สาปเลือดสังเวยจันทร์

ตอนที่ 4 : คลนิก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 มิ.ย. 58

4
   คลินิก

                 เสียงนกร้องปลุกฉันสู่เช้าวันใหม่ แสงอาทิตย์ส่องลอดผ่านหน้าต่างทะลุเข้าตา ฉันตื่นสายหรือนี่ วันนี้ฉันจะเริ่มใช้ชีวิตในจันทร์เสวยเป็นวันแรกทำไมถึงได้ตื่นเต้นแบบนี้ ฉันพุ่งตัวออกจากเตียงคว้าผ้าขนหนูที่แขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าเข้าห้องน้ำ น้ำที่นี่เย็นจัดมาก ไม่มีเครื่องทำน้ำร้อน ความหนาวคือสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุด ฉันออกมาจากห้องน้ำตัวสั่นริกๆ พยายามเช็ดตัวให้เร็วที่สุดเพื่อกำจัดความหนาว ฉันหยิบเสื้อกาวน์ที่ใส่ทำงานประจำมาสวมอย่างรวดเร็ว 


สายแล้วๆๆๆฉันพูดกับตัวเองพลางก้าวเท้าลงบันไดอย่างระมัดระวังที่สุด เนื่องจากบันไดเป็นไม้เก่าๆและมีขั้นบันไดถี่ๆ แถมยังมีเสียงดังเอียดอาดทุกย่างก้าวอีก

     
     ฉันใช้เวลาอยู่นานในการล็อกประตูบ้าน เพราะแม่กุญแจเหล็กมีขนาดใหญ่และเก่าสนิมติดอีกด้วย สงสัยแม่กุญแจนี้ถูกใช้มารุ่นต่อรุ่น มันแขวนอยู่ที่ประตูพร้อมมีลูกกุญแจอยู่ตั้งแต่เมื่อวาน สงสัยจะมีคนมาเปิดประตูทิ้งให้ฉัน 

ให้ช่วยไหมจ๊ะหนูเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากข้างบ้านฉัน
ฉันหันไป มีป้าหน้าตาใจดีกำลังยิ้มให้ฉัน เขาคงเป็นเจ้าของบ้านที่ติดกับฉัน

อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ ได้แล้ว ขอบคุณค่ะฉันตอบพลางออกแรงเต็ม แม่กุญแจล็อกตัวเสียงดัง

หนูเพิ่งมาจากเมืองใหญ่สินะจ๊ะคุณป้าถามต่อ

ใช่ค่ะ เพิ่งย้ายมาเมื่อวานค่ะ

หมอแพรพลอยสินะจ๊ะคุณป้าพูดพลางยิ้มกว้าง

คุณป้ารู้ชื่อหนูด้วยเหรอคะฉันถามกลับอย่างตกใจ

แน่นอนสิจ๊ะ ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆและอยู่ห่างจากเมืองภายนอก การที่มีคนย้ายเข้ามาใหม่เขาก็รู้กันทั้งหมู่บ้านน่ะแหละจ้ะถ้าหากจะมีคนย้ายเข้ามาเพิ่ม คุณป้ายิ้ม

อ๋อค่ะฉันพยักหน้าช้าๆ ก้มหัวมองนาฬิกา ตอนนี้เก้าโมงเช้าแล้ว 

อ๊ะ! ขอโทษนะคะมันสายแล้วหนูต้องรีบไปคลินิกแล้วล่ะค่ะ

อ่อจร้า แล้วค่อยคุยกันใหม่นะคุณป้าใจดีเดินเข้าบ้านไป
     ฉันหันหน้ากลับและส่องสายตาไปรอบๆบ้านอย่างรวดเร็ว มีใครคนหนึ่งเสื้อสีขาวกำลังยืนหลบอยู่หลังกำแพงบ้านของคุณป้า เขารีบหลบไปหลังจากที่ฉันสังเกตเห็น

ใครน่ะฉันตะโกนถาม แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ตอนนี้สายมากแล้วฉันจึงเลิกสนใจมันและเดินตรงไปยังคลินิกที่อยูไม่ไกล สงสัยฉันจะตาฝาดไปเอง

           ถนนที่นี่ไม่ได้ลาดยาง ภายในตัวหมู่บ้าน มีบ้านตั้งกระจัดกระจายดูไม่เป็นระเบียบ  บ้านทุกหลังเป็นบ้านไม้ดูเก่าเหมือนกันหมด ไม่มีรถยนต์หรือแม้แต่มอเตอร์ไซค์เลยจะมีก็แต่รถจักรยานเก่าๆ คนที่นี่เขาเดินทางยังไงกันนะ หมาจรจัดนอนเพ่นพ่านอยู่ตามพื้น  ในระหว่างที่ฉันเดินอยู่ในตัวหมู่บ้าน ชาวบ้านมากมายจับจ้องมาที่ฉัน บางคนก็ชี้นิ้วมาให้อีกคนดู แต่ที่น่าแปลกใจคือทุกคนทำหน้าเหมือนกลัวๆฉันเหมือนฉันเป็นตัวประหลาด ดังนั้นฉันจึงรีบเร่งฝีเท้าตรงไปยังคลินิก ไม่นานก็ถึง มันเป็นที่ๆดูใหม่และใหญ่ที่สุดของที่นี่จริงๆ เป็นคลินิกชั้นเดียวที่มีขนาดใกล้เคียงโรงพยาบาลขนาดเล็ก มีป้ายขนาดใหญ่ติดอยู่ว่า
คลินิกจันทร์เสวย
          ฉันเดินเข้าไปข้างใน ถึงข้างนอกจะดูกว้าง แต่ด้านในค่อนข้างแคบ มีเก้าอี้รับคนไข้ไม่กี่ตัว และมีโต๊ะสำหรับนางพยาบาลตั้งอยู่กลางห้อง มีนางพยาบาลคนหนึ่งนั่งอยู่ หน้าตาดุมากทีเดียว ในห้องต้อนรับคนไข้มีห้องอยู่หนึ่งห้องด้านหลังพยาบาลสาว 

คุณหมอแพรพลอยใช่ไหมคะเขาหันมาถามฉัน เสียงแข็งกระด้าง

ใช่คะฉันตอบ

เดี๋ยวฉันตามคุณหมอประสิทธ์ชัยให้ รอสักครู่นะคะ

ใครนะคะ คุณหมอ..”

สวัสดีครับเสียงนุ่มไพเราะของชายคนหนึ่งดังขึ้นตัดการสนทนาระหว่างฉันกับนางพยาบาล เขาเดินออกมาจากห้องด้านหลังพยาบาลสาว ชายรูปร่างผอมสูงเด่น ผมตรงยาวตรงถูกรวบมัดไว้ด้านหลัง หน้าตาหล่อไม่เบา

ผมชื่อประสิทธ์ชัย เป็นแพทย์คนเดียวของที่นี่.. ก่อนที่คุณจะย้ายเข้ามาน่ะครับ ยินที่ได้รู้จักครับเขาแนะนำตัวพร้อมทั้งหัวเราะอย่างสุภาพ

เช่นกันค่ะ ฉันชื่อแพรพลอยนะคะฉันตอบกลับอย่างสุภาพเช่นกัน

ครับคุณแพรพลอย มาทางนี้กับผมสิครับ
          เขากลับตัวเดินนำเข้าไปข้างในคลินิก ทางเดินยาวขนาดแคบตรงทะลุเข้าไปข้างในอีก ที่จริงคลินิกไม่ใช่เล็กแค่เหมือนที่เห็นด้านนอก แต่จริงๆแล้วมันกินพื้นที่ยาวเข้าไปในป่าอีกซึ่งฉันไม่ได้สังเกต ระหว่างทางเดินมีห้องอยู่ทางด้านซ้ายขวามากพอสมควร ไฟติดผนังทางเดินบางดวงติดๆดับๆ ถ้าไม่มีไฟทางเดินนี้คงจะมืดมาก บรรยากาศแบบนี้ทำให้ฉันนึกถึงหนังผีในโรงพยาบาลยังไงยังงั้น
ฉันสังเกตเห็นเหงื่อที่ซึมออกมาจากเสื้อกาวน์ของเขาทั้งๆที่อากาศในคลินิกก็เย็นสบายดี

 “คุณเป็นคนร้อนง่ายเหรอคะ เหงื่อคุณมัน..” เขาสะดุ้งตัวทันทีที่ได้ยินคำถามของฉัน

อ๋อใช่ครับ.. อากาศร้อนนิดเดียวเหงื่อผมก็ไหลไม่หยุดแล้วเขารีบตอบกลับ

คุณย้ายมาใหม่คงจะอึดอัด เพราะว่าที่นี่แคบหน่อยนะเขาเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน

ก็นิดหน่อยค่ะ ฉันไม่มีปัญหาสำหรับเรื่องนี้น่ะค่ะฉันตอบไปอย่างมั่นใจ
เขาหัวเราะ คุณมาจากกรุงเทพฯสินะครับเขาถามต่อ

ใช่ค่ะ คุณดูจากจดหมายขอย้ายเหรอคะ

ใช่ครับ ผมตกใจมากทีเดียวที่คุณอุตส่าห์ทิ้งเมืองหลวงมาอยู่หมู่บ้านเล็กๆแบบนี้แทน

อ๋อ ฉันชอบน่ะค่ะ ได้ช่วยคนแถบหมู่บ้านแบบนี้

คุณแพรพลอยเป็นหมอที่ดีจริงๆเลยนะครับ
เราเดินมาถึงปลายของทางเดิน ยืนอยู่หน้าห้องๆหนึ่ง มีป้ายติดไว้ ผู้ป่วยใน ๗

นี่เป็นเคสคนไข้ที่คุณต้องดูแลน่ะครับ ผมเลือกไว้ให้คุณแล้ว คุณเพิ่งย้ายมาใหม่ คงไม่ต้องดูแลอะไรมากเขาพูดพลางบิดลูกบิดประตูให้เปิดออก ข้างในเป็นห้องขนาดเล็ก มีเก้าอี้เฝ้าคนไข้หนึ่งตัว มีห้องน้ำเล็กๆ หน้าต่างหนึ่งบานสามารถมองทะลุออกไปเห็นตัวหมู่บ้าน  มีเด็กผู้หญิงน่ารักคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงเก่าๆ เด็กน่าจะอายุประมาณ8-9ขวบ  ผิวของเธอดูค่อนข้างซีดเขียวดูก็รู้ว่าเป็นโรคร้าย เธอหันมายิ้มให้ฉัน รอยยิ้มของเธอน่ารักมาก ทำเอาฉันหลงรักเธอทีเดียว

เธอชื่อบัวแก้ว ป่วยเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดน่ะครับ นอนที่คลินิกนี้มานานแล้วล่ะครับ
เขาหันไปหาบัวแก้ว บัวแก้วคะ นี่พี่หมอแพรที่จะมาดูแลหนูไงคะ

สวัสดีค่ะ พี่หมอแพร บัวแก้วพูดกับฉัน เธอดูน่าเอ็นดูมาก

สวัสดีจ่ะ บัวแก้ว ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ

งั้นผมไปก่อนนะครับ นี่ประวัติของคนไข้แล้วก็ข้อมูลของบัวแก้วครับเขายื่นแฟ้มบางๆให้ฉันและเดินออกไปจากห้องให้ฉันได้คุยกับบัวแก้วสองคน

ขอพี่แพรดูประวัติแปปนึงน๊ะจ๊ะฉันยิ้มให้เธอ

ค่ะเธอยิ้มตอบ ฉันเปิดแฟ้มประวัติออกอ่าน เธอชื่อบัวแก้ว นาราตรี อายุ 9 ขวบ เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด อาการโรคนี้ผู้ที่เป็นจะมีผิวม่วงคล้ำ  เนื่องจากลิ้นหัวใจที่รั่วทำให้เลือดแดงและดำผสมกัน ถ้าลิ้นหัวใจรั่วโตมากก็อาจจะเสียชีวิตทันทีแต่อาการของบัวแก้วยังอยู่ในภาวะที่สามารถรักษาได้ แต่ถ้าปล่อยไว้นาน เธอก็อาจจะไม่รอด โรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมฉันจึงไล่หาชื่อของพ่อและแม่ของบัวแก้ว เพื่อค้นประวัติ แต่ก็ไม่มีบันทึกไว้ น่าแปลกอันที่จริงมันต้องมีบันทึกไว้บ้างสิ..  ฉันหยุดอ่านแล้วนั่งลงข้างๆบัวแก้ว

บัวแก้วพักอยู่คลินิกมา1ปีเต็มแล้วสินะจ๊ะฉันถามบัวแก้ว พลางดูที่ประวัติ

ใช่แล้วค่ะเธอตอบตั้งหนึ่งปีแล้ว หนูไม่ได้ออกไปนอกคลินิกเลย

งั้นเหรอจ๊ะ งั้นเอาแบบนี้ไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่แพรสัญญาว่าจะพาออกไปเดินเที่ยวหมู่บ้านเอาไหมจ๊ะ

จริงเหรอคะ ดีใจจริงๆเลย พี่แพรสัญญาแล้วนะคะ เธอหันมายิ้มแป้นให้ฉันสีหน้าบ่งบอกว่าดีใจสุดๆ   

อื้ม สัญญาสิจ้ะฉันกุมมืออันบอบบางของบัวแก้ว

พี่แพรใจดีที่สุดเลย


 ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

เสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะ หมอประสิทธ์ชัยเดินเข้ามา เป็นไงบ้างครับทั้งคู่ วันนี้ผมไม่มีนัดกับผู้ป่วย คุณก็เพิ่งจะย้ายเข้ามาคงยังไม่ได้สำรวจหมู่บ้านให้ทั่ว งั้นเดี๋ยววันนี้คุณจะให้เกียรติไปเดินเล่นรอบๆหมู่บ้านกับผมไหมครับ

ได้แน่นอนอยู่แล้วค่ะฉันตอบตกลงอย่างรวดเร็ว การสำรวจหมู่บ้านคือเป้าหมายที่ฉันตั้งใจจะทำภายในวันนี้อยู่แล้ว

งั้นเราก็ไปกันเลยเถอะครับ เขาพูด

ตกลงค่ะ พี่ไปก่อนน้าบัวแก้ว ไว้เจอกันนะจ้ะ ฉันเดินตามหมอประสิทธ์ออกจากห้อง

เดี๋ยวค่ะ หมอประสิทธ์ ฉันมีข้อสงสัย ก่อนที่จะเดินออกจากคลินิกไป ฉันชี้ไปยังห้องถัดจากห้องบัวแก้วซึ่งถูกล็อกเอาไว้ด้วยโซ่แน่นหนา

อ๋อ.. ห้องนี้คือห้องผ่าตัดเก่าน่ะครับ มันทรุดโทรมมากแล้วจึงได้ปิดเอาไว้แล้วย้ายไปห้องทางโน้นแทน เขาชี้ไปยังห้องอีกฟากหนึ่งของคลินิก ประตูสีเขียวขนาดกว้างพอตัว มีป้ายติดว่า ห้องผ่าตัด

โห คลินิกที่นี่นี่น่ะไม่เหมือนคลินิกทั่วๆไปเลยนะคะ ทั้งขนาดที่ใหญ่เกือบเท่าโรงพยาบาลขนาดเล็ก แถมยังมีห้องผู้ป่วยในหรือกระทั่งห้องผ่าตัด

ใช่ครับ จันทร์เสวยน่ะอยู่ห่างจากโรงพยาบาลอารัญประเทศ ดังนั้นจึงต้องสร้างคลินิกให้เพียบพร้อมสำหรับผู้ป่วยในหมู่บ้านน่ะครับ

แต่ว่าผู้ป่วยโรคร้ายแรงอย่างบัวแก้วน่ะ ก็ควรจะนำส่งโรงพยาบาลใหญ่นะคะเขาเงียบไปพักใหญ่ ตอนนี้เรากำลังเดินอยู่ริมแม่น้ำ หญ้าพัดไปมาตามแรงลม แมลงปอบินว่อนอยู่เหนือน้ำ เสียงนกร้องจากป่าที่ล้อมหมู่บ้านเอาไว้

คุณคงยังไม่รู้สิครับ เรื่องคุณพ่อกับคุณแม่ของบัวแก้วเขาพูดขึ้นมาในที่สุดทันใดนั้นฉันก็นึกขึ้นได้ว่ามีคำถามเรื่องนี้จะถามเขาอยู่พอดี

ใช่ค่ะ ในใบประวัติของบัวแก้วไม่มีบันทึกข้อมูลคุณพ่อและคุณแม่ของบัวแก้ว

อ๋อ เป็นความผิดของผมที่ไม่ได้บันทึกไว้เอง คุณพ่อกับคุณแม่ของบัวแก้วน่ะเสียไปปีนึงได้แล้วล่ะครับ

จริงเหรอคะฉันถามเขาด้วยความตกใจ

ครับ คุณแม่ของบัวแก้วเสียไปด้วยโรคหัวใจพิการเหมือนกัน บัวแก้วคงได้รับพันธุกรรมโรคนี้จากแม่ของเธอ โรคหัวใจพิการต้องผ่าตัดจึงจะหายแต่ต้องใช้อุปกรณ์การแพทย์ของโรงพยาบาลใหญ่ๆเท่านั้นอีกทั้งการรักษาโรคร้ายขนาดนี้นะคุณก็รู้ว่าแม้แต่โรงพยาบาลใหญ่แบบนั้นยังมีความเสี่ยงสูงเลย-ยังมีปัญหาค่าใช้จ่ายอีกเขาพ่นลมออกทางจมูก

แล้วคุณเคยคุยเรื่องผ่าตัดกับบัวแก้วไหมคะ

ผมเคยพูดแล้วครับ แม่เธอเสียชีวิตด้วยโรคนี้ เธอจึงกลัวการผ่าตัดมาก ผมเองก็ไม่มั่นใจในฝีมือตนเองกลัวว่าจะผ่าตัดผิดพลาด สายตาผมสั้นมากกลัวว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการผ่าตัด ยิ่งการผ่าตัดหัวใจเป็นการผ่าตัดที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากเค้าใช้มือไปแตะที่ขาแว่น เพื่อให้ฉันสังเกตคุณเป็นแพทย์ศัลกรรมไม่ใช่เหรอครับ ได้เกียรตินิยมเสียด้วย คราวนี้ผมต้องยืมมือคุณแล้ว

แน่นอนค่ะ ฉันพร้อมเสมอสำหรับเรื่องนี้แต่อยู่ที่บัวแก้วนี่สิคะว่าเธอจะยอมรึปล่าว โชคดีที่อาการในเคสของเธออยู่ในระยะที่ยังคงปลอดภัย แต่ถ้าปล่อยไว้นานเกินไปคงจะหัวใจวายแน่นอน

นี่แหละครับคือปัญหาที่ผมกังวลอย่างมาก ถ้าอย่างนั้นเรามาช่วยเกลี้ยกล่อมบัวแก้วให้เข้ารับการผ่าตัดด้วยกันนะครับ

ฉันเต็มใจค่ะ ยังไงเธอก็เป็นคนไข้คนแรกของการเข้ามาทำงานที่คลินิค
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น