Peter F Grandelneriet
ดู Blog ทั้งหมด

[อีเวนท์ewaw ดองเก็บไว้ที่นี่]

เขียนโดย Peter F Grandelneriet
เอ็กทีนมีปัญหาเลยเอามาดองที่นี่ :v
ทั้งนี้ทั้งหมดก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือจัดหน้าใหม่ เป็นไปได้ก็อย่าเพิ่งส่องนะครับ สำหรับคนที่มาเห็น ฟฟฟฟฟฟ


D.1
Mamilla Hotel

/Mt.Zion DormitionAbbey
/DavidTomb
/ChurchofSaintPeterinGallicantu
/MahaneYehuda


D.2
/TowerofDavid
viaDolorosa
ChurchoftheFlagellation
GoldenDome
Al-Aqsa
WailingWall


D.3
MountOlive
GrottoofGethsemane
KidronValley


 
คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนเรื่อง Axis Powers Hetalia เป็นคอมมูที่สมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ ซึ่งคอมมูนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น
 
 

รหัสนักเรียน : 132004

ชื่อเมือง/รัฐและชื่อประเทศ : Jerusalem / Israel

ชื่อนักเรียน : Salem Melchizedek

 

/อยากแปะ[?] ชุดนักเรียนกับชุดไปรเวท

 

ชี้แจง 

- ภาพสถานที่ทั้งหมดจขบ.ไม่ได้ถ่ายเอง ใส่เครดิตไว้ในภาพแล้วครับ

- จขบ.ไม่เคยไปเมืองนี้ ฉะนั้นข้อมูลผิดพลาดก็ขออภัย 

- ถ้ามีลิงค์ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่หรือข้อมูลใดๆก็ตาม จะมีเครื่องหมาย ◆ อยู่หลังชื่อสถานที่หรือข้อมูลนั้นๆ สามารถคลิกเข้าไปดูได้ /ซึ่งเครดิตก็อยู่ในลิ้งนั้นแล(?)

เพื่อความคมชัดของรูปภาพแล้ว เราไม่กลัวบล็อกแหก

 

ขอบคุณครับ

 

 

==========================================

 

ชาโลม...

เผื่อว่าจะจำกันไม่ได้ ฉันคือจิตวิญญาณของกรุงเยรูซาเลม 

ฉันได้รับงานมา..

งานที่ต้องพาบุคคลที่ไม่รู้จักหน้าค่าตาคนหนึ่งมาเที่ยวเมือง 

เขาคือนายเอ ..ชื่อพิลึก หน้าตาพิลึกกว่า 

กว่าจะได้กลับเข้ามาเหยียบที่นี่อีกรอบ เหนื่อยทีเดียวล่ะ

เพราะอะไรล่ะ.. พาสปอร์ตเจ้าปัญหาของเขามีประทับว่าเคยไปประเทศต่างๆมาเกือบรอบโลก ไม่เกือบล่ะ รอบเลย..

ถึงจะมีรายชื่อประเทศอาหรับอยู่ไม่มาก แต่ก็ยังมี ..อย่างน้อยก็อิหร่านล่ะ

ฉันต้องเจรจากับคนในด่านตรวจอยู่นาน นานเกือบสัปดาห์ เพื่อยืนยันว่านายคนนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอก...มั้ง

เรื่องส่วนตรงนี้ฉันขอข้ามแล้วกัน ไม่เล่านะ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

ที่นี่คือสนามบินเบนกูเรียน คนเยอะอย่างที่เห็นล่ะ... ปีที่แล้ว(2012) มีจำนวนผู้โดยสารกว่า 13,100,000 คน เป็นสนามบินนาชาติหลักของประเทศ เป็นประตูเชื่อมระหว่างประเทศ ตั้งอยู่ใกล้กับย่านชานเมืองล็อด 19กิโลเมตร(12ไมล์)จากใจกลางเมืองเทลอาวีฟ ถือเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลก มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย , ตำรวจอิสราเอล , IDF , ทหารตำรวจชายแดน ประจำการอยู่เกือบทุกจุด มีการดำเนินงานทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ เพื่อป้องกันระมัดระวังและตรวจสอบภัยคุกคามที่เป็นไปได้ใดๆในสนามบิน ที่มีโอกาสเป็นเป้าหมายในการโจมตีของผู้ก่อการร้าย ..ที่นี่เป็นเป้าหมายอันดับต้นๆของผู้ก่อการร้ายทั้งหลายด้วย นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา

เนื่องจากสนามบินไม่ได้ตั้งอยู่ที่เยรูซาเลม จึงต้องนั่งรถมา ที่นี่นั่งรถตู้จะปลอดภัยกว่า ฉันจำงพาเขาขึ้นรถตู้

พวกเราก้าวเท้าออกมาจากรถตู้ได้โดยสวัสดิภาพ 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

.

ยังไม่เย็นขนาดนี้หรอกนะ...

ยินดีต้อนรับสู่กรุงเยรูซาเลม

นครอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอับราฮัมทั้งสาม หนึ่งในเมืองที่มีความเก่าแก่แล้วความเป็นมาที่แสนยาวนาน เมืองหลวงเก่าของชาวยิว พระนิเวศน์ของพระเจ้าตั้งอยู่ที่นี่ เมืองที่พระเยซูสิ้นพระชนม์โดยการตรึงกางเขน สถานที่ที่สำคัญเป็นลำดับสามของอิสลาม นบีมูฮัมหมัดเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ที่เมืองนี้ เมืองที่เกิดสงครามมากครั้งที่สุดกว่าเมืองอื่นในในโลกนี้ ถูกใช้เป็นสนามรบมามากกว่าสามสิบเกือบสี่สิบครั้ง 

อุ่...เรื่องสุดท้ายไม่น่าพูดเลย

แค่ก... /ดื่มน้ำ/ พูดรัวไปหน่อย...ไม่มีเวลาหายใจ...(?)

เดี๋ยวก่อน สายตาหวาดกลัวของนายเอที่จับจ้องมายังฉันนั่นมันอะไรกัน ...เอาเถอะ คนภายนอกอาจคิดอย่างนั้น คิดว่าฉันน่ากลัว ไม่กล้าเข้าใกล้ ไม่กล้าแตะต้อง...

มาเยี่ยมแล้วเดี๋ยวก็รู้เอง

ว่าความคิดแบบนั้น มันผิดหรือถูก

 

-------------------------------------------

ก่อนอื่นขอแปะแผนที่เมือง 

 

สถานที่แรกที่พาไปคือ อนุสรณ์สถานยาด-วาเชม  (Yad Vashem Holocaust Memorial) เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างเพื่อระลึกถึงชาวยิวที่เสียชีวิตในช่วงสงครามโลก ภายในมีการเก็บรวบรวมและบันทึกรายชื่อชาวยิวผู้เคราะห์ร้ายสองในสามของหกล้านคนที่ถูกสังหารโดยทหารนาซีและผู้สมรู้ร่วมคิดของพวกเขา แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของทหารนาซีในความพยายามทำลายล้างเผ่าพันธ์ของชนชาติยิวซึ่งเป็นชนชาติที่พระเจ้าเลือกสรร ทำให้เราตระหนักถึงพระสัญญาของพระเจ้าต่ออับราฮัมที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

...../น้ำเสียงโมโนโทนลงเรื่อยๆ/

อย่างที่ว่าไปว่าสองในสาม ...อีกกว่าสองล้านรายชื่อที่ไม่มีการปรากฏในอนุสรณ์สถานแห่งนี้ 

มันเป็นหน้าที่ของพวกฉันที่ต้องรวบรวมรายชื่อของพวกเขา ...จนกว่ารายชื่อของพวกเขาทั้งหมดจะได้รับการกู้คืน

 

 

 

ใช่แล้ว ในเหตุการณ์นั้น พวกเขาทั้งหลายไม่ได้ตายฟรีหรอก ...เพราะพวกฉันไม่มีทางยอมเสียอะไรไปโดยฟรีๆไงล่ะ

 
------------------------------------------------

เสร็จจากที่นั่นก็ไปโรงแรม
แค่เอาของไปเก็บน่ะ ยังไม่ให้พักหรอก..(?)






ที่นี่คือ Mamilla Hotel ตั้งอยู่ใกล้ประตูจัฟฟา ถือว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมระดับเวิล์ดคลาส จากตรงนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพของกำแพงร้องไห้



ABOUT MAMILLA HOTEL IN JERUSALEM












ที่สำคัญ ที่นี่มีไวไฟฟรี

เว็บไซต์โรงแรม >> http://www.mamillahotel.com/

โรงแรมนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่19 นอกกำแพงเมืองเก่าและอยู่ติดกับประตูจัฟฟา ถือเป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองเก่าและเมืองใหม่ พื้นที่แถบโรงแรมนี้เคยเป็นย่านการค้านอกเขตเมืองเก่าที่เก่าแก่ที่สุดในช่วงจักรวรรดิออตโตมัน

เนื่องจากโทรจองไว้นานแล้ว จึงไม่มีปัญหาระหว่างเช็คอิน








......อย่าเพิ่งนอนสิ........


------------------------------------------------

หลังจากแซะเขาออกมาจากเตียงแล้ว ก็พาออกไปที่ภูเขาศิโยน ซึ่งปัจจุบันเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนนครเยรูซาเลม หรือเมืองที่พระเจ้าเลือกสรร เมื่อก่อนชาวอิสราเอลก็ถูกเรียกว่า ชาวไซออน (ผปค.เพิ่งรู้มาว่า คำไวยพจน์(syn.)ของศิโยน(Zion)สามารถแปลว่าสวรรค์(Heaven) ได้ด้วย 'ดินแดนแห่งศิโยน' ในท่อนสุดท้ายของเพลงชาติอิสราเอล หมายความอีกนัยหนึ่งว่า 'ดินแดนแห่งสวรรค์')

ที่นี่เมื่อก่อนในสมัยพระเยซูอยู่ในกำแพงเมือง แต่ปัจจุบันอยู่นอกกำแพงเมือง ใกล้กับประตูศิโยน ทางทิศใต้ของเมืองนี้ 

 

-----------------------------

จากนั้นไปชมสุสานของกษัตริย์ดาวิด(King David”s Tomb) ; ดาวิด แปลว่า เป็นที่รัก

ดาวิดเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่สองของราชอาณาจักรอิสราเอล กล่าวกันว่ามีคุณธรรมและเป็นนักการทหารที่มีความสามารถ เชื่อกันว่าเป็นผู้เขียนเพลงสดุดี (Psalms) หลายเพลง เรื่องราวชีวิตของพระองค์ที่บันทึกไว้ใน หนังสือซามูเอลเล่มที่ 1 ตั้งแต่บทที่ 16 เป็นต้นไปและหนังสือพงศาวดาร

สำหรับศาสนายูดาย เป็นมหาราช ปฐมกษัตริย์ที่แท้จริง ผู้รวบรวมวงศ์วานอิสราเอล

สำหรับศาสนาคริสต์ พระเยซูสืบเชื้อสายมาจากพระองค์

สำหรับศาสนาอิสลาม เรียกว่า นบีดาวูด เป็นเราะซูลของอัลลอฮ์

และนี่คือส่วนหนึ่งของรูปสลักของพระองค์ ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี

ฉันไม่ได้ทาบทามใครในโรงเรียนทั้งนั้น 


มัวแต่พูดเรื่องกษัตริย์ จนลืมเรื่องสถานที่ [....]

สุสานนี้ตั้งอยู่ในมุมส่วนล่องของซากสุเหร่าศิโยนในโบสถ์ไบเซนไทน์ ตั้งแต่สมัยไบเซนไทน์ไปจนถึงศตวรรษที่4มีการระบุว่าสถานที่นี้เป็นเคนาเคิล(cenacle)ของเยซูและสถานที่นัดพบเดิมของศาสนาคริสต์ 

ทุกเทศกาลเพ็นเทคอสต์หรือ ชาวูโอต(50วันหลังจากเทศกาลปัสกา)ชาวยิวจะมาจุดเทียน 150 เล่มเพื่อระลึกถึงกษัติรย์ดาวิดผู้ประพันธ์พระธรรมสดุดี 150 บทที่ชาวยิวใช้ในการร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าในวันสะบาโต 

ฉันพาเขาเดินขึ้นไปห้องชั้นบน (upper room) ซึ่งเป็นสถานที่ๆพระเยซูทรงร่วมรับประทานอาหารกับเหล่าสาวก และเป็นสถานที่ๆเหล่าสาวกจำนวน120คน(กจ.2)ได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ในวันเพ็นเทคอสต์ 

ภายในห้องรับประทานอาหาร เมื่อนำมาเปรียนเทียบกับภาพวาด the last supperของดาวินชี ...ภาพวาดกับภาพที่เห็นต่างกันมากทีเดียว ส่วนจริงเท็จแค่ไหน ก็แล้วแต่วิจารณญาณ

[*แทรก] พิพิธภัณฑ์ท่านนบี สถานที่ประวัติศาสตร์ของอิสลาม

ขอแทรกประวัติพระเยซู

หลังจากที่พระเยซูได้ประกาศศาสนา ได้มีโอกาสสั่งสอนให้คนเป็นคนดีมีเมตตา มีความรักต่อกันและกัน รวมทั้งได้ อนุเคราะห์ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้เจ็บป่วย ผู้ไม่มีที่พึ่งทางใจ กำลังประสบผลสำเร็จอย่างน่าพอใจยิ่ง โดยใช้เวลามาเพียง 3 ปี ชีวิตของพระเยซูก็จะมาถึงซึ่งอวสาน การอวสานของพระเยซูได้เกี่ยวเนื่องกับพิธีกินเลี้ยง(ขนมปังไม่มีเชื้อ) ที่เรียกว่าเทศกาลปัสกา เพื่อเป็นอุนสรณ์ถึงวันที่โมเสลพาชาวยิวหนีออกจากอียิปต์พ้นจากความเป็นทาสได้ อันเป็นอาหารมื้อสุดท้าย พระเยซูได้ประทับนั่งบนโต๊ะยาวพร้อมอัครสาวก 12 คน ดูเหมือนพระเยซูจะทรงรู้ล่วงหน้าด้วยวิญญาณว่าจะมีคนมาตามจับพระองค์ และมีสาวกคนหนึ่งจะเป็นผู้ทรยศต่อพระองค์ ในขณะรับประทานอาหารกันอยู่นั้นพระองค์ได้ตรัสปรารภเรื่องนี้ให้สาวกฟัง สาวกจึงได้ทูลถามว่าจะเป็นใครในบรรดาพวกตน 

พระเยซูจึงได้รับสั่ง "ก็ผู้ที่เอาขนมปังจุ่มในชามเดียวกับพระองค์นั้นแหละที่จะเป็นผู้ทรยศ” “คนเช่นนั้นเกิดมาก็เสียทีเกิด”

ถึงกับรับสั่งต่อไปว่า ยูดาสาวกคนที่12 ได้ฟังเช่นนั้นคงจะรู้สึกตัวถึงกับถามพระเยซูว่า “ท่านอาจารย์หมายถึงข้าพเจ้าหรือ”

พรเยซูกับตรัสว่า “ขนมปังนี้เท่ากับเนื้อร่างกายของพระองค์”

แล้วทรงหยิบแก้วไวน์ขึ้นพร้อมกับรับสั่งว่า “เท่ากับโลหิตของพระองค์เป็นโลหิตแห่งสัญญา ขอให้ทุกคนจงทานและดื่ม เราจะไม่ได้เสวยร่วมกันอีกจนกว่าได้ร่วมกันใหม่ในอาณาจักรแห่งพระเจ้า (Kingdom of god)”

เมื่อรับประทานเสร็จก็ได้พร้อมกันร้องเพลงสรรเสริญเกียรติคุณ ของพระเจ้า แล้วพระเยซูก็ได้เสด็จเดินทางพร้อมกับสาวกไปยังภูเขามะกอกเทศ (Mount of Olives) แต่ปรากฎว่าระหว่างทาง ยูดาสาวกผู้ทรยศได้แอบหนีไป พรเยซูจึงได้ตรัสเตือนสาวกที่เหลือ 11 คน ให้รักซึ่งกันและกันว่า

          “เรารักเจ้าทั้งหลายมาแล้วฉันใด

          เจ้าจงรักซึ่งกันและกันด้วยฉันนั้น

          คนทั้งปวงจะรู้ได้ว่าเจ้าเป็นเหล่าสาวกของเรา

          ก็เพราะว่าเจ้าทั้งหลายรักซึ่งกันและกัน”

 --------------------------------------
 

หนึ่งในสถานสำคัญที่ที่อยู่บริเวณภูเขาศิโยนคือ โบสถ์อัครสาวกเปโตรชาวกาลิลี,วัดนักบุญเปโตรที่ไก่ขัน (The Church of Saint Peter in Gallicantu)  เป็นโบสถ์คาทอลิก ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันออกของภูเขาศิโยน 

Galicantu เป็นศัพท์ภาษาละตินแปลว่า cock's-crow (ไก่ขัน) ที่นี่เป็นบ้านของปุโรหิตคายาฟาส และเป็นสถานที่ที่เปโตรปฏิเสธพระเยซูก่อนไก่ขันถึงสามครั้ง 

...แด่ชาวคริสต์ทั้งหลาย

แม้แต่ผู้ทีเป็นอัครสาวกผู้ที่อยู่ใกล้ชิดพระเยซูคริสต์ เห็นการอัศจรรย์มากมายผ่านพระหัตถ์ของพระเยซู แต่เมื่อเผชิญสถานการณ์ที่่ยากลำบาก ทหารโรมันจะมาจับตัวไปขัง แม้แต่อัครสาวกเปโตรยังปฏิเสธว่าไม่รู้จักพระเยซูเพื่อเอาตัวรอดจากการจับกุม 

 ดังนั้นชีวิตของเราของเช่นเดียวกันอย่าคิดว่าเรามั่นคงดีแล้ว เมื่อวันหนึ่งเมื่อมีการทดสอบมาถึงเรา เกรงว่าเราจะปฎิเสธพระเยซูคริสต์ 

(มาระโก 14:30) พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ในวันนี้ คือคืนนี้เอง ก่อนไก่จะขันสองหน ท่านจะปฏิเสธเราสามครั้ง”

(1โครินธ์ 10:12)) เหตุฉะนั้นคนที่คิดว่าตัวเองมั่นคงดีแล้ว ก็จงระวังให้ดี กลัวว่าจะล้มลง

ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปีค.ศ.457 ภายหลังในปี1010ถูกทำลายลงโดบกาหลิบฟาห์ติมิด อัล-ฮาคิม บี-อมาร์ อัลลาฮ์ ได้รับการสร้างขึ้นใหม่โดยนักรบครูเสดในปี1102 หลังจากกรุงเยรูซาเลมล่มสลาย โบสถ์นี้ก็กลายเป็นซากปรักหักพังอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งปี1931

นายเอบอกว่า สร้างแล้วถูกทำลาย สร้างใหม่แล้วกลายเป็นซากอีก 

..นี่แค่สองรอบ มีสถานที่อื่นที่มีประวัติถูกทำลายแล้วสร้างใหม่ซ้ำไปซ้ำมายิ่งกว่านี้อีก เดี๋ยวจะพาไปชม แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา

ภายในโบสถ์

File:Sculpture of Jesus at Gallicantu Peter's Church.JPG

File:Engraved art work at Gallicantu Peter's Church.JPG

File:Art at Gallicantu Peter's Church.JPG


-------------------------------------------------------
 

มาถึงตรงนี้สงสัยกันบ้างรึเปล่าว่าศพของพระเยซูฝังอยู่ที่ไหน?

ตามหลักศาสนายิวสมัยพระเยซู เมื่อมีคนตาย ศพจะถูกนำไปฝัง เมื่อศพเน่าเปื่อยจนเหลือแต่โครงกระดูก ญาติพี่น้องก็จะขุดโครงกระดูกขึ้นมา แล้วนำไปฝังใหม่ที่หลุมฝังศพของครอบครัว เพราะฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าที่ฝังศพของพระเยซูมีมากกว่า 1 ที่ 

ยังไม่มีใครรู้แน่นอนว่าสถานที่ที่แน่ชัดนั้นอยู่ที่ไหน มีสถานที่บางที่ ที่ชาวคริสต์เชื่อว่าเป็นที่ฝังศพของพระเยซู ซึ่งคือการ์เด้นทอมบ์หรืออุโมงค์สวนองุ่น (garden tomb) เป็นสุสานหินตัดซึ่งถูกค้นพบในปี1867 ชาวคริสต์จำนวนมากเชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ใช้เก็บพระศพของพระเยซูหลังจากเชิญพระศพลงมาจากกางเขน ซึ่งหากศึกษาตามประวัติศาสตร์น่าจะเป็นบริเวณนี้ แต่ในบางกลุ่มเช่นโรมันคาทอลิกเชื่อว่าพระศพของพระเยซูคริสต์อยู่ที่โบสถ์แห่งสุสานศักดิ์สิทธิ์ (The Church of the Holy Sepulchre) 

 เป็นอุโมงค์ที่ว่างเปล่า ตั้งอยู่ห่างจากกำแพงเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ1กิโลเมตร ใกล้กับประตูดามัสกัส ในบริเวณนั้นมีลักษณะเป็นสวน และอยู่ใกล้ที่ตั้งของเนินหัวกะโหลก (โกลโกธา) สถานที่ประหารพระเยซูโดยใช้วิธีการตรึงกางเขนตามแบบโรมัน

(อสย.53:9) และเขาจัดหลุมศพของท่านไว้กับคนชั่ว ในความตายของท่านเขาจัดไว้กับเศรษฐี แม้ว่าท่านมิได้กระทำการทารุณประการใดเลย และไม่มีการหลอกลวงในปากของท่าน

ทหารโรมันได้ตรึงพระเยซูคริสต์ ณ สถานที่บริเวณนี้ เชื่อว่าพวกเขาตรึงพระองค์บริเวณถนนข้างล่างเนินเขา ไม่ใช่บนเนินเขา เพราะมีเหตุผล 3 ประการ
1.เพื่อให้คนเห็นป้ายแจ้งข้อหา ว่าถูกตึงกางเขน เพราะข้อกล่าวหาอะไร ข้อกล่าวหาที่พวกทหารโรมันตรึงพระเยซูที่กางเขน คือ พระเยซูคริสต์อ้างว่า "พระองค์เป็นกษัตริย์ของชาวยิว" 
2.เพื่อให้คนที่เดินผ่านไปมา ได้กล่าวคำแช่งสาบให้กับผู้ที่ถูกตรึงกาเขน
3.เพื่อให้ได้ยินว่า เวลาผู้ที่ถูกตรึงกางเขนกล่าวคำว่าอะไร ก่อนตาย ประโยคสุดท้ายที่พระเยซูคริสต์กล่าวคือ'เอลี เอลี ลามาสะบักธานี' แปลว่า 'พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย"(มธ.27:46) ก่อนที่จะกล่าวว่า "สำเร็จแล้ว" แล้วพระองค์ก็สิ้นพระชนม์

 

ด้านในอุโมงค์ฝังพระศพเป็นอุโมงค์ที่ว่างเปล่า มีประโยคหนึ่งเขียนบนประตูที่ปากอุโมงค์ว่า "He is not here for He is risen" “พระองค์ไม่ได้อยู่ในนี้ พระองค์ทรงฟื้นขึ้นแล้ว” 

He is not here - for He is risen

ที่นี่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวและผู้นมัสการทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ 8:30-00:00 และ 14:00-17:30 

ที่นี่มักจะเต็มไปด้วยผู้ศรัทธาที่มานมัสการจำนวนนับร้อย จึงต้องมีการจองล่วงหน้า

แน่นอนว่าฉันโทรมาจองระหว่างที่มีปัญหากับพาสปอร์ตเมื่อตอนนั้นเรียบร้อยแล้ว

เขาเรียกว่าใช้เวลาทุกนาทีให้เป็นประโยชน์

ที่นี่เป็นสถานที่ที่เงียบสงบ ถูกเก็บรักษาไว้เพื่อบูชาและนมัสการ มีสถานที่ที่จะนั่งน้ำดื่มและสิ่งอำนวยความสะดวกและแน่นอนว่าต้องมีห้องน้ำ รวมถึงการบริการสำหรับผู้พิการ 

ที่นี่มีร้านของฝากที่ราคาสมเหตุสมผลเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่เล็กน้อย จึงแวะซื้อของฝากให้นายเอ รับประทานอาหารเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินทางกันต่อ

ไปดูประวัติพระเยซูกันบ้าง

หลังจากที่พระเยซูถูกจับแล้วพวกทหารโรมันก็ได้นำไปสู่ที่พิพากษาโทษ คณะกรรมการศาสนาของนักพรตยิว ได้พิพากษาตัดสินให้ลงโทษประหารชีวิตโดย ตรึงไม้กางเขนแต่การประหารชีวิตนั้นต้องนำเสนอขอความเห็นชอบต่อปิลาตผู้เป็นหัวหน้าปกครองโรมัน ชั้นแรกปิลาตก็บ่ายเบี่ยง แต่ในที่สุดก็ต้องประหารชีวิตตามเสียงส่วนมาก เพราะประชาชนร้องบอกว่า “จะรับบาปเอาเอง”

ต่อมาจากนั้นในรุ่งซึ่งเป็นวันศุกร์ พวกทหารโรมันจึงให้พระเยซูแบกไม้กางเขนเดินทางออกไปสู่ตำบลโกลโกธา (ตำบลเนินหัวกะโหลก) อันเป็นสถานที่ประหารคน พร้อมกันนั้นก็ได้นำนักโทษของบ้านเมืองคนอื่นอีก 2 คน เพื่อไปประหารชีวิตโดยตรึงไม้กางเขนเช่นเดียวกับพระเยซู เบื้องซ้ายคนหนึ่ง เบื้องขวาอีกคนหนึ่ง ในระหว่างทางไปสู่ที่ตรึง ณ เนินโกลโกธานั้น ได้ผู้เดินทางตามไปดูเป็นจำนวนมาก มีคนผู้หนึ่งเดินทางตามไปแลร้องไห้ไปพลางด้วยความสงสาร พรเยซูทรงรับสั่งว่า“อย่าร้องไห้สงสารเราเลย จงร้องไห้สงสารตัวเองเถิด

เมื่อเดินทางถึงตำบลโกลโกธาอันเป็นเนินประหารชีวิตแล้ว พวกทหารโรมันก็ได้จับพระเยซูขึ้นตรึงกับไม้กางเขน เพื่อเป็นการประจาน เอาตะปูตอกมือที่มือเหยียดยาวทั้งสองข้าง ส่วนเท้าทั้งสองข้างไขว้ติดกันแล้วเอาตะปูตอก โดยมีนักโทษถูกตรึงในลักษณะเดียวกัน ข้างซ้ายคนหนึ่ง และข้างขวาอีกคนหนึ่ง นับว่าเป็นการประหาร ชีวิตด้วยวิธีที่เหยี้มโหดและเหยียดหยามอย่างโจร ในระหว่างที่ถูกตรึงนั้นพระเยซูได้รับการทรมานอย่างแสนสาหัส ในขณะนั้นก็ได้ทรงขอน้ำดื่มแล้วทรงขอพรจากพระเจ้า และมีคำสั่งว่า “ขอทรงยกโทษให้เขาเพราะเขาได้ทำไปในสิ่งเขาไม่รู้” คำพูดประโยคนี้ดูเหมือนถือกันว่าเป็นปัจฉิมพจน์ของพระเยซู 

อ้าว นายเอ อย่าเพิ่งหลับ...

-----------------------------------

เหนื่อยรึยัง?

อยากพักแล้วเหรอ?

ก่อนจะพัก ไปอีกสักที่แล้วกัน

สวยใช่ไหม นี่คือทัศนียภาพของเมืองทั้งเมือง เมื่อมองจากยอดเขามะกอกเทศ (Mount of Olives) 

เป็นภูเขาในแนวทิศตะวันออกและติดกับย่านเมืองเก่า ภาพที่เห็นก็คือย่านเมืองเก่านั้นล่ะ..ลงจากเขาแล้วจะผ่านประตูเข้าไปที่นั่นกัน ชื่อนี้มาจากสวนมะกอกที่ครั้งหนึ่งเคยปกคลุมไปด้วยเนินเขา ทางตอนใต้ของภูเขาเป็นสุสานโบราณของอาณาจักรยูเดีย ที่นี่ถูกใช้เป็นที่ฝังศพของชาวยิวมานานกว่า 3000 ปีและถือประมาณ 150000 หลุมฝังศพ สำหรับชาวคริสต์ เป็นที่ที่เกี่ยวพันกับเหตุการณ์สำคัญยิ่งในชีวิตของพระเยซู พระองค์เสด็จมาที่ภูเขานี้หลายครั้ง ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการสร้างวัดขึ้นหลายแห่ง เพื่อเป็นการระลึกถึงเหตุการณ์ที่สำคัญในชีวิตของพระเยซูเจ้าบนภูเขามะกอกเทศแห่งนี้ วัดที่ผู้แสวงบุญไปเยี่ยมเคารพทุกวันนี้ล้วนแต่สร้างขึ้นใหม่ บนโครงสร้างเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยไบเซนไทน์และในยุคครูเสด 

นี่คือแผนที่ของวัดแถวๆนี้ แต่ไม่พาไปหรอกนะ เวลาไม่พอนี่นา

1. วัดนักบุญลาซารัส ของคณะฟรังซิสกัน ที่พระเยซูปลุกลาซารัสจากความตาย อยู่บนภูเขามะกอกเทศ ที่หมู่บ้านเบธานี

2. วัดเบทฟายี ของคณะฟรังซิสกัน 

3. วัดพระมหาทรมาน หรือ วัดนานาชาติ (Church of All Nations) ของคณะฟรังซิสกัน อยู่ในสวนเกทเสมานี 

4. วัดหลุมศพแม่พระ (Mary's Tomb) ของนิกายกรีกออร์ธอร์ด๊อกซ์ อยู่ในหุบเขาขีดโรน 

5. วัดพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ (Chapel of Ascension) อยู่ในเขตของชาวมุสลิม 

6. วัดพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ (Augusta Victoria) ของนิกายลูเธอลานเยอรมัน 

7. วัดนักบุญมารีอามักดาเลนา (Mary Magdalena) ของนิกายรัสเซียออร์ธอร์ด๊อกซ์ 

8. วัดข้าแต่พระบิดาของเรา (Pater Noster) อยู่ในอารามของซิสเตอร์คณะคาร์เมไลต์ 

9. วัดพระเยซูเจ้าทรงกันแสง (Dominus Flavit) วัดคาทอลิกของคณะฟรังซิสกัน 

10. วัดพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ ของนิกายรัสเซียออร์ธอร์ด๊อกซ์ 

------------------------------------

สมควรแก่เวลา 

รถตู้พาพวกฉันไปที่ประตูจัฟฟา ซึ่งเป็นประตูหลักที่เข้าสู่เมืองเก่าจากเยรูซาเลมตะวันตก อยู่ในฝั่งของชาวคริสต์(Chtistian Quarter) (ผปค.ว๊อยซ์ : เหมือนมันอ้อมโลกชอบกล จากภูเขามะกอกเทศแล้วจะอยู่ใกล้ประตูฝั่งอิสลามมากกว่า ซึ่งอยู่คนละทิศกันเลย.../ซับ )

 (<ภาพประตูจัฟฟาในปี1918)

ได้เวลาบอกลารถตู้เพียงเท่านี้ 

ฉันเรียกลูกหาบสักคนสองคนมาช่วยถือสัมภาระ เดินลอดผ่านประตูจัฟฟามาด้วยกัน เข้ามาถึงเขตเมืองเก่าได้โดยสวัสดิภาพ

สถานที่แรกที่จะไปคือ ใช่แล้ว ที่นี่ล่ะ

Photos of Gloria Hotel, Jerusalem

Photos of Gloria Hotel, Jerusalem
 

โรงแรม Gloria Hotel ตั้งอยู่แถวๆนี้ ฉันจึงพานายเออ้อมโลกมาที่นี่ไงล่ะ

Photos of Gloria Hotel, Jerusalem
 
Photos of Gloria Hotel, Jerusalem
 
Photos of Gloria Hotel, Jerusalem
 
Photos of Gloria Hotel, Jerusalem
 
Photos of Gloria Hotel, Jerusalem
 
Photos of Gloria Hotel, Jerusalem
 
โรงแรมนี้เพิ่งปรับปรุงใหม่ได้ไม่นาน มีบรรยากาศความสะดวกสบายทันสมัยผสานกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่เมืองแห่งนี้ได้อย่างลงตัว ประกอบด้วยห้องนอนพร้อมเครื่องปรับอากาศและห้องน้ำในตัวจและโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม จำนวนกว่า100ห้อง ตั้งอยู่ใกล้บาร์และแหล่งช็อปปิ้ง มีพื้นที่สำหรับพักผ่อน ร้านอาหารของที่นี่มีที่ว่างสำหรับรับรองลูกค้าได้ถึง180ราย มีบริการอาหารทั้งแบบดั้งเดิมและนานาชาติด้วยเมนูที่มีคุณภาพ รวมทั้งแบบบุฟเฟต์

..../สาธารยายข้อมูลโรงแรม

อ้าว ไม่ได้ฟังกันเลยนี่นา /หันไปมองนายเอที่ขึ้นเข้าห้องนอนเรียบร้อย

 

พักก่อนก็ได้ เดินทางอ้อมไปอ้อมมาคงเหนื่อยไม่น้อย 

-----------------------------------

 เริ่มเย็นแล้ว

ตื่นสักทีสิ เฮ้....

.

.

เย็นสวัสดิ์ ไปต่อกันเลย เวลามีไม่มาก

    

ฉันพาเขาไปหาอาหารกิตที่สลาดสุมาฮาเน-เยฮูดา เป็นตลาดสดกลางแจ้งสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ชาวบ้านแถวนี้เรียก มาชเน(Machne) หรือ ชุค(Shuk) เมื่อก่อนเป็นตลาดเปิดโล่ง แต่ปัจจุบันหลังคาครอบคลุมอยู่บางส่วน เป็นตลาดที่นิยมสำหรับชาวเมืองและนักท่องเที่ยว มีร้านขายผัก ผลไม้ตามฤดูกาล อาหารสด สินค้าอบ ปลา เนื้อ ชีส ถั่ว เมล็ดพืช เครื่องเทศ เหล้า ไวน์ เสื้อผ้า รองเท้า สิ่งทอ งานมือต่างๆ ฯลฯ กว่า250ร้าน พื้นที่โดยรอบตลาดหรือที่เรียกว่าแคมป์ยูดาห์ มีร้านขายฟาลาเฟล ชวามาร์ น้ำผักผลไม้ บาร์ ร้านกาแฟ ร้านอาหารอยู่มากมาย ราคาย่อมเยา ตลาดนี้มีสีสันและคึกคักโดยเฉพาะในวันพฤหัสและศุกร์ที่ผู้คนออกมาซื้อของเก็บตุนไว้ในช่วงชาบัท ทุกบ่ายวันศุกร์ตลาดนี้จะปิดหลังจากมีเสียงแตรเป่า จนกระทั่งหมดชาบัท ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวยิวเชื่อว่าพระเจ้าทรงสร้างโลกเสร็จในวันนั้น โอะ เริ่มนอกเรื่อง กลับเข้าเรื่องต่อ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าตลาดจะปิด แต่ร้านบางร้านก็ยังเปิดอยู่

นี่

...เลือกมาสักร้านสิ

เลือกเร็วๆสิ

/มองนาฬิกาตาไม่กะพริบ/ ถ้าไม่เลือกฉันเลือกให้

ชื่อร้านนี้อ่านว่า อีมา แปลว่า แม่ ในภาษาฮีบรู ว่ากันว่าเป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดในตลาดนี้ เป็นร้านอาหารพื้นบ้าน เจ้าของเขาเปรียบเทียบว่า "อร่อยเหมือนที่แม่คุณทำ" 

เปิดวันอาทิตย์-พฤหัส 11-22.30 ส่วนวันศุกร์เปิด10.00จนถึง1ชั่วโมงก่อนเวลาชาบัท

ว่าด้วยเรื่องอาหาร

อาหารเช้าของอิสราเอลประกอบด้วยชีส สลัด น้ำผลไม้ ขนมปัง มะกอก และเครื่องดื่มสำคัญคือกาแฟ วัฒนธรรมการกินอาหารเช้าของชาวอิสราเอลสืบเนื่องมาจากพระคัมภีร์ 

อาหารกลางวันเป็นมื้อหลักของวันที่เสริฟในตอนเที่ยง ; เมื่อเด็กกลับจากโรงเรียน 

ส่วนอาหารเย็นจะกินเพียงเล็กน้อย อาหารมื้อเย็นจะประกอบด้วยผลิตภัณท์จากนม สลัด หรือไข่ เหมือนกับยุโรป 

ขนมปังนับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาหารทุกมื้อ /พูดพลางเคี้ยวขนมปัง/ เพราะคาร์โบไฮเดรตต่ำ รู้ไหม คนหนุ่มสาวชาวอิสราเอลเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่หุ่นฟิตที่สุดในโลกตะวันตก /กลืนขนมปัง

ส่วนเรื่องโคเชอร์ ก็คือมาตรฐานอาหารของชาวยิว เอนทรี่ประวัติฉันมีอธิบายคร่าวๆไว้แล้ว /หยิบขนมปังกินอีกชิ้น

อ้าว ไม่สั่งเหรอ? 

อ่านชื่อเมนูไม่ออกสินะ 'โทษที

ฉันแนะนำจานเด็ดๆให้แล้วกัน

ฟาลาเฟล ทำจากถั่วชิคพี ใส่เครื่องเทศ ทอดเป็นก้อนคล้ายทอดมัน วัตถุดิบคือถั่ว หัวหอม กระเทียม งา และเครื่องเทศ บดเข้าด้วยกัน แล้วนำไปทอดในแบบ deep fired กินคู่กับสลัด ใส่ในขนมปัง 

อ้าว นี่มันของว่าง แต่กินเป็นจานหลักก็ได้ คู่กับขนมปังปิต้า 

ขนมปังปิต้าคือขนมปังรูปวงกลม มีลักษณะกลวงตรงกลาง เวลาจะทานจะมีการตัดปลายด้านนึง เพื่อให้ขนมปังเปิดออก ลักษณะจะคล้ายๆกระเป๋า แล้วจะใส่ฟาลาเฟล ลงไปตรงกลางพร้อมกับผักต่างๆ แล้วราดด้วยซอสโยเกริ์ต

Easy Israeli Salad

สลัดอย่างง่าย ง่ายสมชื่อ วิธีทำเพียงสับผักสดให้ละเอียดมาใส่รวมๆกัน ...เสร็จ 

มื้อเย็นไม่ค่อยมีอะไรมาก สั่งสลัดไปแล้วกัน /สั่งสลัดมาสองที่/

...

..

.

หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จก็เดินซื้อของที่ตลาดต่อ

Mahane-Yehuda market, Jerusalem, Israel

Mahane-Yehuda market, Jerusalem, Israel

Mahane-Yehuda market, Jerusalem, Israel

Mahane-Yehuda market, Jerusalem, Israel

Mahane-Yehuda market, Jerusalem, Israel

Mahane-Yehuda market, Jerusalem, Israel

Mahane-Yehuda market, Jerusalem, Israel

----------------------------------

ใกล้ค่ำแล้ว

กลับเข้าโรงแรม

============================
D.2
 วันที่สอง

โบเครโทฟ 
ฉันปลุกนายเออยู่นานสองนาน เขาไม่ยอมลุก
คงเป็นเพราะเหนื่อยจากเมื่อวาน

ส่วนวันนี้คงวนเวียนอยู่ในเขตเมืองเก่า
ที่นี่มีอยู่4เขต คือเขตของยิว อิสลาม คริสต์ และอาร์เมเนียน 
หลังจากสงครามอาหรับ-อิสราเอลในปี1948 เขตนี้ตกอยู่ใต้อำนาจของจอร์แดน ชาวยิวที่นี่ถูกขับไล่ อิสราเอลยึดเขตนี้และเยรูซาเลมตะวันออกกลับคืนมาได้อีกครั้งในสงครามหกวัน 

สถานที่แรกที่พาไปคือหอคอยดาวิดและพิพิธภัณท์หอคอยดาวิด 





หอคอยดาวิดเป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้จุดอ่อนแอของกลยุทธ์ในการป้องกันเมืองเก่า ป้อมปราการที่เห็นในปัจจุบันมีรากฐานมาจากโบราณและถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่2 ถูกทำลายและสร้างใหม่ในช่วงที่อยู่ภายใต้การปกครองของออตโตมัน 

ชื่อ หอคอยดาวิด มาจากความเชื่อของชาวคริสเตียนไบเซนไทน์ที่ว่าในอดีตที่นี่เคยเป็นวังของดาวิด พวกเขายืมชื่อนี้มาจากบทเพลงที่สันนิษฐานว่าซาโลมอน บุตรชายของดาวิตเป็นผู้แต่ง
 
(เพลงซาโลมอน4:4) ลำคอของเธอดุจป้อมของดาวิดที่ได้ก่อสร้างไว้เพื่อเก็บเครื่องอาวุธ มีดั้งพันหนึ่งแขวนไว้ ทั้งหมดเป็นโล่ของทแกล้วทหาร

ที่นี่อยู่ใกล้กับประตูจัฟฟา

พิพิธภัณท์เปิดให้เข้าชมครั้งแรกในปี1989 โดยมูลนิธิเยรูซาเลม ภายในพิพิธภัณท์ประกอบด้วยลานที่มีซากปรักหักพังต่างๆ ย้อนหลังไป2700ปี
มีการจัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์4000ปีของกรุงเยรูซาเลม จากจุดเริ่มต้นของการเป็นเมืองคานาอันในช่วงสมัยใหม่ การใช้แผนที่ วีดีโอ โฮโลแกรม ภาพวาดและโมเดลจำลอง ในห้องจัดแสดงมีภาพถ่ายของกรุงเยรูซาเลมในช่วงการปกครองของประเทศต่างๆ