บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [Yaoi, Boy's love]

  • 97% Rating

  • 9 Vote(s)

  • 244,221 Views

  • 3,172 Comments

  • 4,281 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    96

    Overall
    244,221

ตอนที่ 50 : บทเรียนรัก ❤ นักกีฬา [ภาคิน X พระพาย]......22 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6464
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    22 ต.ค. 58





บทเรียนรัก นักกีฬา  [ภาคิน X พระพาย] ตอนที่ 22

Author :   (ยอนิม)

                        

               

                                                

 

 

 

                “อะไรนะ อิศวะกรณ์  งั้นเหรอ” ภาคินกับสรวิชญ์ พูดออกมาพร้อมกัน ทำให้จีมองอย่างงงๆ ส่วนภาคินกับสรวิชญ์ก็หันมามองหน้ากันทันทีเช่นกัน

 

 

“เอ่อ คุณอารู้จักเหรอคะ” หญิงสาวถามขึ้น สรวิชญ์มีสีหน้าเครียดๆเล็กน้อย

 

 

“ก็รู้จักนามสกุลนะ แต่ไม่แน่ใจว่า นามสกุลจะแค่ซ้ำกันรึเปล่า” สรวิชญ์ตอบกลับ

 

 

“อ่อ ค่ะ แล้วเรื่องเอกสารที่จีเอามาให้ คุณอามีอะไรจะเพิ่มเติมรึเปล่าคะ” หญิงสาวถามออกมา สรวิชญ์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะคุยเรื่องงานกับหญิงสาวต่ออีกเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งสองจะลากลับ

“นายรู้จักคนที่นามสกุล อิศวะกรณ์ ด้วยเหรอภาคิน” จีถามออกมาจากสงสัยเมื่ออยู่ในลิฟท์

 

 

“อืม ก็..คุ้นๆ” ภาคินบอกปัดไปแค่ว่าคุ้นๆ ซึ่งจริงๆ แล้วเขาจำได้แม่นเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นนามสกุลของพระพาย และ ตาของพระพายก็ชื่อว่าประกอบ พูดง่ายๆว่าเรื่องที่ดิน ที่เขาได้ยินตาของพระพายบ่น คือที่ดิน ที่พ่อของเขากับพ่อของจีเป็นนายหน้าเพื่อกว้านซื้อให้กับสรวิชญ์อีกที ภาคินกับจีกลับมาที่รถ ภาคินก็ขับพาออกจากบริษัทของสรวิชญ์ทันที

 

 

“เดี๋ยวนายต้องพาเด็กปีหนึ่งไปรับน้องที่อ่าวมะนาวใช่มั้ย” จีถามขึ้น

 

 

“อืม” ภาคินตอบกลับ มือก็กดโทรศัพท์ไปด้วย

 

 

“อยากไปด้วยจัง ชั้นอยากไปทะเลอ่ะ” จีพูดขึ้น

 

 

“จะไปทำไม ชั้นไปรับน้อง ไม่ได้ไปเที่ยว” ภาคินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนจะกดโทรศัพท์ออกไปหาคนรัก โดยมีจีนั่งมองด้วยความอยากรู้ แต่ภาคินก็ต้องขมวดคิ้ว และกดโทรซ้ำอีก เพราะพระพายไม่ยอมรับสาย

“เป็นอะไรนะ” ภาคินบ่นเล็กน้อย

 

 

“โทรหาใครเหรอคิน” จีถามขึ้นมา ภาคินหันมามองหน้าจีเล็กน้อย

 

 

“โทรหาพระพายน่ะ” ภาคินตอบออกมาตรงๆ ทำให้หญิงสาวนิ่งเงียบไป

 

 

“ทำไมช่วงนี้นายตามติดน้องจัง” จีถามออกมาอีก ภาคินวางโทรศัพท์ลงบนตักตัวเองเมื่อเห็นว่าพระพายไม่รับสายแน่ๆ ความจริงช่วงนี้พระพายน่าจะพักกลางวันแล้ว และน่าจะรับสายของเขาได้ ทำให้ภาคินรู้สึกว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ

 

 

“แฟนชั้นทั้งคน จะไม่ให้ตามติดได้ไง” ภาคินพูดออกมาน้ำเสียงจริงจัง ทำให้หญิงสาวชะงักหน้าซีด

 

 

“นายว่าอะไรนะคิน นายกับพระพาย..” หญิงสาวอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

 

 

“ชั้นว่าจะบอกเธอหลายวันแล้วละ ชั้นกับพระพายคบกันแล้วน่ะ” ภาคินตอบเหมือนเป็นเรื่องปกติ

 

 

“นายพูดเล่นใช่มั้ยคิน น้องเป็นผู้ชายนะ” จีถามพร้อมกับหัวเราะออกมาเจื่อนๆ  ทั้งๆที่หญิงสาวเคยเห็นภาพตอนที่พระพายป้อนข้าวให้ภาคินกินตอนอยู่ในร้านชาบูมาแล้ว

 

 

“แล้วไง ชั้นไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้”ภาคินตอบกลับ ทำให้หญิงสาวนั่งเงียบไป สีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

 

 

“นายคิดอะไรอยู่ภาคิน ป๊าม๊านายรับเรื่องนี้ไม่ได้แน่ๆ นายอยากทะเลาะกับป๊านายอีกงั้นเหรอ” จีถามออกมาด้วยความรู้สึกร้อนรน

 

 

“ชั้นก็ทะเลาะกับเค้ามาตลอดอยู่แล้ว” ภาคินบอกอย่างไม่ใส่ใจ

 

 

“ชั้นว่านายกำลังหลงผิดแน่ๆ นายคิดอะไรของนาย ทำไมนายไม่เห็นแก่หน้าป๊าม๊านายบ้าง แล้วอีกอย่าง นายก็รู้ ว่าบ้านนายกับบ้านชั้น..” หญิงสาวพูดออกมาเรื่อยๆ

 

 

“นั่นมันเป็นความต้องการของผู้ใหญ่ เธอก็น่าจะรู้นะจี” ภาคินพูดดักออกมา ทำให้หญิงสาวชะงักกึก

“เธอรู้ดีไม่ใช่เหรอจี การที่ผู้ใหญ่ต้องการให้เราสองคนแต่งงานกัน มันเพราะเหตุผลทางธุรกิจ ถ้าเธออยากจะรวมธุรกิจของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน เธอก็แต่งกับพี่กรก็ได้นี่ ไม่จำเป็นต้องเป็นชั้น” ภาคินบอกออกมาตรงๆ ตามที่คิด

 

 

“แต่ป๊าม๊านาย อยากให้ชั้นแต่งกับนาย ไม่ใช่กับพี่กร” หญิงสาวบอกออกมาอีก ด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

 

 

“ถ้ามันไม่มีความรู้สึกรักหรือชอบเข้ามาร่วมด้วย แต่งกับใครก็เหมือนกัน” ภาคินบอกออกมาอย่างไม่รักษาน้ำใจ เพราะหญิงสาวเองก็รู้มาตลอด ว่าภาคินไม่ได้คิดอะไรกับตัวเอง

 

 

“แล้วนายคิดว่าชั้นไม่รักนายงั้นเหรอ ภาคิน” จีบอกออกมาเสียงสั่นเครือ ภาคินหันมามองหน้าเพื่อนสมัยเด็กของตัวเองเล็กน้อย

 

 

“คิดใหม่ได้นะจี ว่ามันเป็นความรักจริงๆรึเปล่า” ภาคินบอกออกมา ก่อนที่หญิงสาวจะสะอื้นเบาๆ ภาคินก็ไม่คิดจะปลอบแต่อย่างไร พูดง่ายๆว่าตอนนี้ภาคินไม่ได้คิดถึงเรื่องของจีที่กำลังร้องไห้เลยสักนิด เขากำลังคิดเรื่องของพระพายอยู่ ว่าทำไมเด็กหนุ่มไม่ยอมรับสายของเขา จนเขาขับรถมาส่งหญิงสาวที่มหาวิทยาลัย จีไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก หญิงสาวเดินลงจากรถไปด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ภาคินถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะขับรถไปที่หน้าตึกคณะของพระพาย ตอนนี้พระพายคงขึ้นเรียนไปแล้ว กว่าจะเลิกก็คงเย็น ซึ่งภาคินต้องไปให้ถึงอ่าวมะนาวก่อนที่จะมืด

“ไปถึงแล้วค่อยโทรหาละกัน” ภาคินพูดพึมพำ เขามีหน้าที่ต้องทำก่อน จึงไม่สามารถอยู่รอพระพายได้

“เด็กดื้อเอ๊ย ทำให้พี่กระวนกระวายแค่ไหน รู้บ้างมั้ยเนี่ย” ภาคินบ่นออกมาอีก ก่อนจะขับรถออกไปจากมหาวิทยาลัย เพื่อตรงไปยังอ่าวมะนาวที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

..

..

..

เมื่อเลิกเรียนแล้ว พระพายก็กลับพร้อมกับกราฟ ทั้งสองขึ้นรถประจำทางไปด้วยกัน เมื่อตอนพักกลางวัน พระพายเห็นเบอร์ของภาคินที่โทรเข้ามาแล้ว แต่พระพายไม่อยากรับสาย เรื่องของจียังคงวนเวียนอยู่ในหัว พระพายรู้สึกเหมือนตัวเองเข้ามาเป็นมือที่สามอย่างบอกไม่ถูก

“เป็นไงบ้างพระพาย” กราฟถามขึ้น เมื่อลงจากรถประจำทางด้วยกันแล้ว

 

 

“เวียนหัวนิดหน่อยน่ะกราฟ อากาศไม่ค่อยถ่ายเท” พระพายตอบกลับ อาจจะเป็นเพราะพระพายคิดมากเรื่องของภาคินด้วย แล้วอากาศบนรถประจำทางตอนเย็นๆก็ไม่ค่อยดีนัก ทำให้พระพายเวียนหัวไม่น้อย

 

 

“งั้นแยกกันเลยละกัน เดี๋ยวเราจะกลับห้องละ” กราฟพูดขึ้น

 

 

“เราเดินข้ามไปด้วย ว่าจะไปหาพี่ๆที่เซเว่นสักหน่อย” พระพายพูดบอกเพราะคิดว่าจะไปซื้ออะไรในเซเว่นกินแล้วซื้อยาแก้ปวดหัวมากินด้วย กราฟพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปพร้อมกัน โดยที่กราฟก็เดินคุยโทรศัพท์กับโจไปด้วย พระพายมองกราฟด้วยสายตาเศร้าๆ พลางคิดถึงภาคิน ว่าป่านนี้คงกำลังขับรถไปอยู่แน่ๆ เมื่อเดินมาถึงหน้าคอนโดของกราฟ พระพายก็ขอตัวเดินแยกไปที่เซเว่น

 

 

“เซเว่นยินดีต้อนรับครับ...อ่าว พระพาย” เสียงทักของยะดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นพระพายเดินเข้ามา พระพายยิ้มอ่อนๆส่งไปให้

 

 

“เป็นอะไรหน้าซีดๆ” สาทักขึ้นอีกคน

 

 

“ปวดหัว เวียนหัวน่ะพี่สา ก็เลยจะมาหาซื้อยาสักแผง” พระพายตอบกลับ ยะยกหลังมือขึ้นมาอังหน้าผากของพระพายทันที ทำให้พระพายผงะเล็กน้อย

 

 

“ไม่สบายรึเปล่า” ยะถามออกมาด้วยความเป็นห่วง

 

 

“เปล่าหรอกครับ พอดีอากาศบนรถประจำทางไม่ค่อยถ่ายเทเท่าไร ผมเลยมึนๆหัว” พระพายตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ

 

 

“แล้วจะเอาอะไรบ้าง” ยะถามออกมาอีก พระพายจึงเดินหยิบยาตรงชั้นวางหน้าเคาน์เตอร์ แล้วเดินไปหยิบนมกับขนมปังมาจ่ายเงิน เพื่อไปกินรองท้องที่หอพัก

 

 

“ยะ เดินไปส่งพระพายหน่อยไป เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมา” สาพูดขึ้น

 

 

“ไม่เป็นไรพี่สา ผมเดินไปเองได้ครับ ไม่ได้อาการหนักขนาดนั้น” พระพายตอบกลับและรู้สึกขอบคุณรุ่นพี่ในร้าน ทั้งๆที่เขามาทำงานได้ไม่เท่าไร แต่ทุกคนก็เอาใจใส่พระพายเหมือนน้องชายคนหนึ่ง

 

 

“แน่ใจนะ” ยะถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

 

 

“ครับ อีกอย่างพี่ยะทำงาน ผมไม่อยากกวนเวลาทำงานของพี่ด้วย” พระพายตอบกลับมา ยะมองหน้าพระพายนิ่งๆ

 

 

“คืนนี้พี่เลิกงาน 2 ทุ่ม เดี๋ยวเราไปหาข้าวกินด้วยกันดีมั้ย พี่เองจะได้ไปดูพายด้วย เผื่อเป็นอะไรขึ้นมา ยิ่งอยู่คนเดียวด้วยนี่” ยะบอกกลับมา พระพายนิ่งคิด ก่อนจะพยักหน้ารับ

 

 

“ก็ได้ครับ งั้นถ้าพี่ยะจะเดินไปก็โทรหาผมก่อนนะ” พระพายบอกกลับ ยะยิ้มออกมาอย่างดีใจ

 

 

“งั้นเดินกลับดีนะๆ เจอกันตอนสองทุ่ม” ยะพูดขึ้น พระพายพยักหน้ารับน้อยๆ แล้วเดินออกจากร้าน เพื่อกลับหอพัก พระพายเดินขึ้นหอพักตนเองอย่างหมดแรง พอเข้าห้องปิดประตูได้ก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยความเพลีย นอกจากจะเพลียจากการเดินทางกลับมาที่หอแล้ว พระพายก็เพลียจากการที่คิดเรื่องของภาคินกับจีด้วย พระพายหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แล้วถอนหายใจเบาๆ

 

 

Tru…Tru…Tru

 

เสียงโทรศัพท์ของพระพายดังขึ้นขณะที่พระพายกำลังจ้องหน้าจออยู่พอดี ทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ของภาคิน พระพายลังเลเล็กน้อย ก่อนจะกดรับสาย เพราะห้ามความรู้สึกที่อยากได้ยินเสียงของภาคินไม่ได้

 

 

“ครับ พี่ภาคิน” พระพายรับสายเสียงอ่อยๆ

 

 

(“ทำไมเมื่อกลางวันไม่รับสายพี่”) เสียงดุๆของภาคินดังขึ้น ทำให้พระพายใจสั่นไม่น้อย

 

 

“คือ...พายปิดเสียงไว้น่ะครับ เลยไม่รู้ว่าพี่ภาคินโทรมา” พระพายตอบกลับไป

(ขอโทษที่โกหกนะครับ) เด็กหนุ่มคิดในใจด้วยความรู้สึกผิด

 

 

(“พี่ไม่ชอบคนโกหกนะพระพาย”) พระพายสะดุ้งอีกครั้ง เมื่อภาคินพูดกลับมาเหมือนรู้ว่าพระพายคิดอะไรอยู่

 

 

“พายเปล่า” เด็กหนุ่มตอบไม่เต็มเสียงนัก

 

 

(“แล้วนี่อยู่ไหน”) ภาคินถามกลับมาเสียงนิ่ง

 

 

“อยู่ห้องครับ...กำลังจะกินยานอน” พระพายตอบเสียงอ่อยๆ

 

 

(“ไม่สบายรึเปล่า หืม”) ภาคินถามออกมาเสียงเครียด เพราะไม่อยากให้พระพายไม่สบายตอนที่เขาไม่อยู่ด้วยแบบนี้

 

 

“เปล่าหรอกครับ พายมึนหัวนิดหน่อย วันนี้บนรถประจำทางคนเยอะไปหน่อย” พระพายตอบกลับไป แต่ไม่ได้บอกเรื่องที่ตนเองคิดมากเรื่องของจีกับภาคิน

 

 

(“จริงๆเลยนะเรา ทำให้พี่เป็นห่วงอยู่เรื่อย งั้นหาอะไรกินรองท้อง แล้วกินยานอนพักไปซะ”) ภาคินพูดสั่งออกมา

 

 

“ครับ แล้วนี่พี่ภาคินถึงแล้วเหรอครับ” พระพายถามต่อ

 

 

(“ยังหรอก พี่ขับรถอยู่ ใกล้จะถึงแล้วล่ะ เดี๋ยวสักประมาณ 2 -3 ทุ่ม พี่จะโทรหาอีกทีนะ แล้วต้องรับสายพี่ด้วย รู้มั้ย”) ภาคินกำชับอีกครั้ง

 

 

“ครับ” พระพายตอบเสียงแผ่ว ก่อนที่ภาคินจะวางสายไป พระพายรู้สึกดีขึ้นมานิด เมื่อได้ยินเสียงของภาคิน พระพายลุกมากินขนมปังกับนม แล้วกินยาตาม แล้วกลับมานอนต่อทั้งชุดนักศึกษาและผล็อยหลับไปในเวลาไม่นาน

 

 

 

+++++++++++++++++++++ 50% ++++++++++++++++++++++

 

“จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยไอ้บราว” ภาคินทักเพื่อน เมื่อหิ้วกระเป๋าลงจากรถ แล้วบราวก็เดินเข้ามาหา

 

 

“อืม เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ให้เด็กๆมันพักผ่อนกันไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มกิจกรรม ว่าแต่ มึงไม่ได้พาพระพายมาด้วยเหรอวะ” บราวถามยิ้มๆ ขณะพาภาคินเดินไปยังบ้านพัก

 

 

“พรุ่งนี้พายนัดทำรายงานกับเพื่อน” ภาคินตอบเสียงนิ่ง

 

 

“มึงก็เลยอารมณ์เสียใช่มั้ยล่ะ ที่น้องมากับมึงไม่ได้” บราวแซวขึ้นมาอีก

 

 

“รู้ดีนะมึง” ภาคินพูดขึ้นสั้นๆ ก่อนจะพากันเดินเข้าไปที่บ้านพักซึ่งห้องพักของภาคินกับบราวจะอยู่หลังเดียวกัน แต่คนละห้อง เพราะภาคินสั่งจองพิเศษด้วยเงินส่วนตัว เพราะตอนแรกคิดว่าจะพาพระพายมาด้วยได้

“เออ ไอ้บราว กูบอกเรื่องของกูกับพระพายให้จีรู้แล้วนะ” ภาคินพูดขึ้นมาเมื่อนึกได้ บราวเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ

 

 

“จริงเหรอวะ แล้วจีว่าไงบ้าง” บราวถามกลับด้วยความอยากรู้

 

 

“มึงคิดว่าไงล่ะ” ภาคินถามเพื่อนตนเองกลับไป

 

 

“กูว่าเค้าต้อง เสียใจมากแน่เลยว่ะ” บราวพูดบอกตามที่คิด ภาคินพยักหน้ารับ

 

 

“ก็ร้องไห้นั่นแหละ” ภาคินตอบออกมา พร้อมกับนอนแผ่บนเตียงกว้างด้วยความเมื่อยจากการขับรถ

 

 

“แล้วมึงทำไงวะ” บราวถามต่อ ภาคินส่ายหน้าไปมา

 

 

“ไม่ได้ทำไง กูก็ปล่อยให้ร้องไป จะให้กูทำอะไรได้วะ กูก็เคยพูดเคยบอกแล้ว ว่าเป็นได้แค่เพื่อนกัน” ภาคินบอกออกมาเสียงติดเครียดนิดๆ

 

 

“มึงนี่แม่ง ใจดำว่ะ เค้ารักมึงนะเว้ย” บราวว่าไม่จริงจังนัก เพราะรู้สึกเห็นใจทั้งจีและภาคิน

 

 

“แต่กูรักพระพาย กูไม่ใช่คนดี ไม่ใช่พระเอก ที่จะต้องคอยปลอบใจ หรือยื้อเวลาให้จีรู้สึกดี  จนทำให้กูกับพระพายต้องมีปัญหากันหรอกนะ กูก็เป็นคนเห็นแก่ตัวคนหนึ่งเหมือนกัน” ภาคินพูดบอกออกมา บราวเป็นเพื่อนคนเดียวที่ภาคินคุยยาวๆหรือระบายอะไรแบบนี้ด้วย แต่ก็ไม่บ่อยนัก

 

 

“เออๆ กูว่าเดี๋ยวจีก็คงทำใจได้นั่นแหละ แต่คงต้องใช้เวลาหน่อย” บราวบอกออกมาอย่างเสียไม่ได้ เพราะในเมื่อเพื่อนของเขาไม่คิดจะสนใจอะไรในเรื่องนี้ เขาก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งมากเกินไป

“ไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะว่ะ มึงคงยังไม่ได้กินอะไรมาล่ะสิ” บราวพูดชวน ภาคินพยักหน้ารับ ก่อนจะพากันออกไปข้างนอกเพื่อหาข้าวกิน

..

..

..

หลังจากหลับไปตั้งแต่ 5 โมงเย็น พระพายก็ตื่นขึ้นมาตอน 2 ทุ่มครึ่ง ด้วยเสียงโทรศัพท์จากยะที่โทรเข้ามา  ยะโทรมาบอกว่าเลิกงานแล้ว และกำลังจะเดินมาหา พระพายจึงลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พอได้นอนพักและอาบน้ำ พระพายก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาไม่น้อย หยิบโทรศัพท์มาดูก็ยังไม่เห็นเบอร์ของภาคินโทรเข้ามา พระพายจึงเอาโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง แล้วลงไปที่หน้าหอพัก

“อ่าว พี่ยะ มารอนานมั้ยครับ ทำไมไม่โทรขึ้นไปตามผมล่ะ” พระพายถามขึ้น เมื่อลงมาเห็นยะนั่งรอตรงเก้าอี้หน้าหอ

 

 

“พี่รู้ว่าเดี๋ยวพระพายก็ต้องลงมา เลยไม่อยากเร่ง เป็นไงบ้าง นอนพักดีขึ้นบ้างยัง” ยะถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

 

 

“ดีขึ้นแล้วล่ะครับ แล้วนี่พี่ยะจะไปกินอะไรดี” พระพายถามขึ้นมาอีก

 

 

“ก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยมั้ย พายจะได้กินอะไรร้อนๆ” ยะบอกออกมาอย่างเอาใจ พระพายพยักหน้ารับทันที เพราะกำลังอยากกินก๋วยเตี๋ยวด้วยพอดี ทั้งสองจึงพากันเดินมาที่หน้าปากซอยทางเข้าหอพักของพระพาย เมื่อมาถึงร้านและสั่งก๋วยเตี๋ยวไปแล้ว ทั้งสองจึงนั่งคุยกันเรื่อยๆ

“ช่วงนี้เรียนเป็นไงบ้าง” ยะถามขึ้น เพราะไม่ค่อยได้คุยกับพระพายสักเท่าไร

 

 

“ก็ยังยุ่งๆอยู่กับกิจกรรมรับน้องน่ะครับ” พระพายตอบกลับไปยิ้มๆ

 

 

Tru…Tru…Tru

 

ยังไม่ทันจะได้คุยอะไรกันมาก โทรศัพท์ของพระพายก็ดังขึ้นมา พระพายหยิบขึ้นมาพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ ทำให้ยะนิ่งไปนิดเมื่อเห็นแววตาของพระพาย ยามที่มองชื่อคนที่โทรเข้ามา ยะจึงนั่งเงียบๆให้พระพายรับโทรศัพท์ไปก่อน

“ครับพี่ภาคิน” เสียงเรียกชื่อของอีกฝ่าย ทำให้ยะต้องถอนหายใจเบาๆ

 

 

(“พี่โทรมาปลุกรึเปล่า”) ภาคินถามขึ้น

 

 

“เปล่าหรอกครับ พายตื่นแล้ว พอดีออกมาหาอะไรกินหน้าปากซอย” พระพายตอบกลับไป

“แล้วพี่ภาคินถึงนานแล้วเหรอครับ” พระพายถามด้วยความเป็นห่วง

 

 

(“สักพักใหญ่ๆแล้วล่ะ ออกไปกินข้าวกับไอ้บราวแล้วก็กลับเข้ามาสักพักละ”) ภาคินพูดบอกกลับมา พอดีกับที่ก๋วยเตี๋ยวถูกนำมาเสริฟ

 

 

“พาย กินก่อนมั้ย เดี๋ยวหายร้อน” ยะพูดขึ้น

 

 

“อ่อ..ครับ” พระพายตอบรับ

 

 

(“เสียงใคร”) เสียงนิ่งๆของภาคินดังขึ้น

 

 

“อะไรนะครับ” พระพายได้ยินไม่ถนัดเลยถามกลับไปอีกครั้ง

 

 

(“อยู่กับใคร”) ภาคินถามอีก พระพายรู้สึกหวั่นๆกับน้ำเสียงของภาคินแบบนี้

 

 

“พี่ยะครับ...พอดีมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน” พระพายตอบกลับ พร้อมกับมองหน้ายะเล็กน้อย

 

 

(“........”) ภาคินนิ่งเงียบไป ทำให้พระพายรู้สึกไม่ดี

 

 

“พี่ภาคิน เป็นอะไรรึเปล่าครับ โกรธอะไรพายรึเปล่า” พระพายถามกลับไป พาลจะกินอะไรไม่ลง ยะเองก็นั่งฟังคำพูดของพระพายแล้วรู้สึกเจ็บแปลบๆในใจ

 

 

(“พี่ไม่ได้โกรธ แต่พี่หวง”) ภาคินบอกกลับมาเสียงจริงจัง ทำให้พระพายชะงักหน้าขึ้นสี

(“พี่กลับไปเมื่อไร เราโดนทำโทษแน่พระพาย ตอนนี้กินไปก่อน กินเสร็จกลับห้องเมื่อไร โทรมาหาพี่ด้วย”) ภาคินพูดแกมสั่ง

 

 

“พายไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมพี่ภาคินต้องทำโทษพายด้วยล่ะ” เด็กหนุ่มถามด้วยความอยากรู้ โดยไม่รู้เลยว่าทำให้ยะรู้สึกยังไงบ้าง

 

 

(“กลับไปค่อยคุยกัน กินไปก่อนครับ กินเสร็จกลับห้องเลยนะ”) ภาคินพูดทิ้งท้ายอีกครั้ง พระพายรับคำอย่างจำยอม ก่อนจะวางสายไป พระพายจึงมาปรุงก๋วยเตี๋ยวในชามตัวเอง

 

 

“รุ่นพี่ที่พายไปทำงานด้วย โทรมาเหรอ” ยะถามขึ้นมา พระพายชะงักไปนิด แต่ก็พยักหน้ารับ

 

 

“ครับ” พระพายตอบสั้นๆ เพราะคิดว่าไม่จำเป็นต้องประกาศบอกใครว่าตนเองเป็นแฟนกับภาคิน นอกเสียจากว่าเขาจะถาม ยะเองก็ไม่ได้ถามอะไรออกมาอีก พลางนั่งกินก๋วยเตี๋ยวไปเรื่อยๆ

“ไม่อร่อยเหรอครับพี่ยะ” พระพายถามยะอย่างแปลกใจ เพราะเหมือนยะจะนั่งเอาช้อนคนๆในชามเสียมากกว่า

 

 

“เปล่าหรอก พี่รู้สึกกินไม่ค่อยลงน่ะ” ยะตอบพร้อมกับยิ้มฝืนๆ

 

 

“ไม่สบายรึเปล่าครับ” ยะถามอย่างเป็นห่วง เพราะยะก็เหมือนพี่ชายคนหนึ่งเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะรู้จักกันไม่นานก็ตาม

 

 

“พี่สบายดี คงเหนื่อยจากงานมากไปหน่อยล่ะมั้ง” ยะส่งยิ้มอ่อนๆออกมาเพื่อไม่ให้พระพายเป็นห่วง พระพายพยักหน้ารับ ก่อนจะนั่งกินก๋วยเตี๋ยวของตนเองต่อ

..

..

..

..

“เป็นอะไรของมึงวะไอ้คิน” บราวทักขึ้นเมื่อเดินออกมาสูบบุหรี่หน้าห้องพัก แล้วพบว่าภาคินนั่งหน้าเครียดอยู่ที่เก้าอี้ไม้ด้านหน้า

 

 

“พายไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวกับผู้ชายคนอื่นว่ะ” ภาคินตอบกลับเสียงนิ่ง คิ้วก็ขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ

 

 

“หึหึ ไปกินกับใครวะ” บราวถามออกมาอย่างขำๆ

 

 

“รุ่นพี่ที่เคยทำงานเซเว่นด้วยกัน” ภาคินตอบออกมาอย่างเซ็งๆ

“ถ้าไม่ติดว่ากูต้องรับผิดชอบดูแลกิจกรรมพรุ่งนี้นะ  กูจะขับรถกลับคืนนี้เลย” ภาคินเอนหัวพิงกำแพงหน้าห้องพัก

 

 

“พระพายเนี่ย เก่งฉิบหาย ทำให้คนนิ่งๆเย็นชาแบบมึง ร้อนรนจะเป็นบ้าได้ถึงขนาดนี้” บราวพูดออกมาตามที่คิด เพราะไม่เคยเห็นเพื่อนตนเองเป็นแบบนี้มาก่อนจริงๆ

 

 

“กูคงจะบ้าจริงๆนั่นแหละ” ภาคินบอกออกมาเสียงแผ่ว เขาจริงจังกับพระพายมาก จนเขาเองยังคิดไม่ถึงเลยว่า เขาจะรู้สึกรักพระพายได้ถึงขนาดนี้ แต่ดูเหมือนพระพายจะยังไม่มั่นใจในความรักของภาคินสักเท่าไร ภาคินอยากจะให้พระพายมั่นใจในตัวเองให้มากกว่านี้ มั่นใจว่าเขารักและจริงจังกับพระพายคนเดียว เด็กน้อยของเขายังคงคิดมากทั้งเรื่องที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน ทั้งเรื่องคนใกล้ตัวของภาคิน และคงคิดว่าตัวเองไม่ดีพอสำหรับภาคิน หารู้ไม่ว่า ภาคินเองก็กลัวว่าพระพยจะคิดว่าเขาไม่ดีพอสำหรับพระพายเหมือนกัน

 

 

“กูว่ามึงไปนอนเหอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าพาน้องไปวิ่งอีก” บราวตอบกลับ

 

 

“มึงนอนก่อนเลย กูรอพระพายโทรกลับมาแป๊บหนึ่ง” ภาคินตอบกลับ บราวพยักหน้ารับก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านพัก

..

..

..

“ขอบคุณพี่ยะมากนะครับ ที่เดินมาส่ง” พระพายพูดกับรุ่นพี่ยิ้มๆ เพราะจริงๆแล้ว ยะเดินกลับหอพักของยะเลยก็ได้

 

 

“ไม่เป็นไร เอาไว้เราไปกินข้าวด้วยกันอีกนะ” ยะพูดเสียงแผ่วๆ

 

 

“ครับ ยังไงพี่ยะก็โทรมาบอกผมก่อนนะ เผื่อผมติดธุระอะไร” พระพายตอบกลับยิ้มๆ

 

 

“ครับ ฝันดีนะ” ยะพูดขึ้น คำว่าฝันดีของยะ ไม่ได้ทำให้พระพายรู้สึกอิ่มเอิบใจแต่อย่างไร เหมือนเป็นคนคำพูดทั่วๆไป ซึ่งต่างจากของภาคิน ถ้าได้ยินจากปากของภาคิน พระพายจะรู้สึกเหมือนตัวลอยๆ หัวใจเต้นแรงด้วยความสุข

 

 

“ฝันดีเช่นกันครับ” พระพายตอบกลับยะ ก่อนจะเดินเข้าไปในหอพัก ยะยืนมองจนพระพายหายเข้าไปด้านใน เขาถึงจะเดินกลับออกไปหน้าปากซอย พระพายเดินขึ้นมาบนห้องของตนเอง แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อโทรหาคนรัก ตามที่คนรักบอกเอาไว้

 

 

(“กินเสร็จแล้วเหรอ”) เสียงของภาคินถามขึ้นมาทันที

 

 

“ครับ พึ่งกลับถึงห้อง” พระพายตอบกลับ

“แล้วพี่ภาคินไม่นอนพักล่ะครับ ขับรถไปตั้งไกล” พระพายบอกออกมาด้วยความเป็นห่วง

 

 

(“พี่ห่วงเด็กดื้อน่ะ”) ภาคินตอบกลับ

 

 

“ใครดื้อ พายไม่ได้ดื้อนะครับ” พระพายบอกกลับพร้อมกับยิ้มอ่อนๆออกมา ไม่เคยคาดฝันว่าตัวเองจะมีโมเม้นท์นั่งคุยโทรศัพท์กับคนรักแบบนี้มาก่อน

 

 

(“ทั้งดื้อ ทั้งโกหก กลับไปคราวนี้มีเรื่องคุยกันยาวแน่ๆครับ”) ภาคินพูดขู่ออกมา ทำให้พระพายนิ่งไปนิด

 

 

“พี่ภาคินอ่ะ” พระพายเรียกคนรักเสียงอ่อยๆ

 

 

(“ไม่ต้องทำเสียงแบบนี้นะ พี่ไม่สงสารหรอก เตรียมตัวไว้ได้เลย”) ภาคินบอกออกมาอีก เพราะเขารู้ว่าพระพายโกหกเขาเรื่องที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เขาเมื่อตอนกลางวัน

 

 

“แล้วพรุ่งนี้พี่ภาคินต้องทำอะไรบ้าง” พระพายชวนเปลี่ยนเรื่องคุย ซึ่งภาคินก็รู้

 

 

(“ก็คงต้องดูแลเรื่องการรับน้องให้อยู่ในขอบเขตเนี่ยแหละ แต่ตอนตี 5 ต้องพาน้องๆออกไปวิ่งสักหน่อย”) ภาคินพูดขึ้น

 

 

“อ่า งั้นพี่ภาคินก็ต้องรีบนอนนะครับ เดี๋ยวต้องตื่นแต่เช้าอีก” พระพายบอกออกมา

 

 

(“ไม่อยากคุยกับพี่เหรอ”) ภาคินแกล้งถาม

 

 

“อยากคุยครับ แต่พายอยากให้พี่ภาคินพักผ่อน” พระพายบอกเสียงแผ่วๆ โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้ภาคินยิ้มกว้างแค่ไหน

 

 

(“พรุ่งนี้ไปทำรายงานกับเพื่อนใช่มั้ย”) ภาคินถามออกมาอย่างนึกได้

 

 

“ครับ ที่คอนโดของพี่ภาคินนั่นแหละ” พระพายตอบกลับ เพราะจะไปรวมตัวกันที่ห้องของกราฟ

 

 

(“อืม งั้นพายก็แวะเข้าไปดูห้องของเราด้วยนะ”) ภาคินพูดบอกออกมา ทำให้พระพายหน้าขึ้นสี เพราะคำว่า ห้องของเรา

(“เข้าใจคำว่าห้องของเรามั้ยครับ”) เหมือนภาคินจะรู้ ว่าพระพายกำลังเขินกับคำๆนี้ ชายหนุ่มก็พูดย้ำกลับมาซะงั้น พระพายนั่งเอามือบิดหมอนอย่างขัดเขิน

 

 

 

 

+++++++++++++++++++ 100% ++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

2  Be  Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อัพครบร้อยแล้วนะคะ

พรุ่งนี้ไปพบกับยอนิมได้ที่ ศูนย์สิริกิติ์ นะคะ

โซนแพลนนารีฮอลล์ บูท K02

เวลา 15.00 – 16.00 น. ค่ะ

ไปแบบเปื่อยๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

45 ความคิดเห็น

  1. #3171 Rattanapadanon (@Rattanapadanon) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 09:59

    อิพี่ภาคิณรุกแรงเว้ยยยย จัดเลยๆๆๆๆ

    #3171
    0
  2. #2465 °7o๓ัว๑ื้o° (@fonkisslove) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 21:46
    เขินนนนนแรงงง
    #2465
    0
  3. #2409 Nocha (@nuttha-cha) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2558 / 00:17
    เขินนนนนนนนนนนน ><
    #2409
    0
  4. #2408 อนุบาลตัวแม่ (@ice-cream-kati) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 20:36
    คิดว่าพี่ภาคินจะขับรถกลับมาทำโทษเด็กดื้อซะแล้ว แหมะ ทิ้งท้ายด้วย ห้องของเรา กรี๊ดดดดด ทึ้งหมอน
    #2408
    0
  5. #2406 sanomsin (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 02:38
    บรรยากาศช่างน่ารักจังเลย คนหวงกับคนดื้อเนี่ย เข้ากันมากเลยน๊า
    #2406
    0
  6. #2405 Haruka Fuji (@haruka15) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 01:15
    โอ๊ยยย เขินแรงงงง
    ห้องของเราาา 
    #2405
    0
  7. #2404 Felinonajang (@Felinonajang) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 00:29
    ห้องของเรา
    อัยย่ะ
    #2404
    0
  8. #2403 xmlove.exo (@kissyouxm) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 23:10
    เขินว่ะ
    #2403
    0
  9. #2402 as_hh (@as_noey) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 21:22
    อ๊ากเขินพี่ภาคิคแทนพระพาย
    #2402
    0
  10. #2401 zominho (@zominho) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 19:58
    พี่ยะตัดใจได้แล้วนะ พระพายกับพี่ภาคินเค้ารักกันมาตั้งนานแล้ว
    #2401
    0
  11. #2400 CHOR2K (@chor2k) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 19:40
    เขินน ชอบมาก อยากมีแฟนเป็นรุ่นพี่ 5555
    #2400
    0
  12. #2399 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 18:30
    บิดหมอนเปฺนเพื่อนพระพายค่าาา เขินอ่ะ พี่ภาคิน
    #2399
    0
  13. #2398 parndong (@parndong) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 17:31
    พี่ภาคินขี้แกล้งอะงื้ออออออ
    #2398
    0
  14. #2397 s-cute (@s-cute) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 17:29
    ภาคินจะลงโทษอะไรพระพายน๊าาา ที่ทำให้หึงมากกก 555
    #2397
    0
  15. #2396 ชิว (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 17:11
    กรี๊ด น่ารัก
    #2396
    0
  16. #2395 KARN_JUNSEOB (@karnlovebeast) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 17:03
    น่ารักจัง เขินๆๆๆ
    #2395
    0
  17. #2394 snow_box (@snowboxs) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 14:24
    ช่วยพระพายบิดหมอนด้วยได้มั้ย
    #2394
    0
  18. #2393 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 13:41
    พี่ภาคินน่ารักจัง ขี้หวงด้วยแฮะ พระพายก็กล้าแสดงออกมากขึ้นนะ ทำเสียงออดอ้อน เถียงด้วย ^^
    #2393
    0
  19. #2392 ๊UKI Jung Nara (@montida-ray-09) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 11:26
    พายอย่าไปใจดีกับคนอื่นนักสิลูกกก
    #2392
    0
  20. #2391 pan (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 10:29
    หูย..คู่นี้จะน่ารักมุ้งมิ้งไปถึงไหนค๊า อิจฉาจนลูกกะตาจะลุกเป็นไฟแล้วเนี่ย..กิกิ
    #2391
    0
  21. #2390 ยิ้งฉุบ (@nongwanjang) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 09:25
    งื้ออออออ
    #2390
    0
  22. #2389 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 09:11
    โง้ยยยย ห้องของเรา
    #2389
    0
  23. #2366 M-mini (@charlene) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 19:02
    จริงๆแล้ว เราว่า พนง.เซเว่นจะพูดว่า "สวัสดีค่ะ/ครับ เชิญค่ะ/ครับ"
    #2366
    0
  24. #2365 Gee Catper (@angeza) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 13:17
    ง่อววววว ยะไม่จบช้ะ
    #2365
    0
  25. #2364 sanomsin (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 10:23
    พระพายทำให้พี่คินเป็นห่วงนะรู้มั๊ย เดี๋ยวก็ใจไม่อยู่กับตัวรีบขับกลับมาหาพระพายหรอก
    #2364
    0