คัดลอกลิงก์เเล้ว

Naughty robin bird [Superboy x Red robin] #Kontim

โดย K. pneumoniae

เรียวนิ้วที่ถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากของคอนเนอร์ “แบทแมนต้องฆ่าฉันแน่ อย่าเอาไปบอกล่ะ” ....โอ้พระเจ้า โรบิน!?!

ยอดวิวรวม

3,067

ยอดวิวเดือนนี้

35

ยอดวิวรวม


3,067

ความคิดเห็น


20

คนติดตาม


80
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  6 ก.ค. 59 / 16:24 น.
นิยาย Naughty robin bird [Superboy x Red robin] #Kontim Naughty robin bird [Superboy x Red robin] #Kontim | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
#Kontim

Young justice fanfiction

เนื่องจากเสี้ยนคู่นี้พอสมควร แต่หาอ่านยากมาก5555
     
เลยแต่งเองค่ะT^T

อิงจากyoung justice(ที่สองคนนี้คุยกันนับคำได้ อฟซใจร้ายกับเรามาก)

แล้วโมเมเพิ่มนะคะ55555

หวังว่าจะมีคนอ่านนะYwY

ขอบคุณที่คอมเมนท์ที่มาหวีดด้วยกันนะคะ //แจกไม้พายให้ทุกคน


เนื้อเรื่อง อัปเดต 6 ก.ค. 59 / 16:24


Naughty robin bird

Superboy x Red robin #Kontim 




“เฮ้ ไม่เอาน่า พวกนายไม่อยากเห็นหน้าเขาบ้างหรือไง?”

 

คำพูดนั้นเรียกให้สายตาของทุกคนหันไปมองใบหน้ายิ้มแย้มของเจ้าของประโยคที่ต่อบทสนทนาในหัวข้อซึ่งค่อนไปทางไร้สาระเบาสมองสำหรับผ่อนคลายหลังทำภารกิจจบ

            พวกเขาถูกจัดแบ่งทีมให้ไปทำภารกิจบางอย่าง และนั้นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่ก็เล่นเอาเหนื่อยล้ากันพอสมควร  ดังนั้นบนยานไบโอชิปที่เมแกนเป็นคนควบคุมจึงเต็มไปด้วยบทสนทนาของคนที่ไม่ได้อยู่ด้วย

            และนั่นหมายถึง โรบิน ที่ติดภารกิจรวมกับแบทแมนในเมืองGotham  บนยานไบโอชิปตอนนี้จึงเต็มไปด้วยบทสนทนาที่เกี่ยวของกับหนุ่มน้อยผู้มากไปด้วยความลับนั่น...

            “เรื่องปกติของบ้านค้างคาวพวกเขานี่ ไนท์วิงสมัยเป็นโรบินก็ประมาณนี้แหละ” เมแกนเอ่ยตอบบีสบอยที่ตั้งคำถามขึ้นกลางบทสนทนา

            “ไม่ใส่หน้ากากก็แว่นตาดำ ชื่อก็ไม่มีให้เรียก แบบนี้กันทุกคนแหละ  ...แต่ฉันรู้จักชื่อพวกเขานะ”  เป็นบาร์ทที่เอ่ยเสริม  เด็กหนุ่มผู้ย้อนเวลามาจากอนาคตที่ตอนนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมในฐานะผู้สืบทอดชื่อเดอะแฟลชรุ่นต่อไป

            “นั่นเพราะนายมาจากอนาคตนี่” บีสบอยบุ้ยหน้า

            “นามแฝงโรบินนี่เหมือนถูกฝึกมาให้ความลับเยอะ นิสัยบางอย่างก็เหมือนกันจริงๆ อย่างเช่น...ซุ่มด้วยกันอยู่ดีๆ จู่ๆก็หายตัวไปตอนไหนไม่รู้ และนั่นทำให้ฉันไม่ชอบใจ” ซูเปอร์บอยหันมาร่วมวงสนทนา  และนั่นแหละที่ทุกคนสนใจ

            “โว้ว อย่าไปพูดให้ไนท์วิงได้ยินเชียว ถึงมันจะจริงก็เถอะ” ลากานหัวเราะรับคำพูดนั้นของคอนเนอร์  และนั่นเรียกให้ทุกคนหัวเราะตามอย่างผ่อนคลาย

 

            คอนเนอร์ไหวไหล่เล็กน้อย ก็มันจริงอย่างที่เขาพูด โรบินทุกคนคล้ายๆกัน  ทั้งฉลาด วางแผนเก่ง ใช้รูปร่างทุกสัดส่วนของตัวเองได้เกิดประโยชน์สูงสุดในการต่อสู้แม้จะตัวเล็กก็ตาม แถมพวกเทคโนโลยีล้ำสมัยพวกนั้น และที่สำคัญ....ลึกลับ

            เขายอมรับว่านั่นเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของนามแฝงนี้ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนอื่นอยากรู้อยากเห็น   อยากค้นหาตัวตนที่แท้จริงภายใต้หน้ากากและผ้าคลุมนั่น...

          เหมือนที่ใครๆก็อยากรู้จักตัวตนของแบทแมน

            ซึ่งนั่นยากมาก  และเหมือนไซด์คิกของแบทแมนจำเป็นต้องเป็นแบบนั้นตามไปอย่างช่วยไม่ได้

          ดีที่ซุปเปอร์แมนไม่เป็นแบบนั้น

            คอนเนอร์อดคิดแบบนั้นไม่ได้  แม้ตัวเองจะเป็นแค่ร่างโคลนของเขาก็ตาม

 

            กระทั่งไบโอชิปทะยานเหนือฟ้า ร่อนลงสู่ที่พักของพวกเขา ทุกคนต่างพากันแยกย้ายไปยังที่ของตัวเอง เหมือนเมแกนจะชวนไปเดินเล่นข้างนอกและคนส่วนใหญ่อยากไปด้วย จึงเหลือเพียงซูเปอร์บอยที่อยากเข้ามาทักทายวูฟ---เจ้าสุนัขขนสีขาวตัวใหญ่เพื่อนซี้ของเขา

            คอนเนอร์คาดเดาไว้ว่าเจ้าสัตว์แสนรู้คู่หูของเขาจะต้องวิ่งกระโจนเข้ามาหาทันทีที่เขามาถึง ....แต่เปล่าเลย  ไม่มีเสียงฝีเท้าของสัตว์สี่ขา ไม่มีเสียงเห่าต้อนรับ  อันที่จริง... ไม่มีเสียงอะไรเลย

            แปลก...

            คิ้วเรียวเข้มขมวดมุ่นเข้าหากัน  รู้สึกระแวงขึ้นมาเล็กน้อย ด้วยความที่ทำภารกิจมาเยอะ เจออะไรแปลกๆมามาก  สิ่งเล็กๆน้อยๆที่ผิดปกติไปจึงทำให้เขาอดหวั่นใจไม่ได้   สองขาของเขาก้าวไปยังโซฟาหน้าโทรทัศน์ที่ปิดอยู่ แต่ไฟกลับเปิดไว้

            แล้วก็ต้องคลายปมคิ้วออกเมื่อเห็นขนสีขาวที่โผล่พ้นขอบโซฟาออกมา  หางของวูฟนิ่งสนิทไม่ไหวติง เพียงแต่เคลื่อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ

            หลับนี่เอง...

            คอนเนอร์คิดอย่างโล่งใจ สัมผัสซูเปอร์เฮียริ่งของเขาได้ยินจังหวะการเต้นของหัวใจที่สม่ำเสมอราวกับกำลังหลับลึกสองดวง

 

            เดี๋ยวนะ ...สองดวง?

 

            คิ้วของเขากลับมาขมวดเป็นปมอีกครั้ง  นึกไปว่าใครที่จะสามารถมาอยู่ที่นี่ได้บ้างในขณะที่คนอื่นๆออกไปข้างนอกกันหมด

            เร็วเท่าความคิด สองขาของเขาก้าวอ้อมโซฟามาด้านหน้าเพื่อหาคำตอบว่าใครเป็นเจ้าของเสียงจังหวะหัวใจอันนิ่งสงบร่วมกับสุนัขคู่ใจของเขา

 

            ...และภาพตรงหน้าทำให้เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ

            เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทระต้นคอหนุนอยู่เหนือท้องของเจ้าสัตว์ขนปุยของเขา น่าแปลกที่วูฟยอมให้คนอื่นหนุนแทนหมอนแบบนี้ แต่คงเพราะมันเองก็หลับอยู่เหมือนกัน    ร่างเล็กที่ดูภายนอกเหมือนจะบอบบาง แต่ใครจะคิดว่ารูปร่างเพรียวบางแบบนี้จะมากไปด้วยความสามารถ และดูเหมือนวันนี้เจ้าของร่างจะอ่อนล้าเป็นพิเศษ

...ใบหน้าขาวเนียนได้รูปนิ่งสงบเช่นเดียวกับริมฝีปากสีระเรื่อที่เผยอผ่อนลมหายใจเข้าออกแผ่วเบาและใช่...รอบดวงตามีหน้ากากที่เขาคุ้นเคยบดบังเอาไว้

นึกว่าใคร...

          พลันในหัวของซูเปอร์บอยก็นึกถึงบทสนทนาก่อนหน้า ที่บีสบอยพูดถึงคนตัวเล็กบนโซฟาในหัวข้อเรื่องตัวตนที่เจ้าตัวปกปิดไว้ตลอด  และนั่นทำให้เขาอดคิดไม่ได้ที่จะ...

            นิดหน่อยจะเป็นอะไรไหมนะ....

            ไว้เท่าความคิด  มือหนาเลื่อนเข้าไปใกล้ใบหน้าที่หลับสนิทอยู่นั่น  เป้าหมายคือหน้ากากขอบดำที่ปกปิดดวงตาของเด็กหนุ่มเอาไว้

            ปลายนิ้วของเขาเข้าใกล้มันมากขึ้นเรื่อยๆ...

 

            หมับ!

 

            แต่ยังไม่ทันที่จะได้แตะต้องอะไร  มือเรียวบางของคนที่เขาคิดว่าหลับสนิทอยู่ก็คว้าเข้าที่ข้อมือของเขา พร้อมกับมืออีกข้างที่หยิบเอาเบิร์ดทาแรงมาตอนไหนไม่รู้จ่ออยู่ที่ลำคอของเขา

            และทั้งหมดนั่นทำเอาซูเปอร์บอยแอบผงะไปเล็กน้อย...

            “ซูเปอร์บอย?....  โอ้...นายทำฉันตกใจหมด”  เหมือนโรบินจะรู้ตัวแล้วว่าคนตรงหน้าเป็นใคร  อาวุธถูกลดลงจากลำคอของใครอีกคน และมือเรียวที่คลายออก

            “ฉันคิดว่านายหลับอยู่” คอนเนอร์ขมวดคิ้ว เขาค่อนข้างแน่ใจว่าได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายในจังหวะที่เทียบเท่ากับการหลับสนิทของคนทั่วไป

            “อา...ใช่ เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้” เด็กหนุ่มยกขาลงจากโซฟา ยันกายพิงพนักโซฟาเว้นที่ให้อีกฝ่ายได้นั่งลงใกล้กับวูฟที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่องอยู่

            “ขอโทษที ฉันทำนายตื่น ...คือ ไม่คิดว่าจะสัญชาตญาณไวขนาดนี้” เขาตอบไปตามตรงขณะนั่งลงข้างๆตามที่โรบินเว้นที่ไว้ให้

            “มันจำเป็นน่ะ แบทแมนฝึกฉันมา... ว่าแต่นายจะทำอะไรฉัน?” เด็กหนุ่มข้างตัวหันมามองเขา  และเขาไม่ได้คิดไปเองแน่ว่าใต้หน้ากากนั่นต้องเป็นสายตาที่กำลังพิจารณาเขาอย่างถี่ถ้วนแน่นอน

            คอนเนอร์เบนสายตากลับมาที่โทรทัศน์แล้วเปิดมัน  ในหัวนึกถึงคำโกหกดีๆที่เนียบเนียนที่สุดในชีวิตเพื่อนำมาใช้ในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ค่อนข้างกดดันพอสมควรสำหรับเขา 

 

...ไม่รู้ทำไมโรบินถึงสามารถกดดันเขาได้ขนาดนี้...

 

            “มีแมลงเกาะหน้าผากนาย” 

            โอ้ให้ตาย  นายคิดได้แค่นี้ใช่ไหมคอนเนอร์ เจ้าโง่

            เขานึกบ่นตัวเองในใจ แม้จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนไม่ใส่ใจมันก็ตาม  แต่สายตาก็แอบปรายมองปฏิกิริยาคนข้างๆ และแอบหวังว่าอีกฝ่ายจะเชื่อตามที่เขาพูด  เพราะแน่นอนล่ะ...เขาไม่อยากมีปัญหากับคนในทีมอีกแล้ว

            โรบินมองเขานิ่งอยู่สักพัก  เขาเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร  ...หมอนี่เดายากเสมอ

            และเหมือนระฆังดังช่วยชีวิตเขา  เป็นวูฟที่ส่งเสียงขึ้นมาคล้ายว่ามันตื่นแล้ว  และทันทีที่มันเห็นหน้าเขาก็ดีดตัวขึ้นพาดทับบนหน้าตักให้ชายหนุ่มทักทายมันด้วยการลูบหัวลูบหางอยู่สักพัก  เขาทำทีเป็นพูดคุยกับเจ้าสุนัขคู่ใจ และหวังอย่างยิ่งว่ามันจะเบนความสนใจจากสายตาของอีกฝ่ายได้

            โรบินไม่ได้พูดอะไรต่อ เด็กหนุ่มทำเพียงแค่หยิบรีโมทขึ้นมากดย้ายช่องจากรายการเพลงอะไรสักอย่างที่เขาไม่สนใจนักเปลี่ยนไปเป็นช่องข่าว

            เขาคิดว่าต้องพูดอะไรสักอย่าง...

            “แล้วนาย... ภารกิจกับแบทแมนเป็นไงบ้าง?”

            โรบินหันมามองชายข้างตัวอีกครั้ง  เหมือนกำลังพิจารณาคำถามนั่น

            “ก็ราบรื่นดี แต่เหนื่อยนิดหน่อย”

          คอนเนอร์แอบถอนหายใจโล่งอกที่อีกฝ่ายตอบเขาอย่างปกติ   พวกเขาไม่ค่อยได้คุยกันมากนัก ส่วนใหญ่ก็แค่ตอนทำภารกิจ ประชุม แจกจ่ายงาน วางแผน  ทั่วๆไป ....เขาแทบไม่รู้จักเด็กหนุ่มคนนี้เลยด้วยซ้ำ

            “เห็นอยู่ว่านายเหนื่อย หลับทับวูฟซะขนาดนั้น” เขาเผลอยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงภาพก่อนหน้านี้ที่อีกฝ่ายหลับสนิทหนุนสุนัขคู่ใจของเขาอยู่

            “ไม่ได้ตั้งใจน่ะ หวังว่าวูฟคงไม่โกรธกันนะ” โรบินหัวเราะออกมาเบาๆคล้ายจะหยอกล้อ

 

            ว้าว... หมอนี่หัวเราะด้วย  น่ารักชะมัด...

            เดี๋ยว... นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่  คนปกติทั่วไปก็หัวเราะได้ทั้งนั้นล่ะ

           

            คอนเนอร์ส่ายหัวไล่ความคิดตัวเอง  พอดีกับที่สัญญาณจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของอีกฝ่ายดังขึ้น  เด็กหนุ่มหยิบมันขึ้นมาเปิดดูก่อนจะลุกขึ้นยืนผละออกจากโซฟาโดยมีสายตาของเขามองตามอย่างนึกสงสัย

            “ไนท์วิงน่ะ มีงานที่ต้องไปช่วย” เหมือนโรบินจะรู้ว่าเขาแอบอยากรู้  ซึ่งนั่นไม่ดีเลย เขาไม่ควรอยากรู้  มันค่อนข้างจะเป็นเรื่องส่วนตัวในความคิดของเขา  เพราะถ้ามันเกี่ยวกับทีมหรือภารกิจที่พวกเขาทุกคนต้องไปเกี่ยวข้อง  ไนท์วิงคงบอกทั้งทีมแน่นอนอยู่แล้ว

            “อา...โชคดี  แต่เหมือนนายเพิ่งได้พักแปปเดียวหรือเปล่า?” เขาเลิกคิ้วอย่างนึกสงสัยอีกครั้ง 

            โรบินที่กำลังเดินออกไปเหลียวหลังมามองเล็กน้อย  แล้วริมฝีปากเรียวนั่นก็โค้งเป็นรอยยิ้มบางๆที่เขามั่นใจว่าไม่เคยเห็นหมอนี่ยิ้มแบบนี้มาก่อน

            “งั้นก็พักแทนฉันหน่อยสิ”

            .... โอ้ให้ตาย ....

            เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันแปลว่าอะไร  แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ถามแล้ว เพราะเจ้าของประโยคพาร่างเพรียวบางของตัวเองออกไปข้างนอกเรียบร้อย

            นับเป็นบทสนทนาเรื่อยเปื่อยที่ยาวที่สุดที่เคยมีมา ...ระหว่างเขากับโรบิน

 

 

            ______________________________

 

           

            ร่างสูงกำยำของซูเปอร์บอยกระโดดลงมาจากเทคโนโลยีต่างดาวที่เป็นเหมือนสิ่งมีชีวิต เจ้าสิ่งนั้นมีรูปร่างคล้ายรถมอเตอร์ไซค์ผสมกับยานบิน แต่ตอนนี้มันกำลังพับตัวเองกลับไปเป็นก้อนกลมกลิ้งเข้าประจำที่เพื่อพักผ่อน  ปล่อยให้คนที่เพิ่งพามันออกไปข้างนอกได้จัดการกับตัวเอง

            คอนเนอร์ยืดกล้ามเนื้อแขนไปด้านหลังเพื่อคลายอาการตึงจากการออกไปทำภารกิจข้างนอก ...และตัวเปื้อนโคลนกลับมา

            ไม่ดีเท่าไร จริงๆก็ไม่ถึงกับทำให้เขาเสียท่า แต่มันทำให้หงุดหงิด จากที่เป็นคนฉุนเฉียวง่ายอยู่แล้ว และเขาต้องการล้างเจ้าของเหลวสกปรกนี่ออกจากร่างกายเพราะเริ่มเหม็นตัวเองเต็มทน

           

            ทันทีที่คว้าผ้าเช็ดตัวได้ คอนเนอร์ก็รีบมุ่งไปยังห้องอาบน้ำ  ปกติแล้วจะมีฝักบัวเรียงอยู่ทั้งสองฝั่ง และเพราะว่าไม่มีผนังกั้น เรียกได้ว่าเป็นห้องอาบน้ำรวมก็ว่าได้  เนื่องจากมีผู้หญิงอยู่ด้วย พวกเขาจึงตกลงกันว่าจะใช้ห้องน้ำทีละคน ยกเว้นในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

            แหงล่ะ... ใครๆก็ต้องการเวลาส่วนตัวทั้งนั้น

            และวันนี้ก็ไม่มีใครอยู่ ทุกคนแยกออกไปตามที่ไนท์วิงสั่ง  เขารายงานทุกอย่างไปแล้วตอนระหว่างขากลับ  การอาบน้ำจึงเป็นอย่างเดียวที่ผุดขึ้นมาในความคิดของเขาตอนนี้

 

            ทว่าทันทีที่พาร่างของตัวเองเข้ามาในห้องน้ำ ไอน้ำที่มีสภาวะเหมือนควันก็ปะทะเข้ากับใบหน้าของเขาเต็มๆ พร้อมกับเสียงน้ำจากฝักบัวไหลกระทบพื้น

            มีใครบางคนกำลังอาบน้ำอยู่  แต่ไอน้ำที่ลอยอบอวลอยู่ทำให้เขาเห็นเพียงเงาลางๆ  และจากเงาที่เห็นนั่นเขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง  ...หวังอย่างยิ่งให้เป็นผู้ชาย เพราะเขาอยากล้างตัวมากๆในตอนนี้

            เหมือนว่าใครอีกคนจะรู้สึกตัวตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าเขาเข้ามา  แต่กลับไม่ส่งเสียงทักทายหรืออะไรสักอย่าง เขาจึงเลือกที่จะทำแบบนั้นบ้าง ....เอาเป็นว่าไม่ต้องรู้ก็แล้วกัน...

            เสื้อยืดสีดำประทับโลโก้สัญลักษณ์ฮีโร่ผู้ที่เป็นตัวต้นแบบของเขาถูกถอดออกเช่นเดียวกับอาภรณ์ชิ้นอื่น พวกมันถูกโยนขึ้นไปพาดกับราวใกล้ๆ ก่อนที่เจ้าของมันจะพาร่างตัวเองเข้าไปอยู่ใต้สายน้ำบ้าง 


            คอนเนอร์ชโลมแชมพูลงบนเส้นผมของตัวเองแล้วลงมือขยี้มันแรงๆขจัดเจ้าก้อนโคลนที่ติดหนึบตามปอยผมตัดสั้นพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยถึงภารกิจที่ตัวเองทำในวันนี้  ถึงเรื่องของคนในทีม เรื่องที่ร่างกายของเขาไม่โตตามสภาพที่ควรจะเป็น ถึงแม้ว่าแค่นี้จะโตมากพอแล้วก็ตาม  เขาเพิ่งจะอายุ6ปีและเต็มไปด้วยมัดกล้ามกับความสูงนี่  ...แค่นั้นก็น่าจะพอแล้ว

            เขาพยายามคิดในแง่ดีอย่างที่คนอื่นมักจะบอกให้เขาทำ  ใช่... บีสบอยมักจะพูดติดตลกทำนองนั้นเสมอ ซึ่งมันจริงอย่างที่หมอนั่นว่า  เขาควรมองอะไรๆในแง่ดีมากกว่านี้

            มือแกร่งเริ่มทำความสะอาดตัวเองขณะสมองกำลังคิดเรื่องความสัมพันธ์ภายในทีม  คอนเนอร์รู้สึกว่ากับบางคนเขาแทบจะไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ


            โอ้... พอคิดถึงตรงนี้ได้เขาก็นึกถึงใครคนหนึ่งที่แทบไม่ค่อยได้คุยกันเลยด้วยซ้ำ

            “เออ...ช่างเถอะ”  คอนเนอร์หลุดปากพึมพำเบาๆกับความคิดของตัวเองขณะชำระล้างฟองสบู่ไปพร้อมกับโคลนสีน้ำตาลเข้ม  สายตาหลุบมองมันไหลลงไปรวมกันที่ปลายเท้า

            พอดีกับที่ใครอีกคนหมุนฝักบัวหยุดสายน้ำด้านบน   เสียงก๊อกน้ำเรียกให้เขาหันไปมองตามสัญชาตญาณขณะหยิบสบู่ก้อนขึ้นมาถูด้านหลังของตัวเอง

            เพื่อนร่วมห้องอาบน้ำที่เขาไม่รู้ว่าเป็นใครกำลังพาร่างของตัวเองออกไป  ม่านหมอกไอน้ำยังคงบดบังทัศนวิสัยเหล่านั้น  และจริงๆเขาก็ไม่ได้อยากรู้ว่าคนที่อาบน้ำร่วมกับเขาเมื่อครู่เป็นใคร  ถ้าเกิดเป็นผู้หญิงสักคนขึ้นมา วันต่อไปอาจมองหน้ากันไม่ติดและ....

           

            พรืด!

           

            ในระหว่างที่คอนเนอร์กำลังคิดอะไรเพลินๆนั่น ก้อนสบู่สีขาวลื่นหลุดจากฝ่ามือของเขา  ซูเปอร์บอยรีบหันไปจะเก็บมันขึ้นมา ทว่าจังหวะการก้าวของเขาทำให้ฝ่าเท้าดันไปเหยียบเข้ากับก้อนสบู่บนพื้นเต็มๆ

            ซูเปอร์บอยไถลตัวไปด้านหน้าอย่างเสียสมดุล  พอดีกับที่ใครอีกคนกำลังจะเปิดประตูห้องน้ำ  ทำให้ร่างของเขาถลาเข้ากวาดเอาร่างเล็กเพรียวบางของคนที่เกือบถึงประตูแล้วเข้ามารวมชะตากรรมในการลื่นล้มกับเขาด้วย

            ทว่าเขาไม่ทันได้ล้มเสียทีเดียว  เพราะคนที่เขาคว้ามาด้วยนั้นสะบัดแขนขึ้นจับแขนของเขาดันไว้ทิ้งระยะห่างประมาณหนึ่งช่วงศอก ก่อนที่ทั้งคู่จะไถลไปชิดกับผนังอีกฝั่ง


            คอนเนอร์ยกแขนขึ้นยืนผนังด้านหน้าเอาไว้ ช่วยไม่ให้ใครอีกคนหลังกระแทกกับกำแพงตามแรงของเขา

            ทุกอย่างหยุดนิ่งโดยสมบูรณ์แบบ...

            มีเพียงเสียงน้ำจากฝักบัวอีกฝั่งที่ยังคงไหลอยู่ 

            มันเกิดขึ้นเร็วมากจนเขาไม่ทันได้อ้าปากร้องตามสัญชาตญาณเลยด้วยซ้ำ ...คนที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็ด้วย  การลื่นไถลนั่นเกิดขึ้นอย่างเงียบมากผิดปกติ  ไม่มีใครร้องออกมาสักนิดเดียว

            สายตาของซูเปอร์บอยเลื่อนลงมองคนที่เหมือนอยู่ในอ้อมแขนของเขากรายๆ ....และต้องเบิกตากว้างมากทีเดียว

 

            ดวงตาสีฟ้าสว่างสวยใต้แพขนตานั่นเบนขึ้นมาสบตากับเขา ใบหน้าขาวเนียนที่เขาเหมือนจะคุ้นเคยลางๆ  ปอยผมสีดำระต้นคอที่เปียกชุ่มลู่ลงมาล้อมกรอบใบหน้าหวานละมุนที่เกาะพราวไปด้วยหยดน้ำ เขานึกไม่ออกว่าเคยเห็นคนคนนี้มาก่อน

          สมาชิกใหม่...?

            คิ้วของเขาขมวดมุ่น  นึกไปว่าคนตรงหน้าเป็นใคร ...ที่สำคัญกว่านั้น เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย... และ ...โอ้ ให้ตาย เขาไม่กล้ามองต่ำไปกว่านี้หรอกนะ ถ้าเกิดเป็นผู้หญิงขึ้นมาจะทำยังไง

            กระทั่งริมฝีปากเรียวสีระเรื่อชุ่มชื้นนั่นขยับพึมพำอะไรบางอย่างที่แผ่วเบามากๆ  เหมือนจะรู้ว่าหูของเขารับสัมผัสเสียงดีเป็นพิเศษ

            และเรียวนิ้วที่ถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากของคอนเนอร์

            “แบทแมนต้องฆ่าฉันแน่ อย่าเอาไปบอกล่ะ”

           

            ....โอ้พระเจ้า

          โรบิน!?!

 

          คอนเนอร์เบิกตากว้างอีกครั้ง  เขายังคงไม่พูดอะไร  อันที่จริงไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อด้วยซ้ำ  เขากำลังประจันหน้ากับบุคคลที่ไม่เคยถอดหน้ากากหรือแว่นกันแดดออกเลยในระยะที่ห่างกันแค่ประมาณ2คืบ  และนั่น....

 

            ...ดวงตาสีท้องฟ้าฤดูร้อนคู่สวยเบื้องหน้านั่นทำให้เขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง

            คล้ายจะเป็นเสียงหัวใจที่ดีดตัวเต้นเป็นจังหวะรุนแรงกว่าปกติ   อันที่จริงไม่ใช่แค่ได้ยิน  ...แต่สัมผัสได้เลยว่ามันดังมาจากตัวเขาเองนี่แหละ 

 

            “อือ...โอเค”  เขาตอบรับอีกฝ่ายไปสั้นๆอย่างที่มักจะชอบทำ แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงมากก็ตาม  เขาเดาเอาว่าคงเพราะตื่นตกใจกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันพวกนี้

            “ดี  เพราะนายกำลังทำฉันเปียกอีกรอบ” โรบินเอ่ยยิ้มๆเหมือนไม่ได้ใส่ใจมากนัก  นั่นทำให้เขาเพิ่งนึกได้ว่าอยู่ในท่าทางที่ไม่ควรอย่างยิ่ง

            “โทษที”  คอนเนอร์ดันตัวเองออกจากอีกฝ่าย  ทิ้งระยะให้โรบินได้ผละจากกำแพง   ร่างเพียวบางสันทัดของเด็กหนุ่มที่มีผ้าเช็ดตัวพันเอวเดินไปหยิบเอาแว่นกันแดดที่วางไว้ด้านบนราวแขวนมาสวม ก่อนจะเดินออกจากห้องอาบน้ำไป

            ทำไมหมอนั่นทำเหมือนมันเป็นเรื่องปกติได้ขนาดนี้?  เสียงหัวใจของเขาไม่เปลี่ยนจังหวะเลยด้วยซ้ำ

          ซูเปอร์บอยมุ่นหัวคิ้วอย่างนึกสงสัย  ปกติสถานการณ์แบบนี้มนุษย์เขาเฉยๆกันงั้นเหรอ?  เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างกระอักกระอ่วนพอสมควร

            “เออ.. ช่างมันเถอะ” คอนเนอร์พึมพำกับตัวเองเลือกที่จะไม่สนใจบ้างเหมือนอย่างที่อีกฝ่ายทำแล้วกลับไปล้างฟองสบู่ที่หลังออก

           

       แต่ก็ต้องยอมรับ... ว่าเพิ่งเคยเห็นหน้าโรบินชัดๆเป็นครั้งแรก

            และเขาขอจัดคนๆนี้เป็นเด็กผู้ชายที่หน้าสวยมากคนหนึ่ง

 

            _______________________

 

 

          ภาพโฮโลแกรมฉายชัดขึ้นกลางอากาศ รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่คล้ายโกดังแห่งหนึ่ง พร้อมกับกรอบสี่เหลี่ยมอีกสามกรอบที่ถูกดึงขึ้นมาประกอบการอธิบายจากร่างของชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าของทุกคน

            ไนท์วิงกำลังอธิบายภารกิจในครั้งนี้  และวันนี้เป็นวันแรกของอาทิตย์ที่ทุกคนกลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า จึงสะดวกต่อการประสานงาน   ชายหนุ่มที่เคยเป็นโรบินมาก่อนเริ่มจัดแจงแยกเป็นสามทีมตามความเหมาะสม  เป็นอีกครั้งที่ลากานแสดงท่าทีไม่พอใจที่ตัวเองได้งานง่ายๆมาทำ

            กระทั่งการบลีฟรายละเอียดจบลง ทุกคนแยกตัวไปตามทีมของตัวเอง เช่นเดียวกันกับคอนเนอร์ เคนท์-----ซูเปอร์บอยที่พ่วงสุนัขตัวโตไปด้วย

            คอนเนอร์กำลังคิดว่าหลายวันมานี้ทุกอย่างยังคงดำเนินไปอย่างปกติ ทุกคนปลอดภัยจากภารกิจ พูดคุยกันเหมือนปกติ เมแกนที่ทำขนมให้ทุกคนเหมือนเดิม---งานอดิเรกเธอล่ะ   หัวข้อการสนทนานอกจากเรื่องงานก็ไม่มีอะไรพิเศษมาก  เขาพาวูฟออกไปยืดเส้นยืดสายบ้างตามโอกาส  ทุกๆอย่างดำเนินไปอย่างปกติ

           

            “ฉันไปทำอะไรให้นายไม่พอใจหรือเปล่า?”

            ในขณะที่ทีมที่เขาถูกจัดให้อยู่ด้วยกำลังเดินไปหาไบโอชิปของเมแกน  ร่างเล็กกว่าที่เดินนำหน้าไปนั่นก็หันขวับกลับมามองเขาแบบไม่ทันให้เขาตั้งตัว  และด้วยคำพูดนั้นเรียกให้ทุกคนที่ยังไม่ทันได้เดินแยกออกไปหันมามอง....ทุกคนที่ว่ารวมถึงไนท์วิงด้วย

            “ไม่...เดี๋ยว  อะไรที่ทำให้นายคิดอย่างนั้น?” คอนเนอร์เอ่ยตอบโรบินที่ยังคงมองมาที่เขา

            โรบินนิ่งไปสักพักคล้ายกำลังตัดสินใจว่าควรจะพูดออกไปดีหรือไม่

 

            “เพราะนายเอาแต่มองฉันอย่างกับจะกินเข้าไปทั้งตัวมา3วันแล้ว”

            ทุกคนเงียบไปชั่วอึดใจ.... ซูเปอร์บอยชะงักไปเล็กน้อย และไนท์วิงที่ก้าวเข้ามาเคลียร์สถานการณ์

            “พวกนายไม่ได้ทะเลาะกันใช่ไหม?” ไนท์วิงมองทั้งสองคนสลับกันอย่างครุ่นคิด

          คิ้วเรียวของหนุ่มครึ่งมนุษย์ครึ่งคริปโตเนียนขมวดมุ่น

            “ไม่  แล้วฉันก็ไม่ได้มองนายแบบนั้นด้วย”  สถานการณ์เริ่มดูท่าจะไม่ดีเท่าไร  ทุกคนจึงยังไม่ขยับไปไหน

            “อันที่จริงแล้ว ฉันก็เห็นแบบนั้นนะ พวก เผลอทีไรนายก็เอาแต่มองโรบินอย่างกับจะกลืนเขาเข้าไปทั้งตัว นายโอเคไหมเนี่ย?” เป็นบาร์ทที่พูดออกมา และนั่นทำให้เขาแปลกใจมาก  สีหน้าของเขาคงแสดงความแปลกใจออกมาด้วยถ้าให้เดา

            “จริงเหรอ? ฉันไม่คิดว่า ....คือ ไม่รู้ตัวน่ะ ไม่ได้ตั้งใจ   นายไม่ได้ทำอะไรหรอกสบายใจได้” เขาหันไปหาโรบินแล้วพูดออกไปตามที่คิด  

            โรบินระบายรอยยิ้มบนริมฝีปากตอบเขา

            “งั้นก็ดีแล้ว  ฉันไม่อยากมีปัญหากับคนในทีม”

            เด็กหนุ่มทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินหายไปเข้าไปในไบโอชิป  ไนท์วิงปรายสายตามามองซูเปอร์บอยเล็กน้อยก่อนจะผุดยิ้มขึ้นคล้ายจะขบขันอะไรบางอย่าง

            คอนเนอร์เลิกสนใจแล้วเดินตามไป  ในหัวเต็มไปด้วยเรื่องที่ว่าเขาเผลอมองโรบินบ่อยขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไร

            .

 

            .

 

            .

 

            .

 

            .

 

            .

 

            ตลอดการทำภารกิจ ซูเปอร์บอยไม่ค่อยมีสมาธิเท่าที่ควร เขาเข้าซัดกับพวกลิ่วล้อพกอาวุธได้สบายแหงอยู่แล้ว แต่สมาธิของเขามักหลุดง่ายมากๆ  กระนั้นก็พยายามรวบรวมความเป็นตัวเองเอาไว้และทำมันให้ออกมาดีที่สุด

            และเขาผ่านมันมาได้โดยไม่ทำให้ใครบาดเจ็บ และตอนนี้มีบีสบอยกับเขาเฝ้าระวังอยู่ด้านนอกโกดัง รอสัญญาณจากคนที่เข้าไปด้านในเพื่อดาวน์โหลดเอาข้อมูลอะไรบางอย่าง

            ทุกอย่างราบรื่นดีจนกระทั่งเกิดเสียงระเบิดขึ้นด้านในโกดังนั่น  ก้อนอิฐกระจัดกระจายออกมาพร้อมกับแรงระเบิดที่เปิดหลังคาและกำแพงโกดังจนโล่ง

            “โรบิน!”  คอนเนอร์มองเห็นร่างเล็กของใครบางคนที่ดีดขึ้นมาพร้อมแรงอัดระเบิด  ร่างเพรียวบางลอยคว้างกลางอากาศพยายามหาที่ยึด  ไม่รู้ว่าบาดเจ็บหรือเปล่าเพราะโรบินมักรอบคอบเสมออยู่แล้ว แต่ก็ไม่น่าวางใจเท่าไร

            ซูเปอร์บอยกระโจนขึ้นไปบนต้นไม้ ส่งแรงดีดพุ่งเข้าไปยังร่างที่กำลังล่วงลงมาโดยไม่ทันสังเกตว่าเมแกนกำลังลอยตัวไปรับโรบินอยู่ก่อนแล้ว

            ทว่าคอนเนอร์ถึงตัวโรบินก่อน เขากระชับร่างนั้นไว้ในอ้อมแขนแล้วพาตัวเองลงมาด้านล่าง   จังหวะเดียวกับที่คนของทางฝั่งนั้นกรูเข้ามาหมายจะจับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ตาม ถึงแม้จริงๆแล้วจะไม่สามารถทำได้ก็เถอะ เพราะแค่บีสบอยคนเดียวก็จัดการได้อยู่แล้ว


            “ได้แล้ว!” จู่ๆโรบินในอ้อมแขนของเขาที่กำลังละเลงปลายนิ้วลงบนโฮโลแกรมเหนือแขนตัวเองก็พูดขึ้นมา ก่อนจะชูแฟลชไดรฟ์ขึ้นมาระดับสายตา

            นั่นทำให้ทุกคนรู้ว่าได้เวลาถอยแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาไม่อยากทำร้ายใคร ตราบเท่าที่ใครไม่เข้ามาทำร้ายก่อนล่ะก็นะ  ในเมื่อได้ของที่ต้องการแล้ว ไบโอชิปของเมแกนจึงล่อนผ่านป่าด้านหลังมารับพวกเขา

            คอนเนอร์อุ้มร่างโรบินกระโดดขึ้นไปบนยานตามหลังไปเป็นคนสุดท้าย ทันทีที่ไบโอชิปถลาตัวขึ้นบนฟากฟ้าพ้นเขตรัศมีของศัตรู  โรบินก็ติดต่อไปยังไนท์วิง ภาพโฮโลแกรมไนท์วิงโผล่ขึ้นมาเหนือแขนของเด็กหนุ่ม

            “ฉันได้มาแล้ว  กำลังส่งข้อมูลไป สำรองไว้สองไฟล์ ได้รับแล้วใช่ไหม?”  โรบินยังคงละเลงนิ้ว ยุ่งอยู่กับการอัพโหลดข้อมูล

            “เรียบร้อย  ทำดีมาก เหมือนนายจะได้แผลมานะ?”  ไนท์วิงยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นแผลถลอกข้างแก้มของอีกฝ่าย  โรบินหัวเราะรับคำพูดนั้นเบาๆ

            “โดนระเบิดอัดนิดหน่อย โชคดีที่ไหวตัวทัน ต้องขอบคุณมิสมาร์เชียน ...อ้อนายด้วย”  โรบินเงยหน้าขึ้นมองซูเปอร์บอยที่ยังคงไม่ยอมวางเขาลงเสียที

            “ทุกคนทำดีมาก แล้วเจอกั--- อ้อ วางน้องชายฉันลงได้แล้วมั้งคอนเนอร์  ไนท์วิงเอาท์”  ภาพโฮโลแกรมไนท์วิงหายไปแล้ว  แต่คำพูดแซวที่ทิ้งท้ายไว้นั่นทำให้บีสบอยกับเมแกนหันมามองเขา

            “โอ้ โทษที นายตัวเบามาก ฉันก็เลยไม่ทันสังเกต” เขาค่อยๆวางร่างเพรียวบางของโรบินลงแล้วกลับเข้าประจำที่ตัวเองโดยพยายามไม่มองปฏิกิริยาของโรบินที่มีต่อคำพูดของเขา

 

          ให้ตายเถอะ ช่วงนี้หมอนี่มีอิทธิพลกับฉันมากเกินไปแล้ว เราคุยกันไม่ถึง10ประโยคด้วยซ้ำ

          ....หรือถึงแล้ว?

 

            คอนเนอร์มุ่นหัวคิ้ว รู้สึกไม่พอใจอะไรสักอย่างที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจนัก

            อาจจะเป็นเพราะหัวใจของเขาเอาแต่ดีดตัวเต้นเป็นจังหวะที่รุนแรงไม่ยอมหยุดตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว...

 

           

            ________________________________

 

            “คอนเนอร์... นายแอบชอบโรบินอยู่เหรอ?”

 

            พรวด!

 

            คอนเนอร์สำลักน้ำที่กำลังดื่มอยู่  วูฟที่นั่งอยู่ใกล้ๆถึงกับสะดุ้งกับอาการของชายหนุ่มร่างสูงที่ไอโขรกตัวโยนอยู่หน้าตู้เย็น

 

            “เมแกน  ...ฉันว่าเธอกำลังเข้าใจอะไรผิด”  หลังจากไอจนเข้าที่เข้าทางแล้ว คอนเนอร์จึงหันไปมองแฟนเก่าของเขาที่เป็นคนพูดประโยคนั้นขึ้นมา

          คอนเนอร์กับเมแกนเลิกกันไปเกือบปีแล้ว และเมแกนก็มีคนมาดามใจใหม่เรียบร้อย---ลากาน หนึ่งในสมาชิกของทีม  ทีแรกเขาก็ไม่ชอบใจที่เห็นสองคนนี้สวีทกันเกินเหตุต่อหน้าต่อตาเขาราวกับจงใจ  แต่ช่วงนี้เขาก็ไม่รู้สึกแบบนั้น ออกไปทาง...เฉยๆ  เหมือนกับว่าเขาไม่รู้สึกอะไรต่อเมแกนไปในทางชู้สาวอีกแล้ว

            “จริงๆนะ ฉันก็สังเกตมาสักพักแล้ว เหมือนนายจะเป็นห่วงเป็นใยโรบินมากกว่าปกติ” เป็นวันเดอร์เกิร์ลที่เอ่ยเสริมขึ้นมา  หญิงสาวผมบลอนด์พยักหน้าให้กับความคิดนั้นของตัวเองอย่างหนักแน่น

            “ใช่  เผลอทีไรนายก็มองเขาตลอด ไม่เอาน่าพวก นายแอบชอบเขาตั้งแต่เมื่อไร  แต่ไม่ค่อยเห็นพวกนายคุยกันจริงจังเลยนะ เอาเวลาไหนไปชอบ” บาร์ทเอ่ยติดตลกขณะส่งขนมเข้าปาก

            “โอ้ นั่นจริงสินะ ฉันนึกว่าฉันสังเกตอยู่คนเดียวเสียอีก   ซูเปอร์บอย~ รู้ใช่ไหมว่าไนท์วิงแอบหวงน้องมากพอสมควรเหมือนกันนะ” แบทเกิร์ลหัวเราะ ราวกับเห็นมันเป็นเรื่องขบขันระหว่างที่นั่งลงบนโซฟา ถัดจากบีสบอยที่กำลังแปลงร่างเป็นสุนัขเลียนแบบวูฟซึ่งเดินไปนั่งเบื้องหน้าตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

          “เฮ้ พวก  จริงดิ? ไม่เห็นรู้มาก่อนเลย” พอดีกับที่บลูบีเทิลเดินเข้ามาร่วมวงสนทนา  เขาทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นเมื่อเห็นว่าโซฟาถูกจับจองที่นั่งจนเต็มแล้ว

          โอเค... นี่ยกกันมาทั้งทีมแล้วใช่ไหม  เดี๋ยวอีกสักพักโรบินคงโผล่มาถ้าจะให้เซอร์ไพรส์ล่ะก็

 

          “เอาล่ะ พอ  ฉันไม่รู้ว่าพวกนายพูดถึงเรื่องอะไร และถ้ายังคิดจะพูดเรื่องนี้กันอยู่ ฉันจะพาสเฟียซออกไปวิ่งเล่นข้างนอก”  คอนเนอร์ปิดตู้เย็น  เขากำลังพูดถึงเทคโนโลยีต่างดาวคู่ใจที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นยานพาหนะสุดเท่ได้

          “นั่นดูเหมือนมีบางคนเขินนะ” บาร์ทหัวเราะ  นั่นทำให้คอนเนอร์ขมวดคิ้วแสดงท่าทีไม่พอใจแล้วหันหลังเดินออกไปจริงๆตามที่พูด


            ทว่ายังไม่ทันจะได้ไปไหน  ใครอีกคนที่ถูกพูดถึงในบทสนทนาก็โผล่เข้ามาพอดีเสียก่อน

            เอาจริงดิ... ไอ้ที่คิดไว้เมื่อกี้นี่ล้อเล่นนะ

            โรบินถืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สี่เหลี่ยมหน้าจอกว้างเดินเข้ามาโดยไม่มองทางด้วยซ้ำ นิ้วเรียวนั่นละเลงลงบนผิวราบเรียบของหน้าจอที่ปรากฏข้อมูลอะไรเยอะแยะอย่างจดจ่อ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและพบกับสายตาทุกคู่ที่มองมาทางเขา...สาบานได้ว่าโรบินมองเห็นความกรุ้มกริ่มในแววตาพวกนั้น

            “โอเค... นี่ฉันพลาดอะไรไปหรือเปล่า?” โรบินเลิกคิ้วอย่างนึกสงสัย  เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากบาร์ทและวันเดอร์เกิร์ล

            “เอาล่ะพอ ฉันไปล่ะ หลบหน่อย” คอนเนอร์เบียดตัวกระทบไหล่ผ่านโรบินออกไป

            เด็กหนุ่มร่างเพรียวเหลียวหลังมองอีกฝ่ายแล้วผินหน้ากลับมาหาทุกคนก่อน

            “ฉันเผลอไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจจริงๆใช่ไหม” โรบินยกนิ้วโป้งชี้ไปด้านหลังสื่อถึงชายอีกคนที่เพิ่งเดินชนไหล่เขาออกไป

            “โอ้ นายไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ยืนอยู่เฉยๆนั่นก็มากพอแล้ว” แบทเกิร์ลว่าพลางหัวเราะชอบใจกับคำล้อของตัวเอง

          โรบินเลิกคิ้วขึ้น เมื่อไม่ได้คำอธิบายเพิ่มเขาจึงทำเพียงถอนหายใจแล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินออกไปบ้างจนใครบางคนต้องเอ่ยถาม

            “นั่นนายจะไปไหนน่ะ?”

            โรบินหันกลับมามอง “ทำไมล่ะ? วันนี้เหมือนจะไม่มีภารกิจอะไรนี่  ใช่ไหม?”

            “ยังไม่มีนะ” เป็นวันเดอร์เกิร์ลที่เอ่ยตอบ

            “อือ ฉันแค่ไปใช้ชีวิตน่ะ”  โรบินทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะพาร่างของตัวเองเดินออกไป

          .

 

            .

 

            .

 

            .

 

            .

 

            .

 

            .

 

            งี่เง่า...

 

            ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีดำประทับโลโก้ซูเปอร์แมนกำลังเดินเตะกระป๋องน้ำอัดลมลงถังขยะข้างม้านั่งในสวนสาธารณะ เขาปล่อยตัวเองให้ถูกครอบงำโดยอารมณ์ฉุนเฉียวอย่างไร้เหตุผล

            ไม่รู้ว่าหงุดหงิดอะไร แต่เหมือนจะไม่ชอบใจอะไรสักอย่าง   เขาตระหนักได้ว่าช่วงนี้ทำตัวไม่ดีใส่โรบิน ทั้งที่โรบินไม่ได้ทำอะไรเลย หมอนั่นแค่ยืนอยู่เฉยๆ แล้วสมองของคอนเนอร์ก็ผุดภาพใบหน้าภายใต้หน้ากากของคนคนนั้นขึ้นมา จากนั้นเขารู้สึกว่าร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการกระทำนั้นของตัวเอง


            ดวงตาสีท้องฟ้าฤดูร้อนคู่สวยนั่นหลอกหลอนเขาพอสมควร  ทุกครั้งที่เขามอง...หรือสัมผัสเรือนร่างของโรบิน เขาจะต้องนึกถึงผิวขาวเนียนละเอียดกับความบอบบางที่เขาสามารถโอบไว้ได้ด้วยแขนเดียวนั่น

            ใช่... เส้นผมสีดำที่คลอเคลียใบหน้ายามเปียกน้ำหรือลมพัด  นั่นไม่ดีเลย...ไม่ดีต่อใจเขามากๆ  ไม่ต้องพูดถึงเหตุการณ์ในห้องน้ำนั่นที่เขายังคงจำทุกรายละเอียดบนใบหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างดี

            เด็กหนุ่มเจ้าของใบหน้าหวานนั่น  เหมือนเด็กผู้ชายที่กำลังนั่งให้อาหารนกอยู่บนม้านั่งใต้ต้นไม้เบื้องหน้าเขากำลังทำให้เขารู้สึกสับสนในตัวเองอย่างมาก

 

            ....เดี๋ยวนะ...

            เด็กผู้ชายที่กำลังนั่งให้อาหารนกอยู่บนม้านั่งใต้ร่มไม้...?

           

            ในระหว่างที่สมองของเขากำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย สายตาก็สะดุดกับเด็กผู้ชายเจ้าของดวงตาสีท้องฟ้าฤดูร้อนคนนั้น เส้นผมสีดำที่ไม่ผ่านการจัดแต่งใดๆลู่ลงมาคลอเคลียแก้มใส   เด็กหนุ่มร่างเพรียวบางภายใต้เสื้อยืดสีดำประทับโลโก้ซูเปอร์แมนเหมือนกับที่เขากำลังใส่อยู่ไม่มีผิด เพียงแต่ไซส์เล็กกว่า

            มือเรียวบางที่แสนคุ้นเคยนั่นกำลังโปรยเศษขนมปังลงบนพื้น เรียกให้นกพิราบหลายตัวลงมารับเป็นอาหาร  ทว่าการกระทำนั้นหยุดชะงักลงราวกับรู้ว่ากำลังถูกจ้องมอง

            ดวงตาสีฟ้าคู่สวยเงยขึ้นมองสบกับคอนเนอร์ที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

            ริมฝีปากระเรื่อคลี่ยิ้มออกมาคล้ายจะทักทาย  ...นั่นทำให้เขามั่นใจว่าคนตรงหน้าคือคนคนเดียวกับที่เขากำลังนึกถึงอยู่ในใจ

            “อยากคุยกันหน่อยไหม?” น้ำเสียงที่เขาคุ้นหูนั่นเอ่ยชวนขณะขยับเหลือที่ให้อีกฝ่าย   คอนเนอร์เดินฝ่าฝูงนกพิราบเข้าไปใกล้และทิ้งตัวลงนั่งข้างๆกับอีกฝ่าย

            ทว่ากลับไม่มีใครเปิดบทสนทนาก่อน  เด็กหนุ่มที่เขามั่นใจว่าเป็น โรบินจึงเริ่มโปรยเศษขนมปังต่อราวกับรอเวลาให้เขาเปิดปากพูดขึ้นมาเอง

            โรบินใจเย็นเสมอ...

         

          เขานึกไปถึงตอนที่ไนท์วิงเป็นโรบิน  อย่างที่เขาเคยคิดว่าโรบินทุกคนมีคุณลักษณะเหมือนๆกันหมด  แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นเสียทีเดียว

            ไนท์วิงเคยเป็นโรบินที่ค่อนข้างจะ...ซุกซน เขายังจำได้ว่าหมอนั่นหัวเราะเยาะเขาทันทีที่เขาถูกคว่ำโดยหญิงสาวผู้เป็นครูฝึก  ใช่...

            แต่คนๆนี้... กลับนิ่ง  เขายังไม่เคยเห็นโรบินคนนี้โมโหเลยสักครั้ง  เด็กหนุ่มไม่มีท่าทีฝักใฝ่ในความอยากเห็นหัวหน้าเหมือนที่ไนท์วิงเคยทำ  หมอนี่นิ่งชะมัด...  แต่ไม่ใช่ในแบบเย็นชา

            “รู้ไหม...ฉันเคยคิดว่าโรบินทุกคนจะเหมือนๆกันหมด  ...คือ ดูพวกนายสิ จู่ๆก็หายไปดื้อๆอย่างกับหายตัวได้ ...อย่างกับนินจาอะไรทำนองนั้น”  คอนเนอร์ตัดสินใจเปิดบทสนทนาเมื่อเห็นว่าปล่อยให้อีกฝ่ายรอนานเกินไปแล้ว

            ดวงตาคู่สวยเบนมามองเขาพร้อมกับผุดยิ้มน้อยๆพอให้เป็นปฏิกิริยาตอบสนองในสิ่งที่เขาพูด

            “แต่ความจริงก็ไม่อ่ะ ไนท์วิง---หมอนั่นเคยเป็นโรบินที่ค่อนข้าง... แสนซน” เขาพยายามเลือกใช้คำที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด  แต่นั่นกลับทำให้คนข้างตัวหลุดหัวเราะออกมา

            “ฮะๆ... เพราะเสียงหัวเราะคิกคักของเขาเวลาเจอเรื่องถูกใจใช่ไหม หรือบางทีก็ก่อนจะหายตัวไปเงียบๆ ...นั่นเหมาะกับคำว่าแสนซนจริงๆนั่นล่ะ” โรบินดูผ่อนคลาย... ยามไร้ซึ่งหน้ากากและเรากำลังพูดถึงพี่ชายของเขา

            คอนเนอร์คลี่ยิ้มพึงพอใจกับภาพที่เห็น

          โรบินที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขนั่นทำให้เขานึกถึงนกน้อยโรบินที่กำลังกางปีกถลาไปบนท้องฟ้า มันช่างน่ารัก... ช่างเป็นภาพที่ทำให้เขารู้สึกมีความสุขตาม เป็นขณะเดียวกับที่เขาสัมผัสถึงอัตราการเต้นของหัวใจตัวเองที่ดีดขึ้นมากะทันหันอีกครั้ง

 

            โอ้ให้ตาย ...ฉันชอบคนคนนี้ ไม่รู้จะปฏิเสธตัวเองทำไม

 

            “อือ... นั่นล่ะ แต่นายกลับดู... เป็นคนละแบบกัน” เสียงของเขาเบาลง  ใบหน้าหวานของเด็กหนุ่มข้างตัวเบนมามองขณะที่มือหยุดโปรยเศษขนมปังชั่วขณะ

            “อืม... ฉันไม่คิดว่าฉันจะเก่งได้อย่างเขาหรอก” โรบินระบายรอยยิ้มไม่สื่อความหมายใดเป็นพิเศษ

            คอนเนอร์รีบโบกมือปัดๆกลางอากาศ “ไม่ๆ ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น   ...คือนายดู  ...ซอฟท์? ใช้คำนี้คงได้หรือเปล่า?”

            เหมือนคำพูดของเขาจะเรียกให้คิ้วเรียวของอีกฝ่ายเลิกขึ้นคล้ายจะขอคำอธิบายเพิ่มเติม

            “นายดูนิ่ง และดูอ่อนโยน... คือ ไม่ใช่คนที่จะหัวเราะใส่หน้าคนอื่นได้ อะไรทำนองนั้น  เอาจริงๆฉันไม่เคยเห็นนายโกรธด้วยซ้ำ” คอนเนอร์ลูบท้ายทอย พยายามหาคำมาอธิบาย

            “ส่วนนายก็ดูจะโกรธอะไรง่ายๆอยู่บ่อยๆนะ” โรบินหันกลับไปโปรยเศษขนมปังลงพื้น

          ซูเปอร์บอยเม้มปากเป็นเส้นตรง ตัดสินใจว่าต้องพูดเคลียร์ให้เข้าใจตรงกันเสียก่อน กับเรื่องอะไรหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงนี้

 

            “ฟังนะ โรบิน----

            “ทิม”  

         

          คำพูดของซูเปอร์บอยถูกขัดขึ้นกลางคันโดยคนที่เขากำลังพูดด้วย  ดวงตาคู่สวยหันมามองเขาพร้อมกับรอยยิ้มบางบนริมฝีปากแล้วเอ่ยซ้ำ

 

            “ทิม  ชื่อฉัน”

 

            ตึกตัก.....ตึกตัก.....ตึกตัก

         

        “คอนเนอร์? นายโอเคไหม?”

           

            เป็นเสียงหัวใจของซูเปอร์บอยที่รัวจังหวะกะทันหัน  เขารู้สึกร้อนวูบวาบบนใบหน้า เดาว่าตอนนี้คงขึ้นสีเลือดฝาดได้ที่แล้วเพราะใครอีกคนที่กำลังรอฟังสิ่งที่เขาพูดยื่นมือมาจับไหล่ของเขาคล้ายจะเช็คอาการ

           

          “อา... โอเค ...ฉันโอเค  ทิม

            คอนเนอร์อดยิ้มไม่ได้  รู้สึกดีใจแปลกๆที่จู่ๆอีกฝ่ายก็บอกชื่อของตัวเองข้นมากะทันหันแบบนี้

        “คือฉันจะบอกว่า... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวเหมือนไม่พอใจอะไรนาย ฉันคิดว่าฉันแค่รับมือกับอะไรบางอย่างไม่ค่อยได้”

            ทิมพยักหน้ารับเงียบๆ เบนสายตากลับมามองฝูงนกพิราบคล้ายปล่อยให้เขาได้พูดต่อจนจบเสียก่อน

            “ฉันมักจะใจเต้นแรงเวลาอยู่ใกล้นาย เวลาได้จับตัว หรืออย่าง...อ่า... ในห้องน้ำตอนนั้น”  คิ้วเรียวของซูเปอร์บอยขมวดมุ่นอีกครั้ง ไม่ค่อยอยากพูดถึงมันเท่าไร

            โรบินไม่เอ่ยขัดอะไร มือเรียวยังคงโปรยอาหารนกอย่างต่อเนื่อง

            “แล้วฉันก็รู้สึกหงุดหงิด ที่เหมือนเป็นอยู่คนเดียว ในขณะที่นายเป็นแบบเนี้ย... นิ่งมาก  จังหวะการเต้นหัวใจของนายไม่สะดุดเลยด้วยซ้ำ” คอนเนอร์มองท่าทีนิ่งเฉยของอีกฝ่ายแล้วเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง

            “นี่  ฟังนะ คือฉันเพิ่งเกิดมาได้แค่6ปี แล้วฉันมีแฟนสาวคนแรกเป็นชาวมาร์เชียน  ฉันไม่รู้จริงๆว่าฉันกำลังชอบเด็กผู้ชายชาวโลกอยู่ แล้วฉันต้องเริ่มจากตรงไหน......นายช่วยสนใจฉันมากกว่าเจ้าพวกนกนี่สักสองนาทีได้ไหม” คอนเนอร์พ่นลมหายใจ หัวคิ้วขมวดมุ่น แสดงท่าทีไม่พอใจออกมาให้เห็น

 

            แต่ทิมกลับหัวเราะคิกคักขึ้นมาเบาๆ  เขาได้ความสนใจจากดวงตาคู่สวยนั่นอีกรอบ  ทิมหยิบแผ่นขนมปังออกมาจากถุงแล้วยื่นให้ชายหนุ่มที่กำลังฉุนเฉียว

            “เริ่มจากใจเย็นๆ... แล้วให้อาหารนกสักพักดีไหม?” เด็กหนุ่มข้างตัวส่งยิ้มให้เขาคล้ายจะปลอบประโลม  นั่นทำให้เขาถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ คอนเนอร์รับขนมปังมาจากมืออีกฝ่ายแล้วเริ่มทำแบบเดียวกัน

            “นายเริ่มความสัมพันธ์กับเมแกนในรูปแบบที่เธอชอบนายก่อน  ไม่แปลกถ้านายอาจจะรู้สึกหงุดหงิดที่ฉันไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเท่าไร  มันเป็นเรื่องปกติของการสั่งการจากสมองทางด้านอารมณ์” ทิมอธิบายเนิบนาบ ทุกคำพูดที่ส่งไปให้เด็กหนุ่มอีกคนล้วนแต่ปรับให้ฟังดูเข้าใจง่ายที่สุดแล้ว

            “นายมองหน้าฉันแล้วพอจะเดาออกไหมว่าฉันถูกผู้ชายจีบมากี่ครั้งแล้ว”  พวกเขาหันมามองหน้ากัน

            คอนเนอร์คิดว่าทิมเป็นเด็กหนุ่มที่มีใบหน้าสวยมากคนหนึ่ง  คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะถูกผู้ชายสารภาพรัก  ...อาจจะเป็นเรื่องปกติเลยด้วยซ้ำ

            “ไม่รู้สิ เดาว่าคงเยอะ” ซูเปอร์บอยไหวไหล่เล็กน้อย รอให้อีกฝ่ายพูดต่อ

            “อือ บ่อยเกินกว่าจะนับด้วยสองมือ  ....ฉันกำลังจะสื่อว่า นั่นทำให้ฉันไม่รู้ว่าคนที่เข้าหาฉัน มีใครบ้างที่ฉันสามารถจริงใจด้วยได้ บางคนก็แค่เข้ามาเพราะผลประโยชน์บางอย่าง หรืออาจจะเพราะรูปลักษณ์ภายนอกล่ะมั้ง? ส่วนใหญ่ไม่นานก็ห่างหายไปเอง” ทิมไหวไหล่เล็กน้อย

            “แล้วฉันก็... ไม่ใช่ผู้เล่นที่ดีเท่าไรนักในความสัมพันธ์พวกนี้” เด็กหนุ่มเอ่ยเสริมต่อ  ดวงตาสีฟ้ากลอกไปด้านบนคล้ายกำลังนึกถึงอะไรบางอย่าง

            “นายบอกว่าโรบินทุกคนเหมือนๆกัน... นั่นเป็นความจริงนะ ฉันกล้าพูดว่าโรบินทุกคนขาดความอบอุ่น ต้องการหาอะไรบางอย่างมาเติมเต็มชีวิต แต่ในเรื่องของความรักแล้ว ก็มักจะโตมามีปัญหานั่นแหละ  ไนท์วิงก็ด้วย เจ้าตัวบอกว่าโทษแบทแมนได้เลยเรื่องนี้  อย่าไปบอกเขาล่ะ”  ทิมยังคงพูดต่อพร้อมกับหัวเราะเบาๆให้กับคำพูดของตัวเอง

            ก่อนจะหยุดคำพูดของตัวเองไว้แค่นี้ แต่นั่นก็มากพอสมควรสำหรับคนที่ฟังอยู่   คอนเนอร์หยิบขนมปังขึ้นมาส่งเข้าปากแทน

            “กินได้ใช่ไหม?” หลังจากกลืนลงไปแล้วจึงหันมาถามอีกฝ่ายที่กำลังเอนหลังพิงพนักอย่างใจเย็นกับการเปลี่ยนหัวเรื่องกะทันหันของเขา

            “หมายถึงขนมปัง... หรือฉัน?”

           

            แค่ก!

 

            คอนเนอร์สำลักก้อนขนมปังที่กำลังยัดเข้าไปเป็นคำที่สองกะทันหัน  ความตั้งใจที่จะดึงความสนใจจากอีกฝ่ายด้วยการเปลี่ยนเรื่องให้บรรยากาศผ่อนคลาย แล้วค่อยพากลับเข้าเรื่องเดิมนั่นพังทลายลงด้วยคำพูดนั้นของทิมจนหมดสิ้น

             ดูเหมือนเขาจะยังลืมตาดูโลกไม่นานพอที่จะตามพวกมนุษย์โลกให้ทัน...

            “ฮะๆ... ขอโทษที  ฟังดู แสนซนไปเหรอ?”  ทิมตบหลังเขาเบาๆ ช่วยให้กลืนเจ้าก้อนขนมปังได้ถนัด

            ซูเปอร์บอยหรี่ตามองอีกฝ่าย

            “ฉันคงต้องคิดใหม่เกี่ยวกับเรื่องนี้... โรบินทุกคนแสนซนจริงๆแฮะ  แค่อาจจะคนละแบบ”

            ทิมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปโยนขนมปังแผ่นสุดท้ายไปไกลๆ เรียกให้นกพิราบบินตามอาหารของพวกมัน

            “ฉันแค่ล้อนายเล่น  ช่วยไม่ได้นี่นา ฉันขาดความอบอุ่น” เขาพูดติดตลก  ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสามารถนับคำพูดนี้มาคิดจริงจังได้หรือเปล่า

           

            “นายบอกว่าเริ่มจากใจเย็นๆแล้วให้อาหารนก  ตอนนี้หมดแล้ว ฉันต้องทำไงต่อถ้าจะจีบผู้ชายชาวโลกสักคน” คอนเนอร์พูดยิ้มๆ

            “นายกินอาหารนกเข้าไป คอนเนอร์  และขนมปังพวกนี้หมดอายุแล้ว”  ทิมหยิบถุงเปล่าเอี้ยวตัวไปทิ้งลงถังขยะ

            “ไม่จริงหรอก  ไม่งั้นนายคงห้ามฉันไปแล้ว”

            โรบินปรายสายตามามองเขา ก่อนจะแย้มรอยยิ้มขึ้นอีกครั้ง

            “เห็นฉันเป็นคนดีขนาดนั้นเลยเหรอ? น่าดีใจเหมือนกันนะ”

            คอนเนอร์ไหวไหล่เล็กน้อยให้คำพูดนั้น  พวกเขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่นั่งเฉยๆบนม้านั่ง ปล่อยเวลาไหลไปเรื่อยๆ 

            “เราเหมือนคู่รักที่ใส่เสื้อคู่มานั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน” ทิมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ  ท่าทีสบายๆของเด็กหนุ่มร่างบางทำให้เขาเผลอยิ้มอย่างผ่อนคลายไปด้วย

            “อือ...ใช่ เหมือนจริงๆ”

          ดวงตาสีฟ้าสองคู่ทอดสายตามองไปยังท้องฟ้าเบื้องบนที่ถูกฉาบด้วยแสงสีส้มจากดวงอาทิตย์ซึ่งกำลังค่อยๆเคลื่อนตัวต่ำลงเรื่อยๆ

            “เฮ้...ทิม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกคนข้างตัวแผ่วเบา

            “หือ?” ทิมขานรับในลำคอเบาๆ ดวงตายังคงจับจ้องไปที่ผืนฟ้าด้านบน

 

            คอนเนอร์ไม่ได้พูดอะไรต่อ  มือแกร่งถูกยกขึ้นทาบทับแก้มเนียนของชายร่างเล็กกว่าให้ผินหน้าเข้าหา ไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยอะไร เรียกปากบางก็ถูกปิดแนบด้วยริมฝีปากของเขา   สัมผัสอ่อนนุ่ม...เพียงแผ่วเบา  ไร้การรุกล้ำใดๆ ขณะที่แสงสีส้มสาดลงมาตกกระทบ

            ซูเปอร์บอยไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าประทับริมฝีปากอยู่เนิ่นนาน จนกระทั่ง....

 

            ตึกตัก....ตึกตัก.....

           

          ในที่สุดฉันก็ได้ยินเสียงหัวใจของนายเต้นแรงเท่าของฉัน... ทิม

 

            ชายหนุ่มละริมฝีปากออก พิศมองใบหน้าของคนถูกขโมยจูบแล้วรู้สึกพึงพอใจไม่น้อยที่ทำให้แก้มเนียนใสนั่นขึ้นสีจางๆได้

            “นับเป็นขั้นที่สองได้ไหม?”

            คำพูดของคอนเนอร์เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากอีกฝ่าย  มือเรียวผลักอกเขาออกห่างเล็กน้อย

            “ใจร้อนชะมัด...”

 

          ไม่รู้ว่าหลอกตัวเองอยู่ได้ยังไงตั้งนาน ฉันตกหลุมรักเจ้านกโรบินตัวน้อยๆตัวนี้... และตอนนี้ก็ถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว

          เอาล่ะ... หวังว่าแบทแมนจะไม่เขม่นฉัน  ไนท์วิงด้วย...

 

          ___________________[FIN]____________________


ห้ามใจไม่ให้ยัดกลิ่นอายความควีนใส่หนูทิมไม่ได้จริงๆค่ะ เคะบ้านค้างคาวต้องมีคุณสมบัติความควีนตั้งแต่พ่อ----- แค่กๆ 

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ TwT หวังว่าจะมีคนหวีดคู่นี้ด้วย55555

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ K. pneumoniae จากทั้งหมด 38 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

20 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 22:35

    เขียนได้ดีมากสนุกดีhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

    #20
    0
  2. #19 punninie (@punninie) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 12:25
    ไรท์คะ!!! สุดยอดมากๆๆๆๆๆ คือหาคู่นี้แล้วมาเจอเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกคือประทับใจมาก ฮือออ พูดจริงๆค่ะ แต่งดีมาก ตัวละครทุกตัวไม่หลุดคาแรคเตอร์จากเดิมเลย โอ้ยชอบจริง T___T หวังว่าไรท์คงมาอัพต่อนะคะ
    #19
    0
  3. #18 น้องน้ำ
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 12:28
    ฟิดเข้าค้าแต่งอีกได้ไหม>////<
    #18
    0
  4. #17 Af \'room Mayya (@munaminus) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 00:28
    แง นึกถึงตอนทิมใส่เสื้อคอน แล้วจู่ๆ คอนก็ขอมาค้างด้วยที่ห้องเลยค่ะ บอยเฟรนด์เชิร์ตสุดมาก ;w;
    #17
    0
  5. วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 03:43
    โอโห้วววววววววว เป็นฟิคที่ดีค่ะ อบอุ่นที่สุดดด
    #16
    0
  6. วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 22:22
    เหมือนจะมีการนินทากันเองเยอะมาก
    แหมแต่ทำไงได้ละ
    ครอบครัวค้างคาวมันลึดลับจริงๆนี่เนาะ
    #15
    0
  7. #14 @Tofushi4
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 23:18
    กรี๊สสสส ชอบมากๆเลยค่ะ บรรยายดีมาก ภาษาสวยอ่านง่ายด้วยค่ะ ฟินอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ!! น่ารัก!! น่ารักมากกกกกค่ะ!!



    ปล.ไรต์พูดถูกค่ะอฟช.ทำร้ายมาก เปิดซีซั่น2เห็นสองคนนี้คุยกันเราก็ปริ่มแล้วแต่ทั้งซีซั่นนี่นับได้เลยจริงๆ555
    #14
    0
  8. #13 Lufe_d
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 21:42
    ทิมมี่น่ารักจังเลยค่ะ ชอบจังหวะการดำเนินเรื่อง ไอเดียพล็อตที่ต่อมาจากอนิเมก็ดี ดีใจที่เห็นคนมาพายเรือกนี้บ้างนะคะ
    #13
    0
  9. #12 ★ Sweet Rock Cafe ★ (@manami33) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 22:46
    บอกได้คำเดียวว่า ชอบมาก ค่ะ >_< คอนทิมนี่ใช่เลย >< น่ารักกันมากเลย จนอยากให้มีต่อเลยค่ะ ไรท์เตอร์เขียนได้น่ารักจริงๆ ^[]^
    #12
    0
  10. วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 11:59
    อ๊ากกก~ คอนทิม!!! ชูป้ายไฟ คอนทิม!!! ฮือออ~T^T ทิมบางทีหนูก็ใช้คำกวนตรีนไปนะลูก55555
    #11
    0
  11. วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 / 01:11
    คอนทิมมม อ้ากกกกกกอะไรมันจะ!@#$%^ แค่กกก//สำลักน้ำอ้อย

    คอนระวังคริปโตไนต์นะลูกเป็นห่วง ค้างคาวค่อนข้างจะหวงลูกนกซะด้วยสิ =w='
    #10
    0
  12. วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 21:21
    น่ารักหลายๆค่ะะะ คอนเนอร์น่าเอ็นดูมากกกก โรบินทุกคนขาดความอบอุ่นนี่เรื่องจริงเลยนะคะ ฮาาาาา ติดพ่อทุกคนเลยย บ้านมีความควีนทุกคนค่ะ แต่ควีนคนละแบบ ถถถถถ
    #9
    0
  13. #8 Rafael_Riddle (@lee-seung-woo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 22:37
    กรี๊เดดดดดด ขอกรี๊ดดังๆ ทิมมี่ร้ยยน่ารัก น่าหยิกก อ้ากก (จากที่จิ้นอยู่แล้วมันหนักกว่าเดิม) บ้านค้างคาวนี่เหมาะกับบ้านซุปจริงๆสินะ ให้ตายสิเคะตั้งเเต่แบทมาเลย แค่กๆ ไรต์สู้ๆเเต่งต่ออีกนะครับบ
    #8
    0
  14. #7 สายฝน
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 15:07
    คู่แรร์หาอ่านไทยยาก ชอบมากเลยค่าไรท์

    สรุป ใครจบบ้านแบทมานี้มาดราชินีสินะ>_<~
    #7
    0
  15. #6 Fii
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 12:06
    ว๊ากกกกกกห น่ารักมากเลยค่ะ แงงงงงงง

    ชอบที่ให้โทษแบทแมนได้เลยเรื่องขาดความอบอุ่น ถถถถถ

    เราชอบทิมราชินีนะ น้องดูอ่อยอะ ฮืออออออออ เซ็กซี่

    เทียบกันแล้วเราว่าทิม naughty กว่าเยอะเลยค่ะ 555555

    เราชอบอีเว้นท์ secret identity แบบนี้มากเลยค่ะ จริงๆถ้า อฟช เอาไปเล่นกับดิ๊กน่าจะพีค แบบ prince of Gotham เชียวนะ แต่แค่ทิมนี่ก็แซ่บแล้วค่ะ //กลิ้งงง

    ขอบคุณมากเลยค่ะสำหรับฟิคน่ารักๆ ><
    #6
    0
  16. วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 05:46
    ขุ่นพ่อค้างคาวเปิดสอนหลักสูตรความเคะควีนรึเปล่าคะ----- หนูทิมน่าร๊ากกกกก
    แฟมแบทเป็นไรที่แกล้งเมะได้ควีนมากจริงจังค่ะ
    อีกคู่ที่แรร์มาก ในไทยรู้สึกหายากมากค่ะ ขอบคุณที่แต่งนะคะ น่ารักและกร๊าวใจมากค่ะ Y u Y #ตายสงบ
    #5
    0
  17. #4 someone like you
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 04:01
    หนูทิมน่ารักมากกกกกกก

    เคะบ้านนี้สอนมาดี
    #4
    0
  18. วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 19:30
    ระวังโดนแบทแมนมองแรงใส่นาจา โอ้ยยยย นุ้งทิมน่ารักเกินไป ขาดความอบอุ่นหรอ มาซบเรามา อร้ายยยยยย
    #3
    0
  19. วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 17:16
    กรี้ดดด นั่งหวีด
    โอ้ยยย ฮื่อออ น้ำตาจิไหลเจอฟิคคู่นี้//ปาดนรั่มตา(?)
    หนุ่มชาวคริปโตเนี่ยนเนี่ยซื่อทุกคนเลยหรือเปล่าคะเนี่ย โง้ยยยน่ารัก แต่ทิมมี่ทำไมหนูพูดประโยคชวนส่อแบบนั้น นี่สำลักตามคอนเนอร์เลย ถถถถ
    //เคะบ้านแบทแฟมต้องเป็นเคะราชินีที่คู่กับเมะลูกหมา(?)จริมๆค่ะ บรูซสอนความราชินีนี้มาดี----
    #2
    0
  20. #1 Yuukime (@snowfox00) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 16:42
    กรี๊ดดดดดดดดดด ทิมมี่น่ารักกกกกก!!! น่ารักอ่าาาาา เค้าจะเอากลับบ้านนนนน ไม่ให้คอนแล้ววววว #จริงจัง
    ฮืออออ น่ารักมากจริงๆนะ น่ารักทั้งทิม ทั้งตอนสวีทกับคอนเลย _/////_
    #1
    0