ตัวร้ายอย่างผมจะไม่ยอมถูกนางเอกปักธงใส่หรอกนะ! [Yaoi]

ตอนที่ 17 : #09 แสงสว่างที่สาดเรืองรอง และเสียงกระซิบที่เรียกหาโลกของ 'เรา'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,971
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    4 มี.ค. 60

 

 

Chapter#09

 

แสงสว่างที่สาดเรืองรอง และเสียงกระซิบที่เรียกหาโลกของ 'เรา'

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

‘...ได้โปรด กลับมานะครับ.....

 

‘....กลับมาหาผม....

 

....

 

‘...ฉัน...จะกลับมา....

 

...

 

...ก็สัญญา...ไว้แล้วนี่นา....

 

 

 

เสียงพูดที่ไม่รู้ว่าเป็นความฝันหรืออะไรกันแน่ ค่อยๆ เรียกสติของผมขึ้นมาอย่างช้าๆ พอจะขยับตัวก็เป็นอันต้องนิ่วหน้า รู้สึกหมดแรง... แล้วยัง---แปลกๆ ...ที่หลังมันรู้สึกแปลกๆ ...ไม่สิ--- ทั้งร่างเองก็รู้สึกแปลกๆ

 

...เหมือนกับมีอะไรที่ไม่คุ้นเคย...

 

หัวสมองของผมปวดแปล๊บ เหมือนได้ยินเสียงกระซิบมากมายที่จับใจความไม่ได้ สติเองก็คล้ายจะหลุดจากการควบคุมได้ทุกขณะ เลือดในกายสั่นเมื่อหัวใจสองดวงในอกเต้นดังประสานกัน...

 

...พอได้ยินเสียงหัวใจพวกนั้นแล้วก็ค่อยนึกขึ้นมาได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง

 

ให้ตายสิ ไม่เคยนึกเลยว่าชีวิตของคนที่เคยเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ อย่างผมจะกลายเป็นตัวประหลาดที่มีหัวใจตั้งสองดวงนี่ไปแล้ว.....

 

'...ล......'

 

เสียงหวิวร้องเบาๆ ครวญครางที่ผมจับใจความไม่ได้กรีดร้องอยู่ในสมองจนปวดหัวตุบ

 

รู้สึกเหมือนก่อนหน้านี้จะฝันถึงอะไรบางอย่าง แต่ก็นึกไม่ออก...

 

...หงุดหงิดใจชะมัดเลย...

 

ใครก็ได้ช่วยมารับความหงุดหงิดนี่ไปทีสิ

 

....คิดแล้วใบหน้ายิ้มๆ ของเจ้านั่นก็โผล่เข้ามาในความคิด------

 

"เอลิออธ...."

 

-------เลยเผลอเรียกออกไปจนได้

 

มีร่างหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ แต่รู้สึกว่ามันแปลกๆ ไปจากความคุ้นเคย หรือเป็นเพราะประสาทสัมผัสที่เปลี่ยนไปหลังจากเป็นแองเจิ้ลกันนะ?

 

ตอนนั้นม่านโปร่งที่คลุมเตียงนี่อยู่ๆ ก็เปิดออก คนคนหนึ่งโผล่หน้าเข้ามายิ้มๆ

 

"ท่านอาซาเซลตื่นแล้วหรือขอรับ?"

 

----หมอนี่ใคร?

 

'..อ...ค...เลื....ด...'

 

เพราะเสียงที่ดังลั่นอยู่ในหัวนี่ยิ่งทำให้หงุดหงิด เห็นหน้าไอ้เจ้าบ้านี่ก็ยิ่งทำให้หงุดหงิด ไม่เหลืออารมณ์จะมาเสวนากับใครมันทั้งนั้น

 

"เอลิออธอยู่ที่ไหน?"

 

ไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น ...ช่วยเอาเจ้าบ้านั่นออกมาสักทีเถอะ ผมจะประสาทแดกตายอยู่แล้ว

 

'เ.....อด......ลื.....ด'

 

ตอนนั้น---ใบหน้าคนตรงหน้ากระตุกไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มโง่ๆ ออกมาเหมือนเดิม

 

------น่ารำคาญ น่ารำคาญ แค่เห็นก็รู้สึกรำคาญไปหมดแล้ว....

 

"คนคนนั้น...เขากลับไปแล้วล่ะขอรับ หลังจากนี้กระผม - เชอดีน เมียร์ เซเลเวียนน์ - จะมาเป็นคนข้างกายท่านเองขอรับ ท่านอาซาเซล"

 

------อะไรนะ?

 

ผมไม่ได้สนใจเชอดงเชอดีนหรือส้นตีนบ้าอะไรนี่ มีเพียงคำพูดเดียวที่ดังอยู่ในหัว...

 

..หมอนั่น...กลับไปแล้ว....?

 

ใบหน้ายิ้มๆ หลากหลายอารมณ์ เสียงพูดของเขา กลิ่น อุณหภูมิ และท่าทางมากมายที่ไม่คิดว่าจะจดจำได้ไว้มากขนาดนี้หมุนวนอยู่ในหัวสมอง-----

 

-----พร้อมกับเสียงกระซิบนั้นที่ดังวนเวียน...

 

 

ท่านอาร์ส....

 

‘...ได้โปรด....กลับมานะครับ...

 

กลับมาหาผม.....

 

.....

 

.....

 

ทำไม...?

 

สัญญาแล้วไม่ใช่เหรอ....?

 

ฉันก็กลับมาแล้วนี่ไง....

 

...แล้วทำไม...?

 

'อาซาเซล...ฆ่า....เลือด....!'

 

ตอนนั้นเสียงกระซิบในสมองก็ลั่นดังออกมาจนปวดร้าวไปหมด โลกของผมเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน สติเกือบจะดิ่งวูบลงไป...

 

บ้าเอ้ยยยย!

 

"ไสหัวออกไป!!!!!"

 

ผมกัดปากแล้วตะโกนออกไปด้วยเสียงแหบคำราม แว๊ปปปป พลังสีทองในร่างถูกผลักออก และแล้วร่างของคนน่ารำคาญนี่ก็ถูกวาร์ปหายไปอยู่ที่ไหนสักที่ที่พ้นหูพ้นตาผม ไม่ได้คิดที่จะฆ่า ถึงสมองจะปวดตุบไปหมดก็เถอะ

 

แต่---แก....

 

คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน...?

 

...คิดจะมาควบคุมฉันคนนี้อย่างนั้นเหรอ?

 

ผมเดือด เดือดมาก หงุดหงิด ไม่พอใจ โมโห สับสน ไม่เข้าใจ ทุกๆ อย่างวิ่งแล่นสะเปะสะปะวนไปมาซ้ำๆ อยู่ในสมองจนแทบบ้า เสียงกระซิบนั่นยังดังลั่นไม่หยุด แล้วโลกก็กลายเป็นสีแดง แต่เมื่อกระพริบตากลับมาอีกทีก็เปลี่ยนกลับมาเป็นสีสันอีกครั้ง...

 

...สติเหมือนถูกรั้งไว้ด้วยเส้นเชือกบางๆ และผมก็ใช้มันที่เหลืออยู่นั่นระลึกถึงดวงตาคู่นั้นย้ำๆ

 

...เอลิออธ....

 

....นายอยู่ที่ไหน..?

 

'ฆ่า...อาซาเซล....ฆ่า...สิ'

 

"หุบปากกกกก!!!!!"

 

เวรเอ้ย!! แองเจิ้ลนี่มันคำสาปจริงๆ ผมสบถ สบถซ้ำๆ ไปมาในใจอย่างหยุดไม่ได้ จิกเล็บแน่นจนแทบเข้าเนื้อ ก่อนจะหลับตาลง ปวดหัว ปวดหัวชะมัด หงุดหงิด ปวดจี๊ดและสับสนซะจนรู้สึกเหมือนจะร้อนๆ ที่ตาเอาหน่อยๆ ...

 

ไอ้เจ้าบ้าเอ้ย!!!

 

หายไปไหนกัน?!

 

นายอยู่ที่ไหน!!? เอลิออธ!

 

...ผมรู้สึกเหมือนโลกมันค่อยๆ บิดเบี้ยว ว่างเปล่า โดดเดี่ยว เหมือนกับมีแค่ตัวคนเดียวในโลก ไม่เอานะ....ไม่เอาแบบนี้หรอก...

 

เป็นสมุนของผมแล้วน่ะ...เป็นคนของผมน่ะ..ถ้าไม่อนุญาตก็ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น....

 

ก็บอกแล้วไง-----

 

-----ว่าต่อให้ต้องเอาเชือกมามัด เอาโซ่มาล่ามผูกไว้ก็ยินดี

 

เป็นคนของผมแล้วนะ...-- แค่ผม --....เป็นโล่เพื่อที่จะหนีเดธแฟล็กโง่ๆ นั่น!!

 

------แล้วทำไม....?

 

'อาซาเซล...เลือด...เลือด...ฆ่าสิ'

 

"หุบปาก หุบปาก หุบปาก...!!!'

 

ผมกระซิบแหบแทบจะเป็นคำราม โลกมันเลือนลาง ถูกกลืนซ้ำๆ ด้วยสีแดงและสีขาวของขนนกที่ลวงตา สติแกว่งไปมาอย่างน่ากลัว

 

ไม่---- พอแล้ว...

 

ผมไม่คิดที่จะทนมันอีกต่อไป ถึงจะรู้สึกไม่คุ้นชินกับร่างนี่ก็ช่าง จะหงุดหงิดจนแทบบ้าไปแล้วก็ช่าง ทั้งหมดนี่ที่ทำให้หงุดหงิดน่ะ....พวกแก...ขวางทางกันทั้งหมด..! เพราะความเสียสตินี่ ผมเลย ลบ ทุกอย่างให้หายไป...

 

....กลืนหายไปในแสงสีทองราวกับดวงตะวันแผดเผา...

 

ประตู แจกัน ภาพวาด โต๊ะ เก้าอี้----หายไปซะให้หมด....

 

อย่ามาขวางนะ....

 

อย่า....

 

...นายอยู่ที่ไหน...?

 

ผมเดินออกไป โซเซและตาลายในบางครั้ง โลกยังกระพริบเปลี่ยนสีไปมา แต่ก็ไม่คิดจะหยุดเท้าลง

 

ยังคงอยู่ในชุดนอนสีขาว เท้าเองก็เปลือยเปล่า และเหมือนเลือดก็จะซึมไหลออกมาจากมือที่ถูกเล็บจิกจนเป็นแผลช้ำ ถึงแบบนั้นก็ไม่คิดจะสนใจ ผมกวาดตามองออกไปให้ทั่วๆ ในจังหวะที่โลกกลับมาสีสัน ก็มองเห็นทุกอย่างอย่างแจ่มชัดอีกครั้ง

 

แต่---ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเหมือนเดิมทั้งนั้น ไอ้คนพวกนี้ก็ไม่เห็นเหมือนเดิม...

 

...ไม่มีใครคุ้นหน้าเลยสักนิด หงุดหงิด ยิ่งหงุดหงิดไปหมด... เสียงกรีดร้องโวยวายนี่ก็น่ารำคาญ ...น่ารำคาญ

 

เอาคนของผมคืนมานะ...หายไปอยู่ที่ไหนกันหมด...

 

ใช่---- ถ้าเป็นคนของผมล่ะก็คงไม่โง่เง่ากันขนาดนี้หรอก.... และถ้าเป็นหมอนั่น----ก็คงจะรู้วิธีให้ผมสบายใจขึ้นด้วยแท้ๆ......

 

...เอลิออธ......

 

....นายอยู่ที่ไหน....?

 

หัวสมองผมหมุนติ้ว พะว้าพะวงอยู่แต่กับเรื่องเดิมๆ สับสนเหมือนอยู่ในเขาวงกตและเสียงกระซิบซ้ำๆ ที่ย้ำในหัว เสียงของ แองเจิ้ลกับเสียงของ เขาที่ดังวนเวียนกำลังทำให้เหมือนกับจะเป็นบ้า

 

....ได้โปรด...กลับมาหาผมนะครับ...?’

 

..อาซาเซล....เลือด..เลือดไง....ฆ่าสิ...

 

...ท่านอาร์ส..! ’

 

....อาซาเซล...

 

หุบปาก!

 

ไม่----ไม่ใช่แก!!

 

พยายามปัดเสียงพวกนั้นออกไป รำลึกไว้แต่เสียงนุ่มๆ ของคนคนนั้น......

 

เอลิออธ.......

 

....อย่าหายไปนะ....

 

...อย่า....

 

......

 

...ผมน่ะ.....

 

.....

 

อาซาเซล....ทำไมไม่ฆ่าล่ะ..?’

 

"นายท่านอาซาเซล! ออกไปไม่ได้นะเจ้าคะ!!"

 

"หุบปาก!"

 

หันไปตวาดใส่ใครก็ไม่รู้ที่ร้องแทรกขึ้นมาพร้อมๆ กับเสียงน่ารำคาญนั่นอย่างหงุดหงิด โลกกระพริบกลับ ตาเพิ่งจะมองเห็นภาพตรงหน้าชัดเจนอีกครั้ง ถึงได้รู้ว่าเดินมาถึงสุดเขตของแองเจิ้ลซะแล้ว

 

"นายท่านอาซาเซล..."

 

ข้างหน้า—ฝั่งตรงข้ามนั่น—มีร่างของใครอีกคนเดินเข้ามา สีหน้าเรียบเฉยเคร่งขรึม พอมองเข็มกลัดรูปตัว ‘D’ สีทองสะท้อนแสงประกายวาบที่อกนั่นแล้ว ก็รู้ทันทีว่าเป็นคนของตระกูลหลัก สายตระกูลสูงสุด 'เดลที'

 

-----แต่ตอนนี้น่ะก็ไม่สนใจมันทั้งนั้น

 

"หลังจากนี้เป็นนอกเขตของแองเจิ้ลแล้ว ช่วยกรุณากลับไปด้วยเถิดขอรับ..."

 

ฟังแล้วอยากจะหัวเราะออกมาเลย... ผมปรายตามองพวกมันทั้งหมดอย่างเย็นชา มองกดพวกมันไปด้วยความเหยียดหยามเหมือนมองมดปลวก ด้วยสายตาที่เย่อหยิ่งจองหอง แต่ผมน่ะ---มีมันให้เย่อหยิ่งไงล่ะ?

 

ใช่---- พวกแกน่ะ.....

 

อย่าผยองกันเกินไปนัก...

 

ถึงจะยอมอยู่ในกรงมาตลอด.....

 

....แต่แค่ตอนนี้เท่านั้น....

 

[อย่ามาขวางทาง]

 

อาซาเซล...ฆ่าสิ...ฆ่าไง?..ฆ่า!!!’

 

ท่านอาร์ส...กลับมานะครับ...

 

อาซาเซล...รออะไรอยู่...ฆ่าสิ..!

 

ผมมองพวกมัน โลกหมุนคว้าง ในหัวมีเสียงกระซิบวนซ้ำอยู่เต็มไปหมด จิตใจก็คิดได้ว่าจะไม่ทนอะไรมันต่อไปอีกแล้วทั้งนั้น...

 

------เพราะผมน่ะ---ก็คือ แองเจิ้ล นี่นา..?

 

คิด---แล้วค่อยยิ้มออกมา ขณะที่โลกเปลี่ยนเป็นสีแดงไปอย่างช้าๆ

 

"เปรี้ยงงงงงง!

 

และแล้ว---สายฟ้าสีขาวก็ฟาดฟันลงมา ทยานลงจากฟากฟ้า ฟาดผ่าลงยังต้นไม้แถวนั้น ขยี้มันจนแหลกสลายเป็นผุยผง เกิดกระกายวาบแล่นแปล๊บปล๊าบ ผืนดินสั่นสะเทือน เสียงดังสนั่นลั่นเหมือนจะเขย่าโลกา-----

 

แม้ฟากฟ้ายังคงเป็นสีครามสดใส ดวงตะวันยังคงสาดแสง หากสายลมนั้นเริ่มโหมพัดกระหน่ำ กระแสไฟฟ้าสีขาวประกายวาบเต้นระริกไหวเหมือนรอคอยอย่างเริงร่าอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ ดุจดั่งพร้อมที่จะฟาดฟันลงมาในทุกเมื่อ...

 

------แสง...ลงทัณฑ์จากพระผู้เป็นเจ้า...

 

"ในนามของ แองเจิ้ล ...พวกเจ้า--กล้าคิดเหิมเกริมมาสั่งการ - ข้า - ผู้นี้?"

 

พูดออกไป พร้อมกับเลือดทั้งร่างที่สูบฉีดออกมาจากหัวใจข้างขวาเปลี่ยนเป็นร้อนจัด เหมือนมีเสียงกรีดร้องยินดีของสายเลือดใหม่ที่ลืมตื่น ขณะที่สายเลือดเซเลเวียนน์จากหัวใจข้างซ้ายนั้นก็พลันกระตุกเกร็งและกรีดร้องลั่นอย่างหวาดกลัว-----

 

------เหมือนพวกมันทั้งหมดนี่ที่ถูกบังคับให้ก้มลงคุกเข่าลงไปด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา

 

......อย่างกับพวกหนูไร้ค่าเลยนะ....

 

"เป็นแค่เซเลเวียนน์ ก็จงทำแค่หน้าที่ของเซเลเวียนน์...."

 

ปีกของผมแผ่สยายออก ทำพวกมันทั้งหมดไปโดยสัญชาติญาณ ขนปีกสีขาวโปรยปรายลงมา ส่องประกายทองวาวยามกระทบแสงตะวัน มองดูราวกับฝนพร่าประกายระยิบระยับ....

 

“เรื่องของแองเจิ้ล...ไม่ต้องคิดเข้ามาแส่”

 

คลื่นพลังสีทองอันงดงามที่แผ่กระจายออกมานั้น...เหมือนกับสิ่งที่ขีดแบ่งคุณค่าระหว่างความสูงส่งและต้อยต่ำ.....

 

"...และจดจำไว้ซะ ว่าใครคือ 'พระเจ้า' ของพวกเจ้า"

 

.....แต่กลับหลอกหลวงสิ้นดี

 

ถึงจะคิดอยู่แบบนั้น...แต่ผมก็รู้ดีว่า----ไม่ว่าเมื่อไหร่ [แองเจิ้ล] นั้น...ก็คือพระเจ้าของเซเลเวียนน์ เป็นสิ่งสูงสุดของสายเลือดนี้อย่างปฏิเสธมันไม่ได้....

 

------ไม่ว่าจะเป็นสามร้อยปีที่แล้ว สามร้อยปีนี้ หรือจะอีกสามร้อยปีต่อไปก็ตาม....

 

"…ขออภัยเป็นอย่างสูงขอรับ ท่าน 'แองเจิ้ล' "

 

สรรพนามถูกเปลี่ยน ท่าทีของบัทเลอร์จากสายตระกูลเดลทีคนนั้นก็เปลี่ยนไป.... จังหวะหนึ่งที่มองเห็นแววตาพึงพอใจ เทิดทูน และประกายของความ สำเร็จที่แล่นวาบออกมาจากดวงตาสีหม่นคู่นั้น

 

....แต่ผมไม่สนใจ

 

สายลมพัดแผ่ว แม้โดยรอบจะโหมรุนแรงเพียงใด เฉพาะรอบกายของผมนี้เท่านั้นที่เพียงแผ่วไหวอย่างอ่อนโยนคล้ายออดอ้อน

 

-----เพราะแองเจิ้ลน่ะก็คือบุตรแห่งพระเจ้า....

 

ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองฟากฟ้า กลุ่มเมฆขาวลอยเอื่อยเฉื่อย —ท้องฟ้านี้น่ะ..ก็ไม่ได้รู้สึกห่างไกลเลยสักนิด— เส้นผมหยักศกสีอ่อนนี้พลิ้วไหวคลอเคลียใบหน้าเย็นชาของผมตามแรงลมหยอกล้อ และแล้วปีกแห่งเทวดานี้ก็พลันโบกสะบัดพาร่างของผมขึ้นสู่ฟากฟ้าไป----

 

-----เบื้องล่าง คือพวกมันที่ก้มหมอบลงอยู่อย่างหวาดกลัว

 

.....และต้นไม้นั้นที่น่าสงสาร ซึ่งได้ถูกทัณฑ์สวรรค์ฟาดฟันจนแหลกเหลว

 

....

 

-----นี่ก็คือ แองเจิ้ล

 

....ตัวตนซึ่งสามารถลงทัณฑ์โลกใบนี้ได้ด้วยเจตจำนงค์แห่งตน

 

 

 

และ....

 

“เอลิออธ....นายอยู่ที่ไหน....?”

 

เสียงกระซิบนั้นของผม... ยังคงดังอยู่บนฟากฟ้า....

 

 

 

ผมร่อนลงที่ลานหน้าคฤหาสน์หลังเล็กๆ จนเกือบจะเรียกไม่ได้ว่าคฤหาสน์นี่อย่างช้าๆ มันยังคงอยู่ในเขตของเซเลเวียนน์ และต้องขอบคุณมันสมองดีๆ ของตัวเองที่ทำให้จดจำแผนที่ในเขตเซเลเวียนน์ที่เคยเห็นผ่านตาแว๊บๆ ตอนช่วงพัฒนาเกมในชาติที่แล้วได้จริงๆ

 

ที่นี่ก็คือ บ้านของเอลิออตเต้

 

-----แน่นอนว่าเป็นบ้านของ อาซาเซลด้วยเช่นกัน

 

ในเกม อาซาเซลไม่เคยมาที่นี่ แน่นอนว่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่า บ้านที่ว่านี่น่ะมันอยู่ที่ไหน...

 

-----แต่ผมน่ะไม่ใช่

 

อาจจะเพราะออร่าและมานาอันแข็งแกร่งนี่ที่ผมไม่คิดจะกักเก็บซุกซ่อนตัวตนเอาไว้ ทำให้คนในบ้านตื่นตระหนก หลายร่างต่อหลายร่างวิ่งออกมาจากด้านในคฤหาสน์หลังเล็ก

 

ผู้หญิงคนหนึ่งในนั้น ผมจดจำเธอได้ดี-----

 

-----เอวาเจลีนมารดาผู้ให้กำเนิด อาซาเซล

 

หญิงสาวผู้งดงาม... เส้นผมหยักศกสีนกกาของเธอบางส่วนทิ้งตัวระคลอเคลียอยู่บนใบหน้างดงามหวานซึ้งโดดเด่น ดวงตาคู่สวยสีอำพันหม่นนั้นราวกับอัญมณีเลอค่า

 

อาซาเซลได้รับความงามส่วนหนึ่งมาจากเธอ-----

 

-----เส้นผมหยักศกนี่ก็มาจากเธอ ขนตางอนยาวไล่เรียงเป็นแพหนานั่นก็มาจากเธอ

 

แต่ที่เหลือ...

 

....ถูกทดแทนด้วยความเป็น [แองเจิ้ล]

 

เมื่อมองสบตากัน คล้ายกับว่าจะมีภาพสะท้อนของเรา แต่ก็แตกต่างกันเกินไป อาซาเซลไม่เหมือนผู้หญิงคนนี้ เหมือนที่ผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือน อาซาเซล

 

...และผมไม่รู้สึกถึงความผูกพันหรือเยื่อใยใดๆ ทั้งนั้น แม้ว่าจะทราบดีว่าเธอคือมารดาบังเกิดเกล้าของผมในปัจจุบันนี้...

 

...แม่ของผมน่ะมีแค่คนเดียว....

 

...เธอคนนั้น ผู้ที่แสนงดงาม...

 

...คนที่รักผมยิ่งกว่าใคร....

 

....แค่เธอคนนั้นคนเดียว....

 

ปีกของผมยังไม่ได้เก็บกลับเข้าไป ดังนั้น---เพียงแค่มองก็รับรู้ได้ทันทีถึงตัวตนของผม ทั้งดวงตาสีเพชรฟ้า เส้นผมสีจางประกายจรัส และปีกสีขาวนี่

 

“อ...อ...แองเจิ้ล.....”

 

เสียงกระซิบพึมพำดังมาจากใครสักคน พวกเด็กๆ ที่น่าจะเป็นพี่น้องของผมเหม่อมองมาด้วยดวงตาเบิกกว้าง....

 

...แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกเอ็นดูได้เลย

 

...หมอนั่น....อยู่ที่ไหน...?

 

“ท่าน..อาซาเซล...ไม่สิ...ท่าน....ท่านแองเจิ้ล....”

 

เอวาเจลีนคุกเข่าลงกับพื้น หมอบทำความเคารพด้วยความนอบน้อมอย่างสูงสุด ใบหน้างามพิลาศนั้นก้มลงต่ำอย่างสำรวม สมกับเป็นหญิงสาวที่เติบโตมาจากตระกูลชั้นสูง - ถึงแม้ตอนนี้จะร่วงหล่นลงมาแล้วก็ตาม - ผมมองเธอ ถึงจะไม่ได้รู้สึกผูกพัน หากแต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโหวงเหวงในใจลึกๆ

 

เพราะไม่เคยได้ถามยัยนั่นมาก่อน ก็เลยไม่เคยแน่ใจว่าครอบครัวจริงๆ ของอาซาเซลรู้สึกยังไงต่อเขากันแน่...

 

...แต่วันนี้ก็ได้คำตอบแล้ว...

 

------ไม่ได้ต่างไปจากคนอื่นๆ

 

...มีแค่ หมอนั่นเท่านั้น.....แค่หมอนั่นที่ไม่เหมือนใคร.....

 

ดวงตาคู่นั้นที่มองเห็นแค่ผม รักแค่ตัวตนของผม ไม่ใช่เพราะเป็นแองเจิ้ล หรืออะไรทั้งนั้น แต่รักแค่เพียงแต่ผมเท่านั้น....แค่ อาร์สเท่านั้น....

 

ใช่--- ดวงตาคู่นั้นปรากฎขึ้นมาในความคิดอีกครั้ง...และอีกครั้ง...

 

...นายอยู่ที่ไหน...?

 

....เอลิออธ.....

 

“หมอนั่นอยู่ที่ไหน?”

 

“ค..คะ!? เจ้าคะ!?

 

พอถามออกไป – ถึงน้ำเสียงจะเย็นชาไปหน่อยก็เถอะ – เธอก็ทำสีหน้าตื่นตระหนกซะถึงขนาดนั้น...

 

ทำไมล่ะ....? ถึงว่าแม้จะ ไม่ใช่แต่---ทั้งๆ ที่ก็เป็น แม่แท้ๆ ...แต่ทำไมถึงได้ใช้ดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ทั้งเทิดทูน...ยกย่อง...แต่ก็เย็นชา...ไม่มีความรักแบบมารดาอยู่เลยแบบนั้นมองมากัน? .....ทำไมกัน?

 

-----ไม่สิ....

 

...คนที่อยู่เคียงข้างฉันน่ะ....

 

...มีแค่นายเท่านั้นเอง...

 

เอลิออธ---เอลิออตเต้...หมอนั่นอยู่ที่ไหน?”

 

พอถามออกไปแบบนั้น เอวาเจลีนก็ทำสีหน้าประหลาดใจเป็นอย่างมาก หมายความว่ายังไง---?

 

“เขา...เขาไม่ใช่ว่าอยู่กับท่านแองเจิ้ลหรือเจ้าคะ?”

 

“ไม่อยู่!!!

 

ถ้าอยู่ก็คงไม่ต้องหงุดหงิดแบบนี้ คงไม่ต้อง...ไม่มั่นคง...ขนาดนี้........

 

“ได้ยังไงกัน....?” ใบหน้างดงามของเธอซีดเซียวและตกใจ เต็มไปด้วยความฉงนสงสัย ถึงแบบนั้นก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไร

 

ไม่เชื่อหรอก...หมอนั่นอยู่ที่นี่ใช่มั้ย? หรืออยู่ที่ไหน?

 

จะขโมยเขาไปเหรอ? จะแย่งไปจากฉันหรือไง?

 

ไม่มีทาง!!

 

คิดแบบนั้นแล้วก็รีบหุนหันวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์ ไม่สิ---ในบ้าน ร้องตะโกนเรียกไปด้วย เปิดประตูหามันทุกห้อง หวังว่าจะได้เจอคนคนนั้น คนที่อยู่ๆ ก็จะโผล่มาพร้อมกับรอยยิ้มและท่าทางลุขอแก่โทษ

 

แต่ว่า------

 

------มันว่างเปล่า

 

....ทำไมกัน?

 

ทำไม? ทำไม? ทำไม?

 

หายไปอยู่ที่ไหนกัน?

 

หัวใจของผม—ตัวตนของผมเหมือนจะล้มครืนลง สมองหมุนติ้วมองหาความเป็นไปได้ที่มากที่สุด ก่อนจะต้องเบิกตากว้าง แล้วกัดฟันกรอดก็โมโห...

 

...หรือว่า----

 

-----พวกสายตระกูลหลัก?

 

พวกมันเริ่มลงมือแล้วหรือเปล่า? ไม่ใช่หมอนั่นที่จากไป----แต่เป็นถูกบังคับให้จากไป

 

ใคร....ใครกล้าแตะต้องนายกัน?

 

สมองและจิตวิญญาณของผมสุมไปด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธ และแล้วปีกก็ถูกเรียกออกมาอีกครั้ง---ไม่สิ...หรือบางทีอาจจะไม่ได้เก็บไปตั้งแต่แรกแล้วก็ไม่รู้ สายลมเริ่มโบกพัดรุนแรงอย่างโกรธเกรี้ยวตามสภาวะอารมณ์ของผม - รุนแรงจนแทบจะกลายเป็นพายุ - ผมบินกลับไปที่คฤหาสน์หลัก บุกเข้าไปในเขตของเดลที-----

 

-----ส่วนใครที่คิดมาขวางทางน่ะจะลบมันไปให้หมด

 

แสงสีทองกระพริบวาบไปทั่ว ตอนนั้น---ผู้คนมากมายที่วิ่งพล่านก็หายตัวไป ถูกวาร์ปหายไปในที่ไหนสักที่ที่ผมไม่คิดจะสนใจ ลมหายใจเหมือนจะสะดุดไปนิดหน่อยเพราะใช้พลังมากไปและยังควบคุมได้ไม่ดีนัก แต่ก็ไม่คิดจะหยุดมือลง

 

ผมก้าวตรงไปเหมือนพายุ แล้วผลักประตูข้างหน้าไปอย่างแรง พร้อมกับที่โลกเปลี่ยนเป็นสีแดง...

 

-----ห้องของผู้นำตระกูล

 

...และเมื่อประตูเปิดออก โลกสีแดงนี้ก็พลันเปลี่ยนกลับมาเป็นสีสันอย่างช้าๆ

 

ผมกระพริบตาปริบ รู้สึกเหมือนสติที่เคว้งคว้างอย่างบ้าคลั่งนั้นอยู่ๆ ก็เหมือนกับเจอหลักยึดกระทันหันซะจนตั้งตัวไม่ทัน อะไรบางอย่างในห้องนี้ค่อยๆ ทำให้ผมสงบลงและเริ่มมีสติ

 

ผมเริ่มหายใจเป็นจังหวะ ขณะที่มองสบตากับ เขา

 

“เรเวนเทียร์-----“

 

กระซิบเรียกชื่อนั้นออกไปเบาๆ ขณะที่เด็กหนุ่มคนนั้นยังคงนั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานใหญ่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย - แต่ทั้งสีผมสีตานั่น...และก็อายุที่ไล่เลี่ยกันนั้น - ยิ่งทำให้เป็นเหมือนกันกับภาพสะท้อนของเขา ทำให้นึกถึง--- คนคนนั้น

 

เขา---คนที่เป็นเหมือนอีกด้านหนึ่งของ เอลิออตเต้ในเกมนั่น----

 

เรเวนเทียร์ เดลที เซเลเวียนน์

 

ผู้นำ ...ไม่สิ—ตอนนี้คงจะยังเป็นแค่ว่าที่ผู้นำตระกูลเซเลเวียนน์ก็เท่านั้น ...เรเวนเทียร์ —คนที่ในเกมนั้น— ถ้าเอลิออตเต้คือ ซ้ายเขาก็คือ ขวา

 

------หนึ่งในคนที่แกร่งที่สุดในเซเลเวียนน์

 

เขา อยู่ที่ไหน...?”

 

เพราะเรเวนเทียร์เป็นคนฉลาด พูดแค่นี้เขาก็รู้เรื่อง ผมรู้ดี ดังนั้นเลยไม่คิดจะพูดอะไรให้มากความ โดยเฉพาะในสภาพที่ผมยังไม่ปกตินักแบบนี้ ระหว่างนั้น ผมมองสบไปที่ดวงตาสีอำพันหม่นเยือกเย็นคู่นั้น ชั่วขณะหนึ่ง อีกครั้งที่มันทำให้นึกถึงหมอนั่น...

 

เอลิออธก็เคยมีดวงตาแบบเดียวกันนี้ ---แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว...และผมก็ชอบที่มันเปลี่ยนไป

 

------มองเห็นแค่ผมก็พอ

 

ใบหน้าของเรเวนเทียร์เรียบเฉย สายตาคมกริบเยือกเย็น ขณะที่เส้นผมสีนกกาเหยียดตรงซึ่งมัดรวบเป็นหางม้านั่นยิ่งเพิ่มความเคร่งขรึมดุดันและเป็นระเบียบ... แต่ก็มองดูราวกับภาพวาด-----

 

ถ้ามองกันที่ความหล่อเหลางดงาม - ระหว่างเอลิออตเต้กับเรเวนเทียร์ - พวกเขากินกันไม่ลง แต่ถ้าพูดถึงรัศมีของอำนาจและความดึงดูด...

 

...หมอนี่มีมากกว่า

 

-----แต่ผมก็พร้อมที่จะลำเอียงเข้าข้างคนของผมเองมากกว่าอยู่ดี...

 

“ท่านอาซาเซล...” เรเวนเทียร์กระซิบ เป็นน้ำเสียงที่นิ่งสงบเหมือนสามารถควบคุมได้ทุกสิ่งอย่าง คล้ายจะมีความแปลกใจเล็กๆ ซ่อนอยู่ในนั้นก่อนจะสลายหายไป และภายใต้ความเยือกเย็นนั่น ก็แฝงไว้ซึ่งความเคารพนับถืออย่างลึกซึ้งและมั่นคง ---เหมือนขุนเขาสูงใหญ่ ...ไม่กวัดแกว่ง

 

พวกเรามองสบตากันภายใต้ความเงียบงัน และในทะเลคลื่นสีอำพันหม่นคู่นั้น ประกายความเป็นห่วงส่องแสงวาบอยู่เจือจางคล้ายหมอกควัน...

 

“...ท่านใช้พลังมากเกินไปแล้วนะครับ”

 

เขาเป็นคนที่ฉลาด----ฉลาดจริงๆ นั่นแหล่ะ

 

ผมหัวเราะแผ่วในคอ รู้สึกเหมือนอะไรหนักๆ บนร่างคล้ายจะเบาลงราวกับสิ่งที่แบกไว้อยู่ก่อนหน้าเป็นแค่ภาพลวงตา ...เรเวนเทียร์พูดถูก ผมใช้พลังมากเกินไปแล้ว---ร่างนี้น่ะยังปรับตัวไม่ทัน แต่ว่า-----

 

“หมอนั่นอยู่ที่ไหน----“

 

-----ขอแค่หาหมอนั่นเจอก็พอ....

 

พูดถามไปได้อีกครั้ง แล้วก็เหมือนว่าโลกจะเอียงขึ้นมากระทันหัน ผมล้มลงไปเหมือนตุ๊กตาหมดถ่าน และก่อนที่จะล้มแตะลงสัมผัสกับพื้นแข็งๆ นั่น สัมผัสอุ่นๆ ของมือคู่หนึ่งและร่างกายของใครสักคนก็โอบรับเอาไว้ก่อน


“ฝืนแบบนี้น่ะ ไม่ดีต่อร่างกายเลยนะครับ...”

 

เสียงกระซิบนั้นได้ยินแผ่วที่หู ก่อนจะถูกกลืนไปด้วยเสียงอื่นๆ ของจิตใต้สำนึก

 

...

 

อาซาเซล....เลือดไง...ฆ่าพวกมัน...สิ...

 

ฝืนแบบนี้น่ะ...ไม่ดีต่อร่างกายนะครับ..

 

 ‘ฆ่า..ฆ่ามัน..อาซาเซล...เพื่อเลือดไงล่ะ...

 

ท่านอาร์ส....ได้โปรด..กลับมานะครับ...

 

....

 

หุบปาก....หุบปากกันไปให้หมดนั่นแหล่ะ..!

 

....ไม่สิ.....ยกเว้นนายก็พอ....

 

...เอลิออธ....

 

 

 

และแล้ว---สติของผมก็ล่องลอยออกไป....

 

....ไกล...แสนไกล....

 

แต่ก็ใกล้...แสนใกล้....

 

...

 

...ที่ไหนกันนะ...?

 

 

...

 

ผม....

 

ผมคิดว่าผมมองเห็นสีขาว.......

 

...

 

เป็นสีขาวที่เจิดจ้า พร้อมกับขนนกมากมายที่ร่วงหล่นลงจากฟ้า โปรยปรายลงมาเหมือนกับสายฝนที่ไม่มีวันหยุดลง... ทุกอย่างนั้นช่างมองดูคุ้นตา -----แม้แต่สีแดงพวกนั้นที่แต้มอยู่ก็เช่นกัน

 

‘…อาซาเซล.......

 

เป็นเสียงกระซิบที่เหมือนจะหลอนและกล่อมเกลาโสตประสาท....

 

‘…มาสิ....นี่คือ...โชคชะตา....ของ....เลือด...

 

ผมค่อยๆ ปรือตาลง สับสนกับทุกอย่าง สายตาพร่ามัว มองเห็นแสงที่ค่อยๆ ถูกแต้มไปด้วยสีแดง เงาร่างหนึ่งปรากฎขึ้นมาเบื้องหน้า ยื่นมือของ มันมาหาผม... ก่อนที่โลกทั้งหมดจะแตกร้าวเหมือนกับโดนของแข็งฟาดใส่

 

...

 

‘….ท่านอาร์ส......

 

‘...ได้โปรด กลับมานะครับ.....

 

‘....กลับมาหาผม....

 

....

 

‘...ฉัน...จะกลับมา....

 

'...เพราะงั้น...ยิ้มสิ...'

 

...

 

‘…อาซาเซล.......


...

 

....ใช่....

 

...ก็สัญญา...ไว้แล้วนี่นา....

 

 

'...เข่นฆ่าสิ...เลือด...ลงทัณฑ์พวกมัน...'

 

'…กลับมานะครับ.....ท่านอาร์ส....'

 

 

.....สัญญา......

 

....


'....อาซาเซล....'

 

อ่า....จริงสิ ผมน่ะก็คือ อาซาเซลนี่นา...?

 

ลืมไปได้ยังไงกันนะ เรื่องนี้น่ะ ...เรื่องสำคัญขนาดนี้แท้ๆ....แล้วนั่นน่ะ...ก็เพราะว่าผมน่ะคือ อาซาเซลดังนั้น-----ขนนกพวกนั้น....ที่แท้ก็คือ ปีก ของผมเองนี่เอง....

 

พอคิดได้แบบนั้น-------

 

-------ทุกอย่างก็พลันแตกกระจาย

 

 

 

'ปีก' โบกสยายโอบล้อมทุกอย่าง...

 

...สาดแสงประกายวาวร่วงหล่น....

 


 

ร่างของ มันถูกกลืนหายไป....

 

 

 

สีขาว ถูกสาดย้อมไปด้วย สีดำ

 

ก่อนที่จะพบว่าไม่ใช่ มันก็เพียงผมยังหลับตาอยู่ก็เท่านั้น....

 

 

 

และเมื่อลืมตาขึ้นมา....

 

...ดอกไม้ไฟสีแดงฉานก็สาดกระจาย

 

 

 

ป็นเลือดนี่นา....

 

 

 

โลกของผมเกือบจะวูบลงเพราะเสียงกรีดร้องลั่นในหัว เป็นความกระหายอยากที่ร้องคำรามออกมาจากเบื้องลึก หากแต่ผมก็สะกดมันไว้ ได้ยินเสียงกระซิบมากมาย แต่ก็พยายามทำใจให้สงบ เอื้อมมือขึ้นเปิดผ้าม่านโปร่งแสงที่ถูกย้อมเป็นแดงฉานนี่ออกไปช้าๆ

 

ภาพเบื้องนอกนั่นก็พลันปรากฎขึ้น....

 

...หญิงสาวคุ้นตาในชุดเมดชันเข่าอยู่ที่พื้นห้อง ลมหายใจแผ่วเบา ผิวกายซีดขาวราวกับซากศพ อาวุธมากมายวางระเกะระกะไปทั่ว เส้นผมของเธอหลุดรุ่ย จับตัวเป็นก้อนแฉะๆ ด้วยของเหลวสีเข้มอุ่นๆ ที่เริ่มแห้งกรัง

 

ห้องของผม...เละเทะไปซะแล้ว...

 

....รู้สึกตกใจซะจนทื่อด้านไปเลยล่ะ

 

ผมมองเธอที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ใต้ร่างมีผู้ชายคนหนึ่งในชุดบัทเลอร์ของเซเลเวียนน์นอนอยู่...ไร้ลมหายใจ

 

อ่า...พี่สาวคนนี้ท่าทางจะโหดจัง...

 

แต่พอเห็นหน้าของบัทเลอร์ผู้โชคร้ายนั่น...ผมก็ไม่คิดจะใส่ใจอีกต่อไป...

 

ก็หมอนั่น...เชอดีน...ที่เจอตอนนั้นนี่...

 

น่าแปลกที่สติของผมสงบเกินไปอย่างประหลาด ไม่ได้รู้สึกว่าเลือดน่ากลัวเลยสักนิด แต่กลิ่นของมันหอมหวาน....และก็ สวยงาม

 

ผมมองเธอที่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตาผมอย่างเชื่องช้า ผิวของเธอซีดจริงๆ ด้วย และลมหายใจก็แผ่วราวกับจะตายเลย... ตอนที่คิดแบบนั้นเองถึงเพิ่งสังเกตเห็นบาดแผลเหวอะหวะที่หน้าท้องของเธอ เพราะว่าชุดเมดนั้นเป็นสีเข้ม ตอนที่เธอก้มอยู่นั้นจึงแทบจะไม่ทันสังเกตเห็นเลยสักนิด

 

....ปล่อยเอาไว้จะตายเอานะ...สัมผัสชีวิตของคุณช่างริบหรี่เกินไปแล้ว...

 

หากแต่หญิงสาวคนนั้นดูจะไม่ได้ใส่ใจตัวเองเลย เมื่อมองสบตากับผม เธอมีท่าทีตื่นตกใจเล็กน้อย ก่อนจะค่อยเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ เธอก้มลงทำความเคารพผมด้วยร่างกายเบาโหวงและอาบเลือดนั่น

 

...อย่าขยับนักสิ...กลิ่นเลือดของเธอทำให้ผมรู้สึก ไม่ดี เลยนะ....

 

พอคิดแบบนั้น และแล้วพลังในร่างก็บันดาลทุกอย่างให้ดั่งใจ----

 

-----แสงสีทองอาบไปทั่วทุกอย่างในห้อง เจิดจ้าเหมือนแสงตะวัน ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งอย่าง และแล้วความเละเทะในห้องนี่ก็กลับมาอยู่ในความสงบเรียบร้อยเหมือนภาพวันวาน

 

เช่นเดียวกันกับคุณเมดเบื้องหน้าที่ถูกชะล้างให้สะอาด...แม้กระทั่งบาดแผลเหล่านั้น

 

-----ประกายชีวิตของเธอพลันลุกโชนขึ้นอีกครั้ง

 

เมดสาวตรงหน้าแทบไม่ใส่ใจกับบาดแผลของเธอที่หายดี เพียงแต่มองมาที่ผมอย่างนิ่งสงบและซื่อตรง....

 

“นายท่านอาซาเซล...ยินดีด้วยเจ้าค่ะที่ได้เป็นแองเจิ้ลโดยสมบูรณ์แล้ว”

 

...ดวงตาของเธอทำให้คิดถึง เขา

 

จนหัวใจเผลอเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง...

 

 


 

มารีเอตต้าเล่าให้ผมฟังทุกอย่าง....

 

เธอคือหนึ่งในคนของผม เป็นเมดในสังกัดของเขตแองเจิ้ล และผมก็ไม่แปลกใจที่จะคุ้นหน้าเธอ จริงๆ ก็คุ้นชื่อเธอด้วยนั่นแหล่ะ

 

หลังจากที่มารีเอตต้ารู้ว่าผมตื่นขึ้น เธอก็รอจังหวะที่จะมาพบผมตั้งแต่แรกอยู่ก่อนแล้ว

 

“ดิฉันทราบเจ้าค่ะว่าท่านเอลิออตเต้อยู่ที่ไหน”

 

ประโยคนั้นที่เธอพูดแทบจะทำให้ผมหัวใจสะดุด ก่อนที่โลกสีหม่นจะค่อยๆ เปล่งประกาย... รู้สึกเหมือนร่างหนักๆ นี่ได้เบาลงไปอีกครั้ง จนเกือบจะเหมือนขนนกที่ร่วงหล่นลง แต่ก็พยายามประคับประคองสติไว้

 

เธอเล่าทุกอย่างให้ผมฟัง ทั้งการกระทำของ เมียร์รวมไปถึง เดลที

 

พอฟังแบบนั้น รวมกับเรื่องตั้งแต่ตื่นขึ้นมาทั้งหมดก็เหมือนทุกอย่างมันลงล็อค....

 

.....เรเวนเทียร์...หมอนั่นฉลาดจริงๆ นั่นแหล่ะ

 

.....และก็น่าโมโหด้วย....

 

------แต่ก็ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องพวกนี้

 

เดิมทีมารีเอตต้าต้องการพาผมออกมาจากที่นั่นอย่างเงียบๆ แต่เธอบอกว่าเพราะ เชอดีน’ ได้ล้ำเส้นเขตแดนที่เอลิออธขีดกำหนดไว้ต่อผม เธอจึงเลือก สังหารเขา

 

------ในเขตของผมมันเต็มไปด้วยเขตหวงห้าม

 

------อย่างเช่น...ห้องของผม

 

ผมหรี่ตาลง....จริงๆ ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้สังเกตเรื่องในคฤหาสน์เลยหรอก

 

....แต่แค่ไม่จำเป็นต้องสนใจให้วุ่นวายก็เท่านั้น

 

ดังนั้นทั้งการกระทำของเอลิออธและมารีเอตต้า ผมจึงไม่ใส่ใจทั้งนั้น-----

 

-----และเมื่อมองไปแล้ว มารีเอตต้าก็ดูจะคล้ายกับเอลิออธมาก

 

-----โดยเฉพาะ เอลิออตเต้

 

จริงๆ พวกเราควรจะรีบ ตามที่เธอบอกนั่นแหล่ะ เมื่อได้สังหารคนของเมียร์ไปคนหนึ่ง พวกเมียร์ที่เหลือนั่นก็จะต้องออกมาเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน หากแต่ผมรู้ดีว่าไม่จำเป็น ไม่ใช่แค่เพราะพลังแองเจิ้ลที่ครอบครองอยู่ แต่เป็นเพราะ 'เดลที' น่ะจะจัดการเรื่องนี้ทุกอย่างเอง

 

พวกนั้นน่ะ..รอจังหวะนี้มาแต่แรกอยู่แล้ว

 

แต่ถึงจะรู้อยู่แบบนั้น...ผมก็ยังรีบอยู่ดี

 

-----รีบที่จะไปหา เขา

 

 

และในที่สุดผมก็มาถึงคุกใต้ดินในเขตเก่า......

 

....มองเข้าไปในคุกใต้ดินนี่ มันมืดมิดจนไร้แสงเพราะไม่ได้อยู่บนดิน - ไม่มีแสงจันทร์ ไม่มีแสงใด - มีเพียงเสียงของหยดน้ำไหลรินลงมากระทบแอ่งน้ำขังเป็นเสียงดังวังเวงคล้ายถ้อยคำกระซิบขับกล่อมของปีศาจร้าย...เสียงของมันคล้ายจะดังประสานไปกันกับเสียงกระซิบในสมองของผม

 

-----แต่กลับเริ่มชินชา...และไม่อาจเรียกความสนใจใดอีกต่อไป...

 

ผมสูดลมหายใจเข้าไป ถึงจะไม่ใช่สถานที่ที่น่าอภิรมย์อะไร แต่จิตวิญญาณของผมกลับเบิกบานและยินดี...

 

สัมผัสได้แล้ว...สัมผัสถึงนายได้แล้ว....

 

ผมได้กลิ่นของ เขา...

 

“เอลิออธ...”

 

เอ่ยกระซิบ ขณะที่ก้าวเดินออกไปในความมืด มุ่งตรงไปยังลูกกรงขังเพียงแห่งเดียวที่มีสัมผัสของสิ่งมีชีวิตอยู่----สัมผัสได้ถึงตัวตนของ เขา’ อย่างชัดแจ้ง

 

และโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ใดๆ ดวงแสงสีขาวประกายทองสว่างไสวก็ปรากฎขึ้นจากความว่างเปล่า กำจัดความมืดมิดโสมมของที่แห่งนี้ให้หายไป-----

 

------มองเห็น เขาซึ่งถูกกักขังอยู่เบื้องหลังซี่ลูกกรงใหญ่ ร่างที่คุ้นตานั้นซึ่งถูกล่ามพันธนาการไว้ด้วยโซ่เส้นหนา เสื้อผ้าขาดวิ่นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง สภาพยับเยินของมันเปิดเผยให้เห็นรอยแดงของบาดแผลทั้งเก่าและใหม่...

 

...กลิ่นเลือดฉุนกึกที่จมูก โลกของผมเปลี่ยนเป็นสีแดง หมุนคว้างซะจนแทบจะระเบิดออกมา แต่สติยังคงไว้ได้ด้วยความคลั่งแค้นและเจ็บปวดในหัวใจนี่อย่างลึกล้ำ....

 

พวกมันกล้าแตะต้องคนของผม....ยกโทษให้ไม่ได้เด็ดขาด.....!

 

กระซิบสาบานเอาไว้ในใจ ก่อนจะเหม่อมองไปที่เขาด้วยดวงตาวูบไหว...

 

“เอลิออธ....”

 

ผมเอ่ยเรียกออกไปอีกครั้ง แผ่วเบาเหมือนถ้อยคำกระซิบ ขณะก้าวเข้าไปใกล้ทีละนิด แสงสีทองแผ่กระจายออกมาจากตัวผม ฉีกกระฉากซี่ลูกกรงนั้นจนแหลกสลายหายไปในความว่างเปล่า

 

ร่างเล็กๆ ของผมก้าวเดินเข้าไปด้วยสติที่แทบหมดแรง แต่ละก้าวมันหนัก - เจ็บปวด หากแต่ก็ยินดี - และโลกก็ยังคงเป็นสีแดง แต่คล้ายว่าจะยังสามารถจดจำดวงตาสีอำพันคู่นั้นของเขาไว้ได้ในสีแดงนี้

 

“เอลิออธ....”

 

ทั้งๆ ที่บอกว่าจะเป็นแองเจิ้ลที่แข็งแกร่ง....เพื่อปกป้องไว้แท้ๆ....

 

“เอลิออธ....” ...ขอโทษนะ.....คำนั้นผมที่ได้แต่กระซิบมันไว้ในใจ...

 

กลืนความขมฝาดทั้งหมดไว้ในอก เอื้อมมือสั่นเทาที่แสนเล็กจ้อยนี่ไปสัมผัสที่ข้างแก้มของคนที่ยังหลับตาอยู่เหมือนตุ๊กตาไร้ชีวิต แสงสีทองนี่ถ่ายทอดออกไปให้เขา....

 

....ถึงจะเป็นแค่แสงจอมปลอมก็ช่าง....

 

...ขอแค่นาย...ลืมตาขึ้นมาก็พอ...

 

...

 

“...ฉัน....กลับมาแล้วนะ...”

 

...

 

...สัญญาแล้ว...ไม่ใช่เหรอ...?

 

...ผมน่ะ...กลับมาแล้วนะ...

 

ตอนนั้น---ดวงตาที่ปิดสนิทคู่นั้นก็ค่อยๆ ลืมเปิดออกอย่างเชื่องช้า... ลมหายใจผมสะดุด มองสบกลับไปกับดวงตาคู่นั้น ....มันไร้แววตา ก่อนจะค่อยๆ กระพริบเป็นประกายวาบอ่อนจาง

 

และแล้วก็กลับคืนสู่ภาพของดวงตาคู่นั้นที่คุ้นเคยในความทรงจำ...

 

 

 

“ท่านอาร์ส....”

 

 

 

โลกของผม-----

 

-----เหมือนว่าค่อยๆ กลับมามั่นคงอย่างเชื่องช้า....




  



     อัพแล้วค่ะ----Orzlll จริงๆ จะอัพตั้งแต่บ่ายสองบ่ายสามแล้วล่ะ แต่ไฟดับ เขามาทำเสาไฟหรืออะไรสักอย่างนี่แหล่ะ เพราะพิมพ์ไว้ในเวิร์ดไง แล้วไวไฟดับไปทีนี้ก็เลยอัพไม่ได้ แล้วรู้ปะว่าแบบ ไฟบ้านบลูดันมีอะไรมีปัญหาสักอย่างอีกต่างหาก มีอยู่บ้านเดียวในระแวกนั้นที่ไฟไม่ยอมมา กว่าจะจบสิ้นไฟมาก็ตอนห้าทุ่มนี่แหล่ะ----


     นึกว่าต้องอยู่ในความมืดไปยันเช้าซะแล้ว..... <<<ความลำบากของอิบลูผู้ทอดไข่กินเป็นข้าวเย็นด้วยแสงเทียนไข..... แล้วแบบ วันนี้ไม่ได้ชาร์ตพาวเวอร์แบ้งค์ไว้ด้วยไง 555 ตอนแบตไม่เหลืออะไรสักอย่าง โลกก็มืดเพราะไฟไม่มี มีความเคว้งคว้างเหลือเกิน.... ฮืออออ *กอดหมากับอาร์สคุง* เคว้งประหนึ่งหมารออาร์สอยู่มืดๆ ในคุกเดียวดาย และอาร์สคุงที่ตื่นมาโดดเดี่ยวไม่มีใครหาหมาไม่เจอ-----


     เอาน่ะ เขาเจอกันแล้ว ไฟบลูก็มาแล้วด้วยเช่นกัน สวัสดีค่ะคุณแสงสว่าง สวัสดีค่ะคุณไฟฟ้า อิฉันโครตรักคุณมากเลย เราอย่าจากกันไปอีกเลยนะ *น้ำตาไหล*


     อาร์สคุงก็วิ่งเตลิดตามหาหมาไปซะทั่วเลยเนอะ ตามไปถึงบ้านแหน่ะ เลยได้เจอ 'คุณแม่' ด้วย....


     ส่วนเรเวนเทียร์ ตัวละครใหม่ ท่านว่าที่ผู้นำตระกูล ในเกมนั้นถ้าเอลิออตเต้คือ 'ซ้าย' เขาก็คือ 'ขวา' ส่วนในเซเลเวียนน์นั้นเขาก็เป็นคนที่สำคัญมาก เก่งมาก และฉลาดมากๆ อายุใกล้เคียงกับออธ แต่เพราะเติบโตมาแบบเข้มงวดกว่า เลยมีพื้นฐานที่ดี มีความรับผิดชอบ มีสติ แข็งแกร่งทางอารมณ์และความคิดมากกว่า (เพราะหมามันไร้สติจนยันไปแล้ว อาเมน---) ตอนนี้หมามันเพ้อหาอาร์สแบบท่านอาร์ส~ //เตรียมจับตะครุบแล้วโยนลงเตียง---ไปแล้ว ส่วนเรเว่นเขานั้นนับถือ 'แองเจิ้ล' บลูค่อนข้างชอบเรเว่นคุงมาก เขาเป็นคนแบบที่ควรมีอยู่บนโลก แล้วเราจะโครตสบายใจ เป็นพวกที่พึ่งพาได้ แบบนั้นแหล่ะ


     ปล.สายตระกูลเดลทีน่ะเก่งมาก สามร้อยปีถึงเซเลเวียนน์จะเผชิญปัญหามาตลอด แต่เดลทีไม่เคยเสียตำแหน่งผู้นำไปเลย และเพราะมีพวกเดลทีอยู่ เซเลเวียนน์จึงยังดำรงอยู่ได้ไม่แตกแยกแม้จะไม่มีแองเจิ้ลมาตลอด 300 ปี แต่ตอนนี้แองเจิ้ลกลับมาแล้ว พวกเดลทีก็เตรียมตัวอยู่เช่นกัน (มีใบ้ๆ อยู่ในตอนนะ แต่เดี๋ยวเฉลยว่าเดลทีต้องการอะไร และอาร์สทำไมถึงแม้จะชม แต่ก็หงุดหงิดกับการกระทำของพวกเดลทีด้วย....)


     ปลล. RIPเชอดีนค่ะ...โผล่มาก็ตายเลย--แค่ก! เจ๊มารีฆาตรกรรม(ไม่)อำพรางข้อหามาอยู่ในห้องนอนของนายท่านอาซาเซล.... ห้องนี้เป็นสิทธิ์ของท่านเอลิออตเต้แต่เพียงผู้เดียว << มารีไม่ได้บอกไว้---


     ปลลล.พลังแองเจิ้ลโกงมั้ยล่ะ? วาร์ปได้ เรียกสายฟ้าได้ เรียกพายุได้ สลายสิ่งของได้ ฮีลได้ ซ่อมของ(?)ยังได้... บินได้---- เป็นพลังที่อยู่ในแขนงสายพลังเทพเจ้าโดยแท้ ไม่จัดเป็นเวทมนตร์ แต่ให้ผลเป็นธาตุแสง (สายฟ้า/เวทมนตร์จากพลังแองเจิ้ลทั้งหมดถือเป็นธาตุแสง ถ้าเผลอทำโดนตัวเองนี่ ตายหยั่งเขียดนะอาร์สคุง...) (เพราะเป็นประเภทพวกที่บินได้ พลังที่โหดที่สุดของแองเจิ้ลเลยจะเกี่ยวพันกับ "ท้องฟ้า" ซะส่วนใหญ่) (และแองเจิ้ลนี่หนึ่งเดียวในโลกนะ ทุกรุ่นจะมีแค่แองเจิ้ลหนึ่งคนเท่านั้น ความโหดแปรผันตรงกับปริมาณ------)


     //ว่าแต่---วันนี้บลูขอติ๊ต่างตอบเม้นต์ไว้ก่อนนะคะ.... ส่วนตอน #10 กำลังปั่นเพราะต้องบิ้วท์อารมณ์ค่อนข้างหนัก (ตอนนี้20-30%แบบดิบ) กระซิบยั่วแค่ว่า >> ดูดเลือดจะมาแล้ว---------แค่ก!


ยัตอบคอมเม้นต์รวบยอดไปรวมตอบตอนหน้าน้า-----

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

1,261 ความคิดเห็น

  1. #1258 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 10:47
    เจอกันแล้ววว
    #1258
    0
  2. #1242 jkooktaev (@jkooktaev) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 15:22
    แมมมมมม่~!!!!!
    เขาเจอกันแล้วววว ฮื่ออออ~!!!
    #1242
    0
  3. #1211 Kotsharipa (@Kotsharipa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 10:22
    คือนายเอกเป็นคนจากโลกอื่นไม่ใช่เรอะ มีแฟนมีครอบครัวที่สมบูรณ์? อะไรจะยึดติดกับบักพ่อบ้านขนาดนั้น อีกอย่างอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว รวมกันสองชาตินี่ก็น่าจะมีความคิดอ่านเป็นผู้ใหญ่กว่านี้ (ตายมาแล้วชาติหนึ่งไม่ได้เรียนรู้อะไรบ้างเลยรึ?) เฮ้อ! รู้สึกไม่โอเคเท่าไหร่
    #1211
    0
  4. #1129 Fifa30152 (@Fifa30152) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 08:52
    สนุกมาก พลังจะโกงไปไหน แต่ถ้าโดนเข้าตัวเองก็เละนะจ้ะ 55555 โอ๊ยยยย ในที่สุดก็ได้เจอกันแล้ว เอลิออธจ๋าาา ชั้นรักนาย ท่านอาซาเซลมาหาแล้วนะ
    #1129
    0
  5. #1015 ทำไมต้องไอค่อน' (@tingerbel) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 22:12
    มันสุดยอดดดด เอาตรงๆ อาซาเชลคนเก่าไม่มีเอลิออธให้ยึดเหมือนคนนี้ ไม่แปลกใจเลยที่จะบ้าตามเทวดากระหายเลือดนัานง่ายๆ ถ้าไม่เอลิออธ อาซาเชลคนเดิมต้องโดนลบไปแน่ๆ
    #1015
    0
  6. #988 nanaka98532525 (@nanaka98532525) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 13:08
    น้ำตาไหลแล้วค่ะะะะ Fin.-////-
    #988
    0
  7. #987 nanaka98532525 (@nanaka98532525) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 13:08
    น้ำตาไหลแล้วค่ะะะะ Fin.-////-
    #987
    0
  8. #962 o นู๋ น้ำหวาน o (@namwan34) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 23:20
    เรื่องนี้มาเหมือนเรื่องชีวิตใหม่เลยแรกๆสัยๆหลังมานี่ความดราม่าโครต ไรท์มาสมัครไอดีใหม่รึเปล่าเนี่ย??
    #962
    1
  9. #906 Miyakochan (@miyakojan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 00:22
    โถ่มารีเก่งมากมันต้องอย่างงี้ อยากเห็นฉากอาร์สละเลงเลือดแล้วสิ ฟุๆ
    #906
    0
  10. #846 Je..Je..Jeen (@Faren-Hight) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 19:07
    โอ้ยย สนุกง่ะ
    #846
    0
  11. #845 F'Z_Fixz (@nufamezii) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 16:13
    เราเพิ่งสอบเสร็จเองคุณบลู หัวใจต้องการน้ำตาลและความหวานมาก เลยรีบมาอ่านนิยายของคุณบลูเลย แบบว่า แค่เขาเอื้อมมือจับแก้มกัน เราก็ฟินได้ๆทั้งๆที่น้ำตาคลอแท้ๆ 555555 ตอนหน้าดูดเลือด หวายยยยยยย เข้าทางเจ้าหมาเลยสิ รอจังหวะนี้มานาน ทุกทีเป็นฝ่ายแทะโลม คราวนี้เสียสละร่างกายให้อาร์สคุงกด(?)เขี้ยวซะดีๆ ปล.รู้สึกได้ว่าเขาแนบแน่นกันมากขึ้นนะคะ ดูหวงห่วงมาก ตอนแรกดูเหมือนจะรำคาญออธแท้ๆ แต่พอหาเขาไม่เจอวิ่งวุ่นเลยนะ อิอิ
    #845
    0
  12. #844 PKK_BTS (@Patong3) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 15:19
    โอ้ยยย สนุกมากค่ะ น้ำตาจะไหล
    #844
    0
  13. #841 Atom:) (@Atom11092546) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 13:28
    หมายันของงงช้านนนนน น่ารักๆๆๆ อาร์สน่ารักก มารีทำได้ดีมาก เดียวมอบรางวัลเมดยอดเยียมเเห่งปีให้555 ไรต์เขียนเเบบอินมากกกปวดตับไปด้วยเลยย555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 มีนาคม 2560 / 13:30
    #841
    0
  14. #838 babelo. (@o_O_o) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 12:58
    ในที่สุดก็ต่มอ่านทัน ฮืออออ ตอนนี้ซึ้งจนน้ำตาซึม ชอบมากกด เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #838
    0
  15. #837 ลูกกวาดสีแดง (@argear) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 10:28
    อย่ามาทำกับหมายัน ของช้านนนนนนนนนนนนนนนนน 
    จัดการมันเลยลูก ใครทำหมายัน ของเรา ต้องจัดการมันน
    #837
    0
  16. #836 ssschacha (@nnk_pk) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 09:09
    เจอแล้ว เจอกันแล้วฮื่ออออ
    #836
    0
  17. #835 kaiz koloz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 02:22
    Love me Love my Dog

    มายุ่งกับหมา ระวังโดนฆ่ายกตะกูลนะ เมียร์...

    เชือดมานนนนนนนนนนนนน!!!

    คุณเมด!เดี๋ยวจะได้รางวัลเป็นฉากฟินๆไปเชยชม 5555



    //หนุกหนานตื่นเต้นจนอ่านรวดมาถึงนี่ =,.=
    #835
    0
  18. #833 zodeper (@Sukchanda) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 00:01
    โอยยย บอกเลย ไม่มีเอลี่คุงรู้แปลกๆ เหมือนขาดหายอะไรบางอย่าง ฮือออ เป็นพลังที่ต้องหมอบกราบกันเลยทีเดียว เตรียมซัดเหล่านางเอกให้หน้าหงายค่ะ *ยิ้มเ-้ยม* //ฉากดูดเลือดนี่มั่นใจเลยว่าต้องกร้าวใจมั่กๆ มโนแปป คุณเมดโหดเกินไปแล้วค่ะ ฮือออ รอนะคะพี่ ไฟท์ติ้ง
    #833
    0
  19. #832 Xinh yè (@arreeya2268812) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 21:18
    ดีงามพระรามเเปด. เอลิออส&อาร์ส บันไซ~
    #832
    0
  20. #830 ambrosia3 (@Ambrosia) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 20:24
    โหยยย มีความโหยหาอะ ตื่นขึ้นมาก็ถามหาออตเลยน้าาา เหมือนว่า เอลิออตจะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ(?)ของอาซาเอลนะคะ กรีดร้องงง เรือเรามีพลังงานเวทมนต์  และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เรเวียนเทียร์อ้ากกก โผล่มานิดหน่อยทำไม่รู้สึกว่าตอนต่อๆไปจะเกิดเรือ เทียร์อาร์ส แบบติดจรวจ What??

    #830
    0
  21. #827 ์ฺBaconmybaek. (@Nepnep) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 17:57
    โอ้ยนน ดีงามมมมม!!!!!!
    #827
    0
  22. วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 15:57
    ฆ่ามันนนน ตัวละครที่ใช้เเล้วทิ้งน่ะ ฆ่าให้หมด สับสนชื่อเว้ยย
    #826
    0
  23. #824 shirayuuki (@shirayuuki) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 14:38
    อาร์สจ๋า ถล่มมันให้เละเลยลูก กล้าดียังไงมาทำร้ายเอลิออธอย่างเน้ !
    #824
    0
  24. #823 เรื่อยๆลอยๆ (@100943) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 13:50
    นี่เป็นแค่ลูกสมุนยังเป็นขนานนี้ ถ้าเปลี่ยนสถานะจะเปฏ็นขนานไหน
    ตอนหน้ามีฉากดูดเลือดหรอจะรอนะ
    #823
    0
  25. #822 Tarntarnz (@tarnz666) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 13:50
    กรี๊ดดดด อาร์สคุงอ่อนแอต้องดูดเลือดเพิ่มพลัง
    อุอิครุคริ ฟินตัวแตกกันเลยจร้า
    #822
    0