Sweet Fairy Tale เทพนิยายแสนหวานของฉันกับนายจอมป่วน

ตอนที่ 5 : ความในใจของเจ้าชายเย็นชาและคำสารภาพของเจ้าพ่อคาสโนว่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 ก.ค. 55

 วันนี้ฉันมาช่วยฮารุกับโคลมเสิร์ฟชาและเค้กต่างๆ เนื่องด้วยลูกค้ามากันแน่นขนัด พวกฉันที่อยู่ในชุดยูกะตะก็ถูกขอถ่ายรูปด้วยจนหัวหมุนตาลายไปกับแสงแฟลต ฮารุกับโครมก็ช่วยกันคิดเงินให้ลูกค้าจนเบลอถึงขั้นคิดเงินผิดๆ ถูกๆ กันเลยที่เดียว แต่แทนที่ลูกค้าจะแสดงความไม่พอใจดังเช่นปกติวิสัย แต่แค่เพียงรอยยิ้มและคำพูดขอโทษที่ถูกเอ่ยออกมา ก็ทำให้เหล่าลูกค้าต่างพึงพอใจและเอ่ยออกมาว่า

“ไม่เป็นไรค่ะ/ครับ”

ระหว่างที่เสิร์ฟชาและเค้กต่างๆ อยู่นั่น ฉันก็อดที่คิดถึงคำพูดของพี่ฟูตะที่บอกไว้ก่อนจะเดินทางกลับรัสเซียขึ้นมาไม่ได้

“ผู้ชายคนนั่น พยายามอยู่ห่างๆ เอาไว้ พี่ไม่อยากให้เราต้องเจอกับเรื่องเลวร้าย เข้าใจไหม”

“รับปากพี่ว่าจะไม่ยุ่งกับผู้ชายคนนั่นอีก”

“ค่า พี่เนี้ยละก็” ฉันเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเล็กน้อยที่ลอดผ่านริมฝีปากบางอวบอิ่มสีเชอร์รี่ออกมา แต่ความเหม่อลอยทำให้ฉันที่ช่วยเสิร์ฟชาอยู่เดินชนเข้ากับใครก็ไม่รู้ แรงปะทะมากพอที่จะทำให้ฉันเสียหลัก ร่างบางถูกรวบเข้าสู่อ้อมแขนแข็งแกร่งซึ่งมาช่วยไว้ได้ทันท้วงที แต่ทว่าชาดาร์จิลิ่งร้อนๆ สีสวยกลิ่นหอมกรุ่นที่อยู่ในมือหกใส่ร่างสูงเข้าเต็มที่ ร่างบางก้มหน้างุด ริมฝีปากบางอวบอิ่มสีเชอร์รี่เตรียมเอ่ยคำขอโทษและขอบคุณถ้าไม่ได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากร่างสูงริมฝีปากบางเฉียบเข้าซะก่อน

“ซุ่มซ่าม เดียวโดน...” ประโยคดังกล่าวยังไม่ทันได้หลุดออกมาพ้นริมฝีปากดีร่างสูงที่จับร่างบางไว้ก็ต้องชะงักเมื่อรู้ว่าคนที่เข้ามาชนเขาเป็นใคร ฝ่ายร่างบางเองก็ชะงักเมื่อนัยน์ตาสีน้ำผึ้งหวานซึ้งได้ประสานสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลคมกริบดุจใบมีด ก่อนจะรีบผละออก

“นายเคียวตัดหญ้า” หญิงสาวร่างบางอุทานออกมาด้วยความตกใจ

“ยัยสัตว์กินพืชจอมซุ่มซ่าม เมื่อกี้เธอเรียกฉันว่าไงนะ” เจ้าของนัยน์ตาคมกริบสีดำดุจรัตติกาลเอ่ยออกมา คิ้วเรียวบางขมวดแน่นเป็นปม ยามาโมโตะที่ยืนอยู่ใกล้กันรีบเข้ามากอบกู้สถานการณ์ทันที

“เอาน่า ฮิบาริ วันนี้นายมาเป็นเพื่อนฉันกินเค้กนะ ห้ามก่อเรื่องเด็ดขาด”

“สวัสดีค่ะ ยามาโมโตะคุง วันนี้มาทานเค้กหรือค่ะ งั้นเชิญเลยค่ะ” ฉันเชื้อเชิญยามาโมโตะคุงไปที่โต๊ะโดยทำเป็นลืมใครบางคนที่ยังคงตีหน้ายักษ์ใส่อยู่ แต่ถึงอย่างนั่นเขาก็เดินตามมาแต่โดยดี

“รับอะไรดีค่ะยามาโมโตะคุง”

“ชาคาร์โมมายแล้วกันครับ เออ คือผมอยากเห็นหน้าคนอบเค้กนะครับ” เขาเอ่ยออกมาแล้วยกมือขึ้นเกาศีรษะแก้เขิล ซึ่งสำหรับฉันมันน่ารักมากที่เดียว

“ยามาโมโตะคุงคงอยากเจอเคียวโกะจังซินะค่ะ เธอเป็นคนอบเค้กของที่นี่”

“แล้วคุณเคียวตัดหญ้าละค่ะ จะรับอะไรดี” ฉันหันไปส่งรอยยิ้มให้แล้วจงใจดัดแปลงชื่อของเขาซะใหม่

“เธอกล้ามากนะ ที่ทำแบบนี้กับฉัน”

“ฉันยังมีอะไรอีกเยอะที่คุณไม่รู้ค่ะคุณเคียวตัดหญ้า”

“ฉันไม่เห็นว่าจะผิดกฎหมายตรงไหนถ้าจะเรียกคุณว่าเคียวตัดหญ้าเพราะมันเข้ากับหน้าของคุณ และถ้าคุณเคียวตัดหญ้าไม่สั่งอะไร งั้นฉันขอตัวไปส่งออร์เดอร์ก่อนนะค่ะ” ร่างบางกล่าวจบก็หมุนตัวแต่โดนคว้าข้อมือไว้

“ฉันอยากกินพายแอปเปิลฝีมือเธอ ทำให้ฉันกินได้หรือเปล่าละ” ฉันหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยด ก่อนเอ่ยออกไปอย่างไรไมตรี

“เห็นทีคงจะไม่ได้นะค่ะ เพราะฉันไม่เคยคิดจะทำให้ใครกินนอกจากพี่ชายและเพื่อนของตัวเอง”

“ตกลงว่าคุณเคียวตัดหญ้ารับพายแอปเปิลซินะค่ะ” 

“กรุณารอสักครู่นะค่ะ เดียวฉันจะให้เคียวโกะจังออกมาคุยด้วยนะค่ะคุณยามาโมะโตะ”

ผ่านไปไม่นาน เคียวโกะก็เดินออกมาพร้อมพายแอปเปิลกับชาคาร์โมมาย สนทนากันได้ไม่นานเคียวโกะก็เดินกลับมาด้านในด้วยใบหน้าบึ้งตึง ซึ่งไม่ง่ายที่จะทำให้คนอารมณ์ดีอย่างเคียวโกะโกรธเคืองได้ถึงขนาดนี้ ไม่นานพวกทั้งยามาโมโตะและคุณเคียวตัดหญ้าก็ขึ้นรถยนต์สุดหรูกลับไป

ด้านเคียวยะและยามาโมโตะหลังจากได้ขึ้นมานั่งในรถยนต์สุดหรูของตัวเองแล้ว ยามาโมโตะก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเต็มแม็กซ์ อย่างไม่สนภาพพจน์เลยสักนิด เจ้าตัวหัวเราะจนตัวงอด้วยความขบขัน กว่าเสียงหัวเราะจะซ่าลงได้เล่นเอาฮิบาริ เคียวยะผู้มีความอดทนต่ำชักทอนฟาสีเงินเงาวับออกมา แต่แม้ว่าเสียงหัวเราะจะซาลงไปแต่ท่าทางกลั้นยิ้มจนมุมปากกระตุกก็สามารถจุดอารมณ์อันเดือดดาลให้ปะทุขึ้นได้ไม่ยาก

“สาวน้อยคนนั่นช่างกล้าจริง สงสัยนี่จะเป็นตัวจริงของนาย ฮิบารินายโดนต้อนซะจนมุมเลย ” เสียงห้าวเอ่ยอออกมาพร้อมรอยยิ้ม

“นั่นซินะ ฉันยังสงสัย ตัวเองคงแพ้ทางแม่สาวนี้ซะแล้ว”

“คุณเจ้าของร้านสาวสวยเรียกนายว่าไงนะ เคียวตัดหญ้าหรอ อยากจะขำกลิ้งไปเลยจริงๆ ให้ตายเหอะ”

“สาวน้อยคนนั่นสักวันฉันจะเอาคืนทั้งต้นทั้งดอกเลยละ”

“เอาเถอะ เลิกพูดเรื่องฉันได้แล้ว ว่าแต่นายละเป็นไงบ้างกับสาวน้อยเคียวโกะ ไปทำเนียนใส่อย่างนั่น แม่นั่นไม่ประเคนฝ่ามือให้ก็บุญแล้ว”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั่นซินะ สงสัยคราวหลัง ถ้าจะเนียนคงต้องให้แนบเนียนหน่อย”

“นี่ฮิบาริ นายว่าไหม ร้านนี่มาอะไรน่าสนใจเยอะเลย” แล้วเสียงหัวเราะร่วนด้วยความถูกใจก็ดังขึ้นก่อนเอ่ยประโยคต่อมา

“ฉันคิดว่าเคียวโกะคือตัวจริงของฉัน ฉันจะสลัดคราบหนุ่มคาสโนวาแล้วว่ะ”

“หรอ อย่างแกที่ไม่เคยขาดผู้หญิงเนี้ยนะ แกจะทำได้หรอ”

“ได้ซิ แล้วแกจะได้เห็น ฉันเลือกแล้วว่าจีบเคียวโกะจังอย่างจริงจัง”

“เออ โชคดีแล้วกัน”

“แล้วแกละ ท่าทางเข้ากับคุณเจ้าของร้านร่างเล็กได้ดีเลยนะ”

“ไม่หรอก ฉันแค่รู้สึกว่าเหมือนใครบ้างคนในห้วงคำนึงของฉัน”

“ฉันต้องพิสูจน์บางอย่างก่อนว่าใช่อย่างที่คิดหรือเปล่า”

“เพราะทุกสัมผัสและกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ปะทะเข้ากับจมูกมันทำให้นึกถึงใครคนนั่นขึ้นมา”

ฮิบาริเอ่ยตอบ ใบหน้าคมเข้มได้รูปจะสลดลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่อยู่ในห้วงคำนึงของตนนั่นอยู่ใกล้แค่เพียงเอื้อมมือ สมดังคำกล่าวที่ว่า

ไกลสุดขอบฟ้า..ใกล้เพียงสายตา[1]



[1] จากเรื่ององค์กำมะลอภาคแรก

7 ความคิดเห็น

  1. #5 หญิง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2555 / 17:07
    ว้าว กำลังสนุก อัพต่อนะคะ สู้ๆ
    #5
    0