บทความเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่ถูกแต่งเติมด้วยจินตนาการเล็ก ๆ
หวังว่าจะได้รับคำแนะนำดี ๆ นะคะ...
...เช้าวันเปิดเทอมวันหนึ่ง ณ โรงเรียนของรัฐบาลแห่งหนึ่ง
นักเรียนมากมายหลายพันคนเดินเข้ารั้วสถาบันอย่างมีความสุข
บางคนได้อยู่ร่วมห้องร่วมสถาบันกับเพื่อนเก่าอีกครั้ง
แต่สำหรับฉัน...แทบไม่มี...
หลังจากเสร็จพิธีหน้าเสาธงแล้ว นักเรียนก็ขึ้นห้องเรียนกัน
เป็นปกติที่จะต้องมีการแนะนำตัว ฉันออกไปแนะนำตัวหน้าห้องเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ
ฉันชื่อ พอย เป็นผู้หญิงหน้าตาธรรมดา ๆ คนหนึ่ง...
ฉันนั่งแถวแรก โต๊ะกลางกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง
ข้างหน้ามีเด็กชายสองคนนั่งอยู่
"...ให้นักเรียนทำความรู้จักกับเพื่อน ๆ ในห้องให้มากที่สุด..."ครูประจำชั้นเสนอเกมขึ้น
ไม่รอช้า นักเรียนแทบทุกคนในห้องรีบหยิบกระดาษกับปากกาแล้วเดินตามโต๊ะเพิ่อทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่
ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น...
เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ฉันสะกิดเด็กชายสองคนข้างหน้า คนหนึ่งฉันรู้จักกับเขาแล้ว ส่วนอีกคนยังไม่รู้จัก
ฉันถามเขาว่าชื่ออะไร เขาก็ตอบว่าชื่อ พีม และถามชื่อของฉันเหมือนกัน
เขามีตาที่ฉันคิดว่าคม ผิวเข้ม ๆ ผมสีดำสนิท
ฉันเป็นคนมีอคติกับผู้ชายรุ่นเดียวกันมาตลอด วันแรกเราจึงไม่ค่อยยาดดีกันเท่าไหร่
แต่เมื่อเวลาเกือบ 1 ปีผ่านไป ฉันได้รู้อะไรมากกว่านั้น
พีมเป็นคนมีน้ำใจกับเพื่อน ซนเหมือนเด็กทั่วไป การเรียนก็จัดว่าใช้ได้
แต่เสียดายที่ปากสุนัขไปหน่อย...
ผ่านไปอีกหลายเดือนฉันรู้สึกดีกับเขา
บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่มันก็คงรวมได้ว่า "ฉันชอบเขาเข้าแล้ว"
แต่ดูเหมือนเราสองคนจะสนิทกันไม่มากพอ
เราเป็นเหมือนเพื่อนทั่ว ๆ ไปที่ไม่ได้เอาใจใส่กันและกันเท่าไหร่
ผ่านไปแล้วอีกปี.....
----------------------------------------------------------
...ปีนี้เป็นปีที่สองแล้วที่เราได้อยู่ด้วยกัน
ปีนี้ฉันนั่งแถวที่สาม โต๊ะหน้าสุด
ส่วนพีม ก็นั่งแถวที่สอง โต๊ะที่สอง
เรานั่งห่างกันแค่เอื้อมเอง...
ตลอดเวลาเกือบหนึ่งปี เราแทบไม่ได้คุยกัน
ไม่รู้ว่าเพราะฉันคิดไปเองหรือเปล่าว่าเขาเกลียดฉัน
เราจึงไม่เคยคุยกันเลยตลอดเปิดเทอมมา
ในใจของฉันก็ภาวนาอยากให้เขาคุยกับฉันบ้าง
แม้จะรู้ดีว่ามันคงเป็นไปไม่ได้...ในตอนนั้น
ฉันอยากคุยกับพีม แต่ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปทักทาย
เข้าทำนองที่ว่า _ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ แต่มันคือแสนไกล_
วันหนึ่งได้อีเมล์เขามาจากเพื่อนคนหนึ่ง
ฉันรีบเพิ่มอีเมล์ของเขาลงใน MSN ของฉันทันที
ไม่รู้ทำไมถึงต้องตื่นเต้นด้วยก็ไม่รู้ ก็แค่เพื่อนคนหนึ่งเอง...
สักพักพีมก็ออนไลน์ ฉันตัวแทบแข็ง
แต่คำพูดของเขากลับห้วนเสียเหลือเกิน รู้ไหมว่าฉันก็เสียใจนะ
เพียงแค่เขารู้ว่าฉันคือใคร เขาก็ Block อีเมล์ของฉันทันที
ในที่สุดเรื่องมันก็เป็นแบบนี้จนได้สินะ...
หลายวันมานี้ฉันถูก Block
ฉันคงทนอยู่แบบนี้ไม่ไหวหรอก ฉันเองก็ไม่ใช่พวกที่ยอมคนสักเท่าไหร่
ฉันจึงส่งอีเมล์บอกเขาไปว่า ช่วยลบเมล์ของเราทิ้งด้วย
ซึ่งเขาก็ทำตามนั้น โดยมาบอกฉันที่โรงเรียน
"เฮ้ย ลบแล้วนะ" เขาพูดกับฉันแค่นี้ ฉันเพียงแค่พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้
จากนั้นเราสองคนก็กลับสู่สภาวะเดิม คือ ไม่คุยกันเลย...
เวลาผ่านไปอีกหลายเดือน
ฉันสมัครอีเมล์ใหม่ และกำลังเพิ่มอีเมล์ของเพื่อน ๆ ลงไปใน MSN
ฉันลงอีเมล์ของเพื่อน ๆ ครบทุกคนแล้ว
ความคิดวูบหนึ่งเข้ามาในสมอง
...ลองเพิ่มเมล์ของพีมดูดีไหม...
...ไม่ดีหรอก เดี๋ยวก็โดน Block อีก...
...ไม่เป็นไรหรอก เราเป็นแค่เพื่อนกันเขาไม่คิดมากอยู่แล้ว...
ฉันเถียงกับความคิดตัวเองอยู่พักใหญ่ ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจเพิ่มเมล์เขาลงไป
ยังไงก็จะลองดูสักตั้งละกัน...
ตอนเย็นของวันนั้น
พีมออนไลน์แล้ว พีมคงเห็นเมล์ใหม่เลยเข้ามาถามว่าเจ้าของเมล์มาใหม่นั้นคือใคร
ตอนนั้นฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วตอบเขาไป
"เราพอย ห้องเดียวกันแหละจำได้เปล่า เราขอแอดเมล์แกไว้นะ"
พีมตอบกลับมาแค่เพียง "อืม"
จากวันนั้นฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมากที่ได้คุยกับเขา
ในช่วงแรก ๆ เราคุยกันไม่มากเท่าไหร่
แต่หลังจากวันที่ 3 ไปนั้น พีมก็เริ่มเป็นฝ่ายออนมาทักทายฉันมากกว่าที่ฉันจะไปทักทายเขาเสียอีก
เราสองคนเป็นเพื่อนที่สนิทกันอย่างรวดเร็วทีเดียว
พีมไว้ใจที่จะบอกความลับกับพอย เด็กผู้หญิงอย่างฉัน...
เขาช่วยฉันแก้ไขทุกปัญหาที่ฉันมี...
เขาอยู่เป็นเพื่อนฉันแทบทุกคืนที่ฉันต้องทำงานอยู่ดึก...
เขาอยู่ข้างฉันเสมอ...และเสมอมา...
ใกล้ปีใหม่แล้ว ใกล้จะผ่านพ้นปีที่ 2 ของเราอีกแล้วสิ...
ในคืนนั้นพีมออนไลน์มาหาฉัน
เราคุยกันไปเรื่อย ๆ จนพีมเล่าความลับให้ฉันฟัง
เขาบอกฉันว่ามีแฟนแล้วและไม่รู้จะซื้ออะไรให้แฟนดี...
ตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในสูญญากาศ ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมาเจอเรื่องแบบนี้
ไม่ใช่ว่าไม่เผื่อใจไว้หรอก... แต่ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมาเป็นมือที่สาม...
พีมเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฉันฟัง เขาถามฉันว่าอยากฟังไหม ฉันเองก็กลับตอบว่า "ฟังสิ"
เขาเล่าตั้งแต่วันที่เขาเริ่มชอบคนนั้น เล่าถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ฟังดูเหมือนละครน้ำเน่าหรือยิ่งกว่า
เขาเล่าถึงเรื่องหวาน ๆ ระหว่างเขากับเธอคนนั้นให้ฉันฟัง
เขาจะรู้บ้างไหมว่าคนที่นั้งอ่านข้อความที่เขาพิมพ์ส่งมาอยู่เรื่อย ๆ นั้น แท้ที่จริงแล้วเธอกำลังนิ่งงันอยู่ตรงนี้...ตรงที่ที่ไม่มีใครเห็น...
จู่ ๆ เขาก็ถามฉันถึงคนที่ฉันกำลังปลื้มว่ามีหรือเปล่า และได้บอกความในใจไปหรือยัง
ฉันตอบเขาว่า "แค่เคยมีนะ แต่เขาคงไม่คิดอย่างเดียวกับเราหรอก"
เขาถามฉันอีก ประโยคสั้น ๆ ของเขากลับใช้เวลานาน เขาคงคิดว่าจะถามฉันดีหรือเปล่า เหอะ ๆ...
ในที่สุดคำถามก็แสดงขึ้นในบรรทัดสุดท้าย "หวังว่าคนที่แกปลื้มคงไม่ใช่เรานะ"
ฉันยิ้ม ยิ้มให้กับคำถามที่เขาถามมา... ฉันตอบเขาไปอีกครั้งด้วยคำตอบที่เดาไม่ออก(หรือเดาออก)ว่า "เหอะ ๆ"
เขาตอบกลับมาอีกว่า "งั้นก็ดีแล้ว เพราะ เราไม่อยากทำให้ใครต้องเสียใจ"
พีมเป็นคนอย่างนี้จริง ๆ หรือ...? นี่เขาคิดอย่างนี้จริง ๆ หรือ...?
ใครจะคิดอย่างไรก็ช่าง แต่ฉันคิดว่า เขาตอบได้ดีที่สุดแล้ว...
สุดท้าย...ในใจของฉันก็คงทำได้แค่
ขอให้พีมมีความสุขกับคนที่เขารักมาก ๆ...
หวังว่าเขาจะไม่เสียใจกับรักครั้งนี้...
ขอแค่ฉันเป็นคนที่เสียใจเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว...
เวลาผ่านไปอีกแล้ว จบปีที่ 2 ของเราแล้วสินะ...
----------------------------------------------------------
...นี่จะเป็นปีสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกันแล้วสินะ...
(ย้อนไปช่วงปิดเทอม...)
ในช่วงปิดเทอมเราสองคนได้คุยกันทุกวัน เราคุยกันจนกลายเป็นเพื่อนที่รู้ใจกัน
ความรู้สึกของฉันยังคงเหมือนเดิมเสมอ...มันยังไม่เปลี่ยนไปเลย แม้ฉันจะพยายามเท่าไรก็ตาม...
วันนั้น พีมคุยเรื่องเดิมกับฉันอีกครั้ง เรื่องความรักของเขาและเธอ...
ไม่รู้เลยใช่ไหมว่าฉันเจ็บใจ...ใช่ พีมไม่เคยรู้เลย ไม่มีวันรู้ เพราะ ฉันจะไม่มีวันบอกเขา...
ฉันคงเสียใจ...เสียใจให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย...เสียใจกับความรู้สึกดี ๆ ที่ฉันมีให้เขา...
ต่อแต่นี้เราเป็นเพื่อนกัน...เป็นแค่เพื่อนจริง ๆ...
เราเริ่มคุยกันถึงอนาคตทางการศึกษา
เขาต้องไปเรียนต่อนายร้อย แต่เขาไม่อยากเป็นเท่าไหร่
ส่วนฉัน...ฉันคงต่อ ม.ปลาย ที่โรงเรียนเดิม แต่ยังลังเลว่าจะเข้าสายไหนดี
ฉันรู้สึกว่าฉันดีใจที่ได้เขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ทั้ง ๆ ที่ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมฉันถึงตัดใจจากเขาได้เร็วขนาดนี้...
ใช่...ฉันตัดใจจากเขาได้แล้ว แค่เรื่องเดียว...เรื่องอนาคตทางการศึกษา
มันทำให้ฉันรู้ว่า นี่ยังไม่ใช่เวลาที่เราจะมาทุ่มเทใจให้กับใครสักคนที่เขาไม่สามารถมองเห็นมันได้ อย่างน้อย...คนที่เราควรจะทุ่มใจให้มากที่สุดก็คือตัวของเราเอง ฉันจะทุ่มเทใจของฉันให้กับอนาคตของฉันเอง...
เราคุยกันตั้งแต่เรื่องการศึกษาไปจนถึงชีวิตความรัก
ไม่รู้ว่าพีมเป็นอะไร อยู่ดี ๆ เขาก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา
"ถ้าแกแต่งงานเมื่อไหร่ อย่าลืมบอกเราคนแรกนะ" พีมบอกพอยอย่างนี้...
"คนจะชอบยังหาไม่ได้เลย จะแต่งงานเหรอ ไม่มีทางหรอกมั้ง เหอะ ๆ" ฉันตอบกลับไป
ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังยิ้มอย่างมีความสุข ความสุขจริง ๆ นี่ล่ะนะ...เวลาที่คนเราสบายใจ
เป็นเพื่อนกันน่ะดีที่สุดแล้ว จริงไหม ??
เปิดเทอมปีสุดท้าย...^^"
...เช้าวันเปิดเทอมปีนี้ดูแจ่ใส่มากกว่าทุกปี
พอย - พีม เพื่อนที่ใช้เวลาเข้าใจกันในช่วงเวลา 3 เดือน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เจอหน้ากัน กำลังจะได้เจอกันอีกครั้ง
และครั้งนี้ จะเปลี่ยนไปจากทุก ๆ ปีที่ผ่านมาอีกด้วย...
เสียดายที่พีมได้นั่งหน้าห้อง ส่วนพอยได้นั่งหลังสุด... แต่ไม่เป็นไรหรอก ตัวห่างไกลแต่ใจใกล้กัน ^^
เป็นธรรดาที่เปิดเทอมวันแรกนั้นจะใช้เวลาเพียงครึ่งวันเท่านั้น
หลังจากที่พวกเราได้รับตารางเรียนใหม่กันแล้ว อาจารย์ที่ปรึกษาก็ให้โอวาทแก่นักเรียน จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
แต่หลังจากเลิกแล้ว เพื่อน ๆ ในห้องกลับไปดูหนังกันเสียอย่างนั้น...
เหลือไม่กี่คนที่อยู่บนห้อง อย่างน้อยก็พอย
ในระหว่างที่พวกเราคุยกันอยู่นั้นก็มีอาจารย์ขึ้นมาบนห้องอีกครั้ง
อาจารย์บอกให้พวกเราช่วยกันจัดโต๊ะกันใหม่ เพราะ แถวหลังสุดมันเป้นโต๊ะที่ติดกันยาว ดูไม่เป็นระเบียบ...
พวกเราช่วยกันจัดโต๊ะกันใหม่อีกครั้งก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน...
วันต่อ ๆ ไปก็คงเจอแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิตแล้วล่ะ ...
ยั ง ไ ม่ จ บ น ะ ค ะ
รัก(ลับ)ระหว่างเพื่อน
เขียนโดย
love_2
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
13 ส.ค. 50
227
0
ความคิดเห็น