(nct fiction) เสียเหงื่อเดอะซีรี่ส์ ♡ sungle ft.nct, exo

ตอนที่ 5 : เด็กหนุ่มผู้บริสุทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 398
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    18 ก.ย. 60


ปล.ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการอันเพ้อเจ้อของผู้แต่งเท่านั้น
ไม่ได้มีเจตนาทำร้าย ลบหลู่ หรือดูหมิ่นใด ๆ ทั้งสิ้น 



3

เด็กหนุ่มผู้บริสุทธิ์

 

ยังบริสุทธิ์อยู่ไหมอ่ะ” คำถามของคนแปลกหน้า ส่งผลให้คนถูกถามชะงักกึก สีหน้างุนงงถูกแทนที่ด้วยความอึ้งกิมกี่ มองหน้าคนที่หยุดเขาไว้ด้วยแววตาตื่นตระหนก

ใช้จังหวะที่อีกคนผ่อนแรงที่มือ สะบัดออกอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งหนีไปทันที ทิ้งให้เด็กหนุ่มแห่งขุนเขาได้แต่มองตามแผ่นหลังด้วยความสงสัย

นี่เราทำอะไรผิดอ่ะ

..เขาหนีเราทำไม งงนะ

 



หลังจากหลุดพ้นจากเหตุการณ์อันน่าประหลาดแล้ว ปาร์ค จีซอง เด็กหนุ่มผู้อาศัยอยู่ ณ หมู่บ้านในแถบชานเมือง ก็ผ่อนแรงที่ขาลงด้วยความอ่อนล้า

แทนที่จะได้กินขนมที่ซื้อมาอย่างสบายใจ กลับต้องเสียพลังงานโดยใช่เหตุเสียนี่

ว่าแต่ไอ้ตี๋เมื่อครู่นี่เป็นใครกัน หน้าตาไม่คุ้นเลยแม้แต่น้อย

สองขาก้าวไปตามถนน สองข้างทางเต็มไปด้วยตึกราบ้านช่องที่มีรูปทรงแปลกประหลาดแตกต่างกันไป แต่นั่นก็ไม่สามารถดึงความสนใจของเด็กหนุ่มได้มากเท่ากับชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม

พี่ชายข้างบ้าน

สองแขนของอีกฝ่ายโอบอุ้มสัตว์เลี้ยงคู่ใจทั้งสองตัวด้วยความรักใคร่ ก่อนจะหันมายังจีซอง พร้อมสาวเท้าเดินอย่างไม่เร่งรีบมากนัก เมื่อสัญญาณไฟข้ามถนนเปลี่ยนเป็นสีเขียว

อ้าวจีซอง” คนถูกทักพยักหน้าหงึกหงัก

ผมมาตามพี่ไปกินข้าว

มาตามถึงที่นี่เลยเนี้ยนะ

คำตอบถูกแทนที่ด้วยการพยักหน้าหงึกหงักอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่สัตว์เลี้ยงในอ้อมอกกระโจนออกไปหาอีกคนพอดี คนอายุน้อยกว่ารับมาอย่างงง ๆ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ ของคนเป็นพี่

เจสสิก้าอัลเบอร์ตาร์ฟลัวซอง ลี น่าจะคิดถึงแกนะ ไอ้น้องชาย” พูดพลางพเยิดหน้าไปทาง เจสสิก้าอัลเบอร์ตาร์ฟลัวซอง ลี สัตว์เลี้ยงคู่ใจที่เขาเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมด้วย.. เอ่อ สับปะรด


สาบ ปา รด ..


เปรี้ยวก็จิ้มเกลือ หวานก็จิ้มเกลือ

เปรี้ยวก็จิ้มเกลือ หวานก็จิ้มเกลือ

ถ้าไม่มีเกลือ ก็ไม่ต้องจิ้ม หม่ำไปเลย หม่ำไปเลย

 

หม่ำไปเลย โพ่ง!

ลอบด่าตัวเองในใจก่อนจะดึงสติกลับมาสู่เหตุการณ์ปกติ

 

งั้นหรอไอ้อ้วน” ว่าแล้วก็ชูสัตว์เลี้ยงขนฟูขึ้นสูง แล้วส่ายไปมาด้วยความหมั่นเขี้ยว พร้อมถามขึ้นด้วยความเอ็นดู

แล้วนี่ทำไมไม่ไปโรงเรียน” ถามขึ้นทันทีที่นึกขึ้นได้

ขี้เกียจ

สั้น ๆ ง่าย ๆ ได้ใจความ

หล่อแล้วไม่ต้องเรียนก็ได้

อ่ะ แล้วแต่นะ ตอบกลับไปแค่นั้นก็เดินนำไปอีกทางทันที  

เห้ยพี่มาร์ค รอด้วย!”

 

 



              สองชีจึนนี่ กับสองสัตว์เลี้ยงในอ้อมอก พากันเดินหาของกินได้ไม่นานนัก ในที่สุดก็ตัดสินใจเข้าร้านอาหารโบราณแห่งหนึ่ง ที่มีจำนวนคนไม่เยอะเท่าไหร่

              ทันทีที่ประตูร้านเปิด แสงสว่างแห่งความบริสุทธิ์ก็กระแทกตาผู้คนที่อยู่ภายในร้าน บ้างก็หันไปกระซิบกับคนข้าง ๆ บ้างก็พูดออกมาด้วยเสียงที่ดังอย่างลืมตัว

              เด็กคนนั้นทำไมถึงดูบริสุทธิ์ได้ขนาดนี้กันนะ

            ‘นั่นเขาบริสุทธิ์หรอ

            ‘นี่เรื่องจริงใช่ไหม

            ‘ไม่เคยเห็นใครมีออร่าความบริสุทธิ์มากขนาดนี้มาก่อนเลย!’

            ทว่า ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรกันมากกว่านั้น เสียงของใครบางคนก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน เพื่อยุติความวุ่นวายภายในร้าน ให้บรรยากาศกลับเข้าสู่ความสงบดังเดิม

              ยินดีต้อนรับเด้อขรั่บ!” พนักงานของร้านเดินเข้ามาต้อนรับด้วยความนอบน้อม ถือคติลูกค้าคือพระเจ้า แต่คงมอบความศรัทธาให้ได้ไม่เท่าเทพเจ้าจุ๋มผู้ยิ่งใหญ่หรอกนะ อืม.. เทพจุ๋มอะราวเดอะแพลเน็ตจริง ๆ

              สองท่านนะขรั่บ

              คนถามไม่แม้แต่จะรอฟังคำตอบจากจีซองและมาร์คลีเลยแม้แต่น้อย อีกฝ่ายเดินดุ่ม ๆ นำไปยังที่นั่งข้างประตูทางเข้าร้านอีกฝั่งด้วยความกระฉับกระเฉง จนคนตามเกือบจะก้าวเท้าแทบไม่ทัน

              “ถึงที่นั่งแล้วขรั่บ!” ทั้งสองพยักหน้า ก่อนจะนั่งลงไปที่เบาะนั่งพื้นตามการชี้นำของพนักงานเสิร์ฟคนเดิม

              เพราะร้านนี้เป็นร้านอาหารที่เน้นถึงความเป็น Neo Culture Technology แบบดั้งเดิมในอดีต การนั่งรับประทานอาหารบนพื้นจึงไม่แปลกนักสำหรับที่นี่

              “เมนูเด้อขรั่บ

              มาร์คลีพยักหน้าแล้วรับมา

              “จะสั่งเลยไหมขรั่บ” คนถูกถามพยักหน้าอีกครั้ง ก่อนจะยื่นเมนูมาให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามดูไปด้วย

              เอาอันนี้อย่างละสอง

              “ได้เลยขรั่บ

              ขออันนี้ด้วยครับ

              โอเคขรั่บ

              “แล้วก็สับปะรดสอง

              รับทราบขรั่บ!”

              “จีซองเอาอะไรอีกปะ” คนถูกถามก็ทำเพียงส่ายหน้าเป็นคำตอบ ก่อนจะหันไปเกาคาง แคทลีน่าโตลองคองดองบลู ลี ด้วยความเอ็นดู พลางคิดในใจว่า ตัวแหมว*ของพี่มาร์คลีนี่น่ารักจริง ๆ

              “งั้นพอแค่นี้แหละครับ ถ้ายังไงเดี๋ยวผมค่อยสั่งเพิ่มทีหลังแล้วกัน

              “อ่า..

 

 

.

 


              “ขรั่บ!”

 

              เออ..

              ว่าแต่มึงจะไปไหนอ่ะ เห็นขับมานานละ

 



              หลังจากนั้นไม่นาน คนในร้านก็เริ่มเยอะมากกว่าเดิม เสียงเซ็งแซ่ก็ยิ่งดังขึ้นตามจำนวนคนที่ปรากฏ สองพี่น้องจากหมู่บ้านเดียวกัน ต่างผลัดกันป้อนสับปะรดให้ตัวแหมวทั้งสองด้วยความรัก สลับกับกินอาหารของตนเอง

              เห้ย ขอกินอันนั้นบ้างดิ” คนอายุมากกว่าเอ่ยแค่นั้น แล้วไม่รอช้ายื่นตะเกียบมาคีบของที่ว่านั้นทันที โดยไม่รอฟังคำอนุญาตจากปากของอีกคนเลยแม้แต่น้อย

              สิ้นประโยคนั้น ทั้งคู่ต่างก็กินอาหารตรงหน้าตนเองต่อไปอย่างเงียบเชียบ ถือเป็นมารยาทบนโต๊ะอาหารที่พวกเขายึดถือ ด้วยเหตุผลที่ว่า การคุยกัน อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำลายกระเด็น จนอาจก่อโรคร้ายกับตัวแหมวอันเป็นที่รักยิ่ง

              ถึงขั้นว่าเคยคิดจะเอาหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ในขณะมื้ออาหารเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ลืมนึกไปว่า.. อ้าว กูก็ต้องเอาของกินเข้าปากนี่หว่า

 


 

              เสียงของพนักงานคนเดิมดังขึ้น พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ดังข้างหู เป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่ามีลูกค้าใหม่กำลังเข้ามา แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก

              ลูกค้าคนใหม่เดินเข้ามาด้วยความงุนงง พลางหันซ้ายแลขวาเพื่อสังเกตบริเวณโดยรอบ เจ้าตัวมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน จึงมองพนักงานดังกล่าว หมายจะถามเส้นทางไปยังโบสถ์กลางเมือง หากแต่กลับมีเสียงตะโกนขัดขึ้นมาจากอีกฝั่งเสียก่อน

              “เอ่อคือ-

              เห้ย มาช่วยเสิร์ฟทางนี้หน่อยขรั่บ! ถือไม่ไหวเด้อขรั่บ!!”

              อ้าว แล้วกูอ่ะ

              เฉินเล่อมองตามอีกคนด้วยแววตามากคำถาม ขมวดคิ้วสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงนึกอยากจะไปก็ไป แต่ก็ไม่ได้เก็บมาคิดเล็กคิดน้อยอะไรมาก

              หรือเพราะเราไม่มีสัญชาติกันนะ?

              เด็กหนุ่มแห่งขุนเขาได้แต่ตัดพ้อในใจ

              อืม.. นี่ไม่ได้คิดมากเลยจริง ๆ

 

              ในระหว่างมองไปรอบ ๆ ร้านเพื่อหวังจะขอความช่วยเหลือ แรงกระแทกด้านข้าง ก็ส่งผลให้เด็กหนุ่มเสียหลัก เซไปจนกระทั่ง

 

              ปั่ก!

เจ้าของร่างหลับตาปี๋ เพราะรู้ตัวว่ายังไงก็ต้องล้มแน่ ๆ หากแต่สัมผัสที่ก้นกลับไม่เจ็บอย่างที่คิด ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาดังเดิมก็เกิดคำถามขึ้นในใจ

ทำไมตูดเราถึงไม่ไปอยู่ที่พื้นล่ะ?

คล้ายว่ากำลังนั่งอยู่บนอะไรบางอย่าง ที่ทำให้รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกับว่า..

 

เห้ย! เสียงอุทานดังขึ้นจากคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม

 

              เฉินเล่อตกใจลุกขึ้นโดยพลัน พอหันกลับไปมองก็ได้รู้ว่า สิ่งที่รองรับน้ำหนักตัวของตนเองนั่นคือหัวกลม ๆ สีทองของชีจึนนี่คนนั้น

คนที่เขาเคยเจอหน้าร้าน 7-12

            อ้าวนาย..

            แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ อีกฝ่ายก็วิ่งจู๊ดออกไปจากร้านเสียแล้ว เหลือไว้เพียงเศษฝุ่นที่ล่องลอยอยู่ตรงหน้า

              ถึงในหัวจะมีความคิดขึ้นมาว่า เหงื่อของชีจึนนี่หัวหยิกหยอยตรงหน้า จะสามารถนำมาบูชาเทพเจ้าจุ๋มได้หรือเปล่า แต่ในใจก็ยังคงยืนยันคำเดิม

เฉินเล่อต้องใช้เหงื่อของคนที่วิ่งหนีไปเมื่อครู่เท่านั้น

              พอคิดได้ดังนั้น เด็กหนุ่มแห่งขุนเขาก็รีบก้าวท้าวตามออกไปอย่างรวดเร็ว โดยปล่อยให้บุคคลที่สามอย่างมาร์คลีกับสัตว์เลี้ยงทั้งสองที่ร้อง แหมว แหมว ได้แต่อ้าปากมองตามไปด้วยความสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

              นี่มันเรื่องอะไรกันวะ

             

 

              คนหนึ่งวิ่งไล่ อีกคนวิ่งตาม หากแต่ระยะห่างกลับมีมากขึ้น เฉินเล่อได้แต่สงสัยว่าคนวิ่งหนีไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างเลยหรือไง วิ่งเอา ๆ แถมความเร็วยังเพิ่มขึ้นอีก ในขณะที่เขากลับอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ เสียอย่างนั้น

              ภาพตรงหน้า คือชีจึนนี่หัวทอง วิ่งเฉียดกับใครบางคนที่กำลังถือของพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือไปหมด

แน่นอนว่าด้วยแรงและความเร็วขนาดนั้น ย่อมส่งผลให้ของในมือของคนโดนลูกหลง ล่วงพื้นอย่างไม่ต้องสงสัย

เพราะอย่างนั้น สิ่งของมากมายที่กองเต็มพื้น จึงทำให้เฉินเล่อไม่สามารถวิ่งตามอีกฝ่ายได้อย่างที่ใจต้องการ จำต้องผ่อนแรงลง แล้วก้มลงช่วยชีจึนนี่ผู้เดือดร้อนอย่างเสียไม่ได้

              “เป็นอะไรหรือเปล่า

              ไม่เป็นอะไรหรอก ขอบใจนะ” ส่ายหน้าเบา ๆ แล้วตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม เผยให้เห็นเขี้ยวทรงเสน่ห์ จนเฉินเล่อถึงกับสตั๊นไปสามวินาที

              นี่” เจ้าของรอยยิ้มเรียกคนตรงหน้า ก่อนจะชำเลืองมองสิ่งของในมือผู้มีพระคุณอย่างสื่อความหมาย

              “เอาคืนมาได้แล้ว

..มันหนักน่ะ เดี๋ยวเราถือเองก็ได้

จะว่าไป พอมองหน้าอีกคนชัด ๆ แล้ว ภายในใจก็รู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา

เราไม่คุ้นหน้านายเลย มาจากไหนหรอ

ไม่แปลกหรอกที่ไม่คุ้น ก็เราไม่ใช่คนเมืองนี้นี่นา จะว่าไงดี คือเราไม่มีสัญชาติน่ะ..” ประโยคหลังเฉินเล่อพูดเสียงแผ่ว พลางหลุบตาลงมองเท้าทั้งสองของตนเองไปด้วยเพื่อเป็นจุดพักสายตา

และทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น

คน.. บ้านเดียวกัน แค่มองตากันก็เข้าใจดี

เพลง ๆ นี้ก็ดังขึ้นมาในหัวของอีกฝ่ายทันที

นายมาจากเขางั้นหรอ!?” พร้อมถามออกไปเสียงดังด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ

หา อย่าบอกนะว่า..

ใช่เราเองก็มาจากเขา เรามาจากเขาลูกที่ นับจากซ้าย นายล่ะ” เติมประโยคของอีกคนจนเต็ม แล้วตั้งคำถามใหม่ตามมาติด ๆ

              เยี่ยมไปเลยเรามาจากลูกที่สองน่ะ!” เฉินเล่อมองคนตรงหน้าด้วยสายตาแพรวพราว เป็นประกายวับวาว

              ไม่คิดว่าจะได้เจอเพื่อนข้างเขาที่นี่

              ฮือ พี่วินวิน พี่ยูตาซามะ เฉินเล่อมีเพื่อนใหม่เพิ่มแล้วนะ เพราะงั้นไม่ต้องห่วงทางนี้ วางใจได้เลย

ว่าแล้วก็โบกมือด้วยผ้าเช็ดหน้า จนคนมองได้แต่เลิกคิ้วด้วยความสงสัย

เรายังคุยกันไม่จบเลย จะรีบโบกมือลาไปไหนน่ะ

ทันทีที่ได้สติ เด็กหนุ่มจากขุนเขาลูกที่สองก็ทำตาโตแล้วปัดมือเป็นพัลวัน เพื่อปฏิเสธสิ่งที่เพื่อนใหม่พูด

อ้อเปล่าเราแค่ดีใจที่เจอนาย

งั้นหรอ ว่าแต่นายอายุเท่าไหร่น่ะ” ตอบกลับด้วยรอยยิ้มขำขัน แล้วถามต่อในสิ่งที่สงสัย เพราะดูจากรูปร่างหน้าตาแล้ว ขอเดาว่าอีกฝ่ายน่าจะอายุน้อยกว่าเขา

สิบหก

เด็กกว่าเราจริง ๆ ด้วย” เดาะลิ้นดังกร๊อก เพื่อแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นถูกต้อง

อ๋า งั้นก็ต้องเรียกพี่สินะ” เฉินเล่อพยักหน้ากับตัวเอง ก่อนจะมีคำถามผุดขึ้นมาในหัว เมื่อพบว่าอีกฝ่ายกำลังยื่นบางอย่างมาให้

 อะไรอ่ะพี่” มองสิ่งที่อยู่ในมือ แล้วถามขึ้นด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะรับมา

นามบัตรของเจ้านายพี่ พอดีทำงานอยู่กับเขาน่ะ ก็เลยมีเอเลี่ยนการ์ด เผื่อนายจะสนใจ

จริงดิสุดยอด แต่เราว่าจะไปโบสถ์ก่อนอ่ะ

โบสถ์กลางเมืองน่ะหรอ

เฉินเล่อพยักหน้าเป็นคำตอบ ด้วยความหวังที่พี่ข้างเขาจะสามารถบอกทางให้กับเขาได้

และสิ่งที่ได้ยิน ก็ทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ เต้นถี่รัวขึ้นมาทันควัน

 

ถ้างั้นเดี๋ยวพี่พาไปเอง

 

ในที่สุด เขาก็จะได้ไปโบสถ์ที่ว่านั่นสักที

ที่ตั้งของรูปปั้นเทพเจ้าจุ๋มผู้ยิ่งใหญ่

 

อ้อแล้วก็..



 พี่ชื่อ..”






.


หวง เหรินจวิ้น



#ชิตังจุ๋มโป้ง





 





 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #35 onnoly (@onusa1234) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 10:58
    ทำไมต้องวิ่งหนีขนาดนั้นด้วยอ่ะะ55555
    #35
    0
  2. #27 ลีเจอาร์ (@namesunisa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:19
    เกลียดชื่อสัตว์เลี้ยงมาก โอ๊ยยยยยย 555555
    #27
    0
  3. #12 BAEKBY_bl (@bonus_ss) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 17:48
    ชอบอะ ขำ555555555
    #12
    0
  4. #8 Yo.B (@praeployindy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 19:01
    ฟิคบ้าไรฟะ55555555
    #8
    0