บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [Yaoi, Boy's love]

  • 97% Rating

  • 9 Vote(s)

  • 244,202 Views

  • 3,172 Comments

  • 4,280 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    77

    Overall
    244,202

ตอนที่ 37 : บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [ภาคิน X พระพาย]......16 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    26 ส.ค. 58




บทเรียนรัก นักกีฬา  [ภาคิน X พระพาย] ตอนที่ 16

Author :   (ยอนิม)

                        

               

                                                

 

 

 

               

“พระพาย....พระพาย..พาย” เสียงทุ้มของภาคินเรียกพระพายซ้ำๆ ทำให้พระพายสะดุ้งเล็กน้อย เพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องในอดีตอยู่

 

 

“ครับพี่ภาคิน” พระพายรีบหันไปขานรับร่างสูง

 

 

“คิดอะไรอยู่ พี่เรียกหลายครั้งแล้ว” ภาคินถามขึ้น

 

 

“เอ่อ..กำลังคิดอยู่ว่า ร้านป้าแจ๋วเค้าเปิดร้านมานานแล้วนะครับ ตั้งแต่สมัยผมเข้าม.1” พระพายพูดขึ้นยิ้มๆ พระพายคิดถึงร้านป้าแจ๋วจริงๆ แต่ไม่ได้คิดถึงเรื่องที่ป้าแจ๋วอยู่มานานเหมือนตามที่บอกภาคิน

 

 

“อืม เค้าเปิดร้านมาตั้งแต่สมัยพี่อยู่ ม.2 น่ะ” ภาคินตอบกลับ เพราะจำร้านป้าแจ๋วได้ดี พระพายพยักหน้ารับเล็กน้อย ไม่นานนัก ภาคินก็มาจอดรถตรงหน้าร้าน ทั้งสองพากันลงจากรถ

 

 

“อ่า ภาคินใช่มั้ยเนี่ย” เสียงของป้าแจ๋วทักขึ้นเพราะคุ้นเคยกับภาคินเป็นอย่างดี สมัยที่ชายหนุ่มยังคงเรียนอยู่ที่นี่

 

 

“ครับ สวัสดีครับป้าแจ๋ว” ภาคินตอบรับ พร้อมกับยกมือไหว้ป้าแจ๋ว พร้อมๆกับพระพาย

 

 

“นั่งก่อนจ่ะ ไม่เจอกันนานเลยนะ” ป้าแจ๋วทักยิ้มๆ มีลูกค้าในร้านนั่งอยู่หลายโต๊ะ แต่ก็มีโต๊ะว่างอยู่

“เอาอะไรดี” ป้าแจ๋วเดินมารับออเดอร์ด้วยตัวเอง

 

 

“ขนมจีนแกงไตปลาครับ...ขนมจีนแกงไตปลาครับ” เสียงของภาคินและพระพายดังขึ้นมาพร้อมกัน ทำให้ทั้งสองชะงักแล้วหันมามองหน้ากันเล็กน้อย

 

 

“แกงไตปลาสองที่เลยนะ” ป้าแจ๋วถามขึ้นยิ้มๆ

 

 

“ครับ” ภาคินเป็นคนตอบ ส่วนพระพายนั่งก้มหน้านิดๆ เพราะรู้สึกเขินนิดหน่อยที่พูดพร้อมกับภาคิน ใครอาจจะคิดว่าพระพายเว่อร์ ที่พูดพร้อมกับภาคินก็เขินแล้ว แต่ใครไม่มาเป็นเขาคงไม่รู้ ว่าเวลาที่ได้ทำอะไรๆ หรือพูดอะไร โดยที่คนที่เราปลื้มมีส่วนร่วมในเรื่องนั้นๆ แม้แต่เล็กน้อย แต่ก็ทำให้ตื่นเต้นได้เหมือนกัน

“เอาน้ำอะไรดีพระพาย” ภาคินหันมาถามพระพาย

 

 

“น้ำเปล่าครับ” พระพายตอบกลับ ภาคินจึงสั่งน้ำเปล่าทั้งสองคน ส่วนป้าแจ๋วก็เดินไปตักขนมจีนให้ พระพายมองข้ามฝั่งถนนไปที่ประตูโรงเรียนเก่าของตนเอง ซึ่งตอนนี้ปิดอยู่เนื่องจากเป็นวันหยุด

“คิดถึงโรงเรียนจังเลยนะครับ ผมพึ่งออกจากโรงเรียนได้ไม่ถึงปี ก็คิดถึงที่นี่ซะแล้ว” พระพายพูดออกมายิ้มๆ

“แล้วพี่ภาคินล่ะครับ คิดถึงโรงเรียนมั้ย” พระพายถามกลับ

 

 

“พี่ออกจากที่นี่ไปหลายปี จะไม่คิดถึงโรงเรียนเก่าได้ไงล่ะ คิดถึงทั้งโรงเรียน คิดถึงทั้งคนที่นี่” ภาคินพูดขึ้นมา ทำให้พระพายร้อนหน้าวูบ ทั้งๆที่รู้ว่าภาคินอาจจะหมายถึงเพื่อนๆของภาคินเอง แต่พระพายก็แอบคิดมโนไปว่า ภาคินอาจจะพูดถึงพระพายอยู่ก็เป็นได้

 

 

(คิดเลอะเทอะจริงๆเลยเรา พี่ภาคินจะมาคิดถึงเราทำไม ไม่ได้รู้จักสนิทสนมกันสักหน่อย) พระพายว่าตัวเองในใจ เมื่อเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไป

 

 

“ได้แล้วจ่ะ” เสียงป้าแจ๋วดังขึ้น พร้อมกับยกจานขนมจีนพร้อมกับตะกร้าผักเครื่องเคียงต่างๆมาให้ ซึ่งร้านป้าแจ๋วจะมีเครื่องเคียงให้เลือกกินฟรีเยอะมากๆ พระพายเอาช้อนตัดๆเส้นขนมจีนในจานด้วยความเคยชินก่อนเป็นอันดับแรก แต่ยังไม่ทันจะเอื้อมมือไปตักผักในตะกร้ามาใส่จาน พระพายก็ต้องชะงัก เมื่อภาคินตักผักกาดดองหวานที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ มาใส่จานของพระพายให้ พระพายมองหน้าภาคินอย่างงงๆ เพราะเวลากินขนมจีนแกงไตปลา พระพายชอบกินกับผักกาดดองหวานเอามากๆ

 

 

“เอ่อ...ขอบคุณครับ” พระพายตอบกลับเสียงแผ่วๆ ในใจก็เต้นระรัว ที่อีกฝ่ายเหมือนจะรู้ว่าพระพายชอบอะไร ภาคินยิ้มน้อยๆ แล้วต่างฝ่ายต่างก็เริ่มกินขนมจีนกันไปเงียบๆ

“เดี๋ยวผมขอจ่ายค่าขนมจีนมื้อนี้นะครับ” พระพายรีบพูดขึ้นมาก่อน เมื่อเห็นว่าภาคินทำท่าจะเรียกป้าแจ๋วมาคิดเงิน

 

 

“ทำไม” ภาคินถามกลับ

 

 

“พี่ภาคินอุตส่าห์ขับรถมาส่งมารับผมที่บ้าน ผมก็อยากจะตอบแทนบ้าง” พระพายตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

 

“เรื่องแค่นี้เอง” ภาคินพูดขึ้นมา ทำให้พระพายขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

 

“ถ้าพี่ภาคินไม่ยอมให้ผมจ่าย งั้นผมจะกลับรถตู้นะครับ” พระพายพูดขึ้นมา ทำให้ภาคินเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ

 

 

“ขู่พี่เหรอ” ภาคินถามพร้อมกับยกยิ้มมุมปากน้อยๆ ทำให้พระพายร้อนหน้าวูบวาบกับรอยยิ้มของภาคิน

 

 

“ผมไม่ได้ขู่ ผมก็แค่อยากจะตอบแทนพี่ภาคินบ้างนี่ครับ” พระพายบอกไม่เต็มเสียงนัก

 

 

“โอเค พี่ยอมให้เราจ่ายก็ได้” ภาคินตอบรับ ทำให้พระพายยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะเรียกป้าแจ๋วมาคิดเงิน และจ่ายเงินค่าอาหารมื้อนี้ ภาคินพูดคุยกับป้าแจ๋วตรงหน้าร้านเล็กน้อย ส่วนพระพายก็ยืนมองจุดที่ตนเองเคยลื่นล้ม แล้วยิ้มขำออกมา

“ยิ้มอะไร หืม” เสียงภาคินดังขึ้นข้างๆ ทำให้พระพายเก้อเขินเล็กน้อย

 

 

“เปล่าครับ” พระพายตอบกลับ

 

 

“อืม วันนี้อากาศดีนะ ฝนไม่ตก” ภาคินพูดขึ้นมาลอยๆ ทำให้พระพายชะงักกึก พร้อมกับมองหน้าภาคิน ภาคินเลิกคิ้วนิดๆ เหมือนถามกลับกลายๆว่าพระพายมองหน้าทำไม ทำให้พระพายต้องสะบัดความคิดแปลกๆของตัวเองออก เพราะวูบหนึ่ง พระพายรู้สึกเหมือนกับว่า ภาคินกำลังแซวถึงเรื่องวันที่พระพายล้มตรงนี้ตอนม.4

 

 

“นั่นสินะครับ” พระพายตอบกลับไป เมื่อสลัดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองออกไปได้ ภาคินเดินอ้อมไปขึ้นรถ พระพายก็ขึ้นไปนั่งที่เดิมด้านข้างคนขับเช่นกัน เมื่อขึ้นรถเรียบร้อย ภาคินก็ขับรถต่อเพื่อกลับกรุงเทพฯ

 

 

“กลับไปถึงกรุงเทพฯแล้ว เรามีธุระอะไรต่อรึเปล่า” ภาคินถามขึ้นมา

 

 

“ไม่นะครับ” พระพายตอบกลับ

 

 

“พอดีพี่พึ่งนึกได้ ว่าเสื้อผ้าพี่ยังไม่ได้ซัก เราแวะซักให้พี่หน่อยได้มั้ย” ภาคินพูดบอกออกมา

 

 

“ได้สิครับ” พระพายตอบกลับทันที เพราะมันเป็นหน้าที่ของพระพายอยู่แล้ว ที่จะต้องทำงานดูแลเรื่องต่างๆภายในบ้านให้ภาคิน เพราะภาคินได้จ้างวานพระพายแล้ว

 

 

“อืม ขอบใจนะ” ภาคินตอบกลับ พระพายก็ยิ้มน้อยๆ และไม่รู้ว่าตนเองจะพูดหรือทำอะไรต่อ พระพายจึงหันหน้ามองออกไปนอกรถ

“เราชอบฟังเพลงรึเปล่า” ภาคินถามขึ้นมาทำลายความเงียบอีกครั้ง

 

 

“ก็ชอบฟังบ้างครับ” พระพายตอบกลับ ภาคินก็พยักหน้ารับน้อยๆ ตาก็มองไปที่ถนนตรงหน้า

 

 

“งั้นพี่เปิดเพลงนะ” ภาคินพูดขึ้น ทำให้พระพายงงเล็กน้อย เพราะความจริงภาคินจะเปิดโดยไม่ต้องถามความคิดเห็นจากพระพายก็ได้

“เผื่อเราอยากจะนอน พี่ไม่อยากให้เสียงเพลงรบกวน” ภาคินพูดขึ้นเหมือนจะรู้ความคิดของพระพาย ทำให้พระพายร้อนหน้าเล็กน้อย

 

 

“ไม่เป็นไรครับ พี่ภาคินเปิดตามสบายเลย” พระพายรีบพูดบอก ภาคินจึงเอื้อมมือไปกดเปิดเพลงซึ่งต่อกับ USB ที่เสียบเอาไว้ ภาคินกดเลื่อนเพลง ซึ่งพระพายก็ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งอินโทรเพลงดังขึ้นมา ซึ่งพระพายรู้ดีว่าเป็นเพลงของวง scrubb

 

 

ใกล้เกินกว่าที่จะพูดคำใดๆออกไป
มันใกล้เกินกว่าจะมองเห็นใคร

เมื่อเราใกล้จนอยากจะหยุดหายใจ
มันใกล้จนมีแต่เธอกับฉันวันนี้เท่านั้น

อาจเป็นเพราะว่าเธอบังเอิญได้เจอฉัน
อาจเป็นเพราะว่าเราบังเอิญอยู่ด้วยกัน
เพราะเธอยังไม่เคย ได้รู้มันเป็นยังไง
และฉันไม่เคยเข้าใจ ถ้ามันต้องอยู่อย่างนั้น

 

เมื่อมาถึงท่อนฮุค ภาคินก็ร้องคลอตามออกมา ทำให้พระพายถึงกับอึ้ง เพราะไม่เคยได้ยินภาคินร้องเพลงมาก่อน และไม่เคยเห็นภาคินในมุมที่ดูเหมือนคนอารมณ์ดีตลอดเวลาแบบนี้ด้วย ทำให้พระพายถึงกับหัวใจเต้นแรง แล้วยิ่งได้ฟังเนื้อหาของเพลงด้วยแล้ว ทำให้พระพายอยากจะระเบิดตัวเองเอามากๆ เพราะเผลอคิดขึ้นมาอีกแล้ว ว่าเพลงนี้ภาคินร้องให้ตนเอง

 

ถ้าเราไม่คุยกันสักครั้ง วันนี้ก็คงไม่มีใครเข้าใจ
วันนั้นเธอยังไม่เคย ฉันก็ยังไม่เคย ไม่รู้มันเป็นยังไง
จะหยุดตัวเองทำไม

(จะหยุดตัวเองเพื่อใคร เพื่อใคร หยุดตัวเองทำไม)

ทางเดินมีสองทาง เราคงต้องตัดสินใจ
เราจะไปทางไหนกันดี จะอยู่หรือไป

(จะเดินกันต่อไปไหม เพื่อใคร.. หยุดตัวเองเพื่อใคร)

 

 “ชอบเหรอ” เสียงภาคินดังแทรกขึ้นมา ทำให้พระพายหันไปมองหน้าภาคินทันที

 

 

“ชอบอะไรครับ” พระพายรีบถามด้วยความตกใจในคำถามเล็กน้อย

 

 

“เพลงนี้น่ะ” ภาคินถามต่อ ทำให้พระพายโล่งอกขึ้นมา

 

 

“ก็ชอบครับ เพราะดี” พระพายตอบเสียงอ้อมแอ้ม

 

 

“มิน่าล่ะ เราถึงได้ยิ้มตลอดเลย” ภาคินพูดออกมา ทำให้พระพายชะงัก พร้อมกับยกมือขึ้นมาจับริมฝีปากตนเอง ซึ่งพระพายไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองยิ้มกว้างอยู่ พระพายรีบยกมือทั้งสองข้างตบแก้มตนเองเบาๆ เพื่อเรียกสติคืนมา ทำให้ภาคินหัวเราะเบาๆในลำคอ

“หึหึ เป็นอะไรเรา อยู่ดีๆก็ตบหน้าตัวเองซะงั้น” ภาคินถามออกมา

 

 

“เอ่อ...ไม่ได้เป็นอะไรครับ ว่าแต่ วันนี้พี่ภาคินดูอารมณ์ดีจังเลยนะครับ” พระพายถามออกมาเพื่อเปลี่ยนเรื่องคุย และเขินที่เผลอออกอาการป้ำๆเป๋อๆ ออกมาให้ภาคินได้เห็น

 

 

“ไม่ชอบให้พี่อารมณ์ดีงั้นเหรอ” ภาคินถามกลับ

 

 

“ก็..เห็นปกติ พี่ภาคินชอบทำหน้านิ่งๆ ตลอดเลยนี่ครับ” พระพายบอกกลับไม่เต็มเสียงนัก กลัวว่าภาคินจะโกรธเหมือนกันที่ตนเองพูดเหมือนว่าภาคินออกไปแบบนั้น ภาคินยกยิ้มเล็กน้อย

 

 

“พี่ก็ยิ้มออกจะบ่อยนะ เพียงแต่เราไม่สังเกตเอง” ภาคินตอบกลับมา ทำให้พระพายนึกเถียงในใจ ว่าตนเองสังเกตภาคินมาตลอดเวลา และมองมาตลอดหลายปีเช่นเดียวกัน ตอนนี้เสียงเพลงเปลี่ยนเป็นเพลงอื่นแล้ว แต่ก็เป็นเพลงที่ฟังสบายๆ

“อ่า ทำไมเหมือนฝนจะตกล่ะเนี่ย” ภาคินพูดขึ้นเมื่อก้มมองขึ้นไปบนท้องฟ้า พระพายมองตามก็พยักหน้าเห็นด้วย

 

 

“นั่นสิครับ ตอนอยู่ที่ร้านป้าแจ๋ว ฟ้ายังดูสดใสอยู่เลย” พระพายบอกขึ้นมาบ้าง และไม่นานเม็ดฝนก็ตกลงมาจากฟ้า ภาคินจึงต้องขับรถด้วยความระวังมากขึ้น

 

 

“หนาวเหรอ” ภาคินถามขึ้นมา เมื่อเห็นพระพายเอามือลูบแขนตัวเอง

 

 

“นิดหน่อยครับ” พระพายตอบกลับ เพราะฝนตกด้านนอก ทำให้อากาศภายในรถเย็นขึ้นกว่าเดิม ทั้งๆที่ภาคินก็ลดแอร์ลงแล้ว ภาคินจึงชะลอรถจอดข้างทาง ทำให้พระพายงุนงงเล็กน้อย ก่อนที่ภาคินจะโน้มตัวไปทางเบาะหลังรถ พร้อมกับรื้อกระเป๋าตนเอง แล้วหยิบเสื้อคลุมของตนเองออกมาจากกระเป๋า

 

 

“ใส่นี่ไปก่อน ไม่ต้องเกรงใจพี่” ภาคินส่งเสื้อให้พระพาย พร้อมกับพูดดักเอาไว้ กันไม่ให้พระพายปฏิเสธ

 

 

“มันไม่ได้หนาวมากหรอกครับ” พระพายรีบพูดปัด เพราะเกรงใจภาคินจริงๆ ก่อนที่พระพายจะสะดุ้ง เมื่อมือของภาคินจับเข้าที่แขนของเขา

 

 

“ตัวเย็นขนาดนี้ ยังบอกว่าไม่หนาวมากอีก ใส่เข้าไป พี่กำลังอารมณ์ดีๆอยู่นะ เราคงไม่อยากให้พี่อารมณ์เสียใช่มั้ย” ภาคินแกล้งพูดขู่ ทำให้พระพายรีบรับเสื้อของภาคินมาใส่ทันที

 

 

“ขอบคุณครับ” พระพายบอกกลับไป

(พี่ภาคินนี่เผด็จการจริงๆด้วยแฮะ) พระพายแอบนินทาภาคินในใจ

 

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++ 50% ++++++++++++++++++++

 

 

เมื่อเห็นว่าพระพายใส่เสื้อคลุมแล้ว ภาคินก็ขับรถต่อ

“ปรับเบาะนอนได้นะ” ภาคินพูดขึ้น แต่พระพายก็ส่ายหน้าไปมา

 

 

“ไม่เป็นไรครับ” พระพายตอบกลับ ทั้งๆที่ดวงตาก็เริ่มหนักอึ้ง ไหนจะเสียงเพลงแผ่วๆที่ขับกล่อม อากาศเย็นๆ บรรยากาศที่น่านอนยามฝนตกแบบนี้อีก พระพายนั่งสัปหงกจนภาคินหันมามองเป็นระยะ ในที่สุดภาคินก็ทนไม่ไหว จอดรถเข้าข้างทางอีกครั้ง พระพายสลึมสลือมองภาคิน

“จอดรถทำไมเหรอครับ” พระพายถามเสียงแผ่ว ก่อนที่จะร้อนหน้าวูบ เมื่อภาคินโน้มตัวไปจับตัวปรับเอนเบาะที่อยู่ติดกับทางฝั่งประตูด้านที่พระพายนั่ง พระพายเอนตัวติดเบาะ ด้วยใบหน้าที่ขึ้นสี เสี้ยวหน้าของภาคินอยู่ใกล้แค่คืบ พระพายรู้สึกได้เลยว่าลมหายใจของตัวเองกำลังเป่ารดใบหน้าของภาคินอยู่

 

 

กึก..

ภาคินปรับเอนเบาะจนพระพายหงายหลังตามเบาะไปเพราะไม่ทันตั้งตัว

 

 

“หึหึ โทษที” ภาคินหัวเราะในลำคอออกมาอย่างขำๆ พระพายก็เขินอายไม่น้อย

 

 

“พี่ภาคินปรับเบาะทำไมครับ” พระพายถามไม่เต็มเสียงนัก เมื่อภาคินผละออกมานั่งตามปกติ

 

 

“พี่จะให้เรานอน ง่วงก็นอนไปอย่าฝืน” ภาคินพูดบอกออกมา

 

 

“แต่ ผมนั่งหลับเอาก็ได้” พระพายเถียงกลับ

 

 

“ดื้ออีกแล้วนะ นั่งหลับ เดี๋ยวคอก็เคล็ดกันพอดี นอนไปเถอะ ถ้าถึงแล้วพี่จะปลุก” ภาคินบอกย้ำอีกครั้ง พระพายลังเลเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับในที่สุด พระพายเอนตัวลงนอนตามเบาะนั่ง โดยมีภาคินมองมายิ้มๆ อย่างพอใจ แล้วภาคินก็ขับรถต่อ พระพายนอนมองเสี้ยวหน้าของภาคินไปเรื่อยๆ แล้วผล็อยหลับไปในเวลาต่อมา ภาคินหันมามองเด็กหนุ่มที่หลับอยู่ข้างๆ แล้วยิ้มออกมาอ่อนๆ

..

..

ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าพระพายคิดยังไงกับเขา ทำไมเขาจะจำพระพายไม่ได้ เขาจำเด็กหนุ่มที่คอยมาตามแอบมองเขา คอยให้กำลังใจเขาอยู่ในมุมเล็กๆ ตั้งแต่สมัยเขาอยู่ ม.4 ได้ดี แต่ตอนนั้นภาคินยังไม่ได้คิดอะไร เพราะตอนนั้นเขามีคนที่มาปลื้มเขาอยู่หลายคน แต่พึ่งจะมีพระพายคนเดียวที่เป็นผู้ชายมาปลื้มซึ่งต่างจากความปลื้มปกติ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าพระพายคอยมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ มาคอยให้กำลังใจ คอยมาแอบทำอะไรๆให้เขาอยู่เสมอ

พอขึ้น ม. 5 ความรู้สึกของภาคินก็เริ่มเห็นชัดขึ้นมาอีกนิด เมื่อเขาเอาแต่มองหาเด็กหนุ่มที่คอยแอบมองเขาอยู่ตลอด ไม่ใช่พระพายคนเดียวที่แอบตามหรือสนใจในเรื่องของภาคิน ภาคินเองก็สนใจในเรื่องของพระพายเช่นเดียวกัน รู้ว่าพระพายจะต้องไปช่วยลุงขายข้าวมันไก่ที่ตลาดโต้รุ่ง เขาจึงมักจะชวนเพื่อนๆไปกินที่ร้านลุงของพระพายอยู่เสมอ เขาชอบมองเวลาที่พระพายเขินจนหน้าแดง แต่เด็กหนุ่มพยายามจะทำตัวปกติ ทั้งๆที่พระพายไม่รู้ตัวเลยว่า ความรู้สึกทุกอย่างของพระพายมันแสดงออกมาทางสีหน้าทั้งหมด เพื่อนๆในกลุ่มของเขารู้เรื่องที่เขาสนใจพระพายดี เพียงแค่ภาคินขอเอาไว้ ว่าอย่าทำหรือพูดอะไรให้พระพายรู้ตัว แต่พระพายเองคงไม่รู้เลยว่าภาคินก็สนใจพระพายเหมือนกัน ภาคินไม่คิดว่าตนเองจะชอบผู้ชายเหมือนกันได้ เขาจึงไม่อยากเข้าหาพระพายในตอนนั้นเขาอยากรู้ให้แน่ชัดก่อนว่า ความรู้สึกที่เขามีให้พระพายมันคือเรื่องจริง ไม่ใช่ความอยากรู้อยากลองความแปลกใหม่

พอภาคินขึ้น ม.6  เป็นช่วงที่ภาคินมีปัญหากับทางบ้าน เรื่องที่เขาเลือกจะเข้าคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ทำให้เขาทะเลาะกับทางบ้าน แต่ภาคินไม่คิดจะเปลี่ยนคณะแต่อย่างไร จากปกติที่เป็นคนเงียบๆอยู่แล้ว ทำให้ภาคินเงียบมากกว่าเดิม เขาแทบจะไม่คุยกับคนในครอบครัวเลยด้วยซ้ำ ตอนนั้นภาคินเริ่มที่จะเรียนรู้การเล่นหุ้นด้วยตัวเอง เพราะคิดว่ายังไงพ่อคงไม่ส่งให้เขาเรียนแน่ๆ เพื่อที่ภาคินจะได้กลับมาเรียนคณะที่พ่อต้องการ  และช่วงที่มีปัญหาครอบครัว ภาคินมักจะไปนั่งคิดอะไรคนเดียวหลังเลิกเรียนที่โรงยิมเสมอ และที่นั่น จะต้องมีขนมไม่ก็น้ำเล็กๆน้อยๆ มาวางไว้ให้เขา แล้วเขียนโพสอิสใบเล็กๆให้กำลังใจอยู่ตลอด ภาคินจำลายมือได้ตั้งแต่ครั้งแรกว่าเป็นของพระพาย ภาคินอยากจะคุย อยากจะทำความรู้จักกับพระพายให้มากกว่านี้ แต่สถานการณ์ในชีวิตของเขาตอนนั้น มันไม่ดีพอที่จะเข้าหาพระพาย เขามีเรื่องของอนาคตที่จะต้องคิดให้มากกว่าเรื่องอื่นๆ

จนเขาจบ ม. 6 เขาเข้าคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาตามที่ตั้งใจเอาไว้ และย้ายมาอยู่คอนโดในกรุงเทพฯ ทำให้เขาห่างๆกับพระพายไป เพราะเขาไม่ค่อยได้กลับบ้านนัก เพราะกลับไปก็ต้องทะเลาะกับพ่อและพี่ชายอยู่บ่อยๆ  เพราะทั้งสองคนไม่เคยล้มเลิกที่จะให้ภาคินซิ่วออกมาเรียนในคณะที่เขาทั้งสองคนต้องการ แต่ภาคินก็รับรู้เรื่องของพระพายเป็นระยะ จากเพื่อนๆที่ยังอยู่ในจังหวัดเดิมไม่ได้ย้ายไปเรียนไกล ช่วงที่เรียนอยู่กรุงเทพฯ ภาคินก็คบกับผู้หญิงอยู่หลายคน แต่เขาไม่ได้จริงจังกับใคร ตามประสาผู้ชายปกติ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นเจ้าชู้ฟันไม่เลือกแต่อย่างไร ภาคินเคยคิดว่า เมื่อเขาไม่ได้เจอกับพระพายบ่อยๆ อาจจะทำให้เขารู้สึกตัวเรื่องพระพายได้ว่า ความรู้สึกของเขาในตอนนั้น มันแค่ความอยากรู้อยากลอง หรือความรู้สึกอยากจะจริงจัง แต่เวลาที่ภาคินกลับไปเที่ยวบ้าน เขาจะต้องแวะไปร้านข้าวมันไก่ของลุงสุขทุกครั้ง เพื่อที่จะพิสูจน์ว่า เขายังรู้สึกสนใจพระพายอยู่เหมือนเดิมหรือไม่ ดีหน่อยตรงที่เขาเก็บอาการเก็บอารมณ์ได้ดี เวลาที่เจอกับพระพาย ซึ่งเวลาที่เจอกันทุกครั้ง ภาคินก็เข้าใจความรู้สึกของตัวเองขึ้นมาตลอดเหมือนกัน ว่าเขาชอบพระพายจริงๆ ชอบมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เพียงภาคินยังไม่สะดวกที่จะเข้าหาพระพายเพราะอยากให้เด็กหนุ่มโฟกัสเรื่องเรียนต่อเสียก่อน

จนกระทั่งเขาขึ้นปี 3  ภาคินรู้ว่าพระพายเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ตอนแรกเขาตั้งใจจะให้เพื่อนๆสืบดูว่า พระพายเรียนที่ไหน แต่ยังไม่ทันจะได้ไหว้วานเพื่อนๆสมัยมัธยม เขาก็เจอกับพระพายเสียก่อน ตอนที่บราวเพื่อนของเขาเดินไปทักเพราะคิดว่าพระพายมาผิดคณะ เขาจำพระพายได้อย่างแม่นยำ นั่นทำให้เขายิ้มออกมาพร้อมกับบอกตัวเองไว้ว่า .....ได้เวลาของเขาแล้ว

ภาคินรู้ว่าพระพายเรียนคณะอะไร แต่เขายังไม่แน่ใจว่าความรู้สึกของพระพายที่มีต่อเขา มันจะยังเหมือนเดิมหรือไม่ เขาจึงจะแกล้งทำเป็นจำพระพายไม่ได้ ตอนที่เจอกันในตลาดนัดใกล้คอนโดภาคินเองก็ตกใจไม่น้อย เมื่อคนที่ยื่นเงิน 2 บาท ให้เขาจ่ายค่าผลไม้เป็นพระพาย นั่นทำให้เขามั่นใจขึ้นมาอีกนิด ว่าพระพายต้องอยู่ใกล้ๆแถวนี้แน่นอน และโชคก็เข้าข้างภาคินอีกครั้ง เมื่อช่วงเย็นของวันหนึ่ง เขาเห็นพระพายในชุดพนักงานเซเว่น กำลังเดินเข้าไปในเซเว่นใกล้ๆคอนโดของเขา ภาคินจึงหาโอกาสเข้าไปซื้อเกลือแร่ในเซเว่นนั้นบ่อยๆ และมันทำให้เขามั่นใจขึ้นมาอีกครั้งว่าพระพายยังคงชอบเขาอยู่

หลังจากนั้นภาคินก็รับรู้ได้ว่าพระพายจะมาคอยตามดูเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะแอบมาที่โรงยิมตอนเย็น หรือมานั่งรอเพื่อนที่เป็นเด็กปีหนึ่งในคณะของเขา เขารู้ตัวว่าพระพายแอบมอง แต่พระพายเองคงไม่รู้ตัวว่าเขาเองก็แอบมองพระพายเหมือนกัน แต่ก็มีเรื่องให้เขาหงุดหงิดใจอยู่ไม่น้อย เมื่อช่วงเย็นของวันหนึ่งเขาเดินเข้าไปในเซเว่น แล้วเห็นว่าพนักงานเซเว่นผู้ชายคนหนึ่งกำลังจับแก้มพระพายอยู่ ยิ่งได้ยินคนอื่นๆแซวว่าผู้ชายคนนั้นจีบพระพาย ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด อารมณ์หวงทำให้ภาคินเผลอมองหน้าพนักงานชายคนนั้นด้วยความไม่พอใจ และนั่นทำให้ภาคินคิดว่าตนเองต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ก่อนที่คนอื่นจะตัดหน้าเขาไป ทำให้อีกวัน ภาคินเลยตัดสินใจนั่งรอพระพายเลิกงานตรงด้านหน้าคอนโดของเขา เขารู้ว่าพระพายจะต้องเดินผ่านทางนี้เพื่อไปขึ้นสะพานลอย ภาคินแอบยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าเลิ่กลั่กของพระพายเมื่อเห็นเขานั่งอยู่ และรู้ด้วยว่าเด็กหนุ่มจะทำทีเดินเลี่ยงไป ภาคินจึงขยับตัวไปขวางเอาไว้ พร้อมกับคืนเงินสองบาทที่พระพายจ่ายค่าผลไม้ให้เขา เพราะเป็นเรื่องเดียวที่เขาคิดได้ว่าจะเข้าหาพระพายได้อย่างไร

 

“พักอยู่ที่ไหน” ภาคินตัดสินใจถามขึ้นหลังจากที่คืนเงินสองบาทให้พระพายไปแล้ว

 

 

“หอพักตรงซอย 101 ครับ” พระพายตอบกลับมา ซึ่งภาคินจับอาการของพระพายได้ว่ากำลังเขินมากแค่ไหน

 

 

“เดี๋ยวเดินไปส่ง” ภาคินอาสาออกมา เพราะเขาอยากรู้ว่าพระพายพักอยู่หอไหนกันแน่ เพราะในซอยนั้นมีหอพักหลายหอ แต่พระพายก็ปฏิเสธออกมา ด้วยความเกรงใจและพระพายก็เผลอเรียกชื่อภาคินกลับมา ภาคินก็แกล้งถามไปว่ารู้จักชื่อของเขาได้ไง นั่นทำให้ภาคินต้องแอบยิ้มในใจเมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นขัดเขินของพระพาย ในที่สุดพระพายก็ยืนกรานจะเดินกลับเอง ภาคินจึงเอื้อมมือไปขยี้หัวพระพายแล้วบอกให้กลับดีๆ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าคอนโด ซึ่งพระพายคงไม่รู้เลยว่า ความรู้สึกตอนที่ภาคินขยี้หัวพระพายนั้น ภาคินเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน

พออีกวันในช่วงเที่ยงซึ่งเป็นวันหยุด ภาคินตั้งใจจะเดินมาหาอะไรกินที่เซเว่น แต่ไม่ทันเดินออกมาด้านหน้าคอนโด เขาก็เห็นร่างเล็กของพระพายเดินย้อนขึ้นไปอีกทาง ทำให้ภาคินรีบสาวเท้าเพื่อเดินตามพระพายทันที แต่ภาคินเดินตามอยู่ห่างๆ จนเห็นพระพายเดินเข้าไปในร้านอาหารใต้ ภาคินยิ้มออกมานิดๆ พลางคิดว่าพระพายไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ และเขาเดาได้ว่าเด็กหนุ่มเลือกทานขนมจีนแกงไตปลาแน่ๆ และเป็นโชคของภาคินอีกครั้ง ที่โต๊ะนั่งไม่มีว่าง ภาคินจึงบอกกับเจ้าของร้านว่าจะนั่งโต๊ะเดียวกับพระพาย ซึ่งเจ้าของร้านก็เดินไปคุยกับพระพายให้ เด็กหนุ่มยินยอมที่จะให้คนไปนั่งร่วมโต๊ะด้วย โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นภาคิน เมื่อไปนั่งตรงกันข้ามกับพระพาย  ภาคินก็ต้องยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าพระพายกินขนมจีนแกงไตปลาอย่างที่เขาคิดจริงๆ และเด็กหนุ่มไม่รู้เลยว่าภาคินนั่งอยู่ตรงกันข้าม และเมื่อพระพายเงยหน้าขึ้นมา ภาคินก็ได้เห็นสีหน้าตกใจของเด็กหนุ่ม และอาการที่เหมือนทำอะไรไม่ถูกของพระพายด้วย ภาคินทักทายพระพายตามปกติ และเขารีบกินให้เสร็จก่อน เพื่อที่จะเดินไปจ่ายเงินค่าอาหารให้พระพาย นั่นส่งผลให้พระพายต้องวิ่งตามภาคินออกมาเพราะจะคืนเงินค่าอาหารให้ แต่ภาคินก็ไม่รับ และเดินหนีเข้าคอนโด ไม่มีใครรู้หรอกว่าภาคินเจ้าเล่ห์ได้มากแค่ไหน การที่เขาไม่รับเงินคืนจากพระพาย เพราะเขาอยากให้พระพายมีเรื่องได้มาวนเวียนอยู่ใกล้ๆเขาอีก เพราะรู้นิสัยพระพายดี

..

..

“พี่ภาคินครับ ถึงไหนแล้วครับ” เสียงของพระพายดังขึ้น ทำให้ภาคินหันไปมอง

 

 

“ทำไมเหรอ” ภาคินถามกลับ

 

 

“ผมอยากเข้าห้องน้ำ” พระพายบอกเสียงอ่อยๆ ภาคินยิ้มรับนิดๆ

 

 

“รอเข้าที่คอนโดพี่เลยได้มั้ยล่ะ ใกล้จะถึงแล้ว” ภาคินตอบกลับ พระพายขยับลุกนั่งดีๆ

 

 

“อ่าว เราถึงกรุงเทพแล้วเหรอครับ” พระพายพูดถามออกมา เพราะเขานอนหลับมาตลอดทางไม่รู้เรื่องเลย

 

 

“อืม อีกนิดก็ถึงคอนโดพี่แล้วล่ะ” ภาคินตอบกลับ

 

 

“งั้นไปเข้าที่คอนโดพี่ภาคินก็ได้ครับ” พระพายตอบกลับมา

 

 

“ทนได้ใช่มั้ย” ภาคินถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

 

 

“ทนได้ครับ” พระพายตอบยิ้มๆ แล้วปรับเบาะขึ้นมาเหมือนเดิม ไม่นานนักภาคินก็ขับรถเข้าไปจอดในคอนโด ทั้งสองพากันขึ้นมาบนห้อง พระพายตรงเข้าห้องน้ำก่อนเป็นอันดับแรก

“พี่ภาคินจะให้ผมซักผ้าเลยมั้ยครับ” พระพายถามขึ้นทันที เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำ

 

 

“ซักสิ” ภาคินตอบกลับ ก่อนจะเดินไปเก็บเสื้อผ้าในห้องนอนใส่ตะกร้ามาให้พระพาย เด็กหนุ่มก็เดินไปที่ห้องซักล้างเพื่อซักเสื้อผ้าในภาคิน ภาคินเดินมาพิงกรอบประตูมองพระพายพร้อมกับยิ้มน้อยๆ และนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา

..

..

..

 

วันที่พระพายเดินตามภาคินที่คณะ ภาคินเห็นพระพายแล้วจึงแกล้งเดินไปหลบมุมตรงตึกของคณะ และรอไม่นานพระพายก็เดินตามมา เขาจึงแกล้งถามว่าเป็นโรคจิตรึเปล่า พระพายก็มีสีหน้างอนๆบึ้งๆนิดหน่อย นั่นทำให้ภาคินแทบจะหลุดยิ้มออกมา พระพายซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่ยี่ห้อที่เขาดื่มบ่อยๆมาให้ แทนค่าข้าวที่ภาคินจ่ายให้ไป ทำให้ภาคินรับรู้นิสัยของพระพายขึ้นมาอีกอย่าง ว่า เด็กหนุ่ม ดื้อไม่น้อย

ภาคินมีเพื่อนผู้หญิงที่สนิทกันดีอยู่หนึ่งคน ชื่อว่า จี ครอบครัวของจีและครอบครัวของภาคินสนิทสนมกันดี เพราะทำธุรกิจร่วมกัน จีกับภาคินเป็นเพื่อนกันตั้งแต่มัธยม และภาคินก็พอจะรู้มาว่า ครอบครัวของเขาทั้งสอง อยากให้ภาคินกับจีคบกัน แต่ความรู้สึกของภาคิน จีเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น ถึงแม้ว่าจีจะมีท่าทีชอบเขา แต่ภาคินก็วางตัวอยู่ในระดับเพื่อนเท่านั้น ซึ่งในเย็นของวันที่เขารับปากจีไว้ว่าจะพาไปเลี้ยงข้าว พระพายเห็นเขาทั้งสองคนและมีสีหน้าหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด เขาอาจจะดูเหมือนไม่ได้มองหรือสนใจอะไร แต่สายตาของภาคินก็จะจับจ้องไปที่พระพายทุกครั้ง เมื่อขับรถผ่านเด็กหนุ่มที่เดินคุยโทรศัพท์ เขาอยากจะจอดแล้วพาพระพายขึ้นรถ แต่ก็ต้องห้ามใจตัวเองเอาไว้ก่อน

ภาคินไม่คิดว่าตัวเองจะขี้หวงได้มากขนาดนี้ เมื่อคืนหนึ่งเขาไปดื่มกับเพื่อนๆที่ร้านเหล้า แล้วพบว่ารุ่นพี่ของพระพายก็พารุ่นน้องไปดื่มที่ร้านเดียวกัน และเขาก็ได้ยินที่รุ่นพี่ของพระพายจะมอมเหล้าพระพายเพื่ออาสาพาไปส่งที่ห้อง ภาคินกลับมานั่งที่โต๊ะกับเพื่อนๆ เขาไม่รู้ตัวว่าตนเองกำแก้วเหล้าแน่นแค่ไหน สายตาของเขาจับจ้องไปที่โต๊ะของพระพายไม่วางตา จนเขาเองที่ทนไม่ได้ ขอตัวกลับก่อน แต่เขาไม่ได้กลับคนเดียว เขาเดินตรงไปที่โต๊ะของพระพาย แล้วพาพระพายกลับด้วยกัน ตอนนั้นเขาต้องข่มอารมณ์ตัวเองไม่ให้หงุดหงิดกับการไม่ระวังตัวของพระพาย ที่เกือบจะถูกรุ่นพี่มอมเหล้า และคืนนั้นเขาก็ได้มาส่งพระพายที่หอพัก เขาอยากรู้ว่าพระพายพักอยู่ที่ไหน ปลอดภัยดีรึเปล่า เขาถึงได้กลับคอนโดอย่างสบายใจ

ภาคินคิดว่าโชคชะตาเข้าข้างเขาอยู่เรื่อยๆ เมื่อวันต่อมา พระพายมาทานอาหารเที่ยงที่คณะของเขา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่าง ภาคินตั้งใจเอาไว้อยู่แล้ว ตั้งใจที่จะเดินมาชนช่วงที่พระพายถือชามก๋วยเตี๋ยวออกมาจากร้าน ใครจะไปรู้ว่าภาคินจะเจ้าเล่ห์ได้ถึงขนาดนี้ แม้แต่เพื่อนอย่างบราวก็แอบสงสัยอยู่ไม่น้อย เพราะเอาจริงๆแล้ว พระพายไม่ได้หันมาชนภาคิน แต่เป็นภาคินที่ตั้งใจจะเดินชนพระพายมากกว่า แล้วภาคินก็ใช้โอกาสนี้ถอดเสื้อให้พระพายไปซักเพื่อที่เด็กหนุ่มจะได้เอามาคืนเขา และเขาจะได้เจอกับพระพายอีก

 

“ทำไมมึงต้องถอดเสื้อให้น้องไปซักด้วยวะ แล้วน้องมันจะซักมาคืนมึงมั้ยเนี่ย” บราวเพื่อนของภาคินถามขึ้นอย่างขำๆ  ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะริมสุดโรงอาหาร แต่อยู่โซนเดียวกับที่พระพายนั่ง และทางที่ภาคินนั่งก็เห็นพระพายได้อย่างชัดเจน แต่ดูเหมือนพระพายจะเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว

 

 

“คืนสิ คืนแน่นอน” ภาคินพูดสั้นๆ แล้วนั่งกินข้าวต่อ แต่นั่น ไม่ได้รอดสายตาความสงสัยจากบราวเพื่อนของภาคินได้เลย

 

 

“มึงมีอะไรกับน้องรึเปล่าวะ” บราวถามขึ้นมา ทำให้ภาคินเงยหน้ามองเพื่อนอีกครั้ง

 

 

“มีอะไร หมายความว่าไง” ภาคินถามกลับ

 

 

“กูรู้ ว่ามึงตั้งใจเดินชนน้องเค้า ใช่มั้ย” บราวถามออกมาอีก ภาคินยกยิ้มมุมปากนิด

 

 

“แล้วไง” ภาคินถามเพื่อนกลับไปสั้นๆ บราวนิ่งอึ้งไปนิด

 

 

“มึงอย่าบอกนะ ว่ามึงสนใจน้องคนนั้น” บราวถามในสิ่งที่ตนเองคิด

 

 

“แล้วมันผิดตรงไหน ถ้ากูจะสนใจพระพาย” ภาคินตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงปกติ

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++ 100% ++++++++++++++++++++++++++++++

 

2  Be  Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ช่วงนี้อาจจะย้อนหลังในความรู้สึกของภาคินหน่อยนะคะ

และอาจจะมีบางช่วงที่สลับกับฉากปัจจุบัน

ถ้าทำให้สับสนยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ

ยอนิมไม่ค่อยถนัดบรรยายมากนัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

91 ความคิดเห็น

  1. #3132 EarthMayer (@earth0118) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 00:49
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด คืออะร๊ายยยยย สารภาพความในใจ vtr วันเเต่งงานถูกไหมมม โอ้ยยพี่ภาคินน่าร้ากกกกกกก ร้ายมั้กกก
    #3132
    0
  2. #1743 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 12:07
    อร้ายยยยย ใจตรงกัน
    #1743
    0
  3. #1699 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 17:20
    พี่ภาคิน โอ๊ยยยยย พ่อเจ้าประคุณรุนช่อง เจ้ชอบๆๆๆๆ
    #1699
    0
  4. #1676 คยองซู_lovelove (@aimmydek-d) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 05:26
    โอ๊ยยยย ฟพ่อคุณณณ ร้ายกาจจ

    รีบ ๆ รุกล่ะพี่ภาคิน ชักช้า สาธุขอให้มีคนมาคาบไปก่อน 55555555

    ติดแฮฤชแท็กเลยค่ะ #ภาคินคนเจ้าเลหหห์ #ภาคินร้ายกาจจจ
    #1676
    0
  5. #1673 smilejaebeer (@smilejaebeer) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 01:30
    รุกเลย รุกเลยพี่ภาคิน
    #1673
    0
  6. #1647 snow_box (@snowboxs) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 23:51
    ภาคิณเจ้าเล่ห์น่าหยิกมาก
    พระพายนี่ก็ได้แต่ทำใจ

    ไม่สับสนค่ะ เพราะคนเขียนต่อเหตุการณ์ได้ดีแล้วค่ะ
    #1647
    0
  7. #1646 Haruka Fuji (@haruka15) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 18:37
    เฮียแกเจ้าเล่ห์จริง ๆ 
    #1646
    0
  8. #1645 numinjang (@palmyleo) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 14:09
    ฮิ๊วววว ความรู้สึกของพี่คิน
    #1645
    0
  9. #1644 lumpoey (@lumpoey) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 09:16
    น่ารัก
    #1644
    0
  10. วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 08:24
    เยี่ยม!!!
    #1642
    0
  11. วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 07:43
    จุดพลุ๊ก ฮิ้ววววว
    #1641
    0
  12. วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 23:34
    เจ้าแผนการสุดๆ ตามประสาคนเล่นหุ้นใช่มั้ย วางแผนเป็นขั้นเป็นตอนเรยอ่ะ ภาคิน ดีดีดี ลุ้นคู่รอง ชอบคู่นี้อ่ะ
    #1639
    0
  13. #1638 เต็นเทน (@darkpluslight11) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 22:45
    ภาคินเจ้าเล่ห์ไม่น้อย และหึง หวง พระพายไม่น้อยเช่นกัน ก็พระพายน่ารัก น่าเอ็นดู นี่เนอะ

    อยากให้พระพายรู้เร็วๆจังว่าภาคินชอบพระพายมากนะ
    #1638
    0
  14. #1637 Hershey'sChoco (@kwang_kevin) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 22:27
    พี่ภาคินน่าย๊ากกกกก มุมหึงน่ารักมาก!
    #1637
    0
  15. #1636 Azkaban (@bigg) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 21:52
    ดีงามมมม รักพี่ภาคินค่ะ
    #1636
    0
  16. #1635 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 21:47
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1635
    0
  17. #1634 jenny (@riyarat) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 21:42
    กรี๊ดดดดดดดดดด
    พี่ภาคินร้ายและเจ้าเล่ห์สุดไไ
    #1634
    0
  18. #1633 as_hh (@as_noey) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 21:42
    พี่ภาคิน อ๊ากกกกร้ายมาก แต่ก็น่ารักกกกกกก
    #1633
    0
  19. #1632 NT_XII (@nattush) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 21:24
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดส์
    #1632
    0
  20. #1631 maynnnn (@maynnnn) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 19:17
    อิพี่ภาคิน ร้ายนักนะ
    #1631
    0
  21. #1630 Suntaree Mui (@suntamuimui555) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 19:09
    ย้อนเยอะๆเลยก็ได้คร่า น่ารักๆมากๆ อ่านไปเขิลไปพี่ภาคินเจ้าเล่ห์ได้น่ารัดค่อดๆ
    #1630
    0
  22. #1629 PK.R (@pk-wrsr) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 18:33
    ทำไมพี่ภาคินเลวจัง เลวแบบพระเอกอีก -..-
    #1629
    0
  23. #1628 JERXJARQ (@jomjamexotic) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 18:20
    ภาคินร้ายนะเรา
    #1628
    0
  24. #1627 Gee Catper (@angeza) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 18:20
    พี่ภาคินโคตรเจ้าเล่ห์เลย.
    #1627
    0
  25. #1626 b2stzaza (@vipzaza) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 18:06
    เก่งแล้วคะ ยอนิมม สนุกมากเลยละ เห็นภาพตามชัดเจนเลยย
    #1626
    0