[Shokugeki no Soma] Mellifluous (Tsukasa x OC)

ตอนที่ 22 : Chapter 18 | เตรียมพร้อม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 545
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    16 ต.ค. 61



Chapter 18


เตรียมพร้อม


“นี่พวกเธอออกมาทำอะไรแต่เช้าหน้าหอกันล่ะเนี่ย?” ริเอะทักอย่างงุนงงเมื่อเห็นบรรดารุ่นน้องยืนกันอยู่หน้าหอครบทุกคน แม้กระทั่งอาราโตะที่เป็นเลขาของเอรินะด้วย


ริเอะเพิ่งจะกลับมาจากการออกไปซื้อของที่ตลาดมา เพราะว่าอยู่ๆก็เกิดอยากกินขนมผักกาดขึ้นมาก็เลยต้องรีบตื่นแต่เช้ามืดเพื่อออกไปซื้อแป้งข้าวเจ้า ทำให้ได้เจอกับบรรดารุ่นน้องโดยบังเอิญ


“รุ่นพี่ริเอะ…” อิบุซากิทำเหมือนจะตอบคำถาม แต่ก็โดนขัดด้วยเสียงประกาศของเอรินะ


คำพูดให้กำลังใจของเอรินะฟังดูไม่ใช่ตัวเธอเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้บรรดานักเรียนปี 1 มีไฟกันไม่น้อย ผิดกับก่อนหน้านี้ที่ทำท่าทางหมดอาลัยตายอยาก เตรียมจะเขียนจดหมายกลับไปบอกที่บ้านกันอยู่รอมร่อ


ริเอะยังคงยืนอยู่ข้างหลังกลุ่มรุ่นน้อง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม


หลังจากพวกเขาออกเดินทาง เธอเองก็มีเรื่องที่ต้องทำเหมือนกัน


“พวกรุ่นน้องทุกคนกำลังเตรียมตัวอยู่ พวกเราเองก็ต้องเริ่มเตรียมในส่วนของตัวเองบ้างเหมือนกันนะ ซาโตชิ” ริเอะกล่าวขณะนอนแผ่อยู่บนเตียงของตัวเอง ส่วนคู่สนทนาของเธอกำลังนั่งจิบชาอยู่ที่โต๊ะญี่ปุ่นตัวเตี้ยกลางห้อง


“ตั๋วเครื่องบินก็ซื้อแล้ว ที่พักก็ติดต่อโดจิมะซังเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือตอนนี้ก็แค่จัดกระเป๋าเท่านั้น” อิชชิกิยังคงทำตัวราวกับเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งๆที่อีก 1 สัปดาห์ข้างหน้าพวกเธอจะต้องออกเดินทางไปฮอกไกโดกันแล้ว


“ฉันล่ะหน่ายกับท่าทางไม่กระตือรือล้นของนายจริงๆ” หญิงสาวถอนหายใจ


“ถึงจะพูดอย่างนั้น เธอก็ยังนอนอยู่ไม่ใช่รึไง?” อิชชิกิกล่าวยิ้มๆ


“เพราะฉันไม่กังวลต่างหาก!”


ครืด! ครืด!


ริเอะเลิกคิ้ว เมื่ออิชชิกิส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่ใช่เสียงโทรศัพท์ของเขา เธอก็เอื้อมมือไปควานหาโทรศัพท์ของตัวเองที่บริเวณหัวเตียง เมื่อเจอแล้วก็หยิบออกมาเปิดอีเมลล์ที่เพิ่งส่งเข้ามาเมื่อครู่ดู


“ที่แท้ก็เป็นเมลล์ยืนยันการจองห้องพักที่ฮอกไกโด เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว!”


“พูดถึงว่าเหลือแต่จัดกระเป๋า จะว่าไปแล้วฉันเอาเสื้อโค้ทของโรงเรียนไปไว้ที่ไหนแล้วนะ?”


“กลับห้องไปจัดกระเป๋าได้แล้ว! ขืนยังไม่รีบจัดตอนนี้นายคงไม่รู้ว่าอะไรที่นายยังไม่มีบ้าง!”


“ฮัลโหลค่ะ คุณปู่ นี่หนูเอง หลิงหลง” ริเอะตัดสินใจโทรข้ามประเทศไป หลังจากช่างใจอยู่นานว่าเธอควรจะโทรกลับไปที่บ้านใหญ่หรือแค่โทรไปบอกป๊าดี แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว การโทรไปที่บ้านใหญ่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าและส่งผลดีมากกว่าด้วย


‘โทรหาปู่มีอะไรรึเปล่า? หรือว่าเจ้าหมิงมันให้เงินหลานปู่ไม่พอใช้!?’ เสียงของปลายสายดังมาก แต่ริเอะก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอกลับหัวเราะเสียด้วยซ้ำ


“ฮ่าๆ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ คุณปู่...หนูแค่อยากจะขอยืมหนังสือเกี่ยวกับอาหารทั้งหมดในห้องสมุดของตระกูลชิวชานเท่านั้นค่ะ”


เพราะว่าภัตตาคารชิวชานเป็นภัตตาคารที่เก่าแก่ ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าข้อมูลในห้องสมุดที่เก็บรวบรวมมาจะมีมากมายเท่าไหร่ อีกทั้งภัตตาคารชิวชานยังมีสาขาอยู่ในหลากหลายที่ ดังนั้นเมนูและความรู้เกี่ยวกับอาหารย่อมมีหลากหลาย จึงกล่าวได้ว่าไม่ว่าจะในทางประวัติศาสตร์หรือทางวงการอาหาร ห้องสมุดของตระกูลชิวชานก็นับว่าเป็นสถานที่ล้ำค่าอย่างไม่ต้องสงสัย


‘หนังสือเกี่ยวกับอาหารทั้งหมดในห้องสมุดของตระกูล?’ น้ำเสียงของผู้นำตระกูลชิวชานคนปัจจุบันนั้นเต็มไปด้วยความแปลกใจ หนังสือจำนวนมากขนาดนั้น หลานสาวของเขาจะเอาไปทำอะไร?


“ค่ะ แล้วก็รบกวนให้ส่งมันไปที่โรงแรมโทสึกิที่เกาะเรบุนในฮอกไกโดด้วย ถ้าได้แบบนั้นก็จะดีมากเลยค่ะ”


‘การให้ยืมน่ะไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับทายาทของตระกูลชิวชานหรอกนะ แต่ว่าหลานจะเอาหนังสือตั้งมากมายพวกนั้นไปทำอะไรกันล่ะ?’


ริเอะยิ้มมุมปากก่อนจะตอบกลับไปว่า


“หนูจะเอาความรู้ของตระกูลเราไปตบหน้าคนที่ดูถูกรากฐานของอาหารภัตตาคารชิวชานน่ะสิคะ”


หลังจากพวกโซมะออกเดินทางสู่ฮอกไกโดได้พักใหญ่ ก็เป็นคราวที่อิชชิกิและริเอะจะต้องเดินทางบ้าง โดยจุดหมายปลายทางของพวกเขาคือเกาะเรบุน สถานที่จัดสอบรอบสุดท้ายของการสอบเลื่อนชั้นสำหรับนักเรียนชั้นปีที่ 1


เพราะว่าเดินทางด้วยงบของตัวเอง ดังนั้นตั๋วเครื่องบินที่ดีที่สุดสำหรับอิชชิกิและริเอะก็คือที่นั่งชั้นประหยัด


“นั่งชั้นประหยัดแบบนี้ก็ไม่มีที่พอให้อ่านหนังสือน่ะสิ คราวหน้าพวกเรานั่งชั้นธุรกิจกันเถอะ!” ริเอะบ่นอุบอิบ ความจริงแล้วเธอก็ไม่ได้ไม่สะดวกกับการนั่งชั้นประหยัด แต่ว่าโต๊ะพับมันคับแคบเกินไปสำหรับการอ่านหนังสือเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่เธอคาดการณ์เอาไว้


“ก็นี่มันงบส่วนตัวของพวกเรานี่” อิชชิกิกล่าวยิ้มๆ


“รอโค่นอาซามิได้ก่อนเถอะ ตอนแรกฉันกะว่าจะอยู่ปี 3 แบบสบายๆ แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะกลับไปเป็นสมาชิกพิเศษของ 10 หัวกะทิแล้วจะใช้สิทธิ์ไปจีนหลายๆรอบ จะนั่งชั้นธุรกิจทั้งขาไปขากลับเลยด้วย คอยดูเถอะ!”


“เจ้าคิดเจ้าแค้นเกินคาดนะ”


“หึ! ยังดีนะที่พวกเราติดต่ออากินเรื่องโรงแรมตั้งแต่นายยังเป็น 10 หัวกะทิอยู่ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงต้องไปทำงานใช้หนี้ให้โทสึกิอีกซัก 10 ปีแน่!”


ห้องพักของริเอะและอิชชิกิในโรงแรมโทสึกิเป็นห้องพักแบบสวีททั้ง 2 ห้อง นอกจากนั้นยังมีบริการอาหารครบ 3 มื้อและบริการเสริมอื่นๆอีกมากมาย เป็นข้อดีที่ได้รับจากการติดต่อภายใต้ชื่อของ 10 หัวกะทิ


จุดเด่นของห้องสวีทที่ติดต่อภายใต้ชื่อของ 10 หัวกะทิคือครัวภายในห้องที่มีอุปกรณ์เครื่องครัวครบครัน รวมไปถึงสิทธิ์ที่สามารถสั่งวัตถุดิบสดใหม่จากโรงแรมได้แบบวันต่อวันอีกด้วย


ตั้งแต่เช็คอินเข้าพักที่โรงแรม ตามปกติแล้วริเอะมักจะใช้เวลาตามใจอยาก กิจกรรมที่ทำบ่อยที่สุดคือการเข้าไปนั่งทานอาหารเที่ยงที่ห้องอาหารจีนของโรงแรมตั้งแต่ห้องอาหารเปิดจนปิดในช่วงบ่าย ส่วนอาหารเช้าและอาหารเย็นก็จะแวะเวียนเปลี่ยนห้องอาหารไปตามที่อยากกิน


“จะว่าไป อ่านไปถึงไหนแล้วล่ะ? หนังสือที่โทรไปขอยืมมาน่ะ” อิชชิกิถามขณะที่นั่งพักผ่อนอยู่บนโซฟาภายในห้องของริเอะ เขาเพิ่งกลับมาจากการข้ามไปที่เกาะฮอกไกโดเพื่อสำรวจหลายๆอย่าง และการที่เขามานั่งอยู่ในห้องของริเอะได้ก็เพราะว่าเอาขนมขบเคี้ยวที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อมาฝาก


“อาหารตามหลักสุขภาพ แอบน่าเบื่ออยู่หน่อยๆเหมือนกัน อย่างกับว่ากลับไปเรียนวิชาสุขศึกษาพ่วงด้วยชีวะหน่อยๆ” ถึงปากจะบ่นอย่างนั้น แต่มือก็ยังจดขยุกขยิกลงบนสมุดปกหนังอยู่ดี


“ก็ยังดีกว่าอาหารจากอุปกรณ์ครัวสมัยใหม่หรืออาหารโมเลกุลใช่มั้ยละ?” อิชชิกิถามเสียงกลั้วหัวเราะ


“นายก็รู้ว่าฉันห่วยเคมีแค่ไหน จำตอนประกาศคะแนนสอบได้มั้ย? ตอนนั้นฉันหัวใจแทบวายตายตอนที่เห็นคะแนนตัวเอง ผ่านแบบเส้นยาแดงผ่าแปด” ริเอะกล่าวด้วยสีหน้าสยดสยอง เธอยังจำความรู้สึกในวันนั้นได้อย่างแม่นยำ หัวใจของเธอเต้นระรัวในจังหวะที่อาจารย์ประจำวิชายื่นกระดาษข้อสอบคืนให้เธอ


“เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ วิชาถนัดทั้งนั้นนี่”


“เลิกพูดได้แล้วน่า ก็คนมันไม่เก่งคำนวณนี่ ใครจะไปเหมือนนายกันล่ะ เก่งทั้งวิชาการ เก่งทั้งทำอาหาร” ริเอะยอกย้อนด้วยความหมั่นไส้


“ฮ่าๆ ไม่กวนแล้ว ฉันเองก็ต้องเตรียมตัวในส่วนของตัวเองเหมือนกัน” อิชชิกิหัวเราะก่อนจะยืนขึ้น มองริเอะด้วยสายตาเรียบนิ่งก่อนจะตัดสินใจกล่าวว่า


“อย่าหักโหมให้มันมากนักล่ะ อย่าฝืนตัวเองด้วย”


“รู้อยู่แล้วล่ะน่า ขืนหักโหมแล้วร่างกายรับไม่ไหวตอนหลัง ฉันไม่เอาด้วยหรอก”


“ก็ดีแล้ว”


เหลือเวลาอีก 1 สัปดาห์ก่อนที่นักเรียนปี 1 ทั้งหมดจะเดินทางมาถึงเกาะเรบุน


วันนี้โรงแรมโทสึกิบนเกาะเรบุนได้จัดงานแต่งงานให้กับสามีภรรยาชาวอิตาลีและชาวญี่ปุ่นคู่หนึ่งที่เป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของโดจิมะ ในฐานะที่ใช้เส้นสาย ริเอะและอิชชิกิเองก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเช่นกัน


“ทำไมเธอถึงอยากไปร่วมงานแต่งล่ะ?” อิชชิกิตะโกนถามข้ามห้องมา ห้องของทั้งคู่เป็นแบบมีประตูเชื่อมถึงกัน ขณะที่อิชชิกิกำลังจัดเสื้อเชิร์ตอยู่หน้ากระจกในห้องของตัวเอง ริเอะเองก็กำลังเปลี่ยนชุดอยู่ในห้องน้ำเช่นกัน


“เพราะอากินบอกว่าสามีภรรยาคู่นี้ชอบกินอาหารจีนน่ะสิ ฉันอยากลองชิมรสชาติอาหารจีนที่เชฟอันดับต้นของโรงแรมโทสึกิทำ” ริเอะตะโกนตอบกลับด้วยเสียงก้องๆ


“แอบเกรงใจที่ใช้งานคนของโดจิมะซังหน่อยๆนะ”


“แค่ขอร้องให้พวกเขาไปรับชุดที่เราโทรไปสั่งตัดเท่านั้นเอง ทีตอนนายใช้ฉันให้ไปช่วยยกของยังไม่เกรงใจเลย” ริเอะกล่าวก่อนจะลดเสียงลงตอนท้ายของประโยคขณะเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเดรสยาวเลยเข่าปาดไหล่สีน้ำเงินแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง


ทั้ง 2 คนจัดการเสื้อผ้าของตนเองเงียบๆ


ริเอะสูดลมหายใจเข้าลึก เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังกังวลอะไร แต่มันเป็นความกังวลที่เธอเก็บมาไว้หลายวันแล้ว หลายวันมานี้ เธอก็ยังไม่เคยแสดงความกังวลนี้ออกมาให้อิชชิกิเห็น


ตุบ!


ฝ่ามือที่ตบลงบนบ่าทำให้ริเอะสะดุ้งจนเกือบจะทำลิปหลุดจากมือ เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทที่เดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบส่งยิ้มอ่อนโยนเป็นนิจของเขามาให้


“บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าฝืนน่ะ เรื่องบางเรื่องเธอจะเก็บมันไว้คนเดียวจริงๆเหรอ?” น้ำเสียงและแววตาที่ดูเข้าอกเข้าใจเธอเป็นอย่างดีทำให้ริเอะรู้สึกแสบจมูก


“ฉันคิดว่า...ตัวเองกำลังกลัว” ริเอะกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นไหว


“ฉันเองก็กลัวว่าจะต้องเสียบรรดารุ่นน้องของพวกเราไปเหมือนกัน แต่ถ้าฉันมัวแต่กลัวแล้วไม่ทำอะไรเลย ฉันคงจะเสียใจมากกว่า จริงมั้ย? เพราะอย่างนั้นฉันถึงต้องเอาชนะความกลัวเพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องเสียใจยังไงล่ะ”


“ถ้าเกิดว่าเราแพ้ล่ะ?”


“อืม...ฉันลองคิดๆ ดูพักใหญ่แล้วนะ เราลองทำฟาร์มผักออร์แกนิกส่งออกเหมือนที่หอดีมั้ย? บางทีฉันอาจจะต้องปรึกษาพวกรุ่นน้องดูว่าเราจะเลี้ยงสัตว์อะไรกันดี” อิชชิกิกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง


“ไม่รู้ว่านายตั้งใจทำให้ฉันหายเครียดหรือเครียดหนักกว่าเดิม”หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่


ขอแจ้งให้ทราบนะคะว่าตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายของเดือน ต.ค.
เนื่องจากว่าเราจะเดินทางไปออสเตรียคืนนี้ค่ะ
แล้วยังไปเช็ก เยอรมันก่อนจะวนกลับมาขึ้นเครื่องที่ออสเตรีย
และเราจะกลับมาวันที่ 29 ซึ่งเป็นวันเปิดเทอมวันแรกพอดี ;_;
ดังนั้นเราจึงไม่สามารถอัพเพิ่มให้ได้นะคะ
และเราจะเปิดเผยความจริงว่าเรายังแต่งตอนที่ 20 ได้แค่ครึ่งตอนเท่านั้น!?
แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์และหัวใจมากนะคะ //ส่งมินิฮาร์ท

1st : 16.10.2018


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

135 ความคิดเห็น

  1. #91 S. MDJB. (@jidtip) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 22:12
    ชอบมากกกกกกกกก สนุกดีค่ะ
    #91
    0
  2. วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 14:31
    อ่านรวดมาถึงตอนนี้เลยสนุกมากกก
    #90
    0
  3. #89 ppemsam30 (@ppemsam30) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 00:54
    บอกตามตรงอยากให้ reaction ที่โดนดูถูกตระกูลมากกว่านี้ 5555 พึ่งมาอ่านจะติดตามผลงานต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้
    ปล. ก็การกลับมารีเทิร์นของเอย์ชิและริเอะน้าาา ขอแบบสวีทจนมดขึ้นเลยย
    #89
    0