลงบนขาหลังตรงกึ่งกลางทางเดินและร่ายปริศนาออกมา

“อันไก่และไข่ทั้งหลายในโลกหล้า อะไรเกิดก่อน”

เซระที่ได้ชื่อว่าเป็นเสนาธิการของหอฟินิกซ์ยังต้องอ้าปากค้างกับปริศนาที่ได้ยิน นี่มันปริศนาโลกแตกชัดๆ

“เปราะ” เสียงดีดนิ้วดังขึ้น หลังเซระใช่เวลาในการขบคิดปริศนาไปครู่ใหญ่ พร้อมเผยรอยยิ้มยินดีออกมา

“เมื่อฟองไข่แตกสลายลูกไก่ก็ถือกำเนิด  เมื่อไก่เติบใหญ่ก็ออกไข่  เมื่อมีการเกิดย่อมมีการดับถือเป็นเรื่องธรรมดา เป็นสัจธรรมของโลก ไม่มีใครหลีกหนีได้พ้น”

หลังฟังคำตอบ สฟริงซ์ยิ้มกว้างขึ้นอีก เธอลุกขึ้น ยื่นขาหน้าทั้งสองข้างออกมา ก่อนจะขยับเปิดทางให้พวกเขาได้เดินผ่านไป

“ขอบคุณมากคะ” เซระหันมาเอ่ยขอบคุณกับสฟริงซ์ ก่อนจะรีบเดินตามกลุ่มเพื่อนๆ ที่เดินกันเข้ามาก่อนแล้ว หลังผ่านสฟริงซ์มาได้พวกเขาก็ต่างเรียกสัตว์พาหนะของแต่ละคนออกมา แล้วขี่กันมาเรื่อยๆ ในที่สุดพวกเขาก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าปราสาทอนาธิเซียที่ถูกปกคลุมไปด้วยพลังของนัวร์ฮาร์ทแห่งความริษยา

“ดูมืดอึมครึมน่ากลัวจังเลย” ซากุโนะที่กลัวความมืดเอ่ยออกมาเสียงสั่น

“ไม่ต้องกลัวฉันอยู่ใกล้เธอไง”

“ปราสาทนี่เมื่อก่อนต้องสวยมากเลยนะ” ชิโอริกับโฮโนกะเอ่ยขึ้นพลางมองสำรวจปราสาทตรงหน้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยพลังของนัวร์ฮาร์ทแห่งความริษยา

“เอาละ เราจะลุยกันเลยหรือจะพักตั้งสติกันก่อนละ” ริคุโอะเอ่ยถามพลางสังเกตใบหน้าเหน็ดเหนื่อยของเพื่อนร่วมทางแต่ละคน แล้วเขาก็ได้คำตอบ

“งั้นเราพักเอาแรงกันก่อนดีกว่า ไม่แน่ว่าศึกหลังจากนี้อาจทำให้เราเหนื่อยจนไม่ได้พักเลยก็ได้

“อืม ก็ดีนะ” ว่าแล้วแต่ละคนก็หาที่พักเอาแรงกันอยู่บริเวณหลังต้นไม้ใหญ่ใบหนาที่น่าจะปิดบังพวกเขาได้บ้าง (ส่วนสัตว์พาหนะร่ายคาถาเก็บไปแล้ว) พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่ากลาซได้เตรียมบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ตอนรับอยู่ก่อนแล้ว บางสิ่งบางที่ราวกับเป็นฝันร้ายของทุกคน

“ดูสิว่าพวกเจ้าจะทนกับพลังของนัวร์ฮาร์ทแห่งความริษยาได้แค่ไหน ข้าจะให้พวกเจ้าได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของข้า” ใบหน้าหล่อเหลาของกลาซเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา เขาร่ายมนต์ที่สลับซับซ้อนออกมาแล้วทันใดนั้นปราสาทก็กลับลอยขึ้นอย่างช้าๆ

หลังจากพักผ่อนกันเต็มที่พวกเขาก็บุกเข้าปราสาทกัน เพียงแค่เท้าแตะเข้ากับพื้นของปราสาทก็รู้สึกได้ทันทีถึงพลังที่ถูกดึงออกไป ยิ่งพวกเขาเดินลึกเข้าไปในปราสาทมากขึ้นเท่าไหร่พลังเวทย์ก็ยิ่งถูกดูดออกไปเรื่อยแต่ดูเหมือนจะมีไม่กี่คนที่ดูจะไม่ได้รับผลกระทบจากนัวร์ฮาร์ท

“นี่ซึราระ โฮโนกะ เดินช้าๆ หน่อยได้ไหม ตอนนี้ฉันหายใจไม่ทันแล้ว” คาโฮะเอ่ยพลางหอบหายใจอย่างหนักหน่วง

“ปราสาทนี้มันยังไงกันนะ ทำไมถึงดูดพลังเวทย์ของพวกเราออกไปเกือบหมดเลย”

“น่าแปลกนะ ทำไมซึราระกับโฮโนกะถึงดูไม่มีอาการเหนื่อยหอบอะไรเลยละ

“เพราะนายน้อยมีพลังของคฑาแห่งดาวดาวคุ้มครองอยู่เจ้าคะ” ภูติหิมะไขความสงสัยของทุกคน

“นายน้อยโฮโนกะเป็นฟิวเตอร์หรือผู้ชำระล้างจึงทำให้สามารถทนต่อพลังของนัวร์ฮาร์ทได้เจ้าคะ” ภูติแห่งดนตรีเองก็ตอบข้อสงสัยของทุกคน แล้วทุกคนก็ต้องสะดุ้งกันสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นทะลุกลางปล้องขึ้นมา

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมแล้วที่พวกเจ้าคนหนึ่งมีพลังของคฑาแห่งดาวดาวคุ้มครองอยู่ อีกคนก็เป็นฟิวเตอร์ แต่พวกเจ้าต้องตายที่นี่แหละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” และแล้วชายหนุ่มเจ้าของประโยคดังกล่าวก็ปรากฏกายให้เห็น

“กลาซขุนนางแห่งน้ำแข็งหิมะ” คาโฮะเอ่ยขึ้นแม้ตอนนี้เรี่ยวแรงแทบจะไม่มีเหลือเพื่อทรงตัวด้วยซ้ำ  

“ซึราระเธอไปจัดการกับเจ้ามังกรดำ แล้วพาทุกคนออกไปจากที่นี่ซะ เธอสัญญากับฉันนะว่าจะพาทุกคนออกไปอย่างปลอดภัย” โฮโนกะเอ่ยขึ้นหลังจากตัดสินใจได้แล้ว ในตอนนี้เธอกำลังเวทย์เปลวเพลิงในการปกป้องทุกคนเอาไว้

“ไม่โฮโนกะ เราต้องไปด้วยกันซิ ฉันไม่ยอมให้ใครต้องเสียสละหรอกนะ เราต้องกลับไปพร้อมกันซิ” ซึราระเอ่ยทั้งน้ำตาคลอเบ้าเจียนหยดอยู่รอมร่อ

“เธอมีภารกิจสำคัญรออยู่นะ ไปซิ ไปเดียวนี้เลย ไม่รู้ตัวเลยหรือไงตอนนี้พวกเราโดยเวทย์น้ำแข็งหิมะที่มองไม่เห็นของกลาซโจมตีอยู่ ถ้าไม่ได้เวทย์เปลวเพลิงของฉันหักล้างไว้พวกเธอโดนลิ่มน้ำแข็งทิ่มจนพรุนไปทั้งตัวแล้ว ไปซิไปเดียวนี้เลย ขอร้องละ ซึราระไปจัดการกับเจ้ามังกรให้ได้ ตรงนี้ฉันจัดการเอง” ซากุโนะตวาดออกมาด้วยน้ำเสียงอันแสนเศร้า

“เธอต้องปลอดภัยนะซากุโนะ แล้วฉันจะรีบกลับมาช่วย”

“ไปเถอะ รีบไปซิ” ซากุโนะเอ่ยเร่ง ด้วยพลังเวทย์ที่ยังไม่กล้าแข็งของเธอและสุขภาพที่ไม่แข็งแรงของเธอคงไม่อาจต้านทานพลังเวทย์อันแข็งแกร่งของกลาซได้ กลาซพ่อมดผู้แข็งแกร่งซึ่งไม่รู้ว่าอยู่มากี่ร้อยปีแล้ว ใครจะรู้กันละว่ากลาซเป็นผลผลิตมาจากศตวรรษไหน?

“ใจกล้าจริงนะ สมแล้วที่เป็นลูกสาวของชินเนมอน กล้าหาญจริงๆ รู้ไหมว่าหัวใจของแม่มดจะมีพลังมากที่สุดก็ตรงความกล้าหาญนี่แหละ เพราะฉะนั้นหัวใจเธอขอฉันเถอะ มันจะเป็นพลังชั้นเยี่ยมในการสร้างโลกใหม่ของฉัน”

“ซาลันเต้ รีดัสโต้ หัวใจอันส่องประกายด้วยความกล้าหาญจงออกมา”

“รีมูฟฮาร์ทแอทแทค”

“ใครจะไปยอมยกใจสำคัญที่มีเพียงดวงเดียวให้กันละเจ้าบ้า ฉันคือซากุโนะฟิวเตอร์ผู้ชำระล้างนะ ถึงตายฉันก็ไม่ยอมยกใจสำคัญที่มีเพียงหนึ่งเดียวให้หรอก” ซากุโนะตวาดออกมา

“แล้วยังไงละ ซากุโนะฟิวเตอร์ผู้ชำระล้าง เจ้าจะชำระล้างจิตใจที่เต็มไปด้วยความแค้นของข้าได้ยังงั้นหรอ ช่างน่าขำซะจริงๆ ก่อนหน้านี้ก็มีแม่มดโง่เง่าคนหนึ่งที่คิดจะชำระล้างนัวร์ฮาร์ทแห่งความริษยา จงออกมาซะสิชินเนมอน” และแล้วแมวตัวหนึ่งซึ่งมีนัยน์ตาสีม่วงอเมทิสต์ก็เดินออกมาจากมุมมืดพร้อมกลิ่นหอมของชินเนมอนอันเป็นเอกลักษณ์ที่กำจายออกมา

“กลาซ ชัยชนะตกเป็นของเจ้าแล้ว จงหยุดการโจมตีของเจ้าลง โลกเวทย์มนต์นี่เจ้าเป็นคนสร้างขึ้นมา เจ้าจะทำลายลงกับมือของเจ้าหรือ”

“หุบปากไปซะชินเนมอน ไม่รู้ตัวหรือไงว่าเจ้าเองไม่มีพลังมาตั้งนานแล้ว เอาละซากุโนะจังจงมอบหัวเจ้าที่แสนสำคัญของเจ้ามาให้ข้าซะจะดีกว่า จะได้ไม่ทรมาน”

“ซาลันเต้ รีดัสโต้ หัวใจอันส่องประกายด้วยความกล้าหาญจงออกมา”

“แว่บ” ประกายแสงจากใจอันแสนสำคัญที่หลุดออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่คอยๆ ร่วงพราวลงมา แล้วร่างบอบบางก็ค่อยๆทรุดฮวบลงนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น

ไม่นะซากุโนะ โฮโนกะที่ย้อนกลับมาช่วยซากุโนะกรีดร้องขึ้นอย่างขวัญเสีย เมื่อเห็นซากุโนะทรุดลงไปแน่นิ่งอยู่ที่พื้นต่อหน้าต่อตาของเธอ

เจ้านายสิ่งที่สามารถชำรำล้างนัวฮาร์ทในจิตใจของกลาซได้มีเพียงเขายูนิคอนของข้าเท่านั้น

ฮาปี้ แล้วเธอจะไม่ป้นไรเหรอ

ไม่ขอรับเจ้านาย เพราะเขาของยูนิคอน คือ Prince heart ที่บริสุทธิ์ที่สุด ยูนิคอนเป็นสัตว์วิเศษ เมื่อมอบ Prince heart ให้แล้วก็จะมี Prince heart ดวงใหม่เกิดขึ้นขอรับ ดังนั้นไม่เป็นไรแน่นอนขอรับ ไม่ต้องห่วง ฮาปี้ ยูนิคอนสีขาวปลอดแสนสง่าเอ่ยตอบเด็กสาวผู้เป็นนายตน

งั้นฉันต้องทำยังไง

เจ้านายต้องมีจิตใจที่แน่วแน่ บริสุทธิ์ แล้วร่ายคาถาว่า รีมูฟ Prince heart แอทแทก หัวใจอันบริสุทธิ์จงชำระล้างนัวร์ฮาทร์ให้สิ้น

โอเค พร้อมไหมฮาร์ปี้

พร้อมขอรับเจ้านาย เมื่อยูนิคอนเอ่ยตอบเด็กสาวผู้มีดวงตาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นก็เริ่มร่ายคาถาออกมา

“อ๊ากกกก มันเกิดอะไรขึ้น” กลาซร้องขึ้นอย่างเจ็บปวดพลางกุมมือไว้แน่นตรงตำแหน่งหัวใจ

นังเด็กนั่นทำอะไรกับข้า

วีแซนเต้ ทุกอย่างจงพินาศ กลาซแม้ได้ความมเจ็บปวดแต่เขากลับข่มความเจ็บปวดร่ายคาถาออกมา ทำให้ทุกสิ่งอย่างในบริเวณนั่นพังพินาศไม่เหลือชิ้นดี

“ถ้าซากุโนะชำระล้างมันไม่สำเร็จันจะจัดการต่อเอง โฮโนกะเอ่ยด้วยความมุ่งมั่น ตอนนี้เธอได้แต่ภาวนาให้ซากุโนะเพื่อนแสนดีของเธอซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นปลอดภัย

หลังการระเบิด ฝุ่นควันกระจายไปทั่ว และแล้วทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง พร้อมกับร่างของกลาซที่ทรุดลงกับพื้น ดวงตาสีเขียวมรกตคู่สวยที่ปิดสนิท

มันจบแล้วใช่ไหม โฮโนกะเอ่ยขึ้นเบาๆ

ใช่เจ้าคะ นายน้อยเก่งที่สุดเลย ภูติแห่งดนตรีเอ่ยขึ้น

ขอรับ นัวร์ฮาร์ท ถูกชำระล้างแล้วขอรับ

หลังได้รับคำยืนยันจากฮาร์ปี้ ยูนิคอนแสนสง่าของเธอ ร่างอันบอบบางก็ทรุดฮวบลงไปด้วยความเหนื่อยล้า แม้จะหมดแรงจากการถูกนัวร์ฮาร์ทดึงพลังไปและการต่อสู้เมื่อครู่ แต่ด้วยความห่วงเพื่อน โฮโนกะจึงฝืนลุกขึ้นเดินเข้าไปดูซากุโนะ แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าร่างบางๆ ของซากุโนะเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง

มันเกิดอะไรขึ้นฮาร์ปี้ ทำไมซากุโนะถึงตัวเย็นอย่างนี้ละ โฮโนกะเอ่ยถามเสียงสั่น มือบางๆ พยายามจับจุดชีพจรของซากุโนะ แต่ทว่ามันกลับนิ่งสนิท ในตอนนี้ไนติงเกล นกฟินิกซ์สีทองแสนสวยของซากุโนะกำลังกระพือปีกเป็นวงกว้างส่งเสียงร้องเพลงประหลาด บรรยากาศซึ่งเงียบวังเวงอยู่แล้วยิ่งลงไปอีก เงียบจนชวนให้หวาดหวั่นในหัวใจ

นายน้อยถูกดึงใจดวงสำคัญที่มีเพียงหนึ่งเดียวไปเจ้าคะ ภูติแห่งเปลวไฟเอ่ยขึ้นแล้วน้ำใสๆ ไหลลงมาเป็นสาย

งั้นก็หมายความว่า...

เจ้าคะ

คำตอบรับของภูติแห่งเปลวไฟเปรียบเสมือนดั่งน้ำเย็นจัดที่สาดใส่เข้ามา เสมือนคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้าใส่จนตั้งตัวไม่ทัน ดั่งวายุที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เรื่องราวที่เกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงจนเธอตั้งรบไม่ทัน

ไม่นะซากุโนะ~~~” โฮโนกะกรีดร้องออกมาก่อนจะสติสัมปชัญญะเส้นสุดท้ายจะหลุดลอยไปไกล

 

 

 

ผลงานทั้งหมด ของ จินามิ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 ตุลาคม 2555 / 09:39
    ตอบความเห็นที่ 3

    ได้เลยคะ อัพเมื่อไหร่เราจะบอกทันทีเลย อยากบอกว่าาเรื่องนี้คิดพล็อตนานมากกว่าจะเขียนได้ ดีใจมากเลยคะที่ชื่นชอบ เป็นกำลังใจให้เราต่อไปด้วยนะคะ จะพยายามไม่ให้ผิดพลาด อิอิ  
    #4
    0
  2. วันที่ 8 ตุลาคม 2555 / 09:29
    ชอบเรื่องนี้อ่ะ ><
    มีท่านกลาซ มีนัวฮาร์ทด้วย ชอบพระเอกนางเอกแนวจิกกัดน่ารักดี
    สำภาระ...อันที่จริงต้องเขียนว่า สัมภาระนะจ้ะ ^O^

    เรื่องนี้การบรรยายโอเคมาก แบบนี้กำลังดีเลย
    มีตอนต่อไปเมื่อไร บอกด้วยเน้อ :D
    #3
    0
  3. วันที่ 7 ตุลาคม 2555 / 23:52
    น้ำแข็ง มังกร หอฟินิกซ์ นี่มันเอา เฟรี่เทล + แฮร์รี่ พอตเตอร์ ชัดๆ // me โดนเตะ
    #2
    0
  4. #1 ying
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 20:21
    ว้าว สนุกอะ
    #1
    0